Author: admin

  • แกงขั้วหมูระกำ

    แกงขั้วหมูระกํา

    เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงขั้วส้มใส่ระกํา
    รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม

    เครื่องประกอบ

    เนื้อหมูติดมันกับหมูสามชั้นรวมกัน 1/2 กิโล
    มะพร้าว 1/2 กิโล
    ใบมะกรูดอ่อนพอควร กับเครื่องน้ำพริก คือ
    พริกแห้ง 2 เม็ด
    หอมแห้ง 7 กลีบ
    กระเทียมแห้ง 3 หัว
    ข่า 3 แว่น
    ตะไคร้หั่นละเอียด 2 ช้อนหวาน
    เม็ดผักชีหั่นละเอียด 2 ช้อนหวาน
    ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
    รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนหวาน
    พริกไทย 15 เม็ด
    กะปิ 1/2 ช้อนชา
    เกลือพอควร กับปลากรอบเล็ก ๆ 2-3 ตัว
    น้ำปลา น้ำตาลหม้อพอควร

    วิธีทำ

    เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หนา หมู 3 ชั้นหั่นขวางติดหนังด้วย มะพร้าวคั้นกะทิข้น ๆ ตั้งไฟให้แตกมัน
    ระกําปอกฝานเนื้อหนา ๆ ใบมะกรูดเด็ดเป็นใบฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วตําน้ำพริกให้แหลก ปลากรอบปิ้งไฟแกะเนื้อใส่ลงตําด้วย ตั้งกระทะใส่กะทิตั้งไฟพอควร จึงเอาน้ำพริกลงผัดพอสุกหอม ราดน้ำปลาเล็กน้อยใส่หมูผัดไปด้วย แล้วจึงตักขึ้นใส่ ในหม้อกะทินั้น ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวไปจนเนื้อหมูเปื่อย จึงใส่ระกํา และใบมะกรูดยกลง

  • ยำริมทาง สูตรยำโบราณ

    ยำริมทาง สูตรยำโบราณ

    ยำริมทาง

    เครื่องปรุง
    ยอดกระถิน 1 ถ้วย
    กุ้งนาง 7-8 ตัว
    น้ำกะทิ 2-3 ช้อนโต๊ะ
    กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
    ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
    กระเทียมเจียว
    น้ำพริกเผา
    น้ำปลาดี
    น้ำตาลทราย
    หอมเจียว
    มะพร้าวขูด 1/3 ถ้วย
    มะนาว
    หอมใหญ่


    วิธีทำ

    ล้างยอดกระถินให้สะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ บุบถั่วลิสงคั่วพอแตกหยาบ ๆ คั่วมะพร้าวขูดให้เหลือง หัวกะทิเคี่ยวพอแตกมันผสมกับยอดกระถิน กุ้งต้มปอกเปลือก หอมใหญ่หั่นเป็นแว่น ๆ ละลายน้ำพริกเผาน้ำมะนาว น้ำปลาน้ำตาล ชิมดูรสเปรี้ยวเค็มหวาน วิธีรับประทานใส่ยอดกระถินที่เตรียมไว้ ใส่ถั่วลิสงคั่วมะพร้าวขูดให้เหลือง กุ้ง หัวหอมใหญ่ น้ำพริกเผาที่เตรียมไว้ คนเคล้าให้เข้ากัน

  • สันหมูผัดใบโหระพากรอบ

    สันหมูผัดใบโหระพากรอบ

    เครื่องปรุง

    เนื้อหมูสันใน 2 ขีด
    กระเทียม 2 หัวใหญ่
    พริกขี้หนู 10 เม็ด
    น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันพืช 2 ถ้วย
    ใบโหระพาพอประมาณ

    วิธีทำ
    นำเนื้อหมูสันในหั่นเป็นชิ้นขนาดรับประทาน กระเทียมมาปอกเปลือกหั่นตามขวางบาง ๆ พริกขี้หนูบุบให้แตก เทน้ำมันพืชใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน แล้วจึงนำเนื้อหมูสันใน กระเทียม พริกขี้หนูใส่ลงไปพร้อมกัน ดูพอหมูสุกแล้วเอาใบโหระพากลบลงบนเนื้อหมูโดยไม่ต้องคน ใส่น้ำปลาทิ้งไว้สักครู่ ใบโหระพาจะเริ่มกรอบ ใช้ตะหลิวเขี่ยใบโหระพาให้ถูกน้ำมันให้ทั่ว กะดูว่าใบโหระพากรอบดีแล้ว ใช้ตะแกรงถี่ตักขึ้นใส่จานรับประทานร้อน ๆ

  • หมูแนมแข็ง

    หมูแนมแข็ง

    หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง
    พิศห่อเห็นรางชาง หางพ่อหวนป่วนใจโหยฯ

    เครื่องประกอบ

    เนื้อหมูแดง 1/2 กิโลกรัม
    หนังหมูสดพอสมควร
    ข่าอ่อน 5 แว่น
    เกลือป่นพอควร
    แป้งแดงป่นแล้ว 1 ช้อนหวาน
    น้ำผึ้ง 1 ช้อนหวาน
    ข้าวคั่วป่นกับหอมแห้ง
    กระเทียมดอง ส้มซ่า มะนาว พริกชี้ฟ้าสดสีต่าง ๆ ใบผักกาดหอม ใบ ทองหลางไทย ใบตองพอควร

    วิธีทำ

    แล่เนื้อหมูออกให้หมดผังผืด แล้วเอาลงโขลกตําให้เป็นปุย บีบน้ำมะนาวลงขยําจนเนื้อหมูสุก ใส่ผ้าขาวบีบคั้นให้แห้งนำหนังหมูต้มน้ำเกลือให้สุกมากๆ แล่แฉลบบางๆ แล้วหั่นฝอยยาวราว 2 ซ.ม. ลวกน้ำร้อนอีกทีแล้วล้างด้วยน้ำเย็น บีบ น้ำมะนาวลงฟอกให้ขาว ผึ่งพอแห้ง แล้วเคล้าผงข้าวคั่วไว้ ตําข่ากับเกลือให้ละเอียด ของนอกนั้นเตรียมไว้สําหรับเวลาจะรับประทานจึงทํา คือ หอมแห้งซอยตามยาวหนา ๆ หรือตัดขวางหัว กระเทียมดองแกะกลีบ ส้มซ่าหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ถ้าผิวหนาปอกออกเสียบ้าง พริกสดใช้ทั้งเม็ดหรือหั่นฝอยยาว ๆ ผักกาดหอมตัดเป็นคํา ๆ ถ้าเล็กใช้ทั้งใบ ใบทองหลางใช้ขนาดกลางตัดก้านไว้ ใบตองใช้แต่ส่วนอ่อนตัดเจียนให้กลมศูนย์กลางราว 12 – 15 ซ.ม. วางซ้อนคว่าสลับกันเป็นคู่

    เคล้าข่ากับเกลือที่ทําลงในหมูที่ทําไว้ให้เข้าเนื้อ โรยแป้งแดงพอเป็นสีชมพูอ่อน ใส่น้ำผึ้ง เติมเกลือป่นอีกบ้าง โรย ข้าวคั่วเล็กน้อย แล้วใส่หนังหมูนั้นขยำเข้าด้วยกัน แบ่งปั้นเป็นก้อน ๆ (รองใบทองหลางไว้ข้างใน) หุ้ม 2 ข้างให้มิด แล้วตลบใบตองหัวท้ายห่อให้สูงขึ้นมา ใช้ไม้กลัดกลัดให้แน่นทิ้งค้างไว้ 1-2 วัน เมื่อจะรับประทานจึงแก้ห่อออกตัดเป็นคํา ๆ

  • พินิจ สุวรรณะบุณย์

    นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(การออกแบบประยุกรต์ศิลป์) พ.ศ. ๒๕๓๖

    ท่านที่เป็นนักสะสมเหรียญกษาปณ์ และเหรียญที่ระลึกต่างๆ ของไทยเคยทราบบ้างไหมครับว่าท่านผู้ใดบ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความงดงามของเหรียญเหล่านี้ ในฉบับนี้ ผมจะได้นำเสนอเรื่องราวของศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ออกแบบเหรียญที่ท่านสะสมไว้ ทั้งยังเป็นผู้ที่มีผลงานการออกแบบประเภทต่างๆ อีกมากมาย ท่านที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้คือ อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบประยุกต์ศิลป์) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ครับ

    อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ เกิดเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๙ ที่จังหวัดสมุทรสาคร ท่านได้เข้าศึกษาในระดับประถมที่โรงเรียนหอมทวนลม จากนั้นได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดบพิตรพิมุขจนกระทั่งจบชั้นมัธยมปีที่ ๔ จึงได้เข้าศึกษาต่อทางด้านวิจิตรศิลป์ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม แผนกช่างของกรมศิลปากร ขณะที่มีอายุเพียง ๑๔ ปี ในการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนของอาจารย์พินิจในครั้งนั้น ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ผู้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการสอบได้กำหนดให้เขียนลายเส้นภาพเหมือนเหรียญเหรียญหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าอาจารย์พินิจจะไม่มีประสบการณ์ทางศิลปะมามากนัก แต่ท่านก็ได้ใช้ความพยายามเขียนอย่างเต็มที่ จนได้ผลงานเป็นที่น่าพอใจ ท่านจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียน นับเป็นเรื่องแปลกที่ในเวลาต่อมา การออกแบบเหรียญกลายมาเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้อาจารย์พินิจเป็นอย่างมาก อาจารย์พินิจใช้เวลาศึกษาอยู่ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรมอยู่ ๔ ปี ก็สำเร็จการศึกษา จากนั้นศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ก็ได้สนับสนุนให้ท่านเข้ารับราชการที่แผนกหัตถศิลป์ (ต่อมายกฐานะขึ้นเป็นกอง) กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร แต่เนื่องจากในขณะนั้นท่านมีอายุเพียง ๑๗ ปี ยังไม่ครบเกณฑ์ที่จะเข้ารับราชการได้ จึงได้อยู่ช่วยงาน ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ระยะหนึ่งเพื่อเป็นการทดแทนพระคุณและสร้างสมประสบการณ์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งอายุครบจึงได้เข้ารับราชการในตำแหน่งช่างจัตวาประจำแผนกหัตถศิลป์ กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร จนมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ

    นอกเหนือจากงานประจำที่แผนกหัตถศิลป์แล้ว อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ ยังได้ช่วยงานราชการในทางอื่นๆ อีกหลายประการได้แก่

    • เป็นอาจารย์แผนกช่างสิบหมู่ โรงเรียนศิลปศึกษา
    • เป็นอาจารย์พิเศษในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • เป็นกรรมการในการออกแบบ และบูรณปฏิสังขรณ์งานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมของชาติอย่างสม่ำเสมอ
    • เป็นกรรมการจัดสร้างเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกร่วมกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
    • เป็นกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรมของราชบัณฑิตยสถาน
    • เป็นกรรมการในคณะกรรมการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป์ ของกรมศิลปากร เป็นต้น

    ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะนั้น อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ ได้เริ่มปฏิบัติอย่างจริงจังเมื่อเข้าศึกษาที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม และปฏิบัติต่อเนื่องมาจนเข้ารับราชการ ซึ่งในระยะที่รับราชการนั้น ผลงานหลักที่ได้รับมอบหมาย คือการออกแบบเหรียญกษาปณ์ เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ เข็มที่ระลึก ดวงตรา เครื่องหมาย และดวงตราไปรษณียากร ผลงานที่ท่านออกแบบมีมากมายดังจะขอหยิบยกมาเป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนดังนี้

    • เหรียญและเสมาที่ระลึกในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป
    • เหรียญพิทักษ์เสรีชน
    • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี
    • เข็มเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธยย่อ รัชกาลที่ ๖
    • เข็มพระนามาภิไธย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    • เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ
    • เหรียญที่ระลึกในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ
    • เหรียญที่ระลึกในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๒๕ ปี
    • เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ ๕ ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ
    • เหรียญพระแก้วมรกต ภปร. สามฤดู ในพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี
    • เหรียญรางวัลการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ ๑๓ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
    • ตราหน้าหมวกกองทัพบกไทย
    • ตราและธงประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • ดวงตราประจำจังหวัดอุทัยธานี
    • ดวงตราประจำจังหวัดต่างๆ อาทิ อุทัยธานี ยโสธร และศรีสะเกษ
    • ตราสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
    • ตราสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู
    • ตราสำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก
    • ตรากรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย
    • ตรากรมตรวจเงินแผ่นดิน
    • ตราไปรษณียากร “ช้างแดง” ในชุดกล้วยไม้ไทย
    • ตราไปรษณียากร หนังใหญ่
    • ตราไปรษณียากรที่ระลึกครบรอบ ๒๕ ปี วันทหารผ่านศึก ฯลฯ

    นอกเหนือจากงานออกแบบที่กล่าวมาแล้ว อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ ยังมีผลงานประเภทงานจิตรกรรม สถาปัตยกรรม และงานตกแต่งอีกมากมาย ส่วนหนึ่งในผลงานดีเด่นของท่านได้แก่

    ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระอุโบสถพระพุทธรัตนสถานมนทิราราม ในพระบรมมหาราชวัง

    • ออกแบบทรงสะพัก ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
    • เขียนลายปักผ้าคลุมพระแท่นบรรทมรูปตราจักกรี
    • ออกแบบปรับปรุงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในบริเวณโรงละครแห่งชาติ
    • ออกแบบอินทรธนู พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
    • ออกแบบอินทรธนู และเครื่องหมายแสดงสังกัดของผู้พิพากษาสมทบ
    • ออกแบบเสาหลักเมืองของจังหวัดต่างๆ อาทิ อุบลราชธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี จันทบุรี และอ่างทอง
    • ออกแบบพัดที่ระลึกในงานต่างๆ
    • ออกแบบฉากบังเพลิงงานพระเมรุมาศ เนื่องในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ฯลฯ

    อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ ได้รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และขยันขันแข็งมาโดยตลอดจนได้รับการยกย่องให้เป็นข้าราชการตัวอย่าง ท่านได้ลาออกจากราชการก่อนครบเกษียณอายุ ๘ เดือน รวมเวลาที่อยู่ในราชการถึง ๔๒ ปี ผลงานที่ท่านได้สร้างไว้เป็นประจักษ์พยานอันดีที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในเชิงศิลปะที่โดดเด่น ทั้งยังอุทิศตนทำงานเพื่อการอนุรักษ์และสืบต่อศิลปะแบบประเพณีอย่างต่อเนื่องและแม้จะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการมานานแล้ว แต่ท่านก็ยังคงทำงานศิลปะอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังได้ช่วยเหลืองานสาธารณประโยชน์อย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบประยุกต์ศิลป์) เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖

    อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์ เป็นศิลปินที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ การทำงานของท่านเป็นไปในลักษณะที่เงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง แต่ในทางตรงกันข้าม ผลงานแต่ละชิ้นของท่านมักจะเป็นงานที่สำคัญ และได้รับการเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะในวงกว้าง และผลงานเหล่านั้นหลายชิ้นได้กลายเป็นผลงานอมตะ และจะเพิ่มความอมตะยิ่งขึ้นในทุกวันเวลาที่ค่อยๆ ผ่านไป

  • แกงเซ่งจี๊ตับเหล็ก

    แกงเซ่งจี๊ตับเหล็ก

    ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
    โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง ฯ

    เครื่องประกอบ

    กระดูกไก่ หรือหมูพอควร
    เซ่งจี๊ 1 อัน
    ตับเหล็กหมู 1 อัน
    เนื้อหมู 1/8 กิโลกรัม
    มันหมูแข็งเล็กน้อย
    ข่า 1 แว่น บาง ๆ
    ขิงสด กระเทียมแห้ง ต้นหอม ผักชี พริกไทย น้ำปลา น้ำส้ม น้ำตาลทราย น้ำมันหมูพอควร

    การเตรียม

    กระดูกไก่ทุบต้มเป็นน้ำสต๊อก ถ้าเป็นกระดูกหมูสับต้มแล้วกรองให้ใสใช้เป็นน้ำแกง เซ่งจี้ผ่าแหวะเอาสาบตรงกลาง ออกเสีย หั่นขวางบาง ๆ ซาวกับน้ำเกลือ แล้วลวกน้ำร้อน ใส่ขิงให้หายคาว แช่ในน้ำเย็นไว้ ตับเหล็กลวกพอสุก หั่นชิ้นบางยาว ๆ เนื้อหมูแบ่งสับใส่รากผักชี พริกไทยตำเป็นบะช่อบ้าง หั่นชิ้นบางๆ เล็กๆ ไว้บ้าง มันแข็งลวกแล้ว หั่นฝอยยาว ต้นหอมตัดสั้น ๆ ใช้แต่ตอนล่าง ถ้าใหญ่ผ่า 2 หรือ 4 ผักชีเด็ดใบไว้ รากหั่นละเอียดตํากับพริกไทย แบ่งใส่กระเทียมและข่าบ้าง กระเทียมทุบแล้วสับหยาบ ๆ แบ่งไว้ตำบ้าง

    วิธีทำ

    ตั้งกระทะใส่น้ำมันหมูเล็กน้อย เจียวกระเทียมที่หั่นไว้แล้วตักขึ้น เหลือนั้นใส่รากผักชีที่ตำกับข่าลงผัดพอหอม ใส่เนื้อหมูที่หั่นลงรวนแล้วใส่ในน้ำสต๊อกที่กรองไว้ ตั้งไฟพอเดือด จึงใส่เนื้อหมูบะช่อลงคนให้กระจายเป็นก้อนโต หรือ จะแบ่งใส่ทีละก้อนก็ได้ กับตับหมูและมันหมูที่หั่นนั้นปรุงด้วยน้ำปลาดีเหยาะน้ำส้มและน้ำตาลเล็กน้อยพอสุก ใส่ใบหอมแล้วจึงยก ใส่เซ่งจี๊ภายหลัง

  • ข้าวบุหรี่ วิธีทำ

    ข้าวบุหรี่ หรือ หัวลูกเอ็น

    ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
    ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ

    เครื่องประกอบ

    ข้าวสารอย่างดี 2 ถ้วย
    ไก่ 1 ตัว
    ลูกองุ่นแห้ง 1 ถ้วย
    เนยเค็มราว 3 ช้อนคาว
    ลูกกระวาน 15 ลูก
    กานพลู 5 ดอก
    ใบกระวาน 3 ใบ
    อบเชย 1 ชั้น
    เมล็ดจันทน์เทศ ครึ่งเมล็ด
    ดอกจันทน์เทศ 1 ดอก
    หญ้าฝรั่นราว 2 ช้อนคาว หรือผงกระหรี่ ผงขมิ้นก็ได้ราว 1 ช้อนคาว
    เกลือ เม็ดพอควร พริกชี้ฟ้าแดง 4 – 5 เม็ด

    วิธีทำ
    ข้าวสารเลือกกากซาวน้ำไว้ ไก่แล่เนื้อออกและขาท่อนบน ออกไว้ตัดเป็นชิ้นโต ๆ นอกนั้นทุบต้มเป็นน้ำสต็อค ถ้าใช้ ผงกระหรี่หรือขมิ้นห่อผ้าขาวบางใส่ต้มในน้ำสต็อคนั้นด้วย กับลูกกระวาน 5 – 6 ลูก และเมล็ดจันทน์เทศ เครื่องเทศ นอกจากนี้เอาผัดกับเนยไว้ ถ้าใช้หญ้าฝรั่นแช่น้ำค้างคืนให้น้ำเป็นสีแดงผสมกับน้ำสต็อคใช้หุงข้าว ลูกองุ่นล้างผึ่งไว้ พริกเด็ดก้านไว้ ต้มน้ำสต็อคราว 1 – 2 ชั่วโมง เติมน้ำทีละน้อยตวงให้ได้ 5-6 ถ้วย แล้วกรองใส่หม้อ ตั้งไฟพอ เดือด ใส่ข้าวสารและเกลือคนแล้วปิดฝา หุงจนน้ำงวดข้าวระอุแล้ว เปิดหม้อคนให้ทั่วครั้งหนึ่ง จึงใส่เนยกับเครื่องเทศที่ผัดไว้และเนื้อไก่ลง ตักข้าวกลบชนไก่ให้สุกแล้วใช้ใบตอง 2 ชั้นปิดฝาหม้อ ดงไปรอบ ๆ จนข้าวแห้งดี จึงเปิดใส่ลูกองุ่นและพริก แล้วยกลง ตักข้าวใส่จาน เลือกชิ้นเครื่องเทศออกเสีย แล้วตักชิ้นไก่วางข้างบนจานละ 1-2 ชิ้น กับพริก 1 เม็ด โรยหอมเจียวก็ได้

  • ล่าเตียง วิธีทำ

    ล่าเตียง

    ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทําเมืองบน
    ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน ฯ

    เครื่องประกอบ

    กุ้งนาง 1/2 กิโล
    ไข่เป็ด 2 – 3 ฟอง
    ผักชี
    พริกไทย
    พริกชี้ฟ้าสด สีเขียวและแดง น้ำปลาดี น้ำตาลหม้อ น้ำมันหมูพอควร

    การเตรียม

    ปอกกุ้ง เอาเนื้อหั่นแล้วสับให้ละเอียด มันกุ้งใส่ปนลงบ้างเล็กน้อย ไข่ต่อยออกคนให้เข้า คนทั้งขาวและแดง กวาดน้ำค้างที่เปลือกไข่ใส่ด้วย ผักชีเด็ดเป็นช่อเล็กๆ รากหั่นละเอียดตํากับพริกไทย พริกสดหั่นฝอยยาว

    วิธีทำ

    ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่รากผักชีที่ตำลงผัดพอหอม จึงใส่กุ้งรวนให้สุก ปรุงด้วยน้ำปลา ใส่น้ำตาลเล็กน้อยอย่าให้ หวาน ตักขึ้นไว้ ใส่น้ำมันลงใหม่กรอกให้ร้อนแล้วใช้นิ้วมือจุ่มไข่โรยฝอยขนาดห่อพอดีคํา วางช่อผักชีกับพริกลงตรงกลาง แล้วตักกุ้งใส่ลงราว 1 ช้อนชา กดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม แซะไข่ขึ้นมาห่อกุ้งนั้น พับทบให้เรียบร้อยแล้วตักขึ้นคว่ำในจานเป็นอัน ๆ

  • ช่อม่วง วิธีทำ

    ช่อม่วง วิธีทำ

    ขนมช่อม่วง

    ช่อม่วงเหมาะมีรส หอมปรากฎกลโกสุม
    คิดสีสไบคลุม หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน

    ส่วนผสม

    แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วย

    เกลือป่นเล็กน้อย

    แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ

    แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ (สําหรับทํานวลเวลาปั้นไม่ให้ติดมือ)

    ดอกอัญชัญ 20 ดอก

    มะนาว 1 ลูก

    มะพร้าว 1 ถ้วย ( คั้นได้หัวกะทิ 1/2 ถ้วย)

    เครื่องปรุงหน้ากะฉีก

    มะพร้าวขูดกระต่ายจีน 1 ถ้วย

    น้ำตาลปีบ 1/4 ถ้วย

    ถั่วเขียวถั่วเลาะ 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทํา

    เอามะพร้าวน้ำตาลทรายผสมกันกวนจนเหนียว ใส่ถั่วเลาะ คนให้ทั่วยกลงทิ้งไว้ให้เย็น

    เครื่องปรุงไส้พัก

    ชิ้นฟักฉาบหันชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1 ช้อนโต๊ะ

    เกลือป่น นิดหน่อย

    หัวกะทิ 1/4 ถ้วย

    วิธีทำ

    เอาหัวกะทิหั่นกับเครื่องที่เตรียมไว้ ใส่เกลือให้รสพอดียกลงทิ้งไว้ให้เย็น

    วิธีทำแป้ง

    1. เอาดอกอัญชัญแช่น้ำร้อน 1 ช้อนโต๊ะ บีบมะนาวลงไปในน้ำดอกอัญชัญนิดหน่อย พอเป็นสีม่วง

    2. นวดแป้งกับน้ำอุ่น ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เจาะตรงกลาง ให้เป็นช่องโหว่

    3. เอาน้ำใส่กระทะยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดเอาก้อนแป้งลงต้มประมาณ 2 นาที ตักก้อนแป้งขึ้นจุ่มในชามน้ำเย็น ล้างเมือกแป้งออกเอาขึ้นมา และนวดให้แป้งละเอียดเนียน รวมแป้งเป็นก้อนกลมเจาะตรงกลางให้เป็นช่องโหว่ ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้งหนึ่งราว 3 นาที ตักขึ้นแล้วนวดเหมือนครั้งแรก

    4. เมื่อนวดแป้งละเอียดเนียนดีแล้ว เทน้ำดอกอัญชัญลง นวดให้เข้ากันดี เมื่อนวดได้ที่แล้วต้องใช้ผ้าหรือใบตองห่อไว้อย่าให้ถูกลม แป้งแบ่งออกแต่น้อย ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ ใช้แป้งนวลแตะนิ้วมือเล็กน้อยเพื่อกันแบ่งติดมือเวลาปั้น ในเวลา
    ปั้นทำแป้งเป็นรูปหม้อเหมือนขนมปั้นสิบ ห่อด้วยไส้หน้ากะฉีกหรือไส้ฟักจับริมให้รอบ ใส่รังถึงนึ่งประมาณ 20 นาที เอาน้ำพรมปิดฝาไว้อีก ประมาณ 2 นาที ยกลง เอากะทิผสมเกลือเล็กน้อยพรมบนตัวขนม ตักใส่จาน

  • ห่อหมกเห็ดฟาง

    ห่อหมกเห็ดฟาง

    ห่อหมกเห็ดฟาง

    เครื่องปรุงน้ำพริก
    1. พริกแห้งเอาเม็ดออก 3 เม็ดเล็ก ๆ
    2. หอมแห้ง 25 กรัม
    3. กระเทียมแห้ง 10 กรัม
    4. เกลือเม็ด 5 กรัม
    5. ตะไคร้หั่น 3 กรัม
    6. ผิวมะกรูด 1 กรัม
    7. ข่าฝานเป็นแว่น 3 แว่น
    8. กระชาย 20 กรัม
    9. กะปิ 5 กรัม

    เครื่องปรุงอื่น ๆ และอุปกรณ์
    10. มะพร้าวขูด 300 กรัม บีบเอาหัวกะทิใส่ถ้วยไว้ แล้วเอาน้ำ 80 ซีซี ใส่ทีละน้อย คั้น 3 ครั้ง (หมดน้ำ) เป็นหางกะทิ