Author: admin

  • 7 เคล็ดลับการโกนหนวดที่ถูกต้อง และถูกวิธี

    7 เคล็ดลับการโกนหนวดที่ถูกต้อง และถูกวิธี

    การโกนหนวดที่ถูกต้อง และถูกวิธี เรื่องง่ายๆ แต่ไม่ง่ายของหนุ่มๆ สมัยนี้ กับเคล็ดลับดีๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

    กิจวัตรประจำวันของผู้ชาย ที่นอกเหนือจากการล้างหน้าให้สะอาดตอนเช้าและตอนเย็นแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องปฏิบัติเป็นประจำก็คือ…การโกนหนวด สำหรับคุณที่ไม่ไว้หนวดคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การโกนหนวดเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้การเอาใจใส่ไม่แพ้การแต่งกายเลยทีเดียว

    ในความเป็นจริงแล้ว ใบหน้าผู้ชายมีหนวดประมาณ 15,500 เส้น ในหนึ่งเดือนจะยาวขึ้นประมาณ 1-1.5 นิ้ว ผู้ชายส่วนใหญ่มักนิยมโกนหนวดด้วยใบมีดโกน มากกว่าโกนด้วยเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า

    วิธีการโกนหนวดที่ถูกต้อง ควรโกนในทิศทางเดียวกันกับการเติบโตของเส้นหนวด เพื่อลดการเกิดรอยผื่นแดง อาการระคายเคือง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดขนคุด โดยเริ่มจากบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้างก่อน แล้วทิ้งให้บริเวณริมฝีปากและคางเป็นบริเวณสุดท้าย โดยโกนเป็นแนวสั้นๆ สม่ำเสมอ และพยายามดึงผิวหน้าและเม้มปากเพื่อให้ผิวหน้าตึงกระชับ

    โดยธรรมชาติเส้นหนวดบริเวณริมฝีปากและบริเวณคาง จะมีความแข็งที่สุด ทำให้ระหว่างการโกนหนวดผิวหนังจะถูกเสียดสีไปกับใบมีด เป็นผลให้เซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพประมาณ 3 ชั้นผิวจะถูกขจัดออกไป จึงส่งผลให้น้ำมันหล่อเลี้ยงธรรมชาติย่อมสูญหายไปจากเซลล์ผิว

    ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการโกนหนวดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปรับเส้นหนวดให้ตั้งหนานุ่มขึ้น และเพิ่มความหล่อลื่นให้กับผิวทำให้การโกนหนวดสะดวกยิ่งขึ้น

    การโกนหนวดจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่เชิงซะทีเดยว โดยเฉพาะสำหรับท่านที่นิยมโกนหนวดจากใบมีด มีทริกและคำแนะนำในการใช้มีด ง่ายๆ ดังนี้….

    1. อย่าใช้ใบมีดเกิน 3 ครั้ง
    2. ระหว่างโกนหนวดให้ล้างใบมีดในน้ำอุ่น
    3. โกนหนวดบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้างก่อน อย่าดึงผิวหน้าให้ตึงขณะเลื่อนใบมีดลง
    4. โกนหนวดเหนือริมฝีปากและคางเป็นอันดับสุดท้าย โดยเม้มปากให้แน่นเพื่อให้ผิวหน้าตึงกระชับ

    ในระหว่างการโกนหนวด เซลล์ผิวหนังจะถูกขจัดออก ซึ่งมีผลให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติสูญหายไปจากเซลล์ผิวด้วย ผลิตภัณฑ์เพื่อการโกนหนวดจึงจำเป็นและมีลำดับขั้นตอนในการใช้งาน ดังนี้…
    ก่อนการโกนหนวด

    1. ควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยโฟมล้างหน้า ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดสิวหัวดำและขนคุด ฟองครีมสามารถปรับเส้นหนวดให้อ่อนนุ่มได้
    2. ทาเจลเนื้อโฟมที่บริเวณที่จะโกน เจลเนื้อโฟมนี้จะลดการระคายเคืองและคมบาดจากใบมีด หลังจากการโกนหนวดและชำระล้างฟองออกแล้ว ในฟองครีมที่สะสมอยู่จะช่วยลดการแห้งตึงและปรับสภาพผิวให้นุ่มขึ้น ช่วยบรรเทาการระคายเคือง และช่วยสมานรอยแผลให้หายสนิทเร็วขึ้น หรือถ้าหากคุณไม่ใช้เจล และใช้ Shave Foam แทนก็ได้ เพราะมีคุณสมบัติเดียวกัน เพียงแต่มีส่วนผสมบางๆ ของน้ำหอมผสมอยู่ จึงช่วยให้กลิ่นหอมสดชื่นขึ้น
    3. เมื่อล้างโฟมออกแล้ว ให้ทาอาฟเตอร์เชฟ ซึ่งจะซึมสู่ผิวได้เร็ว ลดรอยผื่นแดง สมานรอยมีดบาด ฟื้นฟูสภาพผิวให้เรียบรื่นขึ้น

    ผู้ชายบางคน ควรโกนหนวดใบหน้าทุกวัน เพื่อให้ใบหน้าดูสะอาดเกลี้ยงเกลา แต่บางคน 2 – 3 วันค่อยโกนหนวดก็ได้ เพราะไรหนวดจางๆ จะเพิ่มความเข้มให้กับใบหน้า

    เมื่อรู้ทริก และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง คราวนี้การโกนหนวดก็จะไม่เจ็ยและมีรอยบาด เลือดไหล หรือผิวบริเวณที่มีหนวดก็จะไม่มีจุดดำๆ ต่อไปแล้ว

    Image by stokpic from Pixabay

  • 4 กลยุทธ์ การบริหารนาย เคล็ดลับง่ายๆ ของคนทำงาน

    4 กลยุทธ์ การบริหารนาย เคล็ดลับง่ายๆ ของคนทำงาน

    4 กลยุทธ์ การบริหารนาย เคล็ดลับง่ายๆ ของผู้ชายวัยทำงาน

    ไม่ว่าจะมีการอบรมสัมมนาที่ไหน หัวข้อประเภทว่า..จะบริหารบุคคลอย่างไรดี มักมีให้เห็นอยู่ดาษดื่น แต่ยังไม่เคยเห็นคอร์สประเภทที่ว่าด้วยเรื่อง “การบริหารนาย” เลยสักนิด

    จะว่าไปเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการที่พนักงานอย่างเราๆ ท่านๆ จะได้รับการบริหารจากนาย ในทางกลับกัน เพื่อการทำงานที่สอดประสานกันอย่างคล้องจอง ทางฝ่ายของพนักงานนั้น ควรจะมีการฝึกฝนเรื่องการบริหารนายตัวเองไว้บ้าง ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก นอกจากการทำงานเป็น “ทีมเวิร์ก” นั่นเอง

    การบริหารนายนั้น จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับนายของคุณราบรื่นขึ้น และแน่นอนว่าการทำงานของคุณ ก็จะพัฒนาไปในทางที่ราบรื่นขึ้นด้วย เรียกว่าเป็นแบบวิน-วิน ซิตทุเอชั่นทีเดียว เพียงแต่คุณตอบคำถามดังต่อไปนี้เท่านั้นเอง

    คำถามที่ 1…นายของคุณเป็นคนประเภทไหน

    เจ้านายของคุณเป็นคนช่างจำรายละเอียดหรือเปล่า หรือเป็นคนที่ชอบดูเฉพาะเพียงแค่บทสรุปเท่านั้น ซึ่งหากคุณเกิดเผลอไปให้ข้อมูลที่จุกจิกกับนายประเภทนี้ คงเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ทีเดียว เนื่องจากเจ้านายคุณจะคิดว่า นี่คือส่วนความรับผิดชอบของคุณ ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย ต้องมาให้รับรู้ทำไม นอกจากนี้คุณอาจจะคิดมาก หากเจ้านายของคุณไม่มีทีท่าว่าใส่ใจเอาเสียเลย ว่าคุณจะทำงานหนักสักเพียงไร

    นั่นเป็นเพียงเพราะว่า นายประเภทนี้จะมองก็เฉพาะผลงานที่ออกมาเท่านั้น เกิดคุณไปคิดเล็กคิดน้อยกับเจ้านายแบบนี้ คุณเองนั่นแหละที่จะสติแตกแต่เพียงผู้เดียว ข้อดีของเจ้านายประเภทไม่จู้จี้จุกจิกแบบนี้ ก็คือเขาจะไว้วางใจให้คุณทำงานต่างๆ ไปในวิถีทางของคุณเอง จะไม่เข้ามายุ่งจนกว่าจะเป็นกระบวนการสุดท้ายของโปรเจ็กต์ และมักจะช่วยเหลือคุณในเรื่องของภาพรวมเท่านั้น ถ้าหากคุณเข้าใจธรรมชาติในการทำงานของเจ้านาย คุณทั้งคู่ก็จะทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข

    คำถามที่ 2…นายของคุณเป็นคน “ยามเช้า” หรือ “ช่วงบ่าย”

    ถ้าคุณรู้ว่า นายของคุณไม่ใช่คนประเภทที่ตื่นขึ้นมาทำงานแต่เช้า และกลับบ้านตรงเวลา แบบคนทำงานประจำทั่วไป ก็พยายามอย่าจัดตารางนัดใครให้เจ้านายในช่วงเช้า หรือแม้แต่จะนัดถกปัญหากับเจ้านาย ก็ไม่ควรจัดเวลาเอาไว้ช่วงก่อนกินข้าวกลางวันอย่างเด็ดขาด

    คุณอาจจะแปลกใจในช่วงแรกๆ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น แล้วเจ้านายยังคงใจเย็น ก่อนที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้คุณราวๆ บ่าย 2 โมง หลังจากที่คุณเพิ่งจะดื่มกาแฟแก้วที่ 2 เสร็จไปพอดิบพอดี

    คำถามที่ 3 …คุณสามารถช่วยเจ้านายให้บรรลุเป้าหมายได้หรือยัง

    คำถามนี้คือคำถามของลูกน้องที่ดี เพราะว่าการที่เจ้านายจ้างคุณเข้ามา ก็เพื่อจะให้คุณช่วยทำงานของเขาหรือของบริษัทให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ต่างๆ หากคุณมีความเข้าใจได้อย่างดีว่า เจ้านายแผนกหรือบริษัทของคุณ ต้องการจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในด้านใดเป็นพิเศษ คุณก็ควรที่จะอาศัยข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นเข้ามาช่วย และมีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของเจ้านายให้เต็มที่ เพื่อที่จะส่งเสริมให้บริษัทของคุณ ได้ไปถึงเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วยิ่งขึ้น

    ผลพลอยได้ที่คุณจะได้รับ นอกจากความภาคภูมิใจในชิ้นงานงามๆ ที่ออกมาแล้ว คุณยังจะกลายเป็นพนักงานที่โดดเด่น กลายเป็นขวัญใจของเจ้านายอีกต่างหาก และเมื่อเกิดการเลื่อนตำแหน่งของเจ้านายขึ้นมาหล่ะก็ เชื่อแน่ว่าคุณจะต้องได้รับการโปรดมทตามขึ้นมาติดๆ อย่างแน่นอนทีเดียว

    คำถามข้อที่ 4…คุณได้พยายามทำการส่งเสริม ให้เจ้านายหรือบริษัทดูดีขึ้นอย่างเต็มความสามารถหรือยัง

    ประเด็นนี้คือสิ่งสำคัญและไม่ควรจะมองข้าม เพราะเมื่อไหร่ที่เจ้านายและบริษัทของคุณมีภาพลักษณ์ที่ดี คุณเองก็จะมีภาพลักษณ์ที่ดีตามไปด้วย เพราะฉะนั้น หากคุณมีความคิดดีๆ อะไร ที่จะสามรถปรับปรุงบริษัทให้ดีขึ้น อย่าลืมนำไปเสนอเจ้านาย เพื่อที่จะรีบปรับเปลี่ยนให้หน้าตาของบริษัทดูดีขึ้น

    แต่กระนั้นก็อย่ากระทำการกระโตกกระตาก พยายามใช้การกระซิบเจ้านาย เวลาที่บริษัทดูดีขึ้น ไม่ต้องห่วง… ท่านจะต้องชมเชยคุณ และอาจตบรางวัลให้เป็นพิเศษ เพราะว่าคุณได้ยกเครดิตทั้งหมดให้เป็นของเจ้านายนี่นา

    เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกำลังเริ่มต้น “บริหารนาย” คุณจะรู้สึกว่า คุณสามารถทำงานได้อย่างสะดวกกายสบายใจขึ้น เนื่องจาก “เจ้านาย” ที่เคยทำให้คุณเกร็งและเกรงมาตลอดนั้น กลับกลายเป็นคนที่ทำงานร่วมกันกับคุณ แบบเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดสนิทสนมเสียแล้ว เมื่อนั้น เจ้านายจะเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบให้คุณมากขึ้นกว่าเก่า

    และแน่นอนว่า ย่อมเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าทางการงาน และคุณยังมีควาามสุขในการทำงานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และนั่นก็คือวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดสำหรับการนี้

  • 6 เคล็ดลับ  การสร้างคุณค่าในที่ทำงาน ให้มีความสุข และประสบความสำเร็จ

    6 เคล็ดลับ การสร้างคุณค่าในที่ทำงาน ให้มีความสุข และประสบความสำเร็จ

    การทำงานทุกวันนี้ อย่าหวังมากถึงให้เจ้านายรักเลยครับ เอาแค่ให้ชื่นชอบ ประมาณเข้าตากรรมการก็พอ ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้ เป็นข้อมูลที่มีผู้คนเคยนำเอาไปใช้มาแล้ว ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ ความสามารถเฉพาะตัว หน้าตา โหงวเฮ้ง ที่สำคัญคือต้องอาศัยดวงด้วย

    ซึ่งเคล็ดลับเหล่านี้ สิ่งพื้นฐานเลย ที่จะทำให้เจ้านายรู้สึกว่าคุณมีตัวตนอยู่ในบริษัท ก็มีดังนี้ครับ…

    1. เข้าเช้า กลับดึก…

    ใครๆ ก็ชอบคนขยันนี่ครับ ถ้าคุณมาถึงที่ทำงานเป็นคนแรกเสมอ และกลับเป็นคนสุดท้ายทุกครั้ง มันก็ต้องเข้าตาเจ้านายบ้างแหละน่า ถ้าไม่ตกเป็นที่หมั่นไส้ของเพื่อร่วมงานเสียก่อน อันที่จริง พวกเขาก็ไม่ควรหมันไส้คุณ มันเป็นกติกาที่บริษัทมีอยู่แล้ว เพียงแต่คุณมาเช้ากว่าปกตินิดหน่อย สักวันเจ้านายต้องเห็นความดีของคุณบ้างแหละน่า

    2.ขยันทำงาน…

    ไม่ใช่ว่ามาแต่เช้าแล้วเอ้อระเหยลอยชาย งานการไม่ทำ เอาแต่คุยโม้ทั้งวัน ยังไงเสียก็ให้มีผลงานออกมาเป็นประจักษ์สายตาเจ้านายด้วย มาทำงานแล้วก็ควรต้องมีผลงานด้วย และหมั่นนำเสนอผลงานเมื่อโอกาสมาถึง และหากบริษัทร้องขอให้คุณช่วยเหลืองาน กรณีที่งานไม่เสร็จ หรือมีงานเร่งด่วน มีกิจกรรมด่วน คุณก็ควรจะช่วยเหลือ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนขยัน เอาใจใส่กับการทำงาน และให้ความสำคัญกับบริษัทเสมอ

    3.มนุษย์สัมพันธ์ดี…

    ถ้าคุณเป็นคนประเภทโวยวาย ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล  รวมถึงไม่ค่อยคิดมาก ฉะนั้น ไอ้เรื่องมีมนุษย์สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัส นอกเสียจากคุณเป็นพวกชอบอยู่คนเดียว คิดคนเดียว ไม่วุ่นวายกับใคร ไม่ชอบพูดคุย

    ลองเปลี่ยนพฤติกรรมดูสักนิด เพราะบรรดาคนที่นิยมเก็บตัว ไม่ค่อยมีความโดดเด่นถึงขั้นเข้าตากรรมการเอาซะเลย ต้องมีบ้าง สังสรรค์ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสมือนว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของบริษัท อย่าทำตัวนอกกรอบมากเกินไป จนหลุดออกไปจากสายตา หรือทำตัวโดดเด่นไม่เห็นหัวใคร เพราะเมื่อไหร่ที่คุณก้าวขึ้นเป็นระดับหัวหน้า คุณอาจประสบปัญหากับการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ หรือบริหารลูกน้อง สร้างพระเดชแล้วก็สร้างพระคุณควบคู่ไปด้วยซิครับ

    4.พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ….

    ไอ้ประเภททำงานไปวันๆ ไม่คิดอะไรสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ไม่พัฒนาความสามารถของตัวเองเพิ่มขึ้น มีคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ก็หัดใช้ให้เป็น พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะสิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณรับผิดชอบ เลยไปถึงงานอื่นๆ ที่คุณไม่เกี่ยวข้องด้วยก็ดี ไหนๆ จะเป็นพนักงาน Work Hard แล้ว ก็สมควรจะก้าวไปให้ถึง Work Smart ด้วยเลยซิ

    5. มีจิตวิทยาในการพูด…

    นี่เป็นเรื่องสำคัญมากเลยครับ ความรู้สึกขัดแย้ง ความรู้สึกเห็นด้วย ความรู้สึกมากมาย เกิดขึ้นเพราะคำพูดทั้งนั้น โบราณเขาจึงว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดไม่ดีปากมีสี กับเพื่อนร่วมงาน พูดด้วยกันดีๆ ก็ย่อมจะสร้างความเข้าใจระหว่างกันได้ดีกว่าใช้วิธีการสั่งๆๆๆ

    อย่าลืมว่า ในการทำงานหลายๆ ครั้ง เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ คุณก็ทำคนเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องขอร้องให้เพื่อนร่วมงานช่วยบ้าง เพื่อให้งานสำเร็จ เมื่องานสำเร็จ เจ้านายก็จะประทับใจ ฉะนั้น ระมัดระวังคำพูดไว้เสมอ พูดแต่สิ่งดีๆ เพื่อให้ได้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง

    6.ความสุข ความสนุก…

    เป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงาน ตราบเท่าที่คุณรู้ตัวว่าทำงานอะไร มีความสนุกกับมันมากน้อยแค่ไหน และมีความสุขมากเท่าไหร่กับงานที่ทำ เท่ากับคุณเข้าใจตัวเองได้อย่างชัดเจน ถ้าคุณทำงานด้วยความระทมทุกข์ ไม่ชอบงานที่ทำ ขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนมุมมองการทำงานที่ทำอยู่ มองในแง่ที่ดีขึ้น อาจทำให้คุณรู้สึกรักงานที่ทำบ้างก้ได้ และอาจจะรักมากขึ้นเรื่อยๆ ค้นพบข้อดีของมันเสมอ

    แต่ถ้าลองแล้วไม่ชอบสักที เบื่อหน่ายไม่มีความสุข ค้นหาทางเดินชีวิตใหม่ดีกว่าครับ อย่าจมปลักอยู่กับความไม่เป็นสุข ที่ไม่ช่วยให้อนาคตคุณสดใสเลย เลือกในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่เชื่อว่ามันทำให้คุณมีความสุข แล้วการทำงานตลอดจนวิถีชีวิตของคุณจะพบกับความสุขอย่างแท้จริง

    ยังไงก็ขอให้ทุกคนทำงานกันอย่างสุนกสนาน และประสบความสำเร็จในการทำงาน อย่างที่ตั้งใจไว้นะครับ

  • วิธีทำ เทียนอบขนม

    วิธีทำ เทียนอบขนม

    เทียนอบขนม มีวิธีทำดังนี้

    อุปกรณ์

    1.ใส้เทียนขนาดใหญ่

    2.ขี่ผึ้งแท้ 500 กรัม

    3.พาราฟิน 100 กรัม (อย่างดีจะใส)

    ส่วนผสม

    1.ผิวมะกรูดสดป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    2.จำปาป่น 3 ช้อนโต๊ะ (นำกลีบดอกมาตากในที่ร่มจนแห้งแล้วนำมาบด)

    3.แก่นจันทน์เทศป่น 1 ช้อนชา (ถ้าซื้อจำนวนมากสามารถสั่งให้ทางร้านป่นได้)

    4.พิมแสนป่น 1.5 ช้อนโต๊ะ

    5.กำยานป่น 1 ช้อนชา (น้ำยางต้นหนาด)

    6.หัวน้ำมันจันทน์ 1 CC. (อาจใช้สลิงค์ดูดมาใช้)

    ขึ้ผึ้งแท้ พิมเสนจำปาป่น

     

     

     

     

     

     

    วิธีทำ

    1.นำใส้เทียนความยาวประมาณ 10 ซม.ซักให้สะอาดแช่น้ำอบไทยจากนั้นหั่นผิวมะกรูดสดบางๆขยำกับใส้เทียนจนหอมนำไปผึ่งให้แห้ง แล้วจับใส้เทียนเป็นคู่ๆ เอาน้ำมันจันทน์มาชะโลมใส้เทียนว่างไว้

    2.นำส่วนผสม ข้อ 1-6 ผสมรวมกันทิ้งไว้

    3.นำขี้ผึ้งแท้และพาราฟิน ใส่ภาชนะตั้งไฟพอละลายยกลงตั้งในน้ำเย็น เพื่อให้ขี้ผึ้งเริ่มแข็งตัวแต่เนื้อยังนุ่มอยู่

    4.นำส่วนผสมที่ทำไว้ในข้อ 2. เทลงผสมกันกับส่วนผสมในข้อ 3. คนให้เข้ากัน

    5.ตักน้ำเทียน 1 ช้อน (นำน้ำมันจันทน์ทาที่มือและพื้นที่ทำงานเพื่อไม่ให้ติดมือ) นวดให้เป็นเนื้อเดียวกันแผ่ให้บางบนไม้กระดาร วางใส้เทียนตรงกลางคลึงส่วนผสมห่อใส้เทียนทำให้กลมยาวตามต้องการขดเป็นรูปงอ U

  • เชื่อหรือไม่ กินแค่ 2 มื้อต่อวัน ลดการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

    เชื่อหรือไม่ กินแค่ 2 มื้อต่อวัน ลดการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

    เชื่อหรือไม่ กินแค่ 2 มื้อต่อวัน ลดการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

    ใครๆ ก็รู้ว่าอาหารมื่อเช้ามีความสำคัญมากแค่ไหน และไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพราะมื้อเช้านั้น จะทำให้สดชื่นทั้งร่างกายและสมอง มีกำลังเริ่มต้นทำงานได้อย่างเต็มที่

    ล่าสุดคณะวิจัยที่มหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา ของอเมริกา ได้ค้นพบว่า กินอาหารแค่วันละ 2 มื้อ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้มากกว่าคนที่กิน 3 มื้อ ส่วนพวกที่กิน 4-5 มื้อ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่สูงยิ่งขึ้นตามไปด้วย ยิ่งกินมาก ลำไส้ก็ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นธรรมดา

    แต่ก็นั่นแหละ ถ้าคุณเคยกินอาหารครบ 3 มื้อ แล้วมาเปลี่ยนพฤติกรรมมากินแค่ 2 มื้อ ก็อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน คณะวิจัยทีมนี้บอกว่า ถ้ากินอาหารในแต่ละมื้อมากขึ้น อาจไปทำให้ระดับอินซูลินในเลือดหลังกินอาหารพุ่งสูงได้ และส่งผลให้ไขมันในเลือดสูงตามไปด้วย

    ถึงจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง แต่มีผลเสียอย่างอื่นมาแทน สุขภาพก็เสียเหมือนกัน ทางที่ดี เลือกรับประทานแต่พออิ่ม ไม่มากไป ไม่น้อยไป ก็แล้วแต่สะดวกดีกว่าครับ อย่าไปซีเรียสกับมันมากนัก

     

    Photo by fauxels from Pexels
  • 8 เคล็ดลับ กำจัดกลิ่นปาก  ไม่ยากไม่เย็น

    8 เคล็ดลับ กำจัดกลิ่นปาก ไม่ยากไม่เย็น

    เคล็ดลับ กำจัดกลิ่นปาก

    กลิ่นปากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น โดยบางครั้งเจ้าของเองก็ไม่รู้ตัว และไม่คิดไม่ฝัน ว่าตนเองจะมีกลิ่นปาก ทำให้เวลาไปพูดจากับใคร ก็มีแต่คนเมินหน้าหนี ปัญหาเหล่านี้อย่าประมาทเชียวนะครับ เพราะคนจะคบกันหรือเลิกกันนั้น กลิ่นปากมีส่วนสำคัญอยู่ไม่น้อย

    ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 8 เคล็ดลับกำจัดกลิ่นปาก มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้และนำไปใช้กันครับ

    1. พยายามดื่มน้ำให้มากๆ…เรื่องดื่มน้ำจะมีผลดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยล้างพิษในร่างกายได้ และยังช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย สลายกลิ่นปากให้จางลงอีกด้วย
    2. แปรงฟันเป็นประจำ…ไม่ใช่แค่วันละ 2 ครั้งต่อวัน เช้ากับเย็น ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และอย่าลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นบ่อเกิดแห่งแบคทีเรียด้วย
    3. ใช้ไหมขัดฟันวันละ 2-3 ครั้ง…เพราะจะช่วยกำจัดเศษอาหารตามซอกฟัน ที่สลับซับซ้อนได้ดีกว่าการแปรงฟัน เป็นการทำความสะอาดที่ได้ผลดีมาก
    4. บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก…หากไม่สะดวก ในการแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร เช่น อาจไปรับประทานอาหารกับลูกค้านอกสถานที่ ซึ่งไม่สะดวกต่อการพกยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไหมขัดฟันไปพร้อมๆ กัน แถมยังมีนักต่ออีกยาวเหยียด ก็หันมาใช้วิธีบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากแทน เดี๋ยวนี้เขามีขวดเล็กๆ ขนาดพกพาแล้วนะครับ หรือไม่ก็เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาลแทนหลังมื้ออาหารนั้นๆ
    5. งดอาหารกลิ่นแรง…สำหรับผู้ที่มีกลิ่นปาก อาหารที่ควรเลี่ยงคือ กระเทียม หอมใหญ่ พริกไทย และเนยแข็ง เพราะมันจะทำให้กลิ่นปากของคุณแรงหนักขึ้นไปอีก
    6. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน…เพราะจะทำให้มีกลิ่นปากเกิดขึ้นได้ ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพปากและฟันของคุณเอง
    7. บุหรี่ตัวอันตราย….เพราะทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในปาก เลิกได้ก็เลิกเถอะครับ มันเป็นการผลาญเงินไปอย่างน่าเสียดาย สุบแล้วไม่มีผลดีต่ออะไรเลยครับ
    8. ตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ…ฟันผุ เหงือกอักเสบ ฯลฯ ส่งผลให้เกิดกลิ่นปากได้ทั้งสิ้นนั่นแหละครับ

    สุขภาพปากดี อะไรอะไรก็ดีขึ้น อย่างน้อย คุณก็มั่นใจมากขึ้น ในการที่จะพูดจาประสาดอกไม้กับใครต่อใคร โดยเฉพาะกับหวานใจของคุณ ที่จะไม่มีวันรังเกียจลมปากที่หวานหู และสดชื่นของคุณไปได้หรอกครับ

     

    Photo by Arnie Watkins from Pexels
  • กฏส่วนตัว 7 ข้อ หากต้องการ ลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย

    กฏส่วนตัว 7 ข้อ หากต้องการ ลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย

    กฏส่วนตัว 7 ข้อ สำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย สามารถทำได้ เพียงปรับนิสัยการกิน เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    กฏ 7 ข้อต่อไปนี้ หากจะว่ากันตามหลักวิชาการแล้ว จริงๆ ก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวอะไรกับการลดน้ำหนักสักเท่าไหร่ แต่เชื่อไหมครับว่า ถ้าใครลองปฏิบัติตามทั้ง 7 ข้อนี้ กลับจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็ว อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว มาลองดูกันดีกว่าครับ ว่ามีวิธีทำอย่างไรกันบ้าง……

    1. ให้คิดว่าคุณเป็นคนผอมคนหนึ่ง
    2. วางแผนการกินอาหารและของขบเคี้ยว ว่าต้องการกินอะไร ปริมาณเท่าไหร่
    3. หลีกเลี่ยงการไปร้านอาหาร ภัตตาคาร ในช่วงอาทิตย์แรกของการลดน้ำหนัก
    4. อย่าอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ ขณะรับประทานอาหาร ให้ใจจดจ่ออยู่กับอาหารเท่านั้น
    5. อย่ายืนรับประทานอาหาร
    6. วางอุปกรณ์สำหรับการรับประทานอาหารทุกครั้ง ขณะที่มีอาหารเต็มปาก แล้วเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ และอย่ารีบเติมคำใหม่ลงไป จนกว่าคุณจะกลืนอาหารที่เคี้ยวอยู่เรียบร้อยแล้ว
    7. ตักอาหารลงในจานแค่ปริมาณที่ต้องการจริงๆ อย่ากินจากจานใหญ่บนโต๊ะ คุณไม่ควรเติมจานที่สองอีก และอย่าเสียดายอาหารในจานถ้ารู้สึกอิ่มแล้ว

    ทั้ง 7 ข้อนี้ แม้ดูจะไม่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักสักเท่าไหร่นัก แต่เชื่อเถอะครับว่า หากคุณยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด รับรองได้ว่า ความอ้วน จะไม่มีวันมาเยือนคุณได้อย่างแน่นอน

     

    Photo by Amina Filkins from Pexels
  • กินธัญพืชตอนเช้า ดีอย่างไร

    กินธัญพืชตอนเช้า ดีอย่างไร

    กินธัญพืชตอนเช้า ดีอย่างไร

    สำหรับใครก็ตามที่ชอบอัดกาแฟแก้วเดียว ตามด้วยขนมปังขาว หรือพวกอาหาร breakfast ที่มีทั้งเนื้อ นม ไข่ น่าจะหันมาสนใจข้อมูลต่อไปนี้บ้างนะคะ

    นี่เป็นผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ในอเมริกา ซึ่งระบุว่า ผู้ที่กินธัญพืช หรือ อาหารที่ไม่ฟอกขาว เช่น โอ๊คมีล เป็นอาหารเช้า แทนขนมปังสีขาว จะมีอายุยืน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวาย หรือเส้นเลือดตีบแตกในสมองด้วย

    โดยนักวิจัยได้ประเมินอัตราการเสียชีวิตของผู้ที่ทำงานในแวดวงการแพทย์มากกว่า 86,000 คน อายุเฉลี่ย 40 ปี ควบคู่ไปกับข้อมูลเกี่ยวกับการกินอาหารเช้า และการใช้ชีวิตประจำวันของคนกลุ่มนี้เป็นเวลา 5 ปีครึ่ง จากนั้นก็รวบรวมรายงานการเสียชีวิต 3,114 ราย จากทุกสาเหตุ และ 1,381 ราย ที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

    พบว่า ผู้ที่กินธัญพืชธรรมชาติ น้อยคนจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุจากโรคหัวใจหรือหลอดเลือด หัวใจวาย หรือเส้นเลือดตีบตันหรือแตก แม้จะนำปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน การสุบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ยังมีอัตราเสียชีวิตจากสาเหตุของโรคต่างๆ ต่ำกว่าคนที่ไม่กินธัญพืชถึง 17% แถมพร้อมด้วยบทสรุปว่า การสลับสับเปลี่ยนกินอาหารที่มีเส้นใยสูงเช่นธัญพืช ผักและผลไม้ แทนการกินอาหารฟอกขาว มีผลต่อสุขภาพของคนเราด้วย

    วันนี้คุณกินผัก ผลไม้ และธัญพืชบ้างหรือยัง ถ้ายัง ลองดุสักหน่อยนะคะ เพราะมันดีต่อสุขภาพและร่างกายของคนเราจริงๆ

  • ประวัติศาสตร์เมืองแพร่

    ประวัติศาสตร์เมืองแพร่

    ประวัติศาสตร์เมืองแพร่

    พละนคร เป็นชื่อเมืองของชนชาติลัวะกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบเชิงดอยที่ต่อมาได้รับการขนานนามว่า ดอยผ้าแพร
    ตัวเมืองพละนครได้โอบล้อมม่อนดอยอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เอาไว้ เอกสารทางประวัติศาสตร์เริ่มบันทึกไว้ว่าพละนคร
    สร้างขึ้นโดยมีขุนหลวงพละเป็นผู้นำในปีพ.ศ.๑๓๗๑ หลังจากนั้นมีเชื้อสายผู้ครองนครครองเมืองสืบต่อมาคือขุนพหุสิง
    ขุนพนมสิง

    กาลต่อมาประมาณปีพ.ศ.๑๕๐๐ ขอมได้ขยายอำนาจมาทางดินแดนแถบนี้และได้ครอบครองพละนครเป็นเวลาหลายปี
    จนกระทั่งถึงสมัยของขุนวังสุพละเป็นเจ้าผู้ครองนครได้ขับไล่ขอมออกไปในปีพ.ศ.๑๕๒๕และได้ปรับปรุงบ้านเมือง
    ให้สงบสุขดังเดิม

  • จุดสิ้นสุดของราชวงศ์ผู้ครองนครแพร่

    จุดสิ้นสุดของราชวงศ์ผู้ครองนครแพร่

    ปีเต่ายีเปนเสิกในเวียงแพ่……

    ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงการครบรอบ ๑๐๐ ปีเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ กุศลใดที่ได้สร้างขึ้นแล้ว
    ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ขอถวายแด่เจ้าหลวงเมืองแพร่ผู้มีนามว่า

    “เจ้าพิริยวิไชย อุดรพิสัย วิบผารเดช บรมนฤเบศร์ สยามมิศร์ สุจริตภักดี”

    เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย เจ้าหลวงผู้ลิขิตให้ราชวงศ์แพร่ดำรงอยู่ได้ ๑๔๐ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๔๕ ราชวงศ์แพร่ ได้สิ้นสุดลง การจากไปของเจ้าหลวงเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายนก็ดี การจากไปของภรรยาและบุตรธิดาของเจ้าหลวงก็ดี ล้วนเป็นสติเตือนใจให้ชนทั้งหลายพึงระลึกไว้เสมอว่า สิ่งต่างๆในโลกนี้ไม่มีอะไร ที่เป็นความสุขนิจนิรันดร์ กาลเวลาที่ผันเปลี่ยนไป ย่อมทำให้วัฎจักรของชีวิตหมุนผ่านไปเช่นกัน

    ในอดีตนั้นตำนานพระบรมธาตุช่อแฮก็เคยกล่าวเตือนสติผู้เป็นใหญ่ในโกศัยนครเอาไว้ ว่าไม่ควรประมาทในลาภยศสมบัติ ท้ายธรรมตำนานพระธาตุช่อแฮทุกฉบับมักกล่าวถึงเมืองแพร่ฏีกาสุโข เพื่อสอนให้ผู้ปกครองทราบว่าความสุขที่แท้จริงนั้นคืออะไร

    ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนในคำกล่าวของพระพุทธองค์ รอยประวัติศาสตร์ที่ซ้ำกันอยู่เรื่อยไปนี้ จะหยุดลงที่ตรงใด ไม่อาจมีใครกำหนดได้ นอกจากผู้ที่เผชิญกับวิบากกรรมนั้นแล้วนำมาตรึกตรอง คิดพิจารณาดูให้ถ้วนถี่ …… ประวัติศาสตร์จะเป็นสิ่งที่คอยเตือนสติเราตลอดเวลาไม่ให้ทำผิดพลาดอีก

    ในอดีตเจ้าฟ้าหลวงชายแก้วตนประเสริฐผู้เป็นใหญ่ในเมืองลคอนเคยสั่งสอนลูกทั้งมวลว่า อย่าได้ฟังคำยุยงสนส่อของท้าวพระยาเสนาอามาตย์แก้วหาญไพร่ไท ให้ได้มีคำวิวาทผิดเถียงกัน อย่าได้ฆ่าฟันบั่นแทงกัน จักคิดเยี่ยงใดให้เป็นดั่งใจเดียวกัน อย่าให้เห็นผู้อื่นดีเหลือกว่าพี่กว่าน้อง ราชสมบัติทั้งมวลอย่าให้เห็นว่าเป็นของกูของมึง ผู้ใดถึงฐานันดรสุขก็ให้หอบหุ้มพากันไปได้ด้วยกัน อย่าให้ทอดละกัน พี่ท่าวก็ให้น้องปกพี่ตกก็ให้น้องช่วย หากพากันไม่ฟังคำพ่อแม่สอนไว้ดีแล้ว ก็จะพากันวินาศสิบหาย

    คำสอนนี้เป็นคำสอนที่อนุชนรุ่นหลังพึงใส่ใจ ดังความเสื่อมของราชวงศ์เจ้าผู้ครองนครแพร่ ที่ท้ายสุดแล้ว เจ้าหลวง เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร เมืองแพร่ ต่างก็ตกไปสิ้นชีวิตเสีย ณ เมืองอื่น ไปกันคนละทิศละทาง แม้กระดูกเพียงชิ้นเดียว กู่บรรจุอัฐิให้ลูกหลานรุ่นหลังได้รำลึกถึง ก็ไม่เหลือไว้ให้เห็น

    ………..เทพวงษ์น้อย บุญหน้อยตอยเตี๋ยว เมืองแป้เมืองเดียว เหลียวฮบพระเจ้า………..ทิ้งไว้เสียแต่ความว่างเปล่าต่อไป

     

    ทำเนียบเจ้านายเมืองแพร่ ในสมัยขึ้นกรุงเทพฯ

    ตำแหน่ง / เจ้าหลวง

    พญาอินทวิไชยราชา

    พญาพิมพิสานราชา

    เจ้าพิริยเทพวงศ์

    พระยาอุปราช

    (พระยาหอหน้า)

    ไม่ได้แต่งตั้ง

    ๑.พระเมืองแก้ว

    (นามเดิมไม่ปรากฏ)

    ๒.เจ้าน้อยเทพวงษ์

    (เจ้าหลวง)

    เจ้าน้อยเสาร์(พุ่ม)

    (ว่าที่ไม่ได้แต่งตั้ง)

    พระยาราชวงศ์

    ๑.นามเดิมไม่ปรากฏ ๒.เจ้าพิมพิสาน

    (เจ้าหลวง)

    เจ้าน้อยสุริยวงส์

    ๑.เจ้าน้อยคันธรส

    (เดิมเป็นพระสุริยะ )

    ๒.เจ้าน้อยบุญศรี

    (เดิมเป็นพระยาราชบุตร)

    พระยาบุรีรัตน์

    พระเมืองแก้ว

    (นามเดิมไม่ปรากฏ)

    เจ้าหนานมหายศ

    (ว่าที่ไม่ได้แต่งตั้ง)

    ๑.เจ้าหนานปัญญา

    (เดิมเป็นพระไชยราชา)

    ๒.ว่าที่พระคำลือ

    พระยาราชบุตร

    พระราชบุตร

    (นามเดิมไม่ปรากฏ)

    เจ้าหนานขัต

    ๑.เจ้าน้อยบุญศรี

    ๒.เจ้ายอดฟ้า

    (เจ้าราชดนัยเมืองน่าน )

    พระไชยสงคราม

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    (บิดาแม่เจ้าบัวไหล)

    ว่าที่พระคำลือ

    (นามเดิมไม่ปรากฏ)

    นายจอน เตมิยานนท์

    (หลวงอุตราภิบาล)

    พระสุริยะ จางวาง

    ไม่ทราบ

    เจ้าน้อยคันธรส

    เจ้าน้อยมหาอิน

    พระเมืองราชา

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    พระไชยราชา

    ไม่ทราบ

    เจ้าหนานปัญญา

    เจ้าน้อยอินทะ

    พระวิไชยราชา

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    เจ้าน้อยขัตติยะ

    พระภิไชยราชา

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    ไม่ทราบ

    พระอินทราชา

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    เจ้าน้อยชุมแก้ว

    พระจันทราชา

    (พระจีนทราชา)

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    พระวังซ้าย

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    ไม่ทราบ

    ๑.เจ้าน้อยสาร

    ๒.เจ้าหนานขัตติยะ

    (นามเดิมว่า เจ้ามหาจักร)

    พระวังขวา

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    (บิดาเจ้าพิมพิสาน)

    พระเมืองชัย

    เจ้าหนานคำแสน

    (ว่าที่ ไม่ได้แต่งตั้ง)

    พระเมืองชัย

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    (ไปเป็นพระวังขวา)

    ไม่ทราบ

    ๑.เจ้าน้อยอิน

    ๒.เจ้าน้อยไชยลังกา

    พระเมืองแก่น

    ไม่ทราบ

    เจ้าแก้ว

    เจ้าหนานขัต

    พระถาง

    ไม่ทราบ

    นามเดิมไม่ปรากฏ

    เจ้าหนานสาร

    (ว่าที่ ไม่ได้แต่งตั้ง)

    พระคำลือ

    ไม่ทราบ

    ๑.นามเดิมไม่ปรากฏ

    (ว่าที่ไม่ได้แต่งตั้ง)

    ๒.เจ้าอิ่น

    (เรียกว่าเจ้าอิ่นคำลือ)

    ๑.เจ้าน้อยหนู

    (ว่าที่ไม่ได้แต่งตั้ง)

    ๒.นามเดิมไม่ปรากฏ