หน้าแรก บล็อก หน้า 2

ซื้อยานอนหลับมากินดีไหม

0
ยานอนหลับ

ยานอนหลับ เป็นยาที่ใช้ช่วยให้หลับได้ แต่ไม่ควรใช้ จนกว่าจะได้แก้สาเหตุ ของการนอนไม่หลับ ดังที่ได้กล่าว ในหัวข้อ ทำอย่างไรให้นอนหลับ? ถ้ายังไม่หลับ ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อใช้ยานอนหลับช่วย และควรคำนึงด้วยว่า

1. ยานอนหลับ มีประโยชน์ สำหรับการใช้ ชั่วครั้ง ชั่วคราว ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น จะต้องหลับ แต่หลับไม่ได้เท่านั้น

2. การใช้ยานอนหลับเป็นประจำ จะทำให้ติดยา เมื่อไม่กินยา จะนอนไม่หลับ

3. กฎหมายถือว่า ยานอนหลับ เป็นยาที่มีฤทธิ์ ต่อจิตประสาท การจำหน่าย หรือซื้อยา ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น

11 ข้อแนะนำ ทำอย่างไรให้นอนหลับ สำหรับคนหลับยาก

1
ทำอย่างไรให้นอนหลับ

ทำอย่างไรให้นอนหลับ? คนบางคนแค่หัวถึงหมอน ก็นอนหลับได้แล้ว แต่ทำไม๊ ทำไม คนบางคนถึงได้นอนหลับยาก จนเป็นปัญหาสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากมาย เรามาฝึกหัดการนอนหลับให้สบาย หลับให้สนิทกันเถอะค่ะ เรามีข้อแนะนำ 11 ข้อ ที่ควรไปฝึกหัดทำดังนี้

1. เลิกเครียด ปัญหาทางจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ห่วงใย ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ ตกใจ รัก โลภ โกรธ หลง ล้วนเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ นอนไม่หลับ ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเครียด ก็หาสาเหตุให้พบ คิดแต่ในทางที่ดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้อภัย ไม่คิดร้ายใครๆ คุณก็จะหลับเป็นสุข ผิวพรรณผ่องใส จนคุณเองยังแปลกใจตัวเอง

2. ห้ามนอนกลางวัน
โดยเฉพาะคนที่ชอบงีบกลางวัน และนอนไม่หลับ ตอนกลางคืน ยกเว้น ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป การนอนหลับตอนกลางคืน อาจลดลง เหลือเพียง 3-4 ชั่วโมง แต่จะมีการหลับ ในเวลา กลางวัน เพิ่มขึ้น บางคน อาจจะหลับกลางวัน มากกว่ากลางคืน และเมื่ออายุมากขึ้นๆ ก็อาจนอนหลับนานๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืน เหมือนเด็กเล็กๆ

3. ออกกำลังกายตามควรแก่อัตภาพ ในตอนเย็น จะทำให้หลับได้ดี ในตอนกลางคืน

4. ระวังอาหารเย็น กล่าวกันว่า ยากล่อมประสาท ที่ดีที่สุดในโลก คือ อาหารที่ถูกปาก ข้อควรจำคือ กินอาหารเย็นแต่พอให้ หายหิว อย่าอิ่มมาก หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก และอาหารรสจัด จะอึดอัดท้อง ปวดท้องแสบท้อง ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ควรรับประทาน อาหารที่ ย่อยง่ายๆ ไม่หนักท้อง ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่ม ที่มีสารกระตุ้นประสาท จะทำให้หลับยาก บางท่านแนะนำ ให้หลีกเลี่ยง อาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีกรด เช่น ผลไม้ และไวน์ด้วย ถ้านอนดึก และรู้สึกหิว อาจกิน ข้าวต้มร้อนๆ หรือ อาหารอ่อนๆ นมสด หรือน้ำเต้าหู้สักถ้วย ก่อนนอน จะหลับสบายขึ้น แต่อย่าดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มมากนัก เพราะอาจทำให้คุณ ต้องตื่นขึ้นปัสสาวะ บ่อยๆ ทำให้ นอนหลับยากขึ้นไปอีก

5. ทำธุระต่างๆ ที่จำเป็นให้เสร็จ ก่อนถึงเวลานอน เวลาง่วงขึ้นมา จะได้เข้านอนได้ทันที

6. ห้ามเข้านอน และห้ามขึ้นเตียง จนกว่าจะง่วง ถ้ายังไม่ง่วง ก็ให้อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังเพลงไปเรื่อยๆ ถ้าเข้านอน หรือนอนเล่นบนเตียง ทั้งๆ ที่ยังๆ ไม่ง่วง จะทำให้ หลับยากขึ้น

7. อย่านอนผิดเวลา และเข้านอนทันทีที่ง่วง ปล่อยตัวตามสบาย อย่ากังวลกับเรื่องใดๆ ข้อสำคัญ อย่ากังวลว่า จะนอนไม่หลับ เพราะยิ่งกังวล ก็จะยิ่งหลับยากขึ้น

8. ใช้ความเบื่อหน่าย ให้เป็นประโยชน์ เชื่อกันว่า สิ่งใด ที่มีจังหวะ สม่ำเสมอ จะก่อให้เกิด ความเบื่อหน่าย และง่วงเหงา หาวนอนได้ หนังสือ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยได้ โดยต้องหาหนังสือที่ ชวนให้ง่วง คือ เริ่มต้นดี เร้าความสนใจตอนต้นๆ แล้วเริ่มอืดอาดยืดยาด เชื่องช้า น่าเบื่อ จนคุณหลับ ได้ในที่สุด ควรเป็นหนังสือปกอ่อน น้ำหนักเบา ตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งจะช่วยให้ ง่วงเร็วกว่า ตัวพิมพ์หนา และใหญ่

9. ให้คนบีบนวดเบาๆ หลายคนจะรู้สึกสบาย หายปวดเมื่อย หรือเคยชินกับ การบีบนวดก่อนหลับ บางคนก็อาจใช้วิธี กดจุด ช่วยให้นอนหลับ

10. สร้างความคุ้นเคยกับสถานที่นอน มีส่วนสัมพันธ์ที่ทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หมอนใบโปรด ตุ๊กตาตัวเก่าแก่ ผ้าห่มผืนเก่า ที่คุ้นเคย ล้วนมีส่วนทำให้ รู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และหลับสนิท ได้เร็วขึ้น และในทางตรงกันข้าม หากสภาพคุ้นเคย บางอย่าง ทำให้นอนไม่หลับ เช่น เสียงเอี๊ยดอ๊าด ของขาเตียง เสียงนาฬิกาโบราณ ที่ตีบอกทุกๆ 15 นาที เงาตะคุ่มๆ น่ากลัว เป็นต้น ควรกำจัด สิ่งที่คุ้นเคยเหล่านี้ไป คุณก็จะ หลับสบายได้ ในคืนนี้

11. สงบจิตใจ ถ้าจิตใจไม่สงบง่ายๆ ก็อาจใช้วิธี นับแกะ ที่กระโดดข้ามรั้ว ห้ามนับพลาด หรือนับเลขไปเรื่อยๆ 1-2-3-4-5 เรียงไปเรื่อยๆ ถ้าพลาด ก็กลับมาเริ่มต้นที่ 1 ใหม่ บางคนอาจเลือก ทำสมาธิ รู้ลมหายใจ เข้าออกไปเรื่อยๆ บางคนก็ใช้วิธี สวดมนต์ หรือท่องบ่นคาถา ที่ถนัด ซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้

10 สาเหตุที่นอนไม่หลับ คุณนอนไม่หลับเพราะอะไร?

0
นอนไม่หลับ

คุณนอนไม่หลับเพราะอะไร?
ค่อยๆ สังเกตดู คุณอาจจะหาสาเหตุ และแก้ปัญหา นอนไม่หลับของคุณ ได้ไม่ยาก… หรืออาจพบว่า มันไม่น่าวิตกกังวลเลยก็ได้

1.คุณหลับยาก หรือหลับน้อย มาตั้งแต่เด็กรึเปล่า?
ถ้าเป็นลักษณะเฉพาะตัว แบบนี้ คุณก็คงไม่รู้สึก ผิดปกติอะไร แต่ญาติ หรือ คนที่นอนด้วย อาจรู้สึก กังวลไปเอง คุณก็เพียงแต่ ชี้แจงให้เขาทราบว่า มันเป็น เอกลักษณ์ของคุณเอง… ไม่มีอะไร ต้องรักษา

2. คุณนอนผิดเวลา หรือผิดสถานที่รึเปล่า?
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกตาค้าง นอนไม่หลับ เพราะนอนดึก เลยเวลาที่เคยนอนไปมาก หรือนอนผิดที่ แปลกที่ สาเหตุแบบนี้ ถ้าจำเป็นต้องให้หลับ ก็อาจจะต้อง ใช้ยาช่วย (ดูเรื่องยานอนหลับ)

3. คุณบินข้ามเขตเวลารึเปล่า?
นี่เป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้ร่างกาย ปรับตัวไม่ทัน จึงยังคงตื่นอยู่ แม้จะเป็นกลางคืน ในประเทศใหม่ โดยปกติแล้ว ร่างกายจะปรับตัว จนนอนหลับได้เอง ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เลิกกังวลดีกว่า

4. คุณถูกรบกวนจากอะไรสักอย่างรึเปล่า?
คนที่นอนข้างๆ คุณส่งเสียงกรน หนวกหู หรือเปล่า หรืออาจจะ นอนดิ้นมาก จนคุณ ไม่เป็นอันหลับ ห้องนอนของคุณ อาจสว่างเกินไป หรือหนาวเกินไป ซึ่งแก้ไขได้ ไม่ยาก ยิ่งไปกว่านั้น โดยทั่วๆ ไปถ้าคุณทนการรบกวน ได้สักพัก คุณก็จะชิน จนนอนหลับได้ แม้ว่า คู่นอนของคุณ จะกรนเสียงดังขนาดไหนก็ตาม

5. เครื่องนอนที่ใช้เหมาะกับคุณรึเปล่า?
ในหลายๆ ราย ที่มีอาการ ไอ จาม หายใจไม่ออก น้ำมูกน้ำตาไหล หรืออาจมีอาการ ผื่นคัน ทุกครั้งที่ลงนอน พบว่า สาเหตุมาจากที่นอน หมอน ผ้าห่ม ของตนเอง ซึ่งอาจเป็นแบบนุ่น ที่หมักหมมสิ่งสกปรกไว้ หรืออาจเป็นหมอนขนเป็ด ขนห่านที่มีตัวไรฝุ่น ที่ก่อให้เกิด อาการแพ้ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็แก้ปัญหาง่ายๆ โดยเปลี่ยนมาใช้ พวก ใยสังเคราะห์ คุณภาพ ไว้ใจได้ ไม่ปลอมปน ที่ไม่ก่อให้เกิด อาการแพ้ ปัญหาก็จบไป หลับสบาย ตลอดคืน

6. คุณมีโรคประจำตัว อย่างใดอย่างหนึ่ง รึเปล่า?
คนที่ป่วยด้วยโรค ปวดข้อเรื้อรัง มักปวดข้อตอนกลางคืน ทำให้ตื่นบ่อย คนที่เป็น โรคหัวใจ และเกิดภาวะหัวใจล้ม หรือคนที่เป็นโรค หอบหืด อาจเกิดอาการ เหนื่อย แน่น หรือหอบตอนกลางคืนได้ง่าย หรือผู้ชายสูงอายุ ที่ต่อมลูกหมากโต ก็อาจต้องลุกขึ้นปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน ถ้าคุณนอนไม่หลับ ด้วยสาเหตุเหล่านี้ ก็ต้องแก้ไขที่ สาเหตุของการเจ็บป่วย

บางคนอาจนอนไม่หลับ เพราะทรมาน ด้วยการปวดคอ ปวดหลัง นอนท่าไหน ก็ไม่สบาย ต้องพลิกไปพลิกมา ตลอดคืน ควรสำรวจดูว่า ที่นอนของคุณ มีปัญหาหรือเปล่า มันอาจนุ่มเกินไป หรือยุบตัวเป็นหลุม ก่อปัญหาให้ กระดูกสันหลัง ของคุณได้เช่นเดียวกัน หมอนที่หนุน นุ่มไป แข็งไป แบนไป ไม่เหมาะกับท่านอน ของคุณ ก็ก่อให้เกิด อาการปวดเช่นกัน แก้ปัญหาให้ถูกที่ คุณก็จะหลับสบายอีกครั้ง

7. แขนขาของคุณกระตุกหรือเปล่า?
การกระตุกของขา หรือกล้ามเนื้ออื่น ขณะหลับ (nocturnal myoelonus) ส่วนใหญ่ จะเกิดในผู้ใหญ่ ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป และมักเป็นมากขึ้น เมื่ออายุสูงขึ้น มักเป็นที่ขา อาจเป็นแค่ กระดิกนิ้วมือ เป็นระยะๆ หรืองอแขน ฟาดแขนแรงๆ ก็ได้
อาการเหล่านี้ จะเป็นมากขึ้น ถ้าอดนอน หรือมีเรื่องเครียด หรือเกิดโรค ทางระบบประสาท หลอดเลือดในสมองแตก ตีบ หรือตัน โรคเบาหวาน ฯลฯ ถ้ามีอาการแบบนี้ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ยา ลดอาการ
กระตุกของแขนขา ขณะหลับได้ จะได้ไม่ต้องทรมาน ทั้งคุณเอง และผู้ที่นอนด้วย

8. คุณหายใจผิดปกติรึเปล่า?

โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่ ผู้ป่วยหยุดหายใจ มากกว่า 10 วินาทีบ่อยๆ ในขณะหลับ เนื่องจากหายใจเข้าไม่ได้ เพราะลิ้น ตกไปอุดกั้น ทางเดินหายใจ ที่หลังคอหอย (obstructive sleep apnea) และ/หรือ เพราะไม่หายใจ เนื่องจากสมอง ไม่สั่งให้หายใจ (central apnea) ทำให้เขียว ดิ้นรน และสะดุ้งตื่น (อาจตื่นแบบไม่รู้สึกตัว) แล้วจึงหายใจได้ และหลับต่อใหม่ เกิดอาการอีก ทำให้ต้องตื่น คืนละหลายๆ ครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเกิดใน ผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป โดยเฉพาะ คนอ้วนหรือท้วม แต่คนผอม ก็อาจเป็นได้

ผู้ที่เกิดอาการนี้ ควรไปพบแพทย์ และตรวจให้ละเอียด เพื่อการรักษา ที่ถูกต้องโดยเร็ว เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ และมีโรคหลอดลม อักเสบเรื้อรัง (Chronic bronchitis) ถุงลมโป่งพอง (pulmonary emphysema) หอบหืด (obstructive airway diseases) ฯลฯ อาจเสียชีวิตขณะหลับได้

ภาวะหายใจไม่พอขณะหลับ (Sleep hypoventilation) ซึ่งเป็นภาวะที่ ผู้ป่วย หายใจน้อยกว่าปกติมาก ในขณะหลับ และอาจมี การหยุดหายใจ เป็นพักๆ ได้ มักไม่มีการกรนเสียงดัง และไม่มีการดิ้นรน ขณะหลับ หรือขณะหยุดหายใจ ผู้ป่วยจะเขียวคล้ำ เพราะออกซิเจนในเลือด ลดลงมาก และซึม เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ ในเลือด เพิ่มมากขึ้น ภาวะแบบนี้ อาจเกิดจากโรคอ้วน ซึ่งแก้ไขได้ ด้วยการ ลดความอ้วน หรือเกิดจากโรคทางสมอง ที่ทำให้ศูนย์หายใจ (respiratory center) ไม่ทำงาน หรือทำงานน้อยลง ต้องไปพบแพทย์ และรับการรักษาให้ถูกต้อง

9. คุณใช้ยาหรือสิ่งเสพติดบางอย่างรึเปล่า?
บางคนชอบดื่มชา กาแฟตอนเย็น แล้วนอนไม่หลับ ก็ควรงด บางคนกินยาลดความอ้วน แล้วนอนไม่หลับ ก็ต้องงดยา ยากระตุ้นประสาท ยาบ้า ยาขยัน หรือยาขยายหลอดลม ก็ทำให้หลับยาก หรือไม่หลับเลย เช่นเดียวกับ คนที่กินยา อาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรเป็นประจำ พอหยุดกิน ก็อาจจะนอนไม่หลับ ต้องค่อยๆ หยุดยา หรืออาหารนั้น ทีละน้อย ก็จะหลับได้

10. โรคจิตโรคประสาทก็เป็นสาเหตุได้ด้วย

อาการที่พบได้ในโรคจิต และโรคประสาท มักจะได้แก่
– อาการนอนไม่หลับ
– อารมณ์เศร้า อยากตาย
– ความวิตกกังวล
– หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ
– ความกลัวผิดปกติ ย้ำคิดย้ำทำ
– ความรู้สึกไม่สบายในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
– โรคจิตโรคประสาทส่วนใหญ่ จะทำให้หลับยาก ซึ่งทำให้ มีอาการทางจิต ทางประสาทเพิ่มขึ้น และก็จะทำให้ หลับยากยิ่งขึ้นไปอีก วนเวียนเป็น วงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ทำให้อาการทรุดลงเรื่อยๆ จึงควรปรึกษาแพทย์ โดยเร็ว

ทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมานี้ น่าจะพอให้คุณ ลองวินิจฉัย สาเหตุการนอนไม่หลับ ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่แก้ไขได้ ด้วยตนเอง หรือต้อง ปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษา ก็ควรรีบ… ดีกว่าปล่อยให้เป็นมากขึ้น…

คุณนอนไม่หลับจริงหรือเปล่า? นอนไม่หลับทำไงดี

0
นอนไม่หลับทำไงดี

การพิจารณาว่า การหลับของคนๆ หนึ่งผิดปกติหรือไม่ ต้องคำนึงถึง ความแตกต่าง ระหว่างคน เช่น อายุ ความเครียด การอดนอน และสิ่งแวดล้อม

หลายต่อหลายครั้งที่ คนที่หลับอยู่ อาจไม่รู้ตัวว่า เขาหลับไม่ปกติ แต่ญาติ หรือคนที่นอนด้วย จะเป็นคนเล่าถึง อาการหลับไม่ปกติของเขาได้แทน

ในทางกลับกัน คนที่รู้สึกว่า ตนเองนอนไม่หลับ อาจบ่นว่า ตนนอนไม่หลับ คืนละ 3-4 ชั่วโมง แต่คนที่นอนด้วย อาจยืนยันได้ว่า คนๆ นั้นนอนหลับสนิท ตลอดคืน เพราะคนที่รู้สึกว่า ตนนอนไม่หลับ มักจะรู้สึกว่า ช่วงที่นอนไม่หลับนั้น แสนจะยาวนาน และเป็นทุกข์เป็นร้อนกับ การนอนไม่หลับของตน ทั้งๆ ที่เขาอาจนอนหลับ นานกว่าคนอื่นๆ ด้วยซ้ำไป

ส่วนคนที่ตื่นบ่อยๆ หรือหลับไม่สนิท โดยไม่รู้ตัวว่า ตนตื่นบ่อยๆ หรือ หลับไม่สนิท ก็อาจไม่บ่นว่า ตนนอนไม่หลับ คนกลุ่มนี้อาจจะซึม ง่วงเหงา หาวนอนทั้งวัน จนไม่สนใจกับ อาการผิดปกติของตนเอง แต่ญาติ หรือคนใกล้ชิด จะเป็น ผู้สังเกตเห็น และให้ความช่วยเหลือได้

ความวิตกกังวล ทำให้โรคนอนไม่หลับ เลวร้ายลงเรื่อยๆ จึงควรรีบวินิจฉัย หาสาเหตุ และแก้ไข แล้วคุณอาจจะพบว่า ปัญหาการนอนไม่หลับของคุณ มันอาจจะ ลุกลามมาจาก ปัญหาอื่นๆ ในชีวตของคุณ เช่น ความเครียด จากการงาน ชีวิตคู่ ครอบครัว การเงิน หรืออาจจะมาจาก สาเหตุที่ ไม่สลักสำคัญ อะไรเลย เช่น ห้องนอน ร้อน/เย็นเกินไป ที่นอนไม่เหมาะ หมอนหนุนนุ่ม/แข็งเกินไป หรือสูงไปต่ำไป นอนไม่สบาย ซึ่งเป็นปัญหาแก้ง่าย แบบ “เส้นผมบังภูเขา” เท่านั้นเอง

คุณนอนหลับแบบไหน

0
นอนหลับแบบไหน

คุณนอนหลับแบบไหน โดยปกติ การหลับของคนเราแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. หลับแบบตาไม่กระตุก non-rapid eye movement sleep (NREM or non-REM) หรือ synchronized sleep

2. หลับแบบตากระตุก rapid eye movement sleep (REM) หรือ desynchronized sleep หรือ fast wave sleep

เมื่อคนเราเริ่มหลับ การหลับจะเริ่มด้วยแบบแรก ประมาณ 60-90 นาที แล้วจะเปลี่ยน มาเป็นแบบที่ 2 ประมาณ 5-10 นาที แล้วสลับกันไป เป็นแบบแรกใหม่ กลับไปกลับมา เรื่อยไป โดยช่วงแบบที่ 1 จะสั้นลงๆ และแบบที่ 2 จะยาวขึ้นๆ เมื่อใกล้ตื่น

หลับแบบตาไม่กระตุก ยังแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ตามลักษณะของคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalographic หรือ EEG waves)

ระยะที่ 1 ซึ่งกินเวลาประมาณ 1-7 นาที คลื่นไฟฟ้าสมอง เริ่มช้าลง ระยะนี้ปลุกให้ตื่นง่าย แค่เรียกเบาๆ หรือแตะตัวเบาๆ ก็ตื่นแล้ว

ระยะที่ 2 กินเวลาประมาณ 10-25 นาที คลื่นไฟฟ้าสมอง ช้าลงไปอีก เป็นลักษณะ คลื่นหลับ (Sleep spindles) ปลุกยากขึ้น

*คนที่อยู่ในระยะที่ 1-2 นี้ คือ คนที่กำลังจะหลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ ตาจะกลอกไปมาช้าๆ ใต้หนังตาที่ปิดอยู่ การหายใจไม่สม่ำเสมอ และอาจหยุดหายใจเป็นพักๆ

ระยะที่ 3 กินเวลาเพียงไม่กี่นาที คลื่นไฟฟ้าสมอง ช้าลงอีก และกว้างขึ้นมาก

ระยะที่ 4 กินเวลาประมาณ 20-40 นาที คลื่นไฟฟ้าสมอง ช้าลง และกว้างขึ้น

*ในระยะที่ 3-4 นี้ เป็นระยะหลับสนิท (deep sleep หรือ delta sleep) ตาทั้งสองข้าง หยุดการเคลื่อนไหว หายใจเปลี่ยนเป็น สม่ำเสมอ และช้าลงๆ หัวใจ (ชีพจร) เต้นช้าลงๆ ความดันเลือด ลดลงๆ กล้ามเนื้ออ่อนตัวลง ปลุกให้ตื่นได้ยาก หรืออาจปลุกไม่ตื่น จนกว่าจะผ่านพ้น การหลับในระยะที่ 4 นี้แล้ว คนที่ถูกปลุกแรงๆ ให้ตื่นในระยะนี้ จะสับสน หลง เลอะเลือน หรือละเมอเพ้อพก หรือจำสิ่งที่ตนทำไม่ได้เลย เช่น เดินละเมอ ปัสสาวะรดที่นอน หรือขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะหลับ…

พอพ้นระยะหลับสนิท ก็จะถอยกลับมาสู่ระยะที่ 2 และ 1 ตามลำดับ โดยช่วงถอยนี้ จะสั้นกว่าตอนแรก กินเวลาเพียง 5-10 นาที จากนั้นก็จะ เปลี่ยนเป็นช่วง หลับแบบ ตากระตุก โดยคนที่หลับ อาจจะพลิกตัว ขยับตัว เปลี่ยนท่านอน แล้วหลับต่อ คืนหนึ่งๆ อาจจะมีการพลิกตัว ขยับตัว อย่างน้อย 8-9 ครั้ง ซึ่งบางคน อาจเข้าใจว่า เขานอนไม่หลับทั้งๆ ที่เขาหลับสนิท

หลับแบบตากระตุก เป็นการหลับที่ คลื่นไฟฟ้าสมอง มีลักษณะ เหมือนกับ ในขณะที่ตื่นอยู่ แต่กล้ามเนื้อทั่วตัว จะอ่อนแรงลงมาก เหมือนเป็นอัมพาต ยกเว้นกล้ามเนื้อ ที่ทำให้ตากระตุกเป็นพักๆ บางท่าน จึงเรียกลักษณะการหลับ REM แบบนี้ว่า สมองตื่น ในร่างที่ เป็นอัมพาต (active brain in a paralyzed body) ในช่วงนี้ การหายใจ จะไม่สม่ำเสมอ และช้าลงกว่าแบบที่ 1 และอาจจะ อ่อนตัวลง จนไม่มี ความตึงตัว (muscle tone) เหลืออยู่ ซึ่งเปรียบเหมือน อัมพาต ยกเว้นกล้ามเนื้อตา ที่ยังทำงาน ให้ตากระตุก เป็นพักๆ การหายใจ และการเต้นของหัวใจ (ชีพจร) ที่เร็วขึ้น ความดันเลือด ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในขณะที่ ตากระตุก เป็นพักๆ

ช่วงนี้ ปลุกให้ตื่นได้ง่าย หรืออาจตื่นเอง และมักจำ ความฝันต่างๆ ในช่วงก่อนตื่นได้

การหลับแบบตากระตุกกินเวลา 1-5 นาทีในครั้งแรก และจะนานขี้นๆจนนานถึง 20-40 นาทีได้เมื่อใกล้ตื่น

*แม้ว่าลักษณะการหลับของแต่ละคนจะคล้ายกัน แต่ระยะเวลาที่ หลับแบบต่างๆ หรือระยะต่างๆ จะไม่เท่ากัน อากัปกิริยา และท่าทางการนอน ของแต่ละคน ก็ไม่เหมือนกัน และไม่มี กฎเกณฑ์ ตายตัว ในเรื่องเหล่านี้ด้วย

นอนหลับนานแค่ไหนจึงจะพอ?

0
นอนหลับ

การหลับ คือ การหยุดพัก ของร่างกาย ชั่วครั้งชั่วคราว โดยไม่รู้สึกตัว และมักจะร่วมด้วย การนอนราบ การเงียบ หลับตา กรน หรืออากัปกิริยาใดๆ ที่มีส่วนช่วยแสดงว่า “หลับแล้ว”

การหลับ โดยทั่วไป มีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละคน และแม้แต่ในคนเดียวกัน ก็ยังแตกต่างกันไปในแต่ละอายุ แต่ละอารมณ์ แต่ละสถานที่ ฯลฯ

บางคนชอบนอนตั้งแต่หัวค่ำ ไปตื่นตอนเช้าตรู่ บางคนชอบนอนดึกแล้วตื่นสาย บางคนทำงานกลางคืน ก็นอนตอนกลางวัน ไปตื่นตอนใกล้ค่ำ ตามสะดวก หากไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตนเอง และผู้อื่นละก็ ถือว่า การนอนหลับนั้นปกติ ไม่มีอะไรต้องแก้ไข

คนที่หลับได้เต็มอิ่ม จะรู้สึกแจ่มใส สดชื่น โดยที่ความต้องการของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน บางคนนอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมง ก็เต็มอิ่ม แต่บางคน อาจต้อง นอน นาน 7 ชั่วโมง ถึงจะ กระปรี้กระเปร่า

คนที่นอนหลับไม่พอ หรือเกินพอ จะง่วงเหงา หาวนอน เกียจคร้าน สมองตื้อ อืดอาด ยืดยาด ทำงานทำการ ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ต้องรีบหาสาเหตุ แล้วรีบแก้ไข… จะทนสมองตื้อ อยู่ทำไมกัน …

7 อัญมณี และหินสี และความหมายของอัญมณีกับความรัก

0
แหวนเพชร

อัญมณี เป็นสิ่งล้ำค่า สวยงาม และมีความหมาย มาดูกันดีกว่าว่า อัญมณีที่มีความหมายเกี่ยวกับความรักมีอะไรกันบ้าง?

  1. เพชร (Diamond) อัญมณีที่ที่นิยมนำมาทำเป็นแหวนหมั้นมากที่สุด เพราะอะไรหรือคะ เพราะความหมายของเพชรก็คือ ความรักที่เป็นอมตะ ผู้ที่นำมาเป็นตัวแทนในแหวนหมั้นคนแรก คือ ดยุกแห่งออสเตรียแม๊กวิมิเลี่ยนคะ โดยสาวผู้เป็นตำนานคือ แมรี่แห่งเบอร์กันดี และได้ทำการสู่ขอกันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ.1477

แหวนมรกต

2. มรกต ( emerald ) เป็นตัวแทนของความรักที่สดใสในวัยรุ่น

แอเมทิสต์

3. แอเมทิสต์ ( Ameythyst ) เป็นพลอยที่นักบุญ S.t Valentine สวมใส่ตอนบอกรักคะ

ทับทิม

4. ทับทิม ( Ruby ) อัญมณีที่จะทำให้สมหวังในความรัก และมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว มั่นคง

Turquoise

5. เป็นหินของฝรั่งเขาค่ะ ทอร์ควอยส์ ( Turquoise ) เป็นหินที่ให้โชคในเรื่องของความรัก ช่วยให้ผู้สวมใส่ได้รับความปรารถนาดีและความซื่อสัตย์ภักดีจากคนรักหรือเพื่อนรักก็ได้นะจ๊ะ

โมรา

6. โมรา ( Agate ) อันนี้อ่านกันแล้วก็อย่าคิดมากกันนะค่ะ เล่าให้ฟังเฉยๆว่าเป็นอัญมณีที่สามารถเพิ่มพลังทางเพศได้


7. ลาพิสลาซูรี่ ( Lapis Lazury ) สีของหินชนิดนี้เหมือนท้องน้ำมากค่ะ มีทั้งสะเก็ดดาวและพื้นสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้ายามค่ำคืน และความหมายก็เด็ดค่ะ เขามีความเชื่อกันว่าเป็นหินที่มาจากฟากฟ้าจะทำให้ผู้สวมใส่มี ความรักที่นิจนิรันดร์

สุดท้ายเป็นความเชื่อของฝรั่งที่เกี่ยวกับแหวนหมั้น love me รักฉัน : แปลเป็นภาษาอัญมณีได้ดังนี้คือ…
ลาพิส ลาซูรี่ L [Lapis Lazuri] โอปอล O[Opal] หินเขียว V ( Verde antiqne ) มรกต E( Emerald ) ถ้ามีอัญมณีทั้งหมดเหล่านี้ประกอบกันอยู่ในแหวนหมั้น ก็หมายความว่า คุณเป็นหนึ่งเดียวในใจของเขาเลยล่ะค่ะ

สูตรขนมเบื้องไทย

0
ขนมเบื้อง

ขนมเบื้องไทย

ก. แป้งสําหรับละเลง

ใส่แป้งข้าวเจ้าผง 1 ถ้วย ผสมถั่วเขียวคั่วบดละเอียด 1 ถ้วย ร่อนรวมกัน 2 ครั้ง ผสมกับน้ำประมาณ 1 ถ้วย ไข่แดงดิบ ๆ 1/2 ฟอง ปูนแดง 1/6 ช้อนชา (ปูนทําให้กรอบไข่ทําให้ล่อนจากกะทะ) ผสมด้วยกันเตรียมสําหรับละเลง

ข. เครื่องหวาน

1. น้ำตาลทาหน้า ใช้น้ำตาลตะโหนดหรือน้ำตาลมะพร้าว (น้ำตาลปีกหรือน้ำตาลปีบ) 1 ถ้วยผสมน้ำ 1/2 ถ้วย ตั้งไฟให้เดือด และละลายทั่วกัน ทิ้งให้เย็น ต่อยไข่หนึ่งฟองตีให้ฟูผสมลงในน้ำตาล ให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่ง เตรียมสําหรับทาหน้า

2. ฝอยทอง ใช้ฝอยทองธรรมดา เส้นเล็กก็จะสวยดี มีให้ กระจายหรือถ้าสามารถทําไข่แมงดาได้ก็ยิ่งดี

3. มะพร้าวไม่แก่จัด ขูดให้เป็นเส้นสวยๆ

4. น้ำตาลทรายขาวอย่างละเอียด

5. ฟักหวานนั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ

6. ลูกพลับแห้ง (หายากอาจใช้กล้วยตากแทนได้ ถ้าชอบ)

7. งาขาวคั่วหอม (ถั่วเขียวถั่วเราะเปลือกไม่ค่อยอร่อย

ค. เครื่องเค็ม

1. กุ้งสําหรับขนมเบื้องเค็ม ใช้กุ้งนางประมาณ 1 ถ้วย (แยกมันไว้ต่างหาก) ผสมกับมะพร้าว 1 ถ้วย หอมแดงประมาณ 5 หัวทุบเสียก่อน แล้วสับรวมกับกุ้งและมะพร้าวเมื่อละเอียดแล้ว ผสมน้ำปลา น้ำตาลให้มีรสเค็มและออกหวานเล็กน้อย ส่วนมันกุ้ง นั้นทําให้สุกเสียก่อนแล้วเอามาผสมด้วย
2. มะพร้าวโรยหน้า ขูดแบบเดียวกับเครื่องหวาน
3. ผักชีเด็ดใบ
4. พริกไทยป่นใส่ขวดเตรียมไว้

เมื่อจัดเครื่องลงภาชนะเรียบร้อยแล้วก็เตรียมละเลงได้ ใช้ กะทะขนมผักกาดขนาดเล็กที่สุดตั้งบนเตา ใช้เตาแก๊สสะดวกใน การปรับไฟ และเหลืองสม่ําเสมอดีกว่าเตาถ่านมากเอากะทะ ที่สะอาดเรียบร้อยแล้วตั้งไฟใช้จ่า (สําหรับละเลงขนมเบื้องโดยเฉพาะ) ตักแป้งประมาณครึ่งจ่าเคาะลงบนกะทะใช้ใบจากดแป้งรีดออกไปให้ บางพร้อมกับหมุนจ่าไปรอบ ๆ เรียกว่าละเลงจนหมดแป้งดิบจึงหยุดได้ เมื่อเป็นแผ่นตามที่ต้องการแล้ว ก็ทาหน้าหวานหรือเค็ม และ โรยเครื่องที่กําหนดไว้ เมื่อเหลืองแล้วแซะพับกลาง ขนมเบื้องหวาน และต้องรับประทานร้อน ๆ จึงจะกรอบ สําหรับขนมเบื้องเค็มพิเศษ คือหน้าไข่ ผสมไข่ลงในกุ้งให้มาก ๆ เติมน้ำปลาน้ำตาลอีกนิดหน่อย เมื่อทาลงบนแผ่นแป้งใช้ขอบจ่าคุ้ยเขียไข่ให้ฟูขึ้นมาจะทําให้น่า รับประทานแล้วจึงโรยเครื่อง

 

หอยแครงค็อกเทล

0
หอยแครง

หอยแครงค็อกเทล

เครื่องปรุง

หอยแครงตัวใหญ่ 1 กิโลกรัม
ซอสมะเขือเทศ 3/4 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซอสเปรี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสพริกนิดหน่อย
หัวหอมสับละเอียด 1 ช้อนชา
หัวผักกาดขาวขูดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ล้างหอยแครงให้สะอาด นำมาเผาให้สุก แกะเอาแต่เนื้อ (อาจจะใช้วิธีลวกแทนก็ได้แต่อร่อยสู้เผาไม่ได้)
2. ผสมซอสมะเขือเทศ น้ำมะนาว ซอสเปรี้ยว หัวหอมสับซอสพริกหัวผักกาดขาวขูด เกลือ คนให้เข้ากัน
3. นำหอยแครงที่แกะไว้มาเคล้ากับซอสปรุงรส ที่ทำไว้ในข้อ 2

จัดหอมลงในถ้วยกระดาษฟอยล์เสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย

วิธีทำสุกี้ยากี้ และ สูตรน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง

0
วิธีทำสุกี้ยากี้

วิธีทำสุกี้ยากี้ และ สูตรน้ำจิ้มสุกี้กวางตุ้ง

สุกียากี้ กวางตุ้ง

เครื่องปรุง

หมูสไลด์ กุ้ง หอยนางรม ลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นปลา เนื้อปลา แมงกะพรุน ตับหมู ไข่ไก่ สำหรับเนื้อสัตว์แล้วแต่ชอบและหาได้ ผักบุ้ง ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย ต้นหอม วุ้นเส้น ตำลึง ผักก็เช่นเดียว กับเนื้อสัตว์จะใช้ผักอะไรก็ได้

น้ำซุป

หัวไชเท้า 1 หัว
หมูสามชั้น 1 ขีด
น้ำซุป 8-10 ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ล้างหัวไชเท้าล้างให้สะอาด ปอกเปลือกฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ใส่ในหม้อน้ำซุป
2.หั่นหมูสามชั้นบาง ๆ เล็ก ๆ เจียวจนกรอบหอมใส่ในหม้อน้ำซุป
3.ยกหม้อขึ้นตั้งไฟเคี่ยว 1/2 ชั่วโมง ใช้ไฟอ่อนใส่เกลือ น้ำตาล

เคล็ดลับ

น้ำจิ้ม ซอสพริกเผ็ดกลาง 1/2 ถ้วยตวง
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่วบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีหั่นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เวลาเสิร์ฟใส่ผักชีหั่นฝอย

วิธีทำแชมพูมะกรูด รักษาผมร่วง และช่วยให้ผมมีน้ำหนัก

0
แชมพูมะกรูด

แชมพูมะกรูด เป็นแชมพูสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติบำรุงหนังศีรษะ ช่วยเรื่องผมร่วง และทำให้ผมมีน้ำหนัก ผมสลวย และ เงางามค่ะ มาดูกันดีกว่า ว่ามีส่วนผสม และวิธีการทำอย่างไรบ้าง

ส่วนผสม

1.น้ำต้มสุก                         2 กก.

2.น้ำมะกรูด                      20 ลูก

3.หัวแชมพู                        1 กก.

4.ผงฟอง                        100 กรัม

5.ผงข้น                          150 กรัม

6.หัวน้ำหอม                     15 cc

วิธีทำ

นำมะกรูด 20 ลูก ต้มกับน้ำจนเปื่อย นำไปปั่นแล้วกรองเอากากทิ้งไป ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำน้ำต้มสุกเย็น 2 กก. ผสมกับหัวชมพู คนให้เข้ากันดี เติมน้ำมะกรูดที่ทำไว้ คนไปเรื่อยๆ เติมหัวน้ำหอม และผงฟอง ผงข้น คนละลายเข้ากันดี จากนั้นแบ่งบรรจุใส่ขวดสวยๆ

วิธีทำแชมพูสมุนไพรอัญชัน แก้ผมหงอก ผมดกดำเป็นธรรมชาติ

0
ดอกอัญชัน

ดอกอัญชัน เป็นไม้ดอกที่เราทราบสรรพคุณกันดีว่า สามารถช่วยให้เส้นผม หรือ ขน ดกดำได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมี เราเลยมีสูตร วิธีทำแชมพูสมุนไพรอัญชัน สำหรับแก้ผมหงอก มาฝากกันค่ะ สำหรับคนที่อยากทำแชมพูอัญชันด้วยตนเอง มาดูกันดีกว่า ว่ามีส่วนประกอบ และวิธีทำอย่างไรบ้าง

แชมพูอัญชัญ

วัตถุดิบ

  1. ดอกอัญชัญ                     1 กำมือ
  2. ลาโนลิน                      100 กรัม
  3. หัวแชมพู                        1 กก.
  4. ผงฟอง                        100 กรัม
  5. ผงข้น                         150 กรัม
  6. หัวน้ำหอม                    15 cc.
  7. น้ำสะอาด                      2 กก.

วิธีทำ

นำดอกอัญชัญ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 กก. จนเดิอด จากนั้นคั้นดอกอัญชัน นำกากทิ้งไป นำน้ำที่ได้ทิ้งไว้ให้เย็น เติมหัวแชมพู คนจนเข้ากัน เติมลาโนลิน หัวน้ำหอม ผงฟอง และผงข้น ค่อยๆคนจนเข้ากันดีแบ่งใส่ขวดสวยๆ

เรือกาบมะพร้าว ของเล่นโบราณไทย ที่ใช้วัสดุธรรมชาติ

0
เรือกาบมะพร้าว

เรือกาบมะพร้าว

วัสดุที่ใช้

1. กาบมะพร้าว

2. ไม้ไผ่

3. เส้นลวด

วิธีทํา

1. ตัดกาบมะพร้าวขนาดกว้างประมาณ 7-8 ชม. ทําเป็นลําเรือ

2. เอากาบมะพร้าวขนาดใกล้เคียงกัน แต่เหลา ด้วยมีดให้มีลักษณะเป็นรูปตัวคนที่มีส่วนหัว ส่วนตัว แล้วยึดติดกับเรือด้วยไม้กลัดที่เจียนจากไม้ไผ่

3. เหลากาบมะพร้าวให้มีลักษณะเหมือนต้นแขนคน แล้วติดแขนทั้ง 2 ข้างด้วยลวดเส้นเดียวกัน โดยยึดผ่านตัวรองตัวคน

4. ที่ปลายแขนของหุ่นคน ให้เหลาไม้ไผ่ให้มีรูปแบบพายของเรือ มาติดที่ปลายแขนทั้ง 2

วิธีเล่น

1. เอาเชือกหรือด้ายยึดติดที่หัวหุ่นคน แล้วนําไปแขวนไว้ได้ชายคาบ้าน ตรงที่มีลมดี

2. เมื่อลมพัดจะทําให้เรือแล่นไปมา ขณะเดียวกันแรงลมจะทําให้พายเรือหมุน ทําให้มี ความรู้สึกเหมือนเรือแล่นได้ เพราะคนกําลังพายเรืออยู่

3. อาจใช้ลอยเล่นในอ่างน้ำหรือบ่อน้ำก็ได้

ประโยชน์

1. การดูเล่นให้ความเพลิดเพลิน และเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อตาในเด็กเล็ก (กล้ามเนื้อมัดเล็n ที่ใช้กลอกตา

2. ส่งเสริมพัฒนาการด้านจินตนาการของเด็ก

3. เสริมความเข้าใจในเรื่องของลมกับการเคลื่อนไหวของวัตถุ

อายุที่เล่น

2 – 10 ปี

หมายเหตุ บางคนนําใบพายยึดติดที่ตัวคนเลยก็มี

วิธีสานปลาตะเพียน จากใบลาน ของเล่นโบราณจากภูมิปัญญาไทย

0
ปลาตะเพียน

ปลาตะเพียนสาน เป็น ของเล่นโบราณ มีประโยชน์ในการกระตุ้นพัฒนาการเด็กเล็ก ด้วยสีสันที่สดใส และรายละเอียดรูปร่าง การเคลื่อนไหว ที่จะดึงดูดให้เด็กเล็กสนใจ ผลิตจากภูมิปัญญาของชาวไทยสมัยก่อน ที่สร้างสรรค์ ทำของเล่น ให้ลูกหลานด้วยตัวเอง ในยุคสมัยที่ของเล่นที่ผลิตจากพลาสติกยังไม่ได้ถือกำเนิดและนำเข้ามาค่ะ

วิธีสานปลาตะเพียน จากใบลาน มีวิธีทำดังต่อไปนี้

วัสดุที่ใช้

1. ใบลานแห้ง
2. สี (เลือกใช้สีที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก)

วิธีทํา

1. ใช้ใบลานที่แห้งแล้วสานให้เป็นรูปปลาตะเพียน โดยมีขนาดตัวใหญ่ หรือเล็กตามที่ต้องการ

2. ใช้เข็มและด้ายในการร้อยปลาตะเพียนแต่ละตัวให้เป็นพวง และส่วนบน เป็นส่วนที่จะนําไปใช้
ผูกกับตะปูหรือตะขอ

3. ระบายสีให้สวยงาม

วิธีเล่น

1. นํามาแขวนไว้เหนือที่นอนเด็กหรือเหนือเปลเด็ก

2. อาจจะใช้มือช่วยดันหรือทําให้พวงปลาตะเพียน
เคลื่อนไหว

3. เด็กจะมองตามด้วยความเพลิดเพลิน

ประโยชน์

1. ส่งเสริมพัฒนาการเด็กในเรื่องกล้ามเนื้อตา (กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ใช้กลอกลูกตา ในขณะ จ้องมองหรือมองตามการเคลื่อนไหวของปลาตะเพียน ที่มีสีสันสวยงาม

2. เสริมสร้างพัฒนาการในการเรียนรู้สีสันและรูปทรงวัตถุผ่านสายตา

3. ใช้เปลี่ยนความสนใจของเด็กในกรณีงอแง ให้มาสนใจเกี่ยวกับสีสัน และการเคลื่อนไหวของ ปลาตะเพียน

อายุที่เล่น

แรกเกิดจนถึง 1 – 2 ปี

100 ปี แซง-แต็ก ซูเปรี จากไปรษณีย์ใต้-เจ้าชายน้อย

0

เจ้าชายน้อย

นิยายเรื่อง เจ้าชายน้อย คงอยู่ในหัวใจของนักอ่านทั่วโลก โดยไม่มีใครปฏิเสธ แม้แต่ธนบัตรรัฐบาลของฝรั่งเศส (แบงค์ 50 ฟรังค์) ภาพของซูเปรี และภาพประกอบจากเรื่องเจ้าชายน้อย ปรากฏในรูปธนบัตร แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลฝรั่งเศสนั้นให้ความสำคัญแก่วรรณกรรม ให้ค่าแก่คุณค่าของงานเขียน ตอนที่ธนบัตรออกมาใหม่ๆ ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะหาธนบัตรใบนั้นมาครอบครอง แถมยังอิจฉาประเทศของเขาที่มองวรรณกรรมในระดับที่ สามารถเอามาเป็นแบงค์ได้ เมื่อลองมองย้อนมาที่เมืองไทยแล้ว วิสัยทัศน์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นในระดับรัฐบาล

 

แซง-แต็ก ซูเปรี เกิดวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2443 หรือ ค.ศ.1900 ที่เมืองลียอง ประเทศฝรั่งเศส เขาเป็นบุตรชายคนที่สาม จากพี่น้องสี่คน บิดาของซูเปรีเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุ 4 ขวบ มารดาพาครอบครัวไปอาศัยกับ มาดามตริโกด์ ในวัยเยาว์ซูเปรีเป็นเด็กร่าเริง อายุ 14 ปี เข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียน แซงค์-ฌอง ที่เมืองไฟบวร์ก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเรียนจบมัธยม ซูเปรสามารถสอบเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมนายเรือ แซงต์ หลุยส์ กรุงปารีสแต่สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน จนกระทั่งวันที่ 2 เมษายน ค.ศ.1921ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหาร ประจำกองบังคับการบิน ที่เมืองสตราส์บูร์ก ซูเปรีฝึกบินอย่างหนัก จนได้รับใบอนุญาติเป็นนักบินอาชีพ

 

ต่อมาเขาเริ่มงานแรกกับบริษัท ลาเตโกแอร์ ที่เมืองตูลูส เป็นนักบินระหว่างเส้นทางตูลูส กับคาซาบลังก้า จนกระทั่งถูกส่งไปรับตำแหน่ง หัวหน้าควบคุมการบินที่ กาพ ซูบี ในประเทศโมร็อคโค แอฟริกา
ที่โมร็อคโค เขามีหน้าที่จัดเก็บถุงพัศดุไปรษณีย์ และคอยช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุเนื่องจากการบิน นี่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขาเขียนนิยายเรื่องแรก “ไปรษณีย์ใต้” ( Southern Mail ) ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ.1928

เที่ยวบินกลางคืนหลังจากนั้นเขาเข้าทำงานกับบริษัท อาเอปอสตา ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งอากาศ ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โดยบุกเบิกเส้นทางการบินระหว่าง บัวโนสไอเรส กับปุนตา-อาเรนัส จนกระทั่งปี ค.ศ. 1931 จึงแต่งงานกับ กอนซูเอโล ซุนซิน หลังจากบริษัท อาเอโรปอสตา ล้มละลาย จึงลาออกจากงานในอเมริกาใต้ ไปประจำการเที่ยวบินกลางคืนระหว่าง กาซาบลังกา กับ ปอร์-เอเตียน ที่นี่เองที่ทำให้เขาเขียนนิยายเรื่องที่สองคือ “เที่ยวบินกลางคืน” ( Night Fight ) ทำได้ 3 ปี จึงเข้าทำงานให้กับบริษัท แอร์ฟรานซ์ ในแผนกประชาสัมพันธ์ ในปี ค.ศ.1935 พยายามจะทำลานสถิติเวลาการบินระหว่างปารรีสไปยัง ไซง่อน แต่เครื่องบินขัดข้องอัปปางในทะเลทรายลิเบีย

 

ส่วนนิยายเรื่องที่สาม เขาใช้เวลาระหว่างพักรักษาตัวการเครื่องบินตก นิยายเรื่องนี้คือ Wind, Sand and Stars นิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลกรองด์ พรีซ์ ดู โร ม็อง จากราชบัณฑิตฝรั่งเศส เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาถูกเกณฑ์ให้ไปเป็นผู้สอนเทคนิคการขับขี่เครื่องบิน ทว่าเขากลับออกบินเสยเอง โดยได้ร่วมกับหน่วยลาดตระเวน และทำให้เขาเขียนนิยายเรื่องที่ 4 คือ Fight to Arras
จนกระทั่งกลางปี ค.ศ. 1942 เขาจึงได้เขียนนิยายเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ( The Little Prince ) ในช่วงหลังเขาไม่ได้ถูกส่งให้บินบ่อยนัก เนื่องจากอายุมากขึ้น เขาใช้เวลาช่วงนี้เขียนนิยายเรื่องสุดท้าย Gitadelle หรือ The Wisdom of the Sand

จนกระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ.1944 เขาออกบินตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า จนล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงครึ่งก็ยังไม่ปรากฏแม้เงาแสงจากปีกเครื่องบิน เขาหายสาปสูญ โดยที่เราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าซูเปรีจบชีวิตลงอย่างไร

 ผลงานของ อังตวน เดอ แซงแต็ก ซูเปรี

1. Southern Mail ผลงานเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยแล้วชื่อว่า “ไปรษณีย์ใต้” แปลโดย นารีรัตน์

2. Night Fight ผลงานเรื่องนี้แปลเป็นภาษาไทยชื่อปกว่า “เที่ยวบินกลางคืน” ผู้แปลคือ “คันธา ศรีวิมล” ซึ่งมีผลงานแปลมาแล้วหลายเล่ม

3. Wind, Sand and Stars

4. The Little Prince “เจ้าชายน้อย” แปลเป็นภาษาไทยหลายสำนวน แต่ที่ผมรู้สึกว่าดีที่สุดคือสำนวนของ อำพัน โอตระกูล ซึ่งแปลโดยตรงจากภาษาฝรั่งเศส และพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพาณิช เล่มนี้ราคาถูกมาก แม้จะพิมพ์ด้วยกระดาษปรู๊ฟ เพราะเท่าที่มีผู้นำมาจัดพิมพ์ใหม่ ราคาตกเล่มละ 100 กว่าบาท ซึ่งราคาดังกล่าวสูงมาก และหนังสือก็สวยเกินไป เหมือนทำเอาไว้สำหรับการสะสมมากกว่าเอาไว้ทำไว้อ่าน

5. Airman’s Odyssey
6. Wartme Writings

Latest news