Author: admin

  • ประวัติเจ้าแม่กวนอิม

    ประวัติเจ้าแม่กวนอิม

    ประวัติเจ้าแม่กวนอิม หรือ เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ บ้างว่ามีธรรมกายเป็นบุรุษ บ้างว่าเป็นสตรี มีการวิจารณ์ไปต่างๆกัน

    ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ( ฝ่าฮัวจิง) สรรพสัตว์ที่ทุกข์ยาก มีจิตศรัทราสวดพระนาม พระโพธิสัตว์จะสดับฟังเสียงนั้น ล้วนจะได้รับการหลุดพ้นนั้นคือพระนามกวนอิม พระธรรมจารย์อิ้นกวงว่า พระโพธิสัตว์กวนอิมประสูติมาท่ามกลางกัลป์ สำเร็จเป็นพุทธะนานแล้ว ทรงพระนามว่า พระสัทธัมปรัญพุทธเจ้า(เจิ้นฝาหมิงฝ่อ)

    แม้องค์จะเป็นพุทธกาย หากแต่เสด็จลงมาเพื่อสดับฟังเสียงกับผู้มีบุญสัมพันธ์ ทรงโปรดอวตารมาในรูปบุคคล ซึ่งเหมาะสมต่อการช่วยเหลือตามแต่โอกาสและสถานการณ์ การปรากฎกายของกวนอิมมีไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงมีรูปลักษณ์หลายลักษณะ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปสตรี ได้รับการยกย่องอย่างมากในพุทธศาสนามหายาน

    เจ้าแม่กวนอิม เกิดเมื่อปลายราชวงศ์โจว แผ่นดินจงหยวน มีรัฐหนึ่งทางทิศตะวันตกมีชื่อว่าซินหลิน

    ขณะนั้น ผู้ครองรัฐมีชื่อว่า ราชาเมี่ยวจ้วน มีมเหสีชื่อว่า เป่าเต๋อ ทั้งสองไม่มีบุตรชาย มีเพียงบุตรหญิง 2 คน ราชาทรงกลัดกลุ้ม กลัวจะไม่มีผู้สืบสกุล อยู่มาวันหนึ่งมเหสี ฝันว่าเห็นไข่มุก มีประกายสว่าง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นดวงตะวันเข้ามาอยู่ในท้อง ราชาทราบจึงรู้สึกดีใจว่าน่าจะได้บุตรชายแน่

    เวลาผ่านไปจนถึงวันคลอด นางกำนัลแจ้งว่า ได้บุตรหญิง ราชาทรงผิดหวัง แต่ก็ปลอบตัวเองว่าคงทำบุญมาน้อย ทรงให้ชื่อว่า เมี่ยวส้าน เมี่ยวส้านเเปลกกว่าเด็กอื่นตรงที่ไม่กินเนื้อสัตว์ และมีจิตใจที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นแม้กระทั่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย

    ต่อมาไม่นานมเหสีก็สิ้นพระชนม์ เมี่ยวส้านรู้สึกเสียใจเป็นยิ่งนัก ทำให้คิดถึงสัจธรรมข้อหนึ่งว่า แม่เลี้ยงดูเรามา แต่ยังไม่ได้ทดแทนท่าน บาปนี้ใหญ่หลวงนัก จีงตั้งปณิธานเข้าสู่เพศบรรพชิตโดยมี หยงเหลี่ยน (นางกำนัล)บวชติดตามไปด้วย ขณะที่เมี่ยวส้านบำเพ็ญตนนั้น ได้พบกับอุปสรรคนานาประการ จนได้พบกับเด็กน้อยที่ชื่อว่า เซิ่นอิง เป็นเด็กที่ซุกซน มักจะมาเที่ยวเล่นในวัด ที่ไต้ซือเมี่ยวส้านบำเพ็ญ อยู่มาวันหนึ่งไต้ซือเมี่ยวส้านได้เรียกเหล่าภิกษุณีมาเพื่อบอกว่า วันนี้เป็นวันที่ท่านจะละสังขารแล้ว

    ขอให้ทุกคนเตรียมการให้พร้อม ขณะที่ไต้ซือเมี่ยวส้านนั่งสมาธิอยู่ โดยมีภิกษุณีสวดมนต์อยู่ เด็กน้อยเซิ่นอิงเห็นดังนั้น นึกซนคิดว่าจะทำให้ตกใจเสียหน่อย จึงไปหยิบไม้เคาะกล่อง (ไม้ที่เคาะกล่องจังหวะเวลาพระจีนสวด) ย่องเข้าไป ด้านหน้าไต้ซือเมี่ยวส้าน เซิ่นอิงได้ตวาดเสียงดังก่อนที่จะยกไม้ตีที่กระหม่อมของไต้ซือเมี่ยวส้าน ทำให้เหล่าภิกษุณีต่างตกใจแต่ก็ห้ามไม่ทันแล้ว

    หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เห็นธรรมกายลอยขึ้น พระโพธิสัตว์กวนอิม ได้ไปกราบลา ราชาเมี่ยวจ้วน และไปเขาโปตละโลกาแห่งทะเลทักษิณ ซี่งเป็นที่พำนักของพระองค์ แม่ชีหยงเหลี่ยน ท้ายสุดก็ได้ขึ้นไปรับใช้เจ้าแม่กวนอิมต่อไป โดยมีชื่อว่า “เซียง หลง หนี่” (เง็ก นี่ง) ส่วนเด็กน้อยเซิ่นอิง ได้เห็น พระโพธิสัตว์กวนอิม บรรลุธรรมจีงเกิดความศรัทราและสำนีกในทันที ภายหลังพระโพธิสัตว์กวนอิมได้โปรดให้เป็น “ส้าน ไฉ ถง จื้อ” (กิม ท้ง)

  • 9 หมายเหตุสุขภาพ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

    9 หมายเหตุสุขภาพ ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

    1. ข่าวดีสำหรับคนชอบช็อคโกแลต ผลจากการศึกษาพบว่า ช็อคโกแลตสีเข้ม (Dark Chocolate) มีสารแค็ททะซินส์ (Catechins) อยู่ในปริมาณสูง สารตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ซึ่งเชื่อกันว่า สามารถลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจของคุณได้

    2. ไร้โรคเหงือกด้วยวิตามิน คนที่มีระดับไวตามินเอ กับ ซี ในเลือดสูง จะเป็นโรคเหงือกน้อยกว่า คนที่มีระดับไวตามินในเลือดต่ำถึงครึ่งหนึ่ง

    3. ปลอดหวัดด้วยการออกกำลังแบบเบาๆ คนที่ออกกำลังกายแค่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะมีปริมาณเซลล์คุ้มกันโรคอยู่ในระบบร่างกายมากกว่าคนที่ออกกำลังกาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์

    4. หนาวตลอดเวลา คุณอาจต้องการธาตุเหล็กมากขึ้นก็ได้ ผู้หญิงที่รู้สึกหนาว แม้เมื่ออยู่ในที่อุ่น อาจเป็นอาการที่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอก็ได้ เพื่อทำให้ร่างการอบอุ่นขึ้น ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง อย่างเช่น เนื้อไม่ติดมัน และผักใบเขียว วันละ 3 มื้อ หรือขอให้แพทย์สั่งวิตามินเสริมธาตุเหล็กให้

    5. ระวังบราดันทรง การใส่บราแบบดันทรงที่รัดแน่นเกินไป อาจไปกดกระดูกซี่โครง ทำให้เกิดอาการหลายอย่างได้ ตั้งแต่ท้องผูกไปจนถึงปัญหาในการหายใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อแฟชั่นใหม่ล่าสุด เวลาลองบราแบบดันทรง ให้หายใจเข้าให้ลึกที่สุด ถ้าหายใจได้ไม่เต็มที่ ให้เปลี่ยนขนาดยกทรงให้ใหญ่ขึ้น 1 หรือ 2 เบอร์

    6. เลือกแคลเซี่ยมให้ถูกชนิด ครั้งต่อไป เวลาซื้อแคลเซี่ยมเสริมมากิน จงดูให้แน่ใจด้วยว่า มันมีส่วนผสมของแคลเซี่ยมไซเตรท จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Clinical Phamacology ระบุว่า ผู้หญิงที่กินแคลเซี่ยมไซเตรทสามารถดูดซึมแคลเซี่ยมได้มากกว่า ผู้หญิงที่กินแคลเซี่ยมคาร์บอเนตในปริมาณที่เท่ากัน ถึงสองเท่าครึ่ง

    7. อันตรายจากกระเป๋าหนัก การใส่อะไรต่ออะไรลงไปในกระเป๋าถือของคุณมากมาย อาจหมายถึงอาการปวดหลังได้ จากการสำรวจของสภาศัลยกรรมกระดูกอเมริกันเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า เป้หลังที่หนักมากกว่า 26 ปอนด์ (หรือ20% ของน้ำหนักตัวคุณ) อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังและไหล่เก็งจนเกิอาการเจ็บปวด ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า กระเป๋าถือที่หนักกว่า 13 ปอนด์ก็สามารถทำให้เกิดผลอย่างเดียวกันได้ ถ้าคุณจำเป็นต้องถือของเยอะๆลองใช้กระเป๋าเอกสารที่สะพายไขว้ไว้กับตัว หรือดูให้แน่ใจว่า น้ำหนักจะกระจายไปที่สายทั้งคู่ของเป้หลัง แทนที่น้ำหนักจะกดลงมาที่ไหล่ข้างเดียว

    8. ประโลมใจในวันอันแสนครียด ลองห้อมล้อมตัวเองด้วยต้นไม้ใบเขียว ทั้งที่ทำงาน ที่ บ้าน จากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยรัฐแคนซัสพบว่า ผู้ร่วมการวิจัยที่เข้าไปเดินในสวนพฤกษศาสตร์ มีอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่การเต้นของหัวใจและความดันโลหิตควรจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเดินออก กำลัง

    9. การกินเล็กกินน้อยระหว่างมื้อไม่ได้หมาย ความว่าคุณจะกินน้อยลง ตอนอาหารเย็น จากคำบอกเล่าของนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนลผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ไม่ ได้รับอนุญาติให้กินของว่าง กินอาหารในระหว่างมื้อที่มีแคลลอรี่พอๆกับที่พวกเขากินเวลาที่ได้รับอนุญาติ ให้กินของว่างได้ นักวิจัยยังพบอีกว่า คนที่ไม่กินของว่าง ไม่ได้กินอาหารมากเกินไปเพื่อให้ได้รับแคลลอรี่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการ ” ชดเชย “แต่อย่างใด

  • ติดตั้งระบบแอร์… อย่าลืมอะไร

    ติดตั้งระบบแอร์… อย่าลืมอะไร

    หากคุณจะตัดสินใจ ติดตั้งระบบแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ เพราะทนอากาศร้อน อบอ้าวไม่ไหว ทราบไหมว่า คุณจะต้องรู้อะไรบ้าง

    ระบบปรับอากาศเป็นระบบเครื่องกลในอาคารอีกระบบหนึ่ง ที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งจะต้องมีข้อผิดพลาดบกพร่องเป็นธรรมดา แต่ที่พบปัญหาความหลงลืมของการติดตั้งและออกแบบระบบนี้บ่อยๆ ก็คือ

    1.ระบบติดหน้าต่าง (Window Type) มักจะลืมดูความแข็งแรงของผนังที่รับน้ำหนักเครื่อง และความสั่นสะเทือนของเครื่องแอร์ทำให้กระจกหรือหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆ มีเสียงดังน่ารำคาญ

    2.ระบบแยกส่วน (Split Type) มักจะลืมท่อระบายน้ำจากเครื่องเป่าลมเย็น (Fan Coil) ว่าจะระบายไปทางไหน และหากเป็นเครื่องตั้งพื้น มักลืม (ตัว) เอาเฟอร์นิเจอร์ไปวางปิดช่องหมุนเวียนอากาศ (return Air) ทำให้เครื่องทำงานไม่สะดวก

    3.ระบบเครื่องใหญ่ (Water Chiller) มักลืมพัดลมระบายอากาศ ช่องหมุนเวียนอากาศ (return Air) และจัดเตรียมโครงสร้างที่แข็งแรงเพียงพอสำหรับวางเครื่อง

    ลองหันไปดูแบบที่คุณออกแบบไว้ หรือ ระบบปรับอากาศรอบๆ ตัวคุณ หากมีข้อหลงลืมเหล่านี้ ก็น่าจะจัดการแก้ไขได้แล้วครับ

  • ติดแอร์บนที่สูง ระวังแอร์จะไม่เย็น

    ติดแอร์บนที่สูง ระวังแอร์จะไม่เย็น

    ตอนนี้อาคารสูงเกิดขึ้นมากมาย และส่วนใหญ่ ไม่มีระบบปรับอากาศส่วนกลางไว้ให้ (Central Air) ผู้เข้าพักอาศัยจึงต้องติดเครื่องปรับอากาศเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะวางคอยล์ร้อน (Condensing Unit) ไว้ที่ระเบียงนอกอาคาร (ไม่แนะนำให้แขวนไว้กับผนัง เพราะมลภาวะชนิดหนึ่งยังอันตรายด้วย)

    แต่เมื่อท่านติดไปแล้วปรากฏว่าห้องไม่ค่อยจะเย็น ทั้งที่ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างดีและรุ่นใหญ่พอ กรุณาตรวจดูเหตุ 2 ประการนี้ด้วย

    • ลมร้อนที่เป่าออกหันเข้าปะทะกำแพงหรือขอบระเบียงหรือเปล่า หากเป็นดังที่ว่าจะเกิดความร้อนสะสมและเครื่องระบายความร้อนไม่ได้ จงเปลี่ยนทิศทางของพัดลมที่เป่าออกนั้นเสีย
    • หากห้องอยู่สูงมาก และตั้งพัดลมคอยล์ร้อนให้เป่าออกปะทะแรงลมธรรมชาติ (ซึ่งแรงมาก) แรงลมจากพัดลมจะสู้แรงลมธรรมชาติไม่ไหวจะหมุนช้าลง หรือหยุดทำงาน แก้ไขโดยการเปลี่ยนคอยล์ร้อนให้พัดลมเป่าขึ้นข้างบน จะแก้ปัญหาได้
  • การเลือกใช้ วัสดุป้องกันความร้อนที่ร้อนจริง ๆ

    การเลือกใช้ วัสดุป้องกันความร้อนที่ร้อนจริง ๆ

    การเลือกที่จะใช้วัสดุป้องกันแสงแดดที่เราเองก็ทราบกันดีว่า มันทำให้บ้านของท่านนั้นร้อนได้ขนาดไหน ว่ากันว่าในปีนี้ อากาศของโลกจะร้อนมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นหมายถึงบ้านที่ท่านนั้นอาศัยอยู่ในปีที่แล้วที่ว่าร้อน ปีนี้ครับท่านร้อนกว่าแหง ๆ เลยครับ แล้วเราจะทำเช่นไรกันดีล่ะครับ

    หลายบ้านนั้นมีวิธีการป้องกันและเพิ่มความเย็นในบ้านไปแล้ว แล้วบ้านท่านมีวิธีการที่จะป้องกันหรือเพิ่มความเย็นให้แก่บ้านของท่านหรือยัง การใช้วัสดุป้องกันความร้อน เช่น ฉนวนป้องกันความร้อนบนฝ้าเพดานเป็นอีกทางเลือกนึงที่ท่านสามารถตัดสินใจเลือกใช้งานได้ แต่อย่าลืมว่าวัสดุบางประเภทที่จะเลือกใช้นั้นไม่เหมาะกับท่านผู้อาศัยที่เป็นโรคภูมิแพ้ ดังนั้นหากจะต้องใช้วัสดุที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนแล้วล่ะก็ ศึกษาผลของการใช้วัสดุก่อนนะครับ เอ! ว่าแต่ว่าหากบ้านนั้นกำลังสร้างใหม่จะใช้วัสดุที่เราเรียกว่าฉนวนสะท้อนความร้อนได้หรือเปล่านะ คำตอบคือใช้ได้เลยครับ เพราะวัสดุดังกล่าวจะต้องวางอยู่ใต้วัสดุมุงหลังคาซึ่งมักจะทำการติดตั้งไปพร้อม ๆ กับหลังคาครับ แล้วหากบ้านนั้นยังไม่ค่อยมีเงินและก็ยังไม่มีฝ้าล่ะครับ ก็สามารถที่จะติดตั้งยิปซั่มบอร์ดแทนก็สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องของความร้อนได้ครับ

    ร้อนมาก ๆ การเลือกที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศคงเป็นอีกทางเลือกของท่านผู้ที่พอจะมีเงินมาใช้จ่ายส่วนนี้นะครับ การเลือกใช้เครื่องปรับอากาศจะพิจารณาตามขนาดของห้องโดยที่ความสูงของฝ้าเพดานจะต้องไม่สูงเกินกว่าที่กำหนด และท่านก็สามารถที่จะเลือกซื้อและกำหนดขนาดของการใช้เครื่องปรับอากาศได้โดยตัวท่านเอง ซึ่งจะเป็นการคำนวณแบบง่าย ๆ ครับ ขนาดห้อง กว้าง x ยาว x 800 ผลที่ออกมาก็จะเป็นค่าประมาณการที่มีหน่วยเป็น BTU ที่เราเรียกกันติดปากนั่นล่ะครับ สิ่งที่จะต้องพิจารณาร่วมกันคือ ห้องนั้นโดยแสงแดดตลอดช่วงบ่ายหรือไม่ มีการปิด-เปิดห้องบ่อยเพียงใด และสิ่งประกอบอื่น ๆ ที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมในกรณีที่ท่านจะเลือกใช้ขนาดของเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดพอดีห้อง

  • ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างไรให้คุ้มค่าเงิน

    ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างไรให้คุ้มค่าเงิน

    เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านของเราไปเสียแล้ว คุณมั่นใจแค่ไหนว่า ใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างถูกวิธี เจ้าเครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งที่สำคัญไปแล้วในชีวิตเราปัจจุบัน แต่หลายคนอาจยังเข้าใจผิด ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเพียง “เครื่องทำความเย็น” ซึ่งเป็นการใช้งานที่ผิดหน้าที่ เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะการจัดวาง จัดเตรียมระบบปรับอากาศที่ดีจะต้องประกอบด้วยหน้าที่ดังต่อไปนี้

    1.เพื่อลดอุณหภูมิ
    2.ควบคุมความชื้น ไม่ให้แห้งเกินไป (ผิวแตก) หรือชื้นเกินไป (เหนอะหนะ)
    3.ให้อากาศในห้องเคลื่อนไหว (ทำให้รู้สึกสบายไม่อึดอัด)
    4.ทำให้อากาศสะอาด (ป้องกันฝุ่นและอาจช่วยฟอกอากาศบ้าง)
    5.มีระบบระบายอากาศ (การถ่ายเทอากาศจากภายนอก)

    หากใครใช้ระบบปรับอากาศครบทั้ง 5 ข้อ จึงจะทำให้ระบบปรับอากาศมีความสมบูรณ์ ดังนั้น ใครที่ติดแอร์อยู่ น่าจะสำรวจดูว่า เครื่องหรือระบบปรับอากาศของตนนั้น ทำงานครบทุกหน้าที่หรือไม่ ถ้าไม่ครบก็น่าจะปรับปรุงเสีย เพื่อสุขภาพที่ดีของท่าน เช่น ลืมพัดลมระบายอากาศหรือเปล่าเป็นต้น

  • หลังคาบ้านแบบไหนดี ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

    “หลังคา” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านก็ว่าได้ เพราะช่วยกันทั้งแดด ลม ฝนให้กับผู้อยู่อาศัย มาเลือกวัสดุหลังคาบ้าน ให้เหมาะสมกับการใช้สอยกันดีกว่า

    การเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับการใช้สอย อีกทั้งวิธีปฏิบัติจริง หากเมื่อเกิดปัญหาแตกร้าว รั่ว ฯลฯ ทั้งนี้ก่อนอื่นต้องมาเรียนรู้กันก่อนว่า ประเภทของหลังคา มีกันกี่แบบ ซึ่งโดยปัจจุบันรูปทรงของหลังคามีอยู่ 5 แบบ คือ

    1. หลังคา SLAB หรือหลังคาแบน สามารถใช้ประ โยชน์บนหลังคาได้ แต่ต้องระวังการรั่วซึม

    2. หลังคาเพิงหมาแหงน คือ หลังคาที่เอียงไปด้าน เดียว ราคาถูก และก่อสร้างง่าย

    3. หลังคาทรงมนิลา หรือหลังคาหน้าจั่ว คือ หลังคา ที่มีสันตรงกลาง และลาดลงทั้งสองข้าง

    4. หลังคาทรงปั้นหยา เป็นหลังคาที่กันแดดกันฝน ได้ทุกด้าน แต่ราคาค่อนข้างแพง

    5. หลังคาปีกผีเสื้อ ปัจจุบันไม่นิยมกันแล้ว เพราะ จะเอียงกลับเข้ามาตรงกลาง ซึ่งเป็นรางน้ำทำให้รั่วง่าย

    ชนิดของวัสดุมุงหลังคา

    บ้านที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง จะให้ความรู้สึกอบอุ่น มีหลายชนิด เช่น กระเบื้องโมเนีย มีสีให้เลือกมาก แต่ก็มีน้ำหนักมาก ต้องมุงให้มีความลาดชันมาก กระเบื้องลอนคู่และลูกฟูก น้ำหนักเบา แต่มุงให้มีความลาดน้อยกว่าได้ METAL SHEET คือ แผ่นเหล็กที่รีดลอนแล้ว เคลือบสี จะมีรอยต่อน้อย สามารถรีดเป็นแผ่นยาวตลอดได้ จึงลดปัญหาการรั่วซึม และมีน้ำหนักเบา ทำให้ลดขนาดในส่วนของโครงสร้างได้ อย่างไรก็ดีวัสดุของโครงสร้างแต่ละประเภทมีทั้งข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไปดังนี้

    โครงสร้างหลังคาไม้
    ข้อดี สามารถติดตั้งได้สะดวก ช่างธรรมดาสามารถติด ตั้งได้ เหมาะสำหรับบ้านไม้ เพราะ การยึดติดกับเสาและคาน สามารถทำได้สะดวกข้อเสีย มีราคาค่อนข้างแพง และหาไม้ที่มีคุณภาพดีได้ ยาก มีการบิดงอง่าย ไม่เที่ยงตรง และมีปัญหาเกี่ยวกับปลวกโครงสร้างหลังคาเหล็กข้อดี มีความเที่ยงตรงในการทำงาน เหมาะสำหรับบ้าน ที่ก่อสร้างด้วยปูน มีราคาถูกกว่าไม้ ทั้งยังมีรูปแบบให้เลือกมากมาย
    ข้อเสีย ช่างต้องมีประสบการณ์ในการเชื่อมต่อโครงหลัง คาเหล็ก และถ้ามีการป้องกันผิวไ ม่ดี เวลาเกิดการรั่วซึมของหลังคา จะมีปัญหาเรื่องการเกิดสนิมได้

    วิธีการมุงหลังคาแต่ละชนิด กระเบื้องมุงหลังคาแต่ละชนิด จะมีความลาดเอียงใน การมุงไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น กระเบื้องโมเนียจะองมุงให้ มีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 17 องศา ส่วนกระเบื้องลอนคู่และลูกฟูก สามารถมุงหลังคาให้ มีความลาดเอียงไม่น้อยกว่าประมาณ 10 – 12 องศาส่วน METAL SHEET สามารถมุงได้น้อยกว่า 10 – 12 องศา แล้วแต่วิธีการออกแบบเพราะฉะนั้นเวลาเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคา ควรตรวจดู ความลาดเอียงของหลังคาให้ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นจะทำให้หลังคารั่วได้

  • พัดลมฟักทอง หรือ ลูกหมุนระบายอากาศ ช่วยลดความร้อนของบ้านได้ดีไหม

    พัดลมฟักทอง หรือ ลูกหมุนระบายอากาศ ช่วยลดความร้อนของบ้านได้ดีไหม

    พัดลมฟักทองหรือพัดลมลูกกลมๆ ที่เราติดไว้ที่หลังคาโรงงาน สามารถหมุนระบายอากาศได้เอง มองไปมองมารูปร่างก็คล้ายกับฟักทอง จึงเรียกกันว่า “พัดลมฟักทอง” หรือจะเรียกว่า ลูกหมุนระบายอากาศก็ได้

    พัดลมฟักทอง จะช่วยระบายอากาศและความร้อนได้ดีถ้าเป็นโรงงาน เพราะมีปริมาณของความว่างของอากาศมากในโรงงาน ปริมาณการไหลถ่ายเทอากาศทำได้สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อากาศร้อนที่ลอยจากความสูงระดับทำงานไปสู่ข้างบนใกล้กับหลังคา

    แต่หากติดพัดลมฟักทองในบ้านเราที่มีปริะมาณอากาสใต้หลังคาน้อย การระบายอากาศก็น้อย (นับเป็นหน่วย C.F.M หรือการจำนวนอากาศที่ระบายต่อหนึ่งนาทีเป็นหน่วยปริมาณคิวบิคฟุต) การระบายนี้ จะช่วยลดความร้อนได้น้อยมาก เอาเงินค่าซื้อพัดลมฟักทองนั้น ไปซื้อฉนวนกันความร้อนปูใต้หลังคาจะดีกว่า

  • 9 วิธีสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย

    9 วิธีสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย

    เคยไหมคะ? ที่วุ่นวายอยู่กับการงาน การเรียน หรือการสอบ เสียจนลืมนึกถึงสุขภาพ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ต้องตกใจแทบแย่ กรี๊ด!!! ยายเพิ้งที่อยู่ในกระจกนี่ใครกันยะ ดูโทรมถึงขนาดนี้เชียว  ยังไม่สายค่ะ ยังไม่สาย ถ้าหากคุณห่วงใยสุขภาพตนเอง และจะเริ่มต้นฟื้นฟูความกระฉับกระเฉง เรามีวิธีเรียกความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายของคุณ ดังนี้ค่ะ

    1. รีดไขมัน

    ความเครียด แอลกอฮอล์ และอาหารประเภทไขมัน ทำให้ร่างการเราหนักขึ้น และอืดอาด รีดไขมันด้วยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานและขับเหงื่อ ถ้าหากไม่ชอบออกกำลังกายจริงจัง ใช้วิธีเดินเล่น บริหารร่างกายตามจังหวะเพลง หรือถีบจักรยานให้ได้ครั้งละ 30 นาที หลังกรรมวิธีรีดไขมันควรดื่มน้ำธรรมดา หรือผสมเกลือแร่เล็กน้อย เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายทีไรรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทุกที ก่อนออกกำลังกายทานผลไม้สักจาน..จานเล็กๆ นะค่ะ น้ำตาลฟรุกโทสในผลไม้จะช่วยชดเชยพลังงาน และลดอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นได้ค่ะ

    2. แช่น้ำอุ่น

    ใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่โปรดปรานสัก 2-3 หยด พร้อมทั้งหยดน้ำตาเทียนลงในน้ำเล็กน้อย เปิดเพลงคลอเบาๆ ขณะที่นอนแช่ในน้ำ และต้องไม่ลืมหยุดคิดเรื่องว้าวุ่นไว้ชั่วคราว เมื่ออาบเสร็จ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้แห้ง ทาโลชั่น ดื่มชาสมุนไพรสักแก้ว แค่นี้ก็ทำให้คุณเข้านอนอย่างเป็นสุขแล้วค่ะ

    3. ดูแลผิว

    แดดแรงแบบนี้ หากคุณไม่ทาครีมกันแดดหรือครีมบำรุงผิว อาจทำให้ผิวลอก ควรหาทางชดเชยน้ำภายในร่างกายด้วยการอาบน้ำให้นานขึ้นสัก 20 นาที โดย
    ก่อนอาบน้ำ ใช้ฟองน้ำหรือใยบวบชุบน้ำขัดเซลล์ที่ตายแล้ว บริเวณที่แห้งกร้าน เช่น สันเท้า
    หลังอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้ง ทาโลชั่นให้ติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นฤดูใด เพื่อให้ผิวนุ่มนวลอยู่เสมอ

    4. เติมความสดชื่นให้ผิวหน้าด้วยไอน้ำ

    ใช้ครีมขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกจากผิวหน้า คอ และไหล่ ผสมน้ำเดือด 1 ลิตรกับน้ำมันหอมระเหยนิดหน่อยในอ่างน้ำ จากนั้นเอาผ้าขนหนูคลุมหน้า แล้วก้มรับไอน้ำ 5 นาที แต่ระวัง ใบหน้าของเราห่างจากอาบน้ำสัก 30 เซนติเมตรนะคะ จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้า ทาครีมบำรุงทั่วใบหน้าและดวงตา ฉีดน้ำหอมให้สดชื่นเล็กน้อย

    5. ดูแลเท้า

    ล้างสีทาเล็บออกให้หมดด้วยน้ำยาล้างเล็บ ตัดเล็บและตกแต่งให้เรียบร้อย หาน้ำอุ่นผสมน้ำมันหอมระเหย แช่เท้า 10 นาทีให้ผิวนุ่ม ขัดเซลล์ที่ตายแล้วออกจากเท้า ล้างออกให้สะอาด ทาโลชั่นให้ทั่ว หาลูกกลิ้งไม้ค่อยๆ นวดเล็บ เพื่อขจัดสีทาเล็บหรือโลชั่นที่ติดค้างบนเล็บออก ถ้าจะทาเล็บใหม่ ให้หากระดาษทิชชู่วางกั้นระหว่างนิ้วเพื่อกันเล็บเลอะ

    6. นวดแผนโบราณ

    ลองใช้บริการนวดแผนโบราณ ระหว่างนวดหลับตาเพื่อผ่อนคลาย หรือหลับไปเลยจะช่วยให้สบายตัวยิ่งขึ้น

    7. เข้าฟิตเนส

    ถ้าไม่อยากออกกำลังกายคนเดียว ลองเข้าฟิสเนสสักแห่ง แล้วชวนเพื่อนไปด้วยกัน แต่ถ้าชวนแล้วก็ยังไม่มีใครสน สร้างมิตรภาพใหม่ๆ ที่ฟิตเนสก็ไม่เลว ได้ทั้งออกกำลังกายได้ทั้งเพื่อนใหม่

    8. ใช้เวลาอยู่บ้าน

    หาเวลาพบปะเพื่อนฝูง จัดปาร์ตี้เล็กๆ ง่ายๆ หรือพูดคุยกันในบ้าน จัดบ้าน และสิ่งละอันพันละน้อยที่คุณไม่มีเวลาทำช่วงงานยุ่ง

    9. สูดอากาศบริสุทธิ์

    การอยู่ในห้องปรับอากาศทั้งวัน ทำให้ไม่มีเวลารับอากาศบริสุทธิ์ จึงควรหาโอกาสชวนเพื่อน ไปเที่ยวต่างจังหวัดชายทะเล หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน แล้วกระโดดโลดเต้นให้สนุกสุดเหวี่ยง

  • การใช้คอนแท็คเลนส์สี กับการแต่งหน้า

    การใช้คอนแท็คเลนส์สี กับการแต่งหน้า

    คุณเคยลองคิดที่จะเปลี่ยนสีนัยน์ตาดำของคุณเป็นสีอื่นบ้างไหมคะ ที่ไม่จำเจอยู่กับสีดำเพียงอย่างเดียว เหมือนที่คุณเปลี่ยนสีผมจากดำ เป็นสีอ่อนกว่าธรรมชาติที่คุณเป็นอยู่ เพื่อความแปลกใหม่ให้กับชีวิต

    ไม่เฉพาะคนที่สายตาสั้นแล้วใส่คอนแท็คท์เลนส์เท่านั้น คนที่สายตาปกติก็สามารถใส่คอนแท็คท์เลนส์ได้ แต่เป็นเลนส์ที่มีสี

    เมื่อสีตาดำคุณอ่อนลง ใบหน้าของคุณก็จะดูสดใส อย่างเดียวกับที่คุณเปลี่ยนสีผมให้อ่อนลง ใบหน้าของคุณก็จะขาวขึ้น

    คอนแทคเลนส์มีหลายสี อย่างพื้นๆ ก็เป็นสีน้ำตาลอ่อน สีนี้เมื่อใส่แล้วก็จะทำให้หน้าคุณอ่อนเยาว์ โดยรวมก็จะเหมือนลูกแมว และยังมีสีฟ้า สีม่วง สีเขียว แต่จะเหมาะสมกับคนไทยหรือไม่นั้น คุณๆ ก็ต้องใช้วิจารณาณของตัวคุณเองแล้วล่ะค่ะ

    แต่ก็มีหลายคนที่กล้าพอจะใส่คอนแทคท์เลนส์เปลี่ยนสีตาอย่างมั่นใจ เราเลยอยากจะแนะนำการแต่งหน้าให้โทนสีเข้ากับสีคอนแทคท์เลนส์ที่คุณใส่ เพื่อเพิ่มความงามที่ถูกต้องให้กับคุณค่ะ

    เมื่อสีนัยน์ตาคุณเปลี่ยนไป สีที่เปลือกตา แก้ม และริมฝีปาก ก็ต้องควบคุมโทนสีให้เข้ากันด้วย อย่างเช่น

    เลนส์สีเขียว

    เมื่อใส่แล้วสีนัยน์ตาของคุณจะดูอ่อนลงอย่างมาก ดังนั้นการแต่งหน้าของคุณจะต้องออกสีที่สว่างสักหน่อย โดยใช้สีอายแชโดว์ในโทนสีที่ให้ความอบอุ่น อย่างสีน้ำตาลบนเปลือกตาของคุณ เพื่อลดความสว่างของลูกนัยน์ตาที่เป็นสีเขียว และห้ามเด็ดขาดนะคะ! ที่จะใช้อายแชโดว์สีเดียวกันกับลูกนัยน์ตาที่เป็นสีเขียว เพราะมันจะทำให้ดูสว่างเกินไป แล้วปัดมาสคาร่าด้วยสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลิปสติกและสีบรัชออนก็ควรออกสีโทนเดียวด้วยเช่นกันค่ะ

    เลนส์สีฟ้า

    ควรใช้อายแชโดว์ที่ออกโทนสี RUSTY-BROWN หรือสีม่วงของดอกลาเวนเดอร์ เพิ่มความกลมกลืนเมื่อสีทั้งสองมาเจอกัน ปัดมาสคาร่าสีน้ำตาลหรือดำก็ได้ เพิ่มความคมเข้มให้กับขอบตา จะทาปากด้วยสีแดงหรือสีม่วงของดอกฟูเชียก็ได้ แล้วปัดแก้มด้วยโทนชมพูอ่อนๆ ก็จะทำให้คุณดูสดใสไปกับลูกนัยน์ตาสีฟ้าแล้วค่ะ และห้ามเด็ดขาดที่จะทาตาสีเดียวกับคอนแท็คเลนส์

    เลนส์สีน้ำตาล

    เมื่อคุณมีลูกนัยน์ตาสีน้ำตาล ก็จะทำให้หน้าคุณดูสว่างขึ้น ดังนั้นสีน้ำตาลจะดูกลมกลืนไปกับโครงสร้างของคนไทย คุณสามารถใช้แอแชโดว์ได้หลายสี แต่ต้องเป็นสีอ่อน อย่างน้ำตาลอ่อน เขียวอ่อน สีเอิร์ธโทน เบอร์กันดีสีม่วง แล้วใช้อายไลเนอร์สีน้ำตาลเข้ม ปัดมาสคาร่าสีดำ ส่วนลิปสติกใช้สีให้อยู่ในโทนเดียวกับสีอายแชโดว์ที่คุณทา รวมไปถึงสีแก้มด้วย

    เลนส์สีม่วง

    ถ้าคุณมีลูกนัยน์ตาสีม่วง คุณควรใช้อายแชโดว์มีเทาหรือสีดำ ใช้อายแชโดว์สีพาสเทลจะทำให้คุณดูเป็นธรรมชาติ แล้วใช้มาสคาร่าสีดำ อย่าใช้อายแชโดว์สีม่วงโดยเด็ดขาด

    คงพอจะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่ใส่คอนแท็คเลนส์สี เพื่อเพิ่มตวามสดใสให้กับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าที่จะใส่คอนแท็คเลนส์โดยปราศจากการแต่งหน้านะค่ะ

    เพราะบางทีอาจทำให้คุณเหมือนแฟนแดร๊กคิวล่าได้ในที่สุดค่ะ