Author: admin

  • 10 วิธีหลีกเลี่ยงมะเร็ง

    10 วิธีหลีกเลี่ยงมะเร็ง

    จริงอยู่ที่ว่าโรคมะเร็งเป็นโรคที่วงการแพทย์ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่เราก็ควรรู้จักวิธีป้องกันหรือหลีกให้ไกลจากมะเร็งด้วย 10 วิธีนี้อาจจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย

    1. ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นมะเร็ง อย่าลืมบอกให้แพทย์ทราบด้วยเมื่อมีอาการไม่สบาย เพราะประวัติครอบครัวจะช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น

    2. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ลดหรืองดอาหารที่ผ่านกรรมวิธีอย่างเกรียม อาหารรมควัน อาหารหมักดอง แล้วหมั่นดูแลสุขภาพจิตให้ผ่อนใสอยู่เสมอ ยิ่งมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งมาก่อนยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ

    3. รับประทานอาหารไขมันต่ำ อาหารเส้นใยสูงอย่างผลไม้และผักหลาย ๆ ชนิด รวมทั้งอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ ซี อี และเบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งบางชนิดได้

    4. ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในช่องปาก มะเร็งกล่องเสียงมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม

    5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะความอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก

    6. เลิกสูบบุหรี่ ยิ่งสูบนานเท่าไหร่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งไตและตับอ่อน

    7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

    8. ปกป้องผิวจากแสงแดด ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 25 ขึ้นไป และควรเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น.

    9. หลีกเลี่ยงมลพิษที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น ใยหิน (Asbestos) และ Carcinogen ที่ใช้ในงานก่อสร้างอาคารบ้านเรือน สารเคมีที่ใช้ในบ้าน เช่น ยาฆ่าแมลง ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันรถยนต์ ฯลฯ

    10. หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย มะเร็งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากพบในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้

    ภาพโดย Martin Büdenbender จาก Pixabay

  • เคล็ดลับการแต่งหน้าที่ไม่ควรมองข้าม

    เคล็ดลับการแต่งหน้าที่ไม่ควรมองข้าม

    ถ้าบ่อยครั้งที่คุณแต่งหน้า กลับต้องประสบปัญหาอย่างคาดไม่ถึง ทั้งการเกลี่ยรองพื้น ปัดแก้ม หรือแม้การทาลิปสติก ลองนำเทคนิคง่าย ๆ นี้ไปใช้ดู แล้วจะรู้ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่คุณไม่ควรมองข้าม

    รองพื้น
    ลองวอร์มรองพื้นให้อุ่นบนปลายนิ้ว จากนั้นจึงลูกไล้ให้ทั่วใบหน้า วิธีนี้จะช่วยให้รองพื้นเนียนเรียบสม่ำเสมอกว่าการแต้ม 5 จุด แล้วเกลี่ยออกด้านข้าง เพราะรองพื้นบางชนิดมักปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free) ทำให้เนื้อรองพื้นแห้งไว ถ้าเกลี่ยทีละจุดจะเกลี่ยได้ยาก

    คอนซีลเลอร์
    การเกลี่ยคอนซีลเลอร์ แนะนำให้ใช้แปรงเกลี่ยคอนซีลเลอร์เพียงบาง ๆ โดยเลือกโทนสีที่สว่างกว่ารองพื้นเล็กน้อย เกลี่ยไล้ให้ชิดบริเวณขอบตามากที่สุด การเกลี่ยด้วยแปรงจะช่วยในการกระจายน้ำหนัก และเก็บรายละเอียดในการปกปิดได้แนบเนียนกว่าการเกลี่ยด้วยปลายนิ้ว

    อายแชโดว์
    ควรหลีกเลี่ยงการทาแป้งฝุ่นบริเวณเปลือกตา เพราะจะทำให้ทาอายแชโดว์ไม่ติด แต่ควรทาเปลือกตาด้วยรองพื้นบาง ๆ ซะก่อน จะช่วยให้เนื้ออายแชโดว์ยึดเกาะกับผิว ทำให้ติดทนนานยิ่งขึ้น

    มาสคาร่า
    ก่อนการปัดมาสคาร่าทุกครั้ง ต้องไม่ลืมใช้ก้านสำลีปัดเอาฝุ่นอายแชโดว์ที่อาจติดเลอะบริเวณขนตาซะก่อน จากนั้นจึงดัดขนตาให้งอน แล้วจึงเริ่มปัดมาสคาร่าให้ชิดโคนขนตาให้มากที่สุด ระวังอย่าดัดขนตาซ้ำอีก เพราะอาจทำให้ขนตาเปราะหัก และจับเป็นก้อนได้

    บลัชออน
    ลองยิ้มกับตัวเองในกระจกจนสังเกตเห็นโหนกแก้ม ใช้แปรงขนาดใหญ่แตะลงบนบลัชออน สะบัดแปรงบนหลังมือเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เนื้อบลัชออนมีปริมาณที่มากเกินไป ปัดวนเบา ๆ จนโหนกแก้มจนถึงแนวขมับ วิธีนี้จะช่วยให้รูปแก้มของคุณดูมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

    ลิปสติก
    ควรทาลิปทรีตเม้นต์หรือลิปบาล์มเพื่อบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นตั้งแต่ก่อนทารองพื้น ไม่แนะนำให้ทาลิปสติกหลังทาลิปบำรุงทันที เพราะนอกจากทำให้ทาลิปสติกไม่ติดแล้ว ในขณะที่ริมฝีปากยังไม่ชุ่มชื้นดี อาจทำให้เนื้อลิปสติกติดเลอะตามร่องริมฝีปากที่แห้งได้

  • วิธีเลือกครีมกันแดด และป้องกัน

    วิธีเลือกครีมกันแดด และป้องกัน

    จะให้หลบหลีกความร้อนโดยไม่ต้องเจอะเจอ กับแสงแดดเลยคงไมใช่เรื่องง่าย ตัวร้ายที่ทำให้ ผิวเสีย หน้าหมองคล้ำ และที่ร้ายแรงที่สุดเห็นจะ เป็นมะเร็งผิวหนัง ลองมาดูวิธีการหลีกหนีแสงแดด หรือถ้าหนีไม่ได้ ก็ขอให้ชั้นดูดีที่สุดท่ามกลางแสงแดดก็แล้วกันนะ

    สิ่งที่ควรจะมี: แว่นตากันแดด ควรหาแบบที่มีสติ๊กเกอร์ติดว่าเป็น 100% UV Protectionหรือ UV400 ก่อนที่จะซื้อ

    ปกป้องเล็บจากแสงแดด: ถ้าอยากให้สีเล็บดูเป็นสีสวยเหมือนตอนทาใหม่ แต่ต้องมาเจอกับแดด ควรดูแลเล็บด้วยโลชั่นที่ป้องกันแดดในตัว และหลังทาเล็บควรใช้สีเคลือบเล็บทาทับอีกรอบ ทำแบบนี้จะช่วยให้ สีเล็บติดทนนาน และเล็บไม่เหลือง

    ครีมกันแดดที่ดีที่สุด
    ให้แน่ใจว่า SPF ที่มีมากับครีมกันแดดนั้นมีส่วนประกอบของที่ป้อง กันทั้ง UVA (ป้องกันการเหี่ยวย่น) และ UVB rays (ป้องกันมะเร็งผิวหนัง) และมีส่วนผสม ของ Parsol(tm) 1789, Zine oxide หรือ Titanium Dioxide

    ครีมกันแดดชนิดไหนที่คุณเหมาะกับคุณ
    ถ้าคุณจะไปทำงาน คุณใช้เพียงครีมบำรุงผิวผสม ครีมกันแดดในตัวก็พอ มี SPF 15
    ถ้าคุณจะออกไปข้างนอกในเวลา ที่มีแดดร้อน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีอย่างน้อย SPF 15 สำหรับผิวที่แพ้ง่าย สำหรับผิวธรรมดา ควรมีประมาณ SPF 25 ถ้าในที่ที่คุณอยู่มียุงมาก ควรใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันยุงในตัว ที่แน่ๆ ครีมที่คุณใช้ ควรมีส่วนผสมของครีมกันแดด เป็นดีที่สุด เพราะแสงไฟนีออนก็ทำลายผิว คุณได้เช่นกันค่ะ

    คุณใช้ครีมกันแดดมากไป และถูกวิธีหรือเปล่า

    สำหรับการป้องกันแสงแดด ครีมหนึ่งฝ่ามือก็สามารถป้องกันได้ทั่วตัวแล้วค่ะ คุณควรทาครีมประมาณ ครึ่งชั่วโมงก่อนเจอแดด และต้องแน่ใจว่าครีมที่คุณทานั้นยังไม่หมดอายุ ครีมครีมกันแดดที่ดีควรมีอายุไม่เกิน 2 ปี เป็นอย่างมาก

    ถ้าผิวของคุณไหม้จากการตากแดด ให้ใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของวิตามินซี 1000mg และทามอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E, อโลเวลา ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูดี และ รู้สึกดีขึ้น

    ครีมกันแดดชนิดป้องกันน้ำ
    ครีมกันแดดชนิดธรรมดาไม่ป้องกันน้ำ สามารถปกป้องผิวคุณ ขณะอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 40 นาที แต่ถ้าเป็นครีมกันแดดชนิดกันน้ำจะสามารถปกป้องผิวคุณได้ นานถึง 80 นาที แต่ที่สำคัญคุณควรจะทาครีมซ้ำทุกๆสองชั่วโมงขณะเล่นน้ำ และอีกครั้งหลัง การว่ายน้ำ

    ปกป้องเส้นผมจากแสงแดด
    ถ้าผมของคุณเป็นผมที่ถูกทำสี เวลาโดนแสงแดดบ่อยๆ ผมของคุณจะถูกทำลายได้ง่าย และทำให้สีผมเปลี่ยนเป็นสีที่คุณคงไม่ต้องการ

    วิธีป้องกัน ควรใช้ สเปรย์ที่มีส่วนผสมของยากันแดด ฉีดบางๆรอบศรีษะก่อนออกนอกบ้าน และควรอย่างยิ่งที่ จะใช้แชมพู และครีมนวดสำหรับผมที่ทำสีโดยเฉพาะ

    ภาพโดย silviarita จาก Pixabay

  • ดูแลผิวผู้ชาย ทำอย่างไรให้หล่อมัดใจสาว

    ดูแลผิวผู้ชาย ทำอย่างไรให้หล่อมัดใจสาว

    ดูแลผิวผู้ชาย ทำอย่างไรให้หล่อมัดใจสาว คราวนี้เป็นการทำหล่อเรื่องผิวพรรณของคุณผู้ชายทั้งหลาย ซึ่งคุณเห็นว่าไม่เป็นเรื่องจำเป็น แต่จริงๆแล้ว ถ้าคุณให้เวลากับมันสักนิด ผลดีก็ขึ้นอยู่กับตัวเองนั้นแหละ บอกไว้เป็นกำลังใจค่ะ ว่ามันไม่ยุ่งยากหรอก เพียงแต่ว่าอย่าคิดว่าเรื่องแบบ นี้เป็นของเฉพาะผู้หญิง แต่ฝ่ายเดียว คุณก็มีสิทธ์หล่อเหมือนกันไม่ใช่หรือค่ะ

    ประการแรก คุณต้องมารู้จักกับเครื่องสำอางเสียก่อน ผลิตภัณฑ์บางอย่าง ผู้ชาย ก็ใช้ได้ไม่เฉพาะเจาะจงว่า เป็นเพศใดเพศหนึ่ง ผิวเขาผิวเรา มันก็ผิวคนเหมือนกัน ซึ่งแน่นอนคุณผู้ชายทั้งหลายยังจำเป็นต้องล้างหน้ากันอยู่ ผลิตภัณฑ์อีกตัว ก็เป็น พวกโลชั่น ซึ่งรู้จักอีกนิดคงไม่เสียหายอะไร ต่อไปก็เป็นมอยเจอร์ไรเชอร์ และอันดับสุดท้าย ก็เป็นมาส์ค สำหรับพอกหน้า

    เห็นไหมค่ะเราเพียงแต่เลือกใช้บางอย่าง อย่างมากก็มีแค่ 4 ขวด ทำหล่อไปได้ ตลอดชีวิต เอาละค่ะดิฉันบอกขั้นตอนของ การทำหล่อ ให้คุณผู้ชายได้รู้ และนำไปใช้ อย่างง่าย ๆ ไม่เปลืองเงินทอง ไม่เปลืองเวลาสักเท่าไร และไม่เสีย ความเป็นชาย ของคุณด้วย สามขั้นตอนง่าย ๆ ที่สามารถใช้กับชีวิตประจำวันของคุณได้

    อันดับแรก
    การล้างหน้า คุณสามารถจะใช้กับสบู่ล้างหน้าตามธรรมดาของคุณผู้ชายทั่วไป แต่ขอร้องไว้สักหน่อย ควรเลือกใช้สบู่ที่มีกรดและด่างอย่างอ่อนๆ หรือใช้สบู่ เฉพาะใบหน้า เพราะสบู่ประเภทนี้ เมื่อคุณล้างหน้าเสร็จ จะไม่ทำให้ผิวหน้า คุณแห้งมากเกินไป คุณอาจจะใช้น้ำอุ่นล้างก็ได้นะค่ะ เพื่อให้รูขุมขนคุณ เปิดกว้างผลิตภัณฑ์กับน้ำจะได้เข้าไปทำความสะอาดได้ล้ำลึกจริงๆ หรือจะใช้ เจลหรือโฟมล้างหน้าก็ได้ค่ะ

    อันดับสอง
    การใช้โลชั่นหลังจากที่คุณเช็ดหน้าให้แห้งแล้ว เทโลชั่นลงบนสำลีให้ปริมาณ กำลังพอดีนะคะ เช็ดให้ทั่วใบหน้าเป็นการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ในรูขุมขน ภายใต้ผิวหน้า และทำให้รูขุมขนกระชับ คุณรู้สึกทันทีที่ใบหน้าคุณสดชื่นสะอาด ขอบอกไว้อย่างนะค่ะว่า อย่าใช้โลชั่นที่ผสมแอลกอฮอล์อย่างมากๆ หรือมีกลิ่น น้ำหอมอย่างรุนแรง เพราะจะทำให้หน้าคุณแพ้ได้

    อันดับสาม
    การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์เป็นขั้นตอนในการบำรุงผิว เลือกผลิตภัณท์ที่มีน้ำมันน้อยที่สุด หรือไม่มีเลยตามสภาพผิวของคุณ ถ้าผิวมันอยู่แล้วควรจะใช้ที่น้ำมันน้อยๆ ถ้าผิวแห้ง ก็ควรเลือกที่มีน้ำมันผสมอยู่ในมอยเจอไรเซอร์มากหน่อย จะได้ช่วยปรับสภาพผิวคุณ ให้สมดุล แตะเอามาใช้พอประมาณหน้าของคุณ แล้วทาให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบ ดวงตา และรอบปาก ใช้ได้ทุกวันหลังการทาโลชั่น

    เห็นไหมค่ะสามขั้นตอนง่าย ๆ ไม่เรื่องมากอย่างที่คุณคิด คุณก็เป็นคนที่มีสุขภาพผิว ดีสะอาด และสดชื่น ต่อไปนี้ก็มาเพิ่มความพิถีพิถันให้กับตัวเองสักหน่อย เป็นการ สร้างผิวพรรณให ้สมดุล และแข็งแรง นั่นก็คือการใช้มาส์คพอกหน้า จำไว้ว่า เวลาทำควรจะแอบๆ ทำและอยู่คนเดียวในวันว่าง ของแต่ละอาทิตย์หรือแต่เดือน ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากอีกนั้นแหละค่ะ มาดูกันดีกว่า

    การพอกหน้า
    การพอกหน้ามี 2 ชนิด ชนิดแบบล้างออก กับลอกออกหลังใช้ เรามาดูวิธีแรกกันค่ะ

    แบบล้างออก
    บีบมาส์คออกจากหลอดลงในนิ้วมือ ไม่ต้องมาก ทาลงบนใบหน้า จะด้านแก้มซ้ายหรือแก้มขวาก่อนก็ได้ เวลาทาอย่าให้มาส์คเข้าไปชิดตา และอย่าให้เข้าไปในบริเวณริมฝีปาก

    ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า จะเห็นว่าเราเว้นรอบดวงตา รูจมูก และรอบปาก เอาไว้ ทิ้งไว้ 15-20 นาที ทำหน้านิ่งๆ นะคะ หรือจะนอนหลับไป เลยก็ได้ แต่ต้องอยู่ในเวลาที่กำหนด เพื่อไม่เกิดอาการย่น

    แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น การใช้น้ำอุ่นก็เพื่อให้มาส์คหลุดออกง่าย และทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง หลังจากนั้นก็ใช้โลชั่นเช็ด และตามด้วย มอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นอันเสร็จวิธี

    ทำอย่างนี้สักเดือนละครั้ง หรือสองอาทิตย์ครั้ง แล้วแต่สภาพผิวของคุณ ว่าจะได้จะต้อง ได้รับการเยียวยามากน้อยขนาดไหน หรือช่วงที่สมบุกสมบันของร่างกาย ของตัวเอง ลองทำมาส์คดูสิค่ะ จะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที ทีนี้เรามามาส์คแบบลอกออกกันบ้าง

    แบบมาร์คหน้า
    ผลที่รับเหมือนกันค่ะ แต่ต่างลักษณะของผลิตภัณฑ์ออกไป ขั้นตอนจะเหมือนกันหมด แต่จะต่างกันตอนจบ ซึ่งเมื่อมาส์คแห้งแล้วมันจะรัดตัว หน้าเราจะรู้สึกตึงๆ มากกว่า มาร์คแบบแรก ช่วงนี้คุณต้องนิ่ง แทบจะขยับหน้าไม่ได้ พอแห้งทั่วแล้ว เริ่มแกะ ขอบมาส์กบริเวณด้านบนของหน้าผากออก แล้วลอกลงมาให้มาร์คติดกัน ออกมาเป็น หน้ากาก

    การใช้มาร์คแบบนี้ จะช่วยดึงสิวเสี้ยน บริเวณจมูกหลุดออกมาด้วย แต่ไม่ใช่ทำครั้งแรก แล้วจะเห็นผลนะคะ ต้องทำต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ คุณก็จะเห็นผลเอง คงจะไม่ยากเกินความสามารถ ของคุณผู้ชายนะคะ และก็คงจะไม่เรื่องมากเกิน ความเป็นผู้ชาย ของคุณ

    แอบกระซิบสักนิดสำหรับคุณผู้หญิง ถ้าจะลองใช้บ้างก็ได้เลยค่ะ และอย่าลืมบอกคุณ ผู้ชายด้วยล่ะ เดี๋ยวเขาจะลืมอ่าน

    ขอบคุณภาพจาก Vast Ent.

  • ทำไงให้ฟันขาวสดใส

    ทำไงให้ฟันขาวสดใส

    ใครๆ ก็คงอยากมียิ้มสวย ๆ ใช่ไหมคะ ถึงแม้ตอนนี้ ฟันของคุณจะยังไม่ขาวสดใส อย่างที่คุณต้องการ ก็อย่าเพิ่งหงุดหงิดไป เพราะเรามีเคล็ดลับเพื่อให้ฟันของคุณดูขาวสดใสมาฝากกัน

    การเลือกลิปสติกให้เป็น
    ลิปสติกบางเฉดก็ทำให้ฟันของคุณดูเหลืองมากขึ้น เช่น สีน้ำตาล หรือสีที่มีสีเหลืองเป็นตัวยืนอย่าง พีช คอรัล หรือแดงส้ม ถ้าคุณมองหาเฉดสีแดง ให้ลองใช้สีแดงน้ำเงิน หรืออาจใช้เฉดชมพูอ่อนก็ได้ อย่าลืมใช้ลิปกลอสเพื่อให้ยิ้มของคุณสดใสยิ่งขึ้น

    ทำความรู้จักยาสีฟันที่คุณใช้
    การแปรงฟันคือวิธีที่ถูกที่สุดในการทำให้ฟันของคุณขาวสดใส แต่คุณคงสงสัยว่าควรจะใช้ยาสีฟันชนิดใดดี เพราะแต่ละยี่ห้อต่างก็โฆษณาสรรพคุณส่วนผสมของตนเองอย่างเอิกเกริก ต่อไปนี้คือรายละเอียดที่จะช่วยให้คุณรู้ว่า จริง ๆ แล้ว “อะไรอยู่ในหลอด”

    เบกกิ้งโซดา
    นี่คือส่วนผสมมหัศจรรย์ที่พบในแทบจะทุกอย่าง ตั้งแต่ในแพนเค้กบลูเบอร์รี่ไปจนถึงสารดับเพลิง เบกกิ้งโซดา นับเป็นส่วนผสมยอดฮิตในด้านสุขอนามัยในช่องปาก ถึงจะมีสรรพคุณแบบครอบจักรวาล แต่จริง ๆ แล้วโซเดียมไบคาบอร์เนตมีส่วนช่วยทำให้ฟันขาวเพียงนิดเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็ทำให้ปากรู้สึกเย็นซ่า สดชื่นจนคุณอยากแปรงฟันบ่อย ๆ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหมล่ะ)

    ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์
    นี่คือส่วนผสมที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้จริง ๆ เพราะไฮโดรเจนเพอรอกไซด์เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ทันตแพทย์นำไปรวมไว้ในบรรดาสารที่ทำให้ฟันขาวได้ ปัจจุบันไฮโดรเจนเพอรอกไซด์พบได้ในยาสีฟันทั่วไป โดยสามารถปรับสภาพฟันที่มีร่องรอยคราบกาแฟหรืออาหารให้ขาวสะอาดได้

    ยาสีฟันชนิดควบคุมหินปูน
    ยาสีฟันชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการลดและป้องกันคราบหินปูน (หรือคราบพลัคแข็งน่าเกลียดที่เกาะตามฟันที่มีฟันที่ไม่ได้รับการดูแล) อย่างไรก็ตามยาสีฟันนี้ไม่สามารถกำจัดคราบหินปูนที่มีอยู่แล้วได้

    การฟอกสีฟัน
    ถ้าการแปรงฟันไม่ทำให้ฟันขาวได้ดังใจคุณต้องการ คุณอาจอยากลองฟอกสีฟันดูบ้าง กลไกการทำงานก็ไม่ต่างจากการฟอกผ้าขาวสักเท่าไร สารละลายที่มีไฮโดรเจนเพอรอกไซด์เป็นตัวยืนพื้นนั้นก็สามารถทำให้ฟันขาวได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพสูงในการขจัดคราบกาแฟและยาสูบได้

    สมาคมทันตแพทย์แห่งอเมริกาแนะนำว่า การฟอกสีฟันควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ในผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ที่ใช้กันเองตามบ้านนั้นอาจทำให้เหงือกระคายเคือง นอกจากนั้นยังทำให้ฟันมีความไวสูงหากใช้ไม่ถูกต้อง การฟอกสีฟันภายใต้การดูแลของแพทย์นั้นค่อนข้างปลอดภัย โดยจะมีการทำครอบฟันให้คุณใส่ครีมฟอกสีฟันลงไป แล้วนำครอบนั้นมาครอบบนฟันของคุณ ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

    หากคุณต้องการมากกว่าการฟอกสีฟัน การแปรงฟัน หรือการเลือกลิปสติกก็ช่วยคุณได้เช่นกัน หรือลองปรึกษาทันตแพทย์ดู แต่ไม่ว่าฟันของคุณจะเป็นสีอะไรก็ตาม ขอให้ยิ้มมาก ๆ เข้าไว้ ยิ้มเก่งๆไว้ก่อน

  • ผิวสวย สุขภาพดี ต้องเริ่มจากอะไร กินอาหารเสริมอะไรให้ผิวพรรณดี

    ผิวสวย สุขภาพดี ต้องเริ่มจากอะไร กินอาหารเสริมอะไรให้ผิวพรรณดี

    ทราบหรือไม่ว่าสุขภาพผิวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกอุปนิสัย ในการดำเนินชีวิตและสุขภาพโดยรวมของคุณเองได้ด้วย

    คนที่มีสุขภาพผิวพรรณที่ดี ย่อมหมายถึงการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในจิตใจ และพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ อยู่เป็นประจำ

    ในขณะที่ผู้ที่มีปัญหาด้านผิวพรรณนั้น ส่วนมากมักจะเป็นผู้ที่ไม่ค่อยพิถีพิถันในการดำเนินชีวิต เอาสะดวกเข้าว่า ชอบรับประทานอาหารประเภท Fast Foods อยู่เสมอ มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการบั่นทอนสุขภาพเช่นการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน และแอลกอฮอล์อยู่เป็นประจำ รวมถึงการนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ฯลฯ

    ผิวหนังของคนเรามีหน้าที่ในการป้องกันร่างกายไม่ให้เกิดอันตรายจากสิ่งแวดล้อม ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและขับถ่ายของเสีย ในขณะที่เด็กทารกส่วนใหญ่มีสุขภาพผิวพรรณดี เนียนเรียบดุจแพรไหม แต่เมื่อโตขึ้นนั้นก็ต้องเผชิญกับสิ่งรุมเร้าต่างๆ ที่ทำให้ผิวเสียไปเช่น ความเครียด แสงแดด มลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ ปริมาณแอลกอฮอล์ ของหวานที่รับประทาน ออกกำลังกายน้อยเกินไป รวมถึงการพักผ่อนอย่างไม่เพียงพออยู่เป็นประจำ ฯลฯ ทำให้เกิดอาการผิวพรรณเหี่ยวย่น หมองคล้ำ ผิวแห้งกร้าน รวมถึงมีกลิ่นตัวร่วมด้วย เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาด้านผิวพรรณนี้ เรามีหลักในการปฎิบัติตัวอย่างง่ายๆ แนะนำได้ดังนี้

    อาบน้ำ ล้างตัวให้สะอาด ขจัดสิ่งสกปรกที่หมักหมมในร่างกายให้ออกไป ป้องกันการเก็บสะสมเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย อันเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง อีกทั้งเป็นการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้ว ให้หลุดลอกออกเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำความสะอาดร่างกายบ่อยครั้งจนเกินไปในแต่ละวัน เนื่องจากจะเป็นการชำระเอาปริมาณน้ำมันที่ผิวหนัง ออกไปด้วย อันมีผลให้เกิดอาการผิวแห้ง แตกง่าย แนะนำให้ทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้งก็พอ

    หมั่นปกป้องผิวจากแสงแดดโดยการทา Moisturizer ครีมที่มีค่า SPF พอเหมาะในแต่ละวัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผิวพรรณเหี่ยวย่น รวมถึงป้องกันการเกิดเม็ดสีที่ผิดปกติบริเวณผิว อันเนื่องมาจากอันตรายของรังสี UVA & UVB นั่นเอง

    พยายามหาเครื่องสำอางค์ที่ปราศจากน้ำหอมที่รุนแรง หรือมีแอลกอฮอล์ผสม อันจะมีผลทำให้ต่อมเหงื่อที่ผิวหนัง ไม่สามารถระบายของเสียออกได้ง่าย ก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ของเสียจึงไหลเวียนอยู่ในร่างกายต่อไป ก่อให้เกิดปัญหาต่อผิวหนังได้ง่าย ควรเลือกใช้เครื่องสำอางค์ที่มี Essential Oil ที่บริสุทธิ์ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณได้ดี

    หมั่นรับประทานอาหาร ผักสด หรือผลไม้ที่ให้ผลต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น มะเขือเทศสด องุ่น วิตามินซี และวิตามินอี เป็นต้น จะช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระที่อาจเกิดขึ้น ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ

    หมั่นรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนในปริมาณสูง โดยเฉพาะอาหารที่ให้ปริมาณของ Collagen & Elastin สูง เช่นเนื้อปลา เป็นต้น

    พยายามลดปริมาณเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนเช่นชา กาแฟ รวมถึงลดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มในแต่ละวัน เพื่อลดปริมาณของเสีย ที่ผิวต้องทำการกำจัดในแต่ละวันให้น้อยลง ซึ่งการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณของเสียในร่างกาย ลดกลิ่นตัวได้ดีอีกทางหนึ่ง

    ที่สำคัญพยายามทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส หมั่นออกกำลังกายให้เหมาะสม และพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ผิวหนังของคุณก็สามารถยิ้มได้ด้วยตนเองแล้ว

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แนะนำสำหรับการบำรุงผิวพรรณ

    หลายท่านคุ้นเคยกับการใช้ครีมบำรุงผิวหรือโลชั่นทาเพื่อทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แตกแห้งกันมาก แต่นอกเหนือจากครีมและโลชั่นนี้แล้ว เรายังควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น มีน้ำ มีนวล อยู่เสมอ และควรเพิ่มโปรตีน Collagen และ Elastin เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง ลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

    Gelatin
    ช่วยในการเสริมสร้าง Protein Collagen & Elastin ให้แก่ผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ และหากใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะที่หลอดเลือด Capillaries ที่พาเลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนัง ก็จะเป็นการเสริมฤทธิ์ของ Gelatin นี้ให้มากขึ้นได้

    Horsetail Extract
    ให้สารสำคัญคือ Silicon ช่วยในการเสริมสร้าง Protein Collagen & Elastin ให้แก่ผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการดูดซึม Calcium เข้าสู่ร่างกายด้วย บำรุงสุขภาพกระดูกและฟันให้แข็งแรงขึ้น

    Shark Cartilage
    เป็นสารสกัดจากกระดูกอ่อนปลาฉลาม ให้สารสำคัญคือ Mucopolysaccharide หรือ Condroitin Sulfate ซึ่งมีโครงสร้างเดียวกับเซลล์ Collagen และ Elastin จึงช่วยเพิ่มเส้นใยใต้เซลล์ผิวหนัง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้

    Evening Primrose Oil
    เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 สกัดได้จากดอก Evening Primrose ซึ่งมีกรดไขมันจำเป็น Linoleic Acid (LA) ในปริมาณสูง และ Gamma Linoleic Acid (GLA)ช่วยทำให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ผิวหนังดูอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลา

    Black Currant Oil
    เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 สกัดได้จากดอก Black Currant ซึ่งจะให้กรดไขมันจำเป็น Gamma Linoleic Acid (GLA) มากขึ้น ช่วยทำให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ผิวหนังดูอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลา

    Borage Oil
    เป็นกรดไขมันจำเป็นในกลุ่ม Omega 6 สกัดได้จากดอก Borage หรือ Star Flower ซึ่งให้กรดไขมันจำเป็น Gamma Linoleic Acid (GLA) มากขึ้น พบว่าใน 1,000 mg. ของ Borage Oil นี้จะให้สาร GLA มากถึง 250 mg. เลยทีเดียว ช่วยทำให้ผิวหนังสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ผิวหนังดูอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้ง และร่างกายอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถเปลี่ยน LA ไปเป็น GLA ได้ตามปกติ

    Multi Oil
    เป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีส่วนผสมของ Omega 6 และ Omega 3 ร่วมกัน ช่วยลดปริมาณไขมันและทำให้ผิวหนังโอบอุ้มน้ำได้ดีขึ้น รวมถึงให้พลังงานทำให้ร่างกายสดชื่นร่วมด้วย

    หมายเหตุ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Omega 6 นี้ (ทั้ง Evening Primrose Oil, Black Currant Oil, Borage Oil และ Multi Oil) สามารถช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตผ่านหลอดเลือด Capillariesได้ดีขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังได้มากขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคลมชักรับประทาน

    Beta-Carotene
    เป็นสารตั้งต้นในการสร้าง Vitamin A เพื่อใช้เป็นสาร Antioxidants ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนังหรือเซลล์อื่นๆในร่างกาย การขาด Vitamin A อาจทำให้เกิดภาวะผิวหนังแห้ง แตก หรือรูขุมขนนูนแข็งขึ้นได้

    Vitamin C
    เป็น Antioxidants ที่ละลายน้ำได้ดี ช่วยให้เซลล์ร่างกายไม่เสื่อมสภาพเร็ว ชะลอความแก่ และยังช่วยให้ร่างกายมีการสร้าง Hydroxyproline & Hydroxylycine มากขึ้นซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเส้นใยใต้ชั้นผิวหนัง Collagen & Elastin ต่อไป ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น

    Vitamin E เป็นสาร Antioxidants ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวหนังเกิดการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นต่อผิวหนังด้วย การขาด Vitamin C & Vitamin E อาจทำให้เกิดภาวะที่ผิวหนังมีรอยช้ำห้อเลือดเป็นจ้ำๆได้

    Grape Seed Extract
    สารสำคัญคือ OPCs ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็น Antioxidants ช่วยป้องหรือ Pycnogenol กันไม่ให้เซลล์ผิวหนังเกิดการเสื่อมสภาพ ก่อนวัยอันควร

    Zinc
    ช่วยในการสรางเซลล์ผิวหนังใหม่ และช่วยให้เซลล์มีการจับ Vitamin A ได้ดีขึ้น ทำให้เซลล์ผิวหนังใหม่ๆที่ถูกสร้างขึ้นมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยในการรักษาสมดุลของปริมาณไขมัน สามารถควบคุมปัญหาการเกิดสิวจากการอุดตันของไขมัน และที่สำคัญกระตุ้นให้มีการสร้างเอนไซม์ Superoxide Dismutase (S.O.D.) ซึ่งเป็น Antioxidant Enzymes ที่สำคัญตัวหนึ่งในร่างกายด้วย

    Biotin
    มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกาย ทำการสังเคราะห์ DNA และ RNA อันจะมีผลให้ร่างกาย มีการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่นมีน้ำมีนวลขึ้น

    Folic Acid
    เป็นสารอาหารตัวหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการสร้างสารทางพันธุกรรม DNA ซึ่งจะควบคุมการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ให้เป็นปกติ

    L-Tyrosine
    เป็น Amino Acid ที่เซลล์ผิวหนังใช้เป็นสารตั้งต้นในการสร้างเซลล์เม็ดสี Melanin บรรเทาอาการกระดำและกระขาว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการทางระบบประสาท อาการวิตกกังวลและซึมเศร้าได้

    ภาพโดย Jess Foami จาก Pixabay

  • แก้ปัญหา ถุงใต้ตาดำและหย่อนยาน

    แก้ปัญหา ถุงใต้ตาดำและหย่อนยาน

    แก้ปัญหา ถุงใต้ตาดำและหย่อนยาน

    ทำยังไงดี เมื่อคืนเผลอนอนดึกไปนิดเดียว เช้ามาใต้ตาดำปิ๊ดปี๋ แถมยังห้อยลงมายังกะมีถุงอะไร มาแขวนไว้ใต้ตายังไงยังงั้น จะให้ออกไปทำงานทั้งยังงี้มีหวังโดนเม้าท์ ว่าร้องให้จนตาบวม เพราะทะเลาะกับหวานใจเป็นแน่ เห็นทีต้องเปิดตำราแก้ปัญหากันซะแล้ว
    สาเหตุและที่มา:
    ที่มาของปัญหาตาคล้ำ ตาดำเป็นแรคคูน หลักๆเลยคือการนอนดีก หรืออดนอนเป็นเวลานานๆ แต่ถ้าคุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้วยังเกิดปัญหานี้อยู่ ก็สามารถสันนิษฐานได้หลายสาเหตุ เช่น

    • สาเหตุจากกรรมพันธุ์
    • การสูบบุหรี่
    • ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มคาเฟอีนมากเกินไป
    • ขาดสารอาหาร
    • ผิวถูกทำลายเพราะแสงแดด
    • การคั่งของเส้นเลือดดำใต้ดวงตา ซึ่งเกี่ยวพันกับการเป็นโรคบางชนิด เช่น ภูมิแพ้, หืด, ไข้ละอองฟาง

    ปัญหาถุงใต้ตา แก้ไม่ยาก:
    วิธีแก้ปัญหาถุงใต้ตาดำ มีหลายวิธีให้เลือก ใครสะดวก/ชอบวิธีไหน จำสูตรไปใช้ได้เลยค่ะ

    นอนให้เพียงพอ การนอนเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในกรณีที่อาการดำ หรือช้ำบวมของตาเกิดขึ้นหลังจากการนอนดึก หรือนอนไม่เพียงพอ

    แตงกวา-ถุงชา แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในกรณีที่ไม่มีเวลานอนเสียแล้ว ของใกล้ๆตัวอย่างแตงกวาและถุงชาช่วยคุณได้ โดยหั่นแตงกวาเป็นชิ้นบางๆ หรือนำถุงชา (ที่ใช้ชงชาแล้ว) แช่ตู้เย็นไว้สักพัก แล้วนำมาวางใต้ตาที่ดำคล้ำ

    ตาบวม ห้ามกินเค็ม ถ้ามีอาการตาบวมแถมมาด้วย แสดงว่ามีของเหลวคั่งค้างบริเวณเนื้อเยื่อใต้ตา ให้หาหมอนมานอนหนุนให้สูงกว่าเดิม แถมด้วยการงดอาหารรสเค็ม ช่วยให้อาการดีขึ้นได้

    กระหน่ำอายครีม เลือกใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ เช่น วิตามิน c วันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอน

    อำพรางด้วยเมคอัพ

    วิธีแรก วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 4 นาที โดยเริ่มจากผสมคอนซีลเลอร์ที่ใช้อยู่เข้ากับครีมรองพื้น แล้วป้ายลงบนรอยดำ ทาไปจนถึงหัวตา เกลี่ยให้เสมอกัน ทาทับด้วยแป้งฝุ่นสีเดียวกับผิว แล้วใช้แป้งสีบรอนซ์ทาทับอีกครั้ง จะทำให้หน้าไบร้ท์ขึ้น และช่วยดึงดูดความสนใจไปจากรอยคล้ำใต้ตา

    วิธีที่สอง ใช้คอนซีลเลอร์สี golden-based หรืออ่อนกว่าผิว 1 เฉด (การเลือกคอนซีลเลอร์สีอ่อนกว่าผิวมากๆ แทนที่จะช่วยปกปิด กลับทำให้ยิ่งเห็นข้อบกพร่องชัดขึ้น) ทาคอนซีลเลอร์ด้วยปลายนิ้ว (ความอุ่นจากปลายนิ้วจะช่วยวอร์มเนื้อครีมให้ทาง่ายขึ้น ) เกลี่ยให้กลมกลืนกับผิวรอบๆรอยคล้ำ ทาแป้งฝุ่นทับลงไป ตามด้วยดินสอเขียนตาสีอ่อน (ขาวหรือครีม) ที่มีประกายวิบวับ แต้มลงตรงหัวตา และเลี่ยงการเขียนขอบตาและมาสคาร่าที่ขนตาล่าง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจุดอื่น

    หลบเลี่ยงแสงแดด แสงแดดเข้ามาเกี่ยวยังไงกับเรื่องนี้น่ะหรือ ก็ผิวใต้ตาเราน่ะอ่อนบางกว่าที่อื่นๆอยู่แล้ว ยิ่งถูกแสงแดดกระหน่ำซ้ำเติม ผิวส่วนนั้นก็จะบางลงๆ จนมองเห็นเส้นเลือดดำใต้ผิว มองไปก็คล้ายกับใต้ตาดำถาวร แถมพอมีริ้วรอยเข้ามาช่วยเสริมตามอายุที่เพิ่มขึ้น รับรองว่ากู่ไม่กลับทีเดียว

    รักษาตัว สุดท้าย ถ้าลองทุกกรรมวิธีแล้ว ใต้ตายังไม่ยอมหายดำ ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะโรคภัยที่กล่าวไว้ข้างต้น หรือการขาดสารอาหาร ถ้าเป็นไปได้ ไปหาคุณหมอให้รักษา หรือลองตรวจหาดูว่าร่างกายเราขาดสารอะไรอยู่หรือเปล่า และจะให้ดียิ่งขึ้น ก็เลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนเสียด้วยเลย ดีต่อทั้งสุขภาพ และความงาม ถือว่าได้กำไรสองต่อค่ะ

    ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay

  • ผิวแตกลาย เกิดจากอะไร และแก้ไขได้อย่างไร

    ผิวแตกลาย เกิดจากอะไร และแก้ไขได้อย่างไร

    ปัญหาผิวหนังชนิดหนึ่งทึ่เป็นเรื่องใหญ่และไม่มีใครให้คำตอบได้อย่างน่าพอใจ คือ ปัญหาหน้าท้องลาย หรือผิวแตกตามโคนขาของเด็กอ้วนและเด็กกำลังเติบโต

    สำหรับผู้ที่เคยเป็นแล้ว โดยเฉพาะสุภาพสตรีสูงวัย สุภาพบุรุษ หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่น คงไม่ต้องอธิบายว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็น เป็นกลุ่มที่สำคัญมาก เพราะหาทำความเข้าใจและหาทางป้องกันแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ลงไปได้

    ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้มันเกิดแล้วตามแก้ไขภายหลัง ซึ่งทำได้ยากมาก

    ลักษณะของรอยแตกที่เห็นชัด และเรียกกันว่าแตกลายนั้น สามารถพบได้ทุกแห่งที่ผิวหนังมีการยืดขยายให้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยืดขยายระหว่างตั้งครรภ์ (หน้าท้องลาย) การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น หรือภาวะอ้วนซึ่งเป็นกันมากในปัจจุบัน

    รอยแตกของผิวหนังพบได้ทั้งที่หน้าท้อง โดยเฉพาะด้านสีข้าง และบริเวณท้องน้อย (บริเวณนี้จะเป็นรอยในแนวตั้ง)

    ร่องรอยก็คล้ายรอยแตกแยกของต้นมะขาม เวลาสัมผัสผิวหนังจะรู้สึกว่าตรงกลางรอยแยกเป็นแอ่งลงไป และหากบีบเบา ๆ ให้รอยแยกเข้ามาชิดกัน จะสังเกตว่าผิวหนังบริเวณนั้นนูนขึ้นมา ผิวกับผิวบริเวณข้างเคียง

    รอยใหม่ๆ จะมีสีชมพู ส่วนรอยที่ทิ้งไว้นานเป็นปีๆ สีจะจางกว่าสีผิวปกติ

    คนผิวคล้ำจะมองเห็นรอยนี้ได้ชัดเจน เพราะสีของรอยที่จางกว่าจะเด่นชัดเป็นพิเศษ หลังอาบแดดยิ่งเห็นรอยแตกนี้มากกว่าเดิม รอยเหล่านี้หากเป็นด้านหลังก็จะเรียงตัวในแนวขวางลำตัว แบ่งเป็นด้านซ้ายและขวา คล้ายเสือลายพาดกลอน

    ผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรง มีผิวแตกลายบ้างก็ดูเท่ดีเหมือนกัน (อาจจะมีชื่อเล่นว่านายเสือก็ได้) มักพบที่ต้นขาซึ่งเป็นได้ทั้งแนวขวางและแนวตั้ง นอกจากนั้นยังอาจพบใต้ท้องแขน รอบ ๆ รักแร้ และใต้ราวนม

    มีคนสนใจสาเหตุของการเกิดรอยเหล่านี้น้อยมาก ความจริงข้อหนึ่งก็คือ รอยเหล่านี้จะเกิดบริเวณกล้ามเนื้อเป็นแอ่ง ตรงรอยเหลื่อมของมัดกล้ามเนื้อ แต่จะไม่ค่อยเกิดบริเวณที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง จึงคาดว่ากล้ามเนื้อที่แข็งแรงเป็นตัวการสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดร่องรอยเหล่านั้น

    ดังนั้น หากคุณทราบและพยายามบริหารกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ การเกิดรอยแตกเหล่านี้ก็จะมีน้อยลง เท่ากับเป็นการป้องกันหน้าท้องลายของว่าที่คุณแม่ รวมถึงรอยแตกบนผิวของเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

    ส่วนรอยแตกที่เกิดจากการอ้วนนั้น ชั้นไขมันที่เพิ่มอย่างมาก อยู่เหนือชั้นของกล้ามเนื้อขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง กล้ามเนื้อจึงไม่สามารถช่วยผ่อนคลายแรงที่กระทำต่อผิวหนังได้เท่าที่ควร อย่างไรก็ดียังมีเส้นใยกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ยึดระหว่างพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อกับผิวหนังอยู่ หากเด็กที่กำลังอ้วนหมั่นออกกำลังกาย ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับใยกล้ามเนื้อเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ โอกาสในการเกิดรอยแตกของผิวก็ลดลงด้วย

    ผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องนี้ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรอยแตกนั้นมีสีชมพูเรื่อๆ อยู่ การใช้ยาทา การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งแรงขึ้น และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก็สามารถทำให้รอยแตกนั้นดูจางลง เล็กลง หรือหายไปได้ อย่างน้อยก็ลดความรุนแรงไม่ให้ลุกลามไปมากกว่าที่เป็นอยู่

    ในอดีตเรื่องรอยแยกของผิวดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเป็นกับคุณแม่เท่านั้น ใครๆ ก็ยอมรับกันได้ ทางด้านจิตวิทยาถือเป็นรอยที่เกิดกับเหตุการณ์ที่เป็นบวก มีอารมณ์ร่วมที่ดี คือการได้เป็นแม่และได้สิ่งมหัศจรรย์ คือเด็กทารก มาให้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดู

    แต่รอยแยกของผิวเด็กกำลังโตซึ่งมีกระบวนการเกิดค่อนข้างคล้ายกันนั้น ทางด้านจิตวิทยาถือว่ามีความแตกต่างกับกรณีแรก เนื่องจากเด็กกำลังเริ่มค้นหาตัวเอง ต้องการความมั่นใจ จึงรักความสวยงามและรูปลักษณ์อย่างมาก หากเกิดปัญหาผิวหนังรุ่นใหม่จึงมองประเด็นนี้ด้วยความเป็นห่วง และต้องลงมือจัดการให้จริงจังมากขึ้น

    นอกจากนั้นโรคอ้วนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ ก็บ่งบอกว่าสถิติการเกิดผิวหนังแยกในเด็กวัยรุ่นจะมากตามไปด้วย

  • เครื่องดื่มเพื่อยามเช้าที่สดใส

    เครื่องดื่มเพื่อยามเช้าที่สดใส

    ยามเช้าของใครหลายๆ คนมักจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยสดใสอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุอาจจะอยู่ที่การนอนดึก หรือไม่ก็อาการแฮงค์จากงานสังสรรค์ชนแก้วคืนก่อน ถ้าคุณต้องการให้ยามเช้าอันสดใสของคุณกลับคืนมาละก็…ลองเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่เรานำมาฝากดูสิคะ

    น้ำมะนาว
    ถ้าคืนก่อนคุณร่าเริงอยู่ในคาราโอเกะจนดึกจนดื่นแล้วละก็ เช้าขึ้นมาอาการเจ็บคอต้องถามหาคุณอย่างแน่นอน แนะนำว่าให้คุณหาน้ำมะนาวมาเป็นเครื่องดื่มยามเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดซิตริก มีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

    น้ำขิง
    สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน แนะนำน้ำขิงร้อนๆ ค่ะ เพราะขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gigerol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้ทั้งรสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมา แถมยังแก้อาการเมาได้ชะงัด การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ควรบุบหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด อย่าต้มนานเกินไป เพราะขิงจะเสียรสเสียกลิ่นไปได้มาก หลังจากนั้นคุณจะดื่มเปล่าๆ หรือเติมน้ำตาลเพิ่มรสชาติก็ได้ค่ะ

    น้ำผัก น้ำผลไม้
    เป็นน้ำที่อร่อยดื่มได้ง่าย และยังอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ
    โฟลิคแอซิด และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผัก น้ำผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติไปถึงน้ำตาลที่มีการเติมลงไป ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำให้ร่างกายสดชื่นสดใส

    น้ำหวาน
    คนนอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท ซึ่งเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลสามารถช่วยได้ค่ะ โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะดูดซึมได้ดี และง่ายกว่า ฉะนั้นน้ำหวานๆ สักแก้วในยามเช้า จะทำให้จิตใจสงบขึ้น คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี

    หากเช้าไหนของคุณไม่สดใสละก็ …เลือกดื่มสักน้ำดูสิคะ…

    ภาพโดย Photo Mix จาก Pixabay

  • ผิวคุณก็สวยได้แม้ต้องอยู่ในห้องแอร์

    ผิวคุณก็สวยได้แม้ต้องอยู่ในห้องแอร์

    สาวออฟฟิศส่วนใหญ่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกรุงหรือนอกกรุง ช่วงเช้าตื่นมาเป็นเวลาที่ต้องเร่งรีบสุดๆ ส่วนใหญ่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรีบเร่งปฏิบัติภารกิจประจำวัน นั่นก็คือ เข้างานตอกบัตรให้ทันเวลา จากนั้นก็ต้องนั่งติดเก้าอี้กับโต๊ะทำงานนานวันละ 8 -10 ชั่วโมงอยู่เสมอ บางคนรีบมากถึงขนาดหิวก็ยอม รอกินรวดเดียวได้สองมื้อในตอนกลางวัน แต่ขอฉันเข้าออฟฟิศก่อนเถอะ แล้วค่อยมาบรรจงแต่งหน้าสวยทีหลัง ลืมใส่ใจกับการบำรุงผิวพรรณ เคยคิดไหมว่าพฤติกรรมเช่นนี้ล่ะ นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อผิวอ่อนล้าแล้ว ยังจะเป็นผลในทางลบต่อผิวบอบบางอีกด้วย

    ผลกระทบต่อผิวเมื่ออยู่ในห้องแอร์นานๆ

    ปกติแล้วการทำงานของเครื่องปรับอากาศที่ใช้กันอยู่เรามักจะปรับอุณหภูมิเดี๋ยว ลดเดี๋ยวเพิ่มกันเป็นว่าเล่น โดยที่ไม่สามารถปรับความชื้นได้ ทำให้อากาศในห้องแอร์ขาดความชุ่มชื้น จากนั้นผิวกายก็จะค่อยๆแห้งทีละนิด จนกระทั่งแตกลาย นั่นแสดงว่าผิวเสียความชุ่มชื้นไปแล้ว

    เมื่อผิวแตกลายได้ไม่นานก็จะลอกออกได้เป็นชั้นผิวบางๆ อาจจะทำให้รู้สึกเกิดอาการคัน ใครไม่เข้าใจคิดว่าติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา รีบหาซื้อสบู่ยามาขัดๆ ถูๆ ผิวก็เลยแห้งหนักเข้าไปใหญ่ กลายเป็นว่าระคายเคืองผิว

    ป้องกันและดูแลผิวแห้ง

    วิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ หาซื้อครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวดีๆ สักยี่ห้อ ชโลมผิวให้ทั่วตัวทุกเช้าหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา ที่อยู่นอกร่มผ้านั่นแหละสำคัญสุด

    การอาบน้ำบ่อยๆ หรือนอนแช่น้ำในอ่างน้ำอุ่นอันแสนสบายนานๆ ก็มีส่วนทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน ถ้าคิดจะนอนแช่น้ำในอ่าง ควรหยดความชุ่มชื่นจากธรรมชาติในแบบ AROMA OIL เพื่อถนอมผิวนุ่มนวลเอาไว้ แถมยังได้รีแลกซ์กับกลิ่นหอมในแบบที่ชอบ

    ควรใช้น้ำอาบในอุณหภูมิที่ไม่ร้อนจน เกินไป เพราะน้ำอุ่นมักจะทำให้ผิวขับน้ำมันออกมามากเกินไป

    เลือกใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำชนิดที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

    ส่วนห้องทำงานถ้าจะให้ดีควรเพิ่มความชื้นในห้องแอร์ ด้วยการปลูกต้นไม้ เลี้ยงพลูด่างในโหลแก้วใบสวย เลี้ยงปลาตู้งามๆ หาภาชนะบรรจุน้ำมาตุน ไว้ในห้อง จะช่วยเพิ่มความสดใสให้บรรยากาศการทำงานร่มรื่นชื่นตาอีกต่างหาก

    หรือเลือกที่จะดื่มน้ำสะอาดให้มากถึงวันละ 8 – 10 แก้ว ก็จะเป็นอีกทางที่จะช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำนวล เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีด้วย

    ภาพโดย 徐 堃 จาก Pixabay