Author: admin

  • บ้าแต่ไม่โง่

    คุณหมอเดินตรวจดูอาการคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิต ว่าคนไหนรักษาหายแล้ว และควรจะกลับบ้านได้บ้าง

    “ไงครับคุณธรรมรัตน์” หัวหน้าทีมจิตแพทย์ทักคนไข้

    “ตามรายงานนี่หมอลงความเห็นว่า คุณน่าจะกลับบ้านได้แล้วนะ คุณนึกไว้รึยัง ว่าออกไปจะไปทำอะไร”

    คนไข้นิ่งคิด แล้วตอบ “ก่อนมาอยู่ที่นี่ ผมกำลังเรียนวิศวรรมเครื่องกล ผมว่าจะกลับไปเรียนต่อครับ เพราะจบแล้วเงินดี แล้วผมคิดว่า น่าจะเขียนหนังสือเล่าประสพการณ์ในโรงพยาบาลโรคจิตออกมาขายด้วย หมอว่าดีมั้ย แล้วอีกอย่างผมอยากเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยครับ”

    คุณหมอพยักหน้า “เท่าที่ฟังมาทั้งหมด หมอว่าดีทั้งนั้นเลยนะ” พลางก็ขยับจะเซ็นอนุญาตให้คุณธรรมรัตน์กลับบ้านได้

    “ครับ” คนไข้รับคำ
    “แล้วที่ดีที่สุดก็คือ ถ้าเวลาผมว่างๆ แล้วผมก็จะกลับมาเป็นกาน้ำชาอย่างตอนนี้ได้อีก!”

  • หมดความกลัวแล้วเฟ้ย

    เช้าวันอาทิตย์อันสดใสวันหนึ่ง ผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้พากันไปโบสถ์เหมือนเช่นทุกสัปดาห์

    ก่อนถึงเวลาเทศน์ชาวเมืองหันหน้าเข้าคุยกันเป็นกลุ่มๆ อยู่บนม้านั่ง

    ทันใดนั้น ซาตานมารร้ายก็ปรากฎกายขึ้นในโบสถ์ ทุกคนหวีดร้องแล้วแตกตื่นวิ่งหนีเหยียบกันวุ่นวายไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

    เพียงพักเดียวเท่านั้นโบสถ์ก็ร้างผู้คน เหลือแต่คุณปู่ซู่ซ่าคนหนึ่งเพียงคนเดียว

    คุณปู่นั่งจ้องหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งของพระเจ้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย

    เจ้าซาตานย่างสามขุมเข้ามาหาชายชราผุ้นี้ เมื่อเห็นคุณปู่ยังไม่ออกวิ่งหนีตามคนอื่นๆ ไปก็ชักแปลกใจ จึงแผดเสียงก้องซักถาม “แกไม่รู้รึว่าข้าคือใคร”

    คุณปู่ตอบ “รู้สิทำไมจะไม่รู้”

    “แล้วไม่กลัวข้ารึไง” มารร้ายถามอีก “มันชินซะแล้วล่ะ” คุณปู่ตอบ “ก้อชั้นแต่งงานกับน้องสาวนายมาตั้ง 50 ปีแล้วนี่หว่า!

  • เวลาที่ยังเหลือ

    เมื่อคนไข้ชายรายหนึ่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด หลังจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย แพทย์ก็สรุปผลการวินิจฉัยให้เขารับรู้ในที่สุดว่า

    “ผมคงต้องบอกคุณก่อนว่านี่เป็นข่าวร้ายมากๆ คือ.. เอ่อ.. คุณกำลังจะตายน่ะครับ คุณเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วจริงๆ”

    “ให้ตายสิ!” คนไข้น้ำเสียงตระหนก “แล้วผมยังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ครับหมอ”

    หมอได้แต่ตอบเสียงเศร้าว่า “สิบ,”

    “สิบเหรอหมอ? สิบอะไร? เดือน? อาทิตย์? หรืออะไรครับ?”

    หมอพยายามตอบช้า ๆ ว่า “เก้า, แปด, เจ็ด, ………”

  • แหม.. ก็ผมเพิ่งหัด!

    เมื่อรู้ว่าหลานชายตัวน้อยหัดใช้นิ้วนับเลขสำเร็จแล้ว คุณลุงก็ขอทดสอบทันทีที่มาเยี่ยม
    แต่เพราะกังวลไปนิด หนูน้อยจึงขอให้คุณลุงช่วยตั้งคำถามให้ตอบ แทนที่จะโชว์เดี่ยวล้วนๆ

    คำถามแรกของลุงก็คือ “สามบวกสี่เป็นเท่าไหร่?”
    เมื่อนับนิ้วอย่างดีแล้ว หนูน้อยก็ตอบน้ำเสียงฉะฉานอย่างมั่นใจ “เจ็ดฮับ”

    คุณลุงเห็นอย่างนั้น ก็อดสอนไม่ได้
    “ฟังนะหลานชาย เราจะยกนิ้วขึ้นมานับอยู่ตลอดไม่ได้หรอก เข้าโรงเรียนเมื่อไหร่ คุณครูจะว่าเอาได้ หลานต้องหัดคิดเลขในใจให้เป็นด้วย เอาล่ะ.. ทีนี้ก็ซุกมือในกระเป๋าแล้วตอบคำถามลุงใหม่อีกทีซิว่า ห้าบวกห้าเป็นเท่าไหร่?”

    หลังจากเห็นหลานชายทำมือขยุกขยิกในกระเป๋าอยู่สักพัก คุณลุงก็ได้คำตอบว่า
    “สิบเอ็ดฮับ!”

  • เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

    ตำรวจญี่ปุ่นสองนาย เดินตรวจตราอยู่แถวย่านชินจูกุตอนประมาณตีสอง พบชายคนหนึ่งกำลังเอานิ้วแยงก้นชายอีกคน

    “นั่นนายกำลังทำอะไรน่ะ” ตำรวยคนหนึ่งซัก
    “เพื่อนผมคนนี้เมามาก ผมกำลังจะช่วยให้มันอ้วกออกมา จะได้รู้สึกค่อยยังชั่ว”
    “แต่นายกำลังเอานิ้วแยงก้นเขา แบบนี้จะอ้วกได้ยังไง” ตำรวจแย้ง
    “ตอนนี้ยังไม่อ้วกหรอกครับ” คนแกล้งเมายิ้มอย่างมีเลศนัย
    “จนกว่าผมจะดึงนิ้วออกมาแล้วยัดเข้าปากเขานั่นแหละ”

  • หลับไม่เป็น

    เจ้าสาวแสนสวย ร่าเริงแจ่มใส ขับรถไปกับสามีใหม่ เพื่อจะเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ริมทะเลสาปที่ห่างไกลผู้คนเป็นเวลาสองสัปดาห์

    เมื่อกลับมาถึงบ้าน พอสามีคล้อยหลังออกไปจากอพาร์ทเม้นท์ เจ้าสาวก็รีบไปปรึกษาหารือกับแม่ของหล่อนทันที

    “คุณแม่คะ” หล่อนเอ่ยเสียงอ่อย “พวกผู้ชายนี่เขาหลับนอนกันตอนไหนมั่งคะ”

  • เมืองเล็ก

    หนุ่มเมืองลอดช่องหน้าซื่อประกาศข่าวดีที่เขาตัดสินใจจะแต่งงานกับสาวสวยชื่อพอลล่า อึ๊ง ให้บรรดาผองเพื่อนรับรู้กันถ้วนหน้า

    “นายไม่ควรจริงจังเรื่องที่จะแต่งงานกับพอลลีน” เพื่อนคนหนึ่งทักท้วง

    “นายไม่รู้หรือไงว่า เธอแทบจะผ่านผู้ชายในสิงคโปร์มาหมดทุกคนแล้ว”

    หนุ่มหน้าซื่อขมวดคิ้วขบคิดอยู่นาน ในที่สุดก็บอกเพื่อนอย่างปลงตกว่า
    “ไม่เป็นไร สิงคโปร์ไม่ใช่เมืองใหญ่”

  • ผิดที่

    ปกติหลังเลิกงานเคนจิมักจะออกท่องราตรีตามบาร์ต่างๆย่านกินซ่าจนดึกก่อนกลับบ้านทุกวัน แต่คืนนี้ เขากลับบ้านเร็ว ไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น เคนจินั่งดูโทรทัศน์กับภรรยาที่บ้าน สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

    เคนจิลุกขึ้นไปรับ เขานั่งฟังอยู่อึดใจก็ตะคอกเสียงใส่โทรศัพท์ดังลั่น
    “ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะเฟ้ย ทำไมไม่โทรถามกรมอุตุฯ”

    ฝ่ายภรรยาเห็นสามีแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวจึงเอ่ยถาม
    “ใครโทรมาคะ”
    “ใครที่ไหนก็ไม่รู้” เคนจิสะบัดเสียงตอบ
    “เสือกโทรมาถามได้ว่าวันนี้ชายฝั่งปลอดโปร่งเหมือนวันก่อนหรือเปล่า”

  • เหลือคนเดียว

    สามี: นี่เธอรู้อะไรมั้ย ผมได้ยินมาว่าผู้หญิงในอพาร์ทเม้นท์ของเราโดนเจ้ายามหน้าประตูดอดมาตีท้ายครัวหมดทุกคนเลย ยกเว้นคนเดียว

    ภรรยา: เหรอคะ สงสัยจะเป็นคุณนายแฮร์ริสที่นอนป่วยกระเสาะกระแสบนชั้นสี่

  • วิธีไปสวรรค์

    ขณะที่บาทหลวงเดินผ่านเด็กกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังคุยกันถึงเรื่องความดีงามและการได้ขึ้นสวรรค์ ท่านก็หยุดฟังจนจบ และถามขึ้นว่า

    “พวกลูกอยากไปที่ไหนกัน”
    เด็ก ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียง “สวรรค์ฮับ!”
    “แล้วจะไปที่นั่นได้ยังไง.. รู้มั้ย?”

    เด็ก ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงเช่นเดิม
    “ก็รีบตายไงฮับ!”