Author: admin
-

วังเวง กาลลา
ตะวัน เดือนดาว เด่นฟ้า
วันเดือน เลื่อนผ่าน ปีคล้อย
คืนวัน คิดถึง ห่วงหา
เวลา ล่วงเลย .. ดับขวัญ
ยามนี้ ฉันยัง คงอยู่
จ่งเธอ สมหวัง สดใส
-

โรคหวัด วิธีการป้องกันและรักษา
ทุกวันนี้ยังไม่ใครที่พบวิธีรักษาโรคหวัดได้ แค่เป็นการทำให้บรรเทา และทำให้ร่างกายของเรามีภูมิต่อต้านเท่านั้น ผมว่าคงจะอีกนาน กว่าที่จะมีการค้นพบยา หรือวัคซีนชนิดที่สามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสถึง 200 ชนิดที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด ดังนั้นเรามีวิธีที่ลดโอกาสการ ติดเชื้อไวรัสหวัด และผ่อนหนักให้เป็นเบาด้วยเวลาติดเชื้อหวัด
อยู่ห่างผู้ที่มีอาการไอ หรือจากอย่างน้อย 1 เมตร
เพราะว่าถ้าหากคุณโดนละอองฝอยในระยะประมาณนี้มาโดนบริเวณใบหน้า และถ้าคุณร่างกายเกิดอ่อนแอพอดี รับรองได้อีก 2-3 วันให้หลัง เวลาคุณตื่นนอนในตอนเช้าคุณอาจพบว่าคุณเป็นหวัดแล้วล้างมือบ่อยๆ
เชื้อหวัดส่วนใหญ่สามารถติดต่อกันได้ด้วยการสัมผัสทางอ้อม เช่น คนเป็นหวัดเอามือไปจับจมูก เชื้อไวรัสหวัด จะติดมากับมือ จากนั้นก็ไปจับโน่น จับนี่ มือของเรา อาจจะไปสัมผัสกับสิ่งที่คนเป็นหวัดไปจับต้องได้ ดังนั้นเมื่อเราไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นแล้ว จับจมูก หรือขยี้ตา เชื้อก็สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายหลีกเลี่ยงสถานที่อับลม
ควรหลีกเลี่ยงที่อับ อากาศไม่ถ่ายเท เพราะหากมีใครเป็นหวัดเชื้อจะวนเวียนอยู่ภายใน ไม่สามารถระบายออกได้เลย
ดื่มน้ำมากๆ
น้ำจะช่วยชะล้างเชื้อโรค ออกจากร่างกาย ทั้งยังป้องกันอาการขาดน้ำซึ่งมักพบร่วมกับหวัด “การหายใจทางปาก, การสั่ง น้ำมูก และการทานยาลดน้ำมูก” จะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากกว่าปกติ ดังนั้นทางที่ดีควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วได้จะเป็นการดี
อย่าขยี้จมูก หรือตาบ่อย
ผลจากการวิจัยปรากฎว่า คนทั่วไปจะแตะจมูก หรือตาประมาณชั่วโมงละ 3 ครั้ง หากต้องแตะจริงๆ ไม่ควรใช้ปลายนิ้ว ให้ใช้ข้อนิ้ว หรือหลังมือแทน เพราะว่าจะสะอาดกว่าปลายนิ้ว ที่ซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อโรคอย่าเอาแต่นอน
การออกกำลังกายปานกลาง จะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้ แต่ถ้าออกกำลังกาย อย่างหักโหมมากไปจะทำให้เกิดผลเสียได้นะ จากผลการวิจัย ถ้าออกกำลังกายอย่างหักโหมมากกว่าชั่วโมง จะทำให้ติดเชื้อหวัดได้ง่ายขึ้นฆ่าเชื้อที่อยู่ตามฟองน้ำ
ครัวจะเป็นแหล่งที่แพร่เชื้อหวัดหลายชนิด แหล่งของเชื้ออีกอย่างที่สำคัญ คือ ฟองน้ำล้างจาน กับผ้าเช็ดจาน เพราะมีความอุ่น และชื้น ถ้าเป็นไปได้ นำฟองน้ำเหล่านั้นมาแช่น้ำร้อนซัก 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์รับประทานวิตามินอี และวิตามินซีเสริม
เชื่อกันว่า วิตามินอี มีส่วนสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน แต่เนื่องจากไขมัน และน้ำมันเป็นแหล่งสำคัญของ วิตามินอี ส่วนวิตามินซี ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานยินยันว่า วิตามินซี ป้องกันหวัดได้จริง แต่ผลการศึกษาหลายครั้งแสดงว่า การรับประทานวิตามินซี อาจช่วยให้หายหวัดได้เร็วขึ้น และมีอาการน้อยลง แต่การรับประทานวิตะมินซีในปริมาณมาก อาจจะทำให้ไม่สบายท้องได้
ถ้าชอบเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาจดื่มก่อนนอนซักแก้ว
จากการวิจัย ในหมู่ผู้ดื่มสุราเล็กน้อย จนถึงปานกลาง (วันละ 1-2 แก้ว) และไม่สูบบุหรี่ หากได้รับเชื้อไวรัสหวัด โอกาสที่จะติดเชื้อจนเป็นหวัด กลับน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มถึงร้อยละ 65 แอลกอฮอล์อาจจะไปยับยั้งการ แบ่งตัวของไวรัสในร่างกาย แต่ผู้หญิงมีครรภ์ หรือผู้มีปัญหาสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์จะดีกว่าบรรเทาอาการไอ
ใช้ยาแก้ไอช่วย หากไอแห้งไม่มีเสมหะ แต่ในกรณีที่ไอมีเสมหะ ยาขับเสมหะจะช่วยทำให้เสมหะจางลง และการ ไอจะสะดวกขึ้นนอนหลับให้สนิทตลอดคืน
การนอนหลับสนิทจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีประสิทธิภาพขึ้นโรคหวัด การรักษา
วิธีรักษาอาการไข้หวัดช่วงเริ่มแรกอย่างง่ายมาก ๆ คือ กินกระเทียมดิบสัก 2 กลีบ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าเริ่มมีอาการไข้หวัดแล้ว ควรกิน ยาเอ็คชินาเชีย (Echinacea purpurea), ดื่มชาขิงวันละ 4 ครั้ง หรือนำรากขิงขนาด 1 นิ้ว ปอกเปลือกแล้วสับเป็นเล็ก ๆ ใส่หม้อเติมน้ำ 2 ถ้วย ตั้งไฟต้มให้เดือด แล้วตั้งไฟหรี่อ่อน ๆ ต่ออีก 5 นาที ใส่พริกไทยป่นครึ่งช้อนชา (หรือมากกว่านั้น.. ถ้าชอบ) ต้มอีก 1 นาที แล้วยกลงจากเตา เติมน้ำมะนาวสด 2 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำผึ้ง กระเทียมบด 1-2 กลีบ ทิ้งให้เย็นแล้วกรองแต่น้ำไว้ดื่ม
แต่ถ้าต้องการป้องกันไข้หวัดล่ะก็ ควรกินวิตามินซีวันละ 3 ครั้ง เป็นประจำ
-

รักษาผมร่วง ด้วยวิธีธรรมชาติ
เรามีวิธีง่ายๆ ที่ไว้ใช้รักษาผมร่วง โดยที่เรานึกไม่ถึงมาก่อน นั่นคือ ส้ม นั่นเองค่ะ นอกจาก “ส้ม” จะเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินเอ, บี, ซี และน้ำมันระเหยแล้ว เปลือกส้มยังใช้รักษาผมร่วงได้อีกด้วย!
วิธีคือ.. บีบเปลือกส้มลงตรงบริเวณที่ผมร่วงทุกวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางคนที่ร่างกายโต้ตอบเร็ว ก็อาจเริ่มมีรากผมใหม่งอกขึ้นภายใน 15 วันแล้ว แต่ถ้าหมั่นทำตามคำแนะนำต่อไปเรื่อย ๆ ล่ะก็ จะยิ่งเห็นผลคืบหน้าที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปอย่างแน่นอน
รู้อย่างนี้แล้ว ทานส้มแล้วอย่าทิ้งเปลือกไปให้เสียเปล่าๆ นะคะ นำมารักษาผมร่วง ด้วยวิธีธรรมชาติกันค่ะ
-

คอเคล็ด ทำไงถึงหาย
อาการคอเคล็ดนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน อาจจะเกิดจากการนอนตกหมอน หรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ การแก้ไขโดยพยายามดึง หรือกระตุกกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่ผิด สิ่งที่คุณจะทำได้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ก็คือ การเอาถุงน้ำแข็ง มาประคบบริเวณลำคอเป็นระยะ ๆ นาน 48 ชั่วโมง
เมื่ออาการปวดลดลงแล้ว จึงเรื่มออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอเบาๆ ด้วยการก้มหน้าให้คางจรดอก แล้วหมุนคอเป็นรูปครึ่งวงกลมไปจรดไหล่ด้านหนึ่ง จากนั้นหมุนกลับมาจรดไหล่อีกด้านหนึ่ง ทำอย่างน้อย 5 ครั้ง การออกกำลังกล้ามเนื้อคออีกวิธีหนึ่ง เพื่อบรรเทาอาการตึงเครียดก็คือ เอียงศีรษะไปทางขวาให้หูจรดกับไหล่ คุณอาจใช้มือขวากดศีรษะเบา ๆ เพื่อให้หูชิดกับบ่าของคุณมากขึ้น แล้วค้างอยู่ในท่านั้นนาน 8 วินาที จากนั้นก็ทำซ้ำโดยเปลี่ยนข้างกัน
-

การวิ่ง ช่วยอะไรได้บ้าง
การวิ่งเป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง นอกจากนี้การวิ่งยังช่วยให้ออกซิเจน ที่ไหลเวียนไปตามกล้ามเนื้อทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้คุณทำอะไรได้อย่างกระฉับกระเฉง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคุณวิ่งเป็นประจำ ก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น ทั้งยังลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจอีกด้วย แต่การวิ่งก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ความจำเจจนน่าเบื่อ แต่แก้ได้ไม่ยาก เพียงคุณเปลี่ยนสถานที่วิ่งบ้าง หรือฟังเพลงจังหวะมันๆ ไปด้วยก็ทำให้เพลินดีเหมือนกัน
ถ้าทำได้ก็ควรจะวิ่งบนพื้นทราย ซึ่งจะทำให้คุณออกกำลังขาได้เต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นซีเมนต์ ซึ่งอาจทำให้คุณเสียง ต่อการบาดเจ็บจากแรงกระแทกได้ง่าย ถ้าวิ่งเฉยๆ ทำให้เบื่อง่าย ก็ควรลองวิ่งแบบมีเป้าหมายดูบ้าง เช่น ตั้งเป้าว่าภายในเวลาสองสัปดาห์ คุณจะวิ่งด้วยความเร็วที่สูงขึ้นกว่าตอนเริ่มต้นฝึกวิ่งเท่าไหร่ โดยตรวจสอบจากเวลาที่ใช้วิ่งในระยะทางเท่าเดิม หลังจากวิ่งเสร็จแล้ว ต้องไม่ลืมขยับแข้ง ขยับขา คลายกล้ามเนื้อทุกครั้ง ครั้งละประมาณ 5-10 นาที การคลายกล้ามเนื้อยังช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้อีกด้วย สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ ให้เริ่มจากวิ่งครั้งละประมาณ 10-15 นาทีก่อน จนกว่าร่างกายจะปรับตัวได้แล้วจึงเพิ่มเวลาเป็น 20-30 นาที โดยทุกครั้งที่วิ่ง ควรรักษาจังหวะก้าวแต่ละก้าวให้เท่ากัน เพื่อถนอมกระดูกข้อเท้า
-

อาการปวดท้องแบบไหน แก้ยังไง
อาการปวดท้อง มีหลายแบบ เรามาดูกันดีกว่า ว่าปวดท้องแบบไหนควรแก้ยังไง
ปวดท้องจากโรคกระเพาะ
อาการปวดท้องสุดทรมาน ที่ฮิตติดปากกันว่า ..หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด.. เห็นทีจะไม่พ้นโรคกระเพาะแน่ แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะคุณยังสามารถพึ่งพาสมุนไพรรักษาอาการได้ โดยใช้ใบยอ (ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป) หนัก 4 บาท, พริกไทย หนัก 4 บาท, ขิงหนัก 4 บาท และดีปลี หนัก 4 บาทนำทั้งหมดไปตากแดดให้แห้ง ตำเป็นผงละลายผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานหลังอาหาร ทีนี้.. คุณจะไม่ต้องทรมานกับอาการปวดท้องอีกเลยปวดท้องจากอาการอาหารไม่ย่อย
หลายคนชอบรับประทานอาหารจำพวกเนื้อ ซึ่งถ้าทานเข้าไปมากๆ มักเกิดปัญหาระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานสับปะรดเป็นของหวานตามหลังอาหารมื้อที่เน้นเนื้อเป็นหลัก เพราะสับปะรดจะช่วยให้เนื้อที่รับประทานเข้าไปย่อยง่ายขึ้นได้นั่นเองปวดประจำเดือน
รับประทานน้ำขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เพราะน้ำขิงมีฤทธิ์ร้อน ช่วยเลือดลมไหลเวียนได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็ประคบถุงร้อนตามสะดวก
-

ยำใหญ่ วิธีทำ
ยําใหญ่
ยําใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา
รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นยำยวนใจ ฯเครื่องประกอบ
เนื้ออกไก่ 1 ซีก
กุ้ง 3 – 4 ตัว
เนื้อหมู 1/8 กิโลกรัม
หนังหมูสด
ตับหมูพอควร
หัวใจหมู 1 อัน
ปลาหมึกแห้ง 1 ตัว
กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วย
ไข่เป็ด 3 ฟอง
เต้าหู้เหลือง 1 อัน
ฟองเต้าหู้
เห็ดหูหนู
วุ้นเส้น
กระเทียมดองพอสมควร
หัวผักกาดขาว 1 หัว
แตงกวา 5-6 ผล
หอมฝรั่ง 2 หัว
ต้นหอม ถั่วงอก พริกชี้ฟ้าสดสีต่าง ๆ
กระเทียมแห้ง
ผักชี พอควร กับเครื่องปรุงน้ำคลุกยำ คือ น้ำปลาญี่ปุ่น น้ำปลา น้ำส้ม มะนาว น้ำตาลทราย เกลือป่นเล็กน้อยการเตรียม
เนื้อไก่ลวกให้สุกฉีกเป็นฝอยหยาบ กุ้งต้มหั่นยาวๆ เล็ก ๆ แกะเนื้อในหัวกุ้งหั่นด้วย เนื้อหมูต้มสุกหั่นฝอยยาว หนังหมูต้มให้เปื่อยหั่นแฉลบบาง ๆ ตับ หัวใจ ต้มแล้วหั่นยาวๆ เช่นเดียวกัน ปลาหมึกนึ่งหรือต้มสุกหั่นฝอยแช่น้ำให้นุ่ม กุ้งแห้งล้างสะอาดตัดให้เล็กลง ไข่ต้มสุกแข็ง หั่นตามยาว 2 ฟอง ต่อยออกตีให้เข้ากันกรอกในกระทะบาง ๆ แล้วม้วนหั่นฝอย 1 ฟอง เต้าหู้หั่นฝอยหยาบ ๆ ฟองเต้าหูลวกสุก ตัดเป็นท่อนสั้น ๆ เห็ดหูหนูล้างตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลวกให้สุก วันเส้นลวกแล้วตัดเป็นท่อนสั้น ๆ กระเทียมดองซอยตามยาว หัวผักกาดหั่นแฉลบบางๆ แช่น้ำเกลือไว้ แตงกวาหั่นแฉลบหลีกไส้ หอมฝรั่งหั่นตามยาวเป็นฝอยหยาบ ๆ ต้นหอมตัดเป็น ท่อนสั้น จักหัวท้ายให้เป็นฝอย ถั่วงอกเด็ดหางลวกพอสุก พริกสดหั่นฝอยยาว ผักชีแช่น้ำด่างทับทิมทั้งต้นรวมกับใบหอมแล้วเด็ดใบไว้ รากหั่นละเอียด ตำกับกระเทียมและพริกแดง (แกะเมล็ดออกล้างให้หายเผ็ดก่อน ) ผสมน้ำคลุกด้วยเครื่องปรุงที่กล่าวนั้น กับรากผักชี ที่ตำไว้ ปรุงให้รสแหลมจัดมากๆ แล้วจัดของลงจานเมื่อรับประทานจึงยำ
-

ขนมเทียนแก้ว วิธีทำ
ขนมเทียนแก้ว
ส่วนผสม
เม็ดบัวหรือถั่วทอง ถั่วเขียวต้มสุก บดหรือตําให้ละเอียด 2 ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว 1-1 1/2 ถ้วย
หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำเปล่านิดหน่อย พอน้ำตาลละลาย
แป้งถั่ว 1 ถ้วย
น้ำตาล 6 ถ้วย (ทําแป้งที่ละ 1/2 ส่วน)
ใบตอง
ไม้กลัดวิธีทํา
1. กวนไส้อย่างเดียวกันกับลูกชุบหรือเม็ดขนุน2. นั้นเป็นก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ มีขนาดเท่ากัน ใบตองล้างให้ สะอาด เช็ดให้แห้งเจียนเป็นรูปกลม และกว้างขนาด 2 1/2
3. แป้งละลายกับน้ำตาล 1/2 ถ้วย ใส่กระทะทองยกขึ้นตั้งไฟ (ไฟอ่อน) ใช้ไม้พายกวนจนแป้งสุก ยกลง
4. หยิบใบตอง (ใช้ใบตองชั้นเดียว) ทําเป็นรูปกรวย ตักแป้งหยอดหยิบไส้ใส่ ตักแป้งหยอด พับห่อ ต้องทําเร็วก่อนที่แป้งจะแข็ง หรือเอากระทะที่ใส่แป้ง แช่ น้ำร้อนไว้
-

ยาเบื่อแมลงวันชนิดโรย
ยาเบื่อแมลงวันชนิดโรย
ส่วนผสม
พริกไทย 4 ออนซ์
แควซเซีย 4 ออนซ์
น้ำตาลมะพร้าว 8 ออนซ์
แอลกอฮอล์ชนิดเจือจาง 4 ออนซ์วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมน้ำแล้วนำไปโรยไว้ตามที่ซึ่งมีแมลงวันชุกชุมImage by Steve Buissinne from Pixabay
-

โรคโลหิตจาง อาหารที่ช่วยบำรุงรักษาผู้ที่เป็นโลหิตจาง
ถึงแม้จะมีสารพัดสูตรรักษาโรคโลหิตจางมาแล้วมากมาย แต่หนึ่งสูตรที่เชื่อถือได้ก็คือ “เห็ด” นี่ล่ะ! ไม่เพียงนำมาปรุงอาหารได้สารพัด แต่ยังเป็นสมุนไพรรักษาโรคโลหิตจางอย่างได้ผลอีกด้วย ใครที่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ ต้องเริ่มรับประทานอาหารจานเห็ดซะดีๆ นอกจากเห็ดแล้ว เรามาดูกันว่า คนเป็นโรคโลหิตจาง ควรทานอาหารประเภทใด
บำรุงเลือดด้วยการกินธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็กนั้นจำเป็นต่อสุขภาพของคุณอย่างมาก เพราะถ้าเมื่อใดก็ตาม ที่คุณปล่อยให้ร่างกายสารอาหารสำคัญตัวนี้ ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้พอเพียง ดังนั้นคุณควรจัดเมนูอาหารที่มีธาตุเหล็กในแต่ละมื้อแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กก็คือตับสัตว์ เครื่องในไก่ แครอท ฟักทอง มันฝรั่ง ถั่วเหลือง มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บรอคเคอรี่
การขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุของโรคโลหิตจาง โรคซึมเศร้า โรคเฉื่อยชา ปากเป็นแผล และนิ้วแข็ง ดังนั้น.. จึงควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อปลา, เนื้อไก่, เนื้อสัตว์สีแดงต่างๆ, บีทรูท, น้ำเชื่อมหวานข้น, ถั่วต่างๆ, ผักสีเขียวเข้ม
แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าร่างกายขาดธาตุเหล็กหรือไม่ สามารถไปตรวจเลือดเพื่อเช็คระดับธาตุเหล็ก และปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในเรื่องอาหารเสริม