Author: admin

  • กินอยู่อย่างไรให้แก่ช้าลง

    กินอยู่อย่างไรให้แก่ช้าลง

    กินอะไร แก่ช้า

    สิ่งที่ควรรับประทานเพื่อต้านอายุขัย มีดังนี้ค่ะ

    ปลา
    ใครๆ ไม่รู้ก็เห็นจะเชย เพราะปลาทั้งหลายนั้นอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น

    กระเทียม
    กระเทียมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถเลือกทานแบบ สด หรือแบบอัดเม็ดก็ได้

    ผักและผลไม้
    การรับประทานควรให้มีผักหรือผลไม้ให้ได้ 5 มื้อ เพราะ รู้ๆกันอยู่ว่าผักและผลไม้มีวิตามินสูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอีกด้วย

    ชา
    ควรดื่มชาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นชาแบบไหนก็ตาม ชาเขียวชาดำ หรือชาอูล่ง ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะชาเขียว ควรดื่มวันละ 4 ถ้วย

    ถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง เต้าหู้ หรือถั่วอื่นนั้นถือว่าดีแก่การรับ ประทานเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงตัวหนึ่ง และดีสำหรับผู้ที่อยู่ในวัย หมดประจำเดือน

    อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
    เคยได้ยินว่าการดื่มไวน์แดงนั้นจะทำให้ระบบ ไขมันใน เส้นเลือดดี ถ้าไม่ดื่มเกินวันละ 2 แก้ว แต่การดื่มแอลกอฮอล์ มากๆ จะกลายเป็นทำลายทุกระบบของร่างกาย

    การกินไขมันอิ่มตัว
    ควรหันมารับประทานไขมันที่ไม่อิ่มตัว เพื่อให้ สมดุลของไขมันในเลือดดี

    เนื้อสัตว์
    ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้หมายความจะไม่ให้คุณเลิกทานเนื้อสัตว์ เพียง แต่จะเปลี่ยนวิธีการปรุงต่างหาก โดยใช้วิธี ต้ม ตุ๋นแทน แต่ที่ควรหลีกเลี่ยง มากๆ ก็คืออย่าเลือกทานส่วนที่เป็นมันให้มากนะคะ

    ภาพโดย khamkhor จาก Pixabay

  • สูตรพอกหน้ามะละกอ ผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม

    สูตรพอกหน้ามะละกอ ผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม

    บางท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงคุณสมบัติ และคุณประโยชน์ของเจ้ามะละกอที่ว่านี้สามารถทำอะไรได้บ้าง และที่พิเศษกว่านั้น เรามี สูตรการพอกหน้าแบบธรรมชาติจากมะละกอมาฝากให้คุณๆ ได้นำกลับไปปฏิบัติอีกด้วยค่ะ

    มะละกอเป็นพืชที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันในต้นไม้จำพวก Asmina Triloba ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือ ว่ากันว่ามะละกอนั้นเป็นพืชที่มากไปด้วยสารอาหาร

    อุดมไปด้วยวิตามินซีซ้ำยังช่วยบำรุงรักษาเส้นเลือดฝอยให้มีความแข็งแรง

    มีสารช่วยทำให้รอยฟกช้ำดำเขียวนั้นจางหายไปได้ (ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการกระแทกหรือการปะทะกับวัตถุของแข็งอย่างรุนแรง)

    และยังช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซม และบำรุงรักษาปรับสภาพผิวของคุณให้มีความสดใส เปล่งปลั่ง และดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

    นักวิจัยยังค้นพบว่าในมะละกอนั้นมีสาร Betacarotine เป็นจำนวนมาก และยังช่วยสร้าง Collagen (โปรตีนประเภทหนึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กระดูกเนื้อเยื่อ และฟัน) และ Elastin (โปรตีนของเนื้อเยื่อในร่างกายที่ยืดหยุ่นได้ เช่น เอ็น กระดูกอ่อน) ให้กับร่างกาย

    นอกจากนี้ยังสร้างภูมิคุ้มกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต

    เห็นประโยชน์มากมายขนาดนี้ เรามาดูกันซิว่ามีวิธีทำสวยด้วยเจ้ามะละกอนี้ได้อย่างไรกันบ้าง

    สูตรหน้าใส
    นำมะละกอมาปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วผิวหน้า เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายไปแล้วให้หมดได้ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำผ้าขนหนูค่อยๆ ซับใบหน้าจนแห้ง คุณจะรู้สึกว่าผิวหน้า สดใส เปล่งปลั่งขึ้น

    สูตรลบรอยด่างดำ
    โดยการนำมะละกอสุกมายีให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วจึงล้างออกจะช่วยให้ใบหน้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น

    สูตรผิวเนียน
    นำมะละกอสุกบดผสมกับน้ำมันบริสุทธิ์ และกลิ่นลาเวนเดอร์ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน แช่ในน้ำร้อนให้ส่วนผสมทั้งหมดพออุ่นๆ จากนั้นก็นำมาพอกหน้าแล้วอบด้วยผ้าห่มไฟฟ้า ถ้าไม่มีใช้ผ้าขนหนูอุ่นๆ แทนก็ได้ ทิ้งไว้สัก 25 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ช่วยให้ผิวหน้าดูเนียนขึ้น

    ในเมื่อทราบแล้วว่ามะละกอนั้นมีประโยชน์กับร่างกายและผิวหน้าของคุณเพียงใด ก็อย่าลืมที่จะนำมะละกอรับประทานหรือบำรุงและเลือกปฏิบัติให้เหมาะสมนะคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ชนิดไหนก็มีประโยชน์เหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ต้องรู้จักที่จะเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายและที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย คราวนี้ล่ะคุณก็จะสมบูรณ์ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ แถมผิวพรรณยังเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นอีกด้วยค่ะ

    ภาพโดย ella_govinda จาก Pixabay

  • บอกลาริ้วรอยก่อนวัยด้วย Q 10

    บอกลาริ้วรอยก่อนวัยด้วย Q 10

    คุณคงไม่ปฏิเสธว่า… ริ้วรอยเป็นปัญหาที่ผู้หญิงกังวลมากที่สุด การแต่งแต้มสีสันเพื่อเพิ่มความสวยสด ให้ใบหน้าอย่างเดียวไม่พอ เพราะการบำรุงผิวหน้าต่างหากที่สำคัญกว่า เขาเรียกกันว่าสวยจากภายในสู่ภายนอก สาวทันสมัยยุคนี้นิยมเผยผิวเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องปกปิดพอกแป้งตลับกับรองพื้นอย่างหนาอีกต่อไป

    เทคโนโลยีความงามยุคนี้ได้ปฏิวัติทฤษฎีการบำรุงผิวหน้าแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อค้นพบวิธีสร้าง Coenzyme Q 10 เพื่อเสริมสิ่งที่ขาดหายไปจากกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ผิว Q 10 จะช่วยดูแลกระตุ้นเซลล์ผิวให้แข็งแรง บำรุงผิวใหม่ให้เนียนนุ่ม ริ้วรอยเลือนหาย คืนความอ่อนวัยดุจวัยแรกสาว

    ก่อนหน้านี้คุณทราบไหมว่า…
    ในทศวรรษที่ 80 แวดวงความงามพัฒนาส่วนผสม คอลลาเจน เพื่อกระชับผิวให้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ความงาม
    ในทศวรรษที่ 90 ทุกคนต่างแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ผสม AHA , RETINAL สู่ท้องตลาด และล่าสุดในปัจจุบัน กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึง กระแสฮอตฮิตมาแรงแซงหน้าเทคโนโลยีความงามอื่นๆ ด้วย Q 10

    อะไรคือ Q 10
    เป็นโมเลกุลเล็กๆ ที่มีอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายตามธรรมชาติ มีหน้าที่เปลี่ยนแปลงสารอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วทำให้เป็นพลังงาน สามารถนำไปใช้งานได้เรียกว่า Coenzyme Q 10 นอกจากนี้ยังรวมถึงมีส่วนร่วมในการต่อต้านริ้วรอยของผิวพรรณ ทำหน้าที่เป็น Anti-oxidant ชะลอการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ลดการเกิดริ้วรอยอย่างได้ผล

    ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้
    จากผลรายงานการวิจัยสรุปไว้ว่า กลุ่มผู้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Q 10 เป็นเวลา 10 วัน สังเกตได้ว่าผิวเริ่มกระชับขึ้นทันที และภายใน 5 สัปดาห์ริ้วรอยบนใบหน้าที่ลึกเป็นเส้น ก็ตื้นขึ้นจนเลือนหายไปในที่สุด เมื่อใช้ต่อมาเรื่อยๆ ผิวพรรณที่หยาบกระด้างก็ดูสดใส มีความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม แต่นั่นหมายถึงจะต้องมีวิธีการบำรุงที่ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์จำพวกผักผลไม้ที่ทำให้ผิวสวยงาม ตลอดจนมีการพักผ่อนที่เพียงพอด้วยค่ะ ไม่วาผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว สิ่งหนึ่งจะเปลี่ยนไปในระยะยาวอย่างแน่นอนก็คือ สุขภาพผิวที่ดีขึ้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีผิวสาวสวยนานวัน ก็ควรเริ่มต้นบำรุงผิวตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณมาลองดูด้วยตัวเอง เพื่อค้นพบตัวตนใหม่กับใบหน้าสดใสกว่าเดิม

    ภาพโดย PublicDomainPictures จาก Pixabay

  • หน้ามีกระ ทำไงดี

    หน้ามีกระ ทำไงดี

    มีหลายคนถามดิฉันอยู่เรื่อยๆ เรื่อง”ตกกระ” จะทำอย่างไรดี ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่อยากจะเจอ แต่ก็ไม่ทุกคนไปที่จะเป็น ถ้าฝรั่งสิไม่แน่ เพราะตกกระ กลายเป็นเรื่องธรรมดา ไปซะแล้ว สำหรับพวกเขา เนื่องจาก กระ มันตกไปให้เต็มหน้าเต็มตัว แต่พอคนไทยมี ดูจะเป็นเรื่องแปลก เพราะคนเอเชียเราส่วนมากมีผิวละเอียด ไม่มีริ้วรอยไฝฝ้า เป็นเพราะเรา อยู่ในโซนร้อน ผิวไม่ต้องต่อสู่กับความหนาวเย็นสักเท่าไหร่ ก็เลยไม่แห้งกร้าน เหมือนฝรั่งมังค่าเขา พอมี “กระ” เข้าหน่อย ก็ตีโพยตีพายกันใหญ่

    เอาละค่ะ ดิฉันจะบอกให้สำหรับคนที่เป็น”ตกกระ” ซึ่งจากจุดสีเข้มบนผิวเซลส์สีกระจาย ไม่ทั่วผิว และหนาแน่นเกินไปในจุดเดียว บางจุดจะเห็นได้ชัดเมื่อผิวโดนแดด เพราะรังสียูวีในแสงแดด จะทำปฎิกริยากับเซลส์สี ทำให้ผลิตเมลานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีเข้มขึ้น ตามบริเวณที่มีเซลส์สีอยู่หนาแน่น

    การตกกระนี้มีมาแต่กำเนิด แต่จะชัดขึ้นเมื่อถูกแดดมาก ๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดที่คุณมีอายุก็ได้ แต่คุณจะสังเกตเห็นได้ชัด ถ้าปล่อยปละละเลยให้ผิวโดนแดดอย่างจังๆ อยู่เสมอ ๆ ก็หลีกเลี่ยงการอาบแดดซะ พยายามโดนแดดให้น้อยลง ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิด เป็นการป้องกันแดดหรอกค่ะ แต่งตัวเปิดเผยได้ เดี๋ยวจะอึดอัดซะเปล่าๆ

    การตกระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพักผ่อนน้อย หรือนอนดึกหรอกนะคะ การนอนให้เพียงพอ ก็เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของคุณ เป็นผลทำให้ผิวพรรณคุณได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ผิวก็จะสวยไปด้วย และอีกอย่างก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากอาหารหรือของมึนเมาแต่อย่างใด ดังนั้นคุณมีสิทธิ์ที่จะดื่มได้ แต่ก็ให้เพลาๆ รักษาสุขภาพ ตัวเองบ้าง “กระ”ก็อย่างที่บอก เกิดขึ้นแต่ละบุคคล ไม่ได้เป็นทุกคนไป แต่เมื่อเกิดแล้วก็ลองค้นหาวิธีแก้ดู พอให้บรรเทาหรือไม่มากไปกว่าเดิม

    อาจจะทำได้ด้วยวิธีศัลยกรรม อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ เสียเงินเสียทองมาก ซึ่งถ้าทนไม่ได้จริงๆ ก็ใช้วิธีนี้ซะเลย เป็นการลอกผิวชั้นบนออกทั้งหมด และปลูกผิวขึ้นใหม่ เพราะเซลส์เมลาโนไซท์ (melanocyte) จะอยู่ในชั้นเอปิเดอร์มิส ( apidermis) เท่านั้น แต่ถ้าลอกออกแล้วปลูกใหม่ ผิวบริเวณนั้น จะต้องระวังไม่ให้ถูกแดด เพราะถ้าไม่มีเซลส์สี ผิวก็จะขาดความต้านทานต่อแสง แต่ผลก็จะทำให้กระจางลงเท่านั้น

    อีกหนทางหนึ่ง ที่จะทำให้คุณไม่เจ็บปวดและเสียเงินมาก เป็นการประหยัดก็คือ พยายามไม่ให้โดนแสงแดด เพื่อไม่ให้เซลส์ผิวได้รับแสงยูวีที่จะมาสร้างสีในเมลานิน อาจจะใช้ครีมกันแดดช่วย หรือรองพื้นที่ผสมสารป้องกันแดด หรือรองพื้นธรรมดาทั่วไปนี่แหละ คล้ายๆกับใส่เกราะป้องกันไว้สักหน่อย

    การแต่งหน้าก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยอำพรางให้ กระ ดูเจือจางลง ใช้คอนเซลเลอร์ช่วยได้ เพราะตัวนี้จะมีเนื้อครีมหนากว่ารองพื้น แตะแต้มไปตามรอยกระของคุณ หลังจากนั้นก็ใช้แป้งฝุ่นตกทับ จุดูเนียนงามได้เช่นกัน จำไว้นะคะ กระ ไม่ใช่ ฝ้า กระจะมีสีโทนเดียวกับผิว เพียงแต่เข้มกว่า แต่ฝ้า คือ การที่บางส่วนของผิวหมองคล้ำ ผิดปกติ ดูหยาบกร้านกว่าส่วนอื่นๆ

    ที่จริงแล้ว “ตกกระ”ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่มีก็ไม่น่าจะไปวิตกกังวลกับมันมา กฝรั่งสวยๆบนหน้าปกนิตยสารก็มีกระด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาใช้เมคอัพด้วย เห็นไหมคะ อำพรางไปได้ตั้งเยอะ ไม่ต้องไปคิดมากหรอกค่ะ

    โดน คุณอรนภา กฤษฎี

    ภาพโดย Alexas_Fotos จาก Pixabay

  • สูตรพอกหน้าไข่ขาว ด้วยส่วนผสมที่หาง่าย ทำใช้เองได้ทุกวัน

    สูตรพอกหน้าไข่ขาว ด้วยส่วนผสมที่หาง่าย ทำใช้เองได้ทุกวัน

    ใครๆ ก็อยากหน้าใส กระชับเต่งตึงเป็นสาวน้อยอายุ 12 ขวบกันทั้งนั้นใช่ไหม แต่ครั้นจะไปนอนให้หมอฉีดโบท็อกซ์ให้มีหวาดกลัว ผลข้างเคียงเสียนี่กระไร อย่ากระนั้นเลย ลองหันมามองสิ่งใกล้ตัวอย่าง “ไข่ขาว” ดูบ้างสิ มีแต่คุณอนันต์ เอามาปรุงเป็นครีมพอกหน้าสูตรคุณเองได้ด้วยวิธีง่ายๆ รับรองว่าจะทำให้ผิวหน้าของคุณจะเรียบเนียน เต่งตึง เรามาดู สูตรพอกหน้าไข่ขาว ด้วย 2 สูตรที่ทำเองได้ง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

    ครีมพอกหน้าสูตรไข่ขาวผสมข้าวโอ๊ต

    ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า สักพักจะรู้สึกว่าหน้าตึง

    ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    สูตรนี้เหมาะกับสาวผิวมัน นอกจากทำให้ผิวเต่งตึงแล้วยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า และปรับผิวให้สมดุลมากขึ้น ส่วนคนผิวแห้งถ้าอยากใช้สูตรนี้อาจเติมน้ำผึ้งลงไปสัก 1 ช้อนชา ก็จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

    ครีมพอกหน้าสูตรไข่ขาวผสมแตงกวา

    ส่วนผสมก็มีแตงกวา 1 ผล ไข่ขาว 1 ฟอง และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบาง ๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาว บีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นต่อไปจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

    นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า (เว้นรอบปากและดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ค่อยล้างออก

    สูตรที่สรรหามาฝากนี้อาจจะดูธรรมดา แต่มีประโยชน์เหลือแสนหมั่นทำบ่อย ๆ ทุกสัปดาห์จะดียิ่ง แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวเนียนเรียบ เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย ซึ่งมีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติเช่นกัน จึงไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนา

  • วิธีแก้กรน

    วิธีแก้กรน

    คุณเป็นคนนอนกรนหรือเปล่า ถ้าใช่ ต้องรีบหาทางแก้ไขเสียโดยด่วน ลองปรับพฤติกรรมการนอนเสียใหม่ตั้งแต่คืนนี้ดีกว่า เรามี วิธีแก้กรน ง่ายๆ ให้สำหรับคนที่มีปัญหานอนกรนเสียงดัง ให้กลับมานอนหลับได้อย่างปกติค่ะ

    1.นอนตะแคง
    จะช่วยลดและผ่อนคลายความดันในช่องทางเดินอากาศที่เกิดจากการมีน้ำหนักมากเกินไปได้ แต่ถ้าไม่ชินกับการนอนตะแคง อาจใช้ลูกเทนนิส 2 – 3 ลูก เปลือกถั่วใส่ถุง หรือกระเป๋าวางไว้ด้านหลัง ลูกบอลหรือเปลือกถั่วเหล่านี้จะช่วยให้ไม่พลิกตัวไปนอนหงายได้

    2.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิด
    เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ และยาแก้แพ้ต่าง ๆ เป็นตัวทำให้การหายใจช้าลง และตื้นขึ้น กล้ามเนื้อหย่อนคลายลงมากกว่าปกติ จึงมีแนวโน้มได้มากว่าโครงสร้างลำคอจะอุดตันช่องทางเดินอากาศได้ง่าย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการนอนกรน

    3.ลดน้ำหนัก
    ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเกิดขึ้นบ่อยครั้งที่สุดสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากผิดปกติ ทำให้การหายใจเป็นไปได้อย่างยากลำบาก การลดน้ำหนักสามารถช่วยได้ แต่หมายถึงลดให้ใกล้เคียงกับน้ำหนักตามสัดส่วน

    4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    การออกกำลังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยที่สุด ทั้งยังช่วยปรับสภาพกล้ามเนื้อ และทำให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น

    ภาพโดย LillyCantabile จาก Pixabay 

  • วัดหลวงพ่อโสธร

    หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ แห่งภาคตะวันออก นั่นคือหลวงพ่อโสธร แห่งเมืองแปดริ้ว ซึ่งกล่าวกันว่าในอดีต ลอยมาตามแม่น้ำบางประกง ก่อนที่ชาวบ้านอัญเชิญขึ้น ณ.วัดโสธรแห่งนี้

    เริ่มเดินทางจากกรุงเทพ ใช้เส้นทางบางนาตราด แล้วก็เลี้ยวที่แยกบางประกง เพื่อเลี้ยวซ้ายไปทางฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางนี้ไปจนถึงตัวเมือง สำหรับเส้นทางอื่นๆ ในการเดินทางนั้นก็ไปได้หลายเส้นทาง คือ  สายกรุงเทพฯ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ทางหลวงหมายเลข 304 สายกรุงเทพฯ-บางนา-บางบ่อ-บางปะกง ทางหลวงหมายเลข 34 เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 314 สายบางปะกง – ฉะเชิงเทรา สายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ-บางปะกง ทางหลวงหมายเลข 3 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 314 สายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา

    เมื่อมาถึงวัดหลวงพ่อโสธร ทางวัดได้จัดเตรียมที่จอดรถให้อย่างเป็นระเบียบ สำหรับดอกไม้ธูปเทียน ก็หาซื้อได้จากบริการของทางวัดได้เลย มีขายอยู่บริเวณที่จอดรถ และบริเวณหน้าโบถส์ครับ ทองที่ทางวัดขายจะเป็นทองเปลวแท้ เวลาไปติดที่องค์พระจะติดง่าย เราหาซื้อดอกไม้ธูปเทียนแล้ว ก็เตรียมตัวไปไหว้หลวงพ่อกันด้านใน เรามาฟังประวัติสักนิดว่า ประวัติของวัดนี้เป็นมาอย่างไร

    วัดหลวงพ่อโสธรหรือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกงเดิมชื่อว่า “วัดหงส์” สร้างใน สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติ เล่าว่า ได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทอง สำริดปางสมาธิ หน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้ เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน

    หลวงพ่อโสธรองค์จริงๆ นั้นอยู่ในอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งได้สร้างครอบอุโบสถหลังเก่า หลวงพ่อโสธรองค์ที่เราปิดทองกันปัจุบันนั้น เป็นองค์จำลองครับ อุโบสถหลังใหม่ที่เราเห็นนั้น สร้างได้อย่างสวยงาม ใหญ่โตมาก ช่วงสร้างใหม่ ได้รื้อหลังคาโบสถ์เก่า และนำมาสร้างเป็นหลวงพ่อโสธรองค์เล็กๆบ้าง ใหญ่บ้าง ให้สักการบูชาโดยทั่วไป ที่วัดเองก็ยังมีให้บูชาอยู่ ใครไปก็ลองถามพระในโบสถ์ดูครับ เป็นสิริมงคลอย่างดี

    ในวันที่ผมไปนั้น สาธุชนหลั่งไหลมาทำบุญมากมาย ทั้งคนเฒ่าคนแก่ ส่วนหนึ่งไปแก้บน บ้างก็ไปบน สำหรับกิจกรรมที่วัดนั้น ส่วนใหญ่ก็ทำบุญตักน้ำมันถวายพระวัดเกิด ทำบุญปิดทอง บ้างก็นั่งสงบจิตใจภายในโบสถ์ก็มีครับ

    ส่วนหนึ่งของการแก้บนที่พบเห็นกันก็คือ นางละครที่รำ จะเห็นรำกันได้แทบตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าผู้คนนิยมบนบานสานกล่าวด้วยการรำถวาย โดยที่ไม่ได้รำเอง แต่ให้นางละครที่มีประจำที่วัดรำให้ ผมสังเกตดูการรำแล้วถึงแม้จะดูเหนื่อยๆ เนื่องจากรำมาทั้งวัน แต่ก็แปลกตาดี น่าสนใจดีไม่น้อยเลยครับ

  • ขนมกล้วย

    ขนมกล้วย

    ขนมกล้วย

    ส่วนผสม

    หางกะทิ (มะพร้าวขูดขาว 400 กรัม)

    1/2

    ถ้วย

    มะพร้าวทึนทึกขูดผสมเกลือ

    1

    ถ้วย

    แป้งข้าวเจ้า

    1/2

    ถ้วย

    แป้งมัน

    1

    ถ้วย

    แป้งเท้ายายม่อม

    1/2

    ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย

    1/2

    ถ้วย

    เกลือป่น

    1/4

    ช้อนชา

    กระทงใบตอง หรือใบตองสำหรับห่อทรงเตี้ยที่มีเตี่ยวคาด

    กล้วยน้ำว้าสุกบดละเอียด(ประมาณ 10 ลุก)

    2

    ถ้วย

    หัวกะทิข้นๆ

    1

    ถ้วย

     

    วิธีทำ

    1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม เข้าด้วยกัน ใส่หัวกะทินวดนานประมาณ 10-15 นาที 
    2. ใส่น้ำตาลทีน้อยจนหมด นวดให้น้ำตาลละลาย ใส่กล้วยผสมให้เข้ากันดี ใส่เกลือ หางกะทิ ผสมให้เข้ากัน 
    3. ตักขนมใส่กระทง หรือห่อด้วยใบตอง โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึก นำไปนิ่งในน้ำเดือด ไฟแรง นานประมาณ 10 นาที เพื่อให้ขนมขึ้นฟู แล้วลดไฟเป็นไฟกลาง นึ่งจนขนมสุก

    วิธีทำ

    1. วิธีดูว่าขนมสุกหรือไม่ ถ้าสุกแล้วเนื้อขนมจะใสเป็นเงา ถ้าให้แน่ใจใช้ไม้จิ้มดูถ้าสุก เนื้อขนมไม่ติด 
    2. ถ้ากล้วยไม่สุกงอม ให้เพิ่มน้ำตาล 1-2 ช้อนโต๊ะ แล้วเนื้อขนมจะออกสีขาว และมีอีกวิธีคือให้ผสมกล้วยหอม
  • ขนมรังไร (เรไร)

    ขนมรังไร (เรไร)

    รังไรโรยด้วยแป้ง เหมือนนกแกล้งทํารังรวง
    โอ้อกนกทั้งปวง ยังยินดีด้วยมีรัง

    เครื่องปรุง

    แป้งข้าวจ้าว 1 กล่อง
    แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ
    หัวกะทิ 2 ถ้วย
    งาดํา 1 ช้อนโต๊ะ
    มะพร้าว 1 ซีก
    เกลือ
    น้ำตาลทราย

    วิธีทำ
    นวดแป้งทั้งสองรวมกันจนอ่อนนุ่ม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ต้มให้น้ำเดือด 3 นาที ตักขึ้นนวดทั้งกําลังร้อน ๆ ให้หมดเม็ด แล้วปั้นเป็นก้อนวงแหวน ต้มในน้ำเดือดอีก 3 นาที

    นวดอีกหมั่นใช้มือชุบกะทิบ่อย ๆ นวดจนแป้งนุ่มเหนียวดี ใช้กะลามะพร้าวเจาะรูเล็ก ๆ กดขนมให้ขึ้นเป็นเส้น ๆ ใช้ช้อนชุบกะทิตั้งขึ้นวางเรียงในลังถึง นึ่งประมาณ 7 นาที กะทิที่เหลือตั้งไฟให้เดือด เมื่อขนมสุกใช้กะทิพรมให้ทั่ว ล้างงาคั่วให้หอมเหลืองใส่ในครก ป่นผสมด้วยน้ำตาล เกลือ มะพร้าวซีก ล้างน้ำขูดด้วยฝาเบียร์ใช้โรยหน้า

  • ขนมเทียนสลัดงา วิธีทำ

    ขนมเทียนสลัดงา

    ส่วนผสม

    มะพร้าวขูดด้วยกระต่ายจีน 1 1/2 ถ้วย

    น้ำตาลทรายขาว 1 1/2 ถ้วย

    น้ำ 1/4 ถ้วย

    แป้งข้าวเหนียว 1 1/2 ถ้วย (แป้งโม่เอง)

    น้ำตาลเชื่อมไว้สําหรับแตะมือเวลาหยิบแป้งงาราว 1 ถ้วย

    ใบตอง

    วิธีทำ

    1. ล้างงาให้สะอาดใส่กระชอนฝั่งแดดให้สะเด็ดน้ำ ใส่กระทะ คั่วไฟอ่อน ๆ ให้หอม

    2. มะพร้าว น้ำตาล น้ำรวมกันในกระทะทอง ใช้มือนวด ไปประมาณ 3 นาที ยกขึ้นตั้งไฟ (ใช้ไฟอ่อน) กวนไป จนเหนียวปั้นได้ยกลง

    3. น้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำเปล่า 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะผสมกัน ใส่ลงในแป้งนวดให้เข้ากัน ใส่ชาม ใส่รังถึง นึ่งเวลา 30 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น

    4. งาใส่ถาดหรือจานแบนๆ บนหน้ากระฉีกเป็นก้อนกลมๆ เล็ก ๆ ใบตองเจียนเป็นรูปกลมกว้างประมาณ 4 1/2 นิ้ว เอานิ้วมือแตะน้ำตาลเชื่อมหยิบแป้งที่นึ่งแล้ว โตขนาดพอที่จะหุ้มไส้ แผ่แป้งออกเอาไส้ใส่ เอาแป้งหุ้มให้มิด ใช้นิ้วคลึงให้กลม เกลือกลงในงาให้ทั่ว ห่อใบตอง (ใช้ใบตองชั้นเดียว)