Author: admin

  • เช็คว่าอ้วนไหม แค่ไหนเรียกว่าอ้วน

    เช็คว่าอ้วนไหม แค่ไหนเรียกว่าอ้วน

    เช็คว่าอ้วนไหม แค่ไหนเรียกว่าอ้วน ตอนนี้…ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน ใครๆ ก็กำลังหันมาสนใจเรื่องของโรคอ้วนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะภาครัฐ ที่เริ่มหันมาสนใจเรื่องโรคอ้วนในวัยเด็ก ที่จะต่อเนื่องไปถึงโรคอ้วนในผู้ใหญ่มากขึ้น หลังจากพบว่า ขนมคบเคี้ยวทั้งหลาย ทำให้เกิดโรคอ้วนในหมู่เด็กมากขึ้นกว่าในอดีต

    เพื่อให้ไม่ตกสมัย และเป็นการชักจูงให้คุณๆ กลับมาสนใจในรูปร่างและน้ำหนักของตัวเองมากขึ้น จึงอยากจะชวนให้ทุกคนลองมาทดสอบดูซิว่า คุณอ้วนเกินไปหรือเปล่า

    วิธีการทดสอบ ที่จริงแล้วก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่นิยมกันมากที่สุด คือการใช้น้ำหนัก ส่วนสูง มาคำนวณเพื่อประเมินผล หาค่าดัชนีมวลของร่างกาย และการวัดปริมาณไขมันในร่างกาย โดยใช้เครื่องมือวัด แต่เอาเป็นว่า คำนวณกันง่ายๆ จากน้ำหนักและส่วนสูงเองก็แล้วกัน

    น้ำหนักปกติ หมายถึง น้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับความสูง เป็นสูตรที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คือความสูง – 100 – 10% เช่น ถ้าคุณสูง 170 เซนติเมตร ก็เอา 170-100-10% = 63 กก. นั่นคือน้ำหนักปกติ

    ส่วนค่าดัชนีมวลของร่างกาย คำนวณได้ด้วยการเอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ซึ่งค่าของดัชนีมวลของร่างกายควรอยู่ในช่วง 18.5-22.9 เช่น ถ้าคุณหนัก 70 กก. สูง 1.75 ม. ก็นำเอา 70 หารด้วย (1.75) ยกกำลังสอง = 22.85 ก็ถือว่าน้ำหนักคุณปกติมาตรฐาน

    บางครั้งคุณรู้สึกอึดอัด เพราะน้ำหนักตัวเพิ่ม บางทีถึงขั้นสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่ได้ ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคอ้วน มันไม่ใช่เสมอไปนะครับ เพราะถ้าน้ำหนักที่คำนวณได้มากกว่าที่ควรเป็น 10% แต่ไม่เกิน 20% จัดว่าน้ำหนักตัวปกติก็จริง แต่ก็ยังไม่ถึงกับอ้วน เช่น ถ้าสูง 170 ซม. น้ำหนักตัว 70 กก. อันนี้ถือว่าน้ำหนักตัวเกิน แต่ยังไม่อ้วน ถ้ามากกว่านี้ ถึงจะเข้าข่ายอ้วน เช่น ในความสูง 170 ซม. แต่น้ำหนักสุงถึง 75-80 กก. เป็นต้น

    ลองคำนวณดูก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งไปกังวลกับการลดน้ำหนัก และถ้าคุณยังไม่อ้วน น้ำหนักตัวปกติ ก็พยายามรักษาความเป็นปกตินั่นไว้ให้เหนียวแน่น อย่าให้ไขมันมาอัดอยู่ที่พุงคุณได้เป็นอันขาด เสียบุคลิกและความมั่นใจแย่ครับ

  • 7 วิธีออกกำลังกายในห้องน้ำ กระตุ้นร่างกายยามเช้าพร้อมรับวันใหม่

    7 วิธีออกกำลังกายในห้องน้ำ กระตุ้นร่างกายยามเช้าพร้อมรับวันใหม่

    ออกกำลังกายในห้องน้ำ ในตอนเช้า สามารถทำได้ในขณะที่คุณอาบน้ำ คุณสามารถบริหารร่างกายได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปออกกำลังกายนอกบ้าน  จะช่วยให้คุณได้ยืดเส้นยืดสาย จากการที่คุณนอนหลับพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน เส้นสายตามร่างกายก็จะขดตัวตามไป ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่จะออกไปทำภารกิจนอกบ้าน คุณสามารถ ออกกำลังกายในห้องน้ำ ได้หลายวิธีดังนี้ครับ

     

    ขั้นตอนที่ 1
    John Bowskill ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสกล่าวว่า “สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้า คือการที่แผ่นหลังของคุณได้ยืดตัว เพราะมันจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังได้ขยายตัว หลังจากที่ได้นอนขดตัวมาเกือบทั้งคืน”
    ทางที่ดีเวลาก่อนอาบน้ำในห้องน้ำ หันหน้าเข้าหามุมใดมุมหนึ่งของห้องน้ำ ยกแขนให้สูงกว่าบ่าไว้ที่ผนัง ดันสะโพกเข้าหาผนังค้างไว้ประมาณ 15 วินาที จากนั้นดันออก ทำซ้ำกันสัก 2 ครั้ง 

     

    ขั้นตอนที่ 2
    แอ่นตัวเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นระดับฝักบัว ยืดแขนตรง วางมือไว้บนผนัง ให้มืออยู่ระดับไหล่ งอเข่าเล็กน้อย จากนั้นหย่อนสะโพกไปข้างหน้าจนกระทั่งหลังโค้ง อยู่ในท่านี้ประมาณ 15 วินาที จะช่วยให้หลังคุณไม่งอหลังจากตื่นนอน

     

     

    ขั้นตอนที่ 3
    ให้อยู่ในท่าตรง ก้าวเท้าขวาไปข้างหลังครึ่งก้าว ให้เท้าเรียบราบกับพื้น เหยียดน่องขวาและเอ็นร้อยหวาย ด้วยการยันตัวไปข้างหน้ากับผนัง (งอข้อศอกและเหยียดจนสุดแขนเข้า-ออกกับผนัง) อยู่ในท่านี้สัก 15 วินาที จากนั้นค่อยสลับเป็นขาซ้าย จะช่วยป้องกันการปวดหลังและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดได้ 

     

    ขั้นตอนที่ 4
    เตรียมท่านั่งยองยอง โดยวางมือไว้กับผนังเพื่อช่วยการทรงตัว วางเท้าให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสกับไหล่ แล้วค่อยๆ นั่งลงช้าๆ ให้ต้นขาขนานกับพื้น อยู่ในท่านี้สัก 3 วินาที จากนั้นค่อยๆ ยกตัวขึ้น

     

     

    ขั้นตอนที่ 5
    ยกน้ำหนักโดยใช้การจินตนาการ กำมือและงอกล้ามเนื้อเกร็งไว้ประมาณ 15 วินาที (กลั้นหายใจ) จากนั้นค่อยคลายกล้ามเนื้อสัก 5 วินาที แล้วทำซ้ำกันอีก 2 ครั้ง การบริหารแบบนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดไปที่กล้ามเนื้อ 

     

    ขั้นตอนที่ 6
    หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้ตรวจเช็คร่างกายของคุณ ถ้าผู้หญิงก็เช็คหน้าอก โดยการคลำหาว่ามีก้อนอะไรผิดปกติไหม ถ้าคุณผู้ชาย ก็ควรเช็คมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยใช้นิ้วสัมผัสลูกอัณฑะเบาๆ เช็กว่ามีก้อนเนื้ออะไรผิดปกติหรือมีตุ่มแข็งๆ หรือไม่ ถ้าคุณพบก้อนเนื้อผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

     

     

    ขั้นตอนที่ 7
    เมื่อตรวจเช็คร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้กระจกอีกอันส่องข้างหลัง เพื่อสำรวจหลังและสำรวจตามร่องนิ้วและฝ่าเท้าด้วย จากนั้นใช้ไดร์เป่าผม เป่าเท้าให้แห้งเพื่อป้องกันโรคเชื้อรา ถ้าคุณเป็นโรคน้ำกัดเท้า โรคหิด หรือโรคที่เกิดจากเชื้อรา ควรทายาฆ่าเชื้อด้วย 

    เพียงวิธีการง่ายๆ เท่านี้ คุณก็พร้อมแล้วสำหรับการลุยภาระกิจของคุณในวันใหม่ ที่เชื่อว่าจะกระปรี้ประเปร่า และสดชื่นกว่าที่คุณเคยเป็น ยังไงเสียก็อย่าลืมลองเอาไปใช้กันดูบ้างนะครับ เพื่อที่คุณจะได้เป็นหนุ่มที่คล่องแคล่วและสดใสตลอดวันทำงานยังไงล่ะครับ

  • โต๊ะทำงานบอกนิสัย  บอกบุคลิก อาชีพ  บอกความเป็นคุณ

    โต๊ะทำงานบอกนิสัย บอกบุคลิก อาชีพ บอกความเป็นคุณ

    ข้ามผ่านเลยปีใหม่มาพอประมาณแล้วครับ ไม่รู้ว่าคุณๆทำอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองกันบ้างหรือเปล่า เช่น การจัดโต๊ะทำงานใหม่ เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมใกล้ตัวคุณเองให้ดีขึ้น รู้ไหมว่า โต๊ะทำงานนั้นก็บ่งบอกถึงนิสัยและอาชีพของคุณได้เหมือนกันนะครับ

    นอกจากนั้นแล้ว โต๊ะทำงานยังสามารถทำให้คุณได้รับการยกย่องหรือโดนหมิ่นได้อีกต่างหาก ลองมาดูครับว่า โต๊ะทำงานของคุณบอกถึงอะไรบ้าง และคิดดูด้วยว่า ถึงเวลาที่จะต้องจัดโต๊ะใหม่ให้ผู้ได้พบเห็นหรือติดต่องานด้วยรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง

    และต่อไปนี้คือรูปแบบของการจัดโต๊ะทำงานแบบคร่าวๆ ที่พอจะบ่งบอกอาชีพ บุคคลิก นิสัยของเจ้าของโต๊ะได้ คุณลองดูว่าคุณเป็นแบบไหนกันดีกว่าครับ…

     

    1. บริเวณอาณาเขตการทำงานของคุณตกแต่งด้วยของที่ระลึกจากต่างแดน ใบประกาศนียบัตร หรือเอกสารชมเชยที่ใส่กรอบไว้อย่างสวยงาม รวมถึงภาพของคุณกับท่านนายกรัฐมนตรีหรือคนสำคัญสักคนของโลก นั่นแสดงถึงบุคคลิกและนิสัยที่ต้องการมีความเก่งกาจหรือเหนือกว่าคนอื่น ที่อยากให้ทุกคนกล่าวขวัญถึงคุณเป็นคนสำคัญเสมอ

    อาชีพ…คุณน่าจะเป็นเซลล์แมน หรือผู้ติดตามด้านกฏหมาย หรือไม่ก็เป็นตัวแทนซื้อขายนายหน้าต่างๆ

     

    2.บริเวณโต๊ะทำงานที่แวดล้อมด้วยภาพถ่าย ภาพงานเขียนศิลปะ แถมหน้าจอมักจะมีสกรีนเซอร์เวอร์สวยๆแปลกใหม่วิ่งบนหน้าจอเสมอๆ แถมด้วยขนมบนโต๊ะที่มักไม่เคยขาด บ่งบอกถึงความเป็นคนอ่อนโยน อบอุ่น

    อาชีพ…คุณน่าจะทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร การสำรวจที่เกี่ยวข้องกับคน เป็นที่ปรึกษาหรือนักวางแผน หรือไม่อย่างนั้นก็คงเป็นเลขานุการคนเก่ง

     

    3.บนโต๊ะทำงานมักมีแผ่นซีดีเพลงวางเรียง หรือไม่ก็วางบนโต๊ะเสมอ รวมทั้งของแจกแถมที่ได้มาฟรีๆ กับของเล่นชิ้นโปรดที่คุณอยากเห็นมันทุกวัน บอกถึงบุคลิกของหนุ่มสังคมและเป็นนักสร้างสรรค์ตัวยง หรือคุณอยากให้คนอื่นๆ คิดว่าคุณเป็นอย่างนั้นก็ได้

    อาชีพ…นักออกแบบเว็บไซด์ นักเขียนการ์ตุน หรือไม่ก็นักโฆษณา

     

    4.โต๊ะทำงานที่วางแฟ้มงานกองโตไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ทั้งหมดเป็นแฟ้มที่ยังไม่ได้เซ็นชื่อหรือผ่านการตรวจตราใดๆ เลย แสดงว่าคุณเป็นมนุษย์จำพวกที่ทำงานหนักมาก ไม่ชอบออกสังคม และขาดการจัดการกับงานที่ดี

    อาชีพ…ถ้าเดาไม่ผิด งานของคุณน่าจะเกี่ยวข้องกับงานธุรการ หรือไม่ก็ฝ่ายบัญชี หรือทำงานด้านการบริการจัดการโรงเรียน

     

    5.รอบโต๊ะทำงานของคุณสะอาดหมดจด ไม่มีร่องรอยความสกปรก ของทุกอย่างวางบนโต๊ะในระนาบเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ บ่งบอกถึงบุคลิกของคนที่ชอบครอบงำหรือมีอำนาจเหนือคนอื่นๆ ทั้งยังต้องการทำงานให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ด้วย

    อาชีพ…คุณน่าทำงานเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชี หรือไม่ก็เป็นงานที่เกี่ยวกับการจัดการด้านประกันภัย

     

    6.โต๊ะทำงานรกรุงรังไปด้วยหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าๆ แก้วกาแฟ ดินสอ ปากกา กระดาษ นิตยสาร และแฟ้มงานที่กระจัดการะจายอยู่รอบๆ มันบ่งบอกถึงบุคลิกทำงานที่ยุ่งตลอดเวลา ยุ่งมากจนกระทั่งไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องการทำความสะอาดหรือจัดระเบียบบนโต๊ะ อีกนัยหนึ่งคือไม่รู้จะจัดอย่างไรให้เป็นระเบียบ

    อาชีพ…ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นนักข่าว กองบรรณาธิการนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ทั่วไป

    ทั้งหมด 6 แบบที่กล่าวมา เป็นเพียงบางส่วนที่แบ่งออกมาคร่าวๆ แต่เชื่อแน่ว่าหนึ่งในนั้นต้องเป็นของคุณแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม อย่าไปซีเรียสและเอาจริงเอาจังถือเป็นกฏเกณฑ์อะไรมากมายจนเกินไปนัก ขอให้ตั้งใจทำงานและรับผิดชอบให้ดีที่สุด โต๊ะจะเป็นอย่างไรก็ไม่ใช้สิ่งสำคัญครับ

  • 5 เครื่องกีฬาน่ารู้  ข้อแนะนำการเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสำหรับมือใหม่

    5 เครื่องกีฬาน่ารู้ ข้อแนะนำการเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสำหรับมือใหม่

    ยาวิเศษที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่สูตรอมตะที่ต้องค้นหาให้ยากอะไรเลย แต่คือการออกกำลังกายนี่แหละครับ วิเศษสุดๆ แล้ว ปัญหาของหนุ่มๆ อย่างเราที่มักประสบคือ เวลานึกอยากจะเล่นกีฬาใหม่ๆ ขึ้นมาสักอย่าง เป็นต้องไปขวนขวายหาข้อมูลเพื่อซื้ออุปกรณ์กีฬาต่างๆ กันเป็นระวิง เราจึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬา ที่จะทำให้เกิดความคุ้มค่าและได้มาตรฐาน 6 ประเภทด้วยกัน เพื่อการเล่นกีฬาที่มีประสิทธิภาพ …ใครอยากเล่นอะไร ลองไปเลือกซื้อตามข้อแนะนำนี้กันดีกว่าครับ

    รองเท้าฟุตบอลหรือสตั๊ค

    สำหรับนักฟุตบอลสมัครเล่น ทั้งที่เพิ่งลงสนามหรือเจนสนามมาพอสมควรแล้ว ควรเลือกสตั๊คคู่ใจให้เหมาะสม โดยมีหลักดังนี้

    1.สตั๊คที่ดี ต้องมีรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากเท้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อเท้าได้

    2.ปุ่มรองเท้าควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพสนาม ถ้าต้องเล่นในพื้นสนามที่เปียกแฉะ ควรใช้รองเท้าที่มีปุ่มยาว เพื่อเสริมการยึดเกาะ ถ้าเป็นสนามที่แห้งธรรมดา ควรเลือกคู่ที่มีปุ่มสั้นสักหน่อย

    3.เวลาเลือกซื้อสตั๊ค เลือกเบอร์ใหญ่กว่าเท้าเล็กน้อย ให้มีช่องว่างระหว่างนิ้วเท้ากับหัวรองเท้าสักครึ่งนิ้ว ส่วนส้นเท้าควรให้กระชับและพอดีกับเท้า จะทำให้คุณรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ และบอกลาปัญหารองเท้ากัดได้เลย

    แร็กเก็ตเทนนิส

    1.ควรเลือกแบบที่เล็ก กระชับ จับถนัดมือ ด้ามเหล็กเบา ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

    2. สายเอ็นต้องขึงตึงแน่น ไม่หย่อน จะทำให้คุณสามารถควบคุมทิศทางและน้ำหนักของลูกเทนนิสได้อย่างดี ถึงแม้ส่วนหนึ่งมาจากแร็กเก็ต แต่อย่าลืมว่าอีกส่วนหนึ่งมาจากเทคนิคในการตีลูกด้วย สายเอ็นตึงดี แต่ฝีมืออ่อนหัด การควบคุมน้ำหนักและทิศทางอาจยังมีปัญหา อย่างนี้ต้องหมั่นลงฝึกบนสนามบ่อยๆ

    3. ถ้าถนัดในการตีลูกแบบวงสวิงกว้างและช้า แร็กเก็ตใหญ่ หนา น่าจะเหมาะกว่า เพราะมันช่วยเพิ่มแรงในการตีลูกได้

    4. อย่าซื้อแร็กเก็ตที่คุณจับดูแล้วมีความรู้สึกว่าหนัก การจับไม้ควรจับให้มั่นคงที่สุด และจับให้รอบไม้ เพื่อที่เวลาตีจะสามารถบังคับลูกได้ตามถนักและมีกำลังแรง

    บาสเก็ตบอล.…มีกฏที่ควรจำดังนี้

    1.ถ้าเล่นบาสเก็ตบอลในร่ม ลูกบอลบควรจะทำจากหนัง ถ้าเล่นกลางแจ้ง ก็ควรจะเลือกชนิดที่ทำจากยาง หรือถ้าต้องใช้ใน 2 สภาวะ ก็ควรจะใช้แบบที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ ลูกบอลแบบยางเหมาะกับสภาพพื้นที่เป็นหญ้าและคอนกรีต

    2.บนผิวของลูกบาสเก็ตบอลจะมีปุ่มอยู่ ควรเลือกแบบมีปุ่มที่เยอะและสมบูรณ์ที่สุด ถ้าลูกบาสเก็ตบอลผิวเรียบเมื่อไหร่ ก็เตรียมเปลี่ยนลูกได้แล้ว

    3.ทำความสะอาดระหว่างร่องของลูกบาสเป็นประจำ อย่าให้มีอะไรเข้าไปติดหรืออุดตัน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของลูกบาสได้

    รอกและคันเบ็ดตกปลา

    สำหรับผู้ที่รักชีวิตกลางแจ้ง สนุกในการเย่อกับปลาในน้ำ ทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจในการเฝ้ารอเหยื่อที่มาติดเบ็ด อุปกรณ์สำคัญในกีฬาประเภทนี้ คือ รอกและคันเบ็ดนั่นแหละครับ

    สำหรับรอกในท้องตลาด มีทั้งรอกแบบสปินนิ่งและเบสคาสติ้ง รอกแบบสปินนิ่ง จะใช้กับการเย่อกับปลาที่น้ำหนักเบาถึงปานกลาง และการต่อสู้ไม่รุนแรงนัก นิยมใช้ตกปลาน้ำจืดเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรอกแบสคาสติ้ง จะใช้ตกปลาที่มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ส่วนมากเป็นปลาทะเล การใช้งานจะยุ่งยากกว่าแบบสปินนิ่งเล็กน้อย

    คันเบ็ด ควรใช้ให้เหมาะกับรอกและสภาวะการตกปลา คือถ้าใช้รอกเบสคาสติ้งก็ใช้คันยาวหรือใหญ่หน่อย แต่อย่าให้ใหญ่มากจนเกินไป ถ้าเป็นสปินนิ่งก็ใช้คันเล็กถึงปานกลาง ส่วนใหญ่คันเบ็ดจะทำจากแกรไฟต์ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง

    จักรยาน

    1. ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะขี่บนถนนทั่วไปหรือว่าไต่ภูเขา จักยานที่ใช้ขี่บนภูเขาจะมีราคาแพงกว่าจักรยานที่ขี่บนถนนทั่วไป และควรเลือกแบบที่มีความทนทานสูง เพราะการขี่บนภูเขาจะสมบุกสมบันพอสมควร
    2. ยางสำหรับการขี่บนภูเขา ควรเป็นยางชนิดพิเศษ สำหรับการขับขี่บนภูเขาโดยเฉพาะ คุณสามารถนำจักรยานธรรมดามาทำเป็นจักรยานภูเขาได้ โดยการซื้อส่วนประกอบจักรยานภูเขามาแต่ง
    3. อานนั่งควรมีความสูงไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว จักรยานบางรุ่นสามารถปรับระดับความสูงของอานนั่งได้
    4.  นั่งให้เข้าที่พอเหมาะพอดี ก่อนจะเริ่มออกแรงขับ มือควรจับแฮนด์จักรยานให้กระชับ เมื่อมองลงไปจะเห็นแฮนด์บังล้อหน้าพอดี จะทำให้การควบคุมจักรยานทำได้ดีขึ้น

     ข้อแนะนำเหล่านี้ เป็นเพียงข้อแนะนำพื้นฐานทั่วๆ ไป สำหรับนักกีฬามือใหม่ที่ไม่ชำนาญเกม หรืออยากเล่นกีฬาเพื่อพักผ่อนและออกกำลังกายเท่านั้น เพราะยังมีอะไรอีกหลายอย่าง ที่จะช่วยให้การเล่นเกมกีฬาของคุณ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ผมว่า ปล่อยให้นักกีฬาจริงๆ เขาเรียนรู้และฝึกฝนกันดีกว่าครับ

    Image by SeppH from Pixabay

  • วิธีเลือกสูทผู้ชาย จะซื้อสูทสำเร็จ หรือสั่งตัด มีข้อควรพิจารณาต่อไปนี้

    วิธีเลือกสูทผู้ชาย จะซื้อสูทสำเร็จ หรือสั่งตัด มีข้อควรพิจารณาต่อไปนี้

    เลือกชุดสูทมาแต่งหล่อ ต้องดูดี และมีมาด และบ่งบอกความเป็นตัวคุณ เพื่อความภูมิฐานที่แท้จริง

    ชุดสูท…ถือเป็นเสื้อผ้าชุดสำคัญ ที่ผู้ชายต่างต้องมีไว้ในตู้เสื้อผ้า อย่างน้อย 2-3 ชุด สำหรับใส่ในงานสำคัญ และงานพิธีการทั่วไป รวมถึงการทำงานในบางโอกาส ที่ต้องเสริมบุคลิกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง ถึงกับมีคำกล่าวกันว่า “เสื้อผ้าสร้างบุคลิกที่ดีให้ผู้ชาย” มานานแล้ว

    โดยทั่วไปนั้น ชุดสูทมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งตัดเย็บเป็นพิเศษ ข้อดีของสูทสำเร็จรูป คือรูปทรงทันสมัย และคงไม่มีปัญหาถ้าคุณมีหุ่นมาตรฐาน แต่ถ้ารูปร่างคุณไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การเลือกตัดชุดสูทกับร้านตัดเย็บเสื้อผ้าผู้ชาย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

    อย่าลีมว่า สูทที่ดี ควรพอดีตัว และเสริมบุคลิกให้ดูดีมีมาดขึ้นด้วยครับ ประเภทของสูทใหญ่กว่าตัว กางเกงตัวใหญ่เกินไป หรือสูทคับติ้วดูแล้วน่าอึดอัด พานจะกลายเป็นสาเหตุทำให้สูญเสียบุคลิกความน่าเชื่อถือไปแทน โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องสวมชุดสูทเป็นส่วนใหญ่

    วิธีเลือกซื้อสูทสำเร็จรูป

    ถ้าคุณอยากซื้อสูทเพิ่มอีกสักตัว ที่ดูดี เพอร์เฟค เลือกที่คุณภาพดีเป็นหลักนะครับ เพราะใช้งานได้นานกว่าสูทราคาถูกแน่นอน ส่วนเรื่องที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อสุทสำเร็จอื่นๆ ที่ควรนำมาเป็นเหตุผลประกอบในการพิจารณาเลือกซื้อ ก็คือ…

    • ดูจากเนื้อผ้า….แจ็คเก็ตที่ทำจากผ้าทอมือขนาดเดียว จะไม่ติดกับผ้าซับใน และรักษารูปทรงของเสื้อ ได้ดีกว่าแจ็คเก็ตที่ตัดเย็บจากผ้าฟอก ซึ่งจะหดได้ง่ายเมื่อถูกฝนหรือเมื่อนำไปซัก นอกจากนี้ ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติของคอตตอนและขนสัตว์ จะมีคุณภาพดีกว่าเนื้อผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์ เพราะทำให้รูปทรงของสูทดีกว่านั่นเอง

    • ปลายของแขนเสื้อหรือขอบแขน…ต้องอยู่กลางฝ่ามือ ในขณะที่ปล่อยแขนอยู่ข้างลำตัว

    • ตรวจดูความเรียบร้อยของตะเข็บรอบๆ รังดุม และตะเข็บผ้าด้านใน…ควรเป็นตะเข็บคู่ และรองด้วยซับในอีกชั้น มันทำให้คุณรู้ถึงฝีมือการตัดเย็บได้เป็นอย่างดี

    • คอเสื้อตั้งขึ้น…เมื่อสวมใส่ไม่ควรมีช่องว่างรอบๆ คอ

    • เลือกชุดสูทที่มีน้ำหนักเบา…เสื้อสูทควรมีหนุนไหล่บางๆ จะทำให้ไหล่มีแนวโค้งเข้ารูปได้ดีกว่า ลองสวมดูว่าหลังจากที่ติดกระดุมทุกเม็ดแล้ว จะไม่เกิดรอยย่นบริเวณบ่าทั้งสองด้านจากการหนุนไหล่

    • เลือกซื้อเสื้อสุทคุณภาพดี…ถึงราคาจะแพงกว่า แต่การใช้งานก็คุ้มค่าใช้ได้นานกว่า และไม่เสียทรงง่ายอีกต่างหาก อย่ามองแต่เรื่องราคาถูกหรือแพงเป็นหลัก มองคุณภาพดีกว่า

    • เลือกสูทที่พอดีตัว…ทดสอบง่ายๆ โดยสวมเสื้อสูท ติดกระดุมให้เรียบร้อย และลองยกแขนขึ้นเหนือศีระษะ ถ้าเคลื่อนไหวได้สะดวกก็แสดงว่าใช้ได้ แต่อย่าเลือกเสื้อสูทที่หลวมเกินไป มันดูไม่ดีจริงๆ ครับ

    • เมื่อซื้อสูทมาแล้ว…ดูแลรักษาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานกว่า ด้วยการแขวนกับไม้แขวนสูท ที่มีปลายกว้างกว่าไม้แขวนเสื้อทั่วไป และไม่ควรซักบ่อยๆ ที่สำคัญ ควรลงทุนซักแห้ง เพื่อรักษารูปทรงของสูทให้เข้ารูปเหมือนเดิม

    สูทไม่สำเร็จ

    อย่างที่ผมบอกไว้แต่ต้นนั่นแหละครับ ว่าถ้ารูปร่างคุณไม่เพอร์เฟ็คพอ ที่จะเลือกซื้อสูทสำเร็จรูปได้จริงๆ อย่าดันทุรังไปเลยดีกว่าครับ เลือกหาร้านตัดชุดสุทแทนจะดีกว่า

    การเลือกช่างตัดสูทก็เป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน มีหลักง่ายๆ ที่พอใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจได้ดังนี้ครับ…

    • ความเชี่ยวชาญของช่างตัดเสื้อ…ดูกันตั้งแต่การวางโครงสร้าง ไปจนถึงฝีมือในการตัดเย็บ

    • การเลือกเนื้อผ้า…บางร้านอาจมีผ้าให้เลือก แต่ถ้าเป็นเนื้อผ้าคุณภาพไม่ดีพอ เลือกซื้อเองแล้วค่อยไปให้ช่างตัดจะดีกว่า ที่สำคัญ ผ้าตัดเสื้อสูทกับกางเกง ควรเป็นเนื้อผ้าและสีเดียวกันด้วย

    • กระดุมก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ…สูทสำเร็จรูปราคาถูกส่วนใหญ่ มักใช้กระดุมพลาสติก แทนกระดุมที่ทำจากเปลือกหอยหรือวัสดุจากธรรมชาติที่เหมาะสม ความคงทนจึงไม่ค่อยมี ดังนั้น ถ้าคุณเลือกตัดสูท อย่าลืมเลือกกระดุมคุณภาพดีให้เหมาะกับชุดสูทด้วยก็แล้วกัน

    • หลังจากตัดสูทเรียบร้อยแล้ว…ควรสวมลองดูก่อน ว่าพอดีตัวหรือต้องแก้ไขส่วนใดหรือเปล่า ดูให้ละเอียด จะได้ไม่เสียเวลาเอากลับไปแก้ทีหลัง เว้นแต่ว่าหุ่นคุณเปลี่ยนแปลงไป นี่ไงครับ…ข้อดีของการตัดสูท เพราะช่างมักจะเผื่อผ้าไว้สำหรับขยายหรือขยับเข้าล่วงหน้าแล้ว

    หวังว่าต่อแต่นี้ไป เวลาหนุ่มๆ อย่างคุณ ต้องไปเลือกหาซื้อสูทสักชุด คงไม่เป็นเรื่องลำบากยากเข็นอีกต่อไป และถึงแม้ว่าสูทจะไม่มีดีไซด์ใหม่ๆ ตามกระแสแฟชั่น แต่ก็ยังมีเนื้อผ้าและลายใหม่ๆ ให้เลือกบ้าง อยู่ที่ว่าพอเปิดตู้เสื้อผ้าแล้ว คุณถึงเวลาจะเปลี่ยนสูทตัวใหม่แล้วหรือยังต่างหากครับ

  • วิธีการเลือกสูท ให้เหมาะสมกับรูปร่างผู้ชายหลายๆ แบบ

    วิธีการเลือกสูท ให้เหมาะสมกับรูปร่างผู้ชายหลายๆ แบบ

    ตัวการแต่งตัวที่ดีนั้น มันบ่งบอกถึงหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างในความเป็นคุณ บ่งบอกถึงบุคลิก รสนิยม และความพิถีพิถันของคุณ ว่าคุณนั้นเนี๊ยบแค่ไหน โดยเฉพาะการเลือกสูทสักตัวมาใส่ เพื่อให้เหมาะกับบุคคลิกและรูปร่างของคุณนั้น จะว่ายากก็ไม่ยาก แต่จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายนัก ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับความคุ้นเคย และรสนิยมจริงๆ ครับ

    แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใส่สูท ก็ไม่ต้องกลัวหลอกครับ ว่าเมื่อถึงยามจำเป็นแล้ว จะเลือกไม่ถูก หรือจะทำให้ตัวเองดูเปิ่นหรือเชยในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะในสายตาสาวๆ ของคุณ ขอเพียงแค่คุณมีหลักในการเลือกสรรอยู่บ้าง เรามี วิธีการเลือกสูท ให้เหมาะสมกับรูปร่าง ของคุณ ดังต่อไปนี้….

    คนรูปร่างผอม (The Thin Men)

    หากคุณเป็นคนที่รูปร่างผอม มีหลักในการเลือกสูทให้เหมาะกับคุณดังนี้ครับ

    ต้องให้ส่วนบนของร่างกายดูมีกล้ามเนื้อขึ้น โดยการสวมแจ็คเก็ตหรือเสื้อสูท หารูปทรงที่เน้นช่วงเอวเป็นพิเศษ รวมทั้งควรมีหนุนไหล่ช่วยอีกทาง

    เลือกสูทได้ทั้งแบบกระดุมแถวเดียวและสองแถว แต่ต้องให้ยาวพอดี ถ้าเป็นสูทสำเร็จอาจต้องแก้ไขบ้าง

    สำหรับกางเกง ก็ควรเป็นรูปทรงเรียบๆ จะทำให้ดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้น มีจีบด้านหน้าสองจีบ รวมถึงมีขอบขา จะช่วยให้น้ำหนักทิ้งลงด้านล่าง ขอบขาควรกว้าง 1 1/4 ถึง 1 3/4 นิ้ว

    ผ้ากางเกงควรพลิ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขากองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป

    สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจดูรอยย่น รอบๆ สะโพก ถ้าพบปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

    คนรูปร่างสั้น (The Short Men)

    วิธีเลือกสูทสำหรับคนที่รูปร่างค่อนข้างสั้น มีหลักง่ายๆ ดังนี้ครับ

    จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยการมองหาสูทหรือแจ็คเก็ตที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสูง คือแจ็คเก็ตแบบไม่มีฝากระเป๋าและไม่ผ่าหลัง

    การที่จะทำให้คุณดูสูงขึ้น ควรเลือกแจ็คเก็ตแถวเดียว กระดุม 2-3 เม็ด

    แจ็คเก็ตควรยาวจนปิดสะโพก แจ็คเก็ตตัวสั้นๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณดูโตหรือสูงขึ้น มีแต่จะทำให้คุณดูตัวสั้นลงไปอีก

    ช่วงเป้ากางเกงถึงขอบเอวควรสั้นกว่าปกติ ซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณดูตัวสูงขึ้นกว่าเดิม

    ผ้ากางเกงควรพริ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขากองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป ก็ยิ่งทำให้คุณดูเตี้ยลงไปอีก

    สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจสอบรอยย่นรอบๆ สะโพก ถ้าปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

    คนรูปร่างสูง (The Tall Men)

    สำหรับคนที่รูปร่างสูง ดูเหมือนว่าจะมีส่วนทำให้การเลือกใส่สูทดูดีขึ้น แต่ก็มีข้อแนะนำที่อยากให้พิจารณาดังนี้ครับ

    แจ็คเก็ตถูกๆ ยิ่งจะเน้นให้คุณสูงขึ้นไปอีก ทำให้ขายาวเก้งก้าง ควรหาแจ็คเก็ตดีๆ สักตัวที่เข้ากับไหล่ รอบอก เอว และหลัง ต้องไม่มีผ้าเหลือมากองโดยเด็ดขาด

    ผู้ชายอย่างคุณ ต้องการช่วงเป้ากางเกงถึงขอบเอวยาวกว่าปกติ

    ระวังลายริ้วลง เพราะจำทำให้คุณดูเหมือนเจ้าพ่อ เลือกลายขวาง ลายตาราง หรือลายเช็ค จะทำให้รูปร่างคุณดูสมส่วนขึ้น

    ผ้ากางเกงควรพริ้วแต่มีน้ำหนัก ปลายขอกองที่รองเท้า ในระหว่างเดิน ถ้าคุณมองเห็นถุงเท้า แสดงว่ากางเกงคุณสั้นเกินไป

    สวมกางเกงให้ขอบเอวอยู่เหนือสะโพก ควรตรวจสอบรอยย่นรอบๆ สะโพก ถ้าปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

    คนรูปร่างเตี้ย-ล่ำ (The Short and Chunkyl Guy)

    แต่ถ้าคุณเป็นคนรูปร่างเตี้ย-ล่ำ ก็ไม่ต้องกลัวนะครับ ว่าใส่สูทแล้วจะดูไม่ดี ลองใช้วิธีการพิจารณาตามหลักข้อแนะนำต่อไปนี้ดูครับ

    คุณยิ่งต้องใส่ใจรายละเอียดของแจ็คเก็ตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงกลางลำตัว แทนที่จะคิดหาเส้นแนวดิ่งเพื่อลดเส้นแนวขวางตามะรรมชาติของตัวคุณ

    หากคุณเลือกแจ็คเก็ตที่คับ ก็จะแสดงให้เห็นในส่วนที่คุณพยายามปิดบัง ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบแถวเดียว กระดุม 2 เม็ด หรือแบบสองแถวก็ตาม แต่ต้องแน่ใจว่าฟิตพอดีกับรูปร่างคุณ

    เลือกแจ็คเก็ตที่ไม่มีผ่าที่ชิ้นหลัง ส่วนของลำตัวหลวมพอที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แม้จะติดกระดุมทุกเม็ดก็ตาม

    อย่าปล่อยให้ไหล่ของคุณทำมุมลาดตามธรรมชาติ เพราะสายตาของคนอื่น จะเลื่อนลงมาจับจ้องที่พุงแทน และความยาวต้องคลุมสะโพกโดยไม่มีข้อยกเว้น

    คุณจะดูดีมากกับกางเกงเป้าต่ำ แต่ยาวพอที่จะเกาะสะโพก (ระวังอย่าให้ขอบเอวตกอยู่ใต้พุง) จะทำให้รูปร่างของคุณดูสูงขึ้น

    ตัดใจจากเข็มขัด เปลี่ยนมาเป็นสายรั้งกางเกง (Suspenders) ดีกว่า

    หลีกเลี่ยงใส่สิ่งใดๆ ในกระเป๋าแจ็คเก็ต ซึ่งโดยปกติจะถูกเย็บปิดไว้ ก็ควรให้อยู่อย่างนั้น

    ถ้ากางเกงปากกระเป๋าอ้าหรือจีบแตก แสดงว่าคุณต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือเช็คดูว่า สามารถขยายเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า

    ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงหลักและข้อแนะนำ สำหรับหนุ่มที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับสูท อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้อย่างไม่เสียฟอร์มนั่นแหละครับ

  • 5 เคล็ดลับของผู้ชายดูแลตัวเอง ช่วยเสริมความหล่อแบบง่ายๆ

    5 เคล็ดลับของผู้ชายดูแลตัวเอง ช่วยเสริมความหล่อแบบง่ายๆ

    หลายคนอาจคิดว่า การเอาใจใส่ดูแลตนเองนั้น เป็นเรื่องจุกจิกที่ผู้ชายไม่น่าจะต้องมาใส่ใจเหมือนผู้หญิง แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องสำคัญไม่เบา เพราะไม่ว่าจะเป็นหนุ่มประเภทไหน

    หากยอมสละเวลาสักนิด หันมาเอาใจใส่ดูแลตนเองให้ถูกวิธี ก็จะสามารถเป็นผู้ชายที่ดูดี และมีสไตล์จนสาวหลงได้ทุกคน

    1.ใบหน้าสะอาดหมดจด

    โดยทั่วไป ผิวหน้าของผู้ชายจะมีความมันมากกว่าผู้หญิง เพราะมีรูขุมขนขนาดใหญ่อยู่มาก หากไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ผิวก็จะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็วหลังอายุ 30 ปีผ่านไป

    วิธีที่ดีที่สุด หนุ่มๆ อย่างคุณจึงควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เพราะจะทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว

     ส่วนเจลล้างหน้า ควรเลือกที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำลายความชุ่มชื้นของผิว

    หลังล้างหน้า ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิว เพื่อบำรุงผิวหน้าให้สดใส หนุ่มอยู่เสมอ หากต้องการออกแดด ควรปกป้องผิวหน้าอีกชั้น ด้วยครีมกันแดดที่สามารถซึมซับและสะท้อนรังสียูวี ไม่ทำอันตรายต่อผิวหน้า เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร และน่าที่จะมีการทาลิปมันที่มีสาารป้องกันรังสียูวี เพื่อป้องกันไม่ให้ริมฝีปากดำคล้ำบ้างก็ดีนะครับ

    2. ผิวกายสดใสเปล่งปลั่ง

    การอาบน้ำอย่างถูกวิธี จะช่วยบำรุงและชะลอการเสื่อมสภาพผิวได้ และตามทฤษฎี การอาบน้ำที่ดีที่สุด ควรอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิเท่ากับร่างกาย แล้วอาบน้ำเย็นตามเพื่อกระชับรูขุมขน แต่คงไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรามากนัก เอาแค่อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ช่วยให้ผิวสดได้เช่นกัน

    และควรใช้ผ้าขนหนูที่เปียก ถูกตามส่วนต่างๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวส่วนที่ตายแล้วออกไป โดยเฉพาะในส่วนที่มีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันอยู่มาก เช่น รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ และซอกคอ เพราะเป็นต้นเหตุของกลิ่นเหงื่อ

    อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้เสมอว่า ผิวสุขภาพดีที่แท้จริงนั้นต้องมาจากภายใน จึงควรใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกิน ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว กินผักผลไม้สดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงมลพิษ และอยู่ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะนอกจากจะทำให้ปากดำแล้ว ยังทำลายสุขภาพของคุณอีกด้วย

    เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และอารมณ์ที่แจ่มใส ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยควรเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับตัวคุณ โดยพิจารณาจากความชอบ ความถนัดส่วนตัว และสมรรถภาพร่างกาย

    ก่อนออกกำลังกาย ควรบริหารร่างกายเบาๆ สัก 8-12 นาที เพื่อเตรียมพร้อมกล้ามเนื้อ นวดครีมบำรุงผิวบริเวณส่วนที่ต้องยืดขยายบ่อยๆ เช่น หน้าอก ท้อง หลัง ต้นขา ต้นแขน เพื่อเตรียมรับกับการยืดขยายของผิว

    หากเล่นกีฬากลางแจ้ง ก็ควรทาโลชั่นและครีมกันแดดก่อนออกแดด 20 นาที และควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่อง

    3. ผม หู เล็บ หนวด

    ผมจะทรงอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับผมที่สะอาด ปราศจากกลิ่นและรังแค จึงควรหมั่นดูแลผมให้สะอาดด้วยแชมพูที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ

    หูและเล็บก็เช่นกัน สายตาสาวๆ มักสอดส่องโดยที่เราไม่รู้ตัว จึงควรหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ ขนจมูกที่ยาวมากเกินไปก็ควรจะเล็มออก จะดูน่ามองมากขึ้น

    ส่วนหนวดและเครา ช่วยทำให้หนุ่มหน้าจืดดูเข้มขึ้น แต่ก็ควรหมั่นแต่งให้เข้ารูป เคล็ดลับก็คือ หนวดควรกว้างกว่าหรือเท่ากับความกว้างของริมฝีปาก แต่ไม่ควรจะยาวเลยริมฝีปากบน หนุ่มผิวขาวไว้เคราพอเขียวครึ้มกำลังดี แต่หากคุณเป็นหนุ่มผิวคล้ำ ดูเข้มอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการไว้เครา เพราะอาจทำให้คุณดูหมองได้

    4. กลิ่นกาย

    กลิ่นกายก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ อากาศอบอ้าวอย่างบ้านเรา ควรสวมเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย จะช่วยลดการหมักหมมของเหงื่อได้

    หลังคอและหลังหู ก็เป็นจุดเกิดกลิ่น แก้ปัญหาง่ายๆ ได้ด้วยการเช็ดด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ตามซอกนิ้วเท้าก็เป็นจุดที่มีเหงื่อออกมาก ควรเช็ดถูและโรยแป้งตาม เพื่อป้องกันกลิ่นอับ

    5. แต่งตัวตามกาละเทศะ

    เป็นสิ่งสุดท้ายแล้วครับที่เราอยากจะพูดถึง นั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับบุคลิกและกาละเทศะนั่นเอง ในโอกาสที่เป็นทางการ เช่น ไปสัมภาษณ์งานหรือนำเสนองาน ควรเน้นความสุภาพเป็นหลัก

    หากนัดสาว ก็เลือกแบบสบายๆ แต่ดูดีมีมาดอยู่ในที เช่น เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดกับกางเกงสแล็ค หากเป็นวันหยุด ก็แต่งตัวสบายๆ ให้เข้ากับฤดูกาล

    เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถจะเป็นหนุ่มมาดเท่ ดูดี มีสไตล์ในแบบของคุณเองแล้วครับ

    Image by Med Ahabchane from Pixabay

  • 4 เคล็ดลับ หากไม่อยากแก่  เรามีวิธีเสริมบุคลิกง่ายๆสำหรับผู้ชายวัยเกินสามสิบ

    4 เคล็ดลับ หากไม่อยากแก่ เรามีวิธีเสริมบุคลิกง่ายๆสำหรับผู้ชายวัยเกินสามสิบ

    ตัวเลขที่พุ่งขึ้นทางเดียว ไม่มีขึ้นๆ ลงๆ ต่างจากหุ้นโดยสิ้นเชิง นั่นก็คืออายุนั่นเอง ตัวเลขของอายุ บ่งบอกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี แถมยังสะท้อนให้เห็นถึงริ้วรอยความ “แก่” ด้วย หากคุณไม่รักษาสุขภาพให้ดี กระหน่ำใช้ชีวิตอย่างไม่บันยะบันยัง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็ยังพอจะทำให้ริ้วรอยความ “แก่” มาถึงช้ากว่าอายุที่นำหน้าไป

    และนี่คือ 4 เคล็ดลับ ที่จะช่วยปิดบังอายุจริงของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง ไม่เฉพาะสาวๆ หรอกครับที่อยากให้ใครๆ ทักว่าเด็กกว่าอายุจริง ยิ่งถ้าเป็นหนุ่มใหญ่เลยวัยต้น 30 ไปแล้ว ก็ต้องอยากได้ยินคำๆ นี้ด้วยเช่นกัน

    1.อายุคือสิ่งที่เป็นพลังงานไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

    เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็เหมือนกับเราใช้พลังงานหมดไปเรื่อยๆ และกลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเฉื่อยชา ปราศจากความคล่องตัวเต็มพิกัดเหมือนในวัยหนุ่ม

    น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนอายุ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดู “แก่” ตัวมากขึ้น ยิ่งถ้าต้องพึ่งพาไม้เท้าหรือคอยพยุงตัวกับราวบันไดหรือกำแพงอยู่บ่อยๆ หากเปรียบเทียบกับผู้ชายที่ผอมในวัยเดียวกัน จะเห็นว่าคนผอมจะแลดูอ่อนเยาว์กว่าคนอ้วน ดังนั้น ถ้าหากคุณไม่อยากไม่อยากแก่เร็ว ก็ควรรักษาหุ่นให้สมส่วนไว้เสมอ

    การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่มีจำกัดเพศวัย ทำได้ทุกคน ถ้าออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ความแข็งแรงและความหนุ่มแน่นก็จะอยู่เคียงคู่คุณไปด้วยเช่นกัน

    2.การแต่งกายสะท้อนถึงรสนิยมเฉพาะตัว และยังบ่งบอกถึงความหนุ่มแน่นหรือแก่ชราได้อีกด้วย

    เมื่อคุณรู้ว่าคุณมีอายุมากขึ้น แต่คุณไม่อยากให้คนอื่นเรียกคุณว่าพี่หรือลุง ก็ต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูเนี๊ยบและดูหนุ่ม จะช่วยปกปิดอายุที่แท้จริงได้ง่ายๆ และควรรักษาความสดชื่นของอารมณ์เอาไว้เสมอ เคยได้ยินไหมครับ ว่าอารมณ์ดีทำให้แก่ช้า

    อย่าลืมตัดแต่งทรงผมให้เข้าที่เป็นระเบียบ จะยิ่งช่วยลดอายุลงไปได้อีก หรือในกรณีที่คุณมีปัญหาเกี่ยวกับผมบาง ผมน้อย ก็ไม่ควรปล่อยให้มันดูบางอย่างนั้น หาวิธีจัดการดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถักทอผมหรือสวมหมวก หรือปลูกปมใหม่ มันช่วยเรียกความมั่นใจกับการออกงานสังคมหรือสังสรรค์ได้จริงๆ

    3.หากสีหน้าคุณหมองคล้ำ และมีริ้วรอยจากการผ่านกาลเวลาประทับอยู่ที่หน้า

    ไม่ควรวางเฉย เพราะนั่นเป็นเครื่องหมายแสดงความแก่ของคุณอย่างเด่นชัด ควรปกป้องผิวหน้าให้แลดูสดใส หรือมีริ้วรอยเหี่ยวย่นน้อยที่สุด

    ลองหันมาใช้ครีมดูแลและปกป้องผิวจากแสงแดดชนิดอ่อนละมุน ที่มีส่วนผสมของสาร SPF-30 และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ลูบไล้เบาๆ บนผิวหน้า มันจะช่วยปกปิดริ้วรอย ยิ่งแสงแดดบ้านเราไม่ใช่ร้อนแรงธรรมดา แต่ร้อนมากอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเชียวหละครับ

    อีกอย่าง อย่ากลัวว่าผู้ชายจะใช่ครีมบำรุงผิวไม่ได้ หรือคิดว่าเป็นอุปกรณ์ชะลอความแก่ของผู้หญิงเท่านั้น เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในยุคนี้ ทั้งครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย ก็ได้รับการสร้างสรรค์คิดค้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้น ถ้าอยากดูหนุ่มขึ้นและแก่น้อยลง ใช้เถอะครับ

    4.รู้หรือไม่ว่าไข่ฟองเล็กๆ เพียง 2 ฟอง สามารถช่วยปกปิดความแก่บนใบหน้าลงได้

    เพียงแยกเอาแต่ไข่ขาวออกมา (ไข่แดงก็เก็บเอาไว้ทำอาหารต่อ) แล้วนำมาตีให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาโปะลงบนใบหน้า พักทิ้งไว้สัก 30 นาที จะทำให้ใบหน้ารู้สึกตึงขึ้น เปล่งปลั่ง สดชื่น

    แต่ใบหน้าที่ดูหนุ่ม ก็ย่อมต้องคู่กับการแต่งกายที่ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน การสวมเสื้อเชิ้ตจะทำให้ดูมีความคล่องตัว กระฉับกระเฉง และควรจัดปกเสื้อให้ตั้งขึ้น จะทำให้รับกับใบหน้าดูดีมีราศีขึ้น ปกเสื้อที่แบะๆ หรือตกๆ นอกจากจะไม่เสริมให้ใบหน้าคุณดูเด่นดูดีแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ลดราศีบนใบหน้าลงอีกต่างหากครับ

    เป็นยังไงกันบ้างครับ กับข้อแนะนำสำหรับหนุ่มใหญ่แต่ใจวัยสะรุ่นทั้งหลาย เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะช่วยทำให้ผู้ชายอย่างคุณดูหนุ่มขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ไม่าใช่แค่เพื่อให้สาวๆ เหลียวมองเท่านั้น แต่ยังสร้างให้บุคคลิกดูดีขึ้นด้วยครับ

  • 4 กลเม็ดเคล็ดวิธี  สร้างเสน่ห์ของผู้ชายง่ายๆ ไม่ต้องหล่อ แต่สาวหลง

    4 กลเม็ดเคล็ดวิธี สร้างเสน่ห์ของผู้ชายง่ายๆ ไม่ต้องหล่อ แต่สาวหลง

    คุณเคยสังเกตุกันบ้างไหมครับว่า เอ๊ะ…ทำไมบางคนก็รูปร่างหน้าตาดี แต่ปรากฏว่าสาวๆ กับไม่มีใครสนใจ ส่วนหนุ่มบางคน หน้าตาก็งั้นๆ แต่กลับกลายเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆ ไปได้ แถมมากมายอย่างน่าอิจฉาเสียด้วย

    ไม่แปลกหรอกครับ เพราะนี่เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ที่เราเรียกว่า SEX APPEAL หรือเสน่ห์ในการดึงดูดสาวๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ฉาบอยู่บนใบหน้า ลำตัว แขนขา หรือมัดกล้าม ทว่ายังเกี่ยวพันถึงเสน่ห์ภายใน ที่จะทำให้เพศตรงข้ามชื่นชมด้วย

    ว่าแต่…คุณอยากจะมีเซ็กส์แอพพีลแบบแมนๆ กับเขาบ้างหรือเปล่า ถ้าสนใจหล่ะก็ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำ 4 ขั้นตอน ที่นิตยสารจีเอ็มเขาบอกว่า จะช่วยสร้างเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ไม่เบาเลยครับ

    1.เริ่มแแรกก็ต้องสร้างความมั่นใจก่อน….พีงจำไว้ว่า ธรรมชาติกำหนดให้เรื่องเพศ เป็นกิจกรรมที่ประกอบกันของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน แต่ (ส่วนใหญ่จะ) ต่างเพศกัน

    ในเมื่อมีกันอยู่สองเพศแค่นี้เอง คุณจึงมั่นใจได้ว่า ผู้หญิงส่วนมาก จะต้องสนใจอยู่ร่วมกับผู้ชายแน่ๆ และถ้าคุณเป็นผู้ชายเต็มตัวกับเขาเหมือนกันหล่ะก็ แน่นอน ต้องมีสักอย่างหนึ่งหรือมากกว่านั้น ที่ปรารถนาในตัวคุณเช่นกัน เมื่อมั่นใจในตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้ก็ไม่ยากแล้วครับ

    2. หากว่าอยากที่จะเป็นชาย ผู้น่าประทับใจให้หญิงสาวต้องเหลียวมอง…สิ่งที่ดึงดูดใจผู้หญิงเป็นอันดับแรกๆ คือ สิ่งต่อไปนี้ ได้แก่ ฟัน, รองเท้า และนาฬิกา ถ้าหากเธอพบว่า 3 สิ่งที่อยู่ในตัวคุณนี้ดูสกปรก หรือไม่สมประกอบอย่างไรชอบกล หรือแม้แต่ดูแล้วปลอมๆ ไร้รสนิยม เธอก็อาจจะเมินคุณอย่างรวดเร็ว (แต่เรื่องนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของเธอนะครับ เช่น ถ้าคุณใส่กางเกงยีนสกปรก สาวหนึ่งอาจจะเมิน แต่อีกสาวอาจจะปิ๊งก็เป็นได้เหมือนกัน

    ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยอุปกรณ์เหล่านี้ เพราะมันเกี่ยวพันถึงบุคลิกภาพของผู้เป็นเจ้าของ หากอยากให้ผู้หญิงรู้สึกประทับใจในครั้งแรก ก็รองหารองเท้าดีๆ ดูเข้ากับตัวคุณเป็นอย่างดีสักคู่หนึ่ง รวมทั้งเลือกนาฬิกาที่ดูเป็นสปอร์ตและดูหรูหราไว้อย่างละเรือน เผื่อไว้ใช้ในโอกาสที่ต่างกัน ไม่ใช่เรื่องของความฟุ่มเฟือย แต่เป็นอีกความประทับใจหนึ่งที่จะมีต่อเพศตรงข้ามได้

    3. นิสัยอย่างหนึ่งของผู้ชายที่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ชอบ…คือหนุ่มประเภทตัดสินใจไม่เด็ดขาด หรือใจโลเล นิสัยแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าคุณไม่มีความเป็นผู้ชายอย่างแท้จริง ขาดความเด็ดขาดในความคิดไปซะนี่

    คุณควรวางท่าทางให้สมกับความเป็นผู้ชาย สบตาเธอเมื่อพูดคุยกัน ทำให้เธอรู้ว่าคุณมีเป้าหมายหรือแผนการอยู่ตลอด เปิดใจยอมรับสิ่งที่เป็นจริง พร้อมที่จะพูดคำว่า “ไม่” ในสิ่งที่คุณทำไม่ได้ แทนที่จะมานั่งหาวิธีโม้หรือเพื่อให้ดูเก่งในสายตาเธอ

    4. สุดท้าย ลองมองดูที่ปากของคุณ… ไม่เกี่ยวกับอนามัยในช่องปาก แต่เป็นเรื่องของการขยับปากต่างหาก ผู้หญิงจะมีความสามารถในการวิเคราะห์ผู้ชายจากการสนทนา ว่าหนุ่มคนใดจะไปกันได้ดีกับเธอ

    การพูดคุยถึงสิ่งที่ต่างกัน จะทำให้เธอวิเคราะห์คุณได้ในทางที่ดีขึ้น เช่น คุณสนใจบอนไซ แต่เธอชอบการดำน้ำ มันอาจต่างกันลิบ แต่นั่นหมายถึงคุณเป็นคนใจกว้าง เปิดรับและชื่นชอบกับสิ่งรายรอบตัวแบบไม่จำเจ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ในตัวเอง ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าคุณเป็นคนเก่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญ

    และในการสนทนากับเธอครั้งต่อไป ก็ควรหาเรื่องสนุกที่น่าสนใจของคุณมาอีกเรื่อยๆ แต่ไม่ต้องวมากเกินไป และไม่น้อยจนทำให้บทสนทนาขาดช่วงด้วยนะครับ

    เมื่อคุณคิดว่าทำได้ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้แล้ว ก็ลองไปทดสอบเสน่ห์เฉพาะบุรุษที่ดึงดูในสาวได้เลย มันน่าจะมีอะไรพัฒนาขึ้นมาบ้างแหละน่า

    …และอย่าลืมว่าข้อแรกคือความมั่นใจนะ สำคัญที่สุดครับ….

    Image by StockSnap from Pixabay

  • เลิกเป็นคนบ้างาน  หันหน้ามาใส่ใจตัวเองและสังคมรอบข้าง ด้วยวิธีการต่อไปนี้

    เลิกเป็นคนบ้างาน หันหน้ามาใส่ใจตัวเองและสังคมรอบข้าง ด้วยวิธีการต่อไปนี้

    คนยุคนี้ มักจะมีอาการของคนติดงาน หรือบางทีถึงขั้นบ้างานมากขึ้นทุกที เหตุเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงล้มลุกคลุกคลานนั่นเอง

    ลองสำรวจตัวเองตัวเองดูหน่อยไม่ดีหรือครับ ว่าคุณเข้าข่ายหรือมีอาการติดงาน หรือบ้างานบ้างหรือเปล่า โดยสังเกตุจากอาการต่างๆ ดังนี้ครับ….

    • เร่งรีบหรือยุ่งเหยิงตลอดเวลา

    • ไม่เคยกระจายงานได้อย่างเพียงพอ เพราะต้องการควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง

    • ตั้งมาตรฐานความเพอร์เฟคของงานไว้สูงมากกว่าคนส่วนใหญ่ที่ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน มุ่งเอาชนะจนเกินควร

    • ละเลยการเอาใจใส่ตัวเองเพราะงาน

    • มีความเชื่ออยู่ตลอดเวลา ว่าตัวเองยังทำงานได้ไม่ดีพอ

    • เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา ทางออกที่คิดได้คือทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิม

    ถ้าสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในตัวคุณครบถ้วน คาดว่าคุณต้องเข้าข่ายบ้างานชนิดที่ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

    แต่อย่าลืมว่างานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตของคุณ ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่สมควรทำและต้องทำ มากกว่าการทุ่มเทให้กับงานเพียงอย่างเดียว หยุดอาการบ้างาน ก่อนที่มันจะฆ่าคุณเถอะครับ ถึงใครจะบอกว่างานหนักไม่เคยฆ่าใคร แต่งานหนักก่อให้เกิดความเครียด และในที่สุดมันจะทำให้คุณฆ่าตัวเองได้เหมือนกัน

    วิธีหยุดตัวเองจากอาการบ้างาน และทำในสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่า ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อีกทั้งผลที่จะได้รับก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน

    1.อย่าเชื่อคำกล่าวที่ว่า ถ้าคุณทำงานหนักมากในวันนี้แล้ว คุณไม่ต้องทำงานหนักในอนาคต….โดยจัดการกับงานให้จบไป ทั้งที่คุณไม่มีทางจะจัดการงานตรงหน้าที่มีอยู่ให้หมดไปได้ ตราบใดที่ยังทำงานอยู่ งานก็ย่อมมีเข้ามาเรื่อยๆ

    งานไม่ใช่ภาพยนต์นะครับ จบแล้วจบกัน จากนั้นค่อยเลือกหนังเรื่องใหม่ แต่งานโดยส่วนใหญ่มีความต่อเนื่องตลอดเวลา มันไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดังนั้น จะมีประโยชน์อะไร ถ้าคุณจะทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตในวันนี้ให้กับงานเพื่อความสบายในวันหน้า

    ดังนั้น หยุดที่จะทำงานทุกอย่างให้สมบูรณ์ที่สุด จนละเลยสิ่งรอบตัว เพราะเมื่อไหร่ที่โรคหัวใจถามหา หรือเส้นเลือดในสมองแตกด้วยความบ้างาน งานของคุณก็ยังคงจะเหลืออยู่ในลิ้นชักหรือบนโต๊ะเหมือนเดิม รอคนใหม่เข้ามาทำแทนเท่านั้นเอง ในขณะที่คุณสูญเสียหลายสิ่งในชีวิตไปอย่างไม่มีวันเอากลับมาได้ เดินสายกลางสิครับ รู้จักคำว่าพอดีบ้าง แล้วชีวิตของคุณจะมีควสามสุขขึ้น

    2.เลิกยึดติดกับทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต….เพียงแค่โอกาสที่ยากจะเป็นจริงเข้ามาในชีวิตการทำงาน ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องฉกฉวยมันไว้เสมอไป ทุกครั้งที่คุณยอมรับโอกาสใหม่ๆ เข้ามา ต้องคิดด้วยว่าคุณยอมรับกหารสูญเสียเวลาสำหรับสังคม เพื่อฝูง และครอบครัวได้หรือเปล่า ถึงมันจะเป็นการพิสูจน์ความสามารถในการพัฒนาฝีมือการทำงานของคุณก็ตาม

    ลองคิดดูว่า ยิ่งคุณตำแหน่งสูงมากเท่าไหร่ ความรับผิดชอบก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย และจะมีสักกี่คนที่ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันให้ได้ดีทุกอย่างโดยไม่สูญเสียอะไรเลย หายากครับ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีประโยคฮิตที่ว่า “ได้อย่าง เสียอย่าง” หรอกครับ

    3.เรียนรู้การมอบหมายงาน กระจายงานให้ผู้อื่นรับผิดชอบบ้าง….อย่างที่บอกแล้วว่า คนเดียวทำงานหลายอย่างให้สำเร็จทุกเรื่องมันยาก และแทบที่จะเป็นไปไม่ได้ ถึงจะมึความสามารถครบทุกอย่าง ก็ไม่อาจทำได้ทุกอย่าง เพราะข้อจำกัดของเรื่องเวลานี่แหละครับที่เห็นชัดที่สุด

    การที่คุณอ้างว่า มันเป็นงานของเรา ไม่มีใครมีคุณสมบัติพอที่จะทำมันได้ หรือหัวหน้าสั่งให้เราทำ ฯลฯ แล้วไม่ยอมกระจายงาน งานทั้งหลายก็จะมากองท่วมทับคุณไว้ และไม่มีทางที่คุณจะทำงานเหล่านั้นได้สำเร็จอย่างแท้จริง แทนที่จะกอดงานไว้กับตัวเอง ทำไมไม่เรียนรู้ที่จะไว้ใจในความสามารถของเพื่อนร่วมงาน และไม่ควรเกรงใจคนอื่นจนเกินไป และทำให้ไม่กล้ากระจายงานด้วย

    หากเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทีมงานแล้วหล่ะก็ การแบ่งเบาภาระ ช่วยกันทำงานให้เสร็จทันเวลา ย่อมดีกว่าที่ใครคนหนึ่งจะแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียว แล้วทำงานไม่เสร็จ จริงไหมหล่ะครับ

    หลักการกระจายงานง่ายๆ ก็คือ

    • อย่ากระจายงานโดยเลือกงานที่คุณไม่เคยอยากทำให้คนอื่นทำ อย่างนี้ไม่ยุติธรรมครับ ควรแบ่งานให้เหมาะกับความสามารถของบุคคลในทีม

    • อย่ากระจายงานที่เป็นความรับผิดชอบหลัก มีความสำคัญ และคุณต้องลงมือทำเองจริงๆ

    • กระจายงานด้วยความคิดที่ว่า ทีมงานทุกคนจะมีส่วนในความสำเร็จของงานร่วมกัน

    • กระจายงานเพื่อให้มีเวลาเต็มที่กับงานส่วนหลักที่คนอื่นทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีพอเท่ากับคุณ

    • คุณอาจตรวจสอบงานหลังจากทีมงานทำเสร็จ หรือคอยให้คำแนะนำปรึกษาทีมงานได้ แต่ไม่ใช่ลงมือทำเองเสียหมดนะครับ

    • ที่สาคัญคือ การกระจายงานที่ดี ต้องเปิดโอกาสให้ทีมงานได้มีส่วนฝึกฝนความสามารถและความรับผิดชอบงานแต่ละส่วนตามความเหมาะสมด้วย

    4.หาเวลาว่างโทรศัพท์คุยกับคุณพ่อ คุณแม่ หรือคนที่คุณรัก…คุยกับครอบครัวและเพื่อนฝูงบ้าง อย่ามัวแต่ใช้โทรศัพท์เพื่อบุกตลาดใหม่อย่างเดียว หยุดอาการบ้างานเพื่อหวังได้รับคำสรรเสริญเยินยอ แทนที่ด้วยการดูแลเอาใจใส่ความรู้สึก ความคิด และความเห็นของคนรอบตัวคุณ ทั้งเพื่อนฝูงและครอบครัว

    บางครั้งการวิ่งไล่ตามความสำเร็จในสายงาน เพราะมันให้รางวัลที่เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าชีวิตครอบครัวและสังคมก็ตาม แต่มันไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริงนะครับ แบ่งเวลาจากงานแล้วนัดคุณพ่อทานข้าวด้วยกันสักมื้อ โดยไม่มีอาการเบื่อหน่ายหรือรำคาญท่านซิครับ แล้วจะรู้ว่าคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์คืออะไร

    5.หยุดความคิดที่จะเอาชนะคนอื่นจนเกินควร เพียงเพื่อต้องการเป็นอันดับหนึ่ง….ซึ่งคุณก็รู้ดีว่ามันไม่ยากเท่ากับการรักษาอันดับหนึ่งต่อไป และนั่นจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณกลายเป็นมนุษย์งาน ไม่มีเวลาให้กับชีวิตในส่วนอื่นที่มนุษย์ทั่วไปควรจะมี

    เชื่อไหมครับว่า บทสุดท้ายของคนบ้างาน ขาดการเอาใจใส่ตัวเอง ขาดสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคม เขาจะมีชีวิตที่ล้มเหลวและเป็นผู้สูญเสียที่แท้จริง

    6.ทำงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้….เพียงพอแล้วครับสำหรับชีวิตการทำงาน ไม่จำเป็นรต้องยึดติดกับลัทธิของความเป็นเลิศในสายงาน เพียงแต่ทำงานให้เต็มที่ และดีที่สุดที่จตะทำได้ในเวลานั้น และมันจะทำให้คุณดึงพลังงานจากร่างกายและสมองมาใช้ได้อย่างเต็มที่ มากกว่าการทุ่มเทจนลืมเวลา ที่มีแต่จะทำลายสุขภาพไปทุกวันๆ

    7.เลิกเป็นคนขี้อิจฉา เห็นคนอื่นดีไม่ได้…..ยิ่งเห็นคนประสพความสำเร็จ คุณยิ่งร้อนรนและทำงานให้มากขึ้นเพื่อที่จะก้าวไปเทียบเคียงเขา หรือเก่งเหนือเขา นั่นเป็นเพราะคุณไม่รู้จักคำว่าพอ ลองมองความสำเร็จของผู้อื่นในอีกมุมบ้างว่า เขาต้องใช้ชีวิตที่อดทนลำบากยากเย็น และทนทุกข์กับอาการบ้างานกว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ถ้าเขาเป็นคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมือนคนบ้างานด้วยหล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องไปอิจฉาเขาเลย เชื่อเถอะว่า ชีวิตเขาไม่ได้มีความสุขหรอกครับ

    อาการบ้างานที่เกิดขึ้นกับคนไทยยุคนี้ กลายเป็นสาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายมานักต่อนักแล้ว ทางที่ดี เราควรพอใจในสิ่งที่ทำและมีอยู่ดีกว่าครับ

    Image by Lukas Bieri from Pixabay