Author: admin

  • กาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติที่สวยงาม

    กาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และทางธรรมชาติที่สวยงาม

    หากเราขับรถจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดท่องเที่ยว กาญจนบุรี ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายจริงๆ จากกรุงเทพ ขอแนะนำให้ใช้เส้นทางไปตามถนนเพชรเกษม หรือ ถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี จ.นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึง จ.กาญจนบุรี รวมระยะทางทั้งสิ้น 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

    กาญจนบุรี

    กาญจนบุรี จังหวัดที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของประเทศไทยเรา เป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย และเป็นจังหวัดที่มีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นเมื่อครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ในครั้งนั้นกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์ เชลยศึกสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารชาวอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และ ฮอลันดา จำนวนมาก มาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นทางผ่านไปยังประเทศพม่า ซึ่งมีช่วงหนึ่งจะต้องสร้างข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพาน และทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากมาก ความโหดร้ายของสงคราม และโรคภัยไข้เจ็บในป่า ตลอดจนการขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ในระหว่างการก่อสร้าง สะพานข้ามแม่น้ำแควดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมือง ไปทางเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจน นับได้ว่าสะพานแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีไปแล้ว หากเพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีก็อย่าลืมแวะ ไปเที่ยวชมทิวทัศน์บริเวณสะพานกันนะครับ มีหลายๆ มุมที่เหมาะแก่การถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกมากทีเดียว

    สุสานเชลยศึก

    นอกจากสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแควแล้ว กาญจนบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ซึ่งเพื่อนๆ สามารถใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็สามารถเดินทางไปเที่ยวชมกันได้ครับ เช่น เมื่อเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควแล้ว ก็เดินทางต่ออีกนิดจากหลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ต่อขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กม. เพื่อนๆ ก็จะพบกับสุสานทหารสัมพันธมิตร(ดอนรัก) เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,928 หลุม เนื่องจากกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกทหารพันธมิตร มาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่า ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมากครับ ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว

    กาญจนบุรี

    สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบธรรมชาติป่าเขา น้ำตก จังหวัดกาญจนบุรี ก็มีให้เพื่อนๆ ได้สัมผัสครับ เช่นที่ อ.ไทรโยค ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กม. จะมีน้ำตกที่เพื่อนนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันคือ น้ำตกไทรโยค และน้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำตลอดทั้งปี เรียกว่าไปเมื่อไหร่ก็ได้เล่นน้ำกัน ที่น้ำตกไทรโยคนั้นจะมีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อย สวยงามมากทีเดียว อย่าลืมนะครับหากมีเวลาว่างเพื่อนๆ น่าจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนเมืองกาญจนบุรี ” แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก ” คอยเพื่อนๆ อยู่ครับ

  • พระพุทธชินราชแห่งเมืองพิษณุโลก

    พระพุทธชินราชแห่งเมืองพิษณุโลก

    พิษณุโลกเมืองเก่าแก่แต่โบราณ

    ใครได้ไปพิษณุโลกจะพบว่า บรรยากาศหลายๆอย่างยังดูโบราณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรือนแพที่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน หรือสิ่งปลูกสร้างที่เห็นอยู่โดยทั่วไป ที่มาที่ไปของเมืองพิษณุโลก เป็นไปอย่างไรบ้าง มาตรวจสอบประวัติของเมืองนี้กันดีกว่า

    จังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ ก่อนการก่อตั้งอาณาจักรสุโขทัย ของราชวงศ์พระร่วงโดยมีหลักฐานว่าพิษณุโลกหรือสองแคว เป็นเมืองที่อยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์พ่อขุนผาเมือง จนกระทั่งถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหง จึงได้ทรงยึดเมืองสองแควเข้าไว้ในอาณาจักรสุโขทัยเพื่อสกัด กั้นมิให้อาณาจักรอยุธยาแผ่ขยายอำนาจขึ้นมาครอบครองสุโขทัย แต่ในที่สุดเมื่อถึงสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) ครองกรุงศรีอยุธยา พระองค์ก็สามารถทำสงครามยึดเมืองสองแควได้ เมืองสองแควจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา และมีฐานะเป็นราชธานีของหัวเมือง ฝ่ายเหนือ เมืองสองแควจึงถือเป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์เมืองหนึ่ง ของกรุงศรีอยุธยา และเคยเป็นเมืองหลวงของอยุธยาอยู่ช่วงหนึ่งในสมัยสมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถ ทั้งได้ทรงเปลี่ยนชื่อเมืองสองแคว เป็น พิษณุโลก ด้วย ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 พิษณุโลกจึงเปลี่ยนฐานะ เป็นจังหวัด ๆ หนึ่งของประเทศจนถึงปัจจุบันครับ

    ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม สิ่งปลูกสร้างต่างๆจึงสะท้อนวิถีชีวิตไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่เมืองสองแควนี้ มีพระพุทธชินราชประดิษฐานอยู่ ณ. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกริมถนนพุทธบูชา ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองครับ เป็นวัดหลวงชั้นเอก “วรมหาวิหาร” ภายในวิหาร ชาวเมือง พิษณุโลกเรียกพระพุทธชินราชว่า “หลวงพ่อใหญ่” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อ ด้วยทองสำริดในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 ( พญาลิไท ) โปรดให้สร้าง ขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม และพระศรีศาสดาซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

  • ผมร่วง – ศีรษะมัน เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

    ผมร่วง – ศีรษะมัน เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

    หากเส้นผมเริ่มบางลง คือมีจำนวนเส้นผมลดลง และขนาดของเส้นผมเล็กลง ความยาวก็สั้นลง พื้นที่ผิวของเส้นผมบนศีรษะย่อมจะลดลงไปด้วย เหมือนไม้กวาดที่เก่าแล้วการดูดซับน้ำมันของเส้นผมจึงทำได้จำกัดหรือดูดซับไม่หมด ทำให้มีน้ำมันเหลือค้างบนหนังศีรษะ

    ดังนั้น คนที่ผมบางถึงจุดหนึ่งจะรู้ตัวว่า หนังศีรษะนั้นมีความมันด้วยกันทุกคน

    นอกจากนี้แล้ว เส้นผมที่ขาดความสมบูรณ์จะไม่สามารถทำหน้าที่ปกป้อง และควบคุมอุณหภูมิของหนังศีรษะได้เหมือนเดิม

    เส้นผมที่ดกดำจะดูดซับแสงแดด ทำให้เกิดความร้อนบนเส้นผม (ไม่ใช่บนหนังศีรษะ) ความร้อนนี้เชื่อกันว่าจะทำให้เหงื่อออกและซึมเข้าไปในผิวของเส้นผมโดยตรง ทำให้ความร้อนลดลงในที่สุด

    แต่หากไม่มีเส้นผมปกคลุมมากพอ ความร้อนจากแสงแดดจะสะสมบนหนังศีรษะแทน ซึ่งก็ทำให้เหงื่อออกเหมือนกัน แต่เหงื่อจะค้างอยู่บนหนังศีรษะ เพราะไม่มีเส้นผมมาดูดซับเหงื่ออย่างในภาวะปกติ

    เหงื่อผสมกับน้ำมันที่เหลือค้างทำให้เกิดการเยิ้ม และเหนอะหนะ เป็นที่น่ารำคาญทั้งสำหรับตนเองและผู้พบเห็น

    เม็ดเหงื่อที่กระจายอยู่บนเส้นผม เมื่อเจอะเจอละอองน้ำมัน กลับจะทำให้แตกกระจาย และระเหยแห้งด้วยลมโกรกได้ง่าย ส่วนเหงื่อที่คลุกเคล้ากับน้ำมันบนหนังศีรษะนั้น มีแต่ความเหนอะหนะดังที่กล่าว และไม่สามารถแห้งหายไปได้ง่ายด้วยลมที่พัดโกรกเหมือนอย่างในสภาวะปกติ

    ความเหนอะหนะนั้นทำให้การจับตัวของมลภาวะและสิ่งสกปรกเกิดขึ้นได้ง่าย เป็นที่มาของอาการหนังศีรษะอักเสบหรือตุ่มคัน นำไปสู่การระคายเคืองและผมร่วงอีกระลอกหนึ่ง

    แต่ในสภาวะปกติ ความสกปรกจะจับตัวอยู่บนเส้นผมซึ่งทำหน้าที่คล้ายไส้กรองชั้นดี สิ่งสกปรกเหล่านี้เราสามารถขจัดออกได้ง่ายด้วยแชมพูที่คุณชื่นชอบ

    ดังนั้น หากคุณมีอาการต่างๆ บนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นความมัน ความเหนอะหนะ ความร้อนจากแสงแดด กระเนื้อที่ขึ้นตามศีรษะ ตุ่มคันที่คล้ายสิว และการอักเสบ ก็น่าจะต้องคิดถึงบทความนี้ว่า…เป็นไปได้หรือไม่ว่าเส้นผมของคุณคงเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปแล้ว เช่น จำนวนลดลง หรือมีขนาดลดลง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน

    ที่กล่าวมาทั้งหมดอธิบายถึงความสมดุลที่เส้นผมจะช่วยให้น้ำมันมีอยู่กระจายตัว แต่อีกมุมมองหนึ่งก็คือในสภาวะที่ฮอร์โมนเพศชายทำงานมากกว่าปกติ จะส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอลง และที่สำคัญก็คือ ทำให้ต่อมน้ำมันทำงานมากขึ้น

    สาเหตุผลมันจึงมีทั้งเหตุที่เกิดจากภายนอก และเหตุที่เกิดขึ้นภายใน
    การขจัดปัญหาภายนอกนั้นทำให้อาการมันบนหนังศีรษะหายได้ชั่วคราว ส่วนการรักษาจากภายในนอกจากจะทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังจะทำให้หนังศีรษะหายมันไปพร้อมๆ กันด้วย

    การวัดระดับความมันของหนังศีรษะเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน สามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วยเก็บภาพหนังศีรษะ
    วิธีทำก็คือ ก่อนอื่นให้ทำการสระผมด้วยแชมพูทั่วไปที่ไม่มีครีมนวด เมื่อสระเสร็จแล้วใช้กล้องเก็บภาพที่มีกำลังขยาย 50 – 100 เท่าถ่ายมาดู ภาพเส้นผมที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากหนังศีรษะจะเห็นเป็นแอ่งเกลี้ยง ๆ โดยมีเส้นผมขึ้นมาตรงกลางแอ่ง ปล่อยทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วเก็บภาพบริเวณเดิมจะเห็นน้ำมันใส ๆ เอ่อล้นออกมา

    ภายใน 5 ชั่วโมงน้ำมันจะเต็มแอ่ง และเริ่มแข็งตัวปิดแอ่งจนดูไม่ออกว่าเคยเป็นแอ่งมาก่อน

    ในชั่วโมงที่ 10 จะเห็นน้ำมันหยดเล็กๆ แข็งตัวจับเป็นคราบอยู่โดยทั่วไป และเมื่อครบ 24 ชั่วโมงจะไม่เห็นหยดน้ำมันเหล่านี้ เพราะได้แตกตัวและกลายเป็นชั้นบางๆ เคลือบอยู่บนผิวหนังศีรษะและเส้นผม

    ระดับความมันที่เรียกได้ว่า “ผมมัน” นั้น ดูตรงที่ว่าแม้ผ่าน 24 ชั่วโมงไปแล้วก็ยังเห็นน้ำมันเอ่อล้นออกมาจากแอ่ง

    การทดลองเช่นนี้ทำได้ง่ายๆ ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ต้องมีห้องให้สระผมเสียก่อน และต้องให้ผู้ถูกตรวจรอทั้งวัน แล้วต้องกลับมาในวันรุ่งขึ้นอีก

  • พุทธมณฑล สวรรค์ยามเย็น สวยงาม น่าพักผ่อน

    พุทธมณฑล สวรรค์ยามเย็น สวยงาม น่าพักผ่อน

    ใครมีครอบครัว บางทีก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่ายามว่างวันหยุดสุดสัปดาห์จะไปไหนกันดี ตามประสา พ่อ-แม่-ลูก จะไปห้างก็เบื่อแล้ว จะออกต่างจังหวัดก็ไกลไป แถมหัวหน้าครอบครัวก็ไม่อยากจะขับรถไกล ๆ ด้วยสิ ถ้างั้นลองหาที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯแถวชานเมืองดีกว่า ได้เจอบรรยากาศโล่ง ๆ สบาย ๆ ไม่ว่าเด็กคนไหนก็จะยิ้มแย้มแจ่มใส กับบรรยากาศยามเย็นสบายๆ อากาศดีสุดๆ สถานที่ที่เราจะแนะนำวันนี้ก็คือพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมครับ เป็นที่ที่ไม่ไกล กทม. และก็สวยน่าพักผ่อนจริงๆครับ

    มารู้จักพุทธมณฑล กันก่อนครับ พุทธมณฑล เป็นพระพุทธศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีบริเวณเนื้อที่ทั้งหมด 2,500 ไร่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอ นครชัยศรี และตำบลระทึก อำเภอสามพราน ในบริเวณมีการปลูกต้นไม้ นานาชนิด และได้จัดสร้างปูชนียสถาน ที่สำคัญทางพุทธศาสนา อันได้แก่ที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และปฐมเทศนา จำลองไว้ที่พุทธมณฑลนี้ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปางลีลา ซึ่งมีความสูง 2,500 กระเบียด หรือ 13.75 เมตร นามว่า “พระศรีศากยทศพล ญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” ประดิษฐานเป็นศรีสง่า และเป็นที่เคารพสักการบูชาอยู่ด้วย

    พุทธมณฑลวันนี้ กลายเป็นที่พักผ่อนที่สำคัญสำหรับประชาชนแถวนั้นไปแล้ว อันเนื่องมาจาก อากาศที่ดี และ สนามหญ้าที่กว้างใหญ่ เหมาะที่มานั่งเล่นกันในครอบครัว เมื่อพระอาทิตย์ตกดินแล้ว เมื่อเราขับรถต่อไปยังถนนอักษะก็จะเห็นไฟโชว์สวยๆ ด้วย เสาแต่ละต้น จะเป็นรูปหงส์และประดับไฟที่ปาก แค่ได้ขับรถผ่านเส้นทางนี้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วครับ

  • ลอยกระทงที่สุโขทัย ได้บรรยากาศเมืองเก่า

    ลอยกระทงที่สุโขทัย ได้บรรยากาศเมืองเก่า

    วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำ….. เพลงนี้เราฟังกันมาตั้งแต่เด็ก และทุกคนก็ได้ลอยกระทงมาตั้งแต่เด็กด้วย แต่ได้รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ของการลอยกระทงแล้วหรือยัง ประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นประเพณีที่สำคัญสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ นิยมทำกันในกลางเดือน 12 โดยมี วัตถุประสงค์หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับประเพณีความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งได้แก่
    ลอย
    – ลอยกระทงเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
    – ลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายฝั่งแม่น้ำ
    – ลอยกระทงเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน
    – ลอยกระทงเพื่อขอบคุณน้ำที่อำนวยประโยชน์ต่าง ๆ แก่มนุษย์
    – ลอยกระทงเพื่อขอขมาน้ำที่มนุษย์ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในแม่น้ำ
    – ลอยกระทงเพื่อเป็นการลอยส่งของแก่ญาติที่อยู่ห่างไกล
    – ลอยกระทงเพื่อเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
    – ลอยกระทงเพื่อลอยเคราะห์หรือสะเดาะเคราะห์
    – ลอยกระทงเพื่อขอสิ่งที่ตนปรารถนา

    วันลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับเดือนพฤศจิกายน หรือปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเต็มตลิ่ง พระจันทร์เต็มดวงสุกสว่าง คนไทยสมัยก่อนจึงหาวิธีทำให้เกิดความเพลิดเพลินในยามค่ำคืน

    และหากว่าเราจะไปเที่ยวสุโขทัย เพื่อเตรียมตัวเที่ยวงานลอยกระทงกัน เส้นทางที่ 1 ออกจาก ก.ท.ม. ตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านนครสวรรค์ กำแพงเพชร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศ ระยะทาง 440 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทาง เส้นทางที่ 2 ก็ตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านนครสวรรค์ พิษณุโลก เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 (ถนน สิงหวัฒน์) ระยะทาง 430 กิโลเมตร

    จะขอเกริ่นให้ฟังเรื่องจังหวัดสุโขทัยกันก่อน จังหวัดสุโขทัยนั้น พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองและพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยางได้ร่วมกันยึดเมืองสุโขทัยคืนมาจากขอม และตั้งเป็นอาณาจักรอิสระขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1761  อาณาจักรสุโขทัยจึงถือเป็นอาณาจักรแรกของคนไทย โดยมีพ่อขุนบางกลางหาวหรือพระนามใหม่ว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงเป็น ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงปกครองอาณาจักรในแบบพ่อปกครองลูก สุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองและสามารถขยายอาณาเขต ได้กว้างขวางมากที่สุด ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่ภายหลังรัชสมัยนี้แล้วสุโขทัยก็ค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลง เพราะเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ 2 แห่ง คือ ทางด้านเหนือเป็นอาณาจักรเชียงใหม่ ส่วนด้านใต้เป็นอาณาจักรอยุธยา ซึ่งในที่สุดสุโขทัยก็สูญเสียความเป็นเอกราชอยู่ภายใต้การปกครอง ของอยุธยาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุโขทัยถูกรวมอยู่ในมณฑลพิษณุโลก และเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดสุโขทัยภายหลัง เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

    ที่นี่เขาเตรียมตัวเรื่องงานลอยกระทงกันใหญ่โต ไปที่ไหนๆ ก็จะเห็นกระทงเต็มไปหมด ทั้งกระทงเล็กๆ กระทงใหญ่ๆ สร้างบรรยากาศ ให้รู้สึกเพลิดเพลิน และอยากจะลอยกระทงกันจริงๆ นอกจากการเตรียมงานแล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเมืองเก่าที่น่าเที่ยว ไปสุโขทัยทั้งที อย่าไปลอยกระทงอย่างเดียวแล้วกันนะ ยังมีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ซึ่งล้วนน่าท่องเที่ยวให้ท่านศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกด้วย

  • ดอนหอยหลอด สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ให้ประสบการณ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

    ดอนหอยหลอด สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ให้ประสบการณ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

    ดอนหอยหลอดทะเลไม่ได้มีเพียงชายหาดทรายให้เราเล่นน้ำ หรือนั่งเรือกล้วยเล่นตามชายฝั่งเท่านั้น แต่ทะเลยังมีป่าชายเลน และธรรมชาติที่น่าศึกษามากมาย ทั้งลิงแสม ปลาตีน หอยชนิดต่างๆ ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น

    วันนี้พาไปเที่ยว ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม ลักษณะของดอนหอยหลอดจะเป็นหาดเลน ยาวไปในทะเล หลายกิโลเมตร ทำให้มีหอยหลอด จำนวนมากอาศัยอยู่ ในช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อชมธรรมชาติจำนวนมาก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่มาดอนหอยหลอดเพียงแค่ชิมหอยหลอดผัดฉ่า และซื้อของทะเลเท่านั้น จริงๆแล้วเสน่ห์ของดอนหอยหลอดมีมากกว่านั้น คือการได้ชมการจับหอยหลอด ดังนั้นไปเที่ยวที่นี่ครั้งต่อไปไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

    เลนที่ ดอนหอยหลอด เป็นสันดอนปากน้ำแม่กลอง ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย (ชาวบ้าน เรียกทรายขี้เป็ด) มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร มี 2 แห่ง คือ ดอนนอกอยู่บริเวณ ปาก อ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ ส่วนดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และ ที่ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนนี้มี หอยอาศัยอยู่ หลายชนิด ได้แก่ หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง และโดยเฉพาะหอยหลอด มีมากที่สุด

    การเดินทางมาที่ดอนหอยหลอด ใช้เส้นทางตามถนนสาย ธนบุรี – ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 หรือพระราม 2 ขับรถต่อไปจนถึง สี่แยก มหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 67 ก็ถึงดอนหอยหลอดครับ

    สำหรับหอยหลอดที่พูดถึงกันนั้น เป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่นมีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟ ฝังตัวอยู่ในทราย การจับหอยหลอดนั้น จะใช้ไม้เล็กๆ ขนาดก้านธูป การจับหอยหลอด ให้จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมา ปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ดอนหอยหลอดนี้ ในเวลาน้ำมากจะถูกน้ำท่วม และในช่วงเวลาน้ำน้อย ขณะน้ำลงจะสามารถไป เที่ยวชมทัศนียภาพได้

    ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมดอนหอยหลอด คือ ระยะเวลาเดือนมีนาคม- พฤษภาคม ของทุกปี ที่บริเวณใกล้เคียงดอนหอยหลอด หมู่บ้านฉู่ฉี่นี้ เป็น ที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมี ร้านอาหาร ร้านขายของแห้ง ของทะเล เช่น หอยหลอดแห้ง อาหารทะเลสด น้ำปลา กะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ มีจำหน่ายอยู่หลายร้าน สถานที่จอด รถสะดวกมากครับ

    ชาวบ้านที่ออกจับหอยหลอด เขาจะออกกันตั้งแต่เช้าในวันที่น้ำลง จะใส่หน้ากากมิดชิด โผล่ออกมาเฉพาะตา และรูจมูก เมื่อกลับมาจากที่หอยเสร็จก็จะมาล้างเท้า ล้างมือ ด้านบน นักท่องเที่ยวจะมุงดูกันใหญ่

    หาดโคลนที่ยื่นไปในทะเล ชาวบ้านจะนำแผ่นคอนกรีตมาวาง ให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างสะดวก ก่อนลงไปจะมีแม่ค้าขายปูนขาว เพื่อให้นักท่องเที่ยว ทดลองหาหอยหลอดด้วยตัวเอง

  • เมืองโบราณ มาที่นี่ที่เดียวเหมือนเที่ยวทั่วไทย และแวะเที่ยวฟาร์มจระเข้ก่อนกลับ

    เมืองโบราณ มาที่นี่ที่เดียวเหมือนเที่ยวทั่วไทย และแวะเที่ยวฟาร์มจระเข้ก่อนกลับ

    เมืองโบราณเมืองโบราณ มาที่นี่ที่เดียวเหมือนเที่ยวทั่วไทย พูดแบบนี้คงไม่ผิดนักถ้าได้มาเที่ยวเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวไว้ทั่วไทย และแถมท้ายด้วยการไปเที่ยวฟาร์มจระเข้ต่อ พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยครับ

    ใช้ถนนสายบางนา-สมุทรปราการเมื่อถึงหอนาฬิกาให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร และอีกเส้นทางหนึ่งที่เลือกใช้คือ ถนนบางนา-ตราด โดยให้ลงทางด่วนถนนบางนาตราด และขับมาอีกสัก 7 กิโลเมตร ก็ให้วกรถออกซ้ายตรงแยกศรีนครินทร์ เพื่อจะขับข้ามถนนสายที่รถขับมา ไปทางสมุทรปราการ เส้นทางนี้สะดวกมาก ขับตรงอย่างเดียวจนถึงสมุทรปราการ จะเป็นสามแยก ก็เลี้ยวซ้ายอีกไม่กี่กิโลเมตร ก็ถึงเมืองโบราณครับ

    เมืองโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 50 ไร่หรือ 320 เอเคอร์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2506 ตั้งอยู่ใน เขต ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33.5 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร เป็นศูนย์รวมปูชนียสถานที่สำคัญ ๆ ของแต่ละจังหวัด เช่น เขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้ง วัด มหาธาตุสุโขทัยพระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลงบาง แห่งเท่าแบบจริง การสร้างฝีมือประณีต นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งรวบรวม ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่นับวันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่ ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของประเทศไทย จะศึกษาได้จากเมืองโบราณแห่งนี้

    ที่เมืองโบราณนี้ หากใครต้องการสัมผัสธรรมชาติ อากาศดีๆ ก็ให้จอดรถและเช่าจักยาน ขับเที่ยวไปเลยทั้งวัน คุ้มมากมีจอดไว้บริการนักท่องเที่ยวนับสิบๆ คันเลยทีเดียว แสดงว่ามีคนนิยมกันมาก หรือจะใช้วิธีขับรถชมไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เปิดกระจก ปิดแอร์รถยนต์ โอ้ช่างมีความสุขจริงๆ มาที่นี่ที่เดียวก็ได้เที่ยวทั่วไทยครับ

    เที่ยวเมืองโบราณหนำใจขอพาไปต่อที่ฟาร์มจระเข้กันต่อครับ ขับรถออกจากเมืองโบราณให้เลี้ยวซ้ายเพื่อไป U-TURN แล้วขับตรงมาอีกไม่กี่กิโลเมตร ก็ไปเที่ยวฟาร์มจระเข้กันต่อ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแห่งแรกของโลก ที่มีการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จระเข้ ที่ทันสมัยที่สุด มีการเพาะพันธุ์จระเข้ทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกนี้ โดยมีจำนวนจระเข้ในปัจจุบันเกือบถึง 80,000 ตัว ขนาดที่มีตั้งแต่ความยาวไม่เกินหนึ่งฟุต จนถึง 6 เมตร โดยเฉพาะจระเข้ขนาดยักษ์ความยาวประมาณ 5 – 6 เมตร นั้น มีจำนวนถึง 5,000 ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก

    ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์จระเข้ที่มีกิจกรรมการเพาะเลี้ยงเพื่อการอุตสาหกรรมที่ครบวงจรที่สุด ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ , การนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น นำหนังที่ได้จากจระเข้มาฟอกและผลิตเป็นกระเป๋า , เข็มขัด , พวงกุญแจ , รองเท้า และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งเนื้อของจระเข้ก็สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารต่างๆ เช่น ซุปจระเข้ , เนื้อแห้ง , เนื้อบรรจุกระป๋อง ซึ่งถือว่าเนื้อจระเข้นี้เป็นอาหารบำรุงร่างกายดีเยี่ยมชนิดหนึ่ง

    ภายในฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ยังมีกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจมากมายหลายชนิด เช่น การแสดงการจับจระเข้ด้วยมือเปล่า , การต่อสู้กับจระเข้ , การนำศรีษะของผู้แสดงเข้าไปในปากจระเข้ , การให้อาหารจระเข้ด้วยตนเองของนักท่องเที่ยว , การถ่ายรูปกับจระเข้เป็นๆ และจระเข้สต๊าฟขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ที่ได้รับการฝึกสอนมาเป็นอย่างดี , การแสดงช้างวาดรูป , ช้างขับรถสามล้อ , ช้างโยนห่วง , ช้างเก็บของ , ช้างเต้นรำ , การนั่งช้างเพื่อชมทัศนียภาพภายในฟาร์มจระเข้ฯ , การนั่งรถไฟเล็ก , รถม้า , สนามยิงปืน นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ที่ประกอบไปด้วย สัตว์ป่านานาชนิดเกือบทั่วโลก ให้ชมและศึกษาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปกับสัตว์ต่างๆได้ เช่น เสือ ,ช้าง, อูฐ, งูเหลือมขนาดยักษ์ , เสือและสุนัขอยู่ร่วมกรงเดียวกัน เป็นต้น

    ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่จะสามารถศึกษาวงจรชีวิตของจระเข้ได้อย่างละเอียดทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การฟักไข่ด้วยวิธีธรรมชาติและการใช้ห้องฟักไข่ที่ทันสมัยที่สุด , การอนุบาลลูกจระเข้แรกเกิด ไปจนถึงระยะการเป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยที่ผู้สนใจไม่สามารถจะศึกษาหาข้อมูลจากที่อื่นได้เลยนอกจากที่นี่ อีกทั้งยังมีความแปลกประหลาดของจระเข้ที่ไม่สามารถหาชมได้จากที่อื่น เช่น จระเข้สีทอง , จระเข้เผือก , จระเข้ 5 ขา , จระเข้ 6 ขา , จระเข้ไม่มีตา , จระเข้ไม่มีหาง , จระเข้หลังค่อม ฯลฯ

  • ทุ่งทานตะวันจังหวัดสระบุรี แหล่งท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

    ทุ่งทานตะวันจังหวัดสระบุรี แหล่งท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

    ปัจจุบันนี้ ใครจะไปดูทุ่งทานตะวัน ก็จะมีอยู่หลายที่ มีทุ่งทานตะวันลพบุรี ทุ่งทานตะวันสุพรรณบุรี ไปจนถึง ทุ่งทานตะวันสุโขทัย แต่เราจะแนะนำทุ่งทานตะวันที่ไปง่ายจากรุงเทพฯ คือที่ ทุ่งทานตะวันสระบุรี ครับ เป็นอีกทางเลือกสำหรับใครที่ไม่ชอบขับรถไกลๆ เพราะจะมีให้เห็นไกล้ๆ ริมทางกันเลย การเดินทางนั้นนับว่าง่ายมากๆ ขับรถออกเส้นทางรังสิต ตรงไปเรื่อยๆ จะมีแยกขวาเส้นทางสระบุรี ให้ขับตรงเข้าตัวเมืองสระบุรี หลังจากนั้นนับตรงต่อไปทาง แยกพุแค ทุ่งทานตะวันจะอยู่บริเวณแถวๆ แยกพุแค

    จะเที่ยวทุ่งทานตะวันมารู้จักทานตะวันให้มากก่อนนะ ดอกทานตะวันนั้นอายุสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน มีความทนทานความแห้งแล้งและทนหนาวได้ดีกว่าเพื่อนๆ พืชชนิดอื่น ในไทยก็ปลูกกันแถวสระบุรี ลพบุรี เจ้าทานตะวันนี้ เขานิยมจะเมล็ดมาทำน้ำมันกัน ว่ากันว่า ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ ก็คงประมาณว่า ทำให้เราห่างจากโรคหัวใจขึ้น และอีกอย่างหนึ่ง วิตามินเอครับ ทำให้บำรุงสายตาดียิ่งนัก

    เที่ยวทุ่งทานตะวันและน่าจะเที่ยวต่อพระพุทธบาท สำหรับพระพุทธบาท อยู่ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลนอำเภอพระพุทธบาท ห่างจากตัวจังหวัดสระบุรี ประมาณ 28กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้าย ก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไป1 กิโลเมตร ปูชนียสถานที่สำคัญคือ “รอยพระพุทธบาท”ที่ประทับไว้ในแผ่น หินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจพันธคีรี ลักษณะของรอยพระบาทคล้ายเท้าคน กว้าง 21 นิ้ว ยาว 5 ฟุต ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัย พระเจ้าทรง-ธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ108 ประ การ จึงโปรดให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบรอย-พระบาทไว้ ประชาชนก็นิยมไปสักการะกันมาก ระยะทางก็ใกล้กับทุ่งทานตะวันไม่นานก็ถึง

    ช่วงเวลาที่ดอกทานตะวันจะบานสะพรั่ง อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี
    สถานที่จะไปชมดอกทานตะวัน ที่ จ. สระบุรี ได้แก่

    ทุ่งทานตะวันแสลงพัน
    ทุ่งทานตะวันคุณสุรัตน์ อ.หมวกเหล็ก
    ทุ่งทานตวัน กลางหุบเขาหินซ้อน

  • ขนมอาลัว ส่วนผสมน้อยมาก มาดูวิธีทำกันค่ะ

    ขนมอาลัว ส่วนผสมน้อยมาก มาดูวิธีทำกันค่ะ

    ขนมอาลัว

    ส่วนผสม

    แป้งสาลีอเนกประสงค์

    1 1/4

    ถ้วย

    หัวกะทิ (มะพร้าวขูดขาว 400 กรัม)

    4

    ถ้วย

    น้ำตาลทราย

    3 1/2

    ถ้วย

    ถุงบีบ, ถาด


    วิธีทำ

    1. ผสมแป้งกับน้ำตาล ใส่หัวกะทิทีละน้อย นวดจนน้ำตาลละลาย จึงใส่หัวกะทิที่เหลือทั้งหมด คนให้ทั่ว กรองใส่กระทะทอง

    2. นำไปตั้งไฟกลาง กวนจนแป้งข้นใส ยกลง

    3. ตักใส่ถุง บีบลงในถาดที่ทาเนยขาวบางๆ ทำจนหมด นำไปผึ่งแดด 3 แดด จนแห้ง นำไปอบควำเทียน
  • สูตรข้าวต้มมัดไส้กล้วย แบบโบราณ อร่อยๆ ถูกใจ

    สูตรข้าวต้มมัดไส้กล้วย แบบโบราณ อร่อยๆ ถูกใจ

    ข้าวต้มมัด

    ส่วนผสม

    ข้าวเหนียวขาว 3

    ถ้วย

    สารส้มป่นละเอียด 1

    ช้อนชา

    เกลือป่น

    1

    ช้อนชา

    น้ำตาลทรายขาว

    1/2

    ถ้วย

    กล้วยน้ำว้า

    1

    หวี

    ถั่วดำต้มสุก

    1/2

    ถ้วย

     

    วิธีทำ

    1. ซาวข้าวเหนียวแล้วแช่สารส้มทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    2. ผสมหัวกะทิและหาง 3 ถ้วย ใส่เกลือ น้ำตาล ละลายให้เข้ากัน แล้วนำไปกรอง
    3. ใส่กะทะทองตั้งไฟพอเดือดใส่ข้าวเหนียวกวนต่อไปจนแห้ง ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน
    4. ฉีกใบตองกว้าง 4 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว ตัด 2 ชิ้นให้ไล่เลี่ยกัน(หรือขนาดเล็กใหญ่ตามชอบ)
    5. วางข้าวเหนียวแผ่ไว้ก่อน จึงใส่กล้วย แล้วเอาข้าวเหนียวทับอีกครั้ง ใส่ถั่วที่ต้มไว้ โรยให้ทั่ว แล้วห่อจีบหัวท้ายพับเข้าหากัน นึ่งใช้ไฟแรงประมาณ 20-25 นาที(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของห่อว่าเล็กหรือใหญ่)