Author: admin

  • ใช้ “พริก” แก้ปวดเมื่อย

    ใช้ “พริก” แก้ปวดเมื่อย

    “พริก” แค่ได้ยินชื่อก็รู้ว่าเผ็ด แต่หลายคนก็คงสงสัยว่านอกจากรสชาดที่จัดจ้านแล้วยังมีประโยชน์อะไรอีก

    พริก มีสารอาหารอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามินซี พริกเป็นพืชล้มลุกที่ปลูกได้ทั่วไป บ้านเรานิยมปลูกเพื่อเป็นพืชสวนครัว ลักษณะที่เด่นของพริกคือ เผ็ด ซึ่งส่วนที่เผิดที่สุดคือ บริเวณไส้ในและเมล็ดนั่นเอง “พริก” นอกจากจะนำมาปรุงรสแล้ว ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย

    นอกจากนี้การศึกษาพันธุ์พริกในประเทศไทย พบว่า สาร Capsaicin ในพริกนั้น แก้อาการปวดเมื่อยได้ กล่าวคือ สารนี้จะมีผลให้หลอดเลือดบริเวณนั้นขยายตัว ทำให้ปลายประสาทอุ่นและมีฤทธิ์ทำให้สารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า สาร P โดยสารตัวนี้มีผลทำให้อาการเจ็บปวดลดลง ซึ่งการเผ็ดร้อนจะทำให้รู้สึกร้อนเวลาที่ทา จะช่วยให้อาการปวดเมื่อยและฟกช้ำหายไป

    จากการศึกษาในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม โดยให้ Capsaicin วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 1 เดือน ปรากฎว่า ช่วยลดอาการปวดและตึงข้อลงได้ประมาณ 40 % ของผู้ป่วย และเมื่อให้ยาในปริมาณมากขึ้น วันละ 2 ครั้ง ผลคือ ยาออกฤทธิ์ได้เร็วและมากกว่า

    พริกที่เหมาะจะนำมาสกัดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยมากที่สุดคือ พริกขี้หนู เพราะพบว่ามีสารดังกล่าวสูงที่สุด ซึ่งปัจจุบันสามารถสกัดสารดังกล่าวนี้ ให้มาอยู่ในรูปของเจล เพื่อสะดวกในการใช้งาน โดยขั้นแรกต้องคัดเลือกสิ่งปลอมปนออก เช่น เศษดิน หิน ใบไม้ ฯลฯ จากนั้นนำมาทำความสะอาดและบดเพื่อสกัดเอาสาร oleoresins ออกมาบรรจุในขวดสีชา หรือปิดด้วยกระดาษฟอยล์ แล้วแช่ในห้องเย็น จากนั้นนำมาผลิตในรูปแบบของเจล

    ที่มาข้อมูล ;
    ” ยารักษาโรคข้ออักเสบ : Disease-Modifying drugs และ Biologic response modifiers” โดย นงลักษณ์

    Image by Bronisław Dróżka from Pixabay

  • ใครเหมาะสมที่จะทำ “เลสิค”

    ใครเหมาะสมที่จะทำ “เลสิค”

    เลสิคเป็นวิธีการที่ใช้รักษาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง โดยกำเนิด แต่ไม่สามารถรักษาสายตายาวผู้สูงอายุได้ เพราะเกิดจากการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งเลสิคไม่สามารถทำให้กล้ามเนื้อตึงขึ้นมาได้ แต่เลสิคจะทำหน้าที่ปรับความโค้งของกระจกตาเท่านั้น ผู้ที่เหมาะจะทำเลสิคได้ควรมีคุณสมบัติต่อไปนี้

    1. อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสายตาคงที่แล้ว 1 ปี
    2. ผู้มีปัญหาในการสวมแว่นทำงาน หรืองานที่ทำอยู่ไม่สามารถสวนแว่นตาได้
    3. ไม่ตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
    4. ไม่มีโรคกระจกตา หรือโรคตาอื่นๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้งมาก หรือโรคที่มีผลกระทบกับแผล เช่น           เบาหวาน เป็นต้น
    5. มีความเข้าใจในเรื่องของเลสิค และรู้ว่าผลที่จะได้รับนั้นเป็นอย่างไร หรือยอมรับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นสัดส่วนที่น้อยมากก็ตาม

    ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือปรับสภาพสายตาของคุณหรือบุตรหลาน ต้องทำความเข้าใจและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ชัดเจนก่อน

  • 3 เคล็ดลับในการซักผ้าให้ใช้เวลาน้อยกว่าที่เคย

    3 เคล็ดลับในการซักผ้าให้ใช้เวลาน้อยกว่าที่เคย

    อย่าปล่อยให้เรื่องซักผ้าทำให้คุณปวดหัว มาจัดระเบียบให้รับหน้าที่นี้ได้สนุกขึ้น แถมยังเพิ่มระเบียบวินัยในตัวคุณพ่อบ้านและคุณลูกๆได้ในเวลาเดียวกัน

    • เมินตะกร้าผ้าใบเขื่องที่ใช้อยู่ซะ แล้วหาถุงผ้าหลายๆใบมาใช้แทน เอาขึ้นแขวนฝาผนัง เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวนำเสื้อผ้าชิ้นต่างๆใส่ถุงเองตามหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ให้ หรือจะใช้เป็นตะกร้าในขนาดต่างๆ (คุณคงต้องปากเปียกปากแฉะเล็กน้อยช่วงเริ่มต้น) เช่น ถุงผ้าขาว ผ้าสี ชั้นใน เสื้อผ้ามีราคา ฯลฯ
    • ตากผ้าโดยพาดกับไม้แขวนเสื้อ แทนที่จะตากแผ่หราบนราวตากผ้า การพาดตากที่ไม้แขวนเสื้อจะช่วยประหยัดเนื้อที่บนราว และเมื่อผ้าแห้ง ชิ้นผ้านั้นจะดูมีสภาพดีกว่าพาดตากที่ราว แถมนำแขวนเข้าตู้ได้เร็วกว่าด้วย
    • ก่อนนำเสื้อเชิ้ตเข้าเครื่องปั่นผ้า ให้ติดกระดุมเสื้อแบบติดกระดุมเว้นกระดุมก่อน จะช่วยทอนเวลาไม่ต้องกลับแขนเสื้อทีหลังที่
  • 4 เรื่องเล็บที่น่ารู้

    4 เรื่องเล็บที่น่ารู้

    เล็บก็คือเซลล์ที่ตายแล้ว ประกอบด้วยโปรตีน คือ เคราติน เหมือนกับเส้นผม ผมและเล็บของคนเราจึงมีอะไรคล้ายๆกัน เช่น ไม่มีปลายประสาทจะตัดผมหรือตัดเล็บก็เลยไม่เจ็บไงคะ

    เล็บยาวแค่ไหน
    เล็บของคนเราเฉลี่ยแล้วจะยาวขึ้น 0.1 มิลลิเมตร/วัน แต่เล็บมือจะยาวเร็วกว่าเล็บเท้า 2 เท่า และการขยับมือหยิบจับอะไรบ่อยๆจะช่วยให้เล็บยาวเร็วขึ้น ฤดูกาลก็มีส่วนนะคะ เพราะเล็บจะยาวเร็วกว่าในหน้าร้อนค่ะ ที่น่ารู้อีกอย่างก็คือ ผู้หญิงท้องจะมีผมสวยดกดำและจะมีเล็บยาวเร็วกว่าตอนไม่ท้องค่ะ ผู้ใหญ่อายุมากขึ้นเล็บก็จะแข็งแรงและยาวช้ากว่าในเด็กด้วยนะคะ

    เมื่อยามทาเล็บ

    • ก่อนจะทาเล็บให้แช่มือในอ่างน้ำที่บีบมะนาวหรือน้ำส้มไว้นิดหน่อย แช่ไว้สักพักหนึ่งจะช่วยให้เล็บนิ่ม และมือนุ่ม เป็นการเตรียมพร้อมก่อนทาเล็บ
    • เวลาป้ายสีทาเล็บ ไม่ควรจะป้ายเกิน 3 ครั้ง จะเริ่มจากตรงกลาง-ซ้าย-ขวา หรือจะ ขวา-กลาง-ซ้ายก็ได้ค่ะ
    • อย่าลงสีเล็บเกิน 2 ชั้นนะคะ เพราะว่าจะหนาไปดูไม่สวย
    • น้ำยาทาทับชั้นบน หรือ Top Coat ก็ดีนะคะ เพราะจะช่วยสีไว้ให้สวยงาม และป้องกันสีจางจากแสงแดดด้วย
    • ถ้ายาทาเล็บระเหยจนข้นเหนียว เติมทินเนอร์หยดลงหน่อย ก็ใช้ทาต่อได้แล้วค่ะ
    • ควรเก็บยาทาเล็บไว้ในที่เย็น พ้นแสงแดดปิดฝาให้สนิทกันระเหย หรือจะเก็บในตู้เย็นก็ได้นะคะ
    • เลือกยาทาเล็บ ควรดูส่วนผสมด้วย ยาล้างเล็บที่ดีควรไม่มี Acetone หรือที่เขียนว่า Acetone Free เจ้าอาซีโทนนี้ก็คือ แอลกอฮอล์นั่นแหละค่ะ ตัวที่จะทำให้ผิวเล็บแห้งและหักง่าย
    • ยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของ Lemon หรือน้ำมะนาวก็ดีนะคะ จะช่วยบำรุงพื้นผิวเล็บค่ะ

    ถนอมมือและเล็บได้ด้วยการ

    • ใส่ถุงมือเวลาทำสวน หรือเวลาจะต้องโดนน้ำนานๆ โดยเฉพาะเมื่อยามทาเล็บ ถ้าจะให้ดี ถุงมือควรจะมีแผ่นซับภายใน เพราะถุงมือยาวทั่วไป เวลาใส่นานๆแล้วมือจะอับชื้น
    • หาโลชั่นเฉพาะสำหรับมือและเล็บ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงกว่าการบำรุง
    • ถ้าอยากจะให้เล็บสั้นลงไม่มาก ควรจะตะไบดีกว่าตัดเล็บ
    • แผ่นตะไบที่มีลักษณะเหมือนกระดาษทรายจะดีกว่าตะไบที่เป็นโลหะ
    • เมื่อทาเล็บแล้วระวังการเปิดกระป๋องต่างๆ ใช้เหรียญดันเปิดแทนดีกว่านะคะ

    เล็บแบบไหน ทาสีอะไรดี

    • เล็บกว้าง ปลายบาน….ควรหลีกเลี่ยงสีเข้มๆประเภทแดงอมดำ หรือน้ำตาลช็อกโกแลต สีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เล็บของคุณดูเรียวขึ้น แต่จะทำให้ดูกว้างขึ้นด้วยซ้ำ ทาสีหวานๆ สดใสดีกว่า
    • เล็บเรียวและเว้าลึก…ถึงแม้จะเป็นเล็บที่สวยตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีโทนสีที่สามารถทำให้เล็บของคุณสวยน้อยลง เช่น สีแวววาว เมทัลลิค เล็บของคุณจะดูสวยกว่าและน่ามองเมื่อทาสีออกด้านๆ แดงเลือดหมูก็ดูดีนะคะ
    • เล็บสั้นและตื้น…ถ้าไม่อยากให้เล็บของคุณดูสั้นลงล่ะก็ ไม่ควรทาสีสีดๆ ประเภทโทนส้มหรือแดงนั่นแหละค่ะ ทาสีใสๆให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติจะดูเล็บสวยและสะอาดตาน่ามอง

    Image by Yana Miller from Pixabay

  • เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    ผมธรรมดา: เป็นผมที่มีความสมดุล ไม่แห้งไม่มันเกินไป ใครมีผมแบบนี้นับว่าโชคดี เพราะจัดแต่งทรงง่าย และเส้นผมมักจะเงางามสุขภาพดี แต่ถ้าไม่รักษาให้ดี ผมก็มีแววจะกลายเป็นผมเสียได้

    เคล็ดไม่ลับ แม้จะมีผมธรรมดาก็ต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษาสุขภาพและความเงางามไว้ ควรใช้ครีมนวดทุกครั้งหลังสระ เพื่อเสริมสร้างประกายเงางาม และให้สภาพเส้นผมแข็งแรง สุขภาพดีอยู่เสมอ

    ผมมัน: ทั้งเส้นผมและหนังศีรษะมีน้ำมันมากเป็นพิเศษ ดูเป็นมันเยิ้มหลังจากสระผมได้ไม่นาน แถมยังลีบแบน จัดทรงยากอีกต่างหาก

    เคล็ดไม่ลับ สระผมวันละ 2 ครั้ง ด้วยแชมพูสูตรธรรมดาถึงผมมัน และนวดบริเวณหนังศรีษะเป็นพิเศษ ใช้ครีมนวดผมเฉพาะบริเวณปลายผมเท่านั้น ไม่ควรหวีผมบ่อยเกินไป

    ผมแห้ง: ดูหยาบกระด้าง แห้ง ผมพันกันง่าย หวียาก ขาดและแตกปลายง่าย โอกาสที่ผมจะเสียขั้นรุนแรงมีมาก จึงต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อยล่ะ

    เคล็ดไม่ลับ ใชัครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นเงางาม เน้นปลายผมบริเวณที่แห้ง บำรุงด้วยครีมหมักผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

  • 4 เคล็ดลับสู่ความมั่นใจในตัวเอง

    4 เคล็ดลับสู่ความมั่นใจในตัวเอง

    ใช่จะสวยเริ่ดเพริศแพร้วแล้วจะชวนสนใจใครๆ ได้ ขณะบางคนงามดุจนางฟ้าก็กลายเป็นแค่ไม้ประดับให้มองผ่านเลยซะเฉยๆ ยังงั้น นี่มันอะไรกันแน่? คำตอบนี้ง่ายมาก เคล็ดลับคือความมั่นใจในตัวเองไง และไม่ยากที่จะได้มันมา ควรจำไว้เสมอว่าความมั่นใจไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้เอง คุณต้องพยายามฝึกฝนอยู่เสมอจึงจะสำเร็จ เอาล่ะเรามาดู 4 วิธีเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองกันค่ะ

    พอใจในตนเอง
    ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดในการพัฒนาความมั่นใจ ลองนึกถึงคุณสมบัติทั้งหมดที่คุณมี ไม่ต้องเริ่ดถึงขนาดว่าปิดตาแล้วให้คุณดมไวน์ ยังรู้ว่าเป็นชนิดไหน เอาแค่ว่า ฉันชอบอ่านหนังสือ ฉันเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน ฉันทำขนมเค้กได้ ฉันมีผมสวย แค่นี้ก็พอ คุณอาจประหลาดใจได้ว่าที่คนอื่นมองคุณนั้น เป็นคนละแบบกับที่คุณมองตัวเอง ดังนั้นการฝึกฝนการมีบุคลิกที่ได้ไว้ และคนอื่นๆ จะเห็นเอง

    มีอารมณ์ขัน
    การมีอารมณ์ขันสำคัญมากต่อความมั่นใจ ไม่ต้องตลกประมาณโน๊ต เชิญยิ้ม บวกโน๊ต อุดม แต้พานิช หรอก แค่รู้จักเห็นคุณค่า และให้เวลากับเรื่องตลกในชีวิตประจำวันบ้าง หากทำได้คุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีที่ใครๆ ก็อยากรู้จัก

    รู้จักฟัง
    ฟังคนอื่นบ้าง ให้ความสนใจผู้อื่น หากคุณไปงานเลี้ยงสังสรรค์แล้วหลบจ๋องอยู่ที่มุมห้อง หมกมุ่นกับตัวเองและรู้สึกว่าคนอื่นคอยจ้องมองคุณอยู่ ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย คุยกับใครก็ได้ดีกว่า มองตาคู่สนทนา สนใจในสิ่งที่เขาพูด เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

    เป็นตัวคุณเอง
    การพัฒนาตัวเองให้เป็นอิสระจากคนอื่นนั้น วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือ ต้องให้ความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ตามข่าวสาร ดูทีวี อ่านหนังสือ อย่าหลงคิดว่าการเกิดมาหน้าตาดีจะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น แล้วในไม่ช้าคุณก็จะสามารถสร้างความคิดเห็นต่างๆ ในเรื่องของการดำเนินชีวิต มีความสนใจหลากหลาย เป็นคนร่าเริง ทีนี้คุณก็ไม่ต้องตามกระแสกับคนส่วนใหญ่ หรือไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาเห็นด้วยกับคุณ

    Image by Gerd Altmann from Pixabay

  • เคล็ดลับสู่ผิวสวย

    เคล็ดลับสู่ผิวสวย

    เคล็ดลับสู่ผิวสวย ผิวหนังของเราเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด เพราะทำหน้าที่ห่อหุ้มปกป้องร่างกายทั้งหมด ต่อมไขมันใต้ผิวหนังหลั่งสารไขมันไลปิด (Lipid) ออกมาฉาบเคลือบผิวของเราไว้ ผิวจึงนุ่มเนียนน่าลูบไล้

    อาหารที่เหมาะกับผิวเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งหาได้จากผักและผลไม้สีเหลือง เช่น ส้มหรือมะละกอ สังกะสี ก็เป็นธาตุสำคัญที่มีอยู่ในอาหาร และผิวของเราต้องการ สังกะสีมีอยู่ในผักใบเขียว หัวหอม กะหล่ำปลี แครอต และบร็อคโคลี่ จึงควรรับประทานผักเหล่านี้เป็นประจำ พวกกระเทียม แอปเปิ้ล อโวคาโด ล้วนมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่นผุดผ่อง ไม่ดูแก่ก่อนวัย แคลเซียมซึ่งพบในผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ก็มีคุณค่าที่จำเป็นต่อผิว สาวๆ ที่ผิวแห้งมากควรรับประทานที่มีวิตามินเอสูง เช่น ตับ เนย ไข่แดง นม ผักขม และมะเขือเทศ เท่านี้คุณก็มีผิวสวยได้แล้วล่ะค่ะ

    รู้ไว้ได้ผิวสวย
    อย่านอนดึกติดกันหลายคืน เพราะช่วงนอนหลับเป็นเวลาที่ผิวได้ฟื้นฟูสภาพ
    เมื่อตื่นนอน ควรดื่มน้ำ 3-5 แก้ว และตลอดทั้งวันควรดื่มน้ำ 8-10 แก้ว เพราะน้ำช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง
    สาวยุคใหม่ไม่สูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้ผิวแห้งขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น
    เมื่ออยู่บนที่สูงมากๆ โดยเฉพาะต้องโดยสารเครื่องบิน อากาศจะแห้งกว่าปกติ ดังนั้นควรทาโลชั่นป้องกันไว้ และดื่มน้ำมากๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และถั่วอบเกลือ เพราะสองสิ่งนี้เป็นตัวการขโมยน้ำไปจากผิวคุณ

    ให้ผิวได้ออกกำลังกายบ้าง
    คนชอบออกกำลังกายจะได้เปรียบกว่าใครเพื่อน เพราะกิจกรรมเรียกเหงื่อทุกประเภทช่วยให้เลือดลมในร่างกายหมุนเวียนดี ทำให้ผิวพรรณมีชีวิตชีวาน่าอิจฉา แต่คนที่ไม่ชอบออกกำลังกายหนักๆ เอาเสียเลย อาจจะพยายามเดินเหินให้เร็วขึ้น หรือเอี้ยวตัวไปมาให้เกิดการเคลื่อนไหวก็ช่วยได้เหมือนกัน

    หลีกห่างตัวการทำร้ายผิว
    ยูวี หรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต จะมีปริมาณสูงสุดช่วงกลางวัน คุณควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงเวลา 10.00-15.00 น. อันเป็นเวลาที่แดดแรงที่สุด และอย่าลืมผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแดด SPF
    ต้องพยายามลดปริมาณกาแฟลงบ้าง หากคุณยังไม่สามารถตัดขาดได้ เพราะสารบางชนิดในกาแฟจะทำให้ผิวแห้งและหมองคล้ำ

    การกินผลไม้เยอะๆ ดื่มน้ำให้มาก คือสูตรสำเร็จผิวสวยที่คุณอาจจะเบื่อฟัง แต่ทั้งหมดนี้สามารถช่วยกู้ชีวิตผิวได้จริงๆ ค่ะ

  • 3 ผลไม้ที่นำมาพอกหน้าได้ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

    3 ผลไม้ที่นำมาพอกหน้าได้ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

     

    ผลไม้ที่คุณชื่นชอบนี่ล่ะค่ะ นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังจะช่วยให้ใบหน้าของคุณผุดผ่องสดชื่นได้ทันตาเห็นด้วย

    บลูเบอร์รี่

    บลูเบอร์รี่เป็นตัวช่วยทำความสะอาดผิวหน้าตัวหนึ่ง วิธีทำบลูเบอร์รี่พอกหน้าก็ไม่ยากค่ะ เอาบลูเบอร์รี่หนึ่งกำมือ ผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา และโยเกิร์ตนิดหน่อย มาบดให้เข้ากัน จากนั้นเอาส่วนผสมนี้ทาให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก อย่าลืมทาบริเวณลำคอด้วยค่ะ ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก

    อโวคาโด

    อโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามิน A และ B เปรียบเสมือนมอยส์เจอไรเซอร์ธรรมชาติ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพอกหน้า วิธีทำคือ เอาอโวคาโด สดๆ น้ำมะนาว และโยเกิร์ต มาบดให้เข้ากัน แล้วลูบไล้ทั่วใบหน้าและลำคอ

    สับปะรด

    ถ้าอยากจะลอกหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ สับปะรดช่วยคุณได้ค่ะ เพราะมันจะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว บนผิวหน้าของคุณออกอย่างง่ายดาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก วิธีทำก็ง่ายมาก เพียงเอาผ้ากอซ จุ่มลงในน้ำสับปะรดคั้นสดๆ แปะบริเวณหน้าผาก แก้มสองข้าง ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

    ส่วนผสมของเปลือกก็อย่าทิ้งนะค่ะ เพราะเนื้อติดเปลือกด้านในยังใช้ประโยชน์ได้ ให้ตัดเปลือกเป็นชิ้นๆ แล้ววางแปะที่หน้าผาก แก้มสองข้าง และลำคอ ประมาณ 10 นาที โดยระหว่างนี้ให้นอนอย่างผ่อนคลายไปด้วย จากนั้นก็ล้างออกค่ะ

    Image by Julie Henriksen from Pixabay

  • เหี่ยวก่อนวัยเพราะใช้แป้งทาหน้า

    เหี่ยวก่อนวัยเพราะใช้แป้งทาหน้า

    สาวๆ ที่นิยมการแต่งหน้าจัด ทาแป้งหนาเตอะ หรือต้องแต่งหน้าตลอดเวลา อ่านข่าวนี้แล้วคงเข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมใบหน้าของตนเองจึงเริ่มมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร

    จากการวิจับพบว่า เครื่องสำอางประเภทครีมรองพื้น แป้งทาหน้าทั้งชนิดผสมน้ำ และไม่ผสมน้ำ ที่ทำมาจากแร่หรือดิน ที่มีน้ำหนัก เมื่อทาลงไป น้ำหนักของแป้งที่โปะลงบนใบหน้า จะไปถ่วงผิวหนังวันละ 8-10 ชั่วโมง ทำให้ผิวหนังหย่อนยานลงเรื่อยๆ ดังนั้นหากผิวหนังถูกแป้งถ่วงตลอดเวลา จะทำให้เกิดรอยตีนกา ริ้วรอยเหี่ยวย่น และคางหลายชั้นได้

    และยิ่งโปะหน้าเพื่อปกปิดริ้วรอยเหี่ยวย่นมากเท่าไหร่ ยิ่งเท่ากับเพิ่มริ้วรอยให้ใบหน้าของสาวๆ มากขึ้นเท่านั้นค่ะ

  • ทำไมน้ำหนักตัวถึงเพิ่มในช่วงฤดูหนาว

    ทำไมน้ำหนักตัวถึงเพิ่มในช่วงฤดูหนาว

    ทำไมน้ำหนักตัวถึงเพิ่มในช่วงฤดูหนาว

    ตอบได้ง่ายๆ ว่าผู้คนส่วนใหญ่บริโภคอาหารที่มีพลังงานมากกว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนถึง 222 แคลอรี่ต่อวัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

    การเลือกอาหาร: ตามที่เคยปฎิบัติกันมา อาหารในช่วงฤดูร้อนจะเบาบางกว่าอาหารในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ผลไม้รสอร่อยหรือผักที่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำ ก็หาทานยากในช่วงที่อากาศหนาวเย็น

    วันหยุดเยอะ: วันคริสต์มาส วันเฉลิมฉลองต่างๆ วันปีใหม่…และวันหยุดที่เกี่ยวเนื่องกับในช่วงเวลานั้น เป็นวันที่เฉลิมฉลองกันด้วยอาหารนานาชนิด และอาหารตามประเพณี ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่ “เบา” เลย

    อารมณ์: ผู้หญิงหลายคนจะรู้สึกตึงเครียดในช่วงวันหยุดฤดูหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปิดเทอม และวันหยุดประจำปี ยาบรรเทาความตึงเครียดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือ “อาหาร”

    นอกจากนี้ในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่น่ารื่นรมณ์ ทำให้ไม่สนุกกับการไปออกกำลังกาย และวันเวลาก็ดูเหมือนจะหดสั้นด้วย “โชคดีที่การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ตามปกติจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ปอนด์ คำแนะนำที่สำคัญก็คือ คุณควรรักษาน้ำหนักในช่วงฤดูร้อนของคุณไว้ โดยการระมัดระวังในเรื่องแคลอรี่ที่เพิ่มขึ้น และรักษาระดับการออกกำลังกายในช่วงฤดูร้อนไว้นะคะ”

    Image by Николай Оберемченко from Pixabay