Author: admin

  • จุดใต้ตำตอ

    ขณะหนุ่มใหญ่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เพลินๆ ในเช้าวันหนึ่ง ภรรยาก็ย่องมาข้างหลัง แล้วเอากระทะฟาดหัวสามีเสียงดังผ่าง!

    สามีร้อง “มาตีหัวกันทำไมเล่า?”

    ภรรยาตอบ “ชั้นเจอกระดาษในกระเป๋ากางเกงคุณแผ่นนึง เชียนชื่อไว้ว่า “รุจิรา บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าหล่อนเป็นใคร?”

    “โถ ที่รัก” สามีควรญ “จำได้ริเปล่า สองอาทิตย์ก่อน พี่ไปเล่นม้าจำได้มั้ย เพราะฉะนั้นรุจิราก็คือ ชื่อม้าตัวที่พี่แทงไง”

    ภรรยาได้ฟังก็พอใจ รีบขอโทษขอโพย แล้วก็หันกลับไปทำงานบ้านต่อ

    สามวันต่อมา ขณะที่หนุ่มใหญ่กางหนังสือพิมพ์อ่านอยู่เงียบๆ ภรรยาสุดสวยก็ฟาดหัวสามีด้วยกระทะเสียงดังผ่างอีก!

    เจ้าหนุ่มใหญ่โมโหสุดขีด แล้วตวาดแว๊ดว่า “อะไรอีกเล่า?”

    ภรรยาตอบ “ม้าของคุณโทร.มา จะให้ชั้นบอกว่าไงล่ะ!”

  • ห้ามเบี้ยว

    คุณแม่กำลังปลุกลูกชายแต่เช้า

    “ตื่นได้แล้วนะลูก มันสายมากแล้วนะ ถึงเวลาต้องไปโรงเรียนแล้วรู้มั้ย”

    เจ้าลูกชายบิดขี้เกียจ

    “ก้อผมไม่อยากไปโรงเรียนนี่ฮะแม่”

    คุณแม่ออกแรงฉุดให้ลูกลงจากเตียง

    “ทำไมล่ะ ไหนลองบอกเหตุผลที่ไม่อยากไปโรงเรียนกับแม่มาซัก 2 ข้อซิ”

    ลูกชายตอบทั้งตายังคงปิดอยู่

    “ข้อแรก พวกเด็กๆ เกลียดผม”

    “ส่วนข้อสอง พวกครูๆ ก็เกลียดผมด้วยนี่ฮะแม่ ผมไม่อยากไปโรงเรียนนี่แม่”

    คุณแม่ไม่ละความพยายาม

    “นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ลูกจะไม่ไปโรงเรียนนะ เข้าใจมั้ย”

    ลูกชายพลิกตัวกลับมาแล้วย้อนถามผู้เป็นแม่ว่า

    “งั้นแม่ลองบอกเหตุผมมาซัก 2 ข้อซีฮะว่า ทำไมผมต้องไปโรงเรียนด้วย”

    คุณแม่ชักโมโห แล้วก็ตะโกนใส่หูลูกชายตัวดีว่า

    “ข้อแรก ลูกน่ะอายุ 56 แล้ว”

    “ส่วนข้อสอง ลูกน่ะเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วย”

     

  • ดับซ่าหัวโจก

    ในชั่วโมงฟิสิกส์ ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายเนื้อหาวิชาอันยุ่งยากซับซ้อน เจ้าเด็กมัธยมปลายขาซ่าประจำห้องก็โพลงออกมาขึ้นว่า

    “อาจารย์! ทำไมผมต้องมานั่งเรียนอะไรยากๆ หยั่งงี้ด้วยนะ?”

    “เพื่อช่วยชีวิตคนน่ะสิ” อาจารย์ตอบ

    นักเรียนตัวแสบเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ลดละความซ่าลง แล้วตะโกนถามคุณครูอีกว่า

    “อาจารย์! ไอ้วิชาฟิสิกส์เนี่ยนะ มันมีไว้ช่วยชีวิตคนได้”

    “ใช่” อาจารย์ตอบอย่างหนักแน่น

    “เอาไว้กันไม่ให้พวกงี่เง่าอย่างเธอเอ็นติดคณะแพทย์นะสิ!”

  • ไม่น่ารอด

    เด็กชายสองคนนั่งรอหมออยู่หน้าห้องตรวจ เจ้าหนูคนหนึ่งกำลังร้องไห้จ้า

    เจ้าหนูคนที่สอง : นั่นนายร้องไห้ทำไม?

    เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ชั้นมาตรวจเลือด

    เจ้าหนูคนที่สอง : นายกลัวเข็มละสิใช่ม๊า?

    เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ไม่ใช่ ชั้นตรวจไปแล้ว แต่พวกพยาบาลนั่นนะ ทำนิ้วชั้นขาด พอเจ้าหนูคนที่สองได้ฟังเข้า ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาดังลั่น ส่วนเจ้าหนูคนแรกเห็นแล้วก็งง

    เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : แล้วทำไมนายถึงต้องร้องไห้ด้วยล่ะ

    เจ้าหนูคนที่สอง : ก็ชั้นกำลังรอตรวจฉี่!

  • ถึงได้รวย

    ขณะที่มหาเศรษฐีนายหนึ่งนั่งรถตู้คันงามกลับบ้าน ได้มองออกไป ยังนอกหน้าต่าง เห็นชายซอมซ่อสองนายกำลังกินหญ้าอยู่ที่ข้างถนน จึงได้บอกให้คนขับรถจอดรถ

    แล้วมหาเศรษฐีก็ชะโงกหน้าออกไปถาม “ทำไมพวกนายถึงได้มากินหญ้า อยู่ยังงี้ล่ะ”

    “ก็เราไม่มีอะไรจะกินนี่ครับ” ชายคนหนึ่งในสองตอบ

    “อืม งั้นมากับชั้นเอามั้ย” เศรษฐีเอ่ยปากชวนชายสองนาย

    “แต่ท่านครับ” ชายซอมซ่อลังเล “ผมมีภรรยา กับลูกอีกสองคนนะครับ”

    “ไปพามาเลย” มหาเศรษฐีตอบ แล้วหันไปทางอีกคน “นายด้วยเอามั้ย”

    “แต่ท่านครับ” ชายคนที่สองลังเลเหมือนกัน “ผมเองก็มีภรรยา กับลูกอีกหกคนนะครับ”

    มหาเศรษฐีหัวเราะหึๆ “ไปพามาทั้งหมดนั่นแหล่ะ”

    แล้วผู้หญิงกับเด็กๆ ก็ทยอยขึ้นรถตู้จนครบทุกคน

    ระหว่างทาง ชายคนแรกเอ่ยถามเศรษฐีว่า “ท่านมีจิตใจกรุณาอย่างมากครับ ที่เมตตาสงสารพวกเราเช่นนี้”

    “ไม่ใช่หยั่งงั้น” มหาเศรษฐีตอบ

    “คนสวนของชั้นเค้าลาออกไปแล้ว ตอนนี้หญ้าในสนามหน้าบ้านก็สูงถึงหัวเข่าแล้วด้วย!

  • ผิดงาน

    ขณะชายชรานอนป่วยใกล้จะตายอยู่ในห้องนอนชั้นบน พลันจมูกก็ได้กลิ่นคุกกี้ชอกโกแลตที่สุดแสน จะโปรดปราน

    ด้วยความอยากลิ้มรสคุกกี้ชิ้นสุดท้ายของชีวิต เจ้าตัวจึงคลานลงจากเตียง แล้วคลานลงบันไดไปยังห้องครัว

    ชายชรารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายทั้งหมด เอื้อมมือขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุกกี้ที่เพิ่งจะอบเสร็จใหม่ๆ วางกองอยู่เต็มถาดพูนๆ ขณะที่ภรรยากำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบ

    พอหยิบคุ้กกี้อุ่นๆ กลิ่นชอกโกแลตได้ ยังไม่ทันได้เอาใส่เข้าปาก ภรรยาได้หันมาเห็นเข้าพอดี จึงตีมือดังเพี๊ยะ

    “ตีพี่ทำไมล่ะ?” ชายชราถามเสียงแหบ

    ภรรยาตอบ “นี่ทำไว้เสิร์ฟในงานศพของเธอย่ะ!”

  • ผิดเหลี่ยม

    วันหนึ่ง มหาเศรษฐีอยากสอนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้รู้จักความจน จึงพาเจ้าหนูขึ้นรถแล่นออกนอกเมือง

    คุณพ่อผู้ต้องการสอนด้วยของจริง กางเต้นท์นอนกับลูกในฟาร์มของชาวไร่คนหนึ่ง พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขับรถกลับ

    “ไปเที่ยวคราวนี้เป็นไงมั่งลูก” คุณพ่อถาม

    “สนุกดีครับพ่อ” ลูกตายตอบ

    คุณพ่อก็เริ่มเข้าเรื่อง “แล้วลูกได้เรียนรู้อะไรมั่งล่ะ”

    ลูกชายตอบ “ที่บ้านเรามีหมาตัวนึง แต่บ้านนั้นมีสี่ตัว เรามีสระเล็กๆ อยู่กลางสวน แต่บ้านนั้นมีลำธารยาวไปถึงไหนก็ไม่รู้ เรามีตะเกียงนำเข้าจากต่างประเทศ แต่บ้านนั้นมีดวงดาวนับไม่ถ้วน เรามีลานบ้านที่ยาวไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน แต่บ้านนั้นมีทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาเลย”

    พอลูกชายพูดจบ คุณพ่อก็ถึงกับใบ้กิน

    ลูกชายทำตาแดง ๆ พูดอีก “ขอบคุณครับพ่อที่สอนให้ผมรู้ว่า บ้านเรานี่มันจนแสนจนเลยนะครับพ่อ!

  • เรื่องแค่เนี้ยง่ายมากคร๊าบเจ้านาย

    หนุ่มนายหนึ่งเดินเข้าไปของานทำกับคณะละคนสัตว์ เจ้าของมองลักษณะท่าทางแล้ว คิดว่าน่าจะพอมีแววเป็นผู้ช่วยคนฝึกสิงโตได้ จึงพาไปที่กรงสิงโต

    เมื่อไปถึง สาวน้อยแสนสวยหุ่นดีกำลังจะเริ่มหัดให้บรรดาจ้าวป่าทั้งหลายเชื่อฟังคำสั่งคนฝึกอยู่พอดี

    แม่สาวถอดเสื้อคลุมออกแขวน เหลือเพียงแต่ชุดฝึกน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่ แล้วย่างสามขุมเข้าหาสิงโตเพศผู้ตัวหนึ่ง พลางก็ออกคำสั่ง

    สาวน้อยย่อตัวลงนั่ง เจ้าสิงโตตัวใหญ่หมอบยอบตัวลงเคียงข้าง เอาจมูกมาเคล้าเคลียแก้มของแม่สาวไปมา แล้วทั้งคู่ก็กอดกันกลม ม้วนตัวกลิ้งสามตลบไปมาอย่างน่าเอ็นดู

    “แบบนี้แหละ” เจ้าของคณะละครสัตว์บอก “คุณคิดว่าทำแบบนี้ได้มั้ย”

    “ผมมั่นใจว่าทำได้ครับ” เจ้าหนุ่มตอบหนักแน่น “แต่ก่อนอื่น เจ้านายช่วยไล่เจ้าสิงโตออกมาให้หมดก่อนได้มั้ย”

  • ใครกันแน่ที่เมา

    ในวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของลูกชาย พ่อจึงได้พาลูกชายไปกินเบียร์ที่บาร์แห่งหนึ่ง

    พ่อ : นี่ลูก ตอนนี้ลูกก็โตแล้วนะ พ่ออนุญาติให้กินเบียร์ได้

    ลูก : ครับพ่อ

    พ่อ : (กินไปได้ซัก 4-5 แก้ว พ่อก็พูดขึ้นว่า..) จำไว้นะลูก เวลาที่เรากินเบียร์ เราต้องรู้จักว่าเวลาไหนเราควรจะหยุดเพื่อไม่ให้เมา

    ลูก : แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า เวลาไหนเราควรจะหยุด

    พ่อ : เอางี้นะลูก มองไปที่ตรงมุมนั้น ลูกเห็นผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นมั้ยล่ะ ถ้าลูกเห็นเขาสองคนเป็นสี่คนเมื่อไหร่ แสดงว่าลูกน่ะเริ่มเมาแล้วล่ะ เข้าใจมั้ย

    ลูก : เอ…แต่พ่อครับ “โต๊ะมุมนั่น มีผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวเองนี่ครับ”

  • แทบสลบ

    จ่าสมหมาย ตำรวจจราจรคนขยัน นั่งคุยกับจ่าสมชาย ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับโรงพัก

    จ่าสมหมาย : เมื่อตอนลางวันนี้ มีอุปัติเหตุรถชนกัน กว่าผมจะพ่นสีบนพื้นตรงล้อรถเสร็จ ทำเอาผมลมแทบจับเลยแน่ะ

    จ่าสมชาย : รถชนกันกี่สิบคันวะ ถึงกับทำให้แกลมแทบจับได้ขนาดนั้น

    จ่าสมหมาย : ชนกันแค่สองคันว่ะ แต่เป็นรถสิบล้อชนกับรถไฟ แกลองคิดดูนะ กว่าจะพ้นล้อจนเสร็จเป็นใครลมก็จับทั้งนั้นแหล่ะ