Author: admin

  • ข้าวเกรียบปากหม้อโบราณ สูตรไส้ไก่ ไส้หมู

    ข้าวเกรียบปากหม้อโบราณ สูตรไส้ไก่ ไส้หมู

    ข้าวเกรียบปากหม้อ

    เครื่องปรุงตัวแป้ง
    แป้งข้าวเจ้า (ชนิดผง) 1 ถ้วยตวง
    แป้งมันอย่างดี 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำปูนใส 1/4 ถ้วยตวง
    กะทิข้น ๆ 1 ถ้วยตวง
    เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วพักไว้

    เครื่องปรุงไส้ไก่
    กุ้งปอกแล้ว 1 ถ้วยตวง
    มะพร้าวทึนทึกขูด 1/4 ถ้วยตวง สับรวมกัน
    พริกไทยป่น 3/4 ช้อนชา
    เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
    น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
    น้ำมันสําหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
    ใบมะกรูด นั่นฝอย 1/2 ช้อนชา
    เครื่องทั้งหมดนี้ผัดรวมกันพอสุก

    เครื่องปรุงไส้หมู
    เนื้อหมูหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 1 ถ้วยตวง
    หัวหอมซอยบางๆ 1/4 ถ้วยตวง
    กระเทียมทุนสับละเอียด 1 ช้อนชา
    พริกไทยป่น 3/4 ช้อนชา
    น้ำตาลทราย 1 3/4 ช้อนชา
    น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
    ใบผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
    รากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลก ละเอียด 2 ช้อนชา
    น้ำมันสําหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
    ผัดเครื่องที่โขลกไว้กับน้ำมันจนหอม จึงใส่เครื่องอื่นๆ ลงผัด พอสุก ชิมรสหวานและเค็มตามชอบ

    วิธีทํา
    1. ใช้หม้อดินขนาดกลาง ๆ ใส่น้ำประมาณ 3/4 หม้อ ขึงปากหม้อด้วยผ้าขาวบางเนื้อละเอียดให้ตึง เว้นที่ไว้ให้ไอน้ำขึ้น สะดวกด้วย ตั้งไฟให้น้ำเดือด
    2. ใช้ช้อนตักแป้งละเลงบนผ้าให้เป็นแผ่นกลมบางๆ ปิดฝา สักครู่ให้แป้งสุก
    3. ตักไส้ใส่ตรงกลาง ใช้ไม้ปากเป็ดชุบน้ำแซะแผ่นแป้งห่อไส้ เป็นรูปตามต้องการตักขนมขึ้น
    4. ข้าวเกรียบปากหม้อไส้หมู พรมด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ไส้กุ้งพรมด้วยหัวกะทิตั้งไฟพอข้น

    ถ้าต้องการจะทําข้าวเกรียบอ่อนเวลานวดแป้งผสมน้ำตาลปีก 1 ช้อนโต๊ะด้วยเครื่องปรุงไส้ ใช้ถั่วเขียวนึ่งสุก 1/2 ถ้วยตวง มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1/4 ถ้วยตวง เกลือป่น 1/8-1/4 ช้อนชา เคล้าให้เข้ากัน
    ละเลงแป้งเช่นเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อ แต่โรยน้ำตาล ผสมงา (น้ำตาลทรายละเอียด 1/2 ถ้วยตวง งาขาวคั่ว บุบพอแตก 1/2 ถ้วยตวง) ลงในไส้ก่อนห่อขนม และพรมขนมด้วยหัวกะทิ เช่นเดียวกับข้าวเกรียบปากหม้อไส้กุ้ง

     

  • ผัดไทยแปลงโฉม สูตรผัดไทยไข่ห่อ

    ผัดไทยแปลงโฉม สูตรผัดไทยไข่ห่อ

    สูตรผัดไทยไข่ห่อ วิธีทำแบบโบราณ

    เครื่องปรุง
    เส้นก๋วยเตี๋ยวจันท์ 50 กรัม
    กุ้งแชบ๊วย 1๐ ตัว
    หอมหัวแดงขนาดใหญ่ 1 หัว
    เต้าหู้เหลืองชนิดแข็ง 1 ช้อนโต๊ะ
    หัวไชโป๊ 1 ช้อนชา
    น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำส้มมะขาม 2-3 ช้อนโต๊ะ
    ไข่ไก่หรือไข่เป็ด 3 ฟอง
    ใบกุยช่ายหั่นยาว 1 1/2 นิ้ว 2 ช้อนโต๊ะ
    ถั่วงอก 2 ช้อนโต๊ะ
    ผักสดมีกุยช่าย ถั่วงอก ใบบัวบก หัวปลี
    มะนาว พริกป่น ถั่วลิสงป่น
    น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันสำหรับกรอกไข่เล็กน้อย

    วิธีทำ
    1. นำเส้นก๋วยเตี๋ยวมาแช่ให้นุ่ม แล้วเทใส่กระชอน ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
    2. ล้างกุ้ง ปอกเปลือก ผ่าหลัง ชักไส้ออก
    3. หอมแดงปอกเปลือกซอยบาง ๆ
    4. เต้าหู้เหลืองหั่นเป็นสี่เหลี่ยม
    5. หัวไชโป๊ล้างเพื่อลดความเค็มเสร็จแล้ว สับให้ละเอียด
    6. กุยช่ายตัดส่วนจากโคนถึงใบยาว 4 นิ้ว สำหรับรับประทานกับผัดไทย ส่วนใบที่เหลือหั่นยาว 1 1/2 นิ้ว ใช้เพียง 2 ช้อนโต๊ะ ที่เหลือเก็บไว้ผัดได้อีก
    7. ถั่วงอกเด็ดหาง
    8. หัวปลีลอกกาบนอก ใช้เฉพาะอ่อน ๆ ผ่าตามยาวเป็นชิ้น ๆประมาณ 6 ชิ้น นำมาแช่น้ำผสมกับมะนาวเพื่อมิให้ดำ
    9. ใบบัวบกเด็ดเป็นใบ ๆ ติดก้านเล็กน้อย
    10. มะนาวผ่า 4 ชิ้น แกะเมล็ดออก
    11. เคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำส้ม น้ำมะขามเปียก จนเหนียวพักไว้
    12. ตั้งกระทะใส่น้ำมันบนไฟกลางพอน้ำมันร้อน เจียวหอมแดงให้เหลือง
    13. ใส่เต้าหู้เหลือง หัวไชโป๊ลงผัดเร่งไฟแรง ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดให้เข้ากัน
    14. ใส่เครื่องปรุงที่พักไว้ใส่กุ้ง ไข่ 1 ฟอง (ถ้าชอบไข่มากเพิ่มได้อีก ๑ ฟอง)
    15. ใส่ใบกุยช่าย ถั่วงอก ผัดให้เข้ากันชิมดูรสตามชอบ รสของผัดไทยจะมี 3 รส คือ หวาน เค็ม เปรี้ยว จะชอบรสอะไรก็เติมตามชอบ
    16. ล้างกระทะให้สะอาด ตั้งไฟอ่อน ๆ ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะ
    17. ต่อยไข่ 1 ใบ ตีให้แตกกรอกไข่ใส่ในกระทะเป็นแผ่นบาง ๆ พอไข่เริ่มสุกใส่น้ำมันรอบ ๆ ขอบไข่เพื่อให้ร่อนจากกระทะ
    18. พอไข่สุก นำผัดไทยที่ผัดไว้ใส่ตรงกลางแผ่นไข่ พับขอบไข่เข้ามาตรงกลางให้ปิดผัดไทย
    19. ตักใส่จาน รับประทานกับผักสด มีกุยช่าย ถั่วงอก ใบบัวบก หัวปลี มะนาว พริกป่น ถั่วลิสงป่น

  • สูตรขนมถั่วแปปโบราณ แป้งนุ่ม

    สูตรขนมถั่วแปปโบราณ แป้งนุ่ม

    ขนมถั่วแปบ

    เครื่องปรุงไส้
    ถั่วทอง มะพร้าว น้ำตาล เกลือ

    วิธีทํา
    ถั่วทองคั่วจนหอม เราะเปลือกออกแล้วต้มให้เปื่อย (หรือ จะซื้อถั่วทองต้มแล้วจากตลาด แล้วนํามาต้มให้เปื่อยอีกทีก็ได้) ในน้ำทิ้ง ดงให้แห้งแบบดงข้าว ตวงถั่วต้มนี้ 1 ถ้วยตวง ผสมกับ มะพร้าวขูด 12 ถ้วย น้ำตาล เกลือ ชิมดูให้รสเค็มหวานตามชอบ

    แป้ง
    ข้าวเหนียวดําแช่น้ำโม่ให้ละเอียด ใส่ถุงผ้าทับด้วยของ หนัก ๆ ให้แห้งน้ำพอปั้นได้ไม่ติดมือ ปั้นแป้งนี้เป็นเม็ดกลม ๆ (ขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่จะต้องการให้ขนมมีขนาดเท่าใด) แล้วกดลง ให้แบนเพื่อจะได้สุกเร็วขึ้นเวลาต้ม

    ต้มน้ำให้เดือดแล้วนําแป้งที่ปั้นแล้วลงต้มพอสุกแป้งจะลอยขึ้น ตักจากน้ำร้อนแล้วมาแช่น้ำเย็นอีกครั้งหนึ่ง แล้งซ้อนขึ้นให้สะเด็ดน้ำ นําเม็ดแป้งที่ต้มสุกแล้วนี้มาคลุกกับมะพร้าวขาวที่ขุดไว้แล้ว

    อนึ่ง ถ้าไม่สะดวกในการโม่ข้าวเหนียว จะซื้อแป้งข้าวเหนียวดําจากร้านชูถิ่นก็ได้

    วิธีปั้น
    บี้แป้งที่ต้มแล้วคลุกมะพร้าวที่กล่าวไว้ตอนต้นจนบางกลม ตักไส้ถั่วที่ผสมไว้ใส่ตรงกลางแป้ง พับแป้งปิดให้สนิท อย่าให้ไส้ หลุดออกมา คลุกมะพร้าวอีกครั้งหนึ่ง เวลารับประทานจิ้มงาผสม น้ำตาล

    งาสําหรับจิ้ม
    งาขาวล้างน้ำให้หมดทราย คั่วในกะทะให้เหลืองหอม ยกลงจากกะทะแล้วบดให้ละเอียดพร้อมกับน้ำตาลทรายไม่ต้องใส่เกลืออีก เพราะไส้ขนมมีรสเค็มหวานแล้ว

     

  • ข้าวต้มผัดใส่กล้วย สูตรการทำแบบโบราณ

    ข้าวต้มผัดใส่กล้วย สูตรการทำแบบโบราณ

    ข้าวต้มผัด

    ข้าวต้มผัด หรือ ข้าวต้มมัด ก็เป็นขนมไทยโบราณ ที่ แต่ถ้าใครอยากลองทำอมาลองทำกันดูดีกว่าค่ะ

    เครื่องปรุง
    ข้าวเหนียวขาว 1 ก.ก.
    กล้วยน้ำว้าสุก 25 ลูก
    มะพร้าว ขูดขาว 1 ก.ก.
    น้ำตาลทราย 1 ก.ก.
    เกลือป่น ถั่วดํา 2 ขีด

    วิธีทํา
    ข้าวเหนียวซาวน้ำให้สะอาด แช่ไว้ประมาณ 3 ช.ม. ใบตอง อ่อนติดเป็นสี่เหลี่ยม กว้าง-ยาว ประมาณ 6 นิ้ว
    นําถั่วดําล้างน้ำต้มให้เปื่อย คั้นมะพร้าวให้หมดมัน วางทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาที แล้วช้อนเอาแต่หัวกะทิ 4 ถ้วยตวง น้ำกะทิ ขึ้นตั้งไฟ ให้เดือดแล้วเอาข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ใส่ผัดให้จวนสุก ใส่ เกลือ น้ำตาล ชิมรสตามใจชอบ แล้วยกลงผสมกับถั่วดํา สําหรับ กล้วยน้ำว้าที่เตรียมไว้ผ่าเป็น 4 ซีก ห่อด้วยใบตอง และนึ่งประมาณ 2 ซ.ม.

  • วิธีทำ ฝอยทอง สูตรไข่ไก่ผสมไข่เป็ด

    วิธีทำ ฝอยทอง สูตรไข่ไก่ผสมไข่เป็ด

    ฝอยทอง

    สูตรวิธีการทำ ฝอยทอง สูตรนี้เราจะใช้ไข่ไก่ และ ไข่เป็ด มาผสมกันนะคะ ส่วนผสมไม่ได้มีมาก แต่วิธีการทำค่อนข้างพิถีพิถันตามแบบฉบับของขนมไทยค่ะ

    เครื่องปรุง
    ไข่ไก่ 12 ฟอง
    ไข่เป็ด 12 ฟอง
    น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
    น้ำ 3/4 ถ้วย ดอกมะลิ

    วิธีทํา
    เชื่อมน้ำเชื่อมแล้วกรองให้สะอาด ใส่กะทะทอง
    ต่อยไข่เป็ดและไข่ไก่แยกใส่คนละชาม เพื่อตักไข่ น้ำค้าง ของไข่ไก่ออกประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ (ใช้แต่ของไข่ไก่เท่านั้น) แล้ว จึงใช้มือซ้อนไข่แดงขึ้นมารีดเอาเยื่อหุ้มออกทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่ รวมกันได้ ทําจนหมดไข่ จึงนําไข่น้ำค้างที่ตกไว้มาผสมแล้วกรอง ด้วยผ้าก๊อส นํามาโรยในกะทะที่มีน้ำเชื่อมกําลังเดือด พอไข่สุก ใช้ไม้สอยขึ้นมาส่ายไปมาในน้ำเชื่อมที่อยู่ในกะทะจนเส้นเรียบ แล้ว จึงพับให้พอดีคํา ทําไปจนหมดไข่ เรียงลงในกล่อง ราดน้ำเชื่อม ให้ชุมแล้วอบด้วยดอกมะลิ 1 คืน

     

  • ขนมตาล สูตรวิธีการทำแบบโบราณ

    ขนมตาล สูตรวิธีการทำแบบโบราณ

    ขนมตาล
    วิธีทํา
    ลูกตาล 1 ถ้วย (ยีก่อน 1 วัน ใส่ถุงตากตั้งแต่เช้าจนเย็น)
    น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
    กะทิคั้นข้นๆ 3 ถ้วย (มะพร้าว 1 ก.ก. คั้นน้ำอุ่น 3 ครั้ง ตวงให้ได้ 3 ถ้วย ตั้งไฟพอเดือด)
    แป้งข้าวเจ้าสด (ถ้าข้าวเก่า จะดี) ยีให้ละเอียด ตวง 4 ถ้วย
    นวดแป้งกับลูกตาลนานกว่า 1/2 ช.ม. ใส่น้ำตาลทีละน้อย จนหมดและละลาย ใส่กะทินวดให้เข้ากัน ใส่หม้อปิดฝาไว้ค้างคืน รุ่งขึ้นหยอดนึ่งได้ ใช้ไฟแรงนาน 20 นาที

  • 7 ข้อ ควรรู้ในการดูแลตู้ยาสามัญประจำบ้าน

    7 ข้อ ควรรู้ในการดูแลตู้ยาสามัญประจำบ้าน

    ใครว่าตู้ยาประจำบ้านไม่สำคัญ สมาชิกทุกคนในครอบครัว มีโอกาสเจ็บป่วยได้ทุกเวลา แต่การเจ็บป่วยทุกครั้งไม่จำเป็นต้องถึงมือหมอเสมอไป สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้ยาพื้นฐาน หรือ “ยาสามัญประจำบ้าน” นั่นเอง ฉนั้นทุกบ้านควรมีตู้ยาประจำบ้านเพื่อจะได้เก็บยาไว้ที่เดียวกันและสามารถหยิบหาได้ง่ายเมื่อถึงคราวจำเป็น และการเลือกติดตั้งตู้ยาไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะครับ เรามีหลักดังนี้

    1. ไม่จำเป็นต้องแพงเกินไป แต่ถ้าเป็นความชอบหรือความต้องการส่วนตัวก็ไม่ว่ากันครับ

    2. ควรมีช่องแบ่งที่ชัดเจน เช่น ยาใช้ภายใน ยาใช้ภายนอก ยาอันตราย เป็นต้น

    3. ตัวตู้ยาสามารถป้องกันความชื้นและแสงแดดได้ดี เพราะยาบางชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน บางชนิดก็เสื่อมสภาพ เมื่อได้รับความชื้นหรือได้รับแสงแดด ฉะนั้นต้องอ่านฉลากให้ดี และหาที่เก็บให้เหมาะสม

    4. ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม คือ อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่สูงเกินไปอยู่ในระดับที่หยิบใช้ได้สะดวกแต่ต้องสูงกว่าที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงจะปีนป่ายถึง

    5. ติดตั้งให้ห่างจากการได้รับแสงแดดโดยตรงและต้องไม่อยู่ใกล้ความชื้นเด็ดขาด

    6. ต้องคอยหมั่นดูแลและจัดระเบียบยาในตู้อยูเสมอให้อยู่ในตำแหน่งเดิมและมีฉลากข้างขวดหรือซองทุกชิ้น

    7. คอยตรวจเช็ควันหมดอายุของยาอยู่เสมออย่างน้อยทุกเดือน โดยดูวัน เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือดูลักษณะของยา เช่น ยาเม็ดต้องไม่แตกหัก หรือบุบสลาย ยาน้ำต้องไม่เปลี่ยนสี ยาน้ำแขวนตะกอนต้องไม่จับเป็นก้อนแข็งที่ก้นขวด หากตรวจพบว่าหมดอายุหรือมีสภาพผิดปกติให้รีบทำลายหรือทิ้งทันที แล้วล้างมือให้สะอาด

    เพียงเท่านี้ เราก็จะใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ยาก็จะถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมให้เรานำไปใช้งานในยามเวลาที่เราต้องการได้แล้วครับ

    Image by bernswaelz from Pixabay

  • 5 เคล็ดลับ ที่คุณต้องรู้ หากอยากจะแต่งห้องเล็กให้ดูกว้าง

    5 เคล็ดลับ ที่คุณต้องรู้ หากอยากจะแต่งห้องเล็กให้ดูกว้าง

    ในปัจจุบันวิถีชีวิตของสังคมไทยที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นครอบครัวใหญ่ ในบ้านหลังใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นครอบครัวขนาดเล็ก บ้านที่ใหญ่ก็มีขนาดเล็กลง พื้นที่ใช้สอยลดน้อยลงเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่มีพื้นที่ห้องขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะสร้างความอึดอัดใจได้ในภายหลังหรือแม้กระทั่งการที่จะปรับปรุง ตกแต่งห้องให้ดูกว้างขึ้น ก็มิใช้เรื่องง่ายเสียทีเดียว

    การปรับปรุงห้องเล็กที่คับแคบให้ดูกว้างขวางขึ้นนั้น  หลายคนอาจจะทำโดยการทุบห้องแล้วต่อเติมใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  หากมีพื้นที่ว่างเหลือเพียงพอและมีงบประมาณ แต่หากจะตกแต่งห้องโดยวิธีการง่ายๆที่พอจะทำได้โดยไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมากนัก รวมทั้งใช้ ก็มีเทคนิคต่างๆ ที่จะนำเสนอแนะดังนี้

    1. เริ่มตั้งแต่การให้ความสำคัญกับเพดาน การเลือกใช้สีอ่อนๆทาสีฝ้าเพดานจะช่วยทำให้ดูห้องสูงขึ้น ซึ่งการทำให้ห้องสูงขึ้นก็เป็นอีกวิธีที่แก้ความอึดอัดได้ โดยเฉพาะการเลือกใช้สีโทนเดียวกับสีทาผนังบ้าน แต่อาจจะให้เข้มมากว่าที่ทาผนังบ้านเล็กน้อย
    2. เทคนิคการใช้สีทาบ้านช่วยให้ห้องดูสว่างขึ้น ถ้าห้องขนาดเล็กและมีพื้นที่น้อย ควรหันมาใช้สีอ่อนๆเพราะจะทำให้ห้องดูสว่างขึ้น เนื่องจากสีอ่อนมีความเด่นในตัวน้อย โดยเฉพาะสีในโทนเย็น ถ้าเป็นสีขาวยิ่งจะช่วยทำให้ห้องกว้างมากขึ้น อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการทาสีเข้ม ซึ่งเป็นสีโทนร้อน
    3.  หากต้องการที่จะเปลี่ยนผนังห้องด้วยการใช้วอลเปเปอร์ แทนการทาสีใหม่  นอกจากต้องเลือกสีลวดลายที่จะต้องไม่ใช้ลวดลายที่ใหญ่จนเกินไป  ควรเลือกลวดลายที่มีขนาดเล็กๆ จะดีกว่าเนื่องจากมีความเด่นน้อยกว่า อีกทั้งสีของของวอลเปเปอร์ก็ควรเลือกสีอ่อนๆ เช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้ดูเย็นตาและห้องกว้างขวางมากขึ้น   หากจะติดวอลเปเปอร์ควรเลือกลวดลายยาวตามแนวตั้ง จะทำให้ห้องดูสูงขึ้น หรือหากเลือกลายตามแนวนอนจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่การเลือกใช้วอลเปเปอร์จะมีวิธีการที่ยุ่งยากกว่าทาสีและต้อใช้งบมากกว่าอีกด้วย
    4. นอกจากการเลือกใช้สีและการติดวอลเปเปอร์  ที่จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้วก็ยังมีเทคนิคบางอย่างที่จะช่วยได้อีก  อาทิ  การตกแต่งผนังห้องด้วยกระจกเงา โดยเฉพาะในห้องรับแขก ห้องน้ำ บางครั้งก็สามารถช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น นอกจากนี้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ Built in   หรือเฟอร์นิเจอร์แบบติดผนัง   แทนเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว  จะช่วยประหยัดเนื้อที่ได้มาก เหมาะกับห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด
    5. การเปิดช่องแสง ช่องหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้กลาสบล็อค ซึ่งอาจจะเป็นทั้งส่วนตกแต่งผนัง และช่วยให้แสงภายนอกผ่านเข้ามาได้ ทำให้ห้องยิ่งสว่างมากยิ่งขึ้น เป็นผลให้ห้องกว้างขึ้น

    เทคนิคดังกล่าวข้างต้น  ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร เพียงแต่หากต้องการปรับปรุงภายในห้องให้ดูสดใสและดูกว้างมากขึ้น  ก็อาจะพบกับความแปลกใหม่ ที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านและคนในครอบครัวได้

    Image by 영훈 박 from Pixabay

  • สิ่งที่ควรรู้ ก่อนที่จะใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักในการจัดสวน

    สิ่งที่ควรรู้ ก่อนที่จะใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักในการจัดสวน

    น้ำอีกหนึ่งองค์ประกอบ ในการจัดสวน

    การนำน้ำเข้ามาเป็นองค์ประกอบในสวน ได้ก่อเกิดแนวความคิดในการสร้าง รูปแบบการจัดสวนออกไปอย่างหลากหลาย จนเกิดรูปแบบของ “สวนน้ำ” ขึ้นมา ไม่ได้กล่าวถึงสวนน้ำ แต่จะคุยกันในเรื่อง การนำน้ำเข้ามาเป็นองค์ประกอบในสวนเท่านั้นครับ

    น้ำในสวนมีอิทธิต่อสวนที่จัดขึ้น ทั้งในด้านการใช้สอยและด้านของความงดงาม ในด้านการใช้สอยนั้น น้ำมีประโยชน์ดังนี้

      • ให้ความชุ่มชื่น เย็นสบายทั้งแก่สวนและผู้ใช้สวน
      • ใช้สำหรับเลี้ยงปลา ปลูกไม้น้ำ เพื่อสร้างความสวยงามสมบูรณ์ให้กับรูปแบบสวน
      • หล่อเลี้ยงพืชพรรณในสวน หรือแม้กระทั่งสัตว์ในธรรมชาติที่เข้ามาร่วมเป็นองค์ประกอบสวน เช่น แมลงต่างๆ แมลงปอ ผีเสื้อ นก ฯลฯ
      • ใช้อุปโภคบริโภคสำหรับผู้คนก็ยังได้ ในด้านความสวยงาม ซึ่งนับเป็นเรืองสำคัญของการออกแบบ น้ำทำให้สวน สวยงามขึ้น ทั้งในรูปแบบและเนื้อหาของสวนนั้นคือ
      • น้ำทำให้เกิดการเคลื่อนไหว อันเป็นการเคลื่อนไหวจริง ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวที่เกิดจากความรู้สึก และความเคลื่อนไหว จริงนี่แหละที่ทำให้สวนมีวิญญาณของธรรมชาติ
      • น้ำแสดงออกถึงพลังของความงามและจินตนาการ พลังของน้ำอาจอยู่ในรูปลักษณ์ของน้ำพุ น้ำตก การไหล ริ้วคลื่น หรือ กระทั่งความนิ่งในของน้ำ เหล่านี้สามารถก่อเกิดจินตนาการแก่ผู้ชมสวนได้
      • น้ำทำให้เกิดเสียงในสวน เป็นการสร้างมิติสัมผัสอีกระดับหนึ่งให้เกิดขึ้นกับสวน ซึ่งอาจจะเกิดจากเสียงของน้ำตก น้ำพุ หรือน้ำไหลปะทะซอกหิน
      • น้ำทำให้เกิดเงาและแสงสะท้อนของสิ่งต่างๆ ที่ใช้จัดสวน ซึ่งก็นับเป็นความงามอีกแบบหนึ่งได้เช่นเดียวกัน

    สระน้ำในสวน

    รูปแบบของสระน้ำจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของสวน คือมีทั้งรูปแบบธรรมชาติและแบบประดิษฐ์

    สระน้ำรูปแบบธรรมชาติ เหมาะกับสวนเชิงธรรมชาติ รูปแบบของสระก็ยึดสระในธรรมชาติเป็นแม่แบบในการทำ ในการ ก่อสร้างจะพยายามไม่ให้เห็นหรือปรากฏว่าถูกสร้างขึ้น มีการใช้วัสดุและพืชพรรณพรางตา ให้แนบเนียน เป็นธรรมชาติ มากที่สุด จะไม่ให้เห็นขอบซีเมนต์ คอนกรีต สระน้ำในรูปแบบนี้ควรอยู่ ในระดับที่เท่ากันหรือต่ำกว่า พื้นสนามในสวน เล็กน้อย เพราะจะให้ดูเป็นธรรมชาติได้ง่าย

    สระน้ำรูปแบบประดิษฐ์ เป็นสระที่ใช้รูปทรงทางเรขาคณิตมากำหนด เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม วงรี หรือรูปทรงอิสระอื่นๆ ที่ดู คล้ายธรรมชาติก็ได้ จะเน้นให้เห็นว่าเป็นงานประดิษฐ์หรือก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์ ความสวยงามของสระจึงขึ้นอยู่กับการคิด สร้างสรรค์รูปแบบ มิใช้งามอย่างธรรมชาติ ลักษณะของสระจะอยู่ในระดับที่เท่ากันหรือสูงกว่า พื้นสนามในสวน เพื่อโชว์ให้ เด่น สะดุดตา ประณีตด้วยวัสดุก่อสร้างในสวนหย่อมการทำสระในรูปแบบนี้ จะทำได้ง่ายและดูจะสวยงามกว่าแบบธรรมชาติ ทั้งนี้ ถ้ารู้จักการจัดองค์ประกอบอื่นๆ ให้เกิดความสวยงามตามสมัยนิยม

    การจัดวางสระน้ำในสวน

    ตำแหน่งของสระก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของสวนอีกนั้นแหละถ้าเป็นสวนเชิงประดิษฐ์หรือเรียกกันทั่วไปว่าแบบสมัยใหม่บ้าง แบบ ร่วมสมัยบ้าง สระก็ควรอยู่ในตำแหน่งที่เด่นชัด แต่ถ้าเป็นสวนเชิงธรรมชาติ สระก็จะอยู่อย่างกลมกลืนสอดรับกับ สภาพของ องค์ประกอบอื่นๆ ในสวน

    ในขั้นตอนการพิจารณาออกแบบสวน ผู้ออกแบบต้องกำหนดตำแหน่งลงให้เหมาะสม ซึ่งจะต้องทราบข้อมูลต่างๆ ของสภาพพื้นที่ ให้ชัดเจนว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เช่นต้องการทราบเรื่องต่อไปนี้

    แสงสว่าง สระที่ได้รับแสงสว่างมากจะมีปัญหาเรื่องตะไคร่น้ำมาก แต่ถ้าร่มทึบเกินไปก็ปลูกไม้น้ำไม่ได้ ดูอับทึบไม่งาม นี่ไม่พูดถึงสระในอาคารที่สามารถใช้แสงไฟฟ้าช่วยให้เกิดความสวยงามได้ สระน้ำควรจะได้รับแสงพอควร โดยเฉพาะ ถ้าอยู่ในสภาพรำไร เช่น มีไม้ใหญ่ให้ร่มก็จะดีมากแต่ต้องเป็นไม้ที่ไม่ผลัดใบ

    สภาพดิน เป็นสภาพที่มีผลต่อการขุดการก่อสร้าง ถ้าเป็นดินถมใหม่ยังไม่อัดตัวแน่นพอ จะทำให้เกิดการยุบตัว สระน้ำ แตกร้าวได้ ถ้าเป็นดินทรายหรือดินร่วนก็อาจพิจารณาตอกเสาเข็มก่อนเทพื้นคอนกรีต แต่ถ้าเป็นดินเหนียว หนัก ก็อาจ ไม่ต้องตอกเสาเข็ม ถ้าเป็นดินเหลวดินโคลนก็ต้องพิจารณาเสริมความอยู่ตัว เช่น อาจใช้เศษวัสดุ หิน เศษอิฐ เศษปูน รองอัดก้นสระจะทำให้พื้นสระแน่นผูกเหล็กทำโครงได้ง่าย

    ระดับน้ำใต้ดิน จะมีผลต่อการรั่วซึมของน้ำในสระเช่นกัน ถ้าระดับน้ำใต้ดินสูง คือขุดลงไปไม่มากนัก สภาพของดินชื้น หรือ แฉะ ลักษณะนี้สามารถช่วยลดการรั่วซึมของน้ำในสระได้ เพราะน้ำใต้ดินจะช่วยดันน้ำในสระไว้ แต่ถ้าเป็นดินถมใหม่ เมื่อ ทำสระมีระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึก ถ้าการทำสระที่ไม่ป้องกันการรั่วซึมเอาไว้ให้ดีอาจมีปัญหาได้

    ระดับดิน เป็นระดับผิวพื้นโดยรวมของสนาม ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาว่าจะให้สระอยู่ในระดับเท่ากัน ต่ำกว่า หรือ สูงกว่าระดับของพื้นสวน เพื่อตอนก่อสร้างจะได้กำหนดเผื่อเอาไว้ เพราะการจัดสวนโดยทั่วไปนั้น ควรทำสระน้ำก่อน ที่จะ ปรับระดับดินเพื่อปลูกต้นไม้ ปูหญ้า

    น้ำพุในสวน
    รูปแบบของน้ำพุขึ้นอยู่กับหัวน้ำพุที่คิดประดิษฐ์ขึ้น มีมากมายหลายแบบหลายขนาด หัวของน้ำพุส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก และวัสดุ กึ่งทองเหลือง หัวน้ำพุที่ทำจากวัสดุกึ่งทองเหลืองจะทนทาน ราคาค่อนข้างแพง ส่วนหัวที่ทำจากพลาสติก ราคาถูกมักใช้ ตามบ้านพัก ทั่วไป เมื่อหัวของน้ำพุแตกต่างกันก็ทำให้น้ำที่พุ่งออกมามีรูปแบบที่แตกต่างกันด้วย บางแบบก็เพียงแต่พุล้น (ไหลล้น) บางแบบ น้ำพุพุ่งขึ้นที่พุพุ่งขึ้นก็มีหลายแบบ เช่น พุเป็นเส้นตรง พุเป็นชั้นๆ บางแบบก็เป็นรูปพีระมิด รูปดอกไม้

    การเลือกใช้ น้ำพุ จะต้องสัมพันธ์กับขนาดของบ่อหรือสระน้ำ โดยทั่วไปเลือกน้ำพุที่มีความสูงไม่เกินรัศมีของบ่อหรือสระน้ำ เพื่อ ไม่ให้น้ำกระเซ็นออกนอกสระ หากเราซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายก็จะมีคู่มือติดมาด้วย ซึ่งจะให้ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับ ความสูง ของน้ำพุ เส้นผ่านศูนย์กลางของวงน้ำพุความลึกของสระที่ควรติดตั้งน้ำพุแบบนั้นๆ ในที่นี้จะกล่าวถึงเรื่องทั่วไป ในการพิจารณา การทำน้ำพุ ซึ่งมีดังนี้

    ก่อนตัดสินใจทำบ่อน้ำพุ ควรจะมีข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของน้ำพุที่สามารถหาซื้อได้ เพราะขนาดของบ่อน้ำต้อง สัมพันธ์กับ รูปทรง ขนาด ความกว้างความสูงของน้ำพุ

    ถ้าเป็นหัวน้ำพุที่มีปั๊มต่อสำเร็จรูปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าต้องใช้ปั๊มต่อแยกต่างหากต้องเลือกปั๊ม ที่มีกำลังเหมาะสมกับขนาด ของหัวน้ำพุ ซึ่งก็มีทั้งปั๊มที่แช่ลงในน้ำที่เรียกว่าปั๊มไดรโว่ และปั๊มที่อยู่นอกสระเรียกว่าปั๊มหอยโข่ง โดยส่วนใหญ่ น้ำพุ ประกอบสวนหย่อมมักใช้ปั๊มไดรโว่มากกว่า เพราะติดตั้งได้ง่าย ราคาถูกกว่า แต่สระหรือบ่อต้องลึกพอที่จะวางปั๊มได้จม
    ตำแหน่งของน้ำพุ จะมีผลต่อรูปแบบน้ำพุด้วย เช่น ถ้าเป็นตำแหน่งที่ลมแรงก็ต้องเลือกน้ำพุที่มีรูปทรงต่ำดีกว่ารูปทรงสูง เพื่อไม่น้ำปลิวออกนอกสระ

    หัวน้ำพุมักอุดตันได้ง่าย จึงควรมีระบบกรองน้ำด้วย อาจจะต้องมีบ่อกรองหรือซื้อเครื่องกรองสำเร็จรูปมาใช้ซึ่งก็มีหลายขนาด แต่ถ้าไม่มีระบบกรองก็ต้องวางตัวปั๊มหรือหัวดูดน้ำให้สูงใกล้ผิวน้ำ ไม่ให้ดูดฝุ่นและตะกอนเข้าไปมาก
    หัวน้ำพุควรติดตั้งให้โผล่พ้นระดับผิวน้ำพองาม เพราะถ้าสูงไปจะไม่สวย ถ้าต่ำไปเมื่อน้ำกระเพื่อมจะท่วมหัวน้ำพุ ทำให้รูปทรงน้ำพุเสียไป
    การติดตั้งระบบน้ำพุที่ต้องพิจารณาคือให้แกนและหัวน้ำพุตั้งตรงได้ฉากกับผิวน้ำมีความมั่นคง ไม่โยกคลอนไปตามแรงน้ำ ตัวปั๊ม ติดตั้งให้สะดวกกับการถอดออกและใส่กลับคืน ตัวปั๊มและสายไฟต้องวางอย่างแนบเนียน คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

    ระบบการหมุนเวียนของน้ำพุ สามารถเอื้อประโยชน์ในด้านการกรองน้ำ การทำความสะอาดบ่อ เช่นการระบายน้ำทิ้ง การสูบน้ำ กลับเข้าบ่อ ผู้จัดทำจึงต้องกำหนดผังการต่อระบบน้ำให้ชัดเจน

    รูปแบบของน้ำตก

    รูปแบบธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สร้างขึ้นจากลักษณะของน้ำตกในธรรมชาติ หากแต่เป็นธรรมชาติที่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ดัดแปลงให้เกิดความเหมาะสม จุดสำคัญของน้ำตกแบบธรรมชาติขึ้นอยู่กับรูปแบบของภูเขา ลักษณะการเรียงหิน การเลือก รูปทรง และชนิดของหิน รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ที่นำมาสร้างให้เป็นเรื่องราวของน้ำตกแบบธรรมชาติ
    รูปแบบประดิษฐ์ เป็นน้ำตกที่ก่อสร้างได้ง่ายกว่าแบบธรรมชาติ รูปแบบของน้ำตกแบบนี้จะเป็นลักษณะ จงใจให้เกิดเป็น เชิงชั้น ที่ชัดเจนสามารถก่อสร้างเป็นรูปแบบต่างๆ สุดแต่จะออกแบบสร้างสรรค์อย่างไร ซึ่งก็ดูสวยงามประณีต ในเชิงงาน ศิลปะ อาจไม่จำเป็นต้องใช้หินประกอบเลย ก่อสร้างโดยการตีแบบหล่อด้วยซีเมนต์ ซึ่งมีขั้นตอนที่ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน

    ทั้งสองรูปแบบหากเป็นน้ำตากขนาดใหญ่หรือจะต้องเลี้ยงปลาโดยเฉพาะปลาคาร์พจำต้องมีระบบกรองน้ำด้วย ระบบกรองน้ำไม่ว่า จะกรองด้วยเครื่องกรองหรือทำเป็นบ่อกรองจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำและทำความสะอาดบ่อบ่อยๆ

    Image by inno kurnia from Pixabay

  • วิธีทำอ่างน้ำ สำหรับเลี้ยงปลา หรือปลูกบัวด้วยตัวเอง

    วิธีทำอ่างน้ำ สำหรับเลี้ยงปลา หรือปลูกบัวด้วยตัวเอง

    หากบ้านของคุณ มีพื้นที่ภายนอกเป็นที่ว่าง และไม่อยากจะให้ดูโล่งเกินไป นอกจากจะใช้พื้นที่ในการปลูกต้นไม้แล้ว อยากจะทำเป็นอ่างน้ำเล็กๆเพิ่ม เพื่อเพิ่มความร่มรื่น และสวยงาม สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ จะเลี้ยงปลา หรือปลูกบัวเล็กๆ ก็ได้ มาลองดูวิธีการทำกันค่ะ อาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด ทำได้เอง ได้ความภาคภูมิใจและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยนะคะ

    เริ่มจากกำหนดบริเวณที่จะให้เป็นอ่างน้ำ ควรจะเป็นบริเวณที่ได้รับทั้งแสงแดด และมีร่มเงาในบางเวลา และควรจะเป็นจุดที่ต่ำที่สุดในบริเวณสนาม เมื่อได้บริเวณที่ต้องการแล้ว ก็ใช้เชือกหรือสายยางวางทำเป็นบ่อไว้ตามลักษณะรูปร่างที่ต้องการ

    ทำการขุดดินออก เริ่มจากบริเวณตรงกลางให้ได้ความลึกที่ต้องการแล้ว (ประมาณ 30-45 ซ.ม.) แล้วค่อย ๆ ให้ลาดขึ้นมาทางบริเวณขอบ หรือจะทำเป็นชั้นไว้สำหรับวางต้นไม้ตามขอบบ่อก็ได้ แล้วเก็บเศษหินจากก้นบ่อที่ขุดไว้ออกให้หมด

    เมื่อได้บ่อตามรูปร่างและความลึกที่ต้องการแล้ว ให้เอาทรายเปียกเกลี่ยลงในบ่อให้มีความหนาประมาณ 3-5 ซ.ม. และให้เลยขึ้นมาบนขอบบ่อประมาณ 10-15 ซ.ม.

    หาผ้าใบหรือผ้าพลาสติก อาจจะเป็นของเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน หรือซื้อใหม่ก็ได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่ใช้ภายนอกได้ มีความทนต่อแสงอาทิตย์ จะได้ทนทานไม่กรอบและฉีกขาดง่าย มาปูทับลงไปบนทรายในบ่อที่เตรียมไว้ ถ้าความกว้างของแผ่นพลาสติกที่มีอยู่ไม่พอกับความกว้างของบ่อ ให้ปูซ้อนทับกันได้โดยให้มีระยะซ้อนทับกันประมาณ 30 ซ.ม. และให้เลยขึ้นมาบนขอบบ่อ 15 ซ.ม. ทุกด้าน

    ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการตกแต่งขอบบ่อโดยใช้ก้อนหินที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย หรือแผ่นหิน คอนกรีต ที่ทำสำเร็จรูปไว้ใช้สำหรับปูทางเดิน มาวางทับผ้าพลาสติกบริเวณขอบบ่อเอาไว้โดยรอบ ตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้บริเวณรอบ ๆ บ่อ แล้วเติมลงไปในบ่อ ก็เป็นอันใช้ได้ แต่ถ้ามีงบประมาณมากหน่อย ก็อาจจะซื้อหินที่เป็นสี ๆ ตามแต่ใจชอบใส่เข้าไปในบ่อเพื่อปิดไม่ให้เห็นพลาสติก เติมอ่างบัวสักหนึ่งอ่างปลูกไม้น้ำอื่น ๆ ใส่น้ำพุ หรือน้ำตก หาปลามาปล่อยลงไป

    Image by ledamaxwell from Pixabay