Author: admin

  • วิธีทำให้ตาสวย ดูแลดวงตาให้สดใสแบบง่ายๆ

    วิธีทำให้ตาสวย ดูแลดวงตาให้สดใสแบบง่ายๆ

    ดวงตาสวยๆ ถือเป็นสิ่งสร้างเสน่ห์ที่สำคัญสำหรับผู้หญิงเราเลยก็ว่าได้ แต่ดวงตาสวยๆ นั้นก็ใช่ว่าจะมีกับผู้หญิงทุกคน นั่น เพราะการจะรักษาดวงตาให้สวยตลอดไปนั้น เป็นเรื่องยากเย็นไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ซึ่งนานาวิธีเหล่านี้ช่วยคุณได้ค่ะ

    สายตาที่อ่อนล้า
    เมื่อรู้สึกดวงตาแห้ง กล้ามเนื้อรอบดวงตาเกร็ง ล้า อาจจะเคืองตา แล้วอาจรู้สึกถึงอาการบวมร่วมด้วย นั่นแสดงว่าคุณใช้สายตาจ้องอะไรนานเกินไป อาจทำงานกับคอมพิวเตอร์ หรือใช้สายตาดูโทรทัศน์ทั้งวัน วิธีพักสายตาสำหรับคนที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่า 6 – 8 ชั่วโมง ควรหยุดพักสายตาเป็นระยะทุก 2 – 3 ชั่วโมง ประมาณ 10 – 15 นาที ปลดปล่อยสายตาไปไกล ๆ และหากิจกรรมอื่นทำ ที่สำคัญพยายามกะพริบตาบ่อย ๆ เพราะการกะพริบตาเท่ากับเป็นการบริหารดวงตา และทำความสะอาดตา

    ตาบวม
    มี 2 สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวม นั่นคือเพราะอดนอนติดกันหลายคืน และจากการที่ทาไนท์ครีมใกล้ดวงตามากเกินไป

    วิธีแก้ปัญหานี้คือ
    นอนราบลงหลับตา แล้วนำผ้าขนหนูจุ่มน้ำชาอุ่น ๆ วางประคบดวงตาทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 10 – 15 นาที
    ถ้ามีอาการบวม เพราะอดนอนหลายคืน ให้ใช้แตงกวาฝานเป็นแว่น นำมาวางไว้ที่ตาประมาณ ให้ใช้ทำวันละหลายๆ ครั้ง ผิวรอบดวงตาจะชุ่มชื่น และลดอาการบวมลงได้
    ใช้น้ำแข็งห่อผ้าวางบนเปลือกตาประมาณ 10 นาที จะช่วยให้ขอบตาหายร้อนผ่าว และชุ่มชื้น หายคล้ำขึ้น

    ทำความสะอาดดวงตา
    เมื่อแต่งดวงตาแล้วก็ต้องหมั่นชำระล้างเครื่องสำอางออกให้หมดจดทุกครั้ง และเมื่อใช้มาสคาร่า ควรเช็ดออกด้วยปิโตรเลียมเจล เพราะนอกจากจะชำระได้สะอาดแล้ว ยังเป็นการบำรุงขนตาไปในตัวด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทาเพื่อป้องกันการหักงอของขนตาทุกครั้งที่มีการดัดขนตาอีกด้วย

    หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตา
    ถ้าคุณเกิดความระคายเคืองของดวงตา ซึ่งอาจมาจากฝุ่นผง ควรใช้วิธีล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตาโดยกลอกตาไปมาในน้ำ การใช้ยาหยอดตาไม่ควรซื้อหามาใช้เอง ในกรณีที่ดวงตาไม่ได้อักเสบ ติดเชื้อ แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ มีข้อระวังดังนี้

    ใช้ยาหยอดตาเฉพาะของคุณเอง อย่าไปหยิบยืมของใคร จำไว้ว่ายาหยอดตาต้องของใครของมัน ไม่เช่นนั้นคุณอาจติดเชื้อจากคนอื่นได้จากการใช้ยาร่วมกัน

    ยาหยอดตาที่เปิดขวดแล้วมีอายุไม่เกิน 1 เดือน เพราะอาจจะเกิดการปนเปื้อนได้

    ไม่ควรหยอดตาบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น เพราะนัยน์ตามีน้ำหล่อเลี้ยงธรรมชาติอยู่ การหยอดตาหรือล้างตาบ่อยๆ จะทำลายภูมิคุ้มกันของน้ำตาให้หมดไป ทำให้อาจเกิดความระคายเคืองยิ่งขึ้น

  • 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการจัดระเบียบเครื่องสำอาง

    4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการจัดระเบียบเครื่องสำอาง

    เหนื่อยจริงๆ กว่าจะค้นหาลิปสติกแท่งโปรดออกมาจากกระเป๋าใบโตได้ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ นอกจากจะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจกับตัวเองแล้ว ยังอาจสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้างได้ ถึงเวลาจัดการกับความรุงรัง ไม่เป็นระเบียบของกระเป๋าเครื่องสำอางกันได้แล้ว เรามีมีคำแนะนำดีๆ มาบอก

    สำรวจชิ้นเล็กชิ้นน้อย
    ก่อนอื่นให้คุณนำเครื่องสำอางที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาจากกระเป๋า แล้วจะพบว่า บางชิ้นคุณแทบจะไม่เคยใช้แต่งแต้มใบหน้ามาเป็นเวลานานโขแล้ว และบางชิ้นก็เก็บจนแทบจะจำไม่ได้

    สะสางให้สะอาดตา
    คราวนี้ลงมือสำรวจทีละชิ้นว่า ชิ้นไหนที่ซื้อมานานกว่า 2 ปีแล้ว ให้โยนลงตะกร้าไปเลย ไม่ต้องเสียดาย ในเมื่อคุณไม่เคยจะได้หยิบมันออกมาใช้เลย ส่วนที่ยังคิดว่าใช้ได้อยู่ให้จัดการทำความสะอาด โดยใช้สำลี หรือคัตตอนบัด ค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดหลอดบรรจุ หรือตามฝาขวดให้สะอาดน่าใช้

    เลือกใช้อย่างชาญฉลาด
    เชื่อว่าจะมีอีกหลายชิ้นที่คุณยังลังเล ไม่แน่ใจว่าจะทิ้งไปหรือเก็บไว้ใช้ดี เพราะยังไม่หมดอายุ แต่สีสันนี่สิ ฉูดฉาดบาดตาเสียเหลือเกิน แนะนำให้นำมาผสมกับสีที่อ่อนกว่า ก็ได้สีใหม่ในระดับสีกลางๆ ให้พยายามครีเอตสีใหม่ๆ ด้วยตัวคุณเอง เพราะนั่นคือความสนุกสนานประการหนึ่งในการใช้เครื่องสำอาง

    จัดใหม่หยิบใช้สะดวกสบาย
    คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการจัดเรียงเครื่องสำอางแต่ละชิ้นกระเป๋า ขึ้นอยู่กับเนื้อที่ในกระเป๋าเครื่องสำอางของคุณด้วย หากคุณซื้อกระเป๋าชนิดที่มีชั้น หรือช่องสำหรับใส่ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่แยกเป็นหมดหมู่ก็จะดีไม่น้อย หากเป็นใบเล็กๆที่สะดวกต่อการพกพา ก็ให้จัดเรียงตามลำดับการแต่งหน้าของคุณเอง

    ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณเติมแต่งใบหน้าได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นค่ะ

  • อยากสวยในลุคอ่อนเยาว์ แต่งหน้าใสๆ ใช้อะไรบ้าง

    อยากสวยในลุคอ่อนเยาว์ แต่งหน้าใสๆ ใช้อะไรบ้าง

    สายฝนพรำนอกหน้าต่าง ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้สาวๆ ยุคใหม่อย่างคุณจับเจ่าเศร้าซึมไปตามสภาพ ชวนคุณลุกขึ้นมาอวดโฉมสดใสในวันฟ้าฉ่ำฝนกับแมกอัพสีสันสนุกสนาน ช่วยให้เบิกบานใจตลอดฤดูกาลนี้

    Beauty Steps:หลังจากทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวแล้วให้ปรับผิวหน้าให้เนียนเรียบ ทว่างดงามและอ่อนโยน

    ด้วย Set it up Oil-free Foundation SPF 15 เบอร์ 6 ครีมรองพื้นเนื้อเนียนนุ่มที่เกลี่ยได้ง่ายแสนง่าย หลังจากนั้นให้ลบความมันเงาด้วยแป้งเนื้อเนียน Powder up Oil Free Matte Finish

    ระบายเปลือกตาให้สวยซึ้งมีชีวิตชีวาด้วย Shimmerdust Eyeshadows ในเฉดสี Dainty เบอร์ 14 และ Temperamental เบอร์ 30 จะช่วยปรับอารมณ์ของคุณให้สนุกสนานกึ่งเย้ายวนในแบบเซ็กซี่ปนหวาน และอย่าลืมเปิดดวงตาให้สุกสกาวด้วยมาสคาร่าที่จะช่วยให้ขนตาดูดำและงอนยาว อย่าง Big Deal Volumizing Lash color เฉดสีดำ

    เพิ่มวงหน้าและนวลแก้มให้สุกปรั่ง มีน้ำมีนวลยวนใจ ด้วยบลัชออนเนื้อเนียนนุ่ม Glow for It Cheek Color ในเฉดสี Passionate เบอร์ 13

    ขั้นตอนสุดท้ายอันสุดวิเศษคือ การเนรมิตเรียวปากให้สวยสดฉ่ำด้วย Fresh Talk Lip Color สี Show Tune เบอร์ 17 และอย่าลืมทาทับด้วยลิปกลอส Fast Talk Lip Shine จะช่วยเคลือบริมฝีปากของคุณให้แลดูแวววาวยิ่งขึ้น

    เพียงเท่านี้คุณก็สดใสได้ในแบบฉบับของตัวเองทุกฤดูกาล

  • 6 กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่วยบำบัดความเครียด

    6 กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่วยบำบัดความเครียด

    สมัยนี้เวลาเกิดอาการเครียดนิด กังวลหน่อย ใครๆ ต่างก็วิ่งหา อโรมาเธอราพี หรือวิธีบำบัดความเครียดด้วยกลิ่นต่างๆ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่สนใจเรื่องความสวยความงาม แล้วที่ได้สูดๆดมๆกันเข้าไป คุณรู้หรือเปล่าค่ะว่าทำไมถึงหายเครียด มั่นใจเหลือเกินว่าคงมีคนคนอยากรู้คำตอบ ดังนั้นมาหาเหตุผลกันเถอะค่ะ

    ว่ากันว่า กลิ่นมีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจคนเรามากทีเดียว และกลิ่นนี่เองก็เป็นที่มาของวิธีคลายเครียดแบบใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า อโรมาเธอราพี โดยวิธีการบำบัดจะใช้น้ำมันสกัดหอมระเหยจากพืชที่มีกลิ่นหอม ส่วนหลักการรักษาโดยรวมก็คล้ายๆ กับวิธีการฝังเข็ม นวดฝ่าเท้าและการใช้ยาสมุนไพร นั่นล่ะค่ะ

    อโรมาเธอราพี เป็นวิธีคลายเครียดที่มีผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยวิธีการบำบัดแบบนี้เชื่อว่า ร่างกายคนเรานอกจากส่วนที่เป็นสรีระ แล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่เรามองไม่เห็น ไม่สามารถสัมผัส และวิเคราะห์ได้ แต่ส่วนนี้กลับมีอิทธิพลต่อร่างกายไม่น้อยเลย นั่นคืออารมณ์และความรู้สึก ซึ่งคนจีนทั่วไปจะเรียกว่า “ชี่” โดยถือเป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพของคนเรา พลังงานที่ว่านี้สามารถถูกกระตุ้นได้จากสารที่มีอยู่ในพืช ดังนั้น วิธีบำบัดแบบอโรมาเธอราพี จึงเป็นวิธีการสกัดเอาส่วนที่เป็นประโยชน์ของพืชมาเพื่อใช้บำบัด และรักษาอาการเครียดของคนเรานั่นเองค่ะ

    ส่วนที่สกัดได้จากพืชจะอยู่ในรูปของน้ำมันหอมระเหย มีคุณสมบัติที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าของร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และกระปรี้กระเปร่าขึ้น เพียงคุณสูดดมกลิ่นของน้ำมันสกัดที่ว่านี้หรือถูเบาๆ บนผิวหนังสารที่ระเหยออกมาหรือซึมซับสู่ใต้ผิวจะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทช่วยให้สมองลดความตึงเครียดลง

    หรือคุณอาจใช้น้ำมันสกัดนี้ ผสมลงไปกับน้ำที่ใช้อาบ กลิ่นไอหอมๆ ของน้ำมันที่ระเหยขึ้นมาจะทำให้คุณสดชื่นขึ้นมากทีเดียว หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ไม่แค่นั้นนะ น้ำมันสกัดหอมๆ อย่างนี้ จะเอาไปใช้ผสมกับน้ำมันที่ใช้นวดตัวด้วยก็ยังได้ แถมผลที่ได้นอกจากจะทำให้น้ำมันสกัดนี้ซึมซาบลงสู่ผิวแล้ว ยังมีส่วนทำให้การนวดมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ

    มีอะไรในอโรมาเธอราพีบ้างล่ะ

    เบซิล – มีผลช่วยสร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิในการทำงานต่างๆ ในแต่ละวันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาคุณกลับบ้านมาเหนื่อยๆ เบซิลนี่ล่ะ จะช่วยให้ไล่ความอ่อนเพลียจากตัวคุณได้อย่างเหลือเชื่อและยิ่งผสมเข้ากับลาเวนเดอร์และเปปเปอร์มินท์ด้วยแล้วความเครียดของคุณคงต้อง say goodbye ไปได้เลย

    คาโมไมล์ โรมัน – ช่วยทำให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายมีผลโดยตรงต่อระบบประสาท โดยจะไปกระตุ้นให้ลดความตึงเครียดของสมอง บรรเทาอาการปวดศรีษะและอาการง่วงระหว่างวันช่วยลดอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนของผิวหนังที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้อีกด้วยซีดาร์วู้ด – เป็นน้ำมันสกัดชนิดที่รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณแล้วล่ะค่ะ ว่ามีคุณสมบัติช่วยป้องกันผิวเสีย และลดความมันของใบหน้าแถมยังใช้บรรเทาอาการไอ แก้หวัดได้อีกด้วยแต่ก็มีข้อควรระวังด้วยนะคะว่าซีดาร์วู้ดห้ามให้กับหญิงมีครรภ์เป็นอันขาด

    แคลรี่ ซาจ – มีผลช่วยให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะน้ำมันสกัดชนิดนี้มีส่วนผสมของสาร ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน คอยปรับสมดุลย์ให้แก่ร่างกาย หากคุณใช้แคลรี่ ซาจนวดบริเวณกล้ามเนื้อและหน้าท้องเป็นประจำ จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนในจุดต่างๆ ได้ค่ะ

    ลาเวนเดอร์ – รับประกันได้เลยค่ะว่า คุณต้องคุ้นเคยกับน้ำมันสกัดชนิดนี้อยู่แล้ว หรืออย่างน้อยๆ ก็คุ้นๆ หูกันมาบ้างล่ะ เพราะลาเวนเดอร์ เป็นน้ำมันสกัดที่ใช้กัน มากและแพร่หลายที่สุด เรียกได้ว่า ต้องมีไว้ประจำทุกบ้าน เพราะน้ำมันสกัดชนิดนี้ มีคุณสมบัติกว้างๆ ในการรักษาและบรรเทาอาการต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะช่วยลดความตึงเครียด ปรับสภาพสมดุลย์ให้กับ ร่างกายและจิตใจ คืนความสดชื่นให้กับสมอง ฝ่าเท้า และกล้ามเนื้อตามจุดต่างๆ ถ้าให้ดี เค้าว่าให้หยดลาเวนเดอร์ลง บนหมอนซักนิด จะช่วยให้คืนนั้นคุณหลับสบายฝันหวานตลอดคืนแน่ๆ

    โรสวู้ด – กลิ่นหอมของน้ำมันสกัดชนิดนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น และมั่นใจไปกับความหอมตลอดวัน หรือจะนำมาใช้ผสมกับน้ำมันขณะ นวดบริเวณกล้ามเนื้อ ยิ่งเวลาหลังออกกำลังกายด้วยแล้ว จะทำให้อาการเมื่อยบรรเทาลงได้เยอะทีเดียว นอกจากนี้ โรสวู้ดยังช่วยช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ด้วยนะคะ

    อีแลง อีแลง – ฟังดูชื่อก็แปลกๆ นะคะ แต่มีความหมายว่า ดอกไม้แห่งดอกไม้ทั้งมวล น้ำมันสกัดชนิดนี้ ช่วยลดอาการเครียดประจำวันของสาวๆอย่างเราได้ดีทีเดียวค่ะ

  • ฤทธิ์ของเหล้า ดื่มแค่ไหนถึงจะเป็นอันตราย

    ฤทธิ์ของเหล้า ดื่มแค่ไหนถึงจะเป็นอันตราย

    คอเมาทั้งหลายที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณ 45 ดีกรีขึ้นไป ดูสิว่าอาการเหล่านี้ปรากฏขึ้นกับร่างกายคุณหรือไม่

    ดื่ม 1 แก้ว / ชั่วโมง เกิดการผ่านคลาย ไม่มีอาการผิดปกติ

    ดื่ม 2 แก้ว / ชั่วโมง การยับยั้งชั่งใจ ประสิทธิภาพในการตัดสินใจต่ำลง แต่ก็ปลอดโปร่ง ไม่มีความกังวลใจใด ๆ

    ดื่ม 3 แก้ว / ชั่วโมง ระบบกล้ามเนื้อเริ่มผิดปกติ เสียความสมดุลของระบบการเคลื่อนไหว

    ดื่ม 5 แก้ว / ชั่วโมง การเคลื่อนไหวปวกเปียกคล้ายกับอ่อนแรง มีอาการซวนเซมากขึ้น

    ดื่ม 8 แก้ว / ชั่วโมง ขั้นแรกหมดสติ ต่อมาเริ่มไม่สามารถควบคุมระบบสมองและการหายใจ และอาจเสียชีวิตได้

    นอกจากนี้ฤทธิ์เดชของปริมาณแอลกอฮอล์ยังแตกต่างกันตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย เช่น คนอ้วน ท้วม น้ำหนักมาก ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังก๊งเหล้าจะน้อยกว่าคนผอม ยิ่งผอมหรือน้ำหนักน้อยเท่าใด ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดก็จะมากขึ้นด้วย

    แต่ถ้าไม่อยากให้แอลกอฮอล์ปั่นป่วนท้องได้ ควรเคลือบกระเพาะด้วยนมหรืออาหารหนัก และดื่มน้ำมาก ๆ ระหว่างดื่มเหล้า

    ภาพโดย Alexas_Fotos จาก Pixabay

  • เทคนิคแต่งหน้าใส โชว์ผิวสวย ย้อนวัยอ่อนเยาว์ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

    เทคนิคแต่งหน้าใส โชว์ผิวสวย ย้อนวัยอ่อนเยาว์ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

    ความอ่อนหว่าน ใส ซื่อ บริสุทธิ์ ประดุจดอกไม้แรกผลิบานของผู้หญิง คือมนต์ขลังอันมีอำนาจ สะกดสะกิดใจชายให้มาหลงในเสน่ห์ความ งามของเธอได้ทุกยุคทุกสมัย

    หากแต่วันคืนที่ผ่านไปพร้อมๆ กับความร่วงโรยของผิวพรรณ จึงกลายเป็นทุกข์ที่คอยเผาใจของคุณผู้หญิงให้หมองไหม้ใครบ้างจะยกมือยอมแพ้กันง่ายๆ …ไม่มี!

    นอกจากการชะลอความชราภาพของผิวหน้าด้วยสารบำรุงต่างๆ และสารอาหารอันมีคุณต่อผิวพรรณแล้ว การแต่งแต้มสีสันให้ใบหน้า มีส่วนช่วยอย่างมากให้คุณผู้หญิงดูสาวขึ้น สดใสขึ้นอย่างมหัศจรรย์

    ก่อนจะรู้ว่าแต่งหน้าอย่างไรให้ดูสวยใสไร้มลพิษมาดูกันว่ามีอุปกรณ์ผู้ช่วยอะไรบ้าง

    มอยเจอร์ไรเซอร์

    ชีคคัลเลอร์ (Cheek Colour) แบบน้ำ-ครีม-เจล

    แป้งฝุ่น (Loose Powder)

    แป้งอัดแข็ง (Compact Powder)

    แป้งแข็งผสมรองพื้น (Two-way Powder)

    ที่ดัดขนตา

    มาสคาร่าเจล – น้ำตาล – ดำ

    ลิปกลอส (Lip Gloss)

    กลเม็ดเคล็ดลับ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิวหน้า และเช็ดโทนเนอร์ให้เรียบร้อยเพื่อกระชับ
    รูขุมขนบนใบหน้า หากมีเวลาฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อปลุกผิวให้สดชื่นฟื้นจากความเหนื่อยล้าด้วยก็จะดี รอให้ผิวหน้าแห้งแล้วใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ แต่อย่าลืมนะว่าคุณมีผิวแบบไหนต้องเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวด้วย ทาครีมกันแดดทับลงไปอีกครั้งให้ทั่ว หรือจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเลยก็ได้

    ทีนี้มาถึงขั้นตอนเพิ่มความสาวให้ผิวหน้าด้วยการใช้ชีคคัลเลอร์ (Cheek Colour) ซึ่งมี 3 แบบ
    ทั้งแบบน้ำ สีจะคล้ายๆ น้ำยาอุทัย หรือพวกช่างแต่งหน้าเรียกว่าเลือดยุง ส่วนแบบเจลเนื้อจะแน่นขึ้นมานิดและแบบครีมที่เรียกว่า Cream Blush หรือ Stick Colour

    ในสมัยอยุธยาเรื่อยลงมาถึงรัตนโกสินทร์ผู้หญิงไทย จะเพิ่มสีสันพวงแก้มด้วยน้ำจากก้านธูปนำมา
    ไล้บริเวณพวงแก้มให้ดูมีเลือดฝาด ส่วนริมฝีปากใช้ขี้ผึ้งผสมกับน้ำก้านธูปมาแต้มให้ชุ่มชื้นดูน่าจุมพิต

    สำหรับผู้หญิงยุคนี้มีชีคคัลเลอร์มาเป็นผู้ช่วยให้ดูเป็นหญิงสาวที่มีสุขภาพผิวดีขึ้น สาวขึ้น คือ หากผิวหน้าคุณยังไม่มีปัญหามากนักหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนของครีมกันแดดแล้ว ใช้ชีคคัลเลอร์แบบใดก็ได้ตามถนัด ค่อยๆ แต้มลงบนพวงแก้มทั้งสองข้าง

    ทีนี้คงเริ่มสงสัยกันแล้วว่าไอ้พวงแก้มนี้มันอยู่ตรงไหน ไม่ยากเลยให้คุณยิ้มกับกระจกแล้วจะเห็น
    ตำแหน่งของพวงแก้มขึ้นชัดเจนแล้วค่อยๆ แต้มชีคคัลเลอร์ลงตรงจุดกึ่งกลางพวงแก้มทีละข้าง เกลี่ยให้กระจายหายไปด้านข้างของใบหน้าในลักษณะเฉียงขึ้นเล็กน้อย

    ตอนแรกๆ ยังไม่ชำนาญคุณอาจประมาณน้ำหนักของชีคคัลเลอร์ไม่ถูกว่าควรให้สีเข้มหรืออ่อนแค่ไหน นะนำว่าน้ำหนักของสีชีคคัลเลอร์นั้น ประมาณผิวของเด็กสาวเมื่อไปทะเลแล้วถูกเปลวแดดโลมเลียผิวที่เรียกว่า Sun kiss แต่อย่าเผลอหนักมือจนกลายเป็นแดดเผา Sunburn ไปเสียล่ะ

    อย่างที่บอกถ้าคุณมีผิวค่อนข้างดีอยู่แล้วเมื่อเสร็จขั้นตอนของชีคคัลเลอร์ ให้ลงแป้งฝุ่นหรือแป้งอัดแข็งได้เลย แต่ถ้าผิวคุณค่อนข้างมีริ้วรอยก่อนจะใช้ชีคคัลเลอร์ต้องใช้รองพื้นก่อนเพื่ออำพรางริ้วรอยต่างๆ ให้จางลง

    แล้วรองพื้นแบบไหนถึงจะใช้ได้ดีกับการแต่งหน้าแบบนี้? ขอแนะนำให้เลือกรองพื้นชนิดเหลว
    Liquid Foundation เพราะเนื้อของครีมรองพื้นจะมีความโป่รงแสง เมื่อใช้แล้วจะช่วยสร้างความใสให้กับใบหน้า วิธีการเลือกสีควรเลือกสีรองพื้นให้ใกล้เคียงกับสีผิวมากที่สุด และที่สำคัญต้องเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าด้วย เช่น ถ้าคุณผิวมันต้องเลือกแบบ Oil Free หากผิวแห้งต้องเลือกแบบที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์หรือมีสารบำรุง

    แต้มรองพื้นลงบนใบหน้าบริเวณแก้มสองข้าง หน้าผาก จมูก และคางใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเกลี่ยรองพื้นลากจากส่วนกลางของใบหน้าให้กลืนไปในไรผม หลังจากนั้นจึงถึงขั้นตอนการใช้ชีคคัลเลอร์ ทีนี้มีเคล็ดลับอีกว่าถ้าใช้ชีคคัลเลอร์แบบน้ำ ต้องแต้มลงทีละข้างพวงแก้ม เนื่องจากชีคคัลเลอร์แบบน้ำค่อนข้างแห้งไว แต่สามารถซึมลงไปบนผิวได้ดีมากกว่า และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

    ถ้าชีคคัลเลอร์แบบเจล เนื้อจะมีความแน่นขึ้นมาอีกนิด แต่ละมีความลื่นและช่วยให้เกลี่ยได้ง่าย ชีคคัลเลอร์แบบครีมซึ่งมีทั้งในรูปของแท่งคล้ายๆ แท่งลิปสติก ขนาดใหญ่ และในรูปของตลับ ซึ่งชีคคัลเลอร์แบบนี้ เนื้อครีมจะแน่นหนักแต่เกลี่ยได้กลมกลืนเข้ากับรองพื้นได้มากที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน

    สีผิวมีส่วนในการเลือกสีชีคคัลเลอร์ด้วยเช่นกัน หากคุณมีสีผิวค่อนข้างขาวควรเลือกสีชีคคัลเลอร์โทนสีแดง สีอมชมพู หรือสีชมพู หากคุณมีผิวสีเข้มควรเลือกชีคคัลเลอร์โทนสี ส้ม ส้มแดง ควรหลีกเลี่ยงสีโทนชมพูอ่อน เพราะจะทำให้หน้าดูหมองคล้ำ

    เมื่อลงชีคคัลเลอร์และแป้งฝุ่นเรียบร้อยแล้วให้มาสคาราเจลใส ไร้สีปัดขนคิ้วไห้เป็นระเบียบได้รูปจะช่วยให้ดูมีสุขภาพดีขึ้น ตามด้วยการดัดขนตาด้วยที่ดัดขนตา วิธีการดัดเริ่มจากโคนขนตา กลางขนตาและปลายขนตา แล้วใช้มาสคาร่าเจลปัดทับ หรือใช้มาสคาราสีน้ำตาลหรือดำปัดทับก็ได้

    สุดท้ายด้วยขั้นตอนการสร้างสีสันให้กับริมฝีปาก ด้วยลิปกลอสแล้วลงลิปสติกสีอ่อนทับอีกครั้ง หรือใช้ลิปกลอสที่มีสีในตัวเลยก็ได้ ทีนี้เมื่อคุณเห็นตัวเองในกระจก อาจตกตะลึงตัวเองกลายเป็นเด็กสาวใสซื่อคนใหม่ไปซะแล้ว

  • อยากผิวขาว ลบรอยดำต่างๆ ต้องทำไง

    อยากผิวขาว ลบรอยดำต่างๆ ต้องทำไง

    “ผู้หญิงสเปกของผมต้อง ขาว สวย หมวย อึ๋ม ครับ”
    “เธอขาวใสบาดตาบาดใจซะเหลือเกิน”
    “ชอบผู้หญิงขาว ๆ ผมยาว ๆ ตาโต ๆ”

    ฟังดูแล้วก็แปลกใจ สเปกอะไรกัน ขาว ๆ กลม ๆ อวบ ๆ ผู้หญิงหรือถั่วงอกกันแน่ ผู้หญิงสวยจะต้องขาว หมวย อึ๋ม เท่านั้นหรืออย่างไร

    ผู้ชายไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าผู้หญิงผิวสวยคือผู้หญิงผิวขาว จะให้ขาวเป็นหยวกกล้วย ขาวเป็นสำลี หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ขาวไว้ก่อนเป็นใช้ได้ ผิดกับฝรั่งต่างชาติที่นิยมผิวสีแทน แห่กันมานอนอาบแดดริมชายหาดแถวบ้านเรากันมากมาย ขณะที่คนไทยเดินหลบแดด ใส่เสื้อแขนยามิดชิด ใส่หมวก แถมยังกางร่มอีก 3 ชั้น ให้มันได้อย่างนี้สิ

    ในความเป็นจริง ผิวสวยคือผิวที่มีสีเดียว จะขาวก็ขาวไปเลย จะเหลืองก็เหลืองทั้งหมด หรือถ้าจะดำก็ดำตลอด ไม่ใช่กระดำกระด่าง ขาว ๆ เหลือง ๆ

    การที่มีผิว 2 สี หรือ 3 สี เกิดขึ้นในคนเดียว ถือเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง เช่น อยู่ดี ๆ สีผิวก็เปลี่ยนเป็นสีขาว เกิดจากการที่เซลล์สร้างสีบริเวณนั้นหยุดการทำงาน พูดง่าย ๆ คือหยุดการสร้างสี ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นขาวขึ้นมา ถือว่าเป็นโรคอย่างหนึ่ง เรียกว่า “โรคด่างขาว”

    แต่ในทางกลับกัน หากสีผิวเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ก็หมายความว่าเซลล์สร้างสีบริเวณนั้นเกิดการสร้างสีมากเกินไป ที่พบได้ง่าย ๆ ก็คือ การตกกระหรือฝ้า ที่บรรดาสาว ๆ ทั้งหลายพากันกลัวนักหนานั่นเอง

    ถ้าเป็นเรื่องกระหรือฝ้าละก็ มีทางรักษาให้หายได้ 2 วิธีคือ

    ทายา

    เป็นยาประเภทไฮโดรควิโนน บางครั้งใช้ผสมกับกลุ่มยาสเตียรอยด์ที่มีความเข้มข้นต่ำ หรือผสมกับตัวยากลุ่มกรดวิตามินเอ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้หน้าแดง เส้นเลือดฝอยขยายตัว และมักจะกลับมาหน้าดำอีก หากหยุดทายา อีกประเภทหนึ่งคือ กรดอะเซเลอิค ยาประเภทนี้อาจให้ผลไม่ทันใจเท่าประเภทแรก แต่ข้อดีคือมีผลข้างเคียงน้อยกว่า และเมื่อหยุดใช้ยาก็จะไม่ทำให้หน้าดำ ในระยะแรกของการใช้ยาอาจมีอาการแสบร้อนและคันบ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

    การใช้แสงเลเซอร์

    ใช้รักษากระจุดดำ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ได้ผลดี แต่วิธีนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

    ผิวดำคล้ำอีกบริเวณหนึ่งที่พบได้บ่อยในบรรดาสาว ๆ และมักทำให้เธอทั้งหลายเกิดอาการวิตกทุกข์ร้อนได้ไม่น้อย คือ บริเวณขาหนีบและรักแร้ ลำพังเฉพาะบริเวณขาหนีบก็คงไม่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีใครมาเห็นง่าย ๆ แต่สำหรับบริเวณรักแร้นั้นบางครั้งก็เล่นเอาเสียความมั่นใจไปเยอะเหมือนกัน แทบหมดโอกาสเป็นสาวสายเดี่ยวไปเลย ยกแขนแต่ละทีก็ต้องมองซ้ายขวา ยิ่งถ้าอยู่ในที่สาธารณะอย่างบนรถเมล์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ให้หกล้มหน้าคะมำยังจะดีเสียกว่าให้ยกมือโหนราว!

    การที่รักแร้หรือขาหนีบดำ มีสาเหตุจากผิวหนังเกิดการเสียดสีกันเป็นเวลานานๆ อาจจะเป็นผิวหนังเสียดสีกันเอง หรือผิวหนังเสียดสีกับสิ่งอื่น ๆ เช่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ วิธีป้องกันและรักษาเบื้องต้นคือ ให้หลีกเลี่ยงการเสียดสีต่าง ๆ แล้วทาขึ้ผึ้งวิทฟิลด์ขององค์การเภสัชกรรม ก็จะทำให้อาการดังกล่าวบรรเทาลงได้

    แต่ถ้าอาการดำคล้ำมาปรากฏบนใบหน้า คงเป็นปัญหาใหญ่ละทีนี้ เพราะใบหน้าเป็นส่วนที่คนเราพิถีพิถันและเอาใจใส่มากที่สุด ก่อนออกจากบ้านแต่ละครั้งต้องส่องกระจกดูแล้วดูอีก เมื่อเห็นว่าตนสวยเฉิดเลิศเก๋เป็นที่พออกพอใจแล้ว ก็ก้าวออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจ

    แต่หากพบรอยคล้ำดำบริเวณมุมปากทั้งสองข้างล่ะ จะทำอย่างไร
    ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มุมปากทั้งสองข้างมีสีดำคล้ำ วัน ๆ แทบไม่อยากยิ้มกับใคร กรณีนี้อาจมีสาเหตุมาจากการอักเสบบริเวณนั้นนาน ๆ เช่น โรคปากนกระจอก หรือเกิดจากแพ้สิ่งต่าง ๆ เช่น ยาสีฟัน แล้วทำให้เกิดอาการคัน จนคุณต้องแกะเกาหรือถูบริเวณดังกล่าว นาน ๆ เข้าผิวบริเวณนั้นจะหนาขึ้น สีผิวก็จะดำขึ้นด้วย

    ยาที่มีคุณสมบัติลบรอยดำมีหลายชนิด ได้แก่ ยาประเภทฮอร์โมน และขี้ผึ้งวิทฟิลด์ หรือไม่แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยระบบ “ไอออนโตโฟเรซิส” เป็นวิธีสื่อนำตัวยาให้ซึมเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งเห็นผลเร็วกว่าการทายาแบบธรรมดา แต่อย่างไรก็ควรศึกษาและปรึกษาหมอก่อนตัดสินใจใช้วิธีนี้

    อย่าลืมว่าความสวยของผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่สีผิวเท่านั้น ขาวแต่ขี้ริ้วขี้เหร่และนิสัยไม่ดีก็มีออกถมไป ส่วนสวยแบบดำ (ใจไม่ดำ) ก็มีเยอะแยะเช่นกัน อย่างที่เรียกว่าสวยแบบคมขำนั่นไง แต่ถ้าคิดจะขาว ก็ขอให้ขาวทั่วตัว ไม่ขาวแบบม้าลาย และถ้าชอบผิวดำก็ควรดำเนียน ดำสะอาดไม่กระดำกระด่างหรือเป็นโรคผิวหนัง

    จะให้ดีต้องดำแบบ “ดำแต่นอกในแผ้ว ผ่องเนื้อนพคุณ” นะเจ้าคะ

    ภาพโดย S. Hermann & F. Richter จาก Pixabay

  • รูขุมขนกว้าง หน้าไม่เรียบเนียน ใช้อะไรดี

    รูขุมขนกว้าง หน้าไม่เรียบเนียน ใช้อะไรดี

    ความเชื่อ : รูขุมขนกว้าง เกิดขึ้นเฉพาะในวัยรุ่นที่มีผิวมันเท่านั้น

    ความจริง : แพทย์ผิวหนังของคลีนิกข์ให้ความกระจ่างว่า รูขุมขนกว้าง สังเกตเห็นได้ชัด สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว และทุกวัย ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ
    1.น้ำมันส่วนเกินที่ผลิตขึ้นมามากเกินความจำเป็น
    2.สิ่งสกปรกและเซลล์ผิวอุดตัน
    3.โครงสร้างของคอลลาเจนที่ผนังของรูขุมขนเสื่อมสภาพ เนื่องจากวัยที่ล่วงเลย

    ทางแก้ปัญหา : ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ความมันส่วนเกิน อายุ หรือสภาพแวดล้อม ปัญหาของผิวที่มีรูขุมขนกว้างก็ไม่ควรถูกละเลย ในระยะแรก ผิวหน้าจะเริ่มผิดปกติ โดยสังเกตจากสีของแป้งและครีมรองพื้นจะไม่ติดทนนาน และดูไม่เรียบเนียน ยิ่งไปกว่านั้น หากผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามาก ทำให้หน้ามันเงาระหว่างวัน จะยิ่งเน้นให้เห็นรูขุมขนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ผลิตภัณฑ์ชุด Pore Minimizer ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างขึ้น ทั้งยังช่วยพรางให้ผิวสวยดูเรียบเนียน และควบคุมความมันให้แก่ผิวอย่างต่อเนื่อง

    Pore Minimizer Refining Lotion : ผิวดูเนียน รูขุมขนเล็กลง
    โลชั่นเนื้อบางเบา ช่วยลด กระชับขนาดรูขุมขน ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเนียนเรียบ ด้วยส่วนผสมสำคัญ……

    ป้องกันการอุดตันของผิวด้วยน้ำตาลอะมิโน Acetyl Glucosamine ช่วยให้รูขุมขนสะอาด ให้ผิวรู้สึกเย็น สดชื่น และแลดูกระชับ

    ผิวหน้าดูเนียนขึ้นด้วย Optical materials (Mica & Titanium Dioxide) เทคโนโลยีคล้าย กระจก ช่วยพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง

    Pore Minimizer Instant Perfector : ปกปิดรูขุมขนในทันที ไร้ริ้วรอย
    เจลเนื้อเบา ช่วยปกปิดรูขุมขนได้ทันที และควบคุมความมันในเวลาเดียวกัน ทำให้ผิวหน้าเนียนสวย แลดูไร้ริ้วรอย ด้วยส่วนผสมสำคัญ……

    Specialized cross-linked silicone polymers จะช่วยเคลือบผิวไว้ด้วยฟิล์มบางๆ ปกปิดรูขุมขน เนียนสนิท ทำให้ใบหน้าสวย และไม่เป็นมันวาวได้นานหลายชั่วโมง

    Pore Minimizer T-Zone Shine Control : ผิวเนียนเรียบ ไร้ความมัน

    เจลควบคุมความมันเนื้อเบา ช่วยพลางรูขุมขนที่กว้าง และให้ผิวดูเนียนเรียบในทันที ด้วยคุณสมบัติ ของเนื้อเจลที่เปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งในทันทีเมื่อสัมผัสผิว

    Silica Microspheres สามารถดูดซับความมันอย่างได้ผล ควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินของผิว ทำให้ผิวไร้ความมันตลอดวัน

    Micronized Polyethylene Beads มีคุณสมบัติ “soft-focus” ช่วยพรางขนาดของรูขุมขนให้ดูเล็กลง

    Biopol polymer เทคโนโลยีใหม่ ทำหน้าที่เป็นสารขจัดความมันออกจากผิว และช่วยคงความสะอาด

    ผิวดูสดใสอย่างต่อเนื่องด้วย Salicylic Acid ช่วยกระบวนการผลัดเซลล์ผิว

     

  • กระ Beauty Spot ที่ไม่มีใครต้องการ

    กระ Beauty Spot ที่ไม่มีใครต้องการ

    ‘กระ’ ที่คนเอเชียวิตกกันนักหนาว่าทำให้ใบหน้าไม่นวลเนียน สวยใสอย่างที่ใจต้องการ ในขณะที่คนยุโรปกลับมองว่ากระเป็นสิ่งสวยงาม หญิงสาวที่มีกระคือผู้มีสุขภาพดี เพราะมีโอกาสได้เจอแดดเจอลม

    อันที่จริงก็ถูกทั้งสองอย่างค่ะ เหตุผลแรกก็คือ กระ มิใช่โรคร้าย ที่ทำร้ายร่างกายเรา เพียงแต่ทำให้เราสวยงามน้อยลงในความรู้สึกของเราเท่านั้นเอง ส่วนเหตุผลประการที่สองก็คือ สาเหตุของกระนั้นมักจะมาจากแสงแดด ทำให้เม็ดสีทำหน้าที่ผิดปกติ กลายเป็นปัญหาหนักใจของบรรดาคุณหมอที่ต้องรักษาคนไข้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ยิ่งถ้าหากผนวกปัญหา ‘ฝ้า’ เข้าไปด้วยแล้วละก็ ไม่ต้องพูดถึงเลยละคะ

    ครั้งนี้ก็เลยอยากจะมาทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้นถึงสาเหตุและวิธีการป้องกัน มิให้เกิด Beauty Spot ทั้งกระและฝ้า ซึ่งคนเอเชียเช่นเราไม่ต้องการ ตามตำราที่เขาบอกว่า ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ ยังไงละคะ

    เริ่มกันที่กระก่อนเลยก็แล้วกัน
    กระ คือ อาการที่ผิวหนังมีจุดดำเล็กๆ กระจายอยู่ แต่คำว่า ‘เล็ก’ ที่ว่านี้ก็มีหลายเล็ก ทั้งเล็กจิ๋ว เล็กหนึ่งมิลลิเมตร เล็กขนาดครึ่งเซนติเมตร และมีหลายรูปแบบ ทั้ง กระตื้น กระลึก และกระแดด สาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์เป็นหลัก ร่วมกับแสงแดด ยิ่งถ้าตอนเด็กออกแดดเยอะๆ พอเริ่มเข้าสู่วัยทำงานมักจะปรากฏชัดเจนมากขึ้น เหตุผลก็เพราะในช่วงวัยเด็กนั้นเรามีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้เร็วตลอดเวลา ทำให้เห็นกระไม่ชัดนัก แต่เมื่อเขาสู่วัยผู้ใหญ่ อายุ 28 ปีขึ้นไป ซึ่งการซ่อมแซมส่วนสึกหรอน้อยลง กระที่สะสมมานานจึงเผยตัว ยิ่งคนที่โดนแดดมาก ประกอบกับการทานฮอร์โมนบางชนิดซึ่งทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ก็ทำให้เกิดกระได้มากขึ้น

    รู้อย่างนี้แล้วคงพอจะเดาได้ว่าวิธีการป้องกันขั้นแรกคืออะไร
    ใช่ค่ะ นั่นก็คือต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด นอกจากเพื่อไม่ให้ของเก่าเห็นชัดแล้ว ยังเพื่อป้องกันไม่ให้ของใหม่เกิดขึ้น หากหลบไม่ได้ก็ใช้การทาครีมกันแดดเป็นดีที่สุด ซึ่งครีมกันแดดที่ใช้ก็ควรต้องมีค่า SPF 15 ขึ้นไป และต้องทาทั่วหน้า

    วิธีการทาที่อยากแนะนำก็คือ ตอนเช้าล้างหน้าเสร็จแล้วก็ให้ทาครีมกันแดดทั่วหน้า พอเสร็จแล้วสัก 5 นาทีให้ทาทับอีกรอบ เพราะบางทีรอบแรกเราอาจทาบางเกินไป บางพื้นที่อาจแหว่งได้ การทาทับอีกรอบจะได้โป๊ะในบริเวณที่แหว่ง ให้ครบทั้งหน้า ทาสองชั้นมักจะไม่พลาดแล้วละค่ะ หลังจากนั้น 15 นาทีถึงค่อยออกแดด ซึ่งคงพอดีสำหรับคนที่ยังต้องแต่งหน้า ทาแป้ง ทาคิ้ว

    สำหรับเครื่องสำอางนั้นมิได้ทำให้เกิดกระนะคะ เพียงแต่หากเราใช้ผิดชนิด อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เกิดรอยดำคล้ำบนผิวหนังมากผิดปกติ ซึ่งรอยดำเหล่านี้จะไม่มีหน้าตาเหมือนกระ คือมีรอยดำเป็นปื้น ตรงนี้เรียกว่าดำคล้ำจากแพ้เครื่องสำอาง แต่ไม่ได้ทำให้กระชัดขึ้น

    ในด้านการรักษา อย่างที่บอกไว้ตอนแรกแล้วว่าจะรักษาหรือไม่ก็ได้ แต่หากอยากจะให้ผิวหน้าเนียนใส ไร้รอยดำจริงๆ ก็มีอยู่หลายวิธีให้เลือก ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่ด้วยว่าคุณเป็นกระชนิดไหน

    ถ้าเป็นกระตื้น วิธีการรักษาง่ายมาก นั่นคือใช้วิธีทาครีมกันแดดให้ดีๆ หลบแดดให้ดี แล้วทาสารที่ทำให้หน้าขาว เป็นพวกไวเทนนิ่ง เช่น วิตามินซี ชะเอมเทศ หรือสารโคจิกแอซิด มัลเวอรี่เอ็กซแทร็กซ์ อาบูติน ฯ ซึ่งถ้าเป็นกระน้อยๆ ก็ช่วยให้หน้าขาว กระจางลงได้เหมือนกัน แต่ถ้าทาอย่างไรกระก็ไม่จางลงสักที อาจต้องไปพบหมอ ซึ่งหมอจะใช้สารเคมีบางชนิดแต้มไปที่กระ ทำให้ผิวไหม้ เกิดสะเก็ด และถ้าสะเก็ดหลุดแล้วกระก็จะจางลง แต่สำหรับบางคนที่ใจร้อน หรือใช้กรดแต้มแล้วยังมีรอยจางที่ไม่พอใจ ซึ่งอาจจะเกิดจากกระตื้นนั้นหนาไปหน่อย ก็อาจแต้มกรดต่อไปทุกๆ 2 อาทิตย์ จนกว่ากระจะหายเกลี้ยง

    หรือถ้าหากอยากจะสวยแบบรวดเร็ว ก็ต้องใช้เลเซอร์ยิงให้หายไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะรักษาด้วยการแต้มกรดก็ดี เลเซอร์ก็ดี หลังจากนั้นยังต้องทาครีมกันแดดเยอะๆ หลบแดดดีๆ เพราะถ้าไม่หลบแดด เมื่อผิวส่วนบนถูกลอกออกไป ผิวจะไวต่อแสง จึงอาจเกิดอาการดำคล้ำตรงจุดที่กระหลุดออกไปก็ได้ และในขณะรักษาคุณหมอส่วนใหญ่จะให้ทาและรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระด้วย เช่น วิตามินซี วิตามินอี แล้วยังต้องทานผักสด ผลไม้เยอะๆ ผักใบเขียว เพื่อป้องกันไม่ให้กระใหม่เกิดขึ้นเร็วนัก

    ส่วนกระลึก การป้องกันก็เช่นเดียวกับกระตื้นค่ะ แต่วิธีการรักษามีทางเดียว คือ ต้องใช้เลเซอร์ จะแต้มกรดอย่างไรคงไม่หายเพราะลึกมาก ในบางคนการยิงเลเซอร์ครั้งเดียวก็ไม่หาย ต้องเลเซอร์ 3-6 ครั้ง เพราะหลังจากยิงเลเซอร์ครั้งแรกเสร็จแล้วจะมีรอยดำไหม้ ตกสะเก็ดไปแล้วคนมักจะดีใจว่าหายแล้ว แต่ที่จริงไม่ใช่ ยังมีกระในชั้นที่ลึกอยู่ แต่ที่หมอไม่ยิงให้หายไปในทีเดียวเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดแผลเป็นได้ ต้องยิงเพื่อเคาะมันออกทีละชั้น เหมือนหินหนา ต้องเอาฆ้อนตีๆ ทุบๆ จนกระทั่งเศษหินข้างบนเริ่มแตกหายไปและเตี้ยลง แล้วก็ยิงใหม่เพื่อให้หินค่อยๆ แตกลงทีละชั้นจนหมด

    เพราะฉะนั้น เลเซอร์แล้วถึงจะเห็นผิวสีชมพู แต่ถ้ามองข้างในดีๆ จะเห็นรอยดำๆ ซ่อนอยู่ สำหรับผิวคนเอเชีย รักษากระเสร็จแล้วจะสวยอยู่ไม่เกิน 2 อาทิตย์ ก็จะกลับมาดำใหม่ ดำครั้งนี้คือ ดำหลังภาวะการอักเสบ อย่าตกใจนะคะ เพราะแม้มีสภาวะดำหลังการอักเสบเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้ผิวเราดำถาวร มันจะหายไปภายใน 3-6 เดือน นอกจากนั้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังสามารถรักษาโดยใช้เครื่องมือบางชนิดช่วย หรือการทา AHA หรือ Whitening ทั้งหลายให้ผิวขาวใสได้เร็วขึ้น

    สุดท้ายก็คือ กระแดด มักจะเห็นในคนสูงอายุ ลักษณะเป็นวงดำๆ ทั่วหน้า กระชนิดนี้จะต้องใช้เลเซอร์รักษาเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่เกิน 2 ครั้งก็จะหายเกลี้ยงทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์

    อยากให้นึกไว้เสมอว่า การขัดตัวธรรมดาไม่ทำให้กระหลุดออกหรอกนะคะ นอกจากเราทำให้ผิวหนังตรงนั้นลอกออกไป ซึ่งก็คือทำให้เม็ดสีหลุดออกด้วย การเลเซอร์จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับรักษากระ แต่เราก็ต้องรอดูตอนหลังอีกว่าผิวมีรอยดำหลังอาการอักเสบขึ้นมาหรือเปล่า ครั้งหน้าเราค่อยมาพูดถึง ‘ฝ้า’ กันนะคะ

  • เคล็ดลับของการเป็นเจ้าสาวสมบูรณ์แบบ

    เคล็ดลับของการเป็นเจ้าสาวสมบูรณ์แบบ

    เดือนแห่งโรแมนติกแบบนี้ ใคร ๆ ก็แจกการ์ดสีชมพูกันให้ว่อน สมกับที่เขาเรียกว่าหนาวเนื้อห่มเนื้อจริง ๆ ไหน ๆ ก็ถึงหน้าที่ผู้คนนิยมแต่งงานกันแล้ว เราก็มีเคล็ดลับมาฝากสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะแต่งงานเป็นคู่หวานคู่ต่อไปกัน เพราะเราเชื่อว่าการแต่งงานที่ถูกใจทั้งบ่าวสาวและญาติมิตรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดูสิ

    ถ้ายังนึกไม่ออกว่าชุดวิวาห์แบบไหนคือชุดที่โดนใจคุณที่สุด ให้ลองดูนิตยสารหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการแต่งงานให้มากที่สุด (ให้สมเป็นเจ้าสาวยุคไซเบอร์) เมื่อได้แบบที่ถูกใจ ให้รีบตรงไปหาช่างตัดเสื้อที่คุณไว้ใจ

    อย่าเพิ่งเปลี่ยนอะไรแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เช่น อย่าเพิ่งเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมที่ใช้ประจำ จำไว้ว่า กลิ่นหอมที่คุณได้จากเพื่อนซี้นั้นอาจไม่หอมเท่าเมื่อมาอยู่บนตัวคุณ เพราะแต่ละคนก็มีเคมีทางร่างกายที่ต่างกัน และที่สำคัญ ว่าที่สามีของคุณอาจชอบกลิ่นเดิมที่คุณใส่มานานจนเขาคุ้นเคย และอาจพาลเกลียดกลิ่นใหม่ไปเลยก็ได้

    ไว้เล็บยาวแต่พองาม ไม่ยาวเกินไปจนแทบจะหัก ซึ่งอาจทำให้คุณต้องคอยกังวลกับเล็บมากเกินไป

    ลองนัดช่างเพื่อทำผมและแต่งหน้าพร้อม ๆ กัน เพื่อดูให้แน่ใจว่าทรงผมและสีหน้านั้นเข้ากันอย่างไม่มีที่ติจริง ๆ

    สุดท้าย ตักตวงความสุขในวันสำคัญนี้ให้มากที่สุด งานแต่งงานที่ดีที่สุด คืองานที่ทำให้คุณผ่อนคลาย และยิ้มแย้มได้มากที่สุด โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำอะไรผิดหรือขาดไป !

    ภาพโดย Vu Toan จาก Pixabay