Author: admin

  • วิธีทำแอลกอฮอล์แข็ง

    วิธีทำแอลกอฮอล์แข็ง

    วิธีทำแอลกอฮอล์แข็ง จุดไฟ

    ส่วนผสม

    โซดาไฟ (Sodium hydroxide) 1 กรัม
    เมทิลแอลกอฮอล์ 100 มิลลิกรัม
    กรดสเตียริก(Stearic acid) 6 กรัม
    บรอมไทมอลบลู(Bromthymol blue) 2 หยด
    น้ำ 1 มิลลิลิตร

    อุปกรณ์

    อ่างหลอมชนิดปรับอุณหภูมิได้ 1 ชุด

    วิธีทำ

    1. นำโซดาไฟใส่ในหลอดแก้ว ละลายด้วยน้ำ แล้วนำมาเทใส่ในแอลกอฮอล์ 50 มิลลิลิตร ลงไปอุ่นในอ่างหลอม ปรับอุณหภูมิที่ 60 องศาเซลเซียส แล้วนำออกใส่ภาชนะ พักไว้

    2. นำกรดสเตียริกละลายในแอลกอฮอล์ 50 มิลลิลิตร หยดบรอมไทมอลบลู ลงไป 2 หยด นำมาอุ่นในอ่างหลอม ปรับอุณหภูมิที่ 60 องศาเซลเซียส เช่นกัน

    3. นำส่วนผสมข้อที่ 1 รวมกับ ข้อที่ 2 ให้เข้ากันดีแล้ว นำไปใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็น เสร็จแล้ว ง่ายไหมล่ะครับ

  • วิธีทำ แสร้งว่า

    วิธีทำ แสร้งว่า

    แสร้งว่า

    ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน
    ใบโศรกบอกโศรกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ

    เครื่องประกอบ

    กุ้งนาง 1/4 กิโล
    หอมเเห้ง 10 กลีบ
    ตะไคร้อ่อน 2 ต้น
    ขิงสด ใบมะกรูด ต้นหอม ผักชี พริกชี้ฟ้าสดสีต่าง ๆ
    น้ำปลา น้ำตาลหม้อหรือน้ำตาลทราย ส้มมะขามเปียก 2 ฝัก ส้มซ่า 1 ซีก มะนาว 1 ผล กับผักจิ้ม เช่น แตงกวา มะเขือ หอมฝรั่ง ใบสะระแหน่ พริกหยวกสีเขียวและแดง ถั่วพู ขิงอ่อน ส้มซ่า สัมเหม็น ไบโศก ใบจิก ฯลฯ

    วิธีทำ

    กุ้งเผาทั้งตัวพอสุกอย่าให้ทันแข็ง แล้วปอกเปลือกออก (ไม่ใช้หัว) ฉีกเป็นฝอยหยาบสั้น ๆ หัวหอมหั่นซอย ล้างน้ำบีบมะนาวให้แดง ตะไคร้หันขวางเป็นฝอยละเอียด ขิงหั่นฝอยยาว ๆ ล้างน้ำเกลือ ใบมะกรูดเลื่อยกลางใบเอาเส้นใบออก ซ้อนกันหั่นเป็นฝอยละเอียด ต้นหอมผักชีแช่น้ำด่างทับทิม แล้วแบ่งต้นหอมหั่นขวางละเอียดสําหรับโรยหน้าบ้าง จักฝอยแช่น้ำให้งอเป็นผักจิ้มบ้าง ผักชีเด็ดช่อเล็ก ๆ (ไม่ใช้ราก) พริกชี้ฟ้าสดหั่นฝอยยาวบ้าง จักทําเป็นดอกสําหรับแต่งผักจิ้มบ้าง ส้มมะขามคั้นน้ำไว้ ส้มซ่า มะนาวฝานบีบน้ำไว้ เปลือกส้มซ่า ฝานทําเป็นใบไม้ ล้างให้หายขมสําหรับทําเป็นผักจิ้ม ผักนอกนั้นแกะสลักตามแต่จะเห็นงาม สัม 2 อย่างฝานแว่น ใช้ทั้งแว่นจัดเป็นผักจิ้มด้วย เมื่อทํากุ้งเสร็จแล้ว จึงผสมน้ำปลา น้ำตาลและน้ำส้ม ต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ให้รสพอดี ราดบนกุ้งแช่ไว้ให้ชุ่มเข้าเนื้อ ตัวกุ้งลงชามเล็กสําหรับใส่เครื่องจิ้ม ทั้งน้ำและเนื้อโรย เครื่องข้างบนคือ หอม ตะไคร้ ขิง ใบมะกรูด ใบหอม ผักชีและพริกฝอย ผักจิ้มจัดใส่จานต่างหาก หรือจะวางชาม เครื่องจิ้มไว้กลางจานใหญ่ จัดผักรอบ ๆ ก็ได้ ถ้าใช้ปลา ด้วยก็ใช้ปลาดุกหรือปลาช่อนทอดฟูจัด 2 ข้าง

  • วิธีการทำ หรุ่ม

    วิธีการทำ หรุ่ม

    หรุ่ม

    เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
    เจ็บไกลใจอาวรณ์ ร้อนรุ่มรุ่มกลุ้มกลางทรวง ฯ

    เครื่องประกอบ

    เนื้อหมูแกมมัน 1/4 กิโล
    หอมแห้ง 20 – 25 หัว
    ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนคาว
    ไข่เป็ด 4 – 5 ฟอง
    ผักชี พริกไทย พริกชี้ฟ้าสดสีเขียวและแดง น้ำปลาดี น้ำตาลหม้อ น้ำมันหมูพอควร

    การเตรียม

    หั่นเนื้อหมูให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มาก หอมหั่นใหญ่กว่าหมูเล็กน้อย ถั่วลิสงลอกเปลือกออกสับหยาบ ๆ ไข่ต่อยออกคนให้เข้ากันทั้งขาวและแดงกวาดน้ำค้างที่เปลือกไข่ใส่ด้วย ผักชีเด็ดเป็นช่อเล็ก ๆ รากหั่นละเอียดตํากับพริกไทย พริกสดหั่นฝอยยาว

    วิธีทำ

    ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่รากผักชีที่ตําลงผัดพอหอมจึงใส่หมูลงผัดให้สุก ตักขึ้นไว้ใส่หอมลงผัดอีก พอหอมสุกจึง ใส่หมูลงคนให้เข้ากัน ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาล โรยถั่วลงแล้ว ตักขึ้นไว้ ใส่น้ำมันลงใหม่กรอกให้ร้อนใช้นิ้วมือจุ่มไข่โรยฝอย ขนาดพอคํา วางช่อผักชีกับพริกลงตรงกลาง แล้วตักหมูที่ผัดไว้นั้นใส่ลงราว 1 ช้อนคาว และแซะไข่ขึ้นมาห่อพับ ทบให้เรียบร้อย แล้วตักขึ้นคว่ำในจานเป็นอัน ๆ

  • ก้อยกุ้ง วิธีทำ

    ก้อยกุ้ง วิธีทำ

    ก้อยกุ้ง

    ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดินแดโดย
    ชลทิพย์หยิบมาโปรย ฤาจะเปรียบเทียบทันขวัญ

    เครื่องประกอบ

    กุ้งสด 1/2 กิโล
    หนังหมูสดพอควร
    ไข่เป็ด 2 ฟอง
    แตงกวา 10 ผล
    ตะไคร้ 10 ต้น
    ใบสะระแหน่ ใบผักกาดหอม มะนาว พริกชี้ฟ้าสดสีเขียวและแดง น้ำพริกเผา น้ำปลาดี น้ำตาลทราย น้ำมันหมูพอควร

    วิธีทำ

    กุ้งหักหัว รีดมันออกตั้งไฟให้สุก เนื้อกุ้งโรยบนเกลือบีบน้ำมะนาวขยําให้สุก แล้วบีบให้แห้งน้ำ ใส่ชามตั้งไฟพองวด หนังหมูต้มให้เปื่อยแล่แฉลบบาง ๆ แล้วหั่นฝอยราว 2 ซ.ม. ลวกน้ำร้อนอีกทีแล้วล้างด้วยน้ำเย็น บีบมะนาวลงฟอกให้ขาวผึ่งไว้ แตงกวาจักเป็นใบไม้และผลใหญ่ ทําเป็นกระเช้าหรืออื่น ๆ ตะไคร้หั่นขวางเป็นฝอยละเอียด ใบสะระแหนเด็ดเป็นช่อบ้าง ใบผักกาดหอมใช้ทั้งใบ ถ้าใบใหญ่จึงตัด 2 พริกสดจักเป็นดอกแช่น้ำให้บานน้อย ๆ และหั่นฝอยไว้บ้าง ฉีกเนื้อกุ้งที่ทําไว้เป็นชิ้นใหญ่ๆ ใช้ส้อมแหลมสอยออกเป็นฝอยละเอียด แล้วเคล้ากับตะไคร้ หนังหมูและใบสะระแหน่ไว้ ไข่ต่อยออกคนให้เข้ากันทั้งขาวและแดง แล้วตั้งกระทะใส่น้ำมันแต่น้อย เทไข่ลงกรอกบาง ๆ ให้เต็มกระทะ พอสุกม้วนเป็นหลอดยาวหั่นฝอย แล้วผสมน้ำพริกคือละลายน้ำพริกเผากับน้ำปลา น้ำตาล และน้ำสะเออะกุ้งกับมันกุ้งที่ทําไว้

    จัดกุ้งลงในกระเช้าแตงกวา โรยไข่กับพริกฝอย แล้วเรียง ในจานหรือจัดใบผักกาดวางในจานเพียงชั้นเดียว บรรจุกุ้งลง ในพิมพ์เคาะคว่าลงกลางจาน ทําให้ทับใบผักกาดนิดหนึ่ง แล้วแต่งแตงกวาใบไม้รอบ ๆ ช่อสะระแหน่และพริกก็จัดแต่งเป็นกอ ๆ น้ำพริกใส่ชามเล็กไปต่างหาก เมื่อจะรับประทานจึงตักก้อยใส่ในใบผักกาด แล้วหยอดน้ำพริก เป็นคํา ๆ

  • พล่าเนื้อ วิธีทำ

    พล่าเนื้อ วิธีทำ

    พล่าเนื้อ

    ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฎรสหื่นหอม
    คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์ ฯ

    เครื่องประกอบ

    เนื้อตะโพกวัว 1/2 กิโล
    แตงกวา 7 – 8 ผล
    หอมฝรั่ง 2 หัว
    ใบสะระแหน่พอควร
    พริกชี้ฟ้าสดสีต่าง ๆ 3 – 4 เม็ด
    พริกขี้หนูสด 4 – 5 เม็ด
    กระเทียมแห้ง มะนาว เกลือ น้ำส้ม น้ำตาลทรายพอควร

    การเตรียม

    แล่เนื้อเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วสับให้ละเอียด โรยเกลือ บีบน้ำมะนาวและน้ำส้มลงขยําจนเนื้อสุกบีบน้ำให้แห้ง นำน้ำนั้นใส่ ชามตั้งไฟให้สุก แตงกวาจักเฟือง กับหอมฝรั่งผ่าซีกหั่นขวางบาง ๆ ใบสะระแหนเด็ดเป็นช่อบ้างเด็ดเป็นใบ ๆ บ้าง พริกแดงแกะเมล็ดออกล้างให้หายเผ็ด 1 เมล็ด กับพริกขี้หนูกระเทียมตําหยาบ ๆ พริกสดหั่นฝอยยาว ๆ

    วิธีทำ

    บี้เนื้อที่ทําไว้ให้กระจายไม่ติดเป็นก้อน เคล้ากับพริกและกระเทียมที่ตำยีจนให้เข้าเนื้อ โรยน้ำตาลเล็กน้อย อย่าให้ออกรสหวาน ใส่น้ำสะเออะลงเคล้าด้วย

    Image by Markus Hendrich from Pixabay

  • ผักโขมปรุงรส อาหารคนป่วยโรคโลหิตจาง และผู้ฟื้นไข้

    ผักโขมปรุงรส อาหารคนป่วยโรคโลหิตจาง และผู้ฟื้นไข้

    ผักโขมปรุงรส

    ผักโขม 2 ถ้วย
    เกลือ 1 ช้อนชา
    พริกไทย 1/4 ช้อนชา
    เนย 3 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทํา ล้างผักให้สะอาด ตัดรากและส่วนที่แข็งออกให้หมด ตั้งกระทะบนไฟ พอร้อนจัดเอาผักใส่ลงไปในกระทะใช้ส้อมกลับผักไปมาให้ทั่วกันจนผักสุกเติมเนย เกลือ พริกไทย คลุกจนทั่ว ๆ แล้วยกลง ใช้มีดตัดเป็นชิ้น ๆ รับประทานกับไข่ต้มดีสําหรับผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง หรือผู้ฟื้นไข้ทุกชนิด

    Image by Aline Ponce from Pixabay

  • การลดน้ำหนักส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างไร

    การลดน้ำหนักส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างไร

    การลดน้ำหนักส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างไร

    Journal of the American Dietetic Association เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ล่าสุดว่า การลดน้ำหนักในลักษณะที่ปล่อยให้มีน้ำหนักขึ้น ๆ ลง หรือที่เรียกว่า yo-yo dieting นั้น ส่งผลร้ายต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกายหรือ immune system ของผู้หญิง

    ผู้ที่ดำเนินการศึกษาเรื่อง yo-yo dieting นั้น คือ นักวิจัยจาก Fred Hutchinson Cancer Research Center โดยนักวิจัยบอกว่า การรักษาน้ำหนักให้เท่าเดิมอยู่เสมอนั้น ส่งผลดี ต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ในขณะที่การปล่อยให้มีน้ำหนักตัวขึ้น ๆ ลง ๆ จะก่อให้เกิดผลเสีย โดยระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง

    การศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ที่มีน้ำหนักมากเกินไป จำนวน 114 คน แต่เป็นผู้ที่มีสุขภาพดี และผู้สูงอายุ โดยสอบถามถึงการลดน้ำหนักในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในระยะยาว จะอ่อนประสิทธิภาพลง เมื่อมีการลดน้ำหนัก ในทางตรงกันข้าม หากผู้หญิง รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่เป็นเวลาหลาย ๆ ปี ระบบภูมิคุ้มกัน ก็จะมีเซลที่จะเป็นตัวกำจัดไวรัส และเชื้อโรคอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น และผู้ที่รักษาน้ำหนักให้คงที่ได้ อย่างน้อย 5 ปี ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานมีประสิทธิภาพและมีเซลที่ช่วยกำจัดไวรัสมากกว่าผู้ที ่รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ได้ไม่ถึง 2 ปี ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

    กรณีดังกล่าวนี้ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ผลการศึกษาที่ออกมานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ยกเลิกการลดน้ำหนัก เพียงแต่แนะว่า อย่าปล่อยให้การลดน้ำหนักเป็นไปในลักษณะของ yo-yo dieting

  • วิธีทำยาหม่องครีม สูตรเย็น

    วิธีทำยาหม่องครีม สูตรเย็น

    วิธีทำยาหม่องครีม สูตรเย็น

    ส่วนผสม

    ไขพาราฟิน 63 กรัม
    วาสลิน 253 กรัม
    เมนทอล 19 กรัม
    น้ำมันยูคาลิปตัส 19 กรัม
    การบูร 19 กรัม
    น้ำมันระกำ 63 c.c.
    น้ำมันเปปเปอร์มินท์ 64 กรัม

    วิธีทำ

    1. นำภาชนะสแตนเลสตั้งไฟ ความร้อนประมาณ 70 องศาเซนเซียส เทไขพาราฟิน,วาสลิน คนจนละลายเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ยกลงจากเตา

    2. เทเมนทอล น้ำมันระกำ น้ำมันยูคา การบูร และน้ำมันเปปเปอร์มินท์ คนให้ละลายเข้าด้วยกัน

    3. ทิ้งให้เย็น แล้วจึงบรรจุใส่ภาชนะหรือขวด จะได้ยาหม่องตามต้องการ

  • ตาบวม แก้ยังไงดี

    ตาบวม แก้ยังไงดี

    ตาบวมแดง จากการร้องไห้ น้ำตาไหล หรือจาก การแพ้ คัน

    เรามีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ไข ลดอาการตาบวมมาฝากกันค่ะ

    ตาบวมเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ร้องไห้มาก (กลุ่มที่เสี่ยงมากก็คือ ดาราเจ้าบทบาททั้งหลาย) หรืออาจจะเกิดจากอาการแพ้ดื่มอัลกอฮอล์ หรืออาจจะมาจากการรับประทานอาหารรสเค็มมากเกินไป วิธีการแก้ไขอย่างง่ายๆ คือ นำถุงชาที่ชงแล้วไปแช่น้ำเย็นแล้วจึงมาประคบบริเวณตา หรือจะบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้หรือชาเขียวก็ได้ผลดี และอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ก็คือ ให้นอนหนุนศีรษะให้สูง เพราะของเหลวจะขังอยู่บริเวณใต้ตาเมื่อนอนศีรษะราบระดับเดียวกับร่างกาย

  • ประโยชน์ของการเดิน

    ประโยชน์ของการเดิน

    ประโยชน์ของการเดิน

    การเดินมีผลดีอย่างไร.. มาดูกันได้ตามลำดับข้อต่อไปนี้เลย

    1. ช่วยลดความดันโลหิต และผ่อนคลายจังหวะการเต้นของชีพจร

    2. ช่วยให้น้ำหนักลด

    3. บรรเทาความตึงเครียดและความวิตกกังวล

    4. บรรเทาอาการปวดศีรษะ

    5. ช่วยให้กระดูกแข็งแรง (เหมาะสำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    6. ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด

    7. ช่วยให้รูปร่างเซ็กซี่ขึ้น

    8. ช่วยให้ผ่อนคลาย หลังการเดิน

    การเดินทำให้หายเมื่อยไหล่

    มีหลายสาเหตุที่ทำให้ปวดเมื่อยบริเวณไหล่ ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้กล้าเนื้อที่ไหล่ แต่ทำไมถึงปวดได้ คิดแล้วน่าแปลกไม่ใช่น้อย ไม่ว่าหมอมีชื่อแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาให้หายในคราวเดียวได้ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ไหล่ของคุณปวดเมื่อย ก็เกิดจากความตรึงเครียด ทำให้การหมุนเวียนของเลือดแย่ลง เพราะฉะนั้นก้าวแรกของการรักษาก็คือ ต้องผ่อนคลายความตึงเครียด เลือดจึงจะไหลเวียนดีขึ้น

    “ใครบอกล่ะ ต้องนวดให้หายเมื่อยสิถึงจะดี การเดินจะไปช่วยอะไรได้” หลายคนคงคิดเช่นนี้ แต่หารู้ไม่ นั้นแหละคือความจริงที่ช่วยได้มากทีเดียว

    จริงๆแล้ว คุณอาจจะไม่ได้ปวดเมื่อยที่ไหล่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความตรึงเครียดที่ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไม่สะดวกไปทั้งตัว ทำให้คุณปวดเมื่อยไปหมด ไม่ใช่แค่ที่ไหล่อย่างเดียว การนวดเพื่อแก้เมื่อยที่ไหล่จึงเป็นการรักษาอาการได้ชั่วขณะเท่านั้น

    สิ่งที่ควรคำนึงถึงการผ่อนคลายกล้ามเนื้อก็คือ การเดิน เพราะการเดินจะทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้เคลื่อนไหว เสมือนกับได้รับการนวดทั่วทั้งร่าง การนวดจากแรงภายนอก ช่วยให้กล้ามเนื้อได้พักเพียงชั่วขณะ แต่ไม่สามารถรักษาความเมื่อยอันเกิดจากโรคได้ วิธีเดินเพื่อรักษาคือ การเดินด้วยต้นขา แกว่งไหล่ให้กว้างๆ หายใจลึกๆ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น