หน้าแรก บล็อก หน้า 3

จากทุ่งสีกันถึงรังสิต เยี่ยมบ้านสุชาติ สวัสดิ์ศรี

0

สุชาติ สวัสดิ์ศรี อดีตบรรณาธิการ “โลกหนังสือ” , “สังคมศาสตร์ปริทรรศ” , “บานไม่รู้โรย” และ “ช่อการะเกด” เขาผ่านงานบรรณาธิการมาอย่างโชกโชนและต่อเนื่อง ผ่านช่วงวิกฤติทางการเมือง ทางธุรกิจหนังสือมาหลายยุคหลายสมัย

ณ วันนี้ สุชาติ สวัสดิ์ศรี พำนักอยู่บ้านย่านดอนเมือง ในสวนริมทางรถไฟ ดูเหมือนเขาจะมีความผูกพันกับรถไฟอยู่ไม่มากก็น้อย และเคยเอ่ยปากบ่อยครั้งว่า “ผมเป็นคนโลว์เทค”

เป็นโอกาสที่ดีที่พวกเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมพี่สุชาติ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากงานหนังสือริมน้ำครั้งสุดท้าย
ผม , เอื้อ อัญชลี , สุภาพ พิมพ์ชน , ทินกร หุตางกูร , ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร และปรียา รวมตัวกันสองแห่งคือที่ท่าพระจันทร์ และบ้านทินกร ก่อนจะไปยังจุดหมายของเรา…รังสิต

บ้านเดิมของพี่สุชาติอยู่ที่ทุ่งสีกัน จนกระทั่งถูกกลุ่มนายทุนไล่ที่ พี่สุชาติจึงต้องหาที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านแห่งใหม่ จนกระทั่งมาได้ที่แถวดอนเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่ค่อนข้างดี เพราะสมัยที่มาซื้อผืนดินแถบนี้ยังเป็นสวน มีเพียงทางรถไฟตัดผ่านเท่านั้น

แต่ในปัจจุบันซอยทางเข้ามหาวิทยาลัยรังสิต ทำให้ที่ดินแถบนี้มีราคาสูงขึ้น นอกจากจะมีถนนตัดผ่าน ยังมีถนน Local Road ตัดขนานทางรถไฟ ทำให้การกระจายตัวของหมู่บ้านจัดสรรค์ขยายวงกว้าง

เรามาถึงบ้านพี่สุชาติราว ๆ บ่ายสองโมง อากาศร้อนอบอ้าว ผมเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นั่นนานมากสักสองปีก่อน สภาพที่เห็นครั้งก่อนกับครั้งนี้จึงแตกต่างกัน
แต่ทางเข้าบ้านพี่สุชาติยังคงเหมือนเดิม และยิ่งร่มรื่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

ตอนแรกเราหลงทิศ และหาบ้านไม่เจอ จึงต้องสอบถามจากชาวบ้านแถวนั้น บังเอิญพี่ศรีดาวเรือง ขี่จักรยานออกมาซื้อของ เราจึงโชคดีที่ไม่ต้องขับรถหา

อันที่จริงจุดหมายของเรานอกจากจะมาเยี่ยมพี่สุชาติแล้ว ผมยังมีเป้าหมายที่รอคอยมานานคือ มาชมภาพเขียน ภาพพิมพ์ ของพี่สุชาติ

เมื่อเข้ามาถึงบริเวณบ้าน เราก็พบกับรูปเขียนต้อนรับ ที่พี่สุชาติเขียนขึ้นเป็นพิศษ

บริเวณบ้านมีตัวเรือนด้วยกัน 3 หลัง เรายังเห็นกล่องใส่หนังสือ และต้นฉบับมากมายกองอยู่ พี่สุชาติบอกว่านี่เป็นผลพวงจากการย้ายมาจากบ้านเก่า ทุกวันนี้ยังหาที่เก็บหนังสือได้ไม่ไหมด เพราะมีเยอะมาก บางกล่องต้องนำมาไว้ข้างนอก เสี่ยงต่อมดต่อปลวกพอสมควร

บริเวณบ้าน ซึ่งเรือนหลังนี้นอกจากจะเป็นห้องสมุดแล้วยังเป็นที่เก็บผลงาน ทางด้านภาพเขียนและภาพพิมพ์ เอาไว้จำนวนมาก จากการไถ่ถามพี่สุชาติ เราจึงรู้ว่าพี่สุชาติใช้เวลาเขียนภาพมากว่าสี่ห้าปีแล้ว

 ส่วนบริเวณนี้เป็นสวน ปลูกทั้งพืชสวนครัว ไม้ผล แล้วก็ไม้ประดับ พี่ศรีดาวเรืองยังเลี้ยงปลาดุกเอาไว้ในบ่อข้างเรือนสองชั้นด้วย

 

โต๊ะทำงาน ที่นั่งเขียนหนังสือ มองออกไปเป็นสวน บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองเอกสารอ้างอิง

 

 

จากซ้ายชุดขาว ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร , ทินกร หุตางกูร คนที่สามเสื้อเข้ม สุภาพ พิมพ์ชน หันหน้าให้กล้องคือ เอื้อ อัญชลี และพี่สุชาติ ในอริยาบทสบาย ๆ ช่วงบ่ายคล้อย แสงแดดสีเหลืองอบอุ่น

เรานั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ หลายเรื่องหลากรส ทั้งงานชุมนุมช่างวรรณกรรมครั้งล่าสุด ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม 2544 ซึ่งเป็นงานระลึกถึง 96 ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ซึ่งเวลาหายไปหนึ่งปี จากการเปลี่ยนแปลงเวลาในช่วงที่ จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ประกาศ พี่สุชาติให้ทัศนะว่า ยังกับหนังแนวไซไฟ :-) ) และ 72 ปี คณะสุภาพบุรุษ
เราคุยกันจนถึงบทวิพากษ์ของธดา ที่มีต่อซัมเมอร์ และ อะ เดย์
จนกระทั่งช่วงเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง

พี่สุชาติ กำลังเปิดผลงานภาพเขียนสีน้ำมันให้ศักดิ์ชัยชม ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะผลงานมีนับร้อย ๆ ชิ้น บางชิ้นใส่อยู่ในกรอบ บางชิ้นวางซ้อนทับ ส่วนภาพสเก็ตก็เก็บอยู่ในแฟ้มอย่างดี

แต่ละภาพมีหลายยุค ทำให้เห็นวิวัฒนาการในการเขียนภาพ (ภาพบน ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร กำลังชมภาพอย่างตื่นตะลึง)

ภาพบางส่วนใน Gallery ส่วนตัว ซึ่งมีมากพอ ๆ กับหนังสือ ระหว่างที่เราทั้งเปิดดู ทั้งงัดดู พี่สุชาติก็จะอธิบาย เทคนิคของการทำภาพชิ้นนั้น ๆ ให้ทราบ และแกถ่อมตัวว่าฝีมือยังอยู่ในขั้นอนุบาล แต่เท่าที่เราเห็นนั้น พิสูจน์ได้ว่าเป็นการเขียนภาพที่เอาจริงเอาจัง และมีพัฒนาการในการเขียนเป็นอย่างยิ่ง เราจึงคิดกันเล่น ๆ ว่าที่แกไม่เขียนเรื่องสั้นนั้น เป็นเพราะเอาพลังสร้างสรรค์มาปล่อยกับงานศิลปะนี่เอง :)
วันนั้นเราอยู่จนกระทั่งหัวค่ำ เอื้อ อัญชลี และสุภาพต้องกลับไปเลี้ยงแมวที่นครปฐม ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร เตรียมตัวไปปากช่องเขียนหนังสือ ส่วนทินกร หุตางกูรกำลังแก้ไขเรื่องสั้น “ทัจมาฮาล” เรื่องรักโรแมนติคที่กำลังจะรวมในหนังสือ “เรื่องรักธรรมดา” เราจึงจำต้องลาจากกันอีกครั้ง แต่การจากลาก็คือ การเริ่มต้นพบกันอีกครั้งหนึ่ง

 

ที่มา Thaiwriter.net

วิธีทำแจ่วฮ้อน และน้ำจิ้มรสเด็ด

0
แจ่วฮ้อน

แจ่วฮ้อน ก็เป็นอาหารสไตล์สุกี้ แต่มีเอกลักษณ์แบบอีสาน ใช้เนื้อสัตว์ลวกกับน้ำซุปร้อนๆ ที่หอมด้วยสมุนไพรไทย และจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด เป็นรสชาติที่ชวนติดใจ สามารถเพิ่มเนื้อสัตว์ บะหมี่ ผัก ได้หลากหลายตามความต้องการ มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่า แจ่วฮ้อน มีวิธีทำอย่างไรกันบ้าง

แจ่วฮ้อน

เครื่องปรุง

เนื้อน่องวัวหั่นขวางบาง ๆ
หรือจะใช้เนื้อสัตว์อื่นๆ ลูกชิ้น เกี๊ยว ของสด ได้ตามต้องการ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
เหล้า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดหั่นฝอย
น้ำซุป น้ำสะอาด 2-3 ถ้วย
รากผักชี 2 ต้น
ตะไคร้ทุบหั่น 2 ต้น
ใบมะกรูด 3-4 ใบ
ผักชีฝรั่งหั่น 3 ต้น
ข่า 2 แว่น
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

แจ่วฮ้อน

น้ำจิ้มแจ่ว

พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป 1/4 ถ้วยตวง
มะนาว 2 ลูก
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้รสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม

เตรียมผักสด กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ใบโหระพา ผักบุ้งจีน ใบสะระแหน่

วิธีทำ

  1. นำเนื้อ มาหมักกับน้ำมันหอย เหล้า น้ำปลา ใบมะกรูดหั่นฝอยเคล้าให้เข้ากัน แช่ตู้เย็นไว้ 1 ชั่วโมง
  2. วิธีรับประทาน น้ำซุปตั้งไฟ เมื่อน้ำเดือดลวกเนื้อจิ้มน้ำจิ้ม คล้ายสุกียากี้

ปลาหมึกสอดไส้ย่าง

0

ปลาหมึกสอดไส้ย่าง

เครื่องปรุง

ปลาหมึกกล้วยขนาดกลาง 5 ตัว
กุ้งสับ หมูสับอย่างละ 1/4 ถ้วยตวง
ซีอิ๊วขาว น้ำปลา อย่างละ 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น น้ำตาลทรายอย่างละ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

1.หมักหมูสับ กุ้งสับ น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น เคล้าให้เข้ากัน

2.ล้างปลาหมึกให้สะอาด สงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

3.เอาเครื่อง (ข้อ 1) ยัดไส้ใส่ปลาหมึก แล้วเอาหัวปลาหมึกสอดกลับเข้าไปคืน อาจใช้ไม้กลัดช่วยติดเพี่อจะได้ไม่หลุด

4.เอาปลาหมึกขึ้นย่างบนเตาถ่าน ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน พลิกกลับไปมาจนปลาหมึกสุกทั่ว

5.เวลารับประทานหั่นแว่น เป็นชิ้นพอคำ รับประทานกับน้ำจิ้ม

หมายเหตุ นึ่งปลาหมึกก่อนย่าง พอสุกจะย่างง่ายขึ้น

น้ำจิ้ม

โขลกพริกขี้หนู 5 เม็ด กระเทียม 5 กลีบ ใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสตามชอบ

เสน่ห์อาชา เมนูอาหารแปลกๆ

0

เสน่ห์อาชา

เครื่องปรุง

เนื้อหมูสับละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
เนื้อกุ้งบดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
เนื้อปูแกะแล้ว 1/2 ถ้วยตวง
รากผักชี กระเทียม โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมหั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมแช่น้ำจนนิ่มหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่เป็ดแยกไข่ขาว ไข่แดง 1 ฟอง
นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ไข่เค็มดิบใช้แต่ ไข่แดง 2 ฟอง
ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ
ซอสพริก
แตงกวา
มะเขือเทศ
สับประรด

วิธีทำ

1.ผสมเนื้อหมู เนื้อกุ้ง เนื้อปู รากผักชี กระเทียม พริกไทย ต้นหอม เห็ดหอม นมสด แป้งมัน ไข่ขาว ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เคล้าให้เข้ากัน

2.ไข่เค็มดิบหั่นเป็นชิ้นเล็กปั้นเป็นก้อนกลม สำหรับแต่งหน้า

3.ทาน้ำมันในถ้วยตะไลหรือพิมพ์ให้ทั่ว จากนั้นนำส่วนผสมที่เตรียมไว้ใส่ลงให้พูน วางไข่เค็มดิบตรงกลาง ทาด้วยไข่แดงให้ทั่ว วางผักชี ตกแต่งให้ดูสวยงาม นำไปนึ่งประมาณ 8-10 นาที พอสุกทิ้งไว้ให้เย็น แกะออกจากพิมพ์ รับประทานกับซอสพริก แตงกวา มะเขือเทศ สับปะรด

วิธีทำมัสมั่นหมูเสียบไม้

0

มัสมั่น เป็นอาหารไทยที่มีรสชาติอร่อย และเคยได้แชมป์อาหารอร่อยที่สุดในโลกมาแล้ว ด้วยความกลมกล่อมของรสชาติ ที่มีความหวาน มัน และไม่ได้เผ็ดร้อนจนเกินไป ต่างชาติก็สามารถรับประทานได้ง่าย ในสูตรนี้จะเห็นว่ามีส่วนผสมเยอะ จะเป็นพวกเครื่องเทศต่างๆ  เพื่อให้มีกลิ่นหอมครบเครื่อง แต่ก็ทำได้ไม่ยาก ถ้าทำตามไปทีละขั้นตอน คราวนี้เราจะไม่ได้ทำแกงมั่นมั่นธรรมดา แต่จะนำเอาเนื้อหมูมาเสียบไม้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ เอาล่ะ เรามาเตรียมส่วนผสม เครื่องปรุง และ วิธีทำมัสมั่นหมู กันเลยดีกว่าค่ะ

สูตรมัสมั่นหมู

เครื่องปรุง

เนื้อหมูสันนอกแล่เป็นแผ่นตามยาว 1/2 กิโลกรัม
รากผักชี พริกไทย กระเทียมโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
มันฝรั่งต้มสุก หั่นเป็นชิ้นสำหรับเสียบไม้
ไม้สำหรับเสียบ
น้ำพริกแกงมัสมั่น 100 กรัม
น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกแกงมัสมั่น พริกแห้ง 15 กรัม
หอมเล็กซอย 20 กรัม
กระเทียมซอย 15 กรัม
ตะไคร้ซอย 15 กรัม
ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
ข่าซอย 1 ช้อนชา
รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกผักชีป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา
อบเชยป่น 1/4 ช้อนชา
ดอกจันทน์ 1 ดอก
กานพลู 1 ช้อนชา
ลูกจันทน์ 1/4 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 65 กรัม
ลูกกระวาน 6 ลูกไว้ลอยหน้า
ใบกระวาน 3-4 ใบไว้ลอยหน้า
เกลือ 1 ช้อนชา
กะปิ 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1.น้ำพริกมัสมั่น หั่นพริกแห้งเป็นท่อน ๆ คั่วพริกกระเทียม หัวหอม ตะไคร้ ผิวมะกรูด ข่า รากผักชี ลูกผักชี ยี่หร่า อบเชย ดอกจันทน์ กานพลู ลูกจันทน์ พริกไทย พอเหลืองโขลกให้ละเอียดใส่เกลือ กะปิโขลกต่อจนเข้ากันดี นำไปผัดน้ำมันให้หอม ใช้น้ำมัน 1/2 ถ้วยตวง ตักขึ้นใส่ลูกกระวานและใบกระวานลอยหน้า

2.นำหมูที่แล่แล้วมาเคล้ากับรากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกไว้ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย หมักทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที

3.กระทะตั้งไฟใส่หัวกะทิลงผัดกับน้ำพริกแกงมัสมั่นจนแตกมันหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก ชิมรสให้จัดออกทั้ง 3 รส จะใช้หวานนำ

4.ใส่หมูลงในน้ำพริกแกงมัสมั่นคนพอเข้ากันยกลงไม่ต้องให้หมูสุก หมักทิ้งไว้ 1/2 ชั่วโมง นำมาเสียบไม้ตกแต่งด้วยมันฝรั่งและหอมใหญ่ นำไปย่างจนสุกเวลาย่างให้ใช้น้ำที่หมักหมูทาด้วยเวลาย่าง

สูตร เนื้อย่าง หมูย่างเจงกิสข่าน

0

สูตร เนื้อย่าง หมูย่างเจงกิสข่าน

เครื่องปรุง

เนื้อสันใน 500 กรัม

ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ

ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ

มันหมูสดชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ (จะใช้หมูแทนก็ได้)

วิธีทำ

1.หั่นเนื้อเป็นชิ้นบางและใหญ่พอสมควร

2.เคล้าเนื้อกับซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง

3.นำเนื้อมาปิ้งบนกระทะเจงกีสข่าน ซึ่งเป็นกระทะเนิน มีรูเล็ก ๆ ทั่วกระทะ โดยเอามันหมูวางตรงกลางบนเนินกระทะ แล้วจึงวางเนื้อหมักไว้รอบ ๆ กระทะ จะย่างพอสุก ย่างจนเกรียมก็ได้ตามใจชอบ

4.เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

น้ำจิ้ม

เต้าเจี้ยวโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงโขลกกับกระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน ชิมให้รสจัด

รับประทานกับเนื้อย่างเจงกีสข่านจะใส่ผักกะหล่ำปลีก็ได้

3 วิธีแต่งหน้าใสๆ ตามสไตล์สาวๆ ต่างลุค

0
วิธีแต่งหน้าใส

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันพักผ่อนสบาย ๆ ของสาว ๆ ถ้าไม่นอนเล่นดูทีวีอยู่ที่บ้าน เชื่อว่ากิจกรรมที่โปรดปรานของคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นการ shopping นะคะ สำหรับสาวบางคนอาจชอบไปเล่นกีฬา หรือว่าเดินเล่นสบาย ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆที่คุณชื่นชอบ ถึงจะเป็นวันสบาย ๆ แต่งตัวตามสไตล์ลำลองแบบง่าย ๆ แต่ที่ลืมไม่ได้สำหรับสาว ๆ ก็คือ คงไม่ปล่อยให้ใบหน้าตัวเองดูโทรมจนจำไม่ได้หรอกนะคะ

ครั้งนี้เราจึงมีเคล็ดลับการแต่งหน้าในวันสบาย ๆมาฝากค่ะ เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ยึดคติที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ต้องสวยและมั่นใจเสมอค่ะ

สำหรับสาวสวยแบบหวาน ๆ เวลาแต่งหน้าให้ใช้อายแชโดว์สีชมพูเนื้อมุกทาให้ทั่วเปลือกตา และเน้นเส้นขอบตาล่างด้วยสีน้ำตาล เกลี่ยให้กลมกลืนด้วยคัตตั้นบัต และทาทับด้วยสีชมพูอีกครั้ง ทาริมฝีปากด้วยลิปสีชมพูมุก และทาทับด้วยลิปมันอีกครั้ง

ส่วนสาวที่มาดเท่ เก๋ไม่เหมือนใคร ให้เลือกอายแชโดว์สีชมพูชนิดด้าน หรือไม่มีมุกทาให้ทั่วเปลือกตา และเน้นอายไลเนอร์ด้วยสีน้ำตาล ส่วนริมฝีปากให้ใช้ดินสอเขียนขอบปากที่เส้นขอบปากด้านใน ทาลิปสติก และทาทับด้วยลิปมันอีกครั้ง

และสำหรับสาวเปรี้ยว หลังจากทาเปลือกตาด้วยสีชมพูแล้ว ให้เน้นเส้นอายไลเนอร์ที่ขอบตาด้านบนและลากหางให้ยาว รับรองว่าเปรี้ยวสมใจแน่ค่ะ ส่วนริมฝีปากให้ทาด้วยลิปสติกชนิดเหลวสีชมพูมุก แต่ไม่ต้องเขียนขอบปากนะคะ

อย่าลืมนะคะว่า ไม่ว่าจะเป็นวันไหน ๆ แม้แต่วันสบาย ๆ จะออกไปเดินเล่น หรือแค่ไปชอปปิ้ง คุณก็สามารถแต่งแต้มสีสันให้ใบหน้าของคุณสวยปิ๊งได้เช่นกันค่ะ

วิธีเลือกใช้วัสดุกันซึมบนหลังคา

0
วัสดุกันซึม หลังคา

หลังจาก เลือกกระเบื้องมุงหลังคา เลือกโครงหลังไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการใช้วัสดุกันซึมบนหลังคา เพราะวัสดุในส่วนนี้จะช่วยเสริมให้หลังคาบ้านของคุณ ไม่ต้องพบกับปัญหาน้ำฝนซึมเข้ามาตามร่องหลังคา

การเลือกใช้วัสดุกันซึมบนหลังคานั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณของท่านเจ้าของบ้านว่ากันในส่วนนี้ไว้มากน้อยเพียงใด เพราะวัสดุกันซึมบนหลังคานั้น มีอยู่สองชนิดคือแบบแผ่นและแบบทา มาลองดูแบบแผ่นกันก่อน วัสดุกันซึมบนหลังคาแบบแผ่นนั้นจะต้องปูแผ่นกันซึมบนพื้นที่ที่จะป้องกันแล้วเทปูนทรายทับ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันน้ำฝนซึมบนหลังคาและราคาก็จะสูงตามไปด้วย ในขณะที่อีกแบบหนึ่งคือแบบทาจะมีวิธีการใช้ที่สะดวกกว่าคือทาไปบนผิวส่วนนั้นเลย ราคาจะถูกกว่าในแบบแผ่นและประสิทธิภาพก็จะด้อยกว่า การใช้วัสดุกันซึมชนิดทานี้ สามารถใช้ได้กับถังเก็บน้ำดื่ม เพียงแต่คุณต้องเลือกใช้ชนิดที่ระบุว่าสามารถใช้ได้กับถังเก็บน้ำ เพราะมิเช่นนั้นหากใช้วัสดุกันซึมแบบทาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปจะทำให้น้ำนั้นมีสารพิษปนเปื้อนเข้าไปได้

ดังที่กล่าวไปในข้างต้นแล้วว่าวัสดุสำหรับกันซึมบนหลังคานั้นท่านเจ้าของบ้านจะเลือกใช้แบบใดขึ้นอยู่กับงบประมาณที่กันไว้สำหรับส่วนนี้ ซึ่งที่พบเห็นโดยทั่วไปจะนิยมใช้แบบทา เพราะประหยัดและใช้งานได้รวดเร็ว แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า แบบแผ่นอาจทำให้ท่านเจ้าของบ้านต้อง ซ่อมแซมหลายในส่วนที่ทากันซึมหลายครั้ง ซึ่งบางทีราคาอาจพอๆกับการใช้แบบแผ่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในครั้งแรกก็เป็นได้

เช็คว่าอ้วนไหม แค่ไหนเรียกว่าอ้วน

0
เช็คว่าอ้วนไหม

เช็คว่าอ้วนไหม แค่ไหนเรียกว่าอ้วน ตอนนี้…ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน ใครๆ ก็กำลังหันมาสนใจเรื่องของโรคอ้วนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะภาครัฐ ที่เริ่มหันมาสนใจเรื่องโรคอ้วนในวัยเด็ก ที่จะต่อเนื่องไปถึงโรคอ้วนในผู้ใหญ่มากขึ้น หลังจากพบว่า ขนมคบเคี้ยวทั้งหลาย ทำให้เกิดโรคอ้วนในหมู่เด็กมากขึ้นกว่าในอดีต

เพื่อให้ไม่ตกสมัย และเป็นการชักจูงให้คุณๆ กลับมาสนใจในรูปร่างและน้ำหนักของตัวเองมากขึ้น จึงอยากจะชวนให้ทุกคนลองมาทดสอบดูซิว่า คุณอ้วนเกินไปหรือเปล่า

วิธีการทดสอบ ที่จริงแล้วก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่นิยมกันมากที่สุด คือการใช้น้ำหนัก ส่วนสูง มาคำนวณเพื่อประเมินผล หาค่าดัชนีมวลของร่างกาย และการวัดปริมาณไขมันในร่างกาย โดยใช้เครื่องมือวัด แต่เอาเป็นว่า คำนวณกันง่ายๆ จากน้ำหนักและส่วนสูงเองก็แล้วกัน

น้ำหนักปกติ หมายถึง น้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับความสูง เป็นสูตรที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คือความสูง – 100 – 10% เช่น ถ้าคุณสูง 170 เซนติเมตร ก็เอา 170-100-10% = 63 กก. นั่นคือน้ำหนักปกติ

ส่วนค่าดัชนีมวลของร่างกาย คำนวณได้ด้วยการเอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ซึ่งค่าของดัชนีมวลของร่างกายควรอยู่ในช่วง 18.5-22.9 เช่น ถ้าคุณหนัก 70 กก. สูง 1.75 ม. ก็นำเอา 70 หารด้วย (1.75) ยกกำลังสอง = 22.85 ก็ถือว่าน้ำหนักคุณปกติมาตรฐาน

บางครั้งคุณรู้สึกอึดอัด เพราะน้ำหนักตัวเพิ่ม บางทีถึงขั้นสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่ได้ ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคอ้วน มันไม่ใช่เสมอไปนะครับ เพราะถ้าน้ำหนักที่คำนวณได้มากกว่าที่ควรเป็น 10% แต่ไม่เกิน 20% จัดว่าน้ำหนักตัวปกติก็จริง แต่ก็ยังไม่ถึงกับอ้วน เช่น ถ้าสูง 170 ซม. น้ำหนักตัว 70 กก. อันนี้ถือว่าน้ำหนักตัวเกิน แต่ยังไม่อ้วน ถ้ามากกว่านี้ ถึงจะเข้าข่ายอ้วน เช่น ในความสูง 170 ซม. แต่น้ำหนักสุงถึง 75-80 กก. เป็นต้น

ลองคำนวณดูก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งไปกังวลกับการลดน้ำหนัก และถ้าคุณยังไม่อ้วน น้ำหนักตัวปกติ ก็พยายามรักษาความเป็นปกตินั่นไว้ให้เหนียวแน่น อย่าให้ไขมันมาอัดอยู่ที่พุงคุณได้เป็นอันขาด เสียบุคลิกและความมั่นใจแย่ครับ

7 วิธีออกกำลังกายในห้องน้ำ กระตุ้นร่างกายยามเช้าพร้อมรับวันใหม่

0
ออกกำลังกายในห้องน้ำ

ออกกำลังกายในห้องน้ำ ในตอนเช้า สามารถทำได้ในขณะที่คุณอาบน้ำ คุณสามารถบริหารร่างกายได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปออกกำลังกายนอกบ้าน  จะช่วยให้คุณได้ยืดเส้นยืดสาย จากการที่คุณนอนหลับพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน เส้นสายตามร่างกายก็จะขดตัวตามไป ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่จะออกไปทำภารกิจนอกบ้าน คุณสามารถ ออกกำลังกายในห้องน้ำ ได้หลายวิธีดังนี้ครับ

 

ขั้นตอนที่ 1
John Bowskill ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสกล่าวว่า “สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้า คือการที่แผ่นหลังของคุณได้ยืดตัว เพราะมันจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังได้ขยายตัว หลังจากที่ได้นอนขดตัวมาเกือบทั้งคืน”
ทางที่ดีเวลาก่อนอาบน้ำในห้องน้ำ หันหน้าเข้าหามุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ ยกแขนให้สูงกว่าบ่าไว้ที่ผนัง ดันสะโพกเข้าหาผนังค้างไว้ประมาณ 15 วินาที จากนั้นดันออก ทำซ้ำกันสัก 2 ครั้ง 

 

ขั้นตอนที่ 2
แอ่นตัวเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นระดับฝักบัว ยืดแขนตรง วางมือไว้บนผนัง ให้มืออยู่ระดับไหล่ งอเข่าเล็กน้อย จากนั้นหย่อนสะโพกไปข้างหน้าจนกระทั่งหลังโค้ง อยู่ในท่านี้ประมาณ 15 วินาที จะช่วยให้หลังคุณไม่งอหลังจากตื่นนอน

 

 

ขั้นตอนที่ 3
ให้อยู่ในท่าตรง ก้าวเท้าขวาไปข้างหลังครึ่งก้าว ให้เท้าเรียบราบกับพื้น เหยียดน่องขวาและเอ็นร้อยหวาย ด้วยการยันตัวไปข้างหน้ากับผนัง (งอข้อศอกและเหยียดจนสุดแขนเข้า-ออกกับผนัง) อยู่ในท่านี้สัก 15 วินาที จากนั้นค่อยสลับเป็นขาซ้าย จะช่วยป้องกันการปวดหลังและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดได้ 

 

ขั้นตอนที่ 4
เตรียมท่านั่งยองยอง โดยวางมือไว้กับผนังเพื่อช่วยการทรงตัว วางเท้าให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสกับไหล่ แล้วค่อยๆ นั่งลงช้าๆ ให้ต้นขาขนานกับพื้น อยู่ในท่านี้สัก 3 วินาที จากนั้นค่อยๆ ยกตัวขึ้น

 

 

ขั้นตอนที่ 5
ยกน้ำหนักโดยใช้การจินตนาการ กำมือและงอกล้ามเนื้อเกร็งไว้ประมาณ 15 วินาที (กลั้นหายใจ) จากนั้นค่อยคลายกล้ามเนื้อสัก 5 วินาที แล้วทำซ้ำกันอีก 2 ครั้ง การบริหารแบบนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปที่กล้ามเนื้อ 

 

ขั้นตอนที่ 6
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้ตรวจเช็คร่างกายของคุณ ถ้าผู้หญิงก็เช็คหน้าอก โดยการคลำหาว่ามีก้อนอะไรผิดปกติไหม ถ้าคุณผู้ชาย ก็ควรเช็คมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยใช้นิ้วสัมผัสลูกอัณฑะเบาๆ เช็กว่ามีก้อนเนื้ออะไรผิดปกติหรือมีตุ่มแข็งๆ หรือไม่ ถ้าคุณพบก้อนเนื้อผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

 

 

ขั้นตอนที่ 7
เมื่อตรวจเช็คร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้กระจกอีกอันส่องข้างหลัง เพื่อสำรวจหลังและสำรวจตามร่องนิ้วและฝ่าเท้าด้วย จากนั้นใช้ไดร์เป่าผม เป่าเท้าให้แห้งเพื่อป้องกันโรคเชื้อรา ถ้าคุณเป็นโรคน้ำกัดเท้า โรคหิด หรือโรคที่เกิดจากเชื้อรา ควรทายาฆ่าเชื้อด้วย 

เพียงวิธีการง่ายๆ เท่านี้ คุณก็พร้อมแล้วสำหรับการลุยภาระกิจของคุณในวันใหม่ ที่เชื่อว่าจะกระปรี้ประเปร่า และสดชื่นกว่าที่คุณเคยเป็น ยังไงเสียก็อย่าลืมลองเอาไปใช้กันดูบ้างนะครับ เพื่อที่คุณจะได้เป็นหนุ่มที่คล่องแคล่วและสดใสตลอดวันทำงานยังไงล่ะครับ

โต๊ะทำงานบอกนิสัย บอกบุคลิก อาชีพ บอกความเป็นคุณ

0
โต๊ะทำงาน

ข้ามผ่านเลยปีใหม่มาพอประมาณแล้วครับ ไม่รู้ว่าคุณๆทำอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองกันบ้างหรือเปล่า เช่น การจัดโต๊ะทำงานใหม่ เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมใกล้ตัวคุณเองให้ดีขึ้น รู้ไหมว่า โต๊ะทำงานนั้นก็บ่งบอกถึงนิสัยและอาชีพของคุณได้เหมือนกันนะครับ

นอกจากนั้นแล้ว โต๊ะทำงานยังสามารถทำให้คุณได้รับการยกย่องหรือโดนหมิ่นได้อีกต่างหาก ลองมาดูครับว่า โต๊ะทำงานของคุณบอกถึงอะไรบ้าง และคิดดูด้วยว่า ถึงเวลาที่จะต้องจัดโต๊ะใหม่ให้ผู้ได้พบเห็นหรือติดต่องานด้วยรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง

และต่อไปนี้คือรูปแบบของการจัดโต๊ะทำงานแบบคร่าวๆ ที่พอจะบ่งบอกอาชีพ บุคคลิก นิสัยของเจ้าของโต๊ะได้ คุณลองดูว่าคุณเป็นแบบไหนกันดีกว่าครับ…

 

1. บริเวณอาณาเขตการทำงานของคุณตกแต่งด้วยของที่ระลึกจากต่างแดน ใบประกาศนียบัตร หรือเอกสารชมเชยที่ใส่กรอบไว้อย่างสวยงาม รวมถึงภาพของคุณกับท่านนายกรัฐมนตรีหรือคนสำคัญสักคนของโลก นั่นแสดงถึงบุคคลิกและนิสัยที่ต้องการมีความเก่งกาจหรือเหนือกว่าคนอื่น ที่อยากให้ทุกคนกล่าวขวัญถึงคุณเป็นคนสำคัญเสมอ

อาชีพ…คุณน่าจะเป็นเซลล์แมน หรือผู้ติดตามด้านกฏหมาย หรือไม่ก็เป็นตัวแทนซื้อขายนายหน้าต่างๆ

 

2.บริเวณโต๊ะทำงานที่แวดล้อมด้วยภาพถ่าย ภาพงานเขียนศิลปะ แถมหน้าจอมักจะมีสกรีนเซอร์เวอร์สวยๆแปลกใหม่วิ่งบนหน้าจอเสมอๆ แถมด้วยขนมบนโต๊ะที่มักไม่เคยขาด บ่งบอกถึงความเป็นคนอ่อนโยน อบอุ่น

อาชีพ…คุณน่าจะทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร การสำรวจที่เกี่ยวข้องกับคน เป็นที่ปรึกษาหรือนักวางแผน หรือไม่อย่างนั้นก็คงเป็นเลขานุการคนเก่ง

 

3.บนโต๊ะทำงานมักมีแผ่นซีดีเพลงวางเรียง หรือไม่ก็วางบนโต๊ะเสมอ รวมทั้งของแจกแถมที่ได้มาฟรีๆ กับของเล่นชิ้นโปรดที่คุณอยากเห็นมันทุกวัน บอกถึงบุคลิกของหนุ่มสังคมและเป็นนักสร้างสรรค์ตัวยง หรือคุณอยากให้คนอื่นๆ คิดว่าคุณเป็นอย่างนั้นก็ได้

อาชีพ…นักออกแบบเว็บไซด์ นักเขียนการ์ตุน หรือไม่ก็นักโฆษณา

 

4.โต๊ะทำงานที่วางแฟ้มงานกองโตไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ทั้งหมดเป็นแฟ้มที่ยังไม่ได้เซ็นชื่อหรือผ่านการตรวจตราใดๆ เลย แสดงว่าคุณเป็นมนุษย์จำพวกที่ทำงานหนักมาก ไม่ชอบออกสังคม และขาดการจัดการกับงานที่ดี

อาชีพ…ถ้าเดาไม่ผิด งานของคุณน่าจะเกี่ยวข้องกับงานธุรการ หรือไม่ก็ฝ่ายบัญชี หรือทำงานด้านการบริการจัดการโรงเรียน

 

5.รอบโต๊ะทำงานของคุณสะอาดหมดจด ไม่มีร่องรอยความสกปรก ของทุกอย่างวางบนโต๊ะในระนาบเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ บ่งบอกถึงบุคลิกของคนที่ชอบครอบงำหรือมีอำนาจเหนือคนอื่นๆ ทั้งยังต้องการทำงานให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ด้วย

อาชีพ…คุณน่าทำงานเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชี หรือไม่ก็เป็นงานที่เกี่ยวกับการจัดการด้านประกันภัย

 

6.โต๊ะทำงานรกรุงรังไปด้วยหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าๆ แก้วกาแฟ ดินสอ ปากกา กระดาษ นิตยสาร และแฟ้มงานที่กระจัดการะจายอยู่รอบๆ มันบ่งบอกถึงบุคลิกทำงานที่ยุ่งตลอดเวลา ยุ่งมากจนกระทั่งไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องการทำความสะอาดหรือจัดระเบียบบนโต๊ะ อีกนัยหนึ่งคือไม่รู้จะจัดอย่างไรให้เป็นระเบียบ

อาชีพ…ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นนักข่าว กองบรรณาธิการนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ทั่วไป

ทั้งหมด 6 แบบที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนที่แบ่งออกมาคร่าวๆ แต่เชื่อแน่ว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็นของคุณแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม อย่าไปซีเรียสและเอาจริงเอาจังถือเป็นกฏเกณฑ์อะไรมากมายจนเกินไปนัก ขอให้ตั้งใจทำงานและรับผิดชอบให้ดีที่สุด โต๊ะจะเป็นอย่างไรก็ไม่ใช้สิ่งสำคัญครับ

5 เครื่องกีฬาน่ารู้ ข้อแนะนำการเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสำหรับมือใหม่

0
การเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล

ยาวิเศษที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่สูตรอมตะที่ต้องค้นหาให้ยากอะไรเลย แต่คือการออกกำลังกายนี่แหละครับ วิเศษสุดๆ แล้ว ปัญหาของหนุ่มๆ อย่างเราที่มักประสบคือ เวลานึกอยากจะเล่นกีฬาใหม่ๆ ขึ้นมาสักอย่าง เป็นต้องไปขวนขวายหาข้อมูลเพื่อซื้ออุปกรณ์กีฬาต่างๆ กันเป็นระวิง เราจึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬา ที่จะทำให้เกิดความคุ้มค่าและได้มาตรฐาน 6 ประเภทด้วยกัน เพื่อการเล่นกีฬาที่มีประสิทธิภาพ …ใครอยากเล่นอะไร ลองไปเลือกซื้อตามข้อแนะนำนี้กันดีกว่าครับ

รองเท้าฟุตบอลหรือสตั๊ค

สำหรับนักฟุตบอลสมัครเล่น ทั้งที่เพิ่งลงสนามหรือเจนสนามมาพอสมควรแล้ว ควรเลือกสตั๊คคู่ใจให้เหมาะสม โดยมีหลักดังนี้

1.สตั๊คที่ดี ต้องมีรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อเท้าได้

2.ปุ่มรองเท้าควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพสนาม ถ้าต้องเล่นในพื้นสนามที่เปียกแฉะ ควรใช้รองเท้าที่มีปุ่มยาว เพื่อเสริมการยึดเกาะ ถ้าเป็นสนามที่แห้งธรรมดา ควรเลือกคู่ที่มีปุ่มสั้นสักหน่อย

3.เวลาเลือกซื้อสตั๊ค เลือกเบอร์ใหญ่กว่าเท้าเล็กน้อย ให้มีช่องว่างระหว่างนิ้วเท้ากับหัวรองเท้าสักครึ่งนิ้ว ส่วนส้นเท้าควรให้กระชับและพอดีกับเท้า จะทำให้คุณรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ และบอกลาปัญหารองเท้ากัดได้เลย

แร็กเก็ตเทนนิส

1.ควรเลือกแบบที่เล็ก กระชับ จับถนัดมือ ด้ามเหล็กเบา ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

2. สายเอ็นต้องขึงตึงแน่น ไม่หย่อน จะทำให้คุณสามารถควบคุมทิศทางและน้ำหนักของลูกเทนนิสได้อย่างดี ถึงแม้ส่วนหนึ่งมาจากแร็กเก็ต แต่อย่าลืมว่าอีกส่วนหนึ่งมาจากเทคนิคในการตีลูกด้วย สายเอ็นตึงดี แต่ฝีมืออ่อนหัด การควบคุมน้ำหนักและทิศทางอาจยังมีปัญหา อย่างนี้ต้องหมั่นลงฝึกบนสนามบ่อยๆ

3. ถ้าถนัดในการตีลูกแบบวงสวิงกว้างและช้า แร็กเก็ตใหญ่ หนา น่าจะเหมาะกว่า เพราะมันช่วยเพิ่มแรงในการตีลูกได้

4. อย่าซื้อแร็กเก็ตที่คุณจับดูแล้วมีความรู้สึกว่าหนัก การจับไม้ควรจับให้มั่นคงที่สุด และจับให้รอบไม้ เพื่อที่เวลาตีจะสามารถบังคับลูกได้ตามถนักและมีกำลังแรง

บาสเก็ตบอล.…มีกฏที่ควรจำดังนี้

1.ถ้าเล่นบาสเก็ตบอลในร่ม ลูกบอลบควรจะทำจากหนัง ถ้าเล่นกลางแจ้ง ก็ควรจะเลือกชนิดที่ทำจากยาง หรือถ้าต้องใช้ใน 2 สภาวะ ก็ควรจะใช้แบบที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ ลูกบอลแบบยางเหมาะกับสภาพพื้นที่เป็นหญ้าและคอนกรีต

2.บนผิวของลูกบาสเก็ตบอลจะมีปุ่มอยู่ ควรเลือกแบบมีปุ่มที่เยอะและสมบูรณ์ที่สุด ถ้าลูกบาสเก็ตบอลผิวเรียบเมื่อไหร่ ก็เตรียมเปลี่ยนลูกได้แล้ว

3.ทำความสะอาดระหว่างร่องของลูกบาสเป็นประจำ อย่าให้มีอะไรเข้าไปติดหรืออุดตัน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของลูกบาสได้

รอกและคันเบ็ดตกปลา

สำหรับผู้ที่รักชีวิตกลางแจ้ง สนุกในการเย่อกับปลาในน้ำ ทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจในการเฝ้ารอเหยื่อที่มาติดเบ็ด อุปกรณ์สำคัญในกีฬาประเภทนี้ คือ รอกและคันเบ็ดนั่นแหละครับ

สำหรับรอกในท้องตลาด มีทั้งรอกแบบสปินนิ่งและเบสคาสติ้ง รอกแบบสปินนิ่ง จะใช้กับการเย่อกับปลาที่น้ำหนักเบาถึงปานกลาง และการต่อสู้ไม่รุนแรงนัก นิยมใช้ตกปลาน้ำจืดเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรอกแบสคาสติ้ง จะใช้ตกปลาที่มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ส่วนมากเป็นปลาทะเล การใช้งานจะยุ่งยากกว่าแบบสปินนิ่งเล็กน้อย

คันเบ็ด ควรใช้ให้เหมาะกับรอกและสภาวะการตกปลา คือถ้าใช้รอกเบสคาสติ้งก็ใช้คันยาวหรือใหญ่หน่อย แต่อย่าให้ใหญ่มากจนเกินไป ถ้าเป็นสปินนิ่งก็ใช้คันเล็กถึงปานกลาง ส่วนใหญ่คันเบ็ดจะทำจากแกรไฟต์ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง

จักรยาน

  1. ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะขี่บนถนนทั่วไปหรือว่าไต่ภูเขา จักยานที่ใช้ขี่บนภูเขาจะมีราคาแพงกว่าจักรยานที่ขี่บนถนนทั่วไป และควรเลือกแบบที่มีความทนทานสูง เพราะการขี่บนภูเขาจะสมบุกสมบันพอสมควร
  2. ยางสำหรับการขี่บนภูเขา ควรเป็นยางชนิดพิเศษ สำหรับการขับขี่บนภูเขาโดยเฉพาะ คุณสามารถนำจักรยานธรรมดามาทำเป็นจักรยานภูเขาได้ โดยการซื้อส่วนประกอบจักรยานภูเขามาแต่ง
  3. อานนั่งควรมีความสูงไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว จักรยานบางรุ่นสามารถปรับระดับความสูงของอานนั่งได้
  4.  นั่งให้เข้าที่พอเหมาะพอดี ก่อนจะเริ่มออกแรงขับ มือควรจับแฮนด์จักรยานให้กระชับ เมื่อมองลงไปจะเห็นแฮนด์บังล้อหน้าพอดี จะทำให้การควบคุมจักรยานทำได้ดีขึ้น

 ข้อแนะนำเหล่านี้ เป็นเพียงข้อแนะนำพื้นฐานทั่วๆ ไป สำหรับนักกีฬามือใหม่ที่ไม่ชำนาญเกม หรืออยากเล่นกีฬาเพื่อพักผ่อนและออกกำลังกายเท่านั้น เพราะยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่จะช่วยให้การเล่นเกมกีฬาของคุณ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ผมว่า ปล่อยให้นักกีฬาจริงๆ เขาเรียนรู้และฝึกฝนกันดีกว่าครับ

Image by SeppH from Pixabay

วิธีเลือกสูทผู้ชาย จะซื้อสูทสำเร็จ หรือสั่งตัด มีข้อควรพิจารณาต่อไปนี้

0
วิธีเลือกซื้อสูท

เลือกชุดสูทมาแต่งหล่อ ต้องดูดี และมีมาด และบ่งบอกความเป็นตัวคุณ เพื่อความภูมิฐานที่แท้จริง

ชุดสูท…ถือเป็นเสื้อผ้าชุดสำคัญ ที่ผู้ชายต่างต้องมีไว้ในตู้เสื้อผ้า อย่างน้อย 2-3 ชุด สำหรับใส่ในงานสำคัญ และงานพิธีการทั่วไป รวมถึงการทำงานในบางโอกาส ที่ต้องเสริมบุคลิกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง ถึงกับมีคำกล่าวกันว่า “เสื้อผ้าสร้างบุคลิกที่ดีให้ผู้ชาย” มานานแล้ว

โดยทั่วไปนั้น ชุดสูทมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งตัดเย็บเป็นพิเศษ ข้อดีของสูทสำเร็จรูป คือรูปทรงทันสมัย และคงไม่มีปัญหาถ้าคุณมีหุ่นมาตรฐาน แต่ถ้ารูปร่างคุณไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การเลือกตัดชุดสูทกับร้านตัดเย็บเสื้อผ้าผู้ชาย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

อย่าลีมว่า สูทที่ดี ควรพอดีตัว และเสริมบุคลิกให้ดูดีมีมาดขึ้นด้วยครับ ประเภทของสูทใหญ่กว่าตัว กางเกงตัวใหญ่เกินไป หรือสูทคับติ้วดูแล้วน่าอึดอัด พานจะกลายเป็นสาเหตุทำให้สูญเสียบุคลิกความน่าเชื่อถือไปแทน โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องสวมชุดสูทเป็นส่วนใหญ่

วิธีเลือกซื้อสูทสำเร็จรูป

ถ้าคุณอยากซื้อสูทเพิ่มอีกสักตัว ที่ดูดี เพอร์เฟค เลือกที่คุณภาพดีเป็นหลักนะครับ เพราะใช้งานได้นานกว่าสูทราคาถูกแน่นอน ส่วนเรื่องที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อสุทสำเร็จอื่นๆ ที่ควรนำมาเป็นเหตุผลประกอบในการพิจารณาเลือกซื้อ ก็คือ…

  • ดูจากเนื้อผ้า….แจ็คเก็ตที่ทำจากผ้าทอมือขนาดเดียว จะไม่ติดกับผ้าซับใน และรักษารูปทรงของเสื้อ ได้ดีกว่าแจ็คเก็ตที่ตัดเย็บจากผ้าฟอก ซึ่งจะหดได้ง่ายเมื่อถูกฝนหรือเมื่อนำไปซัก นอกจากนี้ ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติของคอตตอนและขนสัตว์ จะมีคุณภาพดีกว่าเนื้อผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์ เพราะทำให้รูปทรงของสูทดีกว่านั่นเอง

  • ปลายของแขนเสื้อหรือขอบแขน…ต้องอยู่กลางฝ่ามือ ในขณะที่ปล่อยแขนอยู่ข้างลำตัว

  • ตรวจดูความเรียบร้อยของตะเข็บรอบๆ รังดุม และตะเข็บผ้าด้านใน…ควรเป็นตะเข็บคู่ และรองด้วยซับในอีกชั้น มันทำให้คุณรู้ถึงฝีมือการตัดเย็บได้เป็นอย่างดี

  • คอเสื้อตั้งขึ้น…เมื่อสวมใส่ไม่ควรมีช่องว่างรอบๆ คอ

  • เลือกชุดสูทที่มีน้ำหนักเบา…เสื้อสูทควรมีหนุนไหล่บางๆ จะทำให้ไหล่มีแนวโค้งเข้ารูปได้ดีกว่า ลองสวมดูว่าหลังจากที่ติดกระดุมทุกเม็ดแล้ว จะไม่เกิดรอยย่นบริเวณบ่าทั้งสองด้านจากการหนุนไหล่

  • เลือกซื้อเสื้อสุทคุณภาพดี…ถึงราคาจะแพงกว่า แต่การใช้งานก็คุ้มค่าใช้ได้นานกว่า และไม่เสียทรงง่ายอีกต่างหาก อย่ามองแต่เรื่องราคาถูกหรือแพงเป็นหลัก มองคุณภาพดีกว่า

  • เลือกสูทที่พอดีตัว…ทดสอบง่ายๆ โดยสวมเสื้อสูท ติดกระดุมให้เรียบร้อย และลองยกแขนขึ้นเหนือศีระษะ ถ้าเคลื่อนไหวได้สะดวกก็แสดงว่าใช้ได้ แต่อย่าเลือกเสื้อสูทที่หลวมเกินไป มันดูไม่ดีจริงๆ ครับ

  • เมื่อซื้อสูทมาแล้ว…ดูแลรักษาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานกว่า ด้วยการแขวนกับไม้แขวนสูท ที่มีปลายกว้างกว่าไม้แขวนเสื้อทั่วไป และไม่ควรซักบ่อยๆ ที่สำคัญ ควรลงทุนซักแห้ง เพื่อรักษารูปทรงของสูทให้เข้ารูปเหมือนเดิม

สูทไม่สำเร็จ

อย่างที่ผมบอกไว้แต่ต้นนั่นแหละครับ ว่าถ้ารูปร่างคุณไม่เพอร์เฟ็คพอ ที่จะเลือกซื้อสูทสำเร็จรูปได้จริงๆ อย่าดันทุรังไปเลยดีกว่าครับ เลือกหาร้านตัดชุดสุทแทนจะดีกว่า

การเลือกช่างตัดสูทก็เป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน มีหลักง่ายๆ ที่พอใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจได้ดังนี้ครับ…

  • ความเชี่ยวชาญของช่างตัดเสื้อ…ดูกันตั้งแต่การวางโครงสร้าง ไปจนถึงฝีมือในการตัดเย็บ

  • การเลือกเนื้อผ้า…บางร้านอาจมีผ้าให้เลือก แต่ถ้าเป็นเนื้อผ้าคุณภาพไม่ดีพอ เลือกซื้อเองแล้วค่อยไปให้ช่างตัดจะดีกว่า ที่สำคัญ ผ้าตัดเสื้อสูทกับกางเกง ควรเป็นเนื้อผ้าและสีเดียวกันด้วย

  • กระดุมก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ…สูทสำเร็จรูปราคาถูกส่วนใหญ่ มักใช้กระดุมพลาสติก แทนกระดุมที่ทำจากเปลือกหอยหรือวัสดุจากธรรมชาติที่เหมาะสม ความคงทนจึงไม่ค่อยมี ดังนั้น ถ้าคุณเลือกตัดสูท อย่าลืมเลือกกระดุมคุณภาพดีให้เหมาะกับชุดสูทด้วยก็แล้วกัน

  • หลังจากตัดสูทเรียบร้อยแล้ว…ควรสวมลองดูก่อน ว่าพอดีตัวหรือต้องแก้ไขส่วนใดหรือเปล่า ดูให้ละเอียด จะได้ไม่เสียเวลาเอากลับไปแก้ทีหลัง เว้นแต่ว่าหุ่นคุณเปลี่ยนแปลงไป นี่ไงครับ…ข้อดีของการตัดสูท เพราะช่างมักจะเผื่อผ้าไว้สำหรับขยายหรือขยับเข้าล่วงหน้าแล้ว

หวังว่าต่อแต่นี้ไป เวลาหนุ่มๆ อย่างคุณ ต้องไปเลือกหาซื้อสูทสักชุด คงไม่เป็นเรื่องลำบากยากเข็นอีกต่อไป และถึงแม้ว่าสูทจะไม่มีดีไซด์ใหม่ๆ ตามกระแสแฟชั่น แต่ก็ยังมีเนื้อผ้าและลายใหม่ๆ ให้เลือกบ้าง อยู่ที่ว่าพอเปิดตู้เสื้อผ้าแล้ว คุณถึงเวลาจะเปลี่ยนสูทตัวใหม่แล้วหรือยังต่างหากครับ

วิธีการเลือกสูท ให้เหมาะสมกับรูปร่างผู้ชายหลายๆ แบบ

0
วิธีการเลือกสูท ผู้ชาย

ตัวการแต่งตัวที่ดีนั้น มันบ่งบอกถึงหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างในความเป็นคุณ บ่งบอกถึงบุคลิก รสนิยม และความพิถีพิถันของคุณ ว่าคุณนั้นเนี๊ยบแค่ไหน โดยเฉพาะการเลือกสูทสักตัวมาใส่ เพื่อให้เหมาะกับบุคคลิกและรูปร่างของคุณนั้น จะว่ายากก็ไม่ยาก แต่จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายนัก ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับความคุ้นเคย และรสนิยมจริงๆ ครับ

แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใส่สูท ก็ไม่ต้องกลัวหลอกครับ ว่าเมื่อถึงยามจำเป็นแล้ว จะเลือกไม่ถูก หรือจะทำให้ตัวเองดูเปิ่นหรือเชยในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะในสายตาสาวๆ ของคุณ ขอเพียงแค่คุณมีหลักในการเลือกสรรอยู่บ้าง เรามี วิธีการเลือกสูท ให้เหมาะสมกับรูปร่าง ของคุณ ดังต่อไปนี้….

คนรูปร่างผอม (The Thin Men)

หากคุณเป็นคนที่รูปร่างผอม มีหลักในการเลือกสูทให้เหมาะกับคุณดังนี้ครับ

ต้องให้ส่วนบนของร่างกายดูมีกล้ามเนื้อขึ้น โดยการสวมแจ็คเก็ตหรือเสื้อสูท หารูปทรงที่เน้นช่วงเอวเป็นพิเศษ รวมทั้งควรมีหนุนไหล่ช่วยอีกทาง

เลือกสูทได้ทั้งแบบกระดุมแถวเดียวและสองแถว แต่ต้องให้ยาวพอดี ถ้าเป็นสูทสำเร็จอาจต้องแก้ไขบ้าง

สำหรับกางเกง ก็ควรเป็นรูปทรงเรียบๆ จะทำให้ดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้น มีจีบด้านหน้าสองจีบ รวมถึงมีขอบขา จะช่วยให้น้ำหนักทิ้งลงด้านล่าง ขอบขาควรกว้าง 1 1/4 ถึง 1 3/4 นิ้ว

ผ้ากางเกงควรพลิ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขากองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป

สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจดูรอยย่น รอบๆ สะโพก ถ้าพบปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

คนรูปร่างสั้น (The Short Men)

วิธีเลือกสูทสำหรับคนที่รูปร่างค่อนข้างสั้น มีหลักง่ายๆ ดังนี้ครับ

จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยการมองหาสูทหรือแจ็คเก็ตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสูง คือแจ็คเก็ตแบบไม่มีฝากระเป๋าและไม่ผ่าหลัง

การที่จะทำให้คุณดูสูงขึ้น ควรเลือกแจ็คเก็ตแถวเดียว กระดุม 2-3 เม็ด

แจ็คเก็ตควรยาวจนปิดสะโพก แจ็คเก็ตตัวสั้นๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณดูโตหรือสูงขึ้น มีแต่จะทำให้คุณดูตัวสั้นลงไปอีก

ช่วงเป้ากางเกงถึงขอบเอวควรสั้นกว่าปกติ ซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณดูตัวสูงขึ้นกว่าเดิม

ผ้ากางเกงควรพริ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขากองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป ก็ยิ่งทำให้คุณดูเตี้ยลงไปอีก

สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจสอบรอยย่นรอบๆ สะโพก ถ้าปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

คนรูปร่างสูง (The Tall Men)

สำหรับคนที่รูปร่างสูง ดูเหมือนว่าจะมีส่วนทำให้การเลือกใส่สูทดูดีขึ้น แต่ก็มีข้อแนะนำที่อยากให้พิจารณาดังนี้ครับ

แจ็คเก็ตถูกๆ ยิ่งจะเน้นให้คุณสูงขึ้นไปอีก ทำให้ขายาวเก้งก้าง ควรหาแจ็คเก็ตดีๆ สักตัวที่เข้ากับไหล่ รอบอก เอว และหลัง ต้องไม่มีผ้าเหลือมากองโดยเด็ดขาด

ผู้ชายอย่างคุณ ต้องการช่วงเป้ากางเกงถึงขอบเอวยาวกว่าปกติ

ระวังลายริ้วลง เพราะจำทำให้คุณดูเหมือนเจ้าพ่อ เลือกลายขวาง ลายตาราง หรือลายเช็ค จะทำให้รูปร่างคุณดูสมส่วนขึ้น

ผ้ากางเกงควรพริ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขอกองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป

สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจสอบรอยย่นรอบๆ สะโพก ถ้าปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

คนรูปร่างเตี้ย-ล่ำ (The Short and Chunkyl Guy)

แต่ถ้าคุณเป็นคนรูปร่างเตี้ย-ล่ำ ก็ไม่ต้องกลัวนะครับ ว่าใส่สูทแล้วจะดูไม่ดี ลองใช้วิธีการพิจารณาตามหลักข้อแนะนำต่อไปนี้ดูครับ

คุณยิ่งต้องใส่ใจรายละเอียดของแจ็คเก็ตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงกลางลำตัว แทนที่จะคิดหาเส้นแนวดิ่งเพื่อลดเส้นแนวขวางตามะรรมชาติของตัวคุณ

หากคุณเลือกแจ็คเก็ตที่คับ ก็จะแสดงให้เห็นในส่วนที่คุณพยายามปิดบัง ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบแถวเดียว กระดุม 2 เม็ด หรือแบบสองแถวก็ตาม แต่ต้องแน่ใจว่าฟิตพอดีกับรูปร่างคุณ

เลือกแจ็คเก็ตที่ไม่มีผ่าที่ชิ้นหลัง ส่วนของลำตัวหลวมพอที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แม้จะติดกระดุมทุกเม็ดก็ตาม

อย่าปล่อยให้ไหล่ของคุณทำมุมลาดตามธรรมชาติ เพราะสายตาของคนอื่น จะเลื่อนลงมาจับจ้องที่พุงแทน และความยาวต้องคลุมสะโพกโดยไม่มีข้อยกเว้น

คุณจะดูดีมากกับกางเกงเป้าต่ำ แต่ยาวพอที่จะเกาะสะโพก (ระวังอย่าให้ขอบเอวตกอยู่ใต้พุง) จะทำให้รูปร่างของคุณดูสูงขึ้น

ตัดใจจากเข็มขัด เปลี่ยนมาเป็นสายรั้งกางเกง (Suspenders) ดีกว่า

หลีกเลี่ยงใส่สิ่งใดๆ ในกระเป๋าแจ็คเก็ต ซึ่งโดยปกติจะถูกเย็บปิดไว้ ก็ควรให้อยู่อย่างนั้น

ถ้ากางเกงปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงหลักและข้อแนะนำ สำหรับหนุ่มที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับสูท อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้อย่างไม่เสียฟอร์มนั่นแหละครับ

5 เคล็ดลับของผู้ชายดูแลตัวเอง ช่วยเสริมความหล่อแบบง่ายๆ

0
ผู้ชายดูแลตัวเอง

หลายคนอาจคิดว่า การเอาใจใส่ดูแลตนเองนั้น เป็นเรื่องจุกจิกที่ผู้ชายไม่น่าจะต้องมาใส่ใจเหมือนผู้หญิง แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องสำคัญไม่เบา เพราะไม่ว่าจะเป็นหนุ่มประเภทไหน

หากยอมสละเวลาสักนิด หันมาเอาใจใส่ดูแลตนเองให้ถูกวิธี ก็จะสามารถเป็นผู้ชายที่ดูดี และมีสไตล์จนสาวหลงได้ทุกคน

1.ใบหน้าสะอาดหมดจด

โดยทั่วไป ผิวหน้าของผู้ชายจะมีความมันมากกว่าผู้หญิง เพราะมีรูขุมขนขนาดใหญ่อยู่มาก หากไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ผิวก็จะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็วหลังอายุ 30 ปีผ่านไป

วิธีที่ดีที่สุด หนุ่มๆ อย่างคุณจึงควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เพราะจะทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว

 ส่วนเจลล้างหน้า ควรเลือกที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำลายความชุ่มชื้นของผิว

หลังล้างหน้า ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิว เพื่อบำรุงผิวหน้าให้สดใส หนุ่มอยู่เสมอ หากต้องการออกแดด ควรปกป้องผิวหน้าอีกชั้น ด้วยครีมกันแดดที่สามารถซึมซับและสะท้อนรังสียูวี ไม่ทำอันตรายต่อผิวหน้า เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร และน่าที่จะมีการทาลิปมันที่มีสาารป้องกันรังสียูวี เพื่อป้องกันไม่ให้ริมฝีปากดำคล้ำบ้างก็ดีนะครับ

2. ผิวกายสดใสเปล่งปลั่ง

การอาบน้ำอย่างถูกวิธี จะช่วยบำรุงและชะลอการเสื่อมสภาพผิวได้ และตามทฤษฎี การอาบน้ำที่ดีที่สุด ควรอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิเท่ากับร่างกาย แล้วอาบน้ำเย็นตามเพื่อกระชับรูขุมขน แต่คงไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรามากนัก เอาแค่อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ช่วยให้ผิวสดได้เช่นกัน

และควรใช้ผ้าขนหนูที่เปียก ถูกตามส่วนต่างๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวส่วนที่ตายแล้วออกไป โดยเฉพาะในส่วนที่มีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันอยู่มาก เช่น รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ และซอกคอ เพราะเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหงื่อ

อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้เสมอว่า ผิวสุขภาพดีที่แท้จริงนั้นต้องมาจากภายใน จึงควรใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกิน ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว กินผักผลไม้สดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงมลพิษ และอยู่ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะนอกจากจะทำให้ปากดำแล้ว ยังทำลายสุขภาพของคุณอีกด้วย

เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และอารมณ์ที่แจ่มใส ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยควรเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับตัวคุณ โดยพิจารณาจากความชอบ ความถนัดส่วนตัว และสมรรถภาพร่างกาย

ก่อนออกกำลังกาย ควรบริหารร่างกายเบาๆ สัก 8-12 นาที เพื่อเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อ นวดครีมบำรุงผิวบริเวณส่วนที่ต้องยืดขยายบ่อยๆ เช่น หน้าอก ท้อง หลัง ต้นขา ต้นแขน เพื่อเตรียมรับกับการยืดขยายของผิว

หากเล่นกีฬากลางแจ้ง ก็ควรทาโลชั่นและครีมกันแดดก่อนออกแดด 20 นาที และควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่อง

3. ผม หู เล็บ หนวด

ผมจะทรงอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับผมที่สะอาด ปราศจากกลิ่นและรังแค จึงควรหมั่นดูแลผมให้สะอาดด้วยแชมพูที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ

หูและเล็บก็เช่นกัน สายตาสาวๆ มักสอดส่องโดยที่เราไม่รู้ตัว จึงควรหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ ขนจมูกที่ยาวมากเกินไปก็ควรจะเล็มออก จะดูน่ามองมากขึ้น

ส่วนหนวดและเครา ช่วยทำให้หนุ่มหน้าจืดดูเข้มขึ้น แต่ก็ควรหมั่นแต่งให้เข้ารูป เคล็ดลับก็คือ หนวดควรกว้างกว่าหรือเท่ากับความกว้างของริมฝีปาก แต่ไม่ควรจะยาวเลยริมฝีปากบน หนุ่มผิวขาวไว้เคราพอเขียวครึ้มกำลังดี แต่หากคุณเป็นหนุ่มผิวคล้ำ ดูเข้มอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการไว้เครา เพราะอาจทำให้คุณดูหมองได้

4. กลิ่นกาย

กลิ่นกายก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ อากาศอบอ้าวอย่างบ้านเรา ควรสวมเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย จะช่วยลดการหมักหมมของเหงื่อได้

หลังคอและหลังหู ก็เป็นจุดเกิดกลิ่น แก้ปัญหาง่ายๆ ได้ด้วยการเช็ดด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ตามซอกนิ้วเท้าก็เป็นจุดที่มีเหงื่อออกมาก ควรเช็ดถูและโรยแป้งตาม เพื่อป้องกันกลิ่นอับ

5. แต่งตัวตามกาละเทศะ

เป็นสิ่งสุดท้ายแล้วครับที่เราอยากจะพูดถึง นั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับบุคลิกและกาละเทศะนั่นเอง ในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น ไปสัมภาษณ์งานหรือนำเสนองาน ควรเน้นความสุภาพเป็นหลัก

หากนัดสาว ก็เลือกแบบสบายๆ แต่ดูดีมีมาดอยู่ในที เช่น เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดกับกางเกงสแล็ค หากเป็นวันหยุด ก็แต่งตัวสบายๆ ให้เข้ากับฤดูกาล

เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถจะเป็นหนุ่มมาดเท่ ดูดี มีสไตล์ในแบบของคุณเองแล้วครับ

Image by Med Ahabchane from Pixabay

Latest news