Author: admin

  • เตรียมตัวคุณพ่อมือใหม่ บทบาทสำคัญของคุณพ่อที่จะต้องใส่ใจ

    เตรียมตัวคุณพ่อมือใหม่ บทบาทสำคัญของคุณพ่อที่จะต้องใส่ใจ

    เตรียมตัวคุณพ่อมือใหม่ บทบาทสำคัญของคุณพ่อที่จะต้องใส่ใจ

    บทบาทคุณพ่อ ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องการคุณพ่อเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ในบ้าน หรือเรื่องของกำลังใจ ซึ่งคุณแม่ต้องการเป็นอย่างมากทีเดียว คุณพ่อจะช่วยแบ่งเบาได้ ทุก ๆ ช่วงของการตั้งครรภ์ ในช่วงแพ้ท้อง คุณแม่มีอาการวิงเวียนศรีษะ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คุณแม่อยากให้คุณพ่อมาช่วยประคับประคอง ไต่ถาม ช่วยหยิบฉวย ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณแม่ทำไม่ได้ และเมื่อท้องใหญ่ขึ้น ๆ ก็คุณพ่ออีกนั่นแหละที่ใกล้ชิดคุณแม่มากที่สุด และจะช่วยคุณแม่ได้มากที่สุด

    คุณพ่อคือกำลังใจ วินาทีแรกทีรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ คนที่คุณแม่ต้องการให้รับรู้ข่าวดีนี้มากที่สุดคือ คุณพ่อ เพื่อแสดงความยินดี เพื่อเป็นกำลังใจ เพื่อร่วมที่จะรับผิดชอบ ชีวิตน้อย ๆ ในครรภ์ของคุณแม่ร่วมกัน นับตั้งแต่เมื่อเริ่มรับรู้ว่าเป็นคุณพ่อแล้วนะ

    คุณพ่อช่วยให้มีความสุข คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะมีความกังวลหลาย ๆ อย่างมากมาย เช่น กลัวว่าจะดูแลลูกในครรภ์ไม่ดี ลูกจะไม่แข็งแรง กลัวว่าจะทำงานที่ที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ กลัวว่าจะทำงานบ้านไม่เรียบร้อย กลัวว่ารูปร่างจะไม่สวย ไม่น่าดู สามีจะไม่ชอบใจ และกลัวไปอีกด้วยว่า จะปฏิบัติหน้าที่ภรรยาได้ไม่ดี แต่ถ้าคุณพ่อช่วยพูด หรือแสดงอาการยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู๋ในเวลานี้ของคุณแม่ ทั้งรูปร่างเปลี่ยนไป ทั้งการปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ ที่จะไม่ครบถ้วนเรียบร้อยเหมือนเดิม รวมทั้งปลอบโยนพูดคุยเมื่อคุณแม่ท้อแท้ กังวล ก็จะช่วยให้คุณแม่มีความสุขได้ มีความมั่นใจขึ้น คุณพ่อช่วยให้ คุณแม่หายแพ้ท้องได้เร็ว สาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ท้องคือ ความกังวล ความกลัวการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณพ่อจะเป็นผู้ใกล้ชิดที่สุดที่จะช่วยพูด ช่วยปลอบ และให้กำลังใจ เพื่อคุณแม่จะได้สบายใจ บรรเทาจากอาการแพ้ท้องได้เร็วขึ้น

    คุณพ่อช่วยดูแลคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ยา พักผ่อน คุณพ่ออยู่ในบทบาทที่สามารถจะช่วยดูแล ช่วยเตือนช่วยบอกได้ รวมทั้งการออกกายบริหารที่คุณพ่ออาจร่วมมือฝึกไปกับคุณแม่ ในครั้งแรก เพื่อจะได้ช่วยดูแลเวลาคุณแม่ออกกายบริหารต่าง ๆได้

    คุณพ่อในห้องคลอด ช่วงสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น ถ้าคุณพ่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องคลอด คุณแม่จะดีใจมากที่สุด เพราะจะมีผู้ที่เป็นกำลังใจ คอยปลอบโยน ร่วมรับรู้ความเจ็บปวด และความสุขที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า บทบาทของคุณพ่อคือ ให้กำลังใจคุณแม่ เตือนคุณแม่ให้หายใจ ให้ถูกจังหวะ และเบ่งเมื่อถึงเวลาควรเบ่ง และในที่สุด 9 เดือนเห่งการช่วยเหลือ ประคับประคอง ก็ผ่านไปด้วยดี ได้เห็นหน้าลูกที่แข็งแรง สมบูรณ์ และก็ได้สร้างความรัก ความผูกพันที่แน่นแฟ้น ระหว่างพ่อแม่ลูก ไว้ด้วยเช่นกัน

  • สูตรทอดมันกุ้ง

    สูตรทอดมันกุ้ง

    สูตรทอดมันกุ้ง

    ส่วนผสม ทอดมันกุ้ง

    กุ้งชีแฮ้ หรือกุ้งกุลาดำ 2 กิโลกรัม

    มันหมูแข็งหั่น 2 ขีด

    แป้งสาลี 2 + 1/ 2 ถ้วย

    เกล็ดขนมปังป่น 2 ถ้วย

    เกลือป่น 2 ช้อนชา

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันสำหรับทอด

    วิธีทำ

    1. ล้างกุ้งให้สะอาด เด็ดหัวเด็ดหาง ผ่าหลังชักเส้นสีดำออก แล้วบดรวมกับมันหมูแข็งให้ละเอียด

    2. เคล้าเนื้อกุ้งที่บดรวมกับมันหมูแล้ว กับแป้งสาลี เกลือ พริกไทย ซีอิ้วขาว นวดให้เหนียวดี

    3. นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ กดให้แบน แล้วนำไปเกลือกในเกล็ดขนมปังป่น พักไว้สักครู่ในตู้เย็น จากนั้นจึงนำไปทอด เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศหั่น สับปะรดหั่น รับประทานกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย

  • อาหารเสริมทารก 13-18 เดือน

    อาหารเสริมทารก 13-18 เดือน

    ตัวอย่างอาหารเสริมทารก 13-18 เดือน

    ก๋วยเตี๋ยวหมูสับ

    เครื่องปรุง
    เส้นก๋วยเตี๋ยว 3/4 ถ้วยตวง
    หมูสับละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
    น้ำมันพืช 11/2 ถ้วยตวง
    มะเขือเทศสับหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
    ถั่วงอกเด็ดหาง 1/4 ถ้วย
    ผักกาดขาวหั่นหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
    เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    น้ำตาลทรายเล็กน้อย 1/2 ช้อนชา
    แป้งข้าวโพด 11/2 ช้อนชา
    น้ำซุปสำหรับละลายแป้ง 1/4 ถ้วยตวง

    วิธีทำ
    1. นึ่งเส้นก๋วยเตี๋ยวประมาณ 10 นาที เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ
    2. ผ้ดหมูกับน้ำมันพอสุก ใส่มะเขือเทศ ถั่วงอก ผ้กกาดขาว ผผัดจนผักสุก ใส่เกลือป่น น้ำตาลลงในกระทะพร้อมแป้ง ข้าวโพดละลายน้ำซุป ตั้งไฟต่อไปจนแป้งสุก และผักนุ่ม ยกลงนำไปราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยว
    ให้พลังงานประมาณ = 475 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 20 กรัม

    ข้อเสนอแนะ
    – เส้นก๋วยเตี๋ยว จะเปลี่ยนเป็น เส้นบะหมี่ หรือมักกะโรนีบ้างก็ได้
    – ถ้าไม่มีน้ำซุป จะใช้น้ำธรรมดาแมนได้
    – ผักถ้าเด็กรับผักกาดหอมได้ สามารถใช้ ในการปรุงอาหารหม้อนี้ได้ หรือจะเปลี่ยน เป็นผักอื่น ๆ ที่เด็กรับประทานได้ตามใจชอบ

    เกี๊ยวน้ำ

    เครื่องปรุง แป้งเกี๊ยว 10 แผ่น
    เนื้อปลากายขูด 1/2 ถ้วยตวง
    หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    น้ำซุป 11/2 ถ้วยตวง
    ผักกวางตุ้งต้มสุกหั่นละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
    น้ำสำหรับลวกเกี๊ยว 8 ถ้วยตวง
    น้ำมันกระเทียมเจียว 1 ช้อนชา

    วิธีทำ
    1. เคล้าปลา หอมใหญ่ เกลือ เข้าด้วยกัน จากนั้นใช้มือกรอบเนื้อ ปลาขึ้นมาฟาาดลงในอ่าง ประมาณ 5-6 ครั้ง
    2. ใช้แป้งเกี๊ยว ห่อปลาแต่ละก้อนโดยวางปลาไว้บนแผ่นแป้ง ทา ขอบแป้งด้วยน้ำเปล่า พับแป้งลงมาเป็นรูป สามเหลี่ยม รวบ ชายแป้งเข้าด้วยกัน
    3. ตั้งน้ำสำหรับลวก รอจนน้ำเดือด ใส่เกี๊ยวลงไป รอจนตัวเกี๊ยว ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทิ้งไว้ให้ลอยอยู่ประมาณ 2-3 นาที ช้อน ขึ้นตักใส่ถ้วยน้ำซุป โรยน้ำมันกระเทียมเจียว

    ให้พลังงานประมาณ = 243 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 17 กรัม

    ข้อเสนอแนะ
    – การฟาดปลาทำให้ปลาเหนียวจับกันเป็นก้อนสะดวกในการห่อ
    – ถ้าน้ำซุปจืดสามารถเหยาะเกลือลงไปเล็กน้อย แต่ ไม่ควรให้รสจัดจนเกินไป
    – ไส้เกี๊ยวจะดัดแปลงเป็นหมู กุ้ง ได้ (ถ้าเด็กไม่แพ้อาหารทะเล)
    – ผักที่ใช้จะเปลี่ยนเป็น ฟัฟทอง ฟักเขียว บ้างก็ได้ เพื่อความแปลกและเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้แก่ลูก

    สตูว์หมู

    เครื่องปรุง
    หมู 1/4 ถ้วยตวง
    แป้งสาลี 21/2 ช้อนชา
    น้ำมันพืช 11/2 ช้อนโต๊ะ
    แคร์รอทหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ
    เมล็ดถั่วลันเตา 2 ช้อนโต๊ะ
    มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำ 11/2 ถ้วยตวง
    เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีทำ
    1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาดหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ ขนาด 1/4 เคล้ากับแป้งสาลีนำไปผัดในกระทะ พอแป้งเป็นสีน้ำตาล ตักใส่หม้อต้มด้วยน้ำเคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนเนื้อหมูสุกนุ่ม
    2. ใส่แครอท ถั่วลันเตา มะเขือเทศ และเกลือ เคี่ยวต่อไปจน ผักนุ่ม ใช้รับประทานคู่กับข้าวสุกนุ่ม ๆ

    ให้พลังงานประมาณ = 447 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 14 กรัม

  • อาหารเสริมทารก 9-12 เดือน

    อาหารเสริมทารก 9-12 เดือน

    อาหารเสริมทารก 9-12 เดือน

    เด็กอายุประมาณ 8 เดือนขึ้นไปหลายคน มักจะมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน เพราะมักจะติดนมขวดและมีความสุขความพอใจ กับการดื่มนมเพียงอย่างเดียว ซึ่งความจริงเด็กในวัยนี้ ควรจะได้อาหารเสริมวันละ 2 มื้อ ถึงจะได้สารอาหารและพลังงาน ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย (พลังงานที่ต้องการในแต่ละวันคือ 120 แคลอรี่ ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)

    อาหารของเด็กอายุ 8 เดือนขื้นไปควรจะเป็นข้าวสุกวันละประมาณ 3 / 4 ถ้วย ไข่วันละ 1 ฟอง เนื้อสัตว์ เช่นหมูหรือไก่ประมาณ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ ผักใบเขียวเช่น ตำลึง ผักโขม กวางตุ้ง ผักบุ้ง 1 – 2 ช้อนโต๊ะ ผลไม้ เช่น มะละกอ กล้วยสุกหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มคั้น 2 – 4 ออนซ์

    ลักษณะของอาหารของเด็กวัยนี้ ควรจะหยาบกว่าเด็กอายุ 6 เดือน วิธีทำอาหาร ก็ควรจะเปลี่ยนจากที่เคยบดเป็นสับให้ละเอียดแทน แต่ต้องเปื่อยนุ่ม เด็กวัยนี้พอจะมีฟันและเหงือกที่แข็งแรง พอจะบดเคี้ยวอาหารนุ่ม ๆ หรือกรอบร่วนได้ การให้อาหารแก่เด็กนั้น เป้าหมายไม่ใช่เพียงแต่ให้เด็กโตแข็งแรงเท่านั้น แต่ควรจะมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาของเด็กด้วย เมื่อเด็กเริ่มมีฟันก็ควรจะให้เด็กได้ฝึกหัด ใช้ฟันบดเคี้ยวอาหาร เลือกเนื้อสัตว์ที่เนื้อนุ่ม ๆ เช่น สันในไก่ ส่วนผักก็เลือกผักที่มีกากน้อยต้มเปื่อยง่าย พยายามเปลี่ยนลักษณะของอาหาร ให้เป็นไปตามวัยของเด็ก ส่วนรสชาติของอาหารก็เหมือนกัน คือ ควรมีรสอ่อน ๆ ปรุงรสด้วย เกลือ น้ำตาล (ใช้แต่น้อย พอให้ออกรสเท่านั้น) โดยพยายามใช้ความหวานของพืชผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่มีอยู่เองตามธรรมชาติ โดยเลือกอาหารที่สด ใหม่ และมีในฤดูกาล

    ตัวอย่างอาหารเสริมทารก 9-12 เดือน

    ซุปเต้าหู้

    เครื่องปรุง
    เต้าฮู้อ่อนชนิดแท่ง 3/4 ถ้วยตวง
    หมูบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำซุปไก่ 1 ถ้วยตวง
    ถั่วงอก 1/2 ถ้วยตวง
    เกลือป่น หรือ ซอสแม็กกี้ เล็กน้อย

    วิธีทำ
    1. หั่นเต้าหู้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 1/2 นิ้ว
    2. ต้มน้ำซุปจนกระทั่งเดือดใส่เต้าหู้ หมูสับ ลงไปหรี่ไฟลง
    ต้มต่อไปอีกประมาณ 15นาที ใส่ถั่วงอกกะพอถั่วงอกสุก
    นิ่ม ยกลง เหยาะเกลือ หรือแม็กกี้ลงไป ใช้รับ ประทานกับข้าวสวยนุ่ม ๆ

    ให้พลังงานประมาณ = 157 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 10 กรัม

    พุดดิ้งขนมปัง

    เครื่องปรุง
    1. ขนมปังแถว 2 ถ้วย
    น้ำอุ่น 11/2 ถ้วยตวง
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
    นมสด 1/4 ถ้วยตวง
    เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
    3. น้ำ 1/3 ถ้วยตวง
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    นมสด 3 ช้อนดต๊ะ
    4. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำ 3/4 ถ้วยตวง

    วิธีทำ
    1. ตัดขอบขนมปังทั้ง 4 ด้านออกทิ้ง จุ่มขนมปังลงใน น้ำอุ่น ประมาณ 5 นาที จากนั้นยกขึ้น ขยี้ขนมปัง บีบเอาน้ำออกให้หมด
    2. ใส่น้ำตาลทรายลงในขนมปังนวดให้เข้ากัน
    3. ตีไข่นมสด เนยละลายในส่วนที่ 2 จนรวมเป็นเนื้อ เดียวกัน ใส่เนื้อขนมปังและนำส่วนผสมทั้งหมดเท ใส่ลงในพิมพ์อลูมิเนียมกลมก้นจีบหรือพิมพ์แก้วทน ไฟ (ถ้ามี ) นำขึ้นนึ่งบนน้ำเดือดจัด ๆ ประมาณ 35 – 40 นาที ยกลงแคะพุดดิ้งออกจากพิมพ์
    4. ตุ๋น น้ำ . นม . น้ำตาลในส่วนผสมที่ 3 พอน้ำตาลละลายพักไว้ 5. ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำของส่วนผสมที่ 4 เข้าด้วยกันใส่ในหม้อ ตุ๋นข้อที่ 4 ตุ๋นต่อไปจนส่วนผสมข้น ราดบนขนมที่นึ่งไว้

    ให้พลังงานประมาณ = 625 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 26 กรัม ข้อเสนอแนะ

    – สามารถใช้ลูกเกด. หรือแอปเปิ้ลโรยบนพุดดิ้ง เพื่อให้ได้รสชาติที่แปลก และอร่อยมากยิ่งขึ้น
    – พุดดิ้ง คือ อาหารนุ่ม ๆ ทำจากแป้งหรือมันฝรั่ง ทำให้สุกโดยการนึ่งหรืออบ ขนมหวานชนิดหนึ่ง ทำจากข้าว. หรือขนมปังชุบน้ำ นมสด. ไข่และผลไม้

  • อาหารเสริมทารก 7-8 เดือน

    อาหารเสริมทารก 7-8 เดือน

    อาหารเสริมทารก 7-8 เดือน

    ตัวอย่างอาหารเสริมทารก 7-8 เดือน

    ไข่ตุ๋นหมูสับ

    เครื่องปรุง
    ไข่ไก่ 1 ฟอง
    น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ
    เนื้อหมูสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    ตำลึงสับหยาบ ๆ 3 ช้อนโต๊ะ
    เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีทำ
    1. ตีไข่พอเข้ากัน จากนั้นผสมเครื่องทุกอย่างเข้าด้วยกัน
    2. นำไข่ขึ้นนึ่ง ประมาณ 25 นาที หรือจนสุก

    ให้พลังงานประมาณ = 243 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 17 กรัม

    ข้อเสนอแนะ
    – วิธีทดสอบว่าไข่สุกหรือไม่ทำได้โดยใช้ปลายมีดสะอาด ๆ จิ้มตรงกลางไข่ เมื่อยกขึ้นมาดูไม่มีสิ่งใด ติดปลายมีด ขึ้นมา แสดงว่าไข่สุกได้ที่แล้ว

    – การทำไข่ตุ๋นถ้าต้องการเนื้อไข่เนียน ไม่เป็นรูพรุนอยู่ทั่วไป ให้คนไข่พอเข้ากัน ไม่ควรตีไข่ แบบไข่เจียวฟูเพราะการกระทำอย่างนั้นจะทำให้ฟองอากาศเกิดขึ้นทั่ว ๆ ไปในเนื้อไข่ตุ๋น และควรนึ่งไฟอ่อน

    – ในไข่ตุ๋นนี้สามารถผสมข้าวสวยนุ่ม ๆ ลงไปเพื่อให้ ลูกได้อาหารพวกแป้งเพื่มขึ้น

  • อาหารเสริมทารก 6 เดือน

    อาหารเสริมทารก 6 เดือน

    อาหารเสริมทารก 6 เดือน

    ซุปมักกะโรนี

    เครื่องปรุง 
    น้ำซุป 1 ถ้วยตวง
    มักกะโรนี 2 ช้อนโต๊ะ
    หมูบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    ยอดตำลึงอ่อน 1/2 ถ้วย

    วิธีทำ
    1. ต้มมักกะโรนีด้วยน้ำเปล่าจนสุกนิ่ม ตักขึ้นใช้ช้อนบดหยาบๆ
    2. สับยอดตำลึงอ่อนจนละเอียด
    3. ใส่มักกะโรนี. หมู ลงในน้ำซุป ต้มต่อไปจนหมูและผักสุกนิ่ม ยกลง

    ให้พลังงานประมาณ = 166 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 10 กรัม

    ข้อเสนอแนะ
    ถ้าต้องการให้รสชาติแปลกขึ้นจะเติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อยก็ได้ ไม่ควรให้อาหารรสจัดแก่เด็ก อาจเพิ่มตับบด ลงไปในซุปได้ถ้าต้องการ

    ซุปข้าวโพด

    เครื่องปรุง
    ข้าวโพด 1/2 ฝัก
    นมสด 1/4 ถ้วยตวง
    เนยละลาย 1 ช้อนชา
    น้ำซุปไก่ 1/2 ถ้วยตวง
    เกลือป่นเล็กน้อย
    แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา

    วิธีทำ
    1. ข้าวโพดต้มสุกยีผ่านกระชอน
    2. น้ำข้าวโพด นมสด เนยละลาย น้ำซุปไก่ และเกลือป่นผสมเข้าด้วยกัน นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ จนเดือด
    3. ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเย็น ใส่ในหม้อซุปต้มต่อไปจนแป้งสุกใสยกลง

    ให้พลังงานประมาณ = 180 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 8 แคลอรี่

    ข้อเสนอแนะ
    ซุปชนิดนี้สามารถดัดแปลงโดยใช้ผัก เช่น ถั่วลันเตา แทนข้าวโพดได้

    ข้าวต้มไข่กับฟักเขียว

    เครื่องปรุง
    ข้าวสาร 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำ 3 ถ้วยตวง
    ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน 1 ฟอง
    ฟักเขียวหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วย
    เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีทำ
    1. ต้มข้าวต้มพอสุก ใส่ฟักเขียวลงไปต้มต่อไปจนข้าวสุกเมล็ดบาน
    2. โรยไข่ ให้เป็นเส้นสวยงาม ขณะที่ข้าวต้มเดือด ใส่เกลือพอไข่
    สุกยกลง

    ให้พลังงานประมาณ = 178 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 10 กรัม

    ข้อเสนอแนะ
    ข้าวต้มชนิดนี้สามารถดัดแปลงใส่ผักพวก หัว แครรอท ฟักทอง น้ำเต้า แทนฟักเขียวได้
    ข้าวต้มจะเติมพวกน้ำซุปไก่ หรือน้ำกระดูกหมู ลงไปเพื่อ เป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้ดี

  • อาหารเสริมทารก 5 เดือน

    อาหารเสริมทารก 5 เดือน

    อาหารเสริมทารก 5 เดือน
    ตัวอย่าง

    ข้าวหอมมะลิครูด

    เครื่องปรุง
    ข้าวหอมมะลิซ้อมมือ 1 1/2 ถ้วย
    น้ำ 1 3/4 ถ้วย

    วิธีทำ
    1. ต้มข้าวจนเดือด หรี่ไฟลงเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ จนข้าวสุกเปื่อย
    2.ช้อนเนื้อข้าว นำมาครูดในกระชอนถี่ ๆ หรือเครื่องบดอาหารของเด็ก
    ให้พลังงานประมาณ  87 แคลอรี

    ขนมปังตุ๋นนมสด

    เครื่องปรุง
    ขนมปัง 1 แผ่น
    นมสด 1/2 ถ้วยหรือนมที่เด็กดื่มอยู่

    วิธีทำ
    1. ใช้มีดตัดขอบขนมปังออกทั้ง สี่ด้าน
    2. ใส่นมสดลงในขนมปัง พอขนมปังดูดซับน้ำนมเข้าไป จนนุ่มใช้ช้อนขยี้ขนมปังจะละเอียด
    3. นำขนมปังใส่หม้อตุ๋น ประมาณ 20 -30 นาที ยกลงพักไว้ให้เย็น
    ให้พลังงานประมาณ = 105 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 6 กรัม

    ข้าวครูดตับบด

    เครื่องปรุง
    ปลายข้าว 1 1/2 ถ้วย
    น้ำ 1 3/4 ถ้วย
    ตับ 1 /12 ถ้วย

    วิธีทำ
    1. ต้มปลายข้าวจนเดือด หรี่ไฟลง เคี่ยวไฟอ่อนเรื่อย ๆ จนข้าวสุกเปื่อย ใส่ตับลงไปต้มพอตับสุก
    2.ช้อนเนื้อข้าวพร้อมตับนำมาครูดด้วยกระซอนตาถี่ ๆหรือเครื่องบดอาหารสำหรับเด็ก

    ให้พลังงานประมาณ =124 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ = 12 กรัม

    ซุปไก่ผสมผักบด

    เครื่องปรุง
    น้ำซุปไก่ 1ถ้วยตวง
    แครอท 2 1/2 ช้อนโต๊ะ ผักโขม 1/2 ถ้วย
    ไก่บดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ
    1. ตัมแครอทจนสุกนิ่ม ลอกเอาเปลือกออกให้หมด นำไปยีผ่านกระชอนตามถี่ ๆพักไว้
    2. ผักโขมต้มสุกจนนิ่ม เด็ดเอาเฉพาะใบ นำไปยีผ่านกระซอน
    3. รวมผักทั้ง 2ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่ซุป เนื้อไก่ บดละเอียด นำไปตั้งไปจนเดือด ปิดฝาพักไว้ให้เย็น

    ให้พลังงานประมาณ = 125 แคลอรี่
    ให้โปรตีนประมาณ =13 กรัม

  • อาหารเสริมทารก 4 เดือน

    อาหารเสริมทารก 4 เดือน

    อาหารเสริมทารก 4 เดือน

    ตัวอย่าง อาหารเสริมทารก ช่วงวัย 4 เดือน

    น้ำมะเขือเทศ

    เครื่องปรุง มะเขือเทศ 6 ผล น้ำต้มสุก 2 ช้อนชา

    วิธีทำ

    1. ล้างมะเขือเทศให้สะอาด นำไปลวกในน้ำร้อนเดือด ๆ ประมาณ 2-3 นาที ตักมะเขือเทศขึ้น ลอกเปลือกออก
    2. นำผ้าขาวบางสะอาด ๆ ห่อมะเขือเทศไว้ บิดผ้าจนน้ำมะเขือเทศไหลออกมาใส่ภาชนะที่รองรับ จากนั้นนำไปผสมกับน้ำต้มสุก ให้ลูกดื่ม

    ให้พลังงานประมาณ = 3.4 แคลอรี่

    น้ำส้มคั้น

    เครื่องปรุง ส้ม 1 ผล น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. ล้างส้มให้สะอาด ผ่าส้มตามขวางลูกเป็น 2 ซีก
    2. คั้นส้มด้วยที่คั้นผลไม้ กรองด้วยผ้าขาวบาง เมื่อจะให้ลูกดื่มให้เติมน้ำต้มสุกผสมลงไป

    ให้พลังงานประมาณ = 13 แคลอรี่

    น้ำองุ่น

    เครื่องปรุง องุ่น ประมาณ 30 ลูก น้ำตัมสุก 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. ปลิดองุ่นออกล้างจนสะอาด ลอกเปลือกและแคะเอาเมล็ดออก
    2. หั่นองุ่นเป็นชิ้นเล้ก ๆใส่ในผ้าขาวบางสะอาด ๆบิดผ้าคั้นเอมน้ำองุ่นใส่ในภาชนะที่จะให้ลุกดื่ม ผสมน้ำต้มสุก

    ให้พลังงานประมาณ = 19 แคลอรี่

    ข้อเสนอแนะ ผลไม้ที่จะนำมาคั้นให้ลูก ไม่ควรมีรสเปรี้ยวจัด ถ้าเป็นผลไม้ที่มีรสไม่จัดอาจะไม่ต้องเติมน้ำสุกลงไปก็ได้ การเติมน้ำต้มสุกหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับรสชาติของน้ำผลไม้นั้น

    กล้วยน้ำว้าครูด

    เครื่องปรุง กล้วยน้ำว้า 1 ผล

    วิธีทำ

    1. ล้างกล้วยจนสะอาด นำมาปอกเปลือกกล้วยออกให้หมด
    ใช้ช้อนครูดเบาๆ เอาเฉพาะส่วนผิวของกล้วยตักใส่ถ้วย
    3. บดกล้วยด้วยหลังช้อน บี้จนละเอียด

    ให้พลังงานประมาณ = 30 แคลลอรี่

    น้ำซุปไก่

    เครื่องปรุง
    ไก่ 1ตัว

    น้ำ 7 ถ้วยตวง
    ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
    แครอท 1 หัว
    หอมใหญ่ 1 หัว
    เกลือ 2 ข้อนชา

    วิธีทำ

    1. ล้างไก่ให้สะอากตัดเท้าไก่ออก

    2. ขึ้นฉ่าย ตัดรากทิ้งให้สะอาด พักขึ้นฉ่ายใช้ส่วนยอดที่นิ่มพันผูกไว้ อย่าให้หลุด ล้างแครอทตัวหัวท้ายทิ้ง หอมใหญ่ปอกเปลือกใช้ทั้งหัว

    3. นำเครื่องปรุงทุกอย่างใส่ในหม้อ พร้อมนำและเกลือนำไปตั้งไปจนเดือน หรื่ไฟลงให้เบา สุดเคี่ยวต่อไปอีก 3 ชั่วโมง

    4. ใช้ผ้าขาวบาง กรองเอาน้ำซุป ส่วนเนื้อและผักจะนำไปทำอาหารพวกแครอทครูดผสมไก่บดให้ลูกรับประทาน หรือปรุงเป็นอาหารสำหรับผู้ใหญ่

    5. ต้มน้ำซุปเปล่าๆ ต่อไปอีก พอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็นสนิท

    6. ตักน้ำซุปใส่ลงในพิมพ์ทำน้ำแข็ง พอน้ำซุปจับตัวเป็นก้อนแข็ง แคะออก ห่อด้วยกระดาษอลุมิเนียมหรอยด์บิดเป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับการห่อท๊อฟฟี่ เมื่อต้องการจะใช้ ให้แกะเอาเฉพาะที่ต้องไปต้มให้เดือดสำหรับลูกรับประทาน

    ข้อเสนอแนะ

    การทำน้ำซุปชนิดนี้สามารถดัดแปลง เป็นเนื้อ หรือปลาได้ ตามความต้องการของคุณแม่ ที่ให้ลูกได้รับประทานน้ำซุบชนิดใด

    ผักจำพวกขึ้นฉ่ายไม่ควรให้ลูกรับประทาน แต่ในที่นี้ใช้ต้มเพื่อให้กลิ่นน้ำซุปหอมน่ารับประทาน

  • อาหารเสริมสำหรับทารกวัยต่างๆ

    อาหารเสริมสำหรับทารกวัยต่างๆ

    อาหารเสริมสำหรับทารกวัยต่างๆ
    ความสำคัญของอาหารเสริมสำหรับทารก

    1. เพื่อช่วยให้ทารกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอนและเหมาะสม
    นับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ทารกก็มีความต้องการสารอาหารที่พอเพียง 100% เต็มเพื่อเติบโตได้อย่างเหมาะสม อาหารของทารกในครรภ์จะได้จากอาหารที่แม่รับประทานเข้าไป ย่อยสลายและผ่านทารกไปสู่ร่างกายของลูก

        ครั้นเมื่อลูกคลอดออกมาจากครรภ์มารดาแล้ว “นมแม่”  เป็นอาหารที่ดีที่สุด มีคุณค่าโภชนากรครบถ้วน เหมาะสมที่สุด และจะช่วยการพัฒนาของเด็กได้ดีที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ภุมิต้านทานโรค เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก และเป็นการประหยัดอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอีกด้วย

        ดังนั้นในระยะสามเดือนแรกของชีวิต ในช่วงที่ลูกยังบอบบางอ่อนแอ กำลังปรับตัวให้คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมนอกครรภ์ของมารดา ลูกน้อยจึงควรจะได้รับแต่น้ำนมแม่ ซึ่งธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่า และเพียงพอสำหรับเด็กทุกคนเพียงอย่างเดียว เพราะในนมแม่มีน้ำเพียงพอกับความต้องการของร่างกายแล้ว

      อย่างไรก็ดี น้ำนมแม่จะพอเพียงสำหรับลูกไปจนถึง 4-6 เดือน แต่หลังจากนั้นน้ำนมแม่ซึ่งยังทางคุณค่าอยู่เช่นเดิม จะมีปริมาณไม่พอเพียงความต้องการในการเจริญเติบโต ของลูก เพราะเด็กในช่วงปีแรก  ถึง 2 ปี เจริญเติบโตเร็วมาก ดังลำดับต่อไปนี้

    แรกเกิด  3 กก     ไปเป็น 2 เท่า     เท่ากับ 6 กก     เมื่อ 5 เดือน
    ไปเป็น 3 เท่า     เท่ากับ 9 กก.    เมื่อ 1 ปี
    ไปเป็น 4 เท่า     เท่ากับ 12 กก.    เมื่อ 2 ปี

    ดังนั้นลูกจึงจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การเจริญเติบโตทั้งกายและใจของลูกเป็นไปอย่างราบรื่น เหมาะสมตามที่ควรเป็น และไม่ขาดตอน แต่อย่างไรก็ตาม น้ำนมแม่ก็ยังต้องให้เป็นมื้อหลักอยู่เช่นเดิม

    2. เพื่อเสริมให้ทารกมีภาวะโภชนาการที่ดี
    ดังได้กล่าวในข้อแรกแล้วว่า ถ้าเด็กทารกได้รับน้ำนมแม่และอาหารเสริมที่พอเพียงและสะอาด ก็จะทำให้การเจริญเติบโตของทารกราบรื่น แต่ถ้าหากเด็กทารกไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ ได้รับแต่นมผสม และได้รับอาหารเสริมที่ไม่เหมาะสมและไม่สะอาด ก็จะไม่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายเติบโตแข็งแรงและพัฒนา ซ้ำอาจเกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้ เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ปอดบวม หลอดลมอักเสบ และรับเชื้อโรคที่ระบาดอื่นๆ ได้ง่าย อันอาจเป็นสาเหตุให้ทารกตายได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ทารกได้รับอาหารหลัก (น้ำนม) และอาหารเสริมไม่ถูกต้อง ครบถ้วน มักเกิดโรคได้ง่าย และอัตราการตายจะสูงกว่าเด็กทารกที่ได้รับอาหารหลักและอาหารเสริมที่เหมาะสม

    3. แก้ปัญหาการขาดสารอาหารในทารกและเด็กของประเทศไทย
    ในประเทศไทยของเรายังมีอัตราการขาดสารอาหารในทารกและเด็กค่อนข้างสูง ถึง 30-40 % (แล้วแต่ท้องที่) ซึ่งจะทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตไม่ได้ น้ำหนักน้อย สมองเติบโตช้า อันมีผลกระทบไปถึงการพัฒนาสติปัญญา และความรับรู้อื่นๆ จะด้อยกว่าปกติ  อาจเกิดโรคโลหิตจางได้(โรคโลหิตจางนี้ เด็กไทยอาจเป็นสูงถึง 10-30 % ของเด็กทั้งหมดโดยขึ้นกับท้องที่)  หรือการขาดวิตามินเอ ซึ่งทำให้การเจริญเติบโตช้ากว่าที่ควร การขาดวิตามินบีหนึ่งก็อาจทำให้เป็นโรคเหน็บชาในทารกและเด็กได้

                ดังนั้น จึงอาจสรุปความสำคัญอีกประการหนึ่งของอาหารเสริมได้ว่า อาหารเสริมที่เตรียมให้ครบคุณค่าตามความต้องการของร่างกาย ทั้งปริมาณและคุณภาพ จะช่วยให้ร่างกายมีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคขาดอาหาร ซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยเป็นโรคต่าง ๆ อาหารเสริมจะช่วยเสริมสร้างงภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ใจและสติปัญญา ในวัยพื้นฐาน ซึ่งหากแต่ละครอบครัวสามารถตระเตรียมให้ดี ก็เท่ากับลดภาวะทุโภชนาการของประเทศไปได้

    4.เป็นการบ่มเพาะพฤติกรรม และนิสัยการกินของทารกและเด็ก
                การกินอาหารที่เหมาะสมในวัยผู้ใหญ่มีพื้นฐานมาจากการได้รับอาหารเสริมในวัยทารก กล่าวคือ ในช่วงวัย 0-3 เดือน ทารกจะได้รับอาหารเป็นของเหลว(น้ำนม)

    3-5 เดือน ขึ้นไป ทารกควรจะได้รับการสร้างความคุ้นเคยกับอาหารครึ่งแข็งครึ่งเหลว (อาหารอ่อน) แน่นอนเด็กบางคนในวัย 3 เดือนเศษยังไม่พรัอม ไม่ยอมรับ แต่โดยทั่วไปก็อาจจะรับได้ในวัย 4-5 เดือน เพราะการเคี้ยวและการกลืนจะเกิดขึ้นในวัย 3-5 เดือน (เด็ก ๆมีความแตกต่างกัน บางคนอาจช้า หรือเร็ว) การกลืน เป็นพฤติกรรมที่ยากสำหรับทารก เนื่องจากต้องอาศัยการประสานงานของอวัยวะหลายส่วน ได้แก่ ลิ้น และกล้ามเนื้อ บริเวณคอ อันต่างจาการดูดซึ่งถือว่าเป็นสัญชาติญาณที่เด็กสามารถทำได้ตั้งแต่เกิด (แต่ระยะที่เด็กฝึกกลืนนี้ ก็อาจมีปฏิกิริยาการดูดปนอยู่ด้วย)

    6-12 เดือน เด็กจะเริ่มเคี้ยวอาหารได้ เพราะส่วนใหญ่จะเริ่มมีฟัน จึงควรให้อาหารที่มีลักษณะหยาบขึ้น  อาจเป็นเนื้อสัตว์ พ่อแม่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเสริม ให้เด็กดูดนมอย่างเดียว เด็กก็จะไม่ได้พัฒนาการกลืน  การเคี้ยวอาหารแบบต่าง ๆได้ พัฒนาเฉพาะการดูดเท่านั้น ซึ่งเมื่อปล่อยทิ้งไว้ เช่นนี้หรือให้อาหารเสริมแบบต่าง ๆ ช้าไป เด็กก็อาจปฏิเสธไปเลย หรือยอมรับยาก ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆตามมาอีกได้

    ระยะปีเศษขึ้นไป เด็กจะมีฟันมากขึ้น  ควรได้รับอาหารที่มีกากมากขึ้น ส่วนใหญ่เราจะพบว่าเด็กในวัยนี้อาจกินอาหารคล้าย ๆอาหารผู้ใหญ่ก็ได้ แต่รสชาดต้องไม่จัด และคุณค่าครบถ้วน สะอาด ถูกอนามัย ดังนั้นการสร้างนิสัยที่ดีอีกอย่างคือการให้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับผู้ใหญ่ในครอบครัว

     ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเชื่อมต่อระหว่างการให้อาหารเสริมไปสู่การรับอาหาร 5 หมู่ ปกติเหมือนผู้ใหญ่อย่างไรก็ดีเพื่อให้ความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ ขออธิบายถึงการทำงานของสรีระในส่วนที่เกี่ยวกับการย่อยและดูดซึมสารอาหารของทารกและเด็ก

            ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเชื่อมต่อระหว่างการให้อาหารเสริมไปสู่การรับอาหารหลัก 5 หมู่ ปกติเหมือนผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดีเพื่อให้ความกระจ่างชัดเจน 

    ดูตารางแสดงการให้อาหารเสริมลูก ในช่วง 3 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง

    3-4  อาหารเสริมทารก 3-4 เดือนควรเป็นอาหารเหลวใส ได้แก่น้ำผลไม้ต่าง ๆ ข้าวครูด เป็นต้น การให้อาหารเสริมในช่วงนี้เป็นการสอนให้ทารกไดรู้จักลิ้มรสอาหารชนิดอื่น เพื่อเป็นที่ยอมรับต่อไปในอนาคต ตัวอย่าง อาหารเสริมทารกในช่วง 3-4 เดือน มีน้ำมะเขือเทศ ,น้ำส้มคั้น ,กล้วยครูด ,น้ำซุป
    5 ในช่วง 5 เดือน ทารกจะเริ่มคุ้นเคยกับอาหารเสริมมากขึ้น อาหารในช่วงนี้ จะมีลักษณะข้นขึ้น เช่นข้าวครูด ผสมไข่แดง .ข้าวครูดตับบด .ซุปไก่ผสมผักบด ฯลฯ
    6 ช่วง 6 เดือนขึ้นไป ทารกจะมีฟันคู่แรกขึ้นช่วงนี้ ทารกจะรู้สึกคันเหงือกพร้อมที่จะคว้าของใส่ปากขบเล่น ดังนั้น อาหารในช่วงนี้จึงควรจะมีลักษณะข้นบดหยาบ พิที่จะขบแทะได้ เช่น ข้าวต้มไก่กับ ฟักเขียว และในช่วงนี้ลูกควรได้รับอาหารแทนนมแม่ 1 มื้อ
    7-8 7-8 เดือน อาหารจะหยาบกว่าเดิม แต่ยังคงอ่อนนุ่มเคี้ยวงาย นมจะเริ่มกลายเป็นอาหารเสริม อาหารที่รับประทานจะกลายเป็นอาหารหลักต่อไป ตัวอย่างลักษณะอาหารของทารกในวัยนี้ คือ ไข่ตุ๋นหมูสับกับข้าวสวยบดหยาย ๆ นุ่ม ๆ
    9-12 9-12 เดือน เด็กจะมีฟันหน้าเพิ่มขึ้นรวมเป็น 4 ซี่ ดังนี้ เขาจะใช้ฟันกัดอาหารและกลืนได้ดีขึ้น จึงทำให้สามารถรับอาหารอ่อน ประเภทสับหยาบ ๆ เช่น ข้าวหุงนิ่ม ๆ พุดดิ้งขนมปัง
    13-18 เดือน 13-18 เดือน เด็กสามารถรับประทานอาหารได้เกือบทุกชนิด ดังนั้ อาหารจะมีลักษณะ หยาบขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงต้องปรุงให้นุ่มพอที่จะรับประทานได้ ตัวอย่างอาหารของเด็กในวัยนี้ เช่น เกี๊ยวน้ำ ,ก๋วยเตี๋ยวหมูสับ ,สตูว์หมู ฯลฯ
  • นิสัยคนเกิดวันต่างๆ ผู้ชายและผู้หญิง

    นิสัยคนเกิดวันต่างๆ ผู้ชายและผู้หญิง

    นิสัยคนเกิดวันต่างๆ

    นิสัยคนเกิดวันอาทิตย์

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้เป็นคนที่ชอบอิสระ ไม่ชอบอยู่ภายใต้อำนาจของผู้อื่น เหมาะที่จะเป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ หากเข้ารับราชการอาจโยกย้ายบ่อยๆ หากทำการสิ่งใดจะมีผู้ให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่มีความคิดความอ่านก้าวหน้าหัวไว มีความคิดที่รวดเร็ว บางครั้งใจร้อนเจ้าอารมณ์แต่บางทีก็ใจเย็นนิ่ง ชอบการศึกษาศาสตร์อันเร้นลับ เป็นคนประหยัด หนักไปทางตระหนี่

    นิสัยคนเกิดวันจันทร์

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ชอบการแข่งขันและแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ มีการย้าย หรือพลัดพรากจากที่อยู่อาศัยบ่อยๆ มักเลียนแบบตามอย่างผู้เป็นแม่มากกว่าพ่อ

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้เป็นคนเจ้าอารมณ์ แปรปรวนอ่อนไหวง่าย เอาแต่ใจชอบทำอะไรตามใจ ชอบให้ผู้อื่นยอมรับความคิดของตนเอง โกรธง่ายหายยาก แต่ภายในแล้วเป็นคนอ่อนหวาน รักพี่รักน้อง ชอบแสดงออกแบบปากอย่างใจอย่าง ร่าเริงสนุกสนานจึงเป็นที่รักชอบของเพื่อนฝูง

    นิสัยคนเกิดวันอังคาร

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้เป็นคนพูดจาแบบขวานผ่าซาก ตรงไปตรงมา นิสัยเคร่งขรึม ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว รักอิสระ ชอบความถูกต้องยุติธรรม เชื่อมั่นในตนเอง จึงมักยึดมั่นในความคิดของตนเองสูง บางครั้งจะดื้อรั้นจนเกินไป

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่รอบรู้ช่างเจรจาพาที มีเหตุมีผล เป็นคนชอบการศึกษา หาความรู้พึ่งพาหาเลี้ยงตนเองเด็ดเดี่ยว และกล้าได้กล้าเสีย เป็นคนที่พูดจาไม่อ่อนหวาน หรือโรแมนติกเท่าที่ควร ไม่ชอบการนินนทา มักคาดหวังจากอนาคตไว้สูงเกินตัวควรระมัดระวัง

    นิสัยคนเกิดวันพุธ

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้เป็นคนช่างคิด และมีความรอบรู้สูง มีความสามารถหลายๆด้าน เอาใจใส่ความก้าวหน้าของตนเองอย่างมาก มักจะเป็นผู้นำคนโอบอ้อมอารีมีน้ำใจ ช่างเกรงใจและถนอมน้ำใจผู้อื่น เก็บความรู้สึกไว้ภายในไม่แสดงออก จึงมักเสียเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอ

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนโรแมนติกอารมณ์พลิ้วไหวง่าย ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ หากพอใจหรือรักใคร จะรักแบบทุ่มสุดหัวใจ เป็นคนขี้หึง และชอบสนุกสนานเฮฮากับเพื่อนฝูง เพื่อให้คลายความเหงาบ่อยๆ มักมีตำหนิไฝ ปาน หรือขี้แมลงวันบนเนินอกหรือในร่มผ้า

    นิสัยคนเกิดวันพฤหัสบดี

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้ เป็นคนชอบคุยอวดฉลาดอวดรู้เป็นอย่างมาก ชอบการสั่งสอนมากกว่าการถูกสั่งสอน การเจรจาพาทีมีเหตุผลน่าเชื่อถือ จึงเป็นที่เชื่อถือของคนรอบข้างเสมอ อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ชอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง หากโมโหมักพูดจาไม่ยั้งคิด

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่พยายามขวนขวายหาความรู้ให้กับตนเอง เป็นคนฉลาดและเจ้าระเบียบ อาจเกินไปในบางครั้ง ทำให้ภายนอกดูเป็นคนหยิ่งถือตัว ชอบสันโดษ ไม่ชอบวุ่นวายกับสังคมนัก ใจเป็นกุศล มีเมตตาชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ชอบการมีเหตุมีผลและจริงใจ

    นิสัยคนเกิดวันศุกร์

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่มีอารมณ์มุทะลุ โกรธง่ายหายเร็ว เวลาโกรธหรือไม่ได้ดังใจ จะฉุนเฉียวแสดงอารมณ์ออกมาไม่เก็บไว้ ช่างเจรจาพาที และมีเสน่ห์ เป็นที่หลงใหลของผู้พบเห็นเฉลียวฉลาดทันคน ชอบช่วยเหลือผู้คน มีความคิดคล่องแคล่วว่องไว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่มีหัวใจเป็นนักสู้ที่เข็มแข็งเหมือนดั่งชาย วาจาอ่อนหวาน รักสวยรักงามเป็นพิเศษ ชอบการพูดจาอย่างตรงไปตรงมา มีน้ำใจกว้างขวาง ชอบช่วยเหลือผู้อื่นบางครั้งเข้าลักษณะหน้าชื่นอกตรม ชอบช่วยเหลือตนเองมากกว่าพึ่งพาผู้อื่น

    นิสัยคนเกิดวันเสาร์

    ผู้ชายที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่เป็นนักต่อสู้เด็ดเดี่ยว เฉียบขาดรุนแรง และอารมณ์ร้อน ไม่ช่างพูดแต่เวลาพูดมักพูดจาโผงผางเสมอ พูดอะไรจริงใจ เป็นคนชอบความถูกต้องและยุติธรรม ส่วนมากเป็นคนที่แข็งแกร่งแต่ภายนอก ภายในเป็นคนอ่อนไหว หูเบา เชื่อคนง่าย ควรระวัง

    ผู้หญิงที่เกิดในวันนี้ เป็นคนที่หัวรั้นยึดมั่นในแนวความคิดของตนเองสูง ทำอะไรตามอารมณ์ของตนเอง เป็นคนทันยุคทันสมัย ปรับตัวได้ทุกโอกาส รักธรรมชาติ ชอบอิสระเสรีไม่ใสใจกับมุมมองของคนรอบข้าง จริงจังกับการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม