Author: admin

  • แกงลูกเหรียง

    แกงลูกเหรียง

    เครื่องปรุง

    เนื้อหมู 1/2 กิโลกรัม

    ลูกเหรียง 200 กรัม

    เครื่องแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ

    กะทิ 3 ถ้วย

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

    ใบมะกรูด 1-2 ใบ

    พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด

    วิธีทำ

    หั่นเนื้อหมูตามขวาง พักไว้ ล้างลูกเหรียงให้สะอาด ใส่กะทิในกระทะ เคี่ยวพอเดือด ใส่เครื่องแกงเผ็ด ผัดให้หอม ใส่เนื้อหมู ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลผัดให้เข้ากัน ใส่ลูกเหรียง ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า ผัดให้สุก ตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟเป็นกับข้าว

  • งบปลาร้าสับ

    งบปลาร้าสับ

    เครื่องปรุง

    ปลาร้าสับละเอียด 1 ถ้วย

    เครื่องแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ

    ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนชา

    ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา

    ผักกาด ใบโหระพา 1/2 ถ้วย

    หัวกะทิ 1/2 ถ้วย

    วิธีทำ

    ผสมปลาร้าสับ และเครื่องแกงเผ็ดเข้าด้วยกัน ใส่ใบมะกรูด ตะไคร้ ปรุงรสด้วย น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาล 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ใส่หัวกะทิ คนให้เข้ากันอีกครั้งเรียงใบโหระพา ผักกาดขาวในใบตอง ตักส่วนผสมใส่ พับใบตองให้มิดชิดนำงบไปย่างให้สุก แกะออกจากใบตอง เสิร์ฟพร้อมผักสดต่าง ๆ

  • ทะเลพิโรธ สูตรอาหารไทยโบราณ

    ทะเลพิโรธ

    เครื่องปรุง

    กุ้งชีแฮ้ปอกเปลือกผ่าหลังล้างสะอาด 1 ถ้วย
    ปลาหมึกตัดชิ้นบั้งให้ม้วน 1 ถ้วย
    พริกชี้ฟ้าแดง 3-5 เม็ด
    ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
    หอมแดง 5 หัว
    กระเทียม 7 กลีบ
    รากผักชีซอย 1 ช้อนชา
    มะเขือพวงเด็ดก้าน 4 ช้อนโต๊ะ
    ใบกะเพรา 5 ยอด
    ข่า 2 แว่น
    น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    นำเครื่องแกง ย่า ตะไคร้ พริก หอม กระเทียม รากผักชีโขลกให้ละเอียด ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเครื่องแกงที่โขลกไว้จนหอม ใส่กุ้ง ใส่ปลาหมึกลงไปผัดจนทั่วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ใส่มะเขือพวง ผัดจนสุก ใส่ใบกะเพรา ยกลง

    เคล็ดลับ
    1. ถ้าชอบรสเผ็ดเติมพริก จะใช้พริกแห้งเม็ดใหญ่ก็ได้
    2. ถ้าผัดแห้งเกินไป เติมน้ำซุปก็ได้

  • หมูแปลงโฉม

    หมูแปลงโฉม

    เครื่องปรุง

    หมูสันในหั่นเป็นชิ้น 2 ถ้วย
    หัวกะทิ 1 ถ้วย
    กะทิกลาง 1/2 ถ้วย
    พริกแห้งผ่า นำเมล็ดออกแช่น้ำนุ่ม 2 เม็ด
    กระเทียม 7 กลีบ
    หอมแดง 5 หัว
    ตะไคร้ซอย 1 ต้น
    ผิวมะกรูดซอย 1/2 ช้อนชา
    ข่าซอย 1 แว่น
    น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
    พริกชี้ฟ้าซอย 2 เม็ด

    วิธีทำ
    โขลกเครื่อง มี หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ พริก ผิวมะกรูด จนละเอียด นำเครื่องพริกผัดหัวกะทิจนหอม ใส่หมูลงไปผัดให้หอม เติมกะทิกลาง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ชิมรส ยกลง จะโรยใบมะกรูดก็ได้

    เคล็ดลับ
    1. ผัดให้น้ำพริกขึ้นมันเงา จะหอมอร่อย
    2. ถ้าชอบรสใดนำหน้า เติมได้

  • สัญญาณเตือน…ฆ่าตัวตาย

    สัญญาณเตือน…ฆ่าตัวตาย

    สัญญาณเตือน…ฆ่าตัวตาย

    นายแพทย์อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต
    ศาสตราจารย์นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม จิตแพทย์ ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมสะมาริตัน
    25 กุมภาพันธ์ 2546

    พิธีกร ข่าวการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่เกิด ณ ปัจจุบันตรงนี้ครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ข่าวแรกที่สุดคือ ข่าวเมื่อเช้านี้ ที่ท่านผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคันนายาว ใช้ปืนยิงลูกสองคน ชาย 10 ขวบ หญิง 8 ขวบ ยิงภรรยาและตัวเองตายด้วย แต่ โชคยังดีที่ภรรยายังไม่ตาย นี่ถือว่าเป็นความรุนแรงมาก เพราะไม่ใช่การฆ่าตัวตายธรรมดา แต่เป็นการฆ่ายกครัว นอกจากตัวเองคิดว่าชีวิตไม่น่าอยู่แล้วยังคิดว่าลูกเมียก็ไม่ควรจะอยู่ด้วย เพราะว่าชีวิตมีแต่ความทุกข์ เพราะฉะนั้นเลยพาไปหมดทั้งครอบครัว ซึ่งก็เกิดขึ้นบ่อยพอสมควร คงจะจำกันได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ประมาณปีเศษๆ แถวฝั่งธนก็มีนักธุรกิจคนหนึ่ง สมัยที่เศรษฐกิจแย่ก็เลยจัดการมอมยาทั้งครอบครัว เหตุการณ์นี้ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญ สะเทือนใจมากครับ หรืออย่างกรณีที่หนุ่มสาวผูกข้อมือแล้วเอาหินถ่วงโดดสะพานพระราม7 อันนี้ก็ความรักเป็นพิษ

    พิธีกร นั่นเป็นวิธีการเลียนแบบสะพานรักสารสินหรือเปล่าครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ การฆ่าตัวตายโดยวิธีการเลียนแบบ เป็นเรื่องที่ทางวิชาการเรารู้มานานแล้วครับ อีกรายคือที่เกาหลี เหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง ที่ผู้ป่วยโรคจิตคนหนึ่งอยากฆ่าตัวตาย แต่ไม่อยากตายคนเดียว เอาคนอื่นไปด้วยตั้ง 126 ศพ หายไปอีก 300 กว่าคน ตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่า เรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่สำคัญขนาดไหน คนที่ป่วยทางกายอาจจะเดือดร้อนคนเดียว หรือญาติมิตรเดือดร้อนด้วย แต่คงไม่ทำให้เกิดโศกนาฎกรรมขนาดใหญ่อย่างนี้ ขอให้สังเกตว่าเรื่องที่ใหญ่ๆ รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมากๆนั้น แค่คนเดียวที่สุขภาพจิตไม่ดีก็สามารถทำให้คนตายได้มากมายขนาดนี้ เพราะฉะนั้นแน่นอน เรื่องอย่างนี้ถ้าได้ยินได้ฟังเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ท่านผู้ชมที่บ้านอาจจะสงสัยว่า มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย โดยธรรมชาติและสัญชาติญาณล้วนแล้วแต่รักตัวหวงชีวิตทั้งสิ้น มีแต่คนไม่อยากตาย ทำไมจึงมีคนบางคนถึงไม่อยากอยู่ และถึงขนาดก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ ขอให้สังเกตว่าแทบทุกรายได้มีการคล้ายๆบอกเหตุล่วงหน้า ให้คนข้างเคียงได้รู้ได้ทราบ คล้ายๆบอกใบ้เตือน แต่คนข้างเคียงไม่สนใจ หรือไม่ใส่ใจ เพราะนึกว่าไม่สำคัญ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของโศกนาฎกรรมอย่างนี้ รวมทั้งข่าวเมื่อเช้านี้ที่ท่านผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต ความจริงท่านมีความเจ็บป่วยทางกาย ขณะเดียวกันมีความเจ็บป่วยทางใจด้วย แพทย์ที่ดูแลเคยเตือนเพื่อนร่วมงานใกล้เคียงด้วยซ้ำว่า ช่วยดูแลให้ใกล้ชิดหน่อยนะ เพราะอาจจะคิดสั้น เพราะฉะนั้นคนข้างเคียงเวลานี้ผมอยากจะคิดว่า คนเรามีความทุกข์แยะ ทุกข์ทั้งจากภัยเศรษฐกิจ ทุกข์ทั้งจากสิ่งแวดล้อม ทุกข์ทั้งจากการครองชีวิต ซึ่งมีปัญหาสารพัดอย่าง ถ้าเราจะสนใจดูแลกันสักนิดหนึ่ง ว่าคนข้างเคียงที่เรารักและรักเรา ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือคนในที่ทำงาน ถ้าเราสนใจใยดีกัน เอื้ออาทรกันมากกว่านี้อีกสักหน่อย สังเกตสักนิดว่าคนที่เราใกล้ชิดนั้น ทำงานด้วยกัน อยู่บ้านเดียวกัน ถ้ามีอะไรผิดปกติไป เช่น กิริยาท่าทาง ซึมเศร้า เหนื่อยหน่าย หรือมีลางบอกเหตุเช่น พูดเปรยๆว่าไม่น่าอยู่ อยากจะไป

    พิธีกร ภาพรวม ณ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรครับ น่าตกใจน่ากลัวแค่ไหนครับ เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ผู้ที่ฆ่าตัวตายมีหลายสาเหตุครับ แต่สาเหตุส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับโรคอารมณ์ซึมเศร้าครับ โรคอารมณ์ซึมเศร้ามีอยู่เยอะครับ และคนก็ไม่ทราบ ถึงแม้ว่าเราพยายามจะเรียนให้สาธารณชนทราบ สาธารณชนก็ยังคิดว่าเรื่องมันยังไม่ใกล้ตัว ความจริงก็มีเยอะครับ แต่ไม่ได้ลงท้ายด้วยการฆ่าตัวตายเสมอไปครับ แต่สองสามรายนี้เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงจุดสุดท้ายของการป่วยทางจิต ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตนั้นอาจจะเกิดปัญหาร้ายแรงได้ครับ

    พิธีกร ตัวเลขเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือเท่าเดิมครับ เราต้องทำอะไรกับตรงนี้บ้างครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ในสถิติของประเทศไทยดูเหมือนว่าจะต่ำกว่าต่างประเทศหลายประเทศครับ อาจจะเป็นเพราะว่ากระบวนการเก็บข้อมูลของเรานั้นแตกต่างออกไป ในประเทศไทยถึงแม้ทางวิชาการจะถือว่าไม่ต่ำ แต่ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นมากหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 40 เมื่อมาถึงปี42 จะมีการฆ่าตัวตายสูงสุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย

    พิธีกร เยอะที่สุดเท่าไหร่ครับ

    นพ.อภิชัย ขึ้นไปที่เก้าจุดหกต่อแสนคนครับ

    พิธีกร ประเทศที่มีการฆ่าตัวตายเยอะที่สุดคือเท่าไหร่ครับ

    นพ.อภิชัย ฮังการีสูงที่สุดครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ประมาณยี่สิบกว่าถึงสามสิบกว่าก็มีครับ แต่วิธีการเก็บข้อมูลของเราอาจจะแตกต่างกับเขา อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เคยมีการศึกษาที่มีคุณภาพมากในปีเดียวกันเมื่อเทียบกับสถิติที่เราเก็บมาตลอดจะแตกต่างกันเยอะ สถิติที่เราใช้พูดถึงนี้เป็นสัญญาณชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเฉยๆ ไม่ใช่สถิติที่แท้จริง เพราะว่าถ้าสำรวจในพื้นที่ในชุมชน ในชนบทแล้วอัตราจะสูงกว่ารายงานมากครับ

    พิธีกร อาจจะเป็นไปได้ว่าเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้ไปแจ้งไว้ ข้อมูลนี้เลยไม่ได้มาใช่ไหมครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องฆ่าตัวตายเป็นเรื่องอับอาย เพราะฉะนั้นเวลาชันสูตรศพก็อาจจะเห็นอกเห็นใจกันใส่ว่าหัวใจวายบ้าง จมน้ำตายบ้าง เพราะฉะนั้นจึงต่ำกว่าความเป็นจริงหลายเท่า ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ควรคิดถึงครับ สถิติฆ่าตัวตายในเมืองไทยตั้งแต่ปี86-95 ขึ้นตลอดครับ ปัจจุบันอย่างที่ท่านรองอธิบดีบอกไว้อยู่ที่ประมาณเก้าเศษๆ ถ้าเทียบกันทั้งโลกประเทศฮังการีเขาสูงสุดแทบจะตลอดกาลครับ ประมาณสามสิบแปดจุดหกต่อประชากรแสนคนต่อปี ศรีลังกามาเป็นอันดับที่สองประมาณสามสิบห้าจุดแปด ศรีลังกามีปัญหาเรื่องฆ่าตัวตายรุนแรงมากครับ ประเทศไทยถ้าเทียบตามลำดับขององค์การอนามัยโลกในเรื่องการฆ่าตัวตาย เราอยู่ในอันดับที่ยี่สิบหกครับ สถิติการฆ่าตัวตายท่านรองได้บอกไว้ว่า ตัวเลขทางการคือเก้ากว่าๆต่อประชากรแสนคน แต่เราคิดว่ามันต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างน้อยสองหรือสามเท่าเป็นอย่างน้อย สมมุติว่าเป็นสองเท่าก็ตกสิบแปดคนต่อแสนต่อปี ปีหนึ่งจะมีคนไทยฆ่าตัวตายอย่างน้อยที่สุดมากกว่าหนึ่งหมื่นคน เดือนหนึ่งก็ประมาณพันคน อาทิตย์หนึ่งก็ประมาณสองร้อยกว่า วันหนึ่งก็ประมาณสามสิบกว่าคน ชั่วโมงละคนครึ่ง เพราะฉะนั้นรายการนี้จบไปชั่วโมงหนึ่ง จะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จไปแล้วคนครึ่ง อันนี้ยังไม่นับคนที่พยามฆ่าตัวตายแล้วไม่ตายนะครับ จะเห็นว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงมากครับ ที่ร้ายกว่านั้นคืออย่างนี้ครับ เมื่อก่อนเราเข้าใจว่า คนฆ่าตัวตายนั้นมักจะเป็นผู้สูงอายุ ในระยะสิบปีหลังทั้งโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยมีข้อมูลที่น่ากลัวมากคือ คนกลุ่มอายุ 15-24 ปี คือวัยรุ่นและหนุ่มสาวนั้น การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนกลุ่มอายุนี้ทั้งโลกครับ

    พิธีกร หมายถึงประเทศไทยด้วยหรือเปล่าครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ด้วยครับ กลุ่มอายุ 15-24 ปี คนหนุ่มคนสาวตายจากการฆ่าตัวตายมากที่สุด และสาเหตุตายอันดับสองคือ อุบัติเหตุ ซึ่งน่าจะเข้าใจได้ไม่ยากว่าคนหนุ่มคนสาวนั้นชีวิตมันเสี่ยง ผจญภัยเยอะ เพราะฉะนั้นการตายด้วยอุบัติเหตุน่าจะสูงเป็นอันดับหนึ่ง แต่เวลานี้ฆ่าตัวตายเป็นอันดับหนึ่งครับ

    พิธีกร เห็นเขาซิ่งมอเตอร์ไซค์กัน

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ นั่นก็ตายเยอะแล้วนะครับ แต่ยังน้อยกว่าฆ่าตัวตายอีกครับ ทั้งโลกปีหนึ่งมีคนฆ่าตัวตายประมาณล้านคน เพราะฉะนั้น ถ้าเราพูดจบหนึ่งนาทีต่อสองคน เพราะฉะนั้นคนทั่วๆไป สังคมทั่วไปยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหานี้ ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ ผลตามหลังก็คือ คนใกล้ชิด ครอบครัว ลูกเมีย สามี เพื่อร่วมงานจะรู้สึกผิดมากเลยครับ อันนี้เป็นปรากฏการณ์เหมือนกันหมดทั้งโลกรวมทั้งในสังคมไทย ทุกคนจะรู้สึกว่าตัวเองคงได้ทำอะไรไม่ดี หรือน่าจะทำดีกว่านี้ มิฉะนั้นคนที่เรารักคงไม่ต้องตายไป อันนี้จะเป็นตราบาปที่ติดคนที่อยู่หลังไปตลอดชีวิตเลยครับ

    พิธีกร นี่คือเหตุอันหนึ่งที่กรมสุขภาพจิตต้องพยายามและทำมาตลอดกับเรื่องของการฆ่าตัวตาย อาจารย์พอจะบอกรายละเอียดที่เราได้ทำในเรื่องการฆ่าตัวตายได้หรือไม่ครับ

    นพ.อภิชัย ได้ครับ ในปี2542 รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องมาสามปีครับ คือมาในรูปของโครงการช่วยเหลือทางสังคม จิตใจผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายครับ

    พิธีกร รู้ได้อย่างไรครับ

    นพ.อภิชัย มีแบบคัดกรองที่ทำเสร็จแล้วสำหรับให้ประชาชนใช้ครับ เราจับโรคซึมเศร้าเป็นพิเศษครับ เพราะเป็นสาเหตุที่จับต้องได้ และให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยครับ ดังนั้นเราจึงทำเป็นขบวนการถ่ายทอดความรู้ไปยังแพทย์ที่โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลอำเภอ เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ในการใช้แบบประเมินหรือแบบคัดกรอง ว่าเมื่อมีอาการเหล่านี้ควรจะต้องทำอย่างไร หรือควรจะต้องส่งแพทย์อย่างไร และเมื่อแพทย์ทั่วไปดูแล้ว และคิดว่าอาการยังมากอยู่ก็จะมีเครือข่ายในการให้ความช่วยเหลือตามลำดับขั้น ซึ่งเราไม่ได้ทำทั้งประเทศครับ เพราะงบประมาณของกรมวิชาการจะได้มาในลักษณะที่แสดงให้ดูบางพื้นที่

    พิธีกร มีเครื่องมือ คือเป็นแบบสอบถาม เข้าไปหากลุ่มเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายก็คือ โรคซึมเศร้า และเอาเข้ามารักษา หรือให้เขารู้ตัวเขาเอง ใช่อย่างนั้นหรือไม่ครับ

    นพ.อภิชัย ในขั้นตอนนี้ เราได้พัฒนาแบบคัดกรองนี้เพื่อให้ใช้ในสถานบริการสาธารณสุขทั้งหมดไม่ว่าระดับต้น ระดับกลาง หรือระดับสุดท้ายครับ ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วจะมีการประเมิน ถ้าพบว่าเสี่ยงหรือเป็นโรคซึมเศร้า การช่วยเหลือจะเป็นไปตามลำดับขั้น ตอนต้นอาจจะเป็นการให้คำปรึกษา ต่อไปก็เป็นการรักษาโดยแพทย์ สุดท้ายอาจจะต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจิตเวชถ้าเป็นมากครับ

    U-Life คนที่เคยมีประสบการณ์ หรือเคยเห็นคนอื่น หรือมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของการฆ่าตัวตาย เขารู้สึกอย่างไร

    – ชีวิตยังมีค่าค่ะ ไม่น่าเลย

    – ในช่วงนั้นเขาอาจจะมีปัญหาแต่แก้ไม่ได้และอาจจะไม่มีคนปรึกษาด้วย

    – เขาคงมีเหตุผลของเขาที่เขาทำอย่างนั้น แต่จริงๆไม่เห็นด้วยกับการฆ่าตัวตายค่ะ

    – ผมว่าเป็นเรื่องของความอ่อนแอครับ ส่วนใหญ่คนที่จะฆ่าตัวตายต้องผิดหวัง เพราะในที่สุดแล้วความผิดหวังทั้งหมดจะทำให้คนฆ่าตัวตายรู้สึกไม่มีคุณค่าแล้วกับอะไรก็แล้วแต่ที่สัมพันธ์กับเขาหรือมีความสำคัญ

    – น่าจะมีที่ให้เขาได้ระบายบ้าง

    – หาคนที่ใกล้ชิดระบายอะไรบางอย่างออกมา เช่น ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท

    – ผมไม่ทำอีกแล้ว เพราะตอนนั้นผมคิดว่าผมโง่มาก พ่อแม่เลี้ยงเรามา ท่านรักเรา เราทำไปเพื่ออะไร ชีวิตเราเกิดมามันต้องสู้ให้ถึงที่สุด ถ้ามันจะตายให้มันตายไปเองตามอายุไขของเวลา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เราสร้างความดีได้ ทำกุศลได้ ทำไมไม่ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ เราเกิดเป็นคนไทยเมืองพุทธ ทำไมไม่ทำเพื่อคนไทย คนที่ไม่มีที่อยู่นอนข้างถนนเขายังไม่คิดฆ่าตัวตายเลย

    – ผมว่ามีอยู่ตัวหนึ่งที่น่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้คือ เรื่องการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับตัวเรา ยกตัวอย่างเช่น วันนี้ผมไม่ไหวแล้ว ผมตั้งใจมาเรียนแต่ถูกไล่ออก ถ้าผมถูกไล่ออกมันก็ไม่มีค่าแล้ว ผมอยากฆ่าตัวตาย แต่ผมสามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้ เช่น ใช้ความรู้เดิมที่ผมมี ไปสอนเด็กด้อยโอกาส เราจะพบกับเด็กที่ไม่เคยเจอครูดีๆที่ตั้งใจเป็นสิบๆคน แล้วเขาจะเรียกคุณว่าครูหรือว่าพี่หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วเขาจะมากอดคุณ มารักคุณมาให้ความสำคัญ แล้วคุณจะกลับมามีคุณค่าอีกทีหนึ่งนั่นคือ คุณค่าใหม่ นี่คือลักษณะอย่างนั้น และผมคิดว่าแต่ละคนก็น่าจะมีวิธีคิดในการแสวงหาคุณค่าใหม่ให้ตัวเองด้วยครับ

    พิธีกร เป็นประสบการณ์ตรงทั้งจากคนที่เคยมีประสบการณ์ในการทำร้ายตัวเองมากก่อน เราอยากบอกมุมมองที่เป็นทางบวกว่ารู้สึกอย่างไร และมีอะไรที่จะเตือนได้บ้างครับ เราจะมาคุยกันว่าสัญญาณเตือนคืออะไร และสัญญาณเตือนนั้นท่านที่อยู่ข้างๆกับคนที่เป็นทุกข์อยู่นี้จะช่วยเขาได้อย่างไรครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ จากสถิติเราพบว่าคนที่จะฆ่าตัวตายมักจะเกริ่นหรือแสดงลางบอกเหตุ เพื่อให้คนใกล้ชิดได้รู้ได้ทราบ เพียงแต่คนใกล้ชิดไม่ได้สังเกต หรือไม่ค่อยได้ใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการบอกลอยๆ อย่างกรณีของหนุ่มสาวที่โดดสะพานพระราม7 เช้านั้นเขาบอกคนข้างเคียงด้วยซ้ำว่าจะไปทำสังฆทานอย่างนี้เป็นต้น บางคนเอาข้าวของมาแบ่งมรดก จัดให้คนนู้นคนนี้ จัดสรรมรดกเรียบร้อย หรือผู้ใหญ่บางคนเรียกทนายมาทำมรดก หรือพูดเกริ่นว่าชีวิตไม่น่าอยู่ ไม่รู้อยู่ไปทำไม ชีวิตไม่มีค่าแล้ว อะไรทำนองนี้ ถ้าเราสนใจสักนิดก็จะสามารถช่วยได้เยอะ เพราะว่าคนที่มีความทุกข์ขนาดที่อยากจะฆ่าตัวตายนั้น ส่วนมากจะรู้สึกว้าเหว่ อ้างว้าง และมักจะคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่าอะไรเหลืออยู่ ที่สำคัญกว่านั้นคือ รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกกว่าคนอื่น อันนี้เรารู้จากสถิติครับ ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สองจะเกิด ทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษก็รู้ว่าสงครามโลกจะเกิด สถิติค่าตัวตายในญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะเกิดตกประมาณสิบกว่าคนต่อแสนต่อปี เพราะฉะนั้นทุกคนคาดหวัง ทั้งฝ่ายญี่ปุ่นซึ่งเป็นฝ่ายจะเริ่มต้นสงคราม กับฝ่ายอังกฤษซึ่งจะต้องรองรับกับฝ่ายนาซีก็รู้แล้วว่า หลังสงครามเกิด สงสัยคนจะมีความทุกข์แยะ คนจะฆ่าตัวตายแยะ เพราะฉะนั้นกรมสุขภาพจิตของเขาก็พยามหาทางป้องกัน แต่แปลกตรงที่ว่าในช่วงเวลาที่เกิดสงครามนั้น สถิติฆ่าตัวตายทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษลดฮวบลงมา แต่พอสงครามสงบทุกคนดีอกดีใจ แต่ตรงกันข้ามสถิติการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นและอังกฤษสูงขึ้นทันที นักวิชาการก็ไปวิจัยและวิเคราะห์พบว่า

    พิธีกร เกิดจากอะไรครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ตอนสงครามเกิดนั้น ทุกคนอยู่ในสังคมร่วมทุกข์เดียวกันหมด มีความทุกข์เหมือนกัน สามีบ้านนี้ไปตายในสงคราม ลูกชายคนโตบ้านนี้ไปขาขาดในสงคราม ทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน ปริญญากี่ใบ ศักดิ์ศรีฐานะแค่ไหน ระหว่างสงครามต้องยืนเข้าแถวปันอาหาร ปันขนมปัง ปันน้ำเหมือนกันหมด มีความทุกข์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นยังรู้สึกว่าพอจะอยู่ไหว รับไหว พอสงครามสงบแล้วตัวใครตัวมัน บ้านนั้นก่อนสงครามอาจจะเป็นสลัมขี่สามล้อ แต่หลังสงครามค้าขายถูกช่อง สร้างคฤหาสน์ ซื้อรถเก๋ง บ้านเจ้านายเดิมที่อยู่ข้างกันนั้นเมื่อก่อนเหมือนกับวัง ตอนนี้สามีก็ตาย ลูกก็แตกแยก ยากจนลง จึงมีข้อเปรียบเทียบ รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกโชคร้ายกว่าคนอื่น ความรู้สึกนี้รุนแรงที่สุด เราจะเข้าใจไปว่าเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ บางทีหนังสือพิมพ์ก็ลงว่า ฆ่าตัวตายเพราะผลการเรียนตก อกหัก ผมอยากจะขอร้องตรงนี้ว่า อย่าเพิ่งวินิจฉัยโรคเร็วเกินไป ขนาดหมอกว่าจะวินิจฉัยโรคได้ ยังต้องสัมภาษณ์ผู้ป่วยเป็นชั่วโมงๆ ยังพลาดได้ เป็นการให้ข้อวินิจฉัยด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียวว่า ฆ่าตัวตายเพราะอกหัก สอบไล่ตกหรือคะแนนตกนั้น ผมว่าทำให้สังคมเข้าใจผิดมาก การฆ่าตัวตายไม่ใช่สาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่ง่ายขนาดนั้นครับ จะต้องมีหลายๆ สาเหตุรวมกันครับ

    พิธีกร เบื้องหลังเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องพูด คำอะไรทั้งหลายที่ออกมา อกหักโดดตึก ผลการเรียนตกโดดตึก

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ อ่อนแอ ไม่ช่วยตัวเอง

    พิธีกร ภาพออกมาเลยกลายเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ทำอย่างไรดีครับ มองดูแล้วภาระหนักของกรมสุขภาพจิตมีเยอะเหมือนกันครับ ตัวเลขตรงนี้เราจะลดลงมาได้หรือไม่ครับ

    นพ.อภิชัย น่าจะลดได้ครับ เพราะว่าเราจะต้องจัดการกับสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตายครับ ถึงจะมีหลายสาเหตุก็ตามก็คือ เรื่องความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชนในเรื่องของโรคซึมเศร้า ว่าเป็นโรคเช่นเดียวกับโรคเบาหวานและความดัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง และระบบไฟฟ้าในสมอง ซึ่งถ้าวินิจฉัยถูกต้องและยอมรับการรักษา คนไข้ก็จะหายได้อย่างรวดเร็ว จิตแพทย์หลายคนชอบเจอคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะผลการรักษาดีมาก จนเป็นที่น่าอัศจรรย์ และผู้รักษาและญาติพี่น้องก็จะมีความสุขและมีความภาคภูมิใจที่ช่วยเขาได้ครับ

    พิธีกร อันดับแรกน่าจะเอาสื่อมวลชนมาให้ความรู้ตรงนี้ก่อนดีไหมครับ ให้เขารู้จะได้ไม่ต้องไปพาดหัวอย่างนั้น หรืออย่างน้อยก็มีความรู้ใส่เข้าไปสักหน่อยหนึ่งจะช่วยได้หรือไม่ครับ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ คงจะต้องช่วยตรงนี้ด้วย นอกจากอย่าด่วนวินิจฉัยเร็วเกินไปด้วยประโยคสองประโยคว่า เพราะเหตุนู้น เหตุนี้ แล้วก็จบ ผมว่าหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนไม่เคยตามไปดูเลยครับว่า หลังฆ่าตัวตายแล้วที่บ้านเขาประสบเคราะห์กรรม มีความทุกข์สาหัสสากันขนาดไหน รวมทั้งคนที่พยามฆ่าตัวตายแล้วอาจจะไม่ตายเป็นอัมพาต อัมพฤต พิกล พิการ ชีวิตหลังฆ่าตัวตายแล้วไม่ตายจะมีความทุกข์เพิ่มเติมมากขึ้นขนาดไหน เพราะถ้ากรุณาตามไปดูสักนิดหนึ่ง แล้วเสนอข่าวด้วยความเป็นธรรมจะช่วยได้เยอะ แทนที่จะลงข่าวเสมือนการฆ่าตัวตายได้ขึ้นหน้าหนึ่ง เป็นความโก้เก๋ เป็นความเท่ห์ บางทีลงข่าวสาวนักศึกษาใจถึงฆ่าตัวตายมันก็แย่ครับ

    พิธีกร ใช้คำอย่างนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมกันอีก

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ทั้งหมดนี้เพียงแต่พยามเรียนให้ทราบเท่านั้นเองว่า เรายังต้องเรียนรู้เรื่องฆ่าตัวตายอีกมาก เพื่อจะช่วยคนที่มีความก้าวร้าวอย่างนี้ ท่านรองอธิบดีก็บอกแล้วว่า สาเหตุฆ่าตัวตายสำคัญที่สุดอันดับหนึ่งก็คือ เรื่องโรคที่ป่วยทางอารมณ์คือ โรคซึมเศร้านั่นเอง หลายคนจะนึกว่ากรุงเทพฆ่าตัวตายสูงสุด จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ จังหวัดที่ฆ่าตัวตายสูงสุดในประเทศไทยคือ เชียงใหม่ ยี่สิบเจ็ดจุดแปดคนต่อแสนต่อปี มากกว่าเกณฑ์เฉลี่ยการฆ่าตัวตายของโลกคือ สิบหกคนต่อแสนต่อปี ลำดับสองคือลำพูน ลำดับสามคือ เชียงราย อันดับสี่คือ ระยอง อันดับห้าคือ จันทร์บุรี จะเห็นชัดเจนว่าสามอันดับแรกอยู่ที่ภาคเหนือ สี่และห้าอยู่ที่ภาคตะวันออก แล้วลองพิจารณาดูครับว่า ห้าจังหวัดนี้มีอะไรเหมือนกัน

    พิธีกร ท่องเที่ยว

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ โรคเอดส์ครับ เพราะฉะนั้นกรุงเทพไม่ได้ฆ่าตัวตายสูงสุดอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจครับ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ทั้งๆที่เราไปเที่ยวเชียงใหม่ เรารู้สึกว่าบ้านเมืองงดงาม มีวัฒนธรรมที่ดีงาม ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่หารู้ไม่ว่าคนเชียงใหม่หรือคนลำพูนมีความเครียดสูงครับ ที่เชียงใหม่เฉลี่ยฆ่าตัวตายวันละคนครึ่ง เชื่อมโยงเรื่องฆ่าตัวตายกับโรคเอดส์ เพราะคนที่เป็นโรคเอดส์นั้นหมดหวัง สิ้นหวัง คิดว่าชีวิตนี้ไม่มีค่าอีกแล้ว อับอายขายหน้า แล้วซึมเศร้าต่อ เหมือนอย่างคุณผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตเป็นโรคหัวใจ ขณะเดียวกันเป็นโรคซึมเศร้าด้วย เห็นว่าการมีชีวิตอยู่นั้นทรมาน นอกจากตัวเองจะตายจากไปยังไม่พอยังเอาลูกเอาเมียไปด้วย เป็นเรื่องที่เศร้าสลดหดหู่มากครับ

    ทางบ้าน ทำไมเวลาผู้ที่ฆ่าตัวตายแล้ว ไม่มีขบวนการในการดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือผู้ประสบเหตุการณ์ เพื่อให้คนเหล่านี้ไม่มีตราบาปติดอยู่ในใจดั่งที่วิทยากรกล่าว

    พิธีกร เราจะมีขบวนการอะไรบ้างหรือไม่ครับ

    นพ.อภิชัย ขบวนการคือ ปัญหานี้เป็นปัญหาในครอบครัวที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทางราชการพยายามจะสื่อให้กับประชาชนได้ทราบว่า ราชการมีบริการอะไรบ้าง ส่วนญาติพี่น้องก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำครับ เพราะฉะนั้นจะไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งครับ ต้องช่วยกันคนละครึ่งครับ

    อินเทอร์เน็ท ปัจจุบัน มีการกวาดล้างยาเสพติดมาก ทำให้ผู้ที่ติดยาเสพติดไม่สามารถหายามาเสพได้ เดิมที่เคยทราบกันว่า ยาบ้าสามารถหักดิบได้ แต่ในระยะนี้พบว่าผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายมีประวัติการใช้ยาเสพติด ประเภทยาบ้า อาจจะไม่เป็นนัยสำคัญ แต่พบว่ามีมากขึ้น และเกือบ 80 % ของข้อมูลผู้ที่เสพยาเสพติดแล้วหยุดยาจะมีอาการซึมเศร้า ท้อแท้ หมดหวัง มีข้อมูลที่จะยืนยันเรื่องนี้บ้างมั้ยค่ะ และอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะผู้ติดยาเสพติดที่อยู่ในระยะหยุดยาระยะเริ่มต้นตามสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น อยู่นอกระบบการบริการสาธารณสุขค่อนข้างมาก ขอให้มีการให้ข้อมูลในเรื่องนี้แก่ผู้ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้ด้วยค่ะ

    นพ.อภิชัย จริงครับ ผู้ที่ติดยาเสพติดหรือยาบ้าจำนวนหนึ่งอาจจะไม่ถึง 80% หลังจากที่ไม่ได้เสพยาแล้วอาจจะมีอาการซึมเศร้าได้ แต่การซึมเศร้าของผู้ที่เสพยาจะแตกต่างจากโรคซึมเศร้า เป็นอาการหนึ่งของหลายๆอาการของการขาดยาเท่านั้นเองครับ ตอนนี้มีการจับกันเยอะ ฆ่าตัดตอนกันก็เยอะ วิสามัญก็เยอะ ยี่สิบกว่าวันมานี้หมดไปแล้วหกร้อยกว่าคนครับ

    พิธีกร ตอนนี้ยาบ้าเม็ดละสามร้อยบาทแล้วครับ

    นพ.อภิชัย ตอนนี้เรามี พรบ ออกใหม่ เรายืนยันอีกครั้งว่า เราไม่พูดถึงคนค้าหรือคนผลิตอันนี้เลวร้ายและเป็นอาชญากรแน่ๆ แต่เราพูดถึงผู้เสพหรือผู้ติด เวลานี้สังคมยังมองว่าผู้เสพหรือผู้ติดนั้นเป็นคนเลวทรามต่ำช้า เป็นคนอ่อนแอ เป็นคนใช้ไม่ได้ ความจริงแล้วเราต้องเมตตาเขาครับ เพระคนเหล่านี้ไม่ต่างจากคนไข้คนอื่นเลยครับ
    เราอยากให้ท่านกรุณาดูว่า คนติดยาหรือคนเสพยานั้นจริงๆคือ ผู้ป่วยคนหนึ่งที่ต้องการความเอื้ออาทรจากเรา
    และ พรบ ฉบับใหม่ก็ส่งเสริมและสนับสนุนให้เข้ารับการรักษา รัฐพยามจัดบริการให้ทุกอย่างในการรักษาทั่วประเทศไทย อยากให้เข้ามารับการรักษา พ่อแม่ผู้ปกครองที่บ้านทุกคนควรให้การสนับสนุนด้วย เพราะรักษาได้จริงๆ ครับ

    พิธีกร ยืนยันได้ใช่ไหมครับ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการตรงนี้ด้วย

    นพ.อภิชัย ใช่ครับ มาได้ครับ

    อินเทอร์เน็ท บ่อยครั้ง ที่รู้สึกอยากตาย อยากหลับไปเลย ไม่ได้มีความคิดว่าตัวเองไร้ค่า แต่คิดว่า เหนื่อยกับการมีชีวิตอยู่ เหนื่อยกับการต่อสู้ บางครั้งกับความคิดของตัวเอง ไม่สามารถทำให้ตัวเองนิ่งได้ อย่างนี้ มีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ หรือผิดปรกติ ทางจิต?

    นพ.อภิชัย อาการที่จะบอกว่าผิดปกติจะต้องเป็นคงอยู่ต่อเนื่องกันสองอาทิตย์ขึ้นไป คือนานพอสมควร
    คนบางคนอาจจะมีอารมณ์หรือความคิดเช่นนี้ได้คือ มาวูบวาบเป็นครั้งคราว ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องสองอาทิตย์ขึ้นไปก็เป็นที่น่าสงสัยครับ ที่ว่าทำไมเป็นเช่นนั้นและต้องพิจารณาเรื่องอื่นด้วยครับ ถ้าเป็นหลายๆวันไม่ค่อยดีครับ

    นพ.อุดมศิลป์ 5-10% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก
    เคยมีความคิดจะฆ่าตัวตายอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะฉะนั้นท่านเจ้าของคำถามนี้ไม่ได้ต่างกับคนอื่นครับ

    พิธีกร อาจจะไม่ได้เป็นโรคก็ได้

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ ไม่ได้เป็นโรคครับ เพียงแต่แว็บเข้ามาเท่านั้นครับ

    พิธีกร แล้วจัดการอย่างไรดีครับ

    นพ.อภิชัย 1.อย่าอยู่คนเดียวครับ ออกไปออกกำลังกายบ้าง ไปสังสรรค์พบปะกับผู้คนอื่นบ้าง แลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่นบ้าง ระบายให้กับคนที่เราไว้ใจฟังบ้างครับ

    พิธีกร ยังไม่ต้องถึงกับใช้ยา

    นพ.อภิชัย ยังไม่จำเป็นครับ

    อินเทอร์เน็ท บางครั้งรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง อยากตาย แต่ก็กลัวถ้าจะให้ตายจริงๆ อย่างนี้ถือว่าผิดปกติหรือเปล่าคะ

    ศ.นพ.อุดมศิลป์ คนฆ่าตัวตายทุกคนที่เราช่วยขึ้นมาได้พูดเหมือนกันหมดคือ ไม่ใช่อยากตายแต่ไม่อยากอยู่ เพราะฉะนั้นทุกคนที่ฆ่าตัวตายนั้น ไม่ได้เพราะอยากตายมากมาย แต่เพราะการอยู่ต่อนั้นเป็นความทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นเป็นความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างอยากอยู่กับอยากตาย ไม่ได้อยากตายจริงๆแต่อยู่มันทรมานกว่า เพราะฉะนั้นอย่าไปประณามเขาเลยครับ ว่าเขาอยากตายเพราะอยากดัง หรือเรียกร้องความสนใจบ้าง จริงๆแล้วคนที่จะคิดขนาดตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย
    ซึ่งฝืนธรรมชาติสัญชาติญาณของมนุษย์นั้น เขาต้องมีความทุกข์สาหัสสากันแน่ๆครับ

    อินเทอร์เน็ท เห็นข่าวฆ่าตัวตาย รู้สึกไม่เข้าใจพวกเขาเลยทำไมถึงต้องกระทำเช่นนั้นด้วย การตายเป็นการแก้ปัญหาให้หรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกคนที่มีปัญหาคงต้องฆ่าตัวตายให้หมดเลยมั้ง ทั้งๆที่มีแนวทางแก้ไขแต่ทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วย เห็นด้วยหรือเปล่าครับ

    พิธีกร นี่เป็นการทิ้งข้อคำถามไว้ คำตอบอยู่ในรายการของเราทั้งหมดครับ วันนี้เราได้ความรู้จากผู้ที่ทำงานด้านนี้โดยตรงครับ ท่านผู้ชมคงได้ความรู้และข้อมูลตรงนี้ ต้องขอกราบขอบพระคุณวิทยากรรับเชิญทั้งสองท่านของเราในวันนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

    ที่มา thaimental.com

  • โรคซึมเศร้า ภัยร้ายที่อาจมาเยือนคุณ

    โรคซึมเศร้า ภัยร้ายที่อาจมาเยือนคุณ

    โรคซึมเศร้า ภัยร้ายที่อาจมาเยือนคุณ

    แพทย์หญิงสมรัก ชูวาณิชวงศ์ จิตแพทย์จากโรงพยาบาลศรีธัญญา
    คุณอ้อ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

    พิธีกร วันนี้เธอจะมาเปิดเผย หลังจากที่เธอรู้ว่าตัวเองเจ็บป่วยในเรื่องของโรคซึมเศร้านานถึงแปดปี ความทุกข์ไม่ได้มีเพียงเธอเท่านั้นที่เจ็บป่วย จากตรงนี้ ยังรวมไปถึงลูกของเธอ ซึ่งเธอต้องดูแลเขาอยู่ ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะซึมเศร้านี้ไปถึงลูกของเธอด้วย และจากผลกระทบนี้เอง เธอได้รับการรักษา วันนี้เธอจะมาเปิดเผยถึงความทุกข์ยาก จะเป็นอย่างไร วันนี้เราได้เรียนเชิญเธอมาที่นี่โดยตรงครับ มาพูดกันโดยละเอียดผ่านเรื่องราวของเธอ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินว่า โรคนี้เป็นอย่างไร วันนี้เธอจะมาบอกกับเราในเรื่องของโรคซึมเศร้า ภัยร้ายที่อาจมาเยือนคุณครับ

    U-NEWS ข่าวแรก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 24ปี ของการถึงแก่อนิจกรรมของศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว บิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย โดยทางมุลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้วและกรมสุขภาพจิต ได้ร่วมกันจัดพิธีรำลึกถึงท่านขึ้น ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อเชิดชูเกียรติของท่าน เพื่อให้จิตแพทย์และนักสุขภาพจิตรุ่นหลังได้รำลึกถึงพระคุณของท่านครับ

    ข่าวที่สอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานประชุมนานาชาติ เรื่องทัศนและความร่วมมือในการป้องกันการฆ่าตัวตาย ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ครั้งที่1.มีหัวข้อที่น่าสนใจมากมายทีเดียวครับ เช่น ยุทธศาสตร์การป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติและป้องกันการฆ่าตัวตายในวัยรุ่น การติดเชื้อ HIV กับการฆ่าตัวตาย ทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับนานาชาติด้วยครับ

    พิธีกร ในมือผมเป็นบันทึกของคุณอ้อ ซึ่งเธอบอกถึงลูกของเธอผ่านตัวหนังสือตรงนี้ จากเดิมเมื่อสองปีก่อน ลูกชายของเธอได้เขียนบันทึก พูดถึงลักษณะของตัวเด็กเอง ซึ่งตอนนั้นเป็นภาวะซึมเศร้า ขอยกตัวอย่างที่น้องได้เขียนขึ้นมาเช่น ฉันเสียใจเมื่อโดนคุณแม่ดุ ที่บ้านเหงา เป็นการเติมคำในช่องว่าง ซึ่งหลายๆคนฟังแล้วอาจจะรู้สึก โดยเฉพาะคนที่เป็นคุณแม่ ข้อที่แปดคุณแม่ดุมาก ฉันรู้สึกเหงา ฉันไม่สามารถเรียนได้ดี อารมณ์ของฉันเศร้าเหลือเกิน และเป็นเรื่องที่ไม่ดีๆทั้งนั้นตลอดทั้งเล่มครับ แต่หลังจากที่เด็กได้รับการดูแลรักษา รวมถึงได้ปรับเปลี่ยนในเรื่องของตัวเองด้วย เด็กก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองในทางที่ดีขึ้น เขาบอกว่าเวลานอนเขาหลับสบาย คุณแม่เป็นคนที่ใจดีมากๆ ฉันรู้สึกสนุกและมีความสุข อารมณ์ของฉันดีมากๆ ฉันเป็นคนดี เป็นคนสนุก นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในสองปี จากความทุกข์ของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งในอดีตนั้น เธอบอกว่าเธอซึมเศร้าถึงขนาดที่อยากจะฆ่าตัวตาย ตลอดระยะเวลาแปดปีที่เธอรู้ว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้า เธอเวียนว่ายอยู่ในความทุกข์ทุกวัน ทุกเวลา ทุกข์จนกระทั่งเกือบจะสูญเสียครอบครัวทั้งครอบครัว เธอเคยพยามทำร้ายตัวเอง รวมถึงคิดที่จะทำร้ายทั้งครอบครัว จากภาวะของโรคซึมเศร้านี้ วันนี้เราจะมาพูดคุยกับคุณอ้อ เพื่อที่จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับท่านผู้ชมหลายๆท่าน ที่มีความทุกข์ทางด้านนี้อยู่ คงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อแปดปีที่แล้ว ที่คุณอ้อรู้สึกว่าทุกข์ที่สุด ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับใจและความทุกข์ของคุณอ้อครับ

    คุณอ้อ จากคนที่เคยมีความมั่นใจในตัวเอง หลังจากที่แต่งงานไปแล้ว มีเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจไปหมดเลยค่ะ

    พิธีกร แปดปี นั้นคือช่วงที่คุณอ้อเริ่มแต่งงานหรือยังไงครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ ดิฉันเรียนจบปริญญาตรีสองเดือนก็แต่งงานค่ะ แต่งงานแล้วก็ไปอยู่กับสามีค่ะ จากชีวิตที่เคยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ก็เปลี่ยนไปเลย

    พิธีกร สามีทำงานนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ คุณอ้อต้องเป็นแม่บ้านที่ดูแลบ้าน

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ อยู่คนเดียวตั้งแต่เช้าถึงเย็น ตอนแรกเราถูกเลี้ยงเหมือนเด็กๆ แต่พอเราต้องไปใช้ชีวิตกับสามีที่อายุมากกว่าเยอะ เราก็ปรับตัวไม่ได้ เราเหมือนกับถูกทอดทิ้ง เราก็เกิดอาการเหมือนกับคิดมาก ทำให้เราหวาดระแวง

    พิธีกร สามีมีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ไปค้างคืนหลายๆวัน แล้วถึงจะกลับมาหรือครับ

    คุณอ้อ ไม่ใช่ค่ะ ไปเช้าเย็นกลับค่ะ แต่เขาอายุมากแล้ว ตอนที่ดิฉันแต่งงานกับเขา เขาอายุมากแล้ว แต่เขาใช้ชีวิตแบบคบกับเพื่อนมานาน ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนมาเป็นสิบๆปี เหมือนเขาติดเพื่อนค่ะ

    พิธีกร เขามีสังคม ใช้ชีวิตกลางคืนด้วยใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ต้องทำงานกลางคืนด้วย กลับบ้านดึกๆอะไรอย่างนี้ค่ะ

    พิธีกร ตรงนี้เป็นมูลเหตุที่ทำให้คุณอ้อรู้สึกว่าไม่ค่อยวางไว้ใจในชีวิตครอบครัวของตัวเอง มันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นครับ

    คุณอ้อ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ดิฉันถูกสอนมาด้วย คุณแม่สอนไม่ให้ไว้ใจผู้ชาย ไม่ต้องแต่งงาน แต่ดิฉันก็ไม่เชื่อฟัง

    พิธีกร ที่พูดอย่างนี้ เพราะเพิ่งจะคบหากับสามีก่อนที่จะแต่งงานในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นเองใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ไม่เชิงสั้นค่ะ เป็นการเจอกันในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้นเองค่ะ

    พิธีกร ช่วงเวลาในการตัดสินใจที่จะมาอยู่ด้วยกัน เห็นบอกว่าใช้เวลาแค่สามเดือนในการตัดสินใจ

    คุณอ้อ ไม่เชิงลักษณะนั้นค่ะ เพียงแต่ว่ามันน้อย เราเจอกันแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ และอายุของเราก็ต่างกันเยอะค่ะ สิบหกปี

    พิธีกร มีช่องว่างของแต่ละคนด้วยครับ พอมาถึงตรงนี้ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้าสู่ความทุกข์ของความรู้สึกซึมเศร้าเมื่อไหร่ครับ

    คุณอ้อ แค่เดือนเดียวค่ะ

    พิธีกร หลังจากที่แต่งงานกันไม่กี่เดือน เริ่มมีความรู้สึกซึมเศร้าแล้ว

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นเป็นยังไงครับ

    คุณอ้อ มันเหมือนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปค่ะ จากเดิมมีความมั่นใจในตัวเอง เราก็หมดความมั่นใจในตัวเองไปเลย แล้วเราก็เริ่มหวาดระแวง เริ่มทานข้าวไม่ได้ พูดคนเดียว เหมือนย้ำคิดย้ำทำค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นที่บอกว่าหวาดระแวง หวาดระแวงว่ายังไงครับ

    คุณอ้อ คิดว่าสามีแต่งงานกับเรา เขาน่าจะอยากอยู่กับเรานะ แทนที่จะรีบไปทำงานแต่เช้าๆ แต่เขากลับไปอยู่กับเพื่อนเขา เราเป็นอะไรเหรอ  เราผิดปกติตรงไหนเหรอ ดิฉันก็วิ่งไปดูๆ

    พิธีกร วิ่งไปดูเขาที่ทำงาน

    คุณอ้อ ไม่ใช่ค่ะ วิ่งไปดูที่บ้านเพื่อนเขา เพราะอยู่ใกล้ๆกันค่ะ

    พิธีกร เพื่อนเขาคือเพื่อนผู้หญิง

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นสงสัยว่าเขามีอะไรกับเพื่อนผู้หญิงหรือเปล่าครับ

    คุณอ้อ คิดว่าอย่างนั้นค่ะ

    พิธีกร แล้วเคยถามกับสามีโดยตรงหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ ถามค่ะ

    พิธีกร เขาว่ายังไงครับ

    คุณอ้อ ไม่มีอะไร ก็เป็นเพื่อนกันค่ะ

    พิธีกร เขาปฏิเสธมาตลอดเลย

    คุณอ้อ เพียงแต่ดิฉันถูกปลูกฝังมาอย่างนั้น ว่าผู้ชายไม่ดี สักวันหนึ่งจะรู้เอง

    พิธีกร ตอนนั้นเป็นลักษณะของความคิด เป็นลักษณะของอารมณ์เศร้าที่เธอจมปลักอยู่กับตัวเอง แล้วก็มองว่าปัญหามันต่ำลงเรื่อยๆ กับเรื่องจิตใจของตัวเองใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นมีลูกหรือยังครับ

    คุณอ้อ ยังค่ะ เพราะเพิ่งแต่งงานได้เดือนเดียว

    พิธีกร ช่วงนั้นเริ่มมีความคิดอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องซึมเศร้า หรือการคิดอะไรในเชิงลบ ที่อาจถึงขนาดทำร้ายตัวเอง

    คุณอ้อ ตอนนั้นยังค่ะ เพียงแต่ เริ่มพูดคนเดียว เริ่มทานอาหารไม่ได้ จากสี่สิบห้ากิโลก็เหลือสี่สิบเอ็ดกิโล อยู่ได้แปดเดือนคุณแม่ก็เรียกให้กลับบ้านค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นรู้หรือยังว่าตัวเองเป็นซึมเศร้า

    คุณอ้อ ตอนนั้นไม่รู้เลยค่ะ

    พิธีกร คุณอ้อบอกว่ามีเรื่องกินอาหารไม่ได้ น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ แล้วมีนอนไม่หลับด้วยหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ มีค่ะ นอนไม่หลับและทำอะไรแปลกๆ สามีจะกลับบ้านค่ำนะคะ ดิฉันก็จะวิ่งไปดู เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆกัน ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาด้วยกัน เพราะเขาทำงานอยู่ที่เดียวกันก็วิ่งไปดู ไม่ทราบว่าจะวิ่งไปทำไม จะวิ่งไปดูอยู่อย่างนั้น เหมือนเป็นโรคจิตค่ะ

    พิธีกร ระแวงเขา

    คุณอ้อ ผอมลงๆ จนจะเป็นผีอยู่แล้วค่ะ

    พิธีกร เขารู้หรือไม่ครับ ว่าเราไปแอบดูเขา

    คุณอ้อ สามีไม่ทราบค่ะ เพราะดิฉันรีบวิ่งกลับมาบ้านอาบน้ำแล้วก็นอน เหมือนเป็นโรคประสาทไปแล้ว แล้วก็พูดคนเดียว เดินงุ่นง่าน นอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นแปดเดือน จนจะไม่เป็นคนแล้วค่ะ เพราะผอมมาก

    พิธีกร จุดที่เปลี่ยนคือต้องไปอยู่ที่บ้าน คุณแม่เห็นแล้วว่าสภาพอยู่ไม่ไหวแล้ว

    คุณอ้อ ไม่ได้แล้ว ก็กลับมาอยู่ที่บ้าน

    พิธีกร พอมาอยู่ที่บ้านแล้วเป็นยังไงบ้างครับ

    คุณอ้อ มาอยู่ที่บ้านได้เดือนหนึ่งก็ตั้งท้อง ครั้งแรกมีความรู้สึกว่าอยากจะท้อง เพราะสามีไปอยู่บ้านนั้น เพราะเขามีเด็ก ลูกขาเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักมาก สามีดิฉันก็ไปเล่นกับเขา ดิฉันก็นึกว่าฉันต้องมีน้องนะ สามีจะได้อยู่บ้าน

    พิธีกร จะดึงเขาด้วยลูกของเรา

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร เพราะเขาให้เหตุผลว่าไปบ้านข้างๆ เพราะไปเล่นกับเด็ก

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เขาบอกเขารักเด็กคนนี้มากเลย ดิฉันก็บอกว่าเราจะต้องท้อง

    พิธีกร แล้วก็ท้องจริงๆด้วย แล้วเป็นอย่างนั้นหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ ไม่เลยค่ะ พอดิฉันตั้งท้องสามีก็เอาแต่ทำงาน แล้วเขาก็ไม่สนใจเรา พอดิฉันไปอัลตร้าซาวด์ เขาบอกว่าได้ลูกผู้ชาย ดิฉันก็เสียใจมากเลย ทำไมได้ลูกผู้ชาย พอท้องเขาก็ไม่ได้มาดีใจอะไรกับเรา ตอนนั้นดิฉันก็ต้องไปทำงานด้วย เป็นงานจัดเลี้ยง บางทีก็ต้องไปตอนกลางคืน

    พิธีกร แต่ก็ต้องดำเนินเรื่องการตั้งครรภ์ต่อไปเรื่อยๆ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เขาก็ไม่เคยมาสนใจใยดี

    พิธีกร ตอนนั้นท้องด้วย จิตใจก็ยังไม่ดีด้วย

    คุณอ้อ ร้องไห้ทุกวันค่ะ บางวันก็พูดไม่ดีกับลูก ตอนนั้นสภาพจิตใจไม่ดีเลย ไม่ทราบว่าลูกออกมาจะเป็นยังไงเลยค่ะ

    พิธีกร แต่ก็ดำเนินการตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ วันที่คลอดก็ขับรถไปคลอดเอง

    พิธีกร เพราะว่า

    คุณอ้อ เพราะว่าฉันไม่แคร์เธอ ก็ไปกับน้องสาว พอเจ็บท้องก็จอดรถ น้องสาวก็โบกมือ ไปซิพี่สาวฉันเจ็บท้อง เหมือนเป็นการทำประชดค่ะ บางทีอารมณ์เราก็เหมือนประชดเขา

    พิธีกร แต่จริงๆแล้ว เราก็อยากจะให้เขามาดูแล แต่อารมณ์บางอารมณ์ก็อยากจะประชดเขา ให้รู้ว่าฉันไม่ต้องการเธอก็ได้

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เสร็จแล้วน้องสาวก็โทรบอกว่าพี่สาวจะคลอดแล้วนะ แล้วเขาก็มาค่ะ

    พิธีกร จริงๆแล้วเขารู้เรื่องตรงนี้หรือไม่ครับ

    คุณอ้อ เขาเป็นผู้ชายที่นุ่มนวล อารมณ์นิ่ม ใจเย็น ยังไงก็ได้

    พิธีกร แต่เราไปตีความ ณ ตอนนั้นว่าเขาไม่สนใจใยดีเรา

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เพราะว่าจิตใจเราเศร้า เราจะรู้สึกว่าอะไรก็ไม่ดีไปหมด วันที่ดิฉันจะคลอดลูก เขาก็ไปส่ง เสร็จแล้วเขาก็ไม่อยู่เฝ้า ส่งเสร็จก็บอกว่ากลับไปนอนบ้านนะ เพราะเตียงข้างๆเป็นผู้หญิง ไม่สุภาพที่จะต้องไปนอนห้องเดียวกับผู้หญิง ขอกลับไปนอนบ้าน ดิฉันก็ปวดท้อง ดิฉันก็ดิ้นๆร้องๆ จนเตียงข้างๆบอกว่า พี่ช่วยมาเฝ้าหนูหน่อย คนข้างๆร้องหนูกลัว ดิฉันก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว ดิฉันจะคลอด ฉันก็ดิ้นจนน้ำคล่ำแตก คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวอย่างเพิ่งคลอดโทรศัพท์ไปบอกสามีก่อน ดิฉันก็โทรไปบอกว่าจะคลอดแล้วนะ สามีบอกเดี๋ยวขออาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะมา ดิฉันก็บอกใครจะรอคุณ ดิฉันก็คลอดเลย เหมือนประชดทุกอย่าง คือ ทำอะไรที่ตรงกันข้ามกันหมดค่ะ

    พิธีกร จนกระทั่งคลอดเสร็จ ความทุกข์นี้ก็อยู่ต่อเนื่อง และเกี่ยวโยงไปถึงการดูแลลูกที่อยู่ในมือด้วย บางครั้งบางคราวอารมณ์เศร้าแปรปรวนไปเป็นอย่างอื่นได้ด้วยเหมือนกันใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ ตอนที่เลี้ยงลูก คุณแม่เศร้าก็เลี้ยงลูกแบบเศร้าๆ ดิฉันเป็นคนที่ชอบร้องเพลง ก็ร้องเพลงกล่อมลูก ดิฉันเลี้ยงอยู่คนเดียว สามีให้กระเช้าขอบคุณที่ให้ลูกเขา แต่ดิฉันก็ไม่ปลื้มค่ะ

    พิธีกร แม้กระทั่งเพลงที่เธอนำมาใช้กล่อมลูกน้อยที่อยู่ในอกให้หลับ ยังเลือกเพลงที่สะเทือนใจด้วย

    คุณอ้อ เรามีความรู้สึก เราเศร้า เพลงมันก็ออกมาแบบเศร้าๆ

    พิธีกร เพลงอะไรครับที่เลือก

    คุณอ้อ ผ้าเช็ดหน้าสิบผืน ชุ่มไปด้วยน้ำตา ใจอาวรณ์หนักหนา เหลือมาเพียงเก้าผืน อะไรอย่างนี้ค่ะ

    พิธีกร เลือกเพลงที่กินใจและเศร้าเหลือเกิน

    คุณอ้อ มีความรู้สึกว่าเดี๋ยวเขาก็หลับ แต่เราร้องเพลงไป เราก็ร้องไห้ไปค่ะ ก็ร้องจนเขาโตค่ะ ทุกวันนี้เขาก็ยังให้เราร้องให้ฟังอยู่ แต่พอไปถึงผืนที่หกที่เจ็ด เขาจะร้องไห้และบอกว่าพอแล้ว เขาไม่ฟังแล้ว

    พิธีกร เขาร้องไห้ด้วย เขาก็จำได้

    คุณอ้อ เขาก็ชอบที่จะฟังเพลง พอผืนที่หกที่เจ็ดเขาจะไม่ฟังแล้วค่ะ

    พิธีกร จากความทุกข์ตรงนี้ ที่เธอมีอารมณ์ซึมเศร้า แต่บางครั้งบางคราวกับลูกที่เธอรักกับกลายเป็นว่า เธอก็ทำอะไรที่เสียใจในทีหลังด้วยเหมือนกัน

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นทำอะไรกับลูกบ้างครับ

    คุณอ้อ ตอนที่ลูกอายุสี่ห้าเดือน เราก็อยู่ด้วยกันด้วยความรัก แต่วันพฤหัส ดิฉันจะประชดสามีด้วยการตีลูก เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเป็นเด็กดี เขาจะไม่ร้อง ดิฉันก็ตีเขา

    พิธีกร ตีตรงไหนครับ

    คุณอ้อ ใช้ไม้ตีที่แขนขาเพื่อให้มีรอยแผลค่ะ เพราะสามีดิฉันจะกลับบ้านวันศุกร์

    พิธีกร ตีเพื่อให้สามีได้เห็น ได้มาสนใจกับลูกน้อยที่เราเลี้ยงดูเขาอย่างนั้น ตอนนั้นหวังเพื่ออะไรครับ

    คุณอ้อ เพราะเขาไม่ค่อยสนใจลูก

    พิธีกร ตีเพื่ออยากให้เขาสนใจลูก แล้วเขาสนใจหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ เขาเป็นคนใจเย็น เขาก็ถามว่าทำไมตีลูก ลูกดื้อหรือแค่นั้นค่ะ มันยิ่งทำให้เราโมโหใหญ่ ฉันตีลูกเธออย่างนี้ เธอยังยิ้มได้อีกหรือ เราก็ยิ่งโมโหค่ะ

    พิธีกร ความทุกข์ของเธอตรงนี้ จมดิ่งลงไปจนกระทั่งถึงขีดที่เธอเคยบอกว่า เธอมีความคิดอย่างทำร้ายตัวเอง รวมถึงความคิดที่อยากจะไปกันทั้งครอบครัวด้วยซ้ำ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตรงนั้นให้ฟังด้วยครับ ว่าเป็นยังไง ช่วงอยากทำร้ายตัวเองตรงนั้นเกิดจากอะไรครับ

    คุณอ้อ เรามีปากมีเสียงกันค่ะ เขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ มีปากเสียงก็ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแต่ดิฉันจะไม่เล่าอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง จะเก็บความรู้สึกไว้ แล้วระบายที่เขา เขาก็จะนิ่งๆ ทั้งชีวิตที่แต่งงานกันมาทะเลาะกันอยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องนั้น

    พิธีกร เพราะอะไรถึงตัดสินใจทำร้ายตัวเองครับ

    คุณอ้อ อารมณ์นั้นไม่ไหวแล้ว ก็เลยคิดฆ่าตัวตาย

    พิธีกร ตอนนั้นทำอะไรครับ

    คุณอ้อ ทานยากล่อมประสาทและทำร้ายตัวเองค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นมีจุดที่วกกลับ ที่ทำให้เธอมองดูว่าชีวิตนี้สำคัญ เพราะเห็นลูกอยู่ ตอนนั้นเป็นยังไงครับ

    คุณอ้อ ตอนนั้นคิดว่า ถ้าลูกตื่นขึ้นมาแล้ว เห็นเลือดคุณแม่เต็มเลย แล้วชีวิตเขาทั้งชีวิตมันจะจมอยู่กับอะไร ภาพที่เขาเห็นคุณแม่มันจะติดตาเขาไปยังไง เขาจะอยู่ยังไง ดิฉันก็เลยตัดสินใจไม่ทำ

    พิธีกร จุดที่เธอมารับรู้ว่าเกิดโรคซึมเศร้า เธอบอกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากที่เลี้ยงลูกในช่วงกลางวัน ได้เปิดวิทยุฟังรายการหนึ่งของทางกรมสุขภาพจิต พูดถึงเรื่องนี้ ช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับ

    คุณอ้อ ปกติไม่ดูหนัง ไม่ฟังวิทยุอะไรเลยค่ะ นอนเงียบๆ เผอิญวันนั้นดิฉันฟังวิทยุรายการ ไลท์แอนด์แฟร์มาลี่ มีคุณหมอท่านหนึ่ง พูดถึงอาการอย่างนี้ ดิฉันก็ว่ามันใช่นะ มันเหมือนเราเลย ดิฉันก็รีบจด ตอนนั้นทานยาเพื่อให้หลับแล้ว แต่มันก็เบลอๆ จดเสร็จก็ไปโรงพยาบาล ก็ไปผิดค่ะ คุณหมอบอกว่าไม่ใช่นะ ต้องไปโรงพยาบาลศรีธัญญา ดิฉันก็ไป ก็ไม่เจอคุณหมอท่านนั้น ก็ไปเจอคุณหมอสมรัก และได้รับการรักษากับคุณหมออยู่สักระยะหนึ่ง เป็นการรักษาแบบการพูดคุย ดิฉันไปทีไรก็ร้องไห้ มันก็เหมือนไม่ได้ช่วยอะไรดิฉันค่ะ

    พิธีกร ตอนนั้นมียาให้กินด้วยใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับการรักษาแบบจิตบำบัดด้วย

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร แต่รู้สึกว่าตอนนั้นใจคอมันยังไม่ดีขึ้นเลย

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    U-TIPS สมัยก่อนมีบ้ากับโรคประสาทเท่านั้น การดูแลรักษาเขาเป็นอย่างไร

    ในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนแพทย์ วิชาจิตเวชที่สอนในโรงเรียนแพทย์ มีประมาณยี่สิบชั่วโมง ไม่มากเลยถ้าเทียบกับการเรียนเป็นพันชั่วโมง เรียกว่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลที่เขาเรียนกัน อาจารย์ฝนเป็นคนที่บุกเบิก นำ ชักจูง ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยของคณะแพทย์ ให้ยอมรับและเห็นความสำคัญของวิชาการจิตเวช ทำให้มีการปรับปรุงการเรียนการสอนจิตเวชเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล ตั้งแต่ปี 2502 เดี๋ยวนี้เราเท่ามาตรฐานเรียบร้อย อาจารย์ได้วางแผนวิชาการจิตเวชของประเทศ ด้วยการสร้าง สนับสนุนโรงพยาบาลทั่วทุกภูมิภาค เชียงใหม่ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ศรีธัญญา นอกจากนั้นท่านยังมองการณ์ไกล เห็นว่าวิชาการทางจิตเวชมีหลายด้าน ทั้งจิตเวชผู้ใหญ่ จิตเวชเด็ก วางรากฐานของการดูแลผู้ป่วยปัญญาอ่อน การทดสอบทางจิตวิทยา (จิตวิทยาคลินิก) อาจารย์วางแผนไว้รอบด้านเลย ท่านก้าวหน้าทางราชการ ไม่ใช่เฉพาะทางด้านจิตเวชเท่านั้นครับ ทางด้านโรคทั่วไปท่านก็เคยเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้วยครับ ท่านเป็นที่รักและนับถือของข้าราชการทั้งกระทรวงครับ

    พิธีกร ในครั้งแรกที่คุณอ้อได้ไปพบกับอาจารย์ ดูแล้วอาการเธอหนักมากหรือไม่ครับ

    พญ.สมรัก ตอนนั้นเธอเศร้า ร้องไห้ อยากนอนให้หลับ เพราะเธอทุกข์ทรมานกับการนอนไม่หลับ และมีโอกาสได้พูดถึงเรื่องราวในชีวิตด้วย ก็เลยคิดว่าคุณอ้อน่าจะเป็นโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรัง คิดว่าน่าจะได้รับการรักษาหลายๆทางร่วมกัน อันดับแรกอาจจะต้องช่วยเรื่องยา แต่ที่สำคัญมากในกรณีของคุณอ้อ ที่มีประเด็นของชีวิต จำเป็นที่จะต้องรักษาด้วยการทำจิตบำบัดร่วมด้วย ก็เลยอาจจะทำให้ดูเหมือนการตอบสนองไม่ทันใจ ซึ่งกรณีนี้อยากจะเพิ่มเติมว่า คนที่เป็นโรคซึมเศร้า จริงๆแล้วมีความแตกต่างกัน เพราะบางคนเป็นซึมเศร้าโดยมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง ร่างกาย ฮอร์โมน อาจจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าขึ้น โดยไม่มีประเด็นชีวิต เศร้าแบบที่คุณอ้อพูดถึง คือ เศร้าอยากจะร้องไห้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ซึ่งถ้าเป็นกรณีแบบนี้ เป็นโรคซึมเศร้าที่ตอบสนองกับการใช้ยาได้ผลเร็วมาก เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนที่รู้สึกว่ามีประสบการณ์แบบนี้ ก็สามารถที่จะมาหาหมอรักษาได้และหายเร็ว แต่ในกรณีของคุณอ้อ นอกจากให้ยา ยังต้องทำจิตบำบัด จิตบำบัดโดยลำพังก็ไม่ได้อีก อาจจะต้องร่วมกับทั้งครอบครัว เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ และที่สำคัญ ลักษณะแบบนี้เป็นคุณแม่ ถ้าอยู่ในระหว่างการเลี้ยงลูก แล้วแม่อยู่ในภาวะซึมเศร้าจะเสี่ยงมากกับการที่ลูกจะได้รับผลกระทบจากความซึมเศร้าของแม่

    พิธีกร รายนี้ดูเหมือนว่าไปที่ลูกด้วยใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร เท่าที่สังเกตเห็นลูกมีอาการยังไงบ้างครับ

    คุณอ้อ ลูกจะเงียบๆ ไม่เล่นค่ะ

    พิธีกร คุณอ้อเขียนในบันทึกเมื่อสองปีที่แล้วว่า ตัวเองเหงา เศร้า

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร หลายๆคนคงไม่รู้ว่าเด็กก็เศร้าเป็นด้วยเหมือนกัน ช่วยบอกภาพของลูกให้ด้วยครับ

    คุณอ้อ ระยะหลังดิฉันจะมีอาการกระตุก ปากเบี้ยว ปากสั่น ลูกจะเป็นคนคอยดูแลดิฉัน เพราะอยู่กันสองคน เด็กเล็กๆ เจ็ดขวบต้องคอยดูแลคุณแม่ที่เป็นอย่างนี้ เขาจะมาขดตัวนอนข้างๆเรา แล้วก็ร้องไห้

    พิธีกร เขาเป็นห่วงเราด้วย

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เขาจะคอยเอาผ้ามาเช็ดตัว มาเช็ดน้ำลายที่ไหลให้ เขาจะไม่เล่นกับเพื่อน บางวันดิฉันจะมีอาการเกรี้ยวกราด ตีเขา ดุเขา เขาก็จะขาดความมั่นใจในตัวเอง บางวันดิฉันก็แสดงความรักกับเขา กอดเขา เขาก็ไม่ทราบว่าวันนี้คุณแม่จะมีอารมณ์ยังไง เขาก็จะรับไม่ได้ เขาก็จะปรับอารมณ์ตามดิฉัน เขาจะคอยมองว่าวันนี้คุณแม่จะอารมณ์ยังไง แต่พอดิฉันป่วยเขาจะเข้ามาดูแลค่ะ

    พิธีกร ด้วยความรักของเรา เด็กเองก็ยังไม่หนีเรา ยังอยู่กับเราตลอดเวลา

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร ผลกระทบของโรคซึมเศร้าติดต่อไปถึงลูกด้วยได้หรือไม่ครับ เป็นโรคติดต่อหรือเปล่า

    พญ.สมรัก อันดับแรกเรามีข้อมูลค่อนข้างมากว่า โรคซึมเศร้าเกี่ยวกับกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อมการเลี้ยงดูก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อเด็กที่ถูกเลี้ยงดูในบรรยากาศที่เศร้า และอีกอย่างหนึ่ง ที่เราอาจจะพบได้ก็คือ เรื่องของการถูกทอดทิ้งหรือถูกทำร้ายในวัยเด็ก ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เด็กเกิดความหวาดหวั่น หวั่นวิตกหรือไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นที่รัก เป็นที่ต้องการหรือไม่ เด็กก็จะสับสนและทำให้เด็กขาดความมั่นใจ กรณีนี้สงสัยว่าอาจจะเป็นในลักษณะแบบนี้ คือ มีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ อันที่สองเกี่ยวกับการเลี้ยงดู อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่คุณแม่ให้เขาอยู่ในบรรยากาศของความเศร้าและความหวั่นวิตก น่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าวันนี้คุณแม่จะเป็นยังไง วันนี้คุณแม่เศร้า วันนี้คุณแม่เกรี้ยวกราด

    พิธีกร สรุปคือ ตอนนั้นอาจารย์รู้ว่าทั้งแม่ทั้งลูก ตอนนี้คงจะต้องช่วยเข้าไปดูแลกันทั้งสองคนแล้ว

    พญ.สมรัก ที่ลูกจะเห็นชัด คือ การเรียนไม่ค่อยดี เขาไม่ค่อยชอบเรียน เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาบ่นตลอด ตรงนี้เป็นประเด็นที่ทำให้เขาถูกคุณแม่ทำโทษด้วย เพราะเวลามาเขาจะไม่สนใจใคร เขาจะนั่งเล่นเกมกดอย่างเดียว ไม่สนใจใครเลย นี่เป็นลักษณะที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ที่จะต้องสนใจสิ่งอื่น ก็เลยทำให้ขอโอกาสที่จะได้คุยกับลูกชาย

    พิธีกร แล้วก็เจออย่างนั้นจริงๆ

    พญ.สมรัก ค่ะ เขาจะบอกได้ว่า เขานอนไม่หลับ เขาไม่มีความสุข เขากังวล ก็เป็นที่มาที่ทำให้คิดว่าเขาเป็น

    พิธีกร เมื่อได้รับการรักษาไประยะหนึ่งแล้ว ตอนนั้นเธอก็พยามดิ้นรนหาวิถีทางที่จะมารักษา แต่ผลการรักษาในช่วงแรกอย่างที่บอกครับ เธอบอกว่าไม่ได้ถึงจุดที่ต้องการเลย ส่วนหนึ่งก็คือมาจากตัวสามีของเธอเองด้วย จนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่ง ที่ทำให้สามีเข้ามาด้วย ตอนนั้นเป็นยังไงครับ

    คุณอ้อ ดิฉันรักษาไปสักพักหนึ่ง รู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว ไปคนเดียวไม่ได้ ดิฉันก็เลิกค่ะ ดิฉันไม่มาหาคุณหมอ แล้ววันหนึ่งดิฉันก็ทำร้ายลูก ก็เลยตัดสินใจว่าไม่ได้แล้วอย่างนี้ก็เลยกลับมาหาคุณหมอ ก็เลยกลับมาหาคุณหมอ คุณหมอก็เลยรับไว้รักษาในโรงพยาบาลค่ะ และบอกให้สามีมาด้วย

    พิธีกร ตอนนั้นต้องอยู่ในโรงพยาบาล

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ พอสามีมาก็เลยให้ดิฉันอยู่โรงพยาบาลและให้สามีเอาลูกไปดู ซึ่งตอนนั้นลูกอายุได้แปดขวบค่ะ ปกติดิฉันไม่เคยห่างลูกเลยค่ะ เป็นอาทิตย์แรกที่สามีดิฉันได้อยู่กับลูกสองต่อสอง ตอนนั้นก็มีผลกระทบต่อการเรียนของลูก เขาบอกว่าเขาไม่อยากหยุด เขาจะเรียนไม่ทันเพื่อน แต่ก็เป็นการดีที่เขาได้อยู่กับคุณพ่อเขา เพราะเขาเกิดมาเขาไม่เคยอยู่กับคุณพ่อเลย

    พิธีกร จุดอะไรครับ ที่ทำให้ในช่วงหลังคุณพ่ออยากมาร่วมในขบวนการของการรักษาด้วย

    คุณอ้อ เพราะว่าคุณหมอได้มีขบวนการหลายๆอย่างให้เรา มีการเข้าค่ายของคริสเตียน มีการบำบัดหลายๆอย่างที่คุณหมอให้เรา

    พิธีกร หลายค่ายเลยกว่าจะดึงใจคุณพ่อมาได้

    พญ.สมรัก สามีภรรยาสองครั้งค่ะ แต่ที่สำคัญคือ ตอนที่ลูกมาอยู่กับคุณแม่ที่โรงพยาบาลค่ะ ให้เขาได้ร่วมกิจกรรม คุณพ่อมาเยี่ยม จริงๆคุณพ่อเป็นคนที่ดีค่ะ รักลูก หว่งภรรยา พอเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อคนที่เขารัก เขาก็เลยยินดีที่จะมาร่วมการรักษาค่ะ

    คุณอ้อ สามีดิฉันเป็นคนดีมาก

    พิธีกร แต่ก่อนหน้านั้น ภาพที่เรามองเขาเป็นอีกมุมหนึ่งเลย มารู้ทีหลัง

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ เขาเป็นผู้ชายที่ประเสริฐมาก

    พิธีกร แต่พอเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเต็มที่แล้ว จุดเปลี่ยนแปลงคืออะไรครับ

    คุณอ้อ ระยะหลังดิฉันรักษาต่อเนื่องสี่ปีเลยค่ะ

    พิธีกร ต่อเนื่องรักษายังไงบ้างครับ

    คุณอ้อ ทานยาห้ามขาด และทำจิตบำบัดครอบครัวค่ะ

    พิธีกร จิตบำบัดครอบครัวเป็นยังไงครับ

    พญ.สมรัก คุณอ้ออาจจะมีปมบางอย่างในชีวิต ที่คล้ายๆกับถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย จริงๆแล้วเธอเป็นซึมเศร้าตอนเด็กด้วย ภาพความซึมเศร้าตรงนั้น เราจะต้องช่วยเหลือให้ผ่านพ้นว่าตอนนี้อยู่ในปัจจุบัน เราจะดำเนินชีวิตอย่างไร หลังจากนั้นก็มาปรับความสัมพันธ์ ความเข้าใจของสามีภรรยา เพราะว่าจริงๆแล้ว ทั้งสามีและภรรยาอายุห่างกันมาก ต้องมาเรียนรู้หลายอย่างร่วมกัน ก็เลยต้องใช้เวลาหนึ่งสำหรับสามีภรรยา และหลังจากนั้นก็มาใช้อีกช่วงหนึ่ง ในการที่จะต้องมองดูที่ลูก ลูกก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่ตัดสินใจแน่วแน่เลยว่าจะต้องรักษาอย่างเต็มที่ พอรู้ว่าลูกซึมเศร้า พอลูกได้รับการรักษาด้วย ลูกดีขึ้นก็ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างในครอบครัวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อทุกคนได้เข้ามาเกี่ยวข้องแก้ไข

    พิธีกร ปัจจุบันนี้คุณอ้อยังรับประทานยาอยู่

    คุณอ้อ ดิฉันต้องรับประทานยาไปตลอดค่ะ

    พิธีกร เคยถามคุณหมอหรือไม่ครับว่า ถ้าเรามีปัญหากับครอบครัว รักษาเฉพาะกับครอบครัวได้หรือไม่ ไม่ต้องกินยาได้หรือไม่ มีความรู้สึกเบื่อหรือไม่ที่ต้องกินยาทุกวัน

    คุณอ้อ ไม่ทานไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่ทานมันจะหลุดค่ะ

    พิธีกร หมายถึงอารมณ์

    คุณอ้อ สติมันจะหลุดไปค่ะ เพราะเคยไม่ทานก็เลยต้องไปฉีดยาค่ะ

    พิธีกร ตรงนี้สำคัญครับ ที่อาจารย์จะมาบอกว่า ยามีส่วนสำคัญกับคนไข้ยังไงบ้าง

    พญ.สมรัก คนที่มีอารมณ์ซึมเศร้าจะมีผลต่อสารสื่อประสาทในสมองของเขา จะทำให้วิธีการคิด ความประพฤติอะไรทั้งหลายค่อนข้างจะคงนาน โดยเฉพาะกรณีของคุณแม่เป็นตัวอย่างของคนที่เป็นแบบเรื้อรังมายาวนาน เพราะสิ่งต่างๆในร่างกายเหมือนถูกโปรแกมใหม่ ว่าต้องเป็นแบบนี้ เราต้องใช้ยาเพื่อช่วยแก้ไข ก็เลยทำให้เขาต้องใช้ยานานกว่าคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นคนอื่นที่เป็นโรคซึมเศร้า ถ้าเราเริ่มเป็นใหม่ๆ และมารับการรักษา จะรับประทานยาไม่นาน แต่ก็ต้องให้ครบกำหนดตามการรักษา อย่างน้อยถ้าสามสี่เดือนอาการดีขึ้นแล้ว ยังต้องกินยาต่ออีกประมาณหนึ่งปี เพื่อป้องกันไม่ให้โรคซึมเศร้ากลับมาเป็นอีก

    พิธีกร ดังนั้นเหตุของโรคซึมเศร้าก็ต้องเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมอง แต่กลุ่มคนที่เป็นโดยไม่มีเหตุอะไรเลยก็มีด้วยเหมือนกันใช่ไหมครับ

    พญ.สมรัก ใช่ค่ะ

    พิธีกร อยู่ๆสารเคมีเปลี่ยนไปก็เป็นได้

    พญ.สมรัก ก็เป็นได้ค่ะ

    พิธีกร พวกนี้จะตอบสนองต่อยาดี

    พญ.สมรัก ใช่ค่ะ หลายคนจะคิดว่าเราไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ เพราะเราไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างก็ดี ครอบครัวก็ดี การงานก็ดี ทำไมเกิดอย่างนี้ขึ้นมา อันนั้นจะเป็นสิ่งหนึ่งที่บอกได้ว่า โรคทางจิตเวชหรือโรคซึมเศร้า ไม่ได้เกิดจากปัญหาทางจิตใจก็ได้

    พิธีกร โดยปกติหลายคนจะรู้สึกว่าคนที่จะเป็นซึมเศร้า น่าจะเป็นคนที่ฐานะยากจน ไม่มีการศึกษา อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แย่ๆ คุณอ้อเคยสงสัยหรือไม่ว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า จริงๆแล้วฐานะมีความลำบากยากแค้นอะไรขนาดนั้นหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ ไม่ค่ะ จริงๆแล้วตัวเองเป็นตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ

    พิธีกร สันนิฐานว่าตัวเองเป็นตั้งแต่เด็กๆแล้ว

    คุณอ้อ เพราะว่าตอนเด็กๆเรียนหนังสือไม่ดี โดนคุณครูดุ โดนคุณแม่ตี คุณแม่ดุมาตลอดค่ะ เด็กๆเราก็ซึมเศร้า เรียนไม่รู้เรื่อง ชอบเหม่อลอย คุณครูบอกว่าขี้เกียจ เรียนหนังสือไม่ดี ก็โดนทำโทษมาตลอด พอช่วงวัยรุ่นเราก็ระเบิด เราก็ทำร้ายร่างกายตัวเอง

    พิธีกร เคยมีตรงนี้ด้วยเหมือนกัน

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ พอลูกเป็นเรารู้สึกเสียใจ เราก็เลยต้องรีบรักษา เพราะฉะนั้นใครที่รู้ว่าเป็นต้องรีบมารักษาทันทีค่ะ

    พิธีกร เพราะฉะนั้นเหตุของคุณอ้อ อาจจะเป็นทั้งจากการเลี้ยงดูก็ใช่ จากทั้งตัวเองก็ได้ใช่ไหมครับ

    คุณอ้อ ใช่ค่ะ

    พิธีกร แต่เรื่องของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ไม่ได้ถึงขนาดลำบาก

    คุณอ้อ เป็นกันได้ทุกคนค่ะ เพียงแต่ว่าเป็นแล้วรีบรู้ให้เร็วได้ที่สุด คนที่อยู่รอบข้างต้องให้กำลังใจ เพราะมันเป็นโรคที่ซึมค่ะ

    พิธีกร จากการรักษาที่นำครอบครัวมาทั้งหมด มีความจำเป็นในทุกๆรายด้วยหรือไม่ ในการที่จะต้องมารักษากันแบบนี้

    พญ.สมรัก ไม่ค่ะ ยาสมัยใหม่ได้ผลดี 70-80%ของคนไข้รับประทานยาเพียงเท่านั้น โดยไม่ต้องคุยกับหมอนาน จะตอบสนองต่อยาดี ภายในช่วงสองสามสัปดาห์ หรือสองเดือนเกือบจะกลับมาสู่สภาพเดิม ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการให้คำปรึกษาแนะนำ เปลี่ยนวิธีคิด วิธีการดำเนินชีวิตหรือการใช้ชีวิตแบบใหม่ อันนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ค่ะ

    พิธีกร ความทุกข์ตรงนี้เกือบจะทำให้ชีวิตทั้งชีวิตและครอบครัวของเธอไปด้วย มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ยังไม่ได้พูดถึง มีอยู่ช่วงหนึ่ง เธอได้วางแผนที่จะเอาชีวิตสามีไปด้วย

    คุณอ้อ คิดว่าจะไปทั้งบ้านค่ะ ตอนนั้นเริ่มไม่อยากอยู่แล้ว ไม่มีกำลังใจแล้ว ตัวโรคซึมเศร้าถ้าไม่มีกำลังใจแล้วมันจะไม่มีกำลังกายด้วยค่ะ ก็วางแผนให้สามีทานยา เขาก็รู้สึกว่าทำไมเขาง่วงจัง ดิฉันก็บอกเขาว่า ถ้าง่วงก็ไปนอน สามีเคลิ้มๆแล้วถามว่าที่รักยังไมหลับอีกเหรอ

    พิธีกร มีอยู่จุดหนึ่งที่เธอไม่อยากพูด แต่เธอได้พยามทำร้ายสามีในลักษณะประชิดตัว คือ ถ้าตัดสินใจ ณ.ตอนนั้นสามีไปเลยในทันที แต่ขณะที่เข้าไปสัมผัสตัวสามีเพื่อจะทำร้าย แต่สามีเธอพูดคำนี้ออกมา เขาบอกว่ายังไงครับ

    คุณอ้อ ที่รักยังไม่หลับอีกเหรอ

    พิธีกร ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับคุณอ้อครับ

    คุณอ้อ ดิฉันก็ร้องไห้ออกมาและทำไม่ลง แล้วเขาก็หลับไปวันกว่าๆ แล้วดิฉันก็ไม่คิดจะทำเขาอีกเลย

    พิธีกร คำนั้นมีผลต่อจิตใจของคุณอ้อยังไงครับ

    คุณอ้อ เขาเป็นผู้ชายที่ดีหรือเปล่าหรือเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ดี มันสับสน วันนั้นทำให้ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนดีที่สุด

    พิธีกร คำสรรพนามคำนั้น เป็นคำที่ดึงชีวิตเรากลับคืนมา แล้วลูกตอนนั้นอยู่ด้วยกันหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ ลูกก็นอนอยู่ด้วยค่ะ

    พิธีกร จากนั้นมาก็เลิกความคิดตรงนี้ทั้งหมดเลย

    คุณอ้อ ก็ไม่คิดฆ่าค่ะ และรักษามาตลอด

    พิธีกร เดี๋ยวนี้มีความคิดทำร้ายตัวเองมีแวบกลับเข้ามาอีกหรือไม่ครับ

    คุณอ้อ ไม่มีเลยค่ะ

    พิธีกร เราจะเห็นการทำร้ายตัวเองในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยมาก สักพักจะมีข่าวของการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น อาจารย์คิดว่ามีส่วนเชื่อมโยงยังไงระหว่างการฆ่าตัวตายกับโรคซึมเศร้าครับ

    พญ.สมรัก เวลาที่ซึมเศร้าจะทำให้แนวความคิดผูกโยงทุกอย่างเป็นทางลบ จนรู้สึกว่าตัวเองหมดหวัง ไม่มีทางออกที่ดี และสิ่งที่มีอยู่ในตัวเองก็เป็นความทุกข์ทรมาน ถ้ามองในเหตุการณ์รอบข้าง อาจจะเป็นความแค้นหรือความรู้สึก หย่าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม ในเมื่อมันทุกข์มากอย่างนี้ อารมณ์เศร้าจะทำให้ความคิดวนเวียนอยู่ในสิ่งที่เป็นทางลบ ทำร้ายต่อตัวเองและคนที่อยู่ใกล้ อาจจะเกิดความสับสน วิธีการแก้ไขปัญหาก็อาจจะสับสน ก็เลยอาจจะทำให้เกิดแบบนี้ขึ้นมาได้คือ ไม่เพียงแค่ทำร้ายตัวเอง ปลิดชีวิตตัวเองจากความทุกข์ทรมาน ก็จะปลิดชีวิตคนที่อยู่รอบข้าง เพราะคิดว่าถ้าจะปล่อยให้เขาอยู่ต่อไป เขาอาจจะทุกข์ทรมานไปด้วย เราช่วยเขาไม่ได้ มันอาจจะมีความคิดลบที่ซ้อนกันอยู่ภายในนั้น

    พิธีกร เป็นขบวนการความคิดที่เกิดขึ้นจากซึมเศร้า ถ้าไม่ระวังตัวเองมันจะไหลไปเรื่อยจนถึงจุดจบคือ ฆ่าตัวตาย

    พญ.สมรัก เวลานั้นจะไม่มีพลังอะไรมายั้งความคิดเหล่านั้นได้ ถึงแม้คนซึมเศร้าจะบอกว่าไม่มีแรง แต่แรงเฮือกสุดท้ายสามารถที่จะเอาขึ้นมาเพื่อทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ค่ะ

    พิธีกร จุดหนึ่งที่คุณอ้อบอกว่า อยากมานั่งตรงนี้กับเรา อยากจะยืนอยู่แถวหน้าของคนไข้หลายๆคน เพราะเธอบอกว่า เธออยากจะออกมาช่วยคนอื่นๆ ที่มีความทุกข์ตรงนี้ด้วย อยากให้คุณอ้อพูดถึงตรงนี้กับหลายๆคนที่มีความทุกข์อย่างคุณอ้อ คุณอ้อก้าวผ่านมาถึงจุดนี้แล้ว บอกกับคนอื่นๆด้วยครับ ว่าเป็นยังไงบ้าง

    คุณอ้อ ตอนที่เศร้าที่สุด เคยโทรศัพท์เข้าไปรายการหนึ่ง ก็มีคนให้กำลังใจ ก็รู้สึกว่า ถ้าเราได้ออกมาช่วยเหลือหรือได้ยินที่เราพูดบ้าง แล้วได้คิดสักนิดหนึ่งหรือได้ช่วยฟังเรื่องของเราแล้วเอาไปคิด เขาอาจจะไม่คิดฆ่าตัวตาย

    พิธีกร เหมือนกับที่เราได้กำลังใจ

    คุณอ้อ เพราะคนที่มีความทุกข์กว่าเรามีอีกเยอะ พยามควบคุมสติอย่าให้หลุด คนที่รักเรามี คนที่ให้กำลังใจเรามี 

    พิธีกร นี่คือสิ่งที่ทุกๆคนทั้งในวงการสุขภาพจิตเองก็ไม่อยากให้เกิดครับ กับข่าวร้ายที่เป็นอย่างนี้ เรามีการรณรงค์ให้หลายๆคน ได้รู้จักกับเรื่องของโรคซึมเศร้า มีการคัดกรองที่เกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบของการไปพบกับจิตแพทย์ ทำในเรื่องของการทำแบบทดสอบง่ายๆ ซึ่งตรงนี้ถ้าท่านผู้ชมสนใจและอยากจะได้ความรู้ เนื้อหาตรงนี้มีอยู่ที่กรมสุขภาพจิตครับ ซึ่งเราจะนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันครับ

    พญ.สมรัก ถ้าไม่มีแบบคัดกรอง เพียงแค่รู้สึกว่าทำไมมันเศร้า ทำไมมันเบื่อ ทำไมการกินอยู่หลับนอนมันเพี้ยนไปจากเดิม โดยไม่ทราบสาเหตุ สงสัยได้ว่าอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า รีบมาตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ เพราะการรักษาจะนำชีวิตมาเป็นปกติ และเป็นชีวิตที่ไม่มีผลกระทบทางลบต่อตัวเองและคนอื่นค่ะ

    พิธีกร วันนี้ต้องขอขอบคุณ คุณอ้อตัวแทนของคนที่มีประสบการณ์เรื่องของโรคซึมเศร้าและแพทย์หญิงสมรัก ชูวาณิชวงศ์ จิตแพทย์ จากโรงพยาบาลศรีธัญญา เป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติกับรายการของเราในวันนี้ กราบขอบคุณครับ

    ที่มา Thaimental.com

  • เด็กรุ่นใหม่เป็นหนุ่มสาวเกินวัย จะเลี้ยงอย่างไรดี

    เด็กรุ่นใหม่เป็นหนุ่มสาวเกินวัย จะเลี้ยงอย่างไรดี

    เด็กรุ่นใหม่เป็นหนุ่มสาวเกินวัย จะเลี้ยงอย่างไรดี

    รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จิตติวัฒน์ สุขประสงค์สิน ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อในเด็ก จากสำนักงานวิจัยภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
    นายแพทย์สุกมล วิภาวีพลกุล จิตแพทย์

    พิธีกร หลายคนบอกว่าเด็กสมัยนี้เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าคนรุ่นก่อนๆเยอะเลย มันมีสาเหตุจากอะไร เพราะก่อนหน้านี้กว่าคนเราจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาว กว่าจะมีประจำเดือน กว่านมจะแตกพาน ตัวเลขต้องเข้าใกล้ๆยี่สิบ แต่เดี๋ยวนี้ลดลงมาใกล้ๆเลขสิบ ก็เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้ว หลายคนโทษว่า เป็นเรื่องของอาหารการกิน โทษว่าเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม โทษว่าเป็นเรื่องของการเลี้ยงดูใช่หรือไม่ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันครับ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นจริง การที่เขาเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าปกติ จะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ เราจะได้ผู้ใหญ่ที่เร็วขึ้นอีกสิบปีหรือเปล่า หรือเราจะได้ปัญหาของเด็กที่โตขึ้นแต่สมองเขาไม่โต นี่คือสิ่งที่เราจะคุยกันในวันนี้ครับ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงเป็นผลกระทบต่อสังคมจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะคุยเจาะลึกลงไปทั้งรายการเลยครับ

    U-NEWS ข่าวแรก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมสุขภาพจิตได้จัดสัมมนาวิกฤติสุขภาพจิตระดับชาติ ครั้งที่1. โดยมีนายอนุทิน ชาลวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ภายในงานมีการนำเสนอผลงานของศูนย์วิกฤติสุขภาพจิตและการดำเนินการการจัดตั้งศูนย์เพิ่มเติมตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ ศูนย์วิกฤติสุขภาพจิตนั้นมีหน้าที่หลักก็คือ 1.การเจรจาต่อรองในภาวะวิกฤติ 2.ให้บริการจิตเวชฉุกเฉิน 3.การให้บริการช่วยเหลือและการปรึกษาในด้านสุขภาพจิต ในภาวะวิกฤติ โดยทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพจิตของประชาชนโดยรวมครับ

    ข่าวที่สอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ เนื่องในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของนายอนุทิน ชาลวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกรมสุขภาพจิต โดยมีนายแพทย์ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตให้การต้อนรับ หลังจากฟังบรรยายสรุปและการดำเนินงานของกรมสุขภาพจิตทั้งหมดแล้ว ก็ได้ให้นโยบายที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี คือ การแก้ไขปัญหาในด้านพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธุ์และการขายบริการทางเพศของวัยรุ่น วัยเรียน ให้กรมสุขภาพจิตได้เร่งรัดดำเนินการต่อไปครับ

    พิธีกร ภาพรวมเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นจริงๆหรือไม่ครับ

    นพ.สุกมล เวลาที่พูดถึงเด็กที่โตเกินวัยหรือเป็นหนุ่มเป็นสาวเกินวัย คนมักจะมองในเรื่องของพฤติกรรม ว่าเด็กๆเดี๋ยวนี้ในเรื่องของพฤติกรรมอะไร เขาเกินวัยอย่างที่คนจะขาดหวังว่า ถ้าเป็นเด็กเรียนชั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย เขายังน่าจะเป็นเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ นั่นคือภาพที่ผู้ใหญ่ยังคาดหวังอยู่ แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ เด็กในตัวเมืองหรือเด็กในต่างจังหวัด เขาอาจจะเรียนหนังสือไป เขาอยู่หอพักเดียวกัน อันนี้เป็นเรื่องที่เราพูดถึงกัน เรื่องของการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งถ้าถามว่าวัยอันควรคือเมื่อไหร่ ก็ยังไม่มีใครรู้ครับ

    พิธีกร แต่เป็นไปได้ใช่ไหมครับ ที่ว่าเด็กโตวัยเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วขึ้นกว่าเดิม

    นพ.สุกมล ผมคิดว่าเขามีพฤติกรรมในเรื่องทางเพศไวขึ้น เช่น สถิติสมัยก่อนอาจจะบอกว่ามีเซ็กซ์ครั้งแรกอาจจะอายุ 18-19 ปี เดี๋ยวนี้ถอยร่มมาที่อายุ 14 ปี อย่างที่เราเคยคุยกัน เด็กมีเพศสัมพันธุ์เร็วขึ้น

    พิธีกร มีความเป็นไปได้ ต้องเรียนถามอาจารย์ในฐานะที่เป็นกุมารแพทย์ อาจารย์คิดว่า เรื่องของเด็กที่โตเป็นหนุ่มสาวเร็ว ภาพรวมตอนนี้เป็นยังไงครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ เราจะใช้อะไรดี ที่จะบอกว่าเขาโตเป็นหนุ่มสาวแล้วทางด้านร่างกาย เด็กผู้หญิงที่เข้าสู่วัยสาวเราดูที่เต้านมครับ ถ้าเริ่มมีเต้านมแสดงว่า เด็กเริ่มเป็นสาวแล้ว หลังจากมีเต้านมแล้วประมาณสองปี เขาจะเริ่มมีประจำเดือนครับ

    พิธีกร คำที่กล่าวว่าเด็กไทยโตเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าปกติ จากการที่อาจารย์ได้ตรวจเด็กในทุกวันนี้เป็นจริงหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ต้องบอกว่าจริงครับ เพราะอย่างที่เรียนให้ทราบ เราอาศัยจากจุดสองจุดที่ว่า เราพบว่าช่วงอายุประมาณสิบปี เริ่มมีประจำเดือนมาสามสีคนแล้วครับ หลังจากนั้นประมาณสิบปีครึ่งมาแล้วประมาณหนึ่งในห้าของห้อง พอถึงสิบเอ็ดปีคราวนี้เกือบครึ่งห้องแล้วครับ และมีกันหมดเลยตอนประมาณสิบสองปี ซึ่งสมัยก่อนต้องไปถึงสิบสามหรือสิบสี่ปีถึงจะเริ่มรู้สึกว่าหมดห้องครับ

    พิธีกร สมัยก่อนของอาจารย์สักประมาณกี่ปีครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ประมาณห้าหรือหกปีที่ผ่านมานี้เองครับ โดยเฉพาะถ้าเราย้อนกลับไปสักสิบปี เราจะเจอชัดเจนมากว่าจะเริ่มมีประจำเดือนตอนอายุสิบสี่สิบห้าปีครับ ซึ่งอันนี้เป็นข้อแตกต่างที่ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ในเด็กรุ่นใหม่ๆ มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดครับ

    พิธีกร อีกหลายท่านคงยังไม่ทราบว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุทำให้เขาโตเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วก่อนวัยอันควร มีเหตุอะไรบ้างครับ ที่ทำให้เขาโตเร็ว

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ การเข้าสู่วัยหนุ่มสาว เรายังไม่ทราบ100%ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่เราทราบว่าตัวที่ค่อนข้างจะกระตุ้นมากๆ และนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยทั่วโลกมองกันมากก็คือเรื่องของแสง สี เสียง และโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนไป อีกอันที่ชัดเจนมากก็คือ เรื่องของความอ้วนครับ

    พิธีกร อาจารย์กำลังจะบอกว่าเด็กที่หลงแสง สี เสียง จะทำให้เขาเป็นสาวเร็วขึ้น

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ อาจจะต้องบอกอย่างนั้นครับ เพราะในสัตว์ทดลองที่มีการกระตุ้นด้วยตัวเร้าเหล่านี้ พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่นได้เร็วขึ้นครับ

    พิธีกร เราเอาคำตอบนี้มากจากการทดลอง การทดลองเป็นยังไงบ้างครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ใช่ครับ มีการกระตุ้นด้วยการให้แสง เสียงและสิ่งเร้าต่างๆ และดูว่าสัตว์ทดลองมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นครับ อันนั้นถือว่าตัวกระตุ้นหรือสิ่งเร้าเหล่านี้น่าจะมีผลครับ

    พิธีกร หมายถึงเราเปิดแสงเยอะๆให้เขา ถ้าเราเจอแดดแก่ๆ บ่อยๆ มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ แสงที่มีการกระตุ้นจะต้องมีการกระตุ้นในเชิงของความรู้สึกหรือกระตุ้นในเชิงที่มีสิ่งเร้าด้วยครับ

    พิธีกร ดิสโก้เท็ค

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ คล้ายๆอย่างนั้นครับ มีการวูบวาบ ไม่ใช่แสงอาทิตย์ไม่อย่างนั้นที่นอร์เวย์คงจะลำบากแน่เลยครับ ความรู้ตรงนี้มีคนนำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์หรือเลี้ยงอะไรได้แยะ เพื่อให้สัตว์มีการตกไข่เร็วขึ้น เจริญเติบโตเร็วขึ้น อันนั้นเป็นความรู้ที่เขานำมาใช้กันในทางปศุสัตว์ครับ แต่อีกตัวหนึ่งที่เราพบค่อนข้างจะชัดเจนมากก็คือ เรื่องของความอ้วน อันนี้ไปด้วยกันชัดเจนมากว่า เด็กที่อ้วนจะสมบูรณ์และเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กที่ผอม อันนี้ชัดเจนมากในกลุ่มของเด็กอ้วนกับเด็กผอมครับ

    พิธีกร เด็กที่โตตอนอายุสิบสองปี เราถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ แต่มีกลุ่มของเด็กบางคนลงมาที่ตัวเลขไม่ถึงสิบขวบ อาจจะประมาณเจ็ดแปดขวบ ซึ่งอาจารย์กำลังศึกษาตรงนี้อยู่ด้วย อาจารย์เคยได้สัมภาษณ์เด็กคนหนึ่งที่อายุเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น ก็มีทุกอย่างเหมือนเด็กวัยรุ่นแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ เด็กกลุ่มนี้เราต้องถือว่าเป็นความผิดปกติครับ เด็กกลุ่มนี้เขาจะมีเต้านมเร็ว เราจะถือว่าเขาผิดปกติเมื่อเขาเริ่มมีเต้านมก่อนอายุแปดขวบ (เด็กผู้หญิง) การเป็นสาวเร็วจะพบบ่อยกว่าเป็นหนุ่มเร็ว อันนี้เป็นสิ่งที่เราเจอครับ

    พิธีกร เพศชายเจอได้น้อยกว่าเพศหญิง เพราะฉะนั้นคำว่า เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่ากัน คำว่าสาวมักจะเจอบ่อยกว่า พอจะอธิบายได้หรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ เชื่อว่าส่วนหนึ่งในเรื่องของความเป็นสาวเร็ว เรายังไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน ว่าทำไมเด็กผู้หญิงถึงมีการกระตุ้นที่เร็วกว่า ส่วนหนึ่งที่ชัดๆก็คือ เด็กผู้หญิงสังเกตได้ง่ายกว่า เพราะดูจากเต้านม แต่เด็กผู้ชายดูยากครับ

    พิธีกร เจ็ดขวบ เพิ่งจะป.2 เองครับ มีเต้านมแล้ว มันเกิดจากอะไรครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ สาเหตุจำนวนหนึ่งเราพบว่า อาจจะเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีเนื้องอกอยู่ในส่วนของสมอง โดยปกติแล้วการควบคุมการเข้าสู่วัยรุ่นจะต้องผ่านมาจากทางสมองก่อน แต่เด็กกลุ่มนี้มีจำนวนหนึ่งที่เขามีเนื้องอกอยู่ ทำให้มีการกระตุ้นของฮอร์โมนเยอะกว่าปกติ เขาก็เข้าสู่วัยรุ่นเร็ว อันนี้เป็นกลุ่มหนึ่งที่เราเจอ แต่มีจำนวนมากเลยครับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ได้มีอายุน้อยๆ เราไม่พบอะไรชัดเจนมาก แต่เด็กลุ่มนี้เราจะพบว่าเขามักจะเป็นเด็กที่อ้วนกว่าปกติหน่อยนึง สมบูรณ์มาก กินอาหารที่ค่อนข้างจะดีกว่าในอีกกลุ่มหนึ่ง เขาจะเข้าสู่วัยรุ่นได้เร็ว จนกระทั่งมีคนเชื่อว่าเซลล์ไขมันน่าจะสร้างสารอะไรบางอย่าง ซึ่งกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน แล้วทำให้มากระตุ้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเข้าสู่วัยรุ่น อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนกำลังมองกันอยู่ครับ

    พิธีกร ผู้ปกครองจะสังเกตได้ยังไงว่าลูก(ผู้หญิง)โตเป็นสาวเร็ว

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ที่สำคัญมากถ้าสังเกตดูที่เต้านมนั้นชัด โดยการคลำดูจะได้เป็นก้อนไตเล็กๆ แต่ตรงนี้พ่อแม่จะไม่ค่อยสังเกต โดยเฉพาะถ้าลูกค่อนข้างอ้วนก็จะดูยากครับ เพราะเด็กอ้วนจะมีลักษณะคล้ายๆเต้านมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องคลำดูจนกระทั่งได้ก้อนนูนๆ แต่ถ้าเราสังเกตต่ออีกนิด ในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่น ความสูงของเด็กจะมากกว่าปกติครับ เขาจะเกิดภาวะเร่งความสูงอย่างรวดเร็ว ปกติก่อนหน้านั้นจะได้สี่ห้าเซนต่อปี แต่ในปีที่เขาเข้าวัยรุ่นเขาจะขึ้นเป็นหกถึงแปดเซนต่อปี

    พิธีกร เร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ แสดงว่าเขาจะสูงล่วงหน้า เรียกว่ายืนแถวคนแรกของห้องเลย

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ มักจะเป็นอย่างนั้นครับ เขาจะสูงสุดหรืออยู่ในสามสี่คนที่สูงที่สุดของห้อง ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เป็นคนสูงยิ่งต้องสงสัยครับ ว่าลูกเราเข้าวัยรุ่นก่อนหรือเปล่า ปัญหาของวัยรุ่นคือ เมื่อเขาเข้าวัยรุ่นเร็ว เขาจะมีประจำเดือนเร็ว กระดูกของเขาก็จะปิดเร็ว แล้วเขาก็จะลงเอยด้วยความเตี้ยครับ

    พิธีกร ตอนแรกพ่อแม่ดีใจว่าลูกสูงกว่าคนอื่น แต่สุดท้ายผ่านไปอีกหลายๆปี ถ้าไม่ได้ดูแลเขาอย่างดี จะกลายเป็นว่าเขาจะเตี้ยที่สุดในห้อง

    นพ.สุกมล เพื่อนๆจะสูงตามทัน

    พิธีกร เพราะอะไรครับ ถ้าไม่ได้ดูแลดีๆจะเกิดอะไรขึ้นครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ในช่วงของการเจริญเติบโตที่มีการเพิ่มขึ้นของความสูงอย่างรวดเร็ว กระดูกมีการพัฒนาเร็วมาก เพราะฉะนั้นถ้าเด็กมีการเตรียมตัวให้ดีก็คือ การเตรียมตัวเพื่อให้ฮอร์โมนมีการหลั่งอย่างเต็มที่ขึ้นมากระตุ้นกระดูกให้สูงสุดเลย ซึ่งฮอร์โมนส่วนนั้นคือ growth hormone หรือฮอร์โมนที่ทำให้กระดูกสูง ฮอร์โมนตัวนี้จะออกต่อเมื่อเขาออกกำลังกายได้ดีมาก กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างดี ไม่กินหวาน ไม่กินมัน ไม่อ้วนเกินไป ไม่ผอมเกินไป นอนหลับพักผ่อนดี สุขภาพจิตดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อให้ฮอร์โมนมันเต็มที่และมีเวลาพอสมควรให้เขาค่อยๆยืดกระดูกออกไปด้วยฮอร์โมนเหล่านี้ แต่เมื่อเด็กมีฮอร์โมนทางเพศออกมาเร็ว ฮอร์โมนทางเพศจะกระตุ้นให้กระดูกโตอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กยังไม่ทันปฏิบัติตัวที่ดีกระดูกที่ถูกกระตุ้นก็จะปิดอย่างรวดเร็วครับ

    พิธีกร เหมือนเป็นโอกาสทองที่มี ถ้าไม่รีบทำอะไร เขาก็จะคว้าตรงนั้นไม่ได้ มันก็จะปิดไปเลย

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ใช่ครับ แทนที่เขาจะได้ปีละหกเซนหรือแปดเซน เขาอาจจะเหลือแค่ปีละห้าหรือหกเซน ความสูงจะหายไปหนึ่งถึงสามเซนต่อปี เขาจะมีเวลาแค่สองสามปีที่จะโตในช่วงนี้เท่านั้นครับ

    พิธีกร ความภูมิใจในตอนแรกกลับกลายเป็นความรู้สึกแย่ในช่วงหลังด้วย ซึ่งตรงนี้ทางด้านสุขภาพจิตมีปัญหาหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ต้องยอมรับว่าความสูงในปัจจุบันมีผลกับเด็กมากครับ ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกว่า เมื่อเขาถึงจุดที่เขาเคยสูงที่สุดในห้อง สุดท้ายเพื่อนๆไล่ตามทันเขาหมด และเกินหน้าเขาไปโดยที่เขาไม่สูงอีกแล้ว ตอนนั้นเด็กจะเกิดความรู้สึกที่ค่อนข้างจะหดหู่และอายเพื่อนครับ เพราะเขาเคยเป็นคนที่อยู่ลำดับสูงๆ แล้วกลายมาเป็นคนที่อยู่ตรงกลาง และในที่สุดอาจจะเตี้ยสุดด้วยซ้ำ ตรงนี้จะเป็นภาวะที่เขาท้อแท้และหดหู่มากครับ

    พิธีกร ปัญหาทางด้านจิตใจจะเกิดอะไรขึ้นเด็กกลุ่มนี้ครับ

    นพ.สุกมล ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เรื่องความเชื่อมั่นใจตัวเองจะลดลงครับ เพราะถ้าเขารู้สึกว่าในวัยรุ่นตอนต้นที่เขาโดดเด่น เขาจะเอาความภาคภูมิไปอยู่กับสรีระที่โดเด่นกว่าเพื่อนๆ แต่ตอนหลังมาพ่ายแพ้ ตรงนี้ความภาคภูมิใจจะลดลง ถ้าเขาไม่มีเรื่องอื่นที่จะมาชดเชยในส่วนตรงนี้ เช่น ถ้าเขาไม่ได้มีความโดดเด่นเรื่องหน้าตาสวย ถ้าไม่สูง ไม่สวยและยังไม่เก่งอีก

    พิธีกร เด็กจะขาดความภูมิใจในตัวเอง

    นพ.สุกมล แต่ถ้าเพื่อนๆสูงกว่าเขา เขาเป็นเด็กที่ตัวเล็กแต่เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว เป็นคนที่กระตือรือร้น เป็นคนที่คล่องแคล่วว่องไว ถ้าอย่างนี้เขาจะมีสิ่งอื่นมาชดเชย ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากครับ

    พิธีกร ถ้าเอาตัวเลขของเด็กเจ็ดปีที่มีความผิดปกติ ที่สูงขึ้นมาอย่างนี้ ตอนนั้นเป็นช่วงของป.2 เขายังเด็กมากๆเลย ที่ขาจะเป็นหนุ่มเป็นสาว เดี๋ยวก็จะมีหน้าอกแล้ว เดี๋ยวก็จะมีประจำเดือนแล้ว

    นพ.สุกมล เด็กบางคนพอสูงจะพยามเดินตัวค่อมๆ เพราะว่าจะกลายเป็นคนที่โดดเด่น และหลายคนก็โดดเดี่ยวเหมือนกัน เพราะโดนเพื่อนล้อ ใครโดดเด่นจะโดนเพื่อนล้อ สังคมไทยแปลกอย่างหนึ่งครับ

    พิธีกร เขาพยามเดิมค่อมเพื่อให้ตัวเองเข้ากับเพื่อนได้

    นพ.สุกมล หรือพยามใส่เสื่อผ้าที่ไม่รัดรูป ทำให้คนอื่นไม่ต้องมาพูดถึงหน้าอกที่โตขึ้น และเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปคุยกับใคร เช่น ถ้ามีประจำเดือน เพื่อนๆก็ยังไม่มี เขาจะรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งถ้าเขาไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงนี้จากหมอ จากพ่อแม่ จากคุณครู เด็กกลุ่มนี้อาจจะคิดมากว่าตัวเราเองมีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นครับ

    พิธีกร ถ้าอย่างนี้แล้ว ถ้ามีเรื่องของสรีระ มีประจำเดือนแล้ว เด็กจะมีความรู้สึกทางเพศตามมาด้วยหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ในช่วงแรกที่เขาเริ่มพัฒนาเรื่องนี้ เขาอาจจะมีความรู้สึกเล็กๆน้อยๆ ว่ามีบางครั้งวูบวาบบ้าง แต่เด็กจะไม่ค่อยทราบว่านั่นเป็นความรู้สึกอะไร เด็กจะยังเด็กมากครับ ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ เพียงแต่ด้วยรูปร่างของเขาซึ่งพัฒนาไปเหมือนกับวัยรุ่น ในขณะที่อายุหรือวุฒิภาวะยังต่ำมาก เขาจะถูกคนภายนอกมองว่า เขาเป็นสาวแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ต่างหากที่จะเป็นปัญหา โดยที่เขาจะยังไม่เคยรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้มากนัก แต่ได้ถูกมองไปเรียบร้อยแล้วว่าเป็นสาว และอาจจะเข้ามาในลักษณะที่คิดว่าเขาอายุสิบสามสิบสี่สิบห้าตรงนั้นครับ

    พิธีกร หมายความว่าสรีระร่างกายของเขาเป็นสาว แต่พฤติกรรมหรืออะไรต่างของเขายังเป็นเด็กอยู่ เพราะฉะนั้นการที่จะไปวิ่งเล่น กอดกับเด็กผู้ชาย หรือกอดกับคุณพ่ออะไรต่างๆ ก็ตามแต่ก็ยังเหมือนกับเด็กอายุเจ็ดขวบอยู่เหมือนเดิม

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ใช่ครับ ธรรมดามากเลยครับ

    พิธีกร แต่ปรากฎว่าคนที่ถูกเล่นด้วยกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น เป็นไปได้หรือไม่ครับ จะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กในกลุ่มนี้หือไม่ครับ

    นพ.สุกมล อาจจะมีปัญหา ก็คือเป็นเรื่องล่อตาล่อใจสำหรับผู้ใหญ่บางคนที่ดูแลเด็กๆ ตรงนี้เป็นการเปิดโอกาสเสี่ยงมากขึ้นครับ แต่โดยตัวเด็กเอง การเปลี่ยนแปลงทางกายจะเกิดขึ้นเยอะ เพราะเวลาที่ฮอร์โมนเพศหลั่งออกจากต่อมใต้สมอง แล้วมันไปกระตุ้นอัณฑะให้ผลิตฮอร์โมนเพศชาย ไปกระตุ้นรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมนเพศหญิง มันเปลี่ยนแปลงอยู่สามอย่างคือ อย่างแรกเปลี่ยนแปลงทางกาย จากเด็กผู้ชายก็โตเป็นหนุ่มเร็วขึ้น จากเด็กผู้หญิงก็โตเป็นสาวเร็วขึ้น ผมคิดว่าในกลุ่มตรงนี้จะเด่นชัดในเรื่องทางกายครับ ส่วนอีกสองอย่างอาจจะไม่ค่อยชัดเจนก็คือ 1.จะเริ่มสนใจเพศตรงข้าม 2.มีการตื่นตัวทางเพศ ตรงนี้จะไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก แต่สองอย่างนี้จะโดดเด่นมากสำหรับพวกที่อายุสิบสองสิบสามปีขึ้นไปครับ ชัดเจนเลยครับ เด็กผู้ญิงอาจจะปิ้งรุ่นพี่หนุ่มๆ ปิ้งอาจารย์หนุ่มๆ ผมพบว่าแถวๆมัธยมต้น สำหรับคนปกติทั่วไป เด็กผู้ชายจะเริ่มมีการตื่นตัวทางเพศ เขาจะเริ่มมองผู้หญิง ตอนนี้ลูกชายผมอยู่ในวัยสิบสอง เวลาผมไปเป็นวิทยากรต่างๆ ผมพาเขาไปสระว่ายน้ำ เวลาเห็นฝรั่งแม่ลูก เขาจะมองที่คุณแม่ ผมถามว่ามองอะไร เขาบอกว่ามองไฟหน้าไฟท้าย อันนี้คือเด็กอายุสิบสอง เพราะฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนแห่งเซ็กซ์และความต้องการทางเพศ เขาจะเริ่มเปิดUBC ช่องที่เป็นแฟชั่น เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขานี่คือปกติครับ แต่ในกลุ่มที่ทางกายโตเร็ว จะเด่นชัดในเรื่องของทางร่างกายมาก ตรงนี้อาจจะมีการตื่นตัวทางเพศขึ้นมาบ้างอย่างที่อาจารย์ได้เล่าให้ฟัง แต่มันยังไม่ชัดเจนครับ เพราะโดยทั่วๆไปจิตใจเขายังเป็นเด็กอยู่ครับ

    พิธีกร เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะเข้ามาเป็นผู้ที่ปกป้อง เขาโตแต่กายใจยังเป็นเด็กอยู่

    U-TIPS พ่อแม่ที่จำเป็นต้องแยกทางกัน จะทำยังไงถ้าลูกถามถึงในกรณีที่เกิดขึ้น เราจะตอบเขาได้อย่างไร?

    – คำถามที่ว่า ถ้าพ่อแม่แยกทางกันหรือหย่ากัน อีกฝ่ายหนึ่งควรจะปฏิบัติกับลูกอย่างไร คำตอบไม่ใช่อีกฝ่ายหนึ่งควรปฏิบัติอย่างไร แต่เป็นว่าทั้งสองฝ่ายควรจะปฏิบัติกับลูกอย่างไร อันดับแรกคงต้องมีการเปิดเผยความจริงกับเด็ก แต่ลักษณะการพูดอาจจะต้องดูตามพัฒนาการของเด็กด้วย สิ่งที่สำคัญที่ต้องสื่อสารให้เด็กรับทราบ ว่าถึงแม้พ่อแม่จะเลิกรักกัน จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่เลิกรักหนูด้วย ตรงนี้เป็นข้อความที่สำคัญมากที่ต้องสื่อให้ถึงกับเด็ก อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากคือ การเลี้ยงลูก ควรที่จะใช้บรรทัดฐานหรือมาตรฐานในการเลี้ยงลูกอันเดียวกัน ในการฝึกวินัย พบได้บ่อยเหมือนกันในกรณีที่ว่า ฝ่ายที่ลูกอยู่ด้วยหรืออีกฝ่ายหนึ่งพยามที่จะซื้อใจลูก โดยการตามใจหรือทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกรักตัวเอง ซึ่งลงเอยด้วยวัตถุ ควรจะเลี้ยงลูกตามสิ่งที่ควรจะเป็นครับ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปถามถูก และควรจะเป็นบรรทัดฐานเดียวกันครับ

    พิธีกร เราได้เห็นภาพของเด็กที่สาวเกินตัวตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ และทำให้เขามีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างนี้ ซึ่งแน่นอนครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากตรงนี้ พ่อแม่ต้องคอยดูแล จากบทเรียนตรงนี้โยงมาถึงกลุ่มทั่วไปที่เกิดขึ้น ตอนนี้อยู่ที่อายุสิบสองสิบสามปี ภาวะปกติที่พ่อแม่จะสังเกตได้มีอะไรบ้างครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผมเชื่อว่าเด็กของเราเป็นเด็กปกติ เราจะรู้ได้ยังไงว่า เขาเริ่มเป็นสาวแล้ว เราจะได้หาจังหวะช่วงเวลาที่สังเกตได้และให้คำปรึกษาได้ อะไรที่เราจะสังเกตได้ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ที่ชัดๆในผู้หญิงอย่างที่ได้เรียนไปแล้วว่า เด็กจะเริ่มมีอาการของการเจ็บเต้านมนิดหน่อยในช่วงแรก เพราะฉะนั้นพ่อแม่อาจจะต้องลองคลำดูว่าเขามีก้อนเนื้ออะไรหรือไม่

    พิธีกร เด็กอายุสิบสองปี เขาจะอายหรือยังครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ จริงๆคงจะอายครับ คงจะต้องให้คุณแม่ ซึ่งเป็นเพศหญิงเหมือนกันลองคลำดูว่ามีก้อนเนื้อหรือยัง

    พิธีกร เขาจะเริ่มเจ็บด้วย คล้ายๆผู้ชายที่นมแตกพาน ผู้หญิงก็จะมีเจ็บด้วย

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ใช่ครับ แต่การเจ็บจะเป็นอยู่พักเดียว ถ้าเราลืมหรือไม่สนใจก็จะไม่รู้สึกแล้วครับ ก็จะหายเจ็บ หลังจากนั้นก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถึงจุดตรงนั้นแล้ว ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเวลาเดียวกันกับเด็กที่จะเริ่มโตเร็วขึ้น ความสูงจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเขาจะเริ่มมีความสูงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหกถึงแปดเซนต่อปีในบางราย หรือบางรายอาจจะถึงสิบเซนต่อปีครับ เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณสองปี แล้วเด็กจะเริ่มมีประจำเดือนครับ

    พิธีกร แสดงว่าที่คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ดีกว่าคือ ความสูงที่กำลังจะขึ้น แต่กว่าจะเห็นได้มันตั้งเป็นปีถึงจะวัดได้ เราก็เจอเขาทุกวันๆ สังเกตไม่ค่อยจะออกอยู่แล้วครับ มีอะไรอย่างอื่นอีกหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ อย่างอื่นจะค่อนข้างยากแล้วครับ เพราะจุดที่เด็กจะเข้ามาหาเรามักจะเป็นช่วงซึ่งเขารู้สึกว่าเขาเจ็บเต้านม หรือเป็นช่วงที่เขารู้สึกว่าเขามีประจำเดือนแล้ว ตรงนี้มันจะสายไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะลำบาก ต้องอาศัยความสังเกตหรือให้ความรู้ว่าจุดนี้เป็นจุดที่เด็กกำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องให้ความสนใจเด็กนิดหนึ่ง เพราะฮอร์โมนต่างๆกำลังจะเริ่มออกมาแล้วครับ

    นพ.สุกมล วิธีการสังเกตที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง ตอนลูกสาวจะเริ่มเป็นสาว วิธีการกอดเขากับเราจะไม่เหมือนเดิม ตอนที่เขาเป็นเด็กๆ เวลากอดกับพ่อ เขาจะกอดแบบใกล้ชิดมาก แต่พอเริ่มเป็นสาว เขาจะเริ่มเอียงข้างหาเราครับ แน่นอนคุณพ่อคงไม่ไปคลำหน้าอกลูกสาว แต่เวลากอด ถ้าเราสังเกตเขาจะเอียงข้างให้ครับ

    พิธีกร แสดงว่าเขาพยามจะปกป้องร่างกายเขา

    นพ.สุกมล เขาอาจจะเอียงไหล่เข้ามา แค่ไหล่มาหนุนไหล่ แทนที่จะเป็นอกประทับอกเหมือนกับตอนวัยเด็กที่เขายังไร้เดียงสานี่คืออันที่ชัดเจนมากครับ

    พิธีกร ซึ่งตรงนี้เราจะสังเกตได้ เป็นจากพฤติกรรม ถ้าคุ้นเคยกับการกอดกันอยู่นี่คือสิ่งที่สำคัญครับ อาจารย์ครับ แล้วฝ่ายชายมีเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ผู้ชายยากกว่าผู้หญิงเยอะเลยครับ ผู้ชายคงต้องอาศัยความสูงอย่างเดียวครับ เพราะว่าในทางการแพทย์สิ่งแรกที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่อัณฑะครับ ขนาดของอัณฑะจะใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นยากมากที่จะมีใครไปคลำอัณฑะแล้วบอกว่ากำลังเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ไม่มีใครทำครับ แม้กระทั้งแพทย์ก็ต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ ถึงจะคลำและทราบได้

    พิธีกร เพราะอะไรครับ เขาเริ่มมีการเตรียมพร้อมที่จะผลิตสเปอร์มอย่างนั้นหรือเปล่าครับ มันถึงได้โตขึ้น

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ เป็นอย่างนั้นด้วยครับ และที่สำคัญก็คือฮอร์โมนเพศที่ออกมาจะกระตุ้นให้ขนาดของอัณฑะใหญ่ขึ้นครับ

    พิธีกร มันเป็นภายในเหลือเกินครับ คงจะเห็นได้ยาก แต่สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นได้ก่อน เช่น มีหนวดเคราขึ้น มีลูกกระเดือกใหญ่ขึ้น หรือมีขนต่างๆ จะเห็นได้เร็วกว่าหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ตรงนี้อาจจะช้าไปแล้วครับ ถ้าเราย้อนกลับไปในผู้หญิง ผู้หญิงหลังจากที่มีประจำเดือนแล้วถึงจะเริ่มมีขนเพชร

    พิธีกร หรือขนรักแร้

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ อันนั้นจะเป็นทีหลังครับ ซึ่งค่อนข้างช้าไปแล้ว ในผู้ชายก็เหมือนกันครับ จะช้าครับ ก่อนที่เราจะเจอว่าเขาเริ่มมีขน เริ่มมีหนวด หรือเริ่มมีสิว เขาจะเริ่มมีเสียงแตก เขาจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเขาเองมีกล้ามเนื้อมากขึ้น หน้าอกใหญ่ขึ้น ตรงนั้นเป็นจุดซึ่งบอกว่า เริ่มเต็มที่แล้ว ถ้าเปรียบเทียบผู้ชายกับผู้หญิง ผู้ชายที่เสียงแตกก็คล้ายๆผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาสักพักนึงแล้ว เขาถึงจะเริ่มมีหนวดเครา เริ่มมีสิว เพราะฉะนั้นถ้าถึงจุดนั้นแล้วมักจะบอกได้แล้วว่า ไปสักระดับหนึ่งแล้ว ใกล้จะจบแล้ว

    พิธีกร ถ้าลูกอัณฑะดูไม่ได้ นมแตกพานจะเร็วกว่าเรื่องเสียงแตก หรืออย่างอื่นหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ นมแตกพานจะเร็วกว่าเสียงแตกหน่อย แต่ก็ยังเป็นช่วงซึ่งมาหลังๆแล้ว คือยังไงก็ตามอัณฑะไปก่อน ความสูงเริ่มพุ่งและเริ่มมีนมแตกพาน เสร็จแล้วก็มีเสียงแตก ซึ่งตรงจุดนี้แต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมาไม่ตามลำดับนี้ แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ แล้วถึงจะมาเริ่มมีหนวดเครา มีสิวอะไรต่างๆ อันนี้จะเป็นแบบนั้นครับ

    พิธีกร ที่ผมถามละเอียดไม่ได้ต้องการให้โป๊ครับ เพื่อให้ได้ทราบว่า การที่เขามีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ตรงนี้เป็นโอกาสทอง ที่เราจะดูแลเขาในเรื่องการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่นเดียวกันกับเด็กในวัยที่เขาโตก่อนวัยด้วยครับ เราก็ต้องให้เขามีอาหารการกินที่ดี มีการออกกำลังกายที่ดีในช่วงนี้ เพื่อให้ความสูงขึ้นมาด้วยหรือเปล่าครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ใช่ครับ ตรงนี้จะเป็นหลักสำคัญครับ ถ้าเด็กช่วงนี้เราดูแลเขาให้ดี เขาจะเข้าสู่วัยที่ค่อนข้างจะสูงได้เต็มที่ เพียงแต่เด็กวัยนี้เริ่มเป็นผู้ใหญ่หน่อยแล้ว เพราะฉะนั้นจะสอนได้ง่ายกว่า จะเข้าใจเรื่องของการออกกำลังกาย เรื่องการกินในลักษณะที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ไม่เหมือนเด็กเจ็ดขวบที่ตอนนั้นยังอยากวิ่งอยู่เลย ไม่สนใจอะไรมากมาย เพราะฉะนั้นเขาก็มีโอกาสที่จะสูงได้เต็มที่มากกว่าในเด็กวัยก่อนหน้านั้นครับ

    พิธีกร ที่สำคัญที่สุดทางจิตใจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ทำให้เกิดความรู้สึกอะไรต่างๆด้วยหรือไม่ครับ

    นพ.สุกมล ปัญหาที่ทำให้พฤติกรรมของเด็กล้ำหน้าเกินกว่าที่เราคาดหมาย สรุปง่ายๆขาดวัคซีนทางด้านจิตใจครับ ที่เราพูดเรื่องของฮอร์โมนมันจะอยู่ในสมอง ส่วนที่เป็นตำแหน่งของนิ้วหัวแม่มือส่วนที่อยู่ตรงกลางเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบสมองเหมือนกำปั้น ตำแหน่งของเล็บหัวแม่มือที่อยู่ตรงกลางคือตำแหน่งของ sex center ที่เป็นบริเวณของต่อมใต้สมองที่ผลิตฮอร์โมนทางเพศ ในทางจิตใจถือว่าตรงนี้เป็นสมองส่วนอยาก เวลาที่เราเกิดความตื่นตัวทางเพศ เกิดความสนใจเพศตรงข้าม คือ สมองส่วนนิ้วโป้งทำงาน แต่ส่วนที่เป็นสมองหน้า ตรงนี้แหละครับที่มันขาดการพัฒนา มันจะพัฒนาได้ต้องเกิดจากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่(นิ้วชี้) การศึกษาในโรงเรียน(นิ้วกลาง) วัฒนธรรมประเพณีและค่านิยม(นิ้วนาง) สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆ(นิ้วก้อย) เพราะฉะนั้นสมองส่วนคิดจะควบคุมสมองส่วนอยากได้หรือเปล่า ก็ต้องดูว่าสี่นิ้วนี้เข้มแข็งหรือเปล่า เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกอย่างไรครับ ที่ผ่านมาผมทำเรื่องเอดส์มานาน ในที่สุดมาลงเรื่องเพศ ทุกวันนี้เราทำเรื่องเพศศึกษา แต่ในที่สุดแล้วหมอทั้งหลายที่ทำเรื่องเพศศึกษาหรือหมอทั้งหลายที่ทำเรื่องยาเสพติดในวัยรุ่น จะค้นพบสิ่งหนึ่งที่ตรงกันก็คือ เด็กขาดเรื่องของวัคซีนทางใจอยู่สองอย่างก็คือ

    1.ความภาคภูมิใจในตนเอง Self esteem ความรู้สึกตระหนักว่าตนเองมีคุณค่า อันนี้สำคัญมากครับ

    2.วุฒิภาวะ ซึ่งสิ่งนี้ต้องพัฒนากันตั้งแต่ชั้นประถมแล้วครับ ไม่ว่าร่างกายเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ก็ตาม เด็กชั้นประถม เราต้องฝึกว่าเขามีอะไรดี อะไรที่เป็นลักษณะของเขา เพราะว่าปัจจุบันนี้เราก็ไม่ได้เชื่อว่าเด็กเกิดมาเป็นผ้าขาว เด็กเกิดมาเป็นผ้าสีที่สะอาด ลูกผมแต่ละคนเขาก็มีสีสันของเขาเอง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องดูว่าลูกของเราเป็นแบบไหน เช่น เด็กบางคนเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น เขาไม่ชอบอยู่นิ่งๆ เขาชอบเป็นเด็กที่มีกิจกรรม เขาควรจะได้พัฒนาเป็นเด็กที่ได้ทำงานที่เป็นเรื่องของการมีกิจกรรมเยอะๆ เป็นนักกีฬาก็ได้ เด็กบางคนอาจจะพับเพียบเรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย ชอบอยู่เงียบๆคนเดียว ไม่อยากจะสุงสิงกับใคร เขาอาจจะเป็นคนที่มีความสุขกับการอ่านหนังสือ เด็กพวกนี้อาจจะต้องพัฒนาไปเป็นเรื่องนักวิชาการ นี่คือการพัฒนาที่ตรงกับสิ่งที่ลูกของเราเป็น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงจะต้องค้นหาสีของลูกตัวเองให้ได้ แล้วการเลี้ยงดูเป็นการเติมแต่งลวดลายบนผ้าสีนั้น ผมคิดว่าปัญหาของการศึกษาทุกวันนี้ก็คือ เราพยามให้เด็กห้าสิบคนในห้องทำในสิ่งที่เป็นแบบเดียวกัน ทั้งๆที่เด็กทั้งห้าสิบคนนั้น มีความหลากหลายเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ผลสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นครับ เด็กที่สอบได้ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ก็ได้รับคำชมจากคุณพ่อคุณแม่ หรืออย่างน้อยก็ต้องสอบได้เลขตัวเดียว ถ้าเด็กสอบได้ที่สามสิบห้า เขาจะเอาอะไรเป็นความภาคภูมิใจ ไม่มีใครชม กลับไปบ้านพ่อแม่ก็ไม่ชม วันหลังขยันหน่อยนะลูก มีแต่ความคาดหวังสูง คุณครูก็มองว่าเด็กกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มหลังห้อง กลายเป็นชื่นชมแต่คนเก่งๆ แต่เด็กเขามีอะไรบางอย่าง ที่ผมเชื่อว่าการศึกษาในการสอบไม่ได้วัดผล ซึ่งตรงนี้ครับ ที่เขาอาจจะต้องพัฒนาให้มากขึ้น

    พิธีกร คงต้องให้ความรู้ในเชิงจิตวิทยาของเด็กวัยรุ่นด้วย เมื่อกี้มีความเจริญเติบโตทางด้านร่างกายที่เห็นความแตกต่าง ถ้าจะให้พ่อแม่สังเกตถึงเรื่องของทางด้านจิตใจของเด็กวัยรุ่นที่มีความแตกต่างไปจากเดิม เรื่องของความหงุดหงิด เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเองอะไรทั้งหลาย มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่ครับ

    นพ.สุกมล ผมว่าเปลี่ยนแปลงครับ เพราะพ่อแม่ที่พาลูกวัยรุ่นมาปรึกษาปัญหานี้ ส่วนใหญ่จะบอกตรงกันว่า ตอนที่เขาอายุหกปี เจ็ดปี แปดปี เขาเป็นเด็กที่น่ารัก เขาเชื่อฟัง พอเขาเข้าสู่มัธยมต้น เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาดื้อ เขาไม่เชื่อฟัง เขาเริ่มโทรศัพท์นานขึ้น เขาเริ่มติดเพื่อน เขาเริ่มเล่นอินเทอร์เน็ตนานขึ้น เขาเริ่มพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่น้อยลง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นพฤติกรรมของวัยรุ่นส่วนใหญ่ แล้วพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เพราะอะไรครับ เพราะคนไทยจะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งคือ ลูกจะต้องเชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ แต่ผมบอกได้เลยครับ ในฐานะที่ผมเลี้ยงลูกด้วยตนเอง และในฐานะที่ผมเป็นจิตแพทย์คือ ตอนนั้นพ่อแม่จะต้องฟังลูกให้มากขึ้น ฟังว่าเขาคิดอะไร ฟังเขาก่อนครับ แล้วเราค่อยเสริม

    พิธีกร เราเคยชินกับการที่เราสั่งสอนเด็ก พอถึงเวลาที่เขาเป็นวัยรุ่นแล้ว เราต้องฟังเขาด้วย มันกลับกันใช่ไหมครับ

    นพ.สุกมล เขาคาดหวังว่า เขาอยากให้พ่อแม่ฟังเขาว่าเขามีความคิดเป็นของตัวเองอะไร พอเขาพูดอะไรออกมา พ่อแม่จะพูดว่าเดี๋ยวนี้หัดเถียงนะ ไม่เชื่อฟัง ผลสุดท้ายเด็กจะเริ่มกระบวนการเรียนรู้ว่าพ่อแม่คือคนที่เขาไม่อยากคุยด้วย แล้วใครคือคนที่เขาอยากคุยด้วยครับ เพื่อนๆไม่เคยตำหนิเขาในเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนอื่น เพื่อนๆไม่เคยซ้ำเติมเขาในเรื่องบางเรื่อง เพื่อนไม่เคยบอกว่าเธอจะต้องเชื่อฟังฉันนะ เพื่อนๆรับฟังเขาครับ เด็กเลยเฉไฉไปเลือกการคบเพื่อนครับ

    พิธีกร ตอนนี้เราจะเห็นภาพเด็กออกไปจากอกเราแล้ว แทนที่จะกอดเราสนิทตรงนี้ เอียงข้างแล้ว ตอนหลังมาคือห่างออกไปเลย ไม่ให้เรากอดแล้ว

    นพ.สุกมล ประเด็นเรื่องเพศชัดเจนมาก เด็กจะคุยกับพ่อแม่น้อยที่สุด แต่เด็กจะคุยกับเพื่อนมากที่สุดครับ ทำไมเขาไม่คุยกับพ่อแม่ครับ ทั้งๆที่เราแนะนำว่า ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงต้องคุยกับพ่อแม่ เพราะในสถานการณ์ที่เป็นจริง เขาประเมินแล้วว่าโอกาสถูกด่ามีมากกว่าได้คำตอบ นั่นคือคนสุดท้ายที่เขาจะคุยด้วยครับ

    พิธีกร นี่คือสิ่งที่เราต้องพยามรู้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ครับ รายการเราเป็นสื่อกลางที่อยากจะให้ท่านได้รู้ครับ ว่าจิตวิทยาของวัยรุ่นสำคัญมากๆ ถ้าพ่อแม่ไม่รู้แล้ว เราไม่สามารถจะได้เด็กที่ดีหรือผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตได้ครับ เพราะเราไม่สามารถจับใจของเขาได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้

    อินเทอร์เน็ต สำหรับเด็กที่มีปัญหาไม่ค่อยกล้าปรึกษาพ่อแม่จะทำยังไงดี

    นพ.สุกมล ต้องหันมาดูพ่อแม่ว่า เรามีลักษณะอะไรที่ทำให้ลูกไม่อยากเข้ามาคุย เช่น ภาพของพ่อแม่ที่แสดงความเป็นผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนจากผู้มีอำนาจมาเป็นผู้เป็นเพื่อนครับ

    อินเทอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จะส่งผลไปถึงอารมณ์ด้วยหรือเปล่าครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ ทางด้านร่างกายคงไม่เกี่ยวมาก แต่ทางด้านฮอร์โมนเกี่ยวครับ เพราะฮอร์โมนที่ออกมาเยอะจะมีผลโดยตรงกับความคิด ความรู้สึกของเขา ซึ่งจะกระตุ้นทำให้เกิดความรู้สึก ปัญหาและความก้าวร้าวต่างๆที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งในเด็กเล็กที่คลอดออกมาจากแม่ที่มีฮอร์โมนมาก จากการกินยาเข้าไปหรืออะไรต่างๆ ก็พบว่ามีผลต่อความรู้สึก นึกคิดของเขา ทำให้เป็นเด็กก้าวร้าวขึ้น เป็นเด็กที่ชอบจะเล่นปืนมากกว่าเล่นตุ๊กตาทั้งๆที่เป็นเด็กผู้หญิงก็มีครับ

    พิธีกร ฮอร์โมนมีอิทธิพลต่อทางด้านจิตใจกับอารมณ์มากกว่า แล้วเด็กที่ไม่เคยสนใจต่อความโลดโผนหรือการเสี่ยงตาย ที่เราเห็นภาพบ่อยๆ คือ การขี่มอเตอร์ไซด์ซิ่ง หรือการเล่น x-games หรือกีฬาที่รุนแรงทั้งหลาย อันนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยหรือไม่ครับ

    รศ.นพ.จิตติวัฒน์ เกี่ยวมากๆเลยครับ ผลของฮอร์โมนจริงๆไม่ได้มีลดลงนะครับ แต่สูงขึ้นในขณะที่เขายังไม่มีภูมิต้านทาน สูงขึ้นในขณะที่เขายังไม่ทราบว่าสิ่งที่ถูกคืออะไร เพราะฉะนั้นเขาอยากลองไปหมด เขาต้องการทราบว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

    พิธีกร บันจี้จ้ำสูงจะตายแต่เขาก็ทำได้

    นพ.สุกมล ถ้าแยกออกมาเป็นสองสาเหตุ สาเหตุทางฮอร์โมนชัดเจนว่า ผู้ชายจะมีพฤติกรรมเช่นนั้นมากกว่าผู้หญิง เพราะว่าฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนแห่งความก้าวร้าว ยกพวกตีกัน แข่งรถซิ่ง หรือชอบเล่นกีฬาที่โลดโผน ผจญภัย เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ในขณะที่ผู้หญิงรักสวยรักงาม อาจจะมีเครื่องประดับ ชอบของชำร่วย ชอบของสวยๆงาม ในทางจิตใจผู้ชายต้องการเป็นที่ยอมรับของคนอื่น เพราะฉะนั้นถ้าเขามีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความภาคภูมิใจในตัวเองว่า เรามีความดี เรามีความสามารถอะไร เขาจะพอใจ แต่ถ้าเขาไม่มีตรงนี้ ไม่ได้รับคำชื่นชม เขาจะต้องแสวงหาพฤติกรรมอะไรสักอย่าง ที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน แม้จะเป็นกลุ่มเล็ก เช่น แข่งรถชนะ เล่นเกมชนะ หรือสถาบันของข้าพเจ้า มันก็ไปลงตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นเด็กต้องค้นพบตัวเองครับ  

    อินเทอร์เน็ต วัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย จิตใจ และจะมีอารมณ์ทางเพศมากกว่าในทุกๆช่วงวัยใช่ไหมครับ

    นพ.สุกมล วัยรุ่นต้องบอกว่า ฮอร์โมนเพศในทางจิตวิทยาถือว่าเป็นเชื้อเพลิงของชีวิต ไม่เหมือนชายวัยทอง หญิงวัยทองที่ฮอร์โมนลดลงแล้ว เหมือนกับคนที่ขาดพลังงาน ได้แต่อ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง เพราะฉะนั้นเด็กวัยรุ่นควรจะต้องมีกิจกรรมเยอะ ตรงนี้เรียกว่าเป็นการแปรรูปพลังงานทางเพศไปสู่กิจกรรมที่สร้างสรรค์ ในตอนนี้เรามีโครงการต่างๆ เช่น FRIEND CORNER หรือTO BE NUMBER ONE เพื่อให้เด็กมีกิจกรรมต่างๆเยอะ เวลาที่เขามีกิจกรรม เขาเรียกแปรรูปในแนวขวาง เช่น กิจกรรมที่เสียเหงื่อ เล่นกีฬาออกำลังกาย เด็กจะเหลือเรี่ยวแรงน้อยลงที่จะมาหมกมุ่นในเรื่องทางเพศ หรือการแปรรูปในแนวตั้ง เช่น ตั้งใจเรียน สนใจเรื่องศิลปะ ดนตรี ค้นหาความหมายของชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ กิจกรรมอะไรก็ได้ครับ ที่พัฒนาในเรื่องความรู้ สติปัญญาและความสามารถ นี่คือแปรรูปพลังงานในแนวตั้ง เขาจะเป็นคนที่ไม่หมกมุ่นในเรื่องทางเพศครับ

    พิธีกร นี่คือความรู้ที่เราได้ครับ และเป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมต้องได้ด้วยครับ เพราะว่าเด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้เป็นหนุ่มเป็นสาวเกินวัย แต่มีวิธีการที่จะเลี้ยงให้เขาเป็นผู้ใหญ่ได้ดีในวันข้างหน้า อันดับแรกท่านต้องสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของเด็กให้ได้ก่อน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ ซึ่งท่านได้ทราบจากกุมารแพทย์และจิตแพทย์แล้วนะครับ ถ้าดูแลทางด้านร่างกายควบรวมไปกับเรื่องของจิตใจ เราจะได้เด็กที่เป็นอนาคตที่ดีของประเทศเรา และโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีด้วยครับ ตรงนี้ต้องฝากกับทุกครอบครัวครับ ต้องขอขอบพระคุณวิทยากรรับเชิญทั้งสองท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้เกียรติกับรายการครับ

    ที่มา www.thaimental.com

  • ซื้อยานอนหลับมากินดีไหม

    ซื้อยานอนหลับมากินดีไหม

    ยานอนหลับ เป็นยาที่ใช้ช่วยให้หลับได้ แต่ไม่ควรใช้ จนกว่าจะได้แก้สาเหตุ ของการนอนไม่หลับ ดังที่ได้กล่าว ในหัวข้อ ทำอย่างไรให้นอนหลับ? ถ้ายังไม่หลับ ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อใช้ยานอนหลับช่วย และควรคำนึงด้วยว่า

    1. ยานอนหลับ มีประโยชน์ สำหรับการใช้ ชั่วครั้ง ชั่วคราว ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น จะต้องหลับ แต่หลับไม่ได้เท่านั้น

    2. การใช้ยานอนหลับเป็นประจำ จะทำให้ติดยา เมื่อไม่กินยา จะนอนไม่หลับ

    3. กฎหมายถือว่า ยานอนหลับ เป็นยาที่มีฤทธิ์ ต่อจิตประสาท การจำหน่าย หรือซื้อยา ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น

  • 11 ข้อแนะนำ ทำอย่างไรให้นอนหลับ สำหรับคนหลับยาก

    11 ข้อแนะนำ ทำอย่างไรให้นอนหลับ สำหรับคนหลับยาก

    ทำอย่างไรให้นอนหลับ? คนบางคนแค่หัวถึงหมอน ก็นอนหลับได้แล้ว แต่ทำไม๊ ทำไม คนบางคนถึงได้นอนหลับยาก จนเป็นปัญหาสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากมาย เรามาฝึกหัดการนอนหลับให้สบาย หลับให้สนิทกันเถอะค่ะ เรามีข้อแนะนำ 11 ข้อ ที่ควรไปฝึกหัดทำดังนี้

    1. เลิกเครียด ปัญหาทางจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ห่วงใย ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ ตกใจ รัก โลภ โกรธ หลง ล้วนเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ นอนไม่หลับ ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเครียด ก็หาสาเหตุให้พบ คิดแต่ในทางที่ดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้อภัย ไม่คิดร้ายใครๆ คุณก็จะหลับเป็นสุข ผิวพรรณผ่องใส จนคุณเองยังแปลกใจตัวเอง

    2. ห้ามนอนกลางวัน
    โดยเฉพาะคนที่ชอบงีบกลางวัน และนอนไม่หลับ ตอนกลางคืน ยกเว้น ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป การนอนหลับตอนกลางคืน อาจลดลง เหลือเพียง 3-4 ชั่วโมง แต่จะมีการหลับ ในเวลา กลางวัน เพิ่มขึ้น บางคน อาจจะหลับกลางวัน มากกว่ากลางคืน และเมื่ออายุมากขึ้นๆ ก็อาจนอนหลับนานๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืน เหมือนเด็กเล็กๆ

    3. ออกกำลังกายตามควรแก่อัตภาพ ในตอนเย็น จะทำให้หลับได้ดี ในตอนกลางคืน

    4. ระวังอาหารเย็น กล่าวกันว่า ยากล่อมประสาท ที่ดีที่สุดในโลก คือ อาหารที่ถูกปาก ข้อควรจำคือ กินอาหารเย็นแต่พอให้ หายหิว อย่าอิ่มมาก หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก และอาหารรสจัด จะอึดอัดท้อง ปวดท้องแสบท้อง ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ควรรับประทาน อาหารที่ ย่อยง่ายๆ ไม่หนักท้อง ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่ม ที่มีสารกระตุ้นประสาท จะทำให้หลับยาก บางท่านแนะนำ ให้หลีกเลี่ยง อาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีกรด เช่น ผลไม้ และไวน์ด้วย ถ้านอนดึก และรู้สึกหิว อาจกิน ข้าวต้มร้อนๆ หรือ อาหารอ่อนๆ นมสด หรือน้ำเต้าหู้สักถ้วย ก่อนนอน จะหลับสบายขึ้น แต่อย่าดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มมากนัก เพราะอาจทำให้คุณ ต้องตื่นขึ้นปัสสาวะ บ่อยๆ ทำให้ นอนหลับยากขึ้นไปอีก

    5. ทำธุระต่างๆ ที่จำเป็นให้เสร็จ ก่อนถึงเวลานอน เวลาง่วงขึ้นมา จะได้เข้านอนได้ทันที

    6. ห้ามเข้านอน และห้ามขึ้นเตียง จนกว่าจะง่วง ถ้ายังไม่ง่วง ก็ให้อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังเพลงไปเรื่อยๆ ถ้าเข้านอน หรือนอนเล่นบนเตียง ทั้งๆ ที่ยังๆ ไม่ง่วง จะทำให้ หลับยากขึ้น

    7. อย่านอนผิดเวลา และเข้านอนทันทีที่ง่วง ปล่อยตัวตามสบาย อย่ากังวลกับเรื่องใดๆ ข้อสำคัญ อย่ากังวลว่า จะนอนไม่หลับ เพราะยิ่งกังวล ก็จะยิ่งหลับยากขึ้น

    8. ใช้ความเบื่อหน่าย ให้เป็นประโยชน์ เชื่อกันว่า สิ่งใด ที่มีจังหวะ สม่ำเสมอ จะก่อให้เกิด ความเบื่อหน่าย และง่วงเหงา หาวนอนได้ หนังสือ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยได้ โดยต้องหาหนังสือที่ ชวนให้ง่วง คือ เริ่มต้นดี เร้าความสนใจตอนต้นๆ แล้วเริ่มอืดอาดยืดยาด เชื่องช้า น่าเบื่อ จนคุณหลับ ได้ในที่สุด ควรเป็นหนังสือปกอ่อน น้ำหนักเบา ตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งจะช่วยให้ ง่วงเร็วกว่า ตัวพิมพ์หนา และใหญ่

    9. ให้คนบีบนวดเบาๆ หลายคนจะรู้สึกสบาย หายปวดเมื่อย หรือเคยชินกับ การบีบนวดก่อนหลับ บางคนก็อาจใช้วิธี กดจุด ช่วยให้นอนหลับ

    10. สร้างความคุ้นเคยกับสถานที่นอน มีส่วนสัมพันธ์ที่ทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หมอนใบโปรด ตุ๊กตาตัวเก่าแก่ ผ้าห่มผืนเก่า ที่คุ้นเคย ล้วนมีส่วนทำให้ รู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และหลับสนิท ได้เร็วขึ้น และในทางตรงกันข้าม หากสภาพคุ้นเคย บางอย่าง ทำให้นอนไม่หลับ เช่น เสียงเอี๊ยดอ๊าด ของขาเตียง เสียงนาฬิกาโบราณ ที่ตีบอกทุกๆ 15 นาที เงาตะคุ่มๆ น่ากลัว เป็นต้น ควรกำจัด สิ่งที่คุ้นเคยเหล่านี้ไป คุณก็จะ หลับสบายได้ ในคืนนี้

    11. สงบจิตใจ ถ้าจิตใจไม่สงบง่ายๆ ก็อาจใช้วิธี นับแกะ ที่กระโดดข้ามรั้ว ห้ามนับพลาด หรือนับเลขไปเรื่อยๆ 1-2-3-4-5 เรียงไปเรื่อยๆ ถ้าพลาด ก็กลับมาเริ่มต้นที่ 1 ใหม่ บางคนอาจเลือก ทำสมาธิ รู้ลมหายใจ เข้าออกไปเรื่อยๆ บางคนก็ใช้วิธี สวดมนต์ หรือท่องบ่นคาถา ที่ถนัด ซ้ำไปซ้ำมา ก็ได้

  • 10 สาเหตุที่นอนไม่หลับ คุณนอนไม่หลับเพราะอะไร?

    10 สาเหตุที่นอนไม่หลับ คุณนอนไม่หลับเพราะอะไร?

    คุณนอนไม่หลับเพราะอะไร?
    ค่อยๆ สังเกตดู คุณอาจจะหาสาเหตุ และแก้ปัญหา นอนไม่หลับของคุณ ได้ไม่ยาก… หรืออาจพบว่า มันไม่น่าวิตกกังวลเลยก็ได้

    1.คุณหลับยาก หรือหลับน้อย มาตั้งแต่เด็กรึเปล่า?
    ถ้าเป็นลักษณะเฉพาะตัว แบบนี้ คุณก็คงไม่รู้สึก ผิดปกติอะไร แต่ญาติ หรือ คนที่นอนด้วย อาจรู้สึก กังวลไปเอง คุณก็เพียงแต่ ชี้แจงให้เขาทราบว่า มันเป็น เอกลักษณ์ของคุณเอง… ไม่มีอะไร ต้องรักษา

    2. คุณนอนผิดเวลา หรือผิดสถานที่รึเปล่า?
    บ่อยครั้งที่เรารู้สึกตาค้าง นอนไม่หลับ เพราะนอนดึก เลยเวลาที่เคยนอนไปมาก หรือนอนผิดที่ แปลกที่ สาเหตุแบบนี้ ถ้าจำเป็นต้องให้หลับ ก็อาจจะต้อง ใช้ยาช่วย (ดูเรื่องยานอนหลับ)

    3. คุณบินข้ามเขตเวลารึเปล่า?
    นี่เป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้ร่างกาย ปรับตัวไม่ทัน จึงยังคงตื่นอยู่ แม้จะเป็นกลางคืน ในประเทศใหม่ โดยปกติแล้ว ร่างกายจะปรับตัว จนนอนหลับได้เอง ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เลิกกังวลดีกว่า

    4. คุณถูกรบกวนจากอะไรสักอย่างรึเปล่า?
    คนที่นอนข้างๆ คุณส่งเสียงกรน หนวกหู หรือเปล่า หรืออาจจะ นอนดิ้นมาก จนคุณ ไม่เป็นอันหลับ ห้องนอนของคุณ อาจสว่างเกินไป หรือหนาวเกินไป ซึ่งแก้ไขได้ ไม่ยาก ยิ่งไปกว่านั้น โดยทั่วๆ ไปถ้าคุณทนการรบกวน ได้สักพัก คุณก็จะชิน จนนอนหลับได้ แม้ว่า คู่นอนของคุณ จะกรนเสียงดังขนาดไหนก็ตาม

    5. เครื่องนอนที่ใช้เหมาะกับคุณรึเปล่า?
    ในหลายๆ ราย ที่มีอาการ ไอ จาม หายใจไม่ออก น้ำมูกน้ำตาไหล หรืออาจมีอาการ ผื่นคัน ทุกครั้งที่ลงนอน พบว่า สาเหตุมาจากที่นอน หมอน ผ้าห่ม ของตนเอง ซึ่งอาจเป็นแบบนุ่น ที่หมักหมมสิ่งสกปรกไว้ หรืออาจเป็นหมอนขนเป็ด ขนห่านที่มีตัวไรฝุ่น ที่ก่อให้เกิด อาการแพ้ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็แก้ปัญหาง่ายๆ โดยเปลี่ยนมาใช้ พวก ใยสังเคราะห์ คุณภาพ ไว้ใจได้ ไม่ปลอมปน ที่ไม่ก่อให้เกิด อาการแพ้ ปัญหาก็จบไป หลับสบาย ตลอดคืน

    6. คุณมีโรคประจำตัว อย่างใดอย่างหนึ่ง รึเปล่า?
    คนที่ป่วยด้วยโรค ปวดข้อเรื้อรัง มักปวดข้อตอนกลางคืน ทำให้ตื่นบ่อย คนที่เป็น โรคหัวใจ และเกิดภาวะหัวใจล้ม หรือคนที่เป็นโรค หอบหืด อาจเกิดอาการ เหนื่อย แน่น หรือหอบตอนกลางคืนได้ง่าย หรือผู้ชายสูงอายุ ที่ต่อมลูกหมากโต ก็อาจต้องลุกขึ้นปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน ถ้าคุณนอนไม่หลับ ด้วยสาเหตุเหล่านี้ ก็ต้องแก้ไขที่ สาเหตุของการเจ็บป่วย

    บางคนอาจนอนไม่หลับ เพราะทรมาน ด้วยการปวดคอ ปวดหลัง นอนท่าไหน ก็ไม่สบาย ต้องพลิกไปพลิกมา ตลอดคืน ควรสำรวจดูว่า ที่นอนของคุณ มีปัญหาหรือเปล่า มันอาจนุ่มเกินไป หรือยุบตัวเป็นหลุม ก่อปัญหาให้ กระดูกสันหลัง ของคุณได้เช่นเดียวกัน หมอนที่หนุน นุ่มไป แข็งไป แบนไป ไม่เหมาะกับท่านอน ของคุณ ก็ก่อให้เกิด อาการปวดเช่นกัน แก้ปัญหาให้ถูกที่ คุณก็จะหลับสบายอีกครั้ง

    7. แขนขาของคุณกระตุกหรือเปล่า?
    การกระตุกของขา หรือกล้ามเนื้ออื่น ขณะหลับ (nocturnal myoelonus) ส่วนใหญ่ จะเกิดในผู้ใหญ่ ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป และมักเป็นมากขึ้น เมื่ออายุสูงขึ้น มักเป็นที่ขา อาจเป็นแค่ กระดิกนิ้วมือ เป็นระยะๆ หรืองอแขน ฟาดแขนแรงๆ ก็ได้
    อาการเหล่านี้ จะเป็นมากขึ้น ถ้าอดนอน หรือมีเรื่องเครียด หรือเกิดโรค ทางระบบประสาท หลอดเลือดในสมองแตก ตีบ หรือตัน โรคเบาหวาน ฯลฯ ถ้ามีอาการแบบนี้ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ยา ลดอาการ
    กระตุกของแขนขา ขณะหลับได้ จะได้ไม่ต้องทรมาน ทั้งคุณเอง และผู้ที่นอนด้วย

    8. คุณหายใจผิดปกติรึเปล่า?

    – โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่ ผู้ป่วยหยุดหายใจ มากกว่า 10 วินาทีบ่อยๆ ในขณะหลับ เนื่องจากหายใจเข้าไม่ได้ เพราะลิ้น ตกไปอุดกั้น ทางเดินหายใจ ที่หลังคอหอย (obstructive sleep apnea) และ/หรือ เพราะไม่หายใจ เนื่องจากสมอง ไม่สั่งให้หายใจ (central apnea) ทำให้เขียว ดิ้นรน และสะดุ้งตื่น (อาจตื่นแบบไม่รู้สึกตัว) แล้วจึงหายใจได้ และหลับต่อใหม่ เกิดอาการอีก ทำให้ต้องตื่น คืนละหลายๆ ครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเกิดใน ผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป โดยเฉพาะ คนอ้วนหรือท้วม แต่คนผอม ก็อาจเป็นได้

    ผู้ที่เกิดอาการนี้ ควรไปพบแพทย์ และตรวจให้ละเอียด เพื่อการรักษา ที่ถูกต้องโดยเร็ว เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ และมีโรคหลอดลม อักเสบเรื้อรัง (Chronic bronchitis) ถุงลมโป่งพอง (pulmonary emphysema) หอบหืด (obstructive airway diseases) ฯลฯ อาจเสียชีวิตขณะหลับได้

    – ภาวะหายใจไม่พอขณะหลับ (Sleep hypoventilation) ซึ่งเป็นภาวะที่ ผู้ป่วย หายใจน้อยกว่าปกติมาก ในขณะหลับ และอาจมี การหยุดหายใจ เป็นพักๆ ได้ มักไม่มีการกรนเสียงดัง และไม่มีการดิ้นรน ขณะหลับ หรือขณะหยุดหายใจ ผู้ป่วยจะเขียวคล้ำ เพราะออกซิเจนในเลือด ลดลงมาก และซึม เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ ในเลือด เพิ่มมากขึ้น ภาวะแบบนี้ อาจเกิดจากโรคอ้วน ซึ่งแก้ไขได้ ด้วยการ ลดความอ้วน หรือเกิดจากโรคทางสมอง ที่ทำให้ศูนย์หายใจ (respiratory center) ไม่ทำงาน หรือทำงานน้อยลง ต้องไปพบแพทย์ และรับการรักษาให้ถูกต้อง

    9. คุณใช้ยาหรือสิ่งเสพติดบางอย่างรึเปล่า?
    บางคนชอบดื่มชา กาแฟตอนเย็น แล้วนอนไม่หลับ ก็ควรงด บางคนกินยาลดความอ้วน แล้วนอนไม่หลับ ก็ต้องงดยา ยากระตุ้นประสาท ยาบ้า ยาขยัน หรือยาขยายหลอดลม ก็ทำให้หลับยาก หรือไม่หลับเลย เช่นเดียวกับ คนที่กินยา อาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรเป็นประจำ พอหยุดกิน ก็อาจจะนอนไม่หลับ ต้องค่อยๆ หยุดยา หรืออาหารนั้น ทีละน้อย ก็จะหลับได้

    10. โรคจิตโรคประสาทก็เป็นสาเหตุได้ด้วย

    อาการที่พบได้ในโรคจิต และโรคประสาท มักจะได้แก่
    – อาการนอนไม่หลับ
    – อารมณ์เศร้า อยากตาย
    – ความวิตกกังวล
    – หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ
    – ความกลัวผิดปกติ ย้ำคิดย้ำทำ
    – ความรู้สึกไม่สบายในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
    – โรคจิตโรคประสาทส่วนใหญ่ จะทำให้หลับยาก ซึ่งทำให้ มีอาการทางจิต ทางประสาทเพิ่มขึ้น และก็จะทำให้ หลับยากยิ่งขึ้นไปอีก วนเวียนเป็น วงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ทำให้อาการทรุดลงเรื่อยๆ จึงควรปรึกษาแพทย์ โดยเร็ว

    ทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมานี้ น่าจะพอให้คุณ ลองวินิจฉัย สาเหตุการนอนไม่หลับ ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่แก้ไขได้ ด้วยตนเอง หรือต้อง ปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษา ก็ควรรีบ… ดีกว่าปล่อยให้เป็นมากขึ้น…