Author: admin

  • สุเทพ วงศ์กำแหง

    นายสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล – ขับร้อง) พุทธศักราช 2533

    แม้ว่าในปัจจุบันนี้ เราจะมีนักร้องเพลงไทยสากลที่มีชื่อเสียงและความสามารถอยู่นับไม่ถ้วน แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอยู่เพียงช่วงสั้นๆ แล้วก็จืดจางหายไปจากวงการ มีเพียงน้อยคนเท่านั้นที่จะสามารถคงความเป็นที่นิยมยาวนานจนถึงขั้นที่เรียกว่าเป็น “อมตะ” ได้ แน่นอนที่สุด หนึ่งในจำนวนน้อยนั้นก็คือ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ผู้โลดแล่นอย่างโดดเด่นอยู่ในวงการเพลงไทยสากลมาแล้วกว่า 60 ปี

    คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันอายุย่างเข้าสู่ปีที่ 67 ท่านได้รับการศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอๆ

    ครั้นเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้ว คุณสุเทพก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร และด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่นั้นนอกจากท่านจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้ว ท่านยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียนอีกด้วย ในยามว่างท่านมักจะฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอตามแบบอย่างของนักร้องที่ท่านชื่นชอบ เช่น วินัย จุลบุษปะ สถาพร มุกดาประกร ปรีชา บุณยเกียรติ ฯลฯ

    คุณสุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับครูไศล ไกรเลิศ นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน เมื่อครูไศลมองเห็นแววความสามารถของคุณสุเทพก็คิดจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมจึงชักชวนให้มาช่วยงาน เช่น ช่วยเขียนโน้ตเพลง เขียนตัวหนังสือ ตลอดจนติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่างๆ เสมอ ทำให้คุณสุเทพเริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงมากหน้าหลายตา ทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสลับฉากละคร ร้องเพลงตามงานบันเทิงต่างๆ รวมไปถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อนที่จะทำการอัดเสียงเสมอ จากการที่ร้องเพลงได้อย่างดีเด่น ทำให้คุณสุเทพได้ร้องเพลงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเองบ้าง ต่อมาท่านได้รับการสนับสนุนจาก พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงของท่านโดยช่วยส่งเสริมท่านในทางต่างๆ ครั้นคุณสุเทพมีอายุครบกำหนดกฎเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้ท่านเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ครูปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ระหว่างนั้น คุณสุเทพได้บันทึกแผ่นเสียงมากขึ้นอีก และสถานีวิทยุต่างๆ ก็ได้นำเพลงที่ท่านร้องบันทึกแผ่นเสียงนี้ไปเปิดจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

    ภายหลังจากออกจากกองทัพอากาศแล้ว คุณสุเทพก็ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักอย่างเต็มตัว ท่านได้เข้าร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปิน และได้มีโอกาสร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและโทรทัศน์อยู่เนืองๆ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเริ่มเพิ่มขึ้น งานต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และยิ่งในช่วงนั้น วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู ท่านจึงได้งานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ร่วมแสดงภาพยนตร์บางเรื่องด้วย ท่านได้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับนักร้องรุ่นพี่ท่านหนึ่งคือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ อยู่เสมอ ในเวลานั้น คุณสวลีเป็นนักร้องยอดนิยมแห่งยุคที่มีแฟนเพลงชื่นชอบมากมาย ดังนั้นเมื่อใครซื้อแผ่นเสียงของคุณสวลีไป ก็มักจะมีเสียงคุณสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของคุณสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น คุณสุเทพจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งของท่านนั้น ได้รับอานิสงส์มาจากการที่ได้ร้องเพลงคู่กับคุณสวลีด้วย

    จุดเด่นของคุณสุเทพก็คือการที่ท่านมีน้ำเสียงที่ดีเป็นเลิศ มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนุ่มนวลชวนฟัง อีกทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นได้อย่างพิเศษ ประกอบกับการที่ท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่อย่างจริงจังในการทำงาน ทำให้ท่านเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงภายในระยะเวลารวดเร็ว

    ในช่วงก่อนปีพุทธศักราช 2500 คุณสุเทพได้ร่วมเดินทางไปฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีนกับศิลปินแขนงต่างๆ กลุ่มใหญ่ จากนั้น ท่านก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาทางด้านการวาดรูปที่ท่านเคยรักมาก่อนในอดีต ระหว่างนั้นท่านก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงคนไทยที่นั่น ท่านได้เรียนวาดรูปตามความประสงค์และร้องเพลงขับกล่อมคนไทยที่ไปพำนักยังแดนอาทิตย์อุทัยประมาณ 3 ปี จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย

    งานร้องเพลงของ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง สามารถแบ่งออก 3 ช่วง ตามช่วงเวลาดังนี้

    – งานในช่วงแรก คือช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น งานส่วนมากเป็นงานร้องเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ งานอัดแผ่นเสียง และงานร้องเพลงตามไนต์คลับ เพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้คุณสุเทพมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นก็คือเพลง รักคุณเข้าแล้ว ซึ่งเป็นผลงานแต่งทำนองโดย ครูสมาน กาญจนผลิน และแต่งคำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ เพลงๆ นี้ถือได้ว่าเป็นเพลงอมตะที่ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีเพลงคุณจะงอนมากไปแล้ว ผมต้องวิวาห์เสียที เพียงคำเดียว นางอาย สวรรค์มืด เท่านี้ก็ตรม และลาก่อนสำหรับวันนี้ เป็นต้น

    – งานช่วงที่ 2 อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี 2503 ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงนั้น แฟนเพลงให้การต้อนรับการกลับบ้านของคุณสุเทพอย่างอบอุ่น คุณสุเทพจึงมีงานร้องเพลงเข้ามามากมายไม่ขาดสาย งานเพลงดังๆ ที่ท่านขับร้องในช่วงนั้นได้แก่เพลง เกิดมาอาภัพ อาลัยโตเกียว อนิจจา น้ำตาลใกล้มด สัญญารัก เธออยู่ไหน และเย้ยฟ้าท้าดิน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนั้นเป็นเพลงที่นับว่าทำให้คุณสุเทพประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่งในชีวิต

    – ช่วงที่สาม ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๒ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนั้น นับว่าเป็นช่วงที่คุณสุเทพก้าวไปถึงจุดสูงสุดแล้วทั้งด้านชื่อเสียงและผลงาน ดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

    กล่าวได้ว่า คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นนักร้องเพลงไทยสากลฝ่ายชายที่ร้องเพลงไว้มากที่สุดถึงกว่า 3,000 เพลง ในจำนวนนี้มีเพลงที่นับว่าเป็นเพลงยอดนิยมในประเภทต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วนนับตั้งแต่

    เพลงประเภททั่วไป เช่นเพลง ในโลกแห่งความฝัน ดาวลอย เพียงคำเดียว ดอกแก้ว คำคน ลาก่อนสำหรับวันนี้ ครวญ ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก ชั่วนิจนิรันดร โลกนี้คือละคร คนจะรักกัน บทเรียนก่อนวิวาห์ คืนหนึ่ง วิญญาณในภาพถ่าย หวานรัก ชื่นรัก ฯลฯ

    เพลงที่ร้องประกอบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เช่นเพลง

    ป่าลั่น จากภาพยนตร์เรื่อง เทพบุตรนักเลง
    สกาวเดือน จากภาพยนตร์เรื่อง สกาวเดือน
    สุรีรัตน์ล่องหน จากภาพยนตร์เรื่อง สุรีรัตน์ล่องหน
    แผ่นดินของเรา จากภาพยนตร์เรื่อง โพระดก
    มนต์รักบ้านนา จากภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักบ้านนา
    ดอกอ้อ จากภาพยนตร์เรื่อง ดอกอ้อ
    แววมยุรา จากภาพยนตร์เรื่อง แววมยุรา
    ยอดพธูเมืองแปร จากละครโทรทัศน์เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ
    ปองใจรัก จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคูณ
    จุฬาตรีคูณ จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคุณ

    ฯลฯ

    เพลงประเภทปลุกใจและศาสนา เช่น เทิดพระเกียรติพระปิยมหาราช สดุดีมหาราชา พลังไทย พระรัตนตรัย พุทธธรรม เดือนเพ็ญตรัสรู้ องคุลีมาร ฯลฯ

    จากพรสวรรค์ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำให้คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน และรางวัลเสาอากาศทองคำ หลายครั้ง ดังนี้

    รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

    ปีพุทธศักราช 2506 จากเพลง ในโลกแห่งความฝัน
    ปีพุทธศักราช 2506 จากเพลง ใจพี่
    ปีพุทธศักราช  2512 จากเพลง ม่านประเพณี
    ปีพุทธศักราช 2522 จากเพลง ตัวไกลใจยัง

    รางวัลเสาอากาศทองคำ

    ปีพุทธศักราช 2508 จากเพลง ดาวลอย
    ปีพุทธศักราช 2521 จากเพลง เพียงคำเดียว

    นอกจากรางวัลดังกล่าวแล้ว คุณสุเทพยังได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ และโล่เกียรติยศอันแสดงถึงเกียรติคุณและความสามารถของท่านอีกหลายรายการ

    เมื่อประสบความสำเร็จในทางการงานและมีฐานะที่มั่นคงพอสมควรแล้ว คุณสุเทพก็คิดว่าน่าจะได้สนองคุณประเทศชาติทางด้านการเมืองบ้าง จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งจนประสบความสำเร็จ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2522 และอีกสมัยหนึ่งก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน

    ในด้านชีวิตครอบครัว คุณสุเทพได้สมรสกับคุณผุสดี อนรรฆมนตรี และมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ในปัจจุบัน คุณสุเทพยังคงประกอบอาชีพร้องเพลงอยู่เช่นเดิม อีกทั้งอุทิศตนช่วยเหลือกิจกรรมการกุศลอย่างสม่ำเสมอไม่ว่างเว้น ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติเมื่อปีพุทธศักราช 2533 นับเป็นนักร้องเพลงไทยสากลท่านแรกที่ได้รับเกียรติอันสำคัญนี้

    ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ได้พิสูจน์ให้แฟนเพลงชาวไทยเห็นแล้วว่า ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักร้องธรรมดาคนหนึ่ง หากแต่ท่านเปรียบเสมือนพระเอกในตำนานอมตะแห่งวงการเพลงไทยสากล ที่จะต้องได้รับการกล่าวขานถึงไปอีกตราบนานเท่านานอย่างแน่นอน

  • ไตปลา วิธีทำ

    ไตปลา วิธีทำ

    ไตปลา
    ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน
    ใบโศรกบอกโศรกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ

    เครื่องประกอบ

    ใบมะกรูด น้ำมะกรูด ผิวมะกรูด ไตปลา น้ำตาลหม้อ ขิง
    หัวหอม พริกแดง ตะไคร้ ผักชี

    วิธีทํา
    เอาไตปลามารีดให้สะอาด หั่นเป็ฯชิ้นเล็กๆ จึงเอาน้ำมะกรูดและน้ำตาลเคล้าผสมให้เข้ากัน ขิงหั่นเล็ก ๆ สักนิดหน่อย แก้คาว พริกแดงหั่นให้เป็นฝอยจึงเอาเคล้าด้วยกัน เลือกแต่พริกแดง ผักชีโรยหน้า ชิมดูจืดเค็มตามชอบใจ พอรสดีแล้วจึงตักเอาลงถ้วย เอาพริกและผักชีโรยหน้า เอาฝาปิด ตั้งให้รับประทานกับผักและปลาแกล้ม

  • ขนมจีนน้ำยา วิธีทำ

    ขนมจีนน้ำยา วิธีทำ

    ขนมจีนน้ำยา

    ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม
    กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายกลับคลายเห็น

    เครื่องประกอบ

    ขนมจีนขนาดเล็ก

    ปลาช่อนขนาดกลาง 1 ตัว

    มะพร้าวขูดแล้ว 1/2 กิโล

    ปลาร้า 1/2 ถ้วย

    ปลากุเลาเค็ม 2 ชิ้น หรือปลาทูเค็ม 1 ตัว

    กับเครื่องน้ำพริกคือ

    พริกแห้ง 5 เม็ด

    หอมแห้ง 5 กลีบ

    กระเทียมแห้ง 3 หัว

    ข่า 5 แว่น

    ตะไคร้หั่นละเอียด 2 ช้อนคาว

    กระชาย 10 หัว (ทั้งหัว แกะหางปนกัน)

    พริกไทย 25 เม็ด

    เกลือ 2 ช้อนชา

    หอมแห้ง 10 กลีบ

    ขมิ้นผง พริกชี้ฟ้าสดสีเขียวและแดง พริกป่น ผักบุ้ง มะระจีน ถั่วงอก ใบแมงลัก น้ำปลา น้ำมันหมู และเกลือเม็ดอีกพอควร

    วิธีทำ

    ขนมจีนใส่ลังถึงนึ่งพอร้อนอย่าให้แฉะ ปลาตัดเป็นท่อน ๆ ต้มในน้ำเดือดพอสุกเอาขึ้นมาแกะเอาแต่เนื้อ มะพร้าวคั้นกะทิข้น ๆ ตั้งไฟให้แตกมัน แบ่งหัวกะทิสด ๆ ไว้บ้าง เล็กน้อย แล้วตําน้ำพริกให้แหลกใส่เนื้อปลาต้ม และปลากุเลาหรือปลาทูเค็มปิ้งไฟด้วยปลาร้าต้ม แล้วกรองเอาแต่น้ำไว้ หัวหอมซอยตามยาว ขมิ้นผงละลายน้ำกรองให้ใสใส่กระทะตั้งไฟให้เดือด ถั่วงอกเด็ดหางแล้วลงในน้ำขมิ้นนั้น พริกสดหั่นเฉียงสั้น ๆ ผักบุ้งหั่นขวาง ๆ มะระจีนผ่าซีกควักไส้ออก แล้วหั่นขวาง ๆ ลวกน้ำร้อนให้หายขม ใบแมงลัก เด็ดไว้เป็นใบ ๆ ตั้งกระทะใส่กะทิที่ตั้งไฟลงพอควร จึงเอาน้ำพริกลงผัดพอสุกหอมราดน้ำปลาเล็กน้อย แล้วเอาลงละลายในน้ำที่ต้มปลายกหม้อขึ้นตั้งไฟผสมน้ำปลาร้ากับกะทิ ที่เคี่ยวไว้ ปรุงด้วยเกลือและน้ำปลาเล็กน้อย เคี่ยวไปจนเข้าเนื้อ ใส่หัวกะทิสดลงคนพอเข้ากันยกลง (ในระหว่างนี้ต้องคนบ่อย ๆ ใช้ไฟค่อนข้างอ่อน อย่าให้เดือดจัดน้ำยาจะเป็นลูก) แล้วตั้งกระทะใส่น้ำมันหมู เอาหอมที่ซอยไว้ลงเจียวให้กรอบตักขึ้นแล้วเอาผักเหล่านั้นลงผัด พรมด้วยน้ำเกลือพอสุก ขนมจีนตัดเป็นชิ้นใหญ่ๆ เรียงซ้อนกันในจานเปลหรือกลม กองถั่วงอก ใบแมงลัก และผักบุ้ง มะระ เป็นหย่อม ๆ โรยหอมเจียวบนผักผัดนั้น พริกป่น พริกชี้ฟ้า กองไว้ข้าง ๆ เป็นระยะ ๆ ถ้าจะมีไข่ต้มด้วย ก็จักเป็นเฟืองแกะออกจากกันเป็น 2 ซีก วางข้างๆ น้ำยาใส่ชามเพียงค่อนชาม

  • แกงมัสมั่นไก่ วิธีทำ

    แกงมัสมั่นไก่ วิธีทำ

    แกงมัสมั่นไก่

    มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
    ชายใดได้กลิ่นแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหาฯ

    เครื่องประกอบ ไก่ขนาดกลาง 1 ตัว

    มะพร้าวขูดแล้ว 3/4 กิโลกรัม

    มันฝรั่งหัวกลมเล็กขนาดเท่า ๆ กัน 20 หัว

    หัวหอมฝรั่ง ขนาดเล็กมาก 10 หัว หรือหัวหอมแห้งขนาดใหญ่ 20-30 กลีบ

    ถั่วลิสงคั่วพอสมควร

    ลูกกระวาน 5 ลูก

    ใบกระวาน 3 ใบ

    กานพลู 5 ดอก

    อบเชย 1 ชิ้น

    เครื่องน้ำพริก

    พริกแห้ง 10-12 เม็ด

    หอมแห้ง 7 กลีบ

    กระเทียมแห้ง 5 หัว

    ข่า 3 แว่น

    ตะไคร้หั่นละเอียด 1 ช้อนคาว

    พริกไทย 15 เม็ด

    เมล็ดผักชี 1 ช้อนคาว

    เมล็ดยี่หร่า 1 ช้อนหวาน

    เมล็ดกระวาน 5 เมล็ด

    เมล็ดจันทร์เทศป่นแล้ว 1/2 ช้อนชา

    เกลือเม็ดพอสมควร กับส้มมะขามเปียก 1 ฝัก

    ส้มซ่า 1 ผล หรือ สัปปะรดคั้นเอาแต่น้ำให้ได้ 2 ช้อนคาว

    น้ำปลา น้ำตาลหม้อ น้ำมันหมูพอสมควร

    การเตรียม

    ทําไก่เป็นท่อน ๆ ทั้งกระดูก (ตัวละ 8-10 ท่อน) ถ้ามีเครื่องในตัดชิ้นโต ๆ มะพร้าวคั้นกะทิให้ได้น้ำประมาณ 5-6 ถ้วย มันและหอมปอกไว้ทั้งหัว ถั่วลิสงลอกเปลือกไว้ คั่วเครื่องเทศทั้งหมด อบเชยปิ้ง แล้วตําน้ำพริก คั้นน้ำส้ม ต่าง ๆ ไว้

    วิธีทำ

    ตั้งกระทะใส่น้ำมันหมูเล็กน้อย ใส่ชิ้นไก่กับมันฝรั่งลงทอด พอเหลืองเกรียม จึงใส่ในหม้อกะทิเคี่ยวไปจนกะทิแตกมัน แล้วตักขึ้น ผัดน้ำพริกพอสุกหอม ราดน้ำปลาเล็กน้อย แล้วจึงตักใส่ในหม้อกะทิ ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำส้มมะขาม เล็กน้อย กับลูกกระวานทั้งลูก (บีบให้เปลือกแตก) ใบกระวาน กานพลู อบเชยทั้งท่อน พอเนื้อและมันสุกจึงใส่หอมและถั่ว แล้วเคี่ยวไปอีกสักครู่ จนเปื่อยสุกทั่วกัน ใส่น้ำส้มซ่าหรือสัปปะรดแล้วยกลง

  • จ่ามงกุฎ วิธีทำแบบโบราณ

    จ่ามงกุฎ วิธีทำแบบโบราณ

    ขนมจ่ามงกุฎ

    งามจริงจ่ามงกุฎ ใส่ชื่อดุจมงกุฎทอง
    เรียมคํานึงปอง สะอึ้งน้องนั้นเคยยล

    เครื่องปรุง

    แป้งข้าวจ้าว 6 ช.ต.

    แป้งข้าวเหนียว 12 ซ.ต.

    มะพร้าวขูดแล้ว 1 ก.ก.

    น้ำดอกไม้สด

    น้ำมันหมู

    น้ำตาลเชื่อม 12 ช.ต.

    ใบตองอ่อน

    วิธีทำ

    แป้งข้าวจ้าวใส่อ่าง แป้งข้าวเหนียว 3 ช.ต. ใส่ในอ่างแป้งข้าวจ้าว เคล้าให้ทั่ว น้ำดอกไม้สดผสมลงทีละนิดแล้วนวดแป้งให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ต้มให้เหลือเท่าเส้นตอก เอาลงมานวดให้เหนียว แล้วปั้นยาว ๆ เล็ก ๆ ตัดเป็น ท่อน ๆ ผึ่งพอหมาด เอาน้ำมันหมูใส่กระทะมาก ๆ ตั้งไฟ ให้ร้อน เอาแป้งที่ผึ่งไว้ลงทอดให้เหลืองและกรอบดี ตักขึ้นให้เสด็ดน้ำมัน มะพร้าวขูดแล้วใส่อ่างเอาน้ำดอกไม้สดใส่ลงคนให้ข้นๆ ผสมลงในกระทะทอง

    น้ำเชื่อมใส่ลงพรมละลายให้เข้ากัน กะเอาให้เหลวมากสักหน่อย ยกขึ้นตั้งไฟคอยกวนไว้อย่าให้เป็นลูก กวนไปจนข้นเป็นเงา น้ำกะทิออกมาจนเป็นก้อนกลมยกลง เอาเม็ดแป้งที่ทอดไว้เทลงกวนให้เข้ากันแล้วนั้นเป็นก้อนกลมๆ ก้อนละคํา

    ใบตองล้างและเช็ดให้แห้ง เอาเตารีด ๆ ให้แห้ง ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม เอาขนมวางต่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือ สามเหลี่ยมก็ได้ วางเรียงในตะแกรง นําออกตากแดด ให้ ข้างนอกเป็นเกล็ด ส่วนข้างในเยิ้มจึงจะดี

  • ขนมเทียน สูตรโบราณ

    ขนมเทียน สูตรโบราณ

    ขนมเทียน

    รสรักยักลํานํา ประดิษฐ์นําขนมเทียน
    คํานึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม

    ขนมเทียนไส้เค็ม

    แป้งข้าวเหนียว 2 1/2 ถ้วย

    น้ำตาลปีกเคี่ยวให้เหนียว เป็นยางมะตูม 1 1/2 ถ้วย

    มันเทศบดละเอียด 1 ถ้วย

    ถั่วเขียวหรือถั่วทอง 1 1/2 ถ้วย

    มันหมูแข็ง 1 ถ้วย

    หัวหอม

    เกลือ

    พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

    น้ำมันหมู

    วิธีทำ

    เคี่ยวน้ำตาลให้เป็นยางมะตูม แล้วยกลงใส่แป้งคนให้ทั่ว ทั้งที่น้ำตาลยังร้อน ๆ ทิ้งไว้ให้เย็นหรือจะเก็บค้างคืนไว้ก็ได้ เวลาจะห่อเอาแป้งมันเทศบดใส่ลงในแป้งนวดให้เข้ากัน
    ถั่วแช่น้ำให้เปลือกล่อน ต้มหรือนึ่งให้สุกบุบให้แหลก หอมหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มันหมูแข็งนั่นเหมือนหัวหอม เอาน้ำมันหมูที่หันแล้วลงกระทะ ผัดพอน้ำมันออกเอาหัวหอมผัดพอตายนึ่ง เอาถั่วลงใส่ผักต่อไป ใส่เกลือ พริกไทย ชิมให้มีรสค่อนข้างเค็ม เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ สําหรับทําไส้ใน ตอนที่จะห่อต้องทาน้ำมันหมูเสียก่อน เวลานึ่งใช้เวลา 25-30 นาที ต้มน้ำให้เดือดเสียก่อนจึงนึ่งขนม

  • ลุดตี่ หรือ โรตี วิธีทำ

    ลุดตี่ หรือ โรตี วิธีทำ

    ขนมลุดตี่ (หรือโรตี)

    ลุตตี่นี้น่าชม แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
    โอชาหน้าไก่แกง แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย

    ส่วนผสม

    แป้งสาลี 1/2 ก.ก.
    เกลือ 1/4 ช.ช.
    เนย 2 ขีด

    วิธีทำ

    นวดให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำเย็นทีละน้อย จนแป้งนุ่มปิดคลุมไว้ 1 หรือ 2 ซ.ม. แล้วนําแป้งออกมานวดอีกจนนุ่มดี แบ่งเป็นก้อน ๆ ใช้มือคนหรือกดให้แน่น แล้วนําไปทอด ในกระทะเหล็ก น้ำมันน้อย ๆ ทอดกลับไปกลับมาพอเหลือง

  • มัศกอด วิธีทำ

    มัศกอดกอดอย่างไร น่าสงสัยใคร่ขอถาม
    กอดเคล้นจะเห็นความ ขนมนามนี้ยังแคลง

    เครื่องปรุง

    น้ำตาลทรายละเอียด ไข่ไก่ 5 ฟอง แป้งสาลี น้ำมันมะพร้าว

    วิธีทำ

    ต่อยไข่กับน้ำตาล 1 ถ้วยชา ใช้ทั้งไข่แดงและไข่ขาวตีจนฟู ผสมกับแป้งสาลีคนให้เข้ากัน ให้ข้น ๆ หยอดใส่ในพิมพ์ให้เต็ม ใช้น้ำตาลทรายบดละเอียด ไข่ขาวครึ่งฟองกวนกัน บีบมะนาวสักหน่อยพอขนมสุกหน้าเหลือง เอาน้ำตาลที่กวนกับไข่ ทาหน้าขนม รับประทานได้

  • วัณโรคปอด การป้องกัน และการรักษา

    วัณโรคปอด การป้องกัน และการรักษา

    โรค “ฝีในท้อง” หรือที่เรียกขานกันในปัจจุบันว่า “วัณโรคปอด” ในอดีตนั้นเป็นโรคที่คนไทยรู้จักและหวาดกลัวกันมากเพราะ ไม่มียาที่จะป้องกัน และรักษาให้โรคนี้หากขาดได้ แต่ปัจจุบันด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าทางการแพทย์ ทําให้เราสามารถป้องกันและ รักษาโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ปัจจุบันการแพร่กระจายของ “วัณโรคปอด” มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเพราะพบว่ามีความเกี่ยวพันกับการแพร่ระบาดของ โรคเอดส์ ข้อมูลจากกองระบาดวิทยาสํานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข และกองโรคเอดส์ กรมควบคุมโรคติดต่อกระทรวง สาธารณสุข เดือนมกราคม 2541 พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ จํานวน 32,485 ราย ป่วยเป็นวัณโรคปอดถึง 19.678 ราย ซึ่ง นับว่าสูงมาก ประเทศไทยจึงจําเป็นต้องหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคนี้ จึงได้ขยายงานควบคุมป้องกันและรักษาวัณโรคใน โรงพยาบาลระดับจังหวัดและอําเภอ โดยจัดตั้งคลินิควัณโรคขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองวัณโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข

    หลักการสําคัญที่ใช้ในการควบคุมวัณโรคคือ “การตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรค” โดยมีมาตรการกําหนดไว้ว่า ผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อในเสมหะ ควรได้รับการตรวจ รักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง และหายจากอาการของโรคไม่ต่ํากว่า 85% ของผู้ป่วยทั้งหมด และทําการค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ เพื่อนํามาให้การบําบัดรักษาให้ได้จํานวนถึง 75% ของผู้ป่วยทั้งหมดในชุมชนแต่ละแห่ง

    จากสถิติข้อมูลของกองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขปี 2540 พบว่าประชากรไทยจํานวน 37 คน จาก100,000 คน ป่วยเป็นวัณโรคจึงจําเป็นต้องค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ โดยวิธีต่าง ๆ เช่น การจัดหน่วยเอ็กซเรย์ปอดเคลื่อน ที่ ส่งผู้ป่วย ที่พบว่ามีปัญหาปอดที่ตรวจพบจากการเอ็กซเรย์เข้ารับการตรวจ รักษาในสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน รวมทั้งการอบรมให้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข ทําหน้าที่ในการค้นหาผู้ป่วยราย ใหม่และให้คําแนะนําในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้ถูกต้อง ในขณะป่วยเป็นโรคนี้

    การป้องกัน “วัณโรคปอด” ทําได้โดยการฉีดวัคซีน “บีซีจี” แก่เด็กวัยแรกเกิด ถึง 7 ปี จากการศึกษาพบว่า ถ้าเด็กในวัยดังกล่าว ได้รับวัคซีนในช่วง 1 ขวบปีแรก และได้รับอีก 1 ครั้ง ในช่วง อายุ 6-8 ปี ในรายที่ไม่พบแผลเป็นจากการฉีดวัคซีนในครั้งแรก เด็กผู้นั้นจะมีภูมิคุ้มกันโรคไปได้เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากเด็กโตขึ้นจะได้ภูมิคุ้มกันโรคเสริมจากภาระสิ่งแวดล้อมรอบตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ในรายที่ตรวจพบเชื้อในร่างกายจะต้องรักษาให้หายขาดด้วยยา เพื่อให้เชื้อหมดไป

    การรักษาในปัจจุบันใช้ระบบการให้ยา ระยะสั้น 4 เดือน ซึ่งมีประสิทธิภาพมาก เพราะพบว่าหลังจาก ผู้ป่วยได้ยาครบตามกําหนดมักตรวจไม่พบเชื้อในเสมหะอีก อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากการใช้ยาก็ยังมีอยู่เช่น “การแพ้ยา” “การดื้อยา” และ “การรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ” จึงจําเป็นต้องมีการชี้แจงทําความ เข้าใจให้ผู้ป่วยและญาติทราบถึงผลข้างเคียงในการใช้ยารักษาโรคนี้ รวมทั้งการปฏิบัติตัวไม่ให้โรคนี้แพร่กระจายและติดต่อไปสู่ผู้อื่น เช่น การทําลายเสมหะด้วยวิธีที่ถูกต้อง หรือขณะไอ-จาม ต้องปิดจมูก และปาก เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย และควรรับการตรวจรักษาตาม คําแนะนําของแพทย์อย่างสม่ําเสมอ เป็นต้น

    ปี 2541 กรมควบคุมโรคติดต่อมุ่งเน้นให้เห็นว่า “วัณโรค จะหมดไป ถ้าร่วมใจกันดูแล” ซึ่งเป็นแนวทางชัดเจนในการ ควบคุม – ป้องกันไม่ให้ “วัณโรคปอด” มีการแพร่ระบาดมากขึ้น

    ข้อมูลจาก : กรมควบคุมโรคติดต่อและกองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ปี 2541
    พาที โชคชัยศิริวัฒน์

  • สูตรมันบดง่ายๆ คลีนๆ

    สูตรมันบดง่ายๆ คลีนๆ

    สูตรมันบดง่ายๆ คลีนๆ

    มันบดชนิดที่ 1

    มันต้ม 2 ถ้วย
    เกลือ 1 ช้อนชา
    เนย 1 ช้อนชา
    พริกไทย 1/3 ช้อนชา

    วิธีทำ

    ต้มมันสุกแล้วลอกเปลือกออกให้หมด บดให้ละเอียดแล้วเติมเกลือ พริกไทย และเนย คนให้เข้ากัน

    ใช้รับประทานกับปลาอบ ไก่อบกับขนมปัง แครกเกอร์เหมาะสําหรับผู้ป่วยที่พึ่งหายไข้ทุกชนิด

    มันบดชนิดที่ 2 คล้ายชนิดที่ 1 แต่มีครีมร้อน ๆ ใส่ลงไปอีก 2 ช้อนโต๊ะ หรือเนื้อสัตว์อบ ย่าง ต่าง ๆ