Author: admin

  • กุ้งนึ่งนมสด

    กุ้งนางตัวขนาดกลาง 5 ตัว (ประมาณ 500 กรัม)

    ไข่ไก่ 1 ฟอง

    นมสด 1/ 4 ถ้วย

    น้ำซุป 1/ 2 ถ้วย

    เกลือป่น 1/ 2 ช้อนชา

    รากผักชี 7 ราก

    พริกไทยเม็ดบุบ 1/ 2 ช้อนชา

    ซวงเจี่ย (พริกหอม) คั่ว 1 กับอีก 1/ 2 ช้อนชา

    1. ล้างกุ้งให้สะอาด แล้วผ่าเอาส่วนตรงปลายหัวกุ้งออก ใช้ปลายมีดเขี่ยเอาสิ่งสกปรกที่เป็นถุงสีดำออกให้หมด จากนั้น

    2. ผ่ากุ้งครึ่งตัวตามยาวของตัวกุ้ง (ทั้งเปลือก) แล้วใส่ชามเคลือบทรงกลมแบน หรือชามแก้วทนไฟ

    3. ล้างรากผักชี พริกไทยเม็ดบุบพอแตก ซวงเจี่ยคั่วบุบพอแตก โรยให้ทั่วกุ้ง

    4. ต่อยไข่ใส่ชามอีกใบใส่น้ำซุปแล้วตีให้เข้ากัน เติมเกลือป่น และนมสด คนให้เข้ากัน พอเกลือละลายแล้วเทลงบนกุ้ง

    5. ยกขึ้นนึ่งในลังถึงที่ตั้งไฟและน้ำเดือดพล่าน แล้วนึ่งประมาณ 12 – 15 นาที จนกุ้งสุก ยกลง

    6. เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อม ซอสพริก หรือ น้ำปลาและน้ำมะนาว พริกขี้หนู

    กุ้งนึ่งนมสด หรือ กุ้งนมสด เป็นอาหารบำรุงกำลัง เหมาะสำหรับ เด็กในวัยกำลังเจริญเติบโต หรือ ผู้ที่เพิ่งพื้นไข้ หรือ ผู้ที่ทำงานหนัก เพราะให้พลังงานและคุณค่าทางอาหารค่อนข้างสูง มีโปรตี นอย่างอุดมสมบูรณ์จากกุ้ง ไข่และนมสด การใส่เครื่องเทศ เช่น ซวงเจี่ย (พริกหอม) และ พริกไทย มีส่วนช่วยกระตุ้นประสาทและช่วยในการย่อยอาหาร

    กุ้งนึ่งนมสดสูตรนี้ ใช้ กุ้งนาง เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่กุ้งนางมีราคาค่อนข้างแพง เราอาจจะเปลี่ยนมาใช้กุ้งชีแฮ้ หรือ กุ้งกุลาดำแทนได้ แต่ต้องเลือกแบบที่ตัวโต ๆ สักหน่อย ถ้าจะแกะเปลือก ก็ควรให้เหลือท่อนหางไว้เล็กน้อย

  • วิธีทำเกี๊ยวปลา

    วิธีทำเกี๊ยวปลา

    เครื่องปรุงแผ่นเกี๊ยว

    เนื้อปลากราย หรือปลาน้ำดอกไม้(เน้นย้ำว่า ต้อง “สด”) 1 กิโลกรัม

    แป้งมัน 4 ช้อนโต๊ะ

    เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำแข็งป่น 2 ถ้วย

    น้ำสะอาด 1 ถ้วย

    วิธีทำแผ่นเกี๊ยว

    ละลายน้ำกับเกลือเข้าด้วยกันแล้วพักไว้ จากนั้นใส่เนื้อปลาลงในเครื่องบด บดจนเนื้อปลาเหนียว ในขณะที่บดค่อย ๆ เติมน้ำเกลือทีละน้อย แล้วใส่แป้งมันลงในเนื้อปลาที่ตี และใส่น้ำแข็งในขณะบด นำเนื้อปลาที่บดมาคลึงบนแผ่นพลาสติกที่ทาน้ำมัน คลึงให้เป็นแผ่นบาง ตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ใช้เป็นแผ่นเกี๊ยว

    เครื่องปรุงไส้เกี๊ยว :

    เนื้อหมูติดมันบด 1 ถ้วย

    เนื้อกุ้งบด 1 ถ้วย

    รากผักชี 3 ราก

    กระเทียม 5 กลีบโต ๆ

    พริกไทยเม็ด 7 – 10 เม็ด

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ


         วิธีทำ

    โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด ใส่หมูบด กุ้งบด เคล้าเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว เคล้าให้เข้ากันอีกที จากนั้นแผ่แผ่นเกี๊ยวที่เตรียมไว้ ตักส่วนผสมไส้ที่เตรียมไว้ วางลงตรงกลางแผ่นเกี๊ยว ห่อให้มิด ทำจนหมด แล้วต้มน้ำให้เดือด ใส่เกี๊ยวปลาที่ห่อเสร็จแล้วลงต้ม (น้ำจะต้องเดือดจัด ๆ แต่ไม่ใช่เดือดพล่าน) พอเกี๊ยวสุก ตักขึ้น ใช้ใส่ก๋วยเตี๋ยวปลาหรือก๋วยเตี๋ยวหมู

  • สูตรหลนปลาเค็ม

    “หลน” อยู่ในตระกูล “น้ำพริก” ชนิดหนึ่งด้วย เพราะว่าต้องกินกับผัก บางทีก็ใช้ปลาทอด หมูทอดหรือกุ้งเผาประกอบด้วย ในการปรุงมีส่วนประกอบดังนี้ กะทิคั้นน้ำอย่างข้น หัวหอมฝานบาง ๆ 4 – 5 หัว ตะไคร้ตัดเป็นท่อน ๆ ข่าหั่นฝานเป็นแว่น กระชายเอามาทุบ รากผักชี (จะไม่ใช้ก็ได้) พริกสด หรือพริกหยวกหลายเม็ด เด็กก้านออกไม่ต้องหั่น น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปีบ วิธีทำคือเอาสิ่งเหล่านี้มาต้มรวมกันจนสุก ใส่น้ำมะขาม น้ำตาล น้ำปลา

    สิ่งที่จะใส่หลนเช่น ปลาร้าสับละเอียด เรียกว่า “ปลาร้าหลน” เต้าเจี้ยวขาวโขลกใส่ลงไป เรียกว่า “เต้าเจี้ยวหลน” เต้าหู้ยี้มาละลายกับกะทิ เรียกว่า “เต้าหู้หลน” ปลากุเรา (หรือ กุเลา) ย่างเอามาโขลกละเอียด เรียกว่า “ปลากุเราหลน” ปลาเจ่าเอาใส่ลงไป เรียกว่า “ปลาเจ่าหลน” ปลาส้มเอามาสับใส่ลงไป เรียกว่า “ปลาส้มหลน” แหนมเอามาฉีกใส่ลงไป เรียกว่า “แหนมหลน” ไข่เค็มต้ม เอาแต่ไข่แดงมายีใส่ เรียกว่า “ไข่เค็มหลน”

    นอกจากเครื่องที่กล่าวมาแล้วนั้น ในการหลนอาจจะทำแบบ “ทรงเครื่อง” ใส่กุ้งสดตัวเล็ก ๆ เช่น กุ้งนางหรือกุ้งชีแฮ้ลงไปโดยแกะเปลือกใส่ลงไปทั้งตัว หรือหมูสับเป็นบะช่อ ใส่ลูกชิ้นปลาก็ได้ บางทีก็ใส่แหนมฉีกยีลงไปด้วย รวมทั้งปลาหมึกสด จะใส่อย่างเดียวหรือหลายอย่างได้ทั้งนั้น ก่อนยกลงฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป เมื่อตักใส่ชาม จะกินอาจจะเด็ดผักชีโรยหน้า แต่งให้สวยอีกทีหนึ่ง

    การหลนนี้นอกจากจะใส่เนื้อสัตว์หลายชนิดลงไปแล้ว ไม่ควรใส่ผักแบบ “ปลาร้าทรงเครื่อง” ด้วยเป็นของไม่เข้ากัน ไม่มีผู้นิยม

    ผักที่ใช้กินกับหลนที่เข้ากันได้อย่างวิเศษ เรียงกันตามลำดับดังนี้ หัวปลี ใบมะกอกอ่อน ผักชี ต้นหอม ถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือพวง แตงกวา แตงร้าน ใบโหระพา ยอดใบมะยมอ่อน ผักกระสัง ผักแว่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักกาดหอม ผักกาดขาว ใบทองหลางอ่อน ใบชะพลู ใบไม้อ่อนทุกชนิดที่กินได้ ดังนี้เป็นต้น

    หลนเป็นกับข้าวพื้นเมืองของไทยที่เน้นกะทิ โดยไม่ใส่เครื่องเทศ ซึ่งผู้ทำกับข้าวจะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน หลนคือการต้มกะทิกับสิ่งที่จะหลน ใส่หวาน ใส่เปรี้ยวเล็กน้อย ปรุงเผ็ดด้วยพริก ใส่หัวหอมและใบมะกรูด เพียงเท่านี้

    มะพร้าว 300 กรัม (ใส่น้ำอุ่น 3/ 4 ถ้วย คั้นให้ได้กะทิ 1 กับอีก 1/ 2 ถ้วย)

    ปลากุเราหรือปลาอินทรีเค็มนึ่ง 1 ชิ้นเล็ก

    เนื้อหมูสับ 3 ช้อนโต๊ะ

    เนื้อกุ้งสับ 3 ช้อนโต๊ะ

    หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

    พริกชี้ฟ้าเขียว แดง เหลือง 3 – 4 เม็ด

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำส้มมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

    เคี่ยวกะทิให้แตกมัน แล้วแกะเนื้อปลาเค็มผสมกับหมูสับ กุ้งสับ รวมกันใส่ลงในกะทิ ใส่พริก ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำส้มมะขาม และเกลือ ชิมรสดีแล้ว ใส่หอมแดงซอย พอเดือดทั่วแล้วยกลง ใช้รับประทานกับผักสดเช่น แตงกวา กะหล่ำปลี ขมิ้นขาว ถั่วฝักยาว ฯลฯ

  • สูตรหลนกะปิทรงเครื่อง

    สูตรหลนกะปิทรงเครื่อง

    มะพร้าว 500 กรัม

    ปลากรอบแกะเอาแต่เนื้อ 1/ 2 ถ้วย

    พริกชี้ฟ้าแดงเหลือง 3 เม็ด

    น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ

    เกลือ 1/ 2 ช้อนชา

    เครื่องน้ำพริก

    กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

    พริกแห้งแกะเม็ดออกแช่น้ำไว้ 4 – 5 เม็ด

    ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนชา

    ข่าหั่นฝอย 1 ช้อนชา

    กระชายหั่นฝอย 1/ 3 ถ้วย

    หอมแดง 6 – 7 หัว

    กระเทียม 4 – 5 หัว

    คั้นมะพร้าวให้ได้ 2 ถ้วย แยกหัวกะทิ 1/ 2 ถ้วย จากนั้น โขลกพริกแห้งและเครื่องน้ำพริกทั้งหมดให้ละเอียด ใส่ปลากรอบลงไปโขลกด้วย แล้วนำหางกะทิที่แยกไว้ขึ้นตั้งไฟ พอกะทิเดือดแตกมันแล้ว ใส่เครื่องน้ำพริกลงเคี่ยวจนข้น ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ ชิมรสดู แล้วจึงใส่หัวกะทิที่แบ่งไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ใส่พริกชี้ฟ้า พอเดือดอีกครั้งยกลง ใช้รับประทานกับผักสดต่าง ๆ และปลาทูทอด

    กะปิหลน ถ้าจะให้อร่อยมีเคล็ดพิเศษคือ โขลกกระชาย หัวหอม พริก ข่า ตะไคร้หั่น รากผักชี รวมไปกับกะปิแล้วหลนกับน้ำกะทิ น้ำตาลใส่เล็กน้อย ด้วยกะทินั้นหวานอยู่แล้ว จะไม่ใส่น้ำตาลก็ได้

  • ข้าวแตนสามรส

    ข้าวแตนแบบดั้งเดิมนั้น เขาจะผสมน้ำแตงโมลงไปในส่วนผสมข้าว เพื่อช่วยเพิ่มความหอมและสี ให้กับขนม (สังเกตได้ว่า ขนมข้าวแตน จะมีสีเข้มกว่า ขนมนางเล็ด) ความอร่อยของข้าวแตนนั้น นอกเหนือจากการใส่น้ำแตงโมแล้ว ส่วนผสมสำคัญที่เป็นเคล็ดลับแห่งความอร่อยอีกอย่างหนึ่ง คือ การใส่สิ่งที่ชาวเหนือเรียกกันว่า “น้ำอ้อย” ลงไปในส่วนผสมด้วย

    ต้องขออธิบายไว้ตรงนี้ก่อนว่า “น้ำอ้อย” ที่ว่านี้ ไม่ใช่ “น้ำอ้อย” ที่เป็นของเหลว แบบที่เราใช้ดื่มกันหรอกนะคะคุณ แต่เป็นน้ำตาลสีเข้มที่ทำมาจากอ้อย มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม คล้ายลูกเต๋า ขนาดโตประมาณหัวแม่มือของผู้ชายตัวโต ๆ ในกรุงเทพสามารถหาซื้อได้ที่แมคโคร หรือ ตามตลาดใหญ่ ๆ คะ ราคากิโลกรัมละประมาณ 30 – 50 บาท

    ขั้นตอนและส่วนผสมในการทำขนมข้าวแตน ที่อยู่ด้านบน เป็นสูตรของสหกรณ์นิคมสันทราย จำกัด คะ

    ข้าวเหนียว 3 กิโลกรัม

    น้ำอ้อย 500 กรัม

    น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    น้ำ 2 ลิตร

    กะทิผง 500 กรัม

    เนื้อแตงโม

    งาดำ 500 กรัม

    นำข้าวเหนียว มาแช่น้ำสะอาดนานประมาณ 4 ชั่วโมง (หรือมากกว่านี้ก็ได้) แล้วสงขึ้น นำไปซาวให้สะอาดอีกสัก 2 ครั้ง ก่อนนำไปนึ่งจนสุก

    ในระหว่างที่นึ่งข้าว ก็จัดแจงผสม น้ำอ้อย น้ำตาลทรายแดง เกลือป่น และน้ำ ผสมเข้าด้วยกันในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด (ใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที) จึงยกลงจากเตา แล้วเติมกะทิผง ลงไป คนให้ละลายเข้ากัน

    นำเนื้อแตงโม (ไม่เอาเมล็ดนะคะ)เข้าเครื่องบด บดให้ละเอียดจนเป็น “น้ำแตงโม” ใช้ 2 ถ้วย

    พอข้าวเหนียวที่เรานึ่งสุกแล้ว ก็ให้ยกลง แล้วเปิดฝา เทน้ำแตงโมราดลงไป ตามด้วยน้ำอ้อยและน้ำตาลที่เคี่ยวไว้แล้ว

    เทข้าวเหนียวที่ราดน้ำแตงโมและน้ำตาลใส่กะละมัง ใส่งาดำลงไปจากนั้นใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน แล้วนำไปใส่พิมพ์ไม้ไผ่ที่ทำเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว

    นำข้าวเหนียวแผ่นกลมที่ได้ ไปตากบนตะแกรงลวด ประมาณ 2 แดด ให้แห้งสนิท แล้วจึงนำมาทอด ให้ข้าวพอมีสีเหลืองออกน้ำตาล และสุกดีทั่วแผ่น ก็ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

    ส่วนผสมสำหรับหน้าน้ำตาล

    น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม (หรือน้ำตาลทราย 500 กรัม + น้ำอ้อย 500 กรัม)

    น้ำสะอาดเล็กน้อย

    ทำน้ำตาลที่ใช้โรยหน้า โดยใช้น้ำตาลทราย (หรือน้ำตาลทราย + น้ำอ้อย ) ใส่น้ำเล็กน้อย ตั้งไฟเคี่ยวให้เป็นยาง แต่อย่าเคี่ยวนานเกินไป เพราะจะทำให้น้ำตาลแข็งจนใช้โรยหน้าไม่ได้ หรือถ้าน้ำตาลเหลวเกินไป น้ำตาลก็จะเยิ้มและแห้งช้า

    นำข้าวแตนที่ทอดเสร็จแล้ว มาโรยหน้าด้วยน้ำตาลที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเก็บใส่ภาชนะมีฝาปิดสนิท

  • สูตรขนมปังหน้าหมู

    สูตรขนมปังหน้าหมู

    เครื่องปรุง

    ขนมปังฝรั่งเศส หั่นแฉลบเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร หรือ 1.5 เซนติเมตร

    กุ้งสับ 150 กรัม

    หมูสับ 150 กรัม

    กระเทียมสับ 2 กลีบโต ๆ

    รากผักชีสับละเอียด 1 ต้น

    พริกไทย 1/ 2 ช้อนชา

    เกลือป่น 1/ 3 ช้อนชา

    น้ำตาลทราย 1/ 2 ช้อนชา

    วิธีทำ

    1. นำส่วนผสมทั้งหมดผสมกัน คลุกเคล้าให้ได้ที่จนเหนียว (หากกลัวว่าส่วนผสมจะไม่จับติดกัน ให้ใส่ไข่ขาวลงไปคลุกกับส่วนผสมได้)

    2. นำขนมปังมาย่างไฟให้เหลือง โดยย่างด้านเดียว แล้วนำส่วนผสมต่าง ๆ ทาบนขนมปัง จนทั่วแผ่น

    3. นำไปทอดในน้ำมันร้อน ให้สุก แล้วตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม

    วิธีทำน้ำจิ้ม

    เคี่ยวน้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำส้มสายชู 3/ 4 ถ้วย น้ำปลา 1/ 4 ถ้วย และ น้ำเปล่า 1/ 2 ถ้วย เข้าด้วยกัน ตั้งทิ้งไว้ให้เดือดสักพัก จึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น เวลาเสิร์ฟให้ใส่แครอทขูดฝอย ๆ ถั่วลิสงคั่วบุบพอแตก และพริกขี้หนูแดงตำพอแหลก นิดหน่อยลงไป

  • ส้มตำยอดมะพร้าว

    ส้มตำยอดมะพร้าว

    ยอดมะพร้าว

    น้ำตาลปีบ

    น้ำปลา

    น้ำมะนาว

    กุ้งแห้ง

    ถั่วลิสงคั่ว

    พริกขี้หนู

    มะเขือเทศฝานเป็นชิ้น ๆ

    นำยอดมะพร้าวมาหั่นให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นนำไปแช่น้ำแข็งทิ้งไว้จนกว่าจะรับประทาน

    เมื่อจะรับประทาน จึงทำน้ำปรุงรส โดยละลายน้ำตาลปีบ น้ำปลาและน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ชิมดูให้ได้ 3 รส จากนั้นจึงใส่กุ้งแห้ง ถั่วลิสงบุบพอแตก และ พริกขี้หนูบุบพอแตกลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง

    นำยอดมะพร้าวอ่อนที่แช่น้ำแข็งไว้ ใส่ชามผสม ใส่น้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนตักใส่จานเสิร์ฟก็ใส่มะเขือเทศฝานเป็นชิ้น ๆ ลงไปเคล้าให้เข้ากัน เสิร์ฟพร้อมผักสด

    เครื่องปรุงและวิธีการทำส้มตำยอดมะพร้าว ก็คล้ายกับการทำส้มตำโดยทั่วไปนั่นแหละค่ะ เพียงแต่เราต้องนำยอดมะพร้าวมาหั่นให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นนำไปแช่น้ำแข็งทิ้งไว้จนกว่าจะรับประทาน ยอดมะพร้าวจึงจะกรอบ และเวลาจะรับประทานจึงค่อยนำยอดมะพร้าวที่เตรียมไว้ ไปคลุกกับน้ำปรุงรส

  • สูตรสปาเก็ตตี้หอยลาย

    ส่วนผสม

    สปาเกตตีชนิดที่ทำจากแป้ง Whole Wheat 1/ 2 กล่อง

    หอยลายนำไปต้มแกะเอาแต่เนื้อ 1/ 2 ถ้วย

    หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย

    มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ถ้วย

    ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ

    ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ

    ผักชีฝรั่ง (Parsley) ซอยละเอียด 1/ 3 ถ้วย

    สามเกลอโขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    (รากผักชี-กระเทียม-พริกไทย)

    น้ำมันงา 3 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำส้มแอปเปิล (Apple Cider Vinegar) 1 ช้อนโต๊ะ

    กระเทียมโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

    ถั่วลิสงคั่วบดพอหยาบ ๆ 3 ช้อนโต๊ะ

    เกลือ 2 ช้อนชา

    น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    นำน้ำมะนาว น้ำส้มแอปเปิล กระเทียม ถั่วลิสง เกลือ และน้ำผึ้ง มาผสมรวมกันในชามผสมอาหาร เสร็จแล้วใส่น้ำมันงาลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้

    นำเส้นสปาเกตตีไปต้มให้สุก ตักขึ้นมาแช่ในน้ำเย็นสักพัก แล้วเทใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำน้ำเครื่องปรุงที่ผสมเตรียมไว้มาคลุกเคล้าเส้นให้ทั่ว พักไว้

    นำสามเกลอไปผัดกับน้ำมันจนหอม ใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ ลงไปผัดพอให้สุก จากนั้นนำเส้นที่คลุกเคล้าเครื่องปรุงแล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศและซอสพริก ชิมรสตามชอบ เสร็จแล้วใส่หอยลายลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วตักเสิร์ฟ ทันทีร้อน ๆ ก่อนเสิร์ฟโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อย จะอร่อยขึ้น

  • สูตรแกงเหลืองชะอมชุบไข่

    แกงเหลือง เป็นแกงส้มทางภาคใต้ นิยมแกงกับผักต่าง ๆ สารพัดชนิด เนื้อสัตว์ที่นำมาใช้แกงอาจจะเป็น ปลากระบอก ปลาอินทรี กุ้ง หรืออาจจะเป็นเนื้อหมูย่าง ก็ได้ แต่แกงเหลืองชะอมชุบไข่จานนี้ เป็นอาหารที่เรียกได้ว่า High Protien เพราะได้คุณค่าทางโปรตีนจาก ไข่ ชะอม กุ้งและปลาหมึก

    ส่วนผสมน้ำพริก

    พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำ 20 – 25 เม็ด

    ข่าซอย 1 ช้อนชา

    ขมิ้นสดซอย 1 ช้อนโต๊ะ

    กระเทียมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

    หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ

    กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

    เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมอื่น ๆ

    ปลาหมึกกล้วยหั่น 1 ถ้วย

    กุ้งสดปอกผ่าหลัง 1 ถ้วย

    ชะอมเด็ด 3 ถ้วย

    ไข่เป็ด 3 ฟอง

    น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะขาม 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะนาว 1 – 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำ 4 – 5 ถ้วย

    1. โขลกพริกขี้หนูแห้งกับเกลือให้ละเอียด ใส่ข่า ขมิ้น กระเทียม หัวหอม ลงไปโขลกพร้อมกันให้ละเอียด ใส่กะปิโขลกให้เข้ากันอีกที

    2. นำน้ำใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดจัด ๆ ตักน้ำใส่ลงในครกละลายเครื่องแกง แล้วเทกลับลงไปในหม้อ

    3. นำปลาหมึกและกุ้งสดลงลวกในน้ำแกง พอสุก ตักขึ้นพักไว้

    4. หลังจากนั้น ปรุงรสน้ำแกง ด้วยน้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำปลา ปรุงรสให้ถูกใจ ปิดไฟ ยกลง

    5. ใส่ชะอมที่เตรียมไว้ลงในไข่ เคล้าให้เข้ากัน นำไปทอด ให้เป็นแผ่นพอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นพอคำ

    เวลาจะรับประทาน ก็ตั้งน้ำแกงให้เดือดอีกครั้ง แล้วใส่ปลาหมึกลวก กุ้งลวก ชะอมชุบไข่ ลงไปพร้อมกัน พอน้ำแกงเดือด ชิมรสอีกครั้ง พอได้รสถูกใจ ก็ยกลง เสิร์ฟกับข้าวร้อน ๆ

  • ไก่อบสอดไส้

    ส่วนผสม

    ไก่ 1 ตัว

    เบคอน นำมาหั่นหยาบ ๆ หรือสับให้ละเอียด

    ตับบดสำเร็จรูป

    เมล็ดถั่วลันเตากระป๋อง

    เนื้อหมูบด

    หอมใหญ่สับ

    ขนมปัง 2 แผ่น (ไม่เอาขอบ) ฉีกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแช่ในนมสด 1/ 4 ถ้วย

    ไวน์แดง

    เกลือ

    พริกไทย

    ใบ Thyme

    เนยสด

    วิธีทำ

    1. นำไก่มาล้างทำความสะอาด (ถ้ามีเครื่องในติดมาด้วย ก็ให้นำเครื่องในออก เก็บเอาไว้ผัดกับขิงซอยก็แล้วกัน ไก่อบสูตรคุณนายฯ ไม่ใช้เครื่องในไก่จ้ะ) แล้วทาเกลือให้ทั่วทั้งด้านนอกด้านในของไก่ หมักทิ้งไว้สักพัก จึงนำไปล้างน้ำอีกครั้ง แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

    2. ระหว่างรอให้ไก่สะเด็ดน้ำ เราก็หันมาทำไส้ โดยนำหมูบด เบคอนสับ ตับบด หอมใหญ่สับ ขนมปังที่แช่นมไว้ เมล็ดถั่วลันเตา (ใส่พอให้ไส้มีสีสวย อย่าใส่เยอะจะไม่อร่อย) ตามด้วยไวน์แดง และใบ Thyme หยิบมือเล็ก ๆ จากนั้นปรุงรสด้วย เกลือ(หรือซีอิ้วขาว) พริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วลองตักไส้ไปจี่กับกระทะสักนิดเพื่อชิมรส ขาดเหลือรสอะไรก็เติมเพิ่มได้ตามใจชอบ

    3. เมื่อปรุงรสจนถูกใจดีแล้ว ก็นำไส้อัดใส่ตัวไก่ (ใช้วิธีการอัดไส้เหมือนกับสูตรไก่งวงสอดไส้เกาลัด) อัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นทาตัวไก่ด้วยเนย เกลือ พริกไทยให้ทั่ว ใช้แผ่น Foil คลุมไก่ไว้ข้างบน แล้วนำเข้าเตาอบให้สุก ถ้าต้องการได้ไก่ที่หนังเกรียม ก็เพียงแต่ดึงแผ่น Foil ออกตอนที่ไก่ใกล้จะสุก แล้วอบต่ออีกสักประเดี๋ยว ก็จะได้ไก่หนังเกรียมตามที่ต้องการ

    ไก่ที่นำมาปรุงจะใช้ไก่เลี้ยงหรือไก่บ้านก็ตามแต่ใจชอบ แต่ไก่บ้านเนื้อจะน้อย

    ถ้าไม่มีไวน์แดง ก็ใช้ เหล้าชนิดอื่น ๆ ที่มีอยู่ในบ้านแทนได้

    การทำไก่อบเพื่อให้ได้ไก่อบที่มีเนื้อชุ่มฉ่ำไม่แห้งผาก ต้องคำนวณว่า “น้ำหนักของไก่ทุก “หนึ่งกิโลกรัม” จะต้องใช้เวลาอบประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และจะต้องอบด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์เท่านั้น