Author: admin

  • วิธีทำหมูยอใบตอง

    หมูยอ / ลูกชิ้นหมู (สูตร 1)

    ส่วนผสม

    หมูเนื้อแดง 1000 กรัม

    พริกไทยป่นใหม่ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับหมูยอ หรือ 1 ช้อนชา สำหรับลูกชิ้นหมู

    เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วย

    วิธีทำ

    ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ บดเนื้อหมูกับเกลือ พริกไทย ให้ละเอียด ในขณะที่บดเนื้อหมู ให้ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย บดต่อไปเรื่อย ๆ จนเหนียวได้ที่

    สำหรับหมูยอ – นำส่วนผสมที่ได้มาห่อด้วยใบตองตานี 3 – 5 ชั้นมัดให้แน่นหนา หรือนำใส่ถาดก้นลึก นำไปนึ่งบนน้ำเดือดไฟแรง 10-15 นาที

    สำหรับลูกชิ้น –

    นำส่วนผสมที่ได้มาปั้นเป็นลูก ๆ ลงต้มในน้ำร้อนแต่ไม่เดือด ไฟกลาง ต้มจนสุกลอยขึ้นมา ให้ตักขึ้นแช่น้ำเย็น ทิ้งไว้สักครู่ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

     

    หมูยอ / ลูกชิ้นหมู (สูตร 2)

    ส่วนผสม

    เนื้อหมู 1000 กรัม

    มันหมู 200 กรัม

    แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง

    น้ำปลาดี 1/ 4 ถ้วย

    พริกไทยป่น 1 หรือ 1+ 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    สำหรับหมูยอ และ 1 ช้อนชาสำหรับลูกชิ้นหมู

    ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    นำส่วนผสมทั้งหมดไปบดรวมกันในเครื่อง Food Processor แล้วนำไปหมักไว้ในตู้เย็น 3 – 5 ชั่วโมง

    หมูยอ – นำส่วนผสมที่หมักเสร็จแล้วห่อด้วยใบตองตานี 3 – 5 ชั้น หรือนำไปใส่ถาดก้นลึก เกลี่ยให้เสมอกัน แล้วนึ่งบนน้ำเดือด ไฟแรง ประมาณ 10-15 นาที

    ลูกชิ้น –

    นำส่วนผสมที่หมักเสร็จแล้ว มาปั้นเป็นลูก ๆ ลงต้มในน้ำร้อนแต่ไม่เดือด ไฟกลาง ต้มจนสุกลอยขึ้นมา ให้ตักขึ้นแช่น้ำเย็น ทิ้งไว้สักครู่ ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ *

    หมูยอแบบเวียตนามบางสูตรเขาจะใส่ ผักชีลาว (Dill) หั่นฝอย ๆ ลงไปด้วย 1 ถ้วยตวง ถ้าไม่ชอบกลิ่นมัน ก็ใช้หมูยอแบบที่ใส่เห็ดหอมสับหยาบ ๆ ผสมลงไปมากกว่า เพราะเอามาทำก๋วยเตี๋ยวหมูยอ อร่อยดี

    อุปกรณ์สำคัญที่ควรจะมีเมื่อต้องการทำลูกชิ้น หรือ หมูยอ ไว้รับประทานเอง ก็คือเครื่องผสมอาหาร (Food Processor) เพราะจะช่วยประหยัดเวลาและทุ่นแรงในเรื่องของการนวดส่วนผสมไปได้มาก

    วิธีทำหมูยอ น่าจะต่างกับการทำลูกชิ้นหมู ตรงที่ หมูยอเมื่อผสมเสร็จแล้วก็นำไปห่อด้วยใบตองตานีให้แน่นแล้วนำไปนึ่งบนน้ำเดือดไฟแรง (การใช้ใบตองตานีก็เพื่อเวลาที่เรานึ่ง สีเขียวของใบตองจะไม่ตกใส่หมู) ถ้าหาใบตองไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นเอาส่วนผสมไปใส่ในถาดก้นลึก แล้วนำไปนึ่งเหมือนกัน แต่การทำลูกชิ้นหมูนั้น พอผสมเสร็จแล้ว ก็ให้ปั้นเป็นลูก ๆ นำไปต้มในน้ำร้อนแต่ไม่เดือด ใช้ไฟกลาง ๆ ต้มไปจนสุกลอยขึ้นมาก็ให้ตักขึ้นแช่น้ำเย็นทันที พอเย็นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ อ้อ! ต้องลดปริมาณของพริกไทยป่นเวลาทำลูกชิ้นหมูด้วย ไม่อย่างนั้นจะเผ็ดเกินไป

  • สูตรหมูตุ๋น

    เครื่องยาจีนสำหรับทำหมูตุ๋น (หาซื้อได้ย่านเยาวราช)

    กานพลู 10 ก้าน

    หญ้าหอม 4 – 5 ก้าน

    เปลือกส้มจีน 1 – 2 ชิ้น

    ดอกจันทน์ 2 ดอก

    เปาะหอม ใส่นิดเดียว ( 1 หยิบมือเล็ก)

    ชะเอม 3 แว่น

    อบเชย ก้านเล็ก ยาวประมาณ 1 นิ้ว 1 ก้าน

    โป๊ยกั๊ก 4 – 5 ดอก

    น้ำตาลกรวด 200 กรัม

    ลูกเฉาก๊วยทุบ 1/2 ลูก

    ทั้งหมดนี้ห่อด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้นแล้วมัดให้แน่นหนา

    เครื่องตุ๋น

    น้ำ 2.5 แกลลอน

    กระเทียมปอกเปลือกแต่ไม่ต้องทุบ 200 กรัม

    รากผักชีล้างให้สะอาด ไม่ต้องทุบ 100 กรัม

    หอมใหญ่ปอกเปลือก 5 หัว

    หัวไชเท้าหั่นบาง ๆ 3 หัว

    กระดูกหมู 2 ท่อนใหญ่

    ซีอิ๊วขาว 1 กระบวยใหญ่

    น้ำมันหอย 1 กระบวยใหญ่

    เกลือห่อเล็ก 1 ห่อ

    น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

    น้ำปลาอย่างดี 1 ถ้วยตวง

    วิธีทำน้ำก๋วยเตี๋ยว

    ตั้งน้ำให้เดือด แล้วใส่กระดูกหมู พอเดือดอีกทีก็ใส่เครื่องยาจีนที่ห่อไว้แล้ว และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ลงไป แล้วใส่เนื้อหมู เอ็นหมู ลงไปเคี่ยวพอเปื่อย

    เอ็นหมูที่ใช้ในสูตรข้างบน เป็นเอ็นหมูแห้ง ซึ่งหาซื้อได้ที่ตลาดเก่าเยาวราช มีหลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่ กิโลกรัมละ 300 – 800 บาท

    วิธีทำ นำเอ็นหมูแห้งมาแช่น้ำทิ้งไว้ 3 – 4 ชั่วโมง จากนั้นตั้งหม้อใบโต ๆ ใส่น้ำสะอาด พอน้ำเดือด ก็เอาเอ็นหมูลงต้ม แล้วหรี่ไฟให้อ่อน ใช้เวลาต้มนานประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง แล้วเทน้ำทิ้ง จากนั้นนำเอาเอ็นหมูที่ต้มแล้วมาใส่ถุงพลาสติกแช่ช่องฟรีซเก็บไว้ จะใช้เมื่อไหร่ก็ค่อยเอาออกมาตุ๋นพร้อมเนื้อหมู

  • พระรามลงสรง

    พระรามลงสรง

    พระรามลงสรง เป็นอาหารที่มีหน้าตาคล้าย ๆ เนื้อลวกราดน้ำพริกแกงเคี่ยวกับกะทิ แล้วรับประทานกับผักบุ้งจีนลวก ซึ่งตามตำรับเดิมนี่เขาจะใช้แต่เนื้อวัวเท่านั้น มาสมัยนี้มีหลายคนเลิกทานเนื้อวัว พระรามลงสรงก็เลยต้องแปลงโฉมจากเนื้อวัว กลายเป็นเนื้อหมูบ้าง เนื้อไก่บ้าง แม้แต่ตับหมูก็มี และอาจจะเปลี่ยนจากผักบุ้งจีนมาใช้ผักบุ้งไทยซอยเป็นฝอย ๆ แทนก็ได้เหมือนกัน

    เนื้อวัว 1 /2 กิโลกรัม

    ผักบุ้งจีน 1 กิโลกรัม

    เครื่องปรุงน้ำพริก

    พริกแห้ง 8 เม็ด

    หอม 5 หัว

    กระเทียม 8 กลีบ

    ข่า 3 แว่น

    ตะไคร้ซอย 1 ต้น

    เกลือ 1 ช้อนชา

    ถั่วลิสงคั่ว 1 /2 ถ้วย

    น้ำกะทิ 3 ถ้วย

    น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ

    แป้งสาลี 5 ช้อนโต๊ะ ละลายกับน้ำ 1 /4 ถ้วย

    วิธีทำ ข้าวพระรามลงสรง

    1. โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด เมื่อน้ำพริกแหลกดีแล้ว ตักออกมาใช้เพียง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้ใส่ถั่วลิสงลงไปโขลกกับน้ำพริกด้วย โขลกหยาบ ๆ

    2. เคี่ยวกะทิจนแตกมัน แล้วช้อนเอาหัวกะทิมาผัดกับน้ำพริกจนหอม แล้วนำมาผสมกับน้ำพริกที่เหลือ พอเดือดก็ปรุงรส ชิมให้ออกรสเค็มหวาน หรือจะแต่งเติมรสได้ตามชอบ

    3. ก่อนยกลงให้เทผสมแป้งสาลีละลายน้ำลงไป คนเร็ว ๆ จนแป้งสุก จึงปิดไฟ

    4. นำเนื้อวัวมาหั่นบาง ๆ (ควรเลือกใช้เนื้อสัน เพราะจะได้เนื้อที่นุ่ม ) และผักบุ้งจีน ก็นำมาหั่นหรือเด็ดเป็นท่อนสั้น ๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว

    เวลารับประทาน : ก็ให้ลวกผักบุ้งในน้ำเดือด (ถ้าอยากให้ผักบุ้งมีสีเขียวสวย พอลวกเสร็จแล้วให้นำไปจุ่มในน้ำเย็นจัด ๆ ทันที) จากนั้นจึงลวกเนื้อพอสุก วางบนผักบุ้ง แล้วราดหน้าด้วยน้ำพริกที่เตรียมไว้

  • มะนาวดองหวาน

    มะนาว 20 ลูก

    น้ำตาลทราย 4 ถ้วย

    เกลือเม็ดหรือเกลือป่น(ชนิดไม่มีไอโอดีน) 1 ถ้วย

    น้ำสะอาด 2+3 /4 ถ้วย

    ล้างมะนาว ขูดเอาผิวเขียว ๆ ออกโดยขัดกับหินหยาบ ๆ จากนั้น เรียงมะนาวลงจาน นำไปนึ่งประมาณ 15 นาที เวลานึ่งต้องระวังอย่าใช้ไฟแรง เพราะมะนาวจะแตกได้ นึ่งเสร็จแล้วก็ยกลง เรียงมะนาวบนตะแกรงปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น พอมะนาวเย็นดีแล้วก็เรียงลงขวดโหลที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ผสมน้ำตาล เกลือ และน้ำ คนให้เข้ากันนำไปตั้งไฟพอเดือด เทลงในโหลมะนาวที่เตรียมไว้ ปิดฝาดองไว้ประมาณ 1 เดือน

  • ไข่ดาวน้ำ

    วิธีทำไข่ดาวน้ำ

    เครื่องปรุง
    ไข่ไก่ใหม่ๆ 1 ฟอง
    น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนชา
    น้ำ 1/2 ถ้วย
    อุปกรณ์กระทะก้นแบนใบเล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลาง
    5 นิ้ว หรือหม้อใบเล็กๆ

    1. เทน้ำ 1/ 4 ถ้วย ใส่หม้อใบเล็ก ๆ ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1/ 2 ช้อนชา ยกขึ้นตั้งไฟปิดฝา พอน้ำเดือด ให้ลดไฟลงใช้ไฟกลาง
    2. ต่อยไข่ใส่ชาม ค่อย ๆ เทใส่ลงในหม้อ ปิดฝาประมาณ 1 นาที ไข่จะสุกโดยทั่ว ใช้ตะหลิว โปร่งตักออกวางในจานให้สะเด็ดน้ำ

     

     

  • สูตรก๋วยจั๊บไก่

    เส้นก๋วยจั๊บ 50 กรัม

    อกไก่บดละเอียด 100 กรัม

    ผักกาดขาว(ใช้แต่ใบไม่เอาก้าน)

    หั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วย

    แครอทหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1/4 ถ้วย

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา

    น้ำซุปไก่ 1+ 1/2 ถ้วย

    น้ำสะอาด 2 ถ้วย

    รวนเนื้ออกไก่สับกับน้ำซุป 1/2 ถ้วย พอสุก (อย่าให้สุกมากเกินไปเนื้อจะแข็ง)

    ใส่น้ำสะอาดลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เส้นก๋วยจั๊บลงต้มจนสุกนิ่ม ตักขึ้นผ่านน้ำเย็น

    ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ผักกาดขาว แครอท ต้มจนผักสุกนิ่ม ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว คนให้ทั่ว ใส่เนื้อไก่ที่รวนไว้ ตามด้วยเส้นกวยจั๊บ พอเดือด ยกลง

  • ขนมต้นผักกาด

    ส่วนผสมแป้ง

    แป้งตั้งหมิ่น 1+1/ 2 ถ้วย

    แป้งมัน 1+1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    เนยขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำเดือดจัด ๆ 1 ถ้วย ตักออก 1 ช้อนโต๊ะ

    ผสมแป้งตั้งหมิ่น แป้งมัน เข้าด้วยกัน

    ใส่น้ำเดือด ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน ใส่เนยขาว นวดพอนุ่ม แบ่งแป้งออกมา 2/ 3 ส่วน ใส่สีเขียวอ่อน ๆ นวดจนแป้งเข้ากันดี ส่วนที่เหลือไม่ต้องใส่สี

    แบ่งแป้งสีเขียวปั้นเป็นก้อนกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว สีขาวปั้นก้อนเล็กกว่า

    แผ่แป้งทั้ง 2 สีเป็นแผ่น วางแผ่นแป้งสีขาวบนแป้งสีเขียว คลึงแป้งออกโดยรอบให้เป็นแผ่นบางที่สุด

    กลับแป้งสีขาวออกข้างนอก ตักไส้ใส่ตรงกลาง แล้วจับจีบให้คล้ายต้นผักกาดขาด ใส่ลงในถ้วยตะไล เรียงใส่ในลังถึง นึ่งในน้ำเดือด ไฟแรง นาน 5 – 8 นาที จนสุก รับประทานกับซอสเปรี้ยว


    ส่วนผสมไส้

    เนื้อกุ้งหั่นชิ้นเล็ก ๆ 200 กรัม

    ไข่ขาว 1/ 2 ฟอง

    มันหมูแข็งหั่นชิ้นเล็ก ๆ 3 ช้อนโต๊ะ

    แห้วต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1/ 4 ฟอง

    หน่อไม้ต้มหั่นสี่เหลี่ยม 1/ 4 ถ้วย

    ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

    แป้งมัน 3 ช้อนชา

    แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

    พริกไทยป่น 1/ 4 ช้อนชา

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    น้ำตาลทราย 1 – 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

    เหล้าจีน 1 ช้อนชา

    วิธีทำ

    เคล้ากุ้งกับแป้งมัน 2 ช้อนชา น้ำตาล 1 ช้อนชา เกลือ 1/ 2 ช้อนชา เข้าด้วยกัน หมักไว้ 10 นาที

    ล้างแล้วซับน้ำให้แห้ง นวดกุ้งกับแป้งมันและเกลือที่เหลือ โดยฟาดแรง ๆ ในอ่างผสมจนเหนียว ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมด ผสมให้เข้ากัน ใส่มันหมู หน่อไม้ แห้ว แป้งข้าวโพด น้ำมันงา ไข่ขาว ต้นหอม ผสมให้เข้ากัน นำเข้าตู้เย็นประมาณ 1/2 ชั่วโมง

  • ปลาก้อน

    เนื้อปลาตาเดียวหรือปลาสำลี นึ่งแล้วยี 1 ถ้วย

    มันฝรั่งต้มบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ

    ไข่ไก่ 1 ฟอง

    แครอทหั่นเป็นท่อนๆ ต้มสุก 1/2 หัว

    ถั่วแขกต้มสุก 5 ฝัก

    ขึ้นฉ่ายสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

    นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

    เกล็ดขนมปัง 1/2 ถ้วย

    เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

    เนย 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืชสำหรับทอด

    1. ผสมเนื้อปลา มันฝรั่ง เกลือ ขึ้นฉ่าย ไข่ไก่ เข้าด้วยกัน นวดเบา ๆ จึงใส่นม นวดพอเข้ากัน

    2. แบ่งส่วนผสมออกเป็น 5 ส่วน ปั้นเป็นก้อนรี ๆ (หรือนำไปกดในพิมพ์รูปต่าง ๆ ให้ดูสวยงาม) คลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว

    3. นำไปทอดให้เหลือง ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน จัดใส่จาน รับประทานกับถั่วแขกและแครอทต้มผัดเนย

  • ข้าวปั้นทอด

    ข้าวสวย 1 ถ้วย

    เนื้อกุ้งบด 1/4 ถ้วย

    ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง

    แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ

    เผือกต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก 1/4 ถ้วย

    ข้าวโพดต้มฝานเอาแต่เมล็ด 1/4 ถ้วย

    รากผักชีโขลกละเอียด 1 ช้อนชา

    กระเทียมโขลกละเอียด 1 ช้อนชา

    น้ำปลา 2 ช้อนชา

    น้ำมันพืชสำหรับทอด

    1. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันพอปั้นได้ ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 ซม.

    2. คลุกข้าวปั้นด้วยแป้งสาลี นำลงทอดในน้ำมันร้อน ไฟกลาง พอเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานรับประทานกับซอสมะเขือเทศ

    จะหลอกให้ลูกทานผัก ลองเริ่มต้นจากผักที่มีสีสวย รสหวาน หรือเนื้อนิ่ม และไม่มีกลิ่นแรง ๆ ก่อน อาจจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในอาหารที่เขาชอบ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องจัดให้ผักอยู่ในเมนูอาหารคาวเสมอไป อาจจะปรับให้เป็นขนม หรือพวกของว่างก่อนก็ได้ เลือกผักในตระกูลบวบและฟัก หรือพวก มันฝรั่ง เห็ดฟาง แครอท เผือก ข้าวโพดทั้งชนิดฝักอ่อนและเมล็ด ผักกาดขาว กะหล่ำ ฯลฯ เลือกผักจำพวกนี้นำมาต้มเป็นซุปทั้งอย่างใสและอย่างข้น เช่นข้าวโพดหวานนำมาทำเป็นโจ๊กข้าวโพดใส่ไก่ ,แครอทก็อาจนำมาทอดแบบ French Fried , ทำเกี๊ยวน้ำไส้ผักบดผสมหมูสับหรือกุ้งสับ,ไก่โครเก็ตจิ้มซอสมะเขือเทศ ฯลฯ สารพัดจะพลิกแพลง พยายามอย่าทำเมนูเดิม ซ้ำ ๆ ควรมีอาหารใหม่ ๆ หน้าตาใหม่ ๆ เสมอ ๆ เด็กจะไม่เบื่อ

  • เมี่ยงไก่

    เนื้อไก่เป็นอาหารที่รับประทานได้ง่าย คุณค่าทางอาหารก็อุดมสมบูรณ์ดี โดยเฉพาะมีโปรตีนและกรดอะมิโนมากกว่าเนื้อสัตว์อื่น ๆ (25 – 35 %) ไขมันของไก่ก็มีค่าไอโอดีนต่ำกว่าเป็ดและห่าน แสดงว่ามีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวน้อยกว่า และเมื่อเทียบกันแล้ว เนื้อไก่มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงกว่าด้วย

    การเลือกไก่มาทำอาหารนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะทำอาหารอะไร ถ้าจะนำมา ย่าง อบ หรือทอด ก็อาจจะใช้เฉพาะส่วน คือ น่อง ปีก แต่ถ้านำมาย่างทั้งตัวควรเลือกใช้ไก่อ่อนที่มีน้ำหนักประมาณ 1 /2 กิโลกรัม ถึง 1 กิโลกรัม แต่ถ้าจะใช้เนื้อไก่มาย่าง อบ หรือทอด ควรจะหมักกับเครื่องปรุงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ เพราะเนื้อไก่โดยทั่วไปจะไม่ค่อยมีรส และในระหว่างที่หมักก็จะต้องแช่ไว้ในตู้เย็น เพราะเนื้อไก่จะเสียง่าย แม้จะหมักในเครื่องแล้วก็ตาม

    เนื้อไก่สับละเอียด 1 ถ้วย

    กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 + 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 1 + 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะนาว 1 + 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

    ใบคะน้าอ่อนเด็ดเป็นใบ ๆ

    พริกไทยอ่อนเด็ดเป็นเม็ด ๆ

    ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมเจียวให้หอม ใส่ไก่สับ ผัดให้ไก่พอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาล น้ำมะนาว ผัดให้เข้ากันดี แล้วจึงปิดไฟ ยกลง ตักใส่ถ้วย โรยด้วยเม็ดพริกไทยอ่อน รับประทานเป็นคำ ๆ โดยการห่อไก่ที่ผัดแล้วด้วยใบคะน้าอ่อน

    เนื้อไก่ที่จะนำมาทำอาหารประเภทแกง เราสามารถใช้ไก่ได้เกือบทุกส่วน ทั้งส่วนอก น่อง หรือสะโพก ถ้าใช้ไก่แก่ในการหุงต้ม ก็จะใช้เวลานานหน่อยกว่าไก่จะเปื่อยนุ่ม

    ในการล้างทำความสะอาดไก่ทุกครั้ง ควรซับน้ำให้แห้ง เพราะถ้าเนื้อไก่มีน้ำมาก ก็จะซึมซับเอาเครื่องปรุงรสได้ไม่ดี ส่วนการเก็บรักษาไก่ที่ดีและนำมาใช้ทำอาหารได้รวดเร็วนั้น ควรหั่นหรือสับไก่ตามลักษณะของอาหารที่จะปรุง แล้วทำให้สุกประมาณ 70% (อาจจะใช้วิธีรวน หรือ ลวก ก็ได้) แล้วใส่ภาชนะเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา โดยทั่วไปไม่ควรเก็บไก้ไว้นานเกิน 10 วัน ไม่ว่าจะเป็นไก่รวนหรือไก่สดก็ตาม ถึงแม้ว่าการเก็บไก่นาน ๆในช่องแช่แข็งจะไม่ทำให้ไก่เสีย แต่ความหวานหอมอร่อยจะลดลง เพราะยิ่งมีน้ำแข็งแทรกในเนื้อไก่มากเท่าไหร่ ไก่ก็จะมีรสจืดชืดมากขึ้นเท่านั้น