Author: admin

  • 5 วิธีกำจัดแมลงสาบออกจากครัว

    5 วิธีกำจัดแมลงสาบออกจากครัว

    วิธีกำจัดแมลงสาบออกจากครัว มีวิธีง่ายๆต่อไปนี้ จะทำให้คุณสามารถกำจัดเจ้าแมลงสกปรกตัวร้ายได้…

    1. รักษาครัวให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันแมลงสาบ อย่าทิ้งอาหารไว้โดยไม่ปิดให้มิดชิด หรือทิ้งไว้ ในถุงกระดาษ (ให้ใช้ภาชนะที่บรรจุอาหารที่ทำจากโลหะ กระเบื้อง แก้ว หรือพลาสติก) ห่อขยะทุกอย่างก่อนทิ้ง อุดรอยแตกซึ่งแมลงสาบอาจซ่อนตัวอยู่ให้หมด รักษาพื้นที่ทำครัว หิ้ง และพื้นให้สะอาดหมดจด
    2.  ถ้าระบบประปาในบ้านมีรอยรั่ว ให้ซ่อมแซม หลังจากล้างจานแล้ว ให้บิดผ้าเช็ดจาน และฟองน้ำล้างจานจนหมาด แล้วผึ่งให้แห้ง ใช้ยางซิลิโคนอุดรอบๆท่อ และขอบตู้ ทำความสะอาดทั้งด้านล่าง และด้านหลังของเครื่องใช้ทรงเตี้ยบ่อยๆ
    3.  ถ้ามีแมลงสาบอยู่ในครัว ให้ย้ายอาหาร เครื่องครัว จานชาม รวมทั้งกระดาษปูหิ้งออกให้หมด ใช้ยาฆ่าแมลงชนิดน้ำ หรือชนิดผงฉีดพ่นตามร่องผนัง ใต้เครื่องใช้เตี้ยๆ และจุด ที่สงสัยว่าแมลงสาบซ่อนตัวอยู่
    4.  ควรเลือกใช้ยาฆ่าแมลงสำหรับกำจัดแมลงประเภทคลาน เช่น ไดอาซินอน (Diazinon) เฟนิโตรไธออน (Fenitrothion) หรือเบนดิโอคาร์บ (Bendiocarb) ใช้ยาตามคำแนะนำ อย่างระมัดระวัง
    5.  จากนั้นให้ปูหิ้งใหม่ (ถ้าใช้น้ำยาฉีดพ่น ควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งราว 4 ชั่วโมง ก่อนปูกระดาษรองหิ้ง) ในอีก 3-6 สัปดาห์ต่อมา ให้ฉีด หรือพ่นยา แล้วเปลี่ยนกระดาษรองหิ้งอีกครั้ง เพราะอาจมีแมลงสาบรุ่นใหม่ฟักจากไข่ และยาฆ่าแมลงหมดฤทธิ์ไปแล้ว
  • 8 เทคนิคการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง

    8 เทคนิคการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง

    เทคนิคการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง คุณมีหุ่นเป็นยังไง ก็ต้องเลือกชุดว่ายน้ำให้ถูกต้อง ถ้าคุณเป็นคนที่รูปร่างดีอยู่แล้วนั้น การที่จะเลือกใส่ชุดว่ายน้ำนั้นทำได้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะใส่แบบไหนก็ดูดีไปหมด แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องรูปร่างก็อย่าวิตกกังวลไปเลย เพราะในปัจจุบันมีชุดว่ายน้ำหลายแบบให้คุณสาวๆเลือกใส่ให้เหมาะกับรูปร่างของเราได้

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้หญิงอกใหญ่
    ควรเลือกชุดว่ายน้ำแบบทูพีช และควรหลีกเลี่ยงลายชุดที่เล็กๆ ควรจะเลือกชนิดที่กว้างใหญ่พอที่จะเสริมทรงให้กระชับขึ้น

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีหน้าอกเล็ก
    หญิงที่มีหน้าอกเล็ก ไม่ควรใส่ชุดว่ายน้ำที่รัดบริเวณหน้าอก ควรเลือกชุดแบบบิกินี่ แบบสายผูกโยงไปที่คอหรือแบบที่โค้งเว้าสุดๆ นั่นแหละจะดี

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่
    ที่มีต้นขาใหญ่ ควรเลือกชุดว่ายน้ำที่ตัดขาเว้าขึ้นไปสูงๆ เพราะจะทำให้แลดูช่วงขายาวเรียวขึ้น จะเลือกแบบทูพีช หรือแบบบิกินี่ ก็ได้ ถ้าช่วงขอบขาฟิตพอดีและไม่รัดแน่นจนทำให้ขาแลดูย่นน่าเกลียด

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีสะโพกใหญ่ขาสั้น
    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีช่วงขาสั้น สะโพกใหญ่ ควรเลือกชุดว่ายน้ำแบบกระโปรง วันพีช หรือทูพีชก็ได้ เนื้อผ้าควรจะหนาซักนิดเป็นผ้าฝ้ายยิ่งดี และชุดควรจะกระชับใส่สบาย และที่สำคัญควรเก็บเนื้อที่เพิ่มพูนบริเวณต้นขาด้านข้างได้มิดชิด และด้านข้างควรจะเว้าสูงเพราะจะช่วยทำให้ขาดูเรียวเล็กลงได้

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีช่วงเอวสั้น
    ผู้ที่มีช่วงเอวสั้น ควรมองหาชุดอาบน้ำที่มีลายเป็นแนวยาวและมีสีเข้ม จะช่วยทำให้ดูช่วงเอวยาว หรืออาจจะเลือกแบบทูพีชก็ได้ เพราะจะเป็นชุดที่เอวต่ำลงมาหน่อย จึงไม่เน้นส่วนเอวของคุณ แต่ถ้าเป็นแบบวันพีช ควรเลือกสีเข้มสักหน่อย

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีรูปร่างท้วม
    ผู้ที่มีรูปร่างท้วมควรจะเลือกชุดว่ายน้ำแบบติดกัน ถ้าเป็นแบบวันพีชก็ได้ แต่ต้องเน้นสีเข้ม หรือถ้าอยากจะใส่ทูพีชก็เลือกแบบที่ขากางเกงฟิตๆ จะดูดีได้

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่มีเอวหนา
    สำหรับสาวๆที่มีเอวหนานั้น ควรเลือกชุดว่ายน้ำที่เป็นคอวี เพราะจะทำให้ดูตัวยาวขึ้น และควรหลีกเลี่ยงชุดว่ายน้ำที่เป็นคอยูและชุดสีเดียวกัน เพราะจะทำให้รูปร่างดูเท่ากันหมด ชุดว่ายน้ำลายเฉียงมาถึงเอวจะช่วยทำให้เอวดูเล็กและบางขึ้น

    ชุดว่ายน้ำสำหรับผู้ที่ผอมมากๆ
    สำหรับผู้ที่ผอมมากๆ จนไม่มีทรวดทรงควรเลือกชุดว่ายน้ำแบบวันพีชที่มีรูปหรือลายกว้างๆ ดอกโตๆ หรือลวดลายทรงเลขาคณิตจะช่วยให้คุณมีสะโพกที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น ชุดว่ายน้ำสีพื้นไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนผอม แต่ถ้าชุดว่ายน้ำมีลายตรงหน้าอกจะช่วยทำให้ดูมีหน้าอกได้

    Image by Free-Photos from Pixabay

  • 7 เคล็ดลับการแต่งตัวผู้ชายให้หล่อ เท่ และดูดี

    7 เคล็ดลับการแต่งตัวผู้ชายให้หล่อ เท่ และดูดี

    ผู้ชายส่วนมาก คิดว่าเกิดเป็นผู้ชาย หล่อแบบง่ายๆ คว้าอะไรก็ใส่ได้ ไม่ยุ่งยากเหมือนผู้หญิง ซึ่งที่จริง การหล่อแบบง่ายๆ ก็ควรมีศิลปะ ยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ผู้หญิงจะกรี๊ดผู้ชายที่แต่งตัวเป็น แต่งให้เป็นแต่ไม่ใช่แต่งให้สุดฤทธิ์ แบบนั้นคนอาจจะเข้าใจผิดว่าคุณเป็นเกย์ได้ เพราะฉะนั้น เรามาดูเคล็ดลับการแต่งตัวผู้ชายให้หล่อ ดูดีได้ โดยวิธีง่ายๆ กันค่ะ

    1. แต่งตัวให้เป็นคือแต่งให้เหมาะสมกับรูปร่าง หุ่นผอมก็อย่าใส่เสื้อกางเกงลายทาง ตรงๆ ถ้าหุ่นอ้วนก็ให้ใส่เสื้อกางเกงสีเข้มพรางหุ่น อย่าเลือกใส่เสื้อลายจุดกลมๆ ใหญ่ๆ

    2. เสื้อผ้าหลวมโคร่ง เดินแล้วรุ่มร่ามไปมา หรือชุดที่ฟิตรัดเป้า แม้จะเป็นชุดที่ฮิตตามแฟชั่น คุณก็ควรพิจารณาก่อนเถอะนะว่าจะใส่ให้น่าดูอย่างไร

    3. แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ถ้ารองเท้าไม่เข้ากับชุดก็หมดท่าเลย ถ้าคุณใส่ชุดทำงานเป็นสแล็คกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแล้วเลือกใส่รองเท้าผ้าใบอย่างนี้ ไม่เข้ากันแน่ คุณจะต้องสวมรองเท้าหนัง สวมถุงเท้า คุณควรเก็บรองเท้าผ้าใบคุณไว้ใส่กับกางเกงยีนส์เถอะ

    4. การที่จะแต่งตัวดีไม่จำเป็นต้องใช้ของที่แพงๆ หรือยี่ห้อดังๆ ถ้าคุณไม่มีเงินมากนัก เลือกเสื้อผ้าที่ดูดีเหมาะกับบุคลิกก็มีสิทธิ์เท่ห์ได้เหมือนกัน

    5. วันหยุดพักผ่อนควรใส่เสื้อยืดหรือเสื้อลายสดใสบ้าง จะทำให้สาวๆ แปลกตากับการหล่อแบบง่ายๆ ของคุณที่แตกต่างจากวันปกติธรรมดาอื่นๆ

    6. กล้าใช้สีสันบ้าง ผู้ชายบางคนกล้าใส่เสื้อสีชมพู ปรากฎว่าสาวกรี๊ดมากเพราะว่าสีนี้จะทำให้ผู้ชายดูโรแมนติกสุดยอดเลย

    7. เนคไท ในวันทำงาน ลองกล้าใช้ลายแบบเก๋ ทันสมัยดูบ้างจะเป็นไร

    แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ในทุกสไตล์การแต่งตัว อย่าลืมเน้นที่ความสะอาดนะคะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนแต่ถ้าสกปรกแล้วละก็ ไม่มีสาวที่ไหนหันมามองคุณแน่ๆ ค่ะ

    Image by gershoots from Pixabay

  • เคล็ดลับการเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าผู้ชาย หล่อได้ง่ายๆ ถ้าตัดให้ถูกทรง

    เคล็ดลับการเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าผู้ชาย หล่อได้ง่ายๆ ถ้าตัดให้ถูกทรง

    เคล็ดลับการเลือกทรงผมให้เข้ากับรูปหน้าผู้ชาย

    ทรงผมนั้นเป็นส่วนสำคัญมาสำหรับบุคลิกของเราๆ นะคะ โดยเฉพาะหนุ่มๆ การจะไว้ผมทรงไหนก็ต้องดูโครงหน้าตัวเองด้วยว่า เข้ากับหน้าเราหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาฮิตทรงไหนกันก็ไปไว้ตามเค้าทั้งๆ ที่เรามีใบหน้าไม่เหมาะกับทรงนั้นๆเลย แต่ถ้าคุณอยากรู้วิธีเลือกทรงให้เหมาะกับใบหน้าของคุณแล้วล่ะก็ ดูได้ตามนี้เลยนะคะ

    หน้ารูปไข่

    หนุ่มๆ หน้ารูปไข่สบายมาก หวีแสกซ้ายแสกขวาแสกกลางก็ได้ทั้งนั้น เฉียบหมด แต่ควรไว้เส้นผมและจอนยาวลงมาถึงกระดูกแก้ม อย่าตัดให้สั้นมากนัก

    ใบหน้ายาว

    ประมาณ เจ เจตรินนั่นแหละ ควรตัดผมด้านบนให้สั้นลง ด้านข้างอย่าปล่อยให้หนา และถ้าไว้จอนยาวได้ก็จะหล่อเพี้ยวเลย แต่ไม่ควรจะหวีแสกกลางนะ หรือจะให้หล่อยิ่งขึ้นควรไว้ผมให้ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย จะดูดีมากๆเลย

    หน้าแป้น

    ควรไว้ผมด้วนบนให้หนา แต่ไม่ควรไว้ยาวมาก แต่จะให้ดูดีต้องแสกผมด้านข้าง

    หน้าเหลี่ยม

    ด้านเหนือหน้าผากควรดัดอ่อนๆ ให้ผมเป็นคลื่น เพื่อลดความเหลี่ยมของใบหน้า

    แต่ถ้าหนุ่มๆ ไหนอยากที่จะทำสีผมละก็ควรจะดูผิวของคุณด้วยนะคะ ถ้าคุณผิวขาวจัดควรจะใช้สีออกโทนน้ำตาล ถ้าผิวเข้มควรเลือกสีโทนเดียวกับดวงตาของคุณ แต่ถ้าไม่จำเป็นนัก ก็ไม่น่าจะย้อม เพราะผมจะเสียได้ง่าย อย่าเอาผมสวยๆ ของคุณไปเสี่ยงเลยดีกว่าค่ะ

     

    Image by Free-Photos from Pixabay

  • การเลือกมาสก์หน้า ให้เหมาะกับสภาพผิว

    การเลือกมาสก์หน้า ให้เหมาะกับสภาพผิว

    คนผิวแห้ง

    • ควรมองหา  มาสก์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน โปรตีน บัตเตอร์มิลค์ เพนเธอนอล น้ำ และลาโนลีน
    • ผลที่จะได้  ส่วนผสมบำรุงความงามเหล่านี้จะคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวคุณ ในขณะเดียวกันก็จะปิดกั้นไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยหายไปจากผิวคุณด้วย
    • ลักษณะของมาสก์ มักจะมาในรูปครีม หรือเจลเป็นหลัก

    คนผิวมัน

    • ควรมองหา มาสก์ชนิดที่มีส่วนผสมของคาโอลิน ซัลเฟอร์ วิทซ์ ฮาเซล ซิงค์ อ็อกไซด์ เบนโนไนท์ (ดินเหนียวสีขาว) และแอลกอฮอลล์
    • ผลที่จะได้ ส่วนผสมเหล่านี้จะดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกไป และช่วยป้องกันการติดเชื้อ แบคทีเรียอันเนื่องมาจากรูขุมขนอุดตันด้วย คาโอลิน และเบนโทไนท์ จะเป็นตัวช่วยให้ผิวมีโอกาสหายใจ และช่วยให้รูขุมขนเปิด อีกทั้งยังเป็นตัวกระตุ้นให้ส่วนผสมอื่น ๆ ทำความสะอาดผิวไปด้วยในเวลาเดียวกัน
    • ลักษณะของมาสก์ เหมือนโคลน หรือแป้งเปียก ผิวคุณอาจจะรู้สึกตึงนิดๆ เมื่อแรกทำความสะอาดมาสก์ออกใหม่ๆ

    คนผิวแพ้ง่าย

    • ควรมองหา มาสก์ชนิดอ่อนๆ มีส่วนผสมของคาโมมายล์ ว่านหางจระเข้ อาซูลีน คาเลนดูล่า และวิตามินอี ควรเลือกประเภทที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และสำหรับ ผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
    • ผลที่จะได้ ส่วนผสมอันอ่อนโยนต่อผิว และบรรเทาอาการแพ้เหล่านี้จะทำให้ผิวนุ่มขึ้นพร้อมกับขจัดสิ่งสกปรกบนผิวคุณด้วย
    • ลักษณะของมาสก์ เป็นครีม หรือเจลที่ไม่มีสภาพเป็นกรด และล้างออกได้ง่ายด้วยน้ำ

    คนผิวผสม

    • ควรมองหา มาสก์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ คาโอลิน คาเฟอีน เมล็ดเกรพฟรุต และคาโมมายล์
    • ผลที่จะได้ ส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้ผิวสะอาดบริสุทธิ์โดยไม่ทำให้แห้ง คาเฟอีน และเกรพฟรุตจะช่วยลดความแดงของผิวส่วนว่านหางจระเข้ จะลดอาการอักเสบ และบรรเทาอาการแพ้ของผิว
    • ลักษณะของมาสก์ เป็นลักษณะเจลใสลอกออกจากผิวได้เมื่อแห้ง

    คนผิวธรรมดา

    • ควรมองหา มาสก์สำหรับขัดผิวแบบอ่อน ๆ ที่มีส่วนผสมบำรุงผิวพรรณจากธรรมชาติเช่น ยูคาลิปตัส โรสแมรี่ และสเปียร์มิ้นท์ ส่วนผสมจากผลไม้สกัด หรือกรดกลีโคลิค ก็จะช่วยปรับสภาพผิวคุณให้ดีขึ้นได้
    • ผลที่จะได้ พรรณพืชสกัดเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของผิว และช่วยทำความสะอาดผิวด้วย ผลไม้สกัด และกรดกลีโคลิคจะช่วยขัดผิวหนังชั้นบนที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกให้หลุดจากผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวสดชื่นกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย
    • ลักษณะชองมาสก์ เป็นครีม หรือเจล ซึ่งสามารถลอก หรือถูกออกได้เมื่อแห้ง

    Image by Felix Wolf from Pixabay

  • 11 ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อรองเท้า

    11 ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อรองเท้า

    การเลือกซื้อรองเท้า ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง มาดู 11 ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อรองเท้ากันค่ะ

    การจะหารองเท้าดีๆ ซักคู่ ก็ต้องถูกใจและเดินสะดวกคล่องแคล่ว ไม่อย่างนั้นก็อาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ใส่ได้ 2-3 ครั้งก็ต้องโยนทิ้ง ดังนั้นเราลองมาดูวิธีเลือกซื้อรองเท้าอย่างชาญฉลาด โดยที่เราไม่ต้องมานั่งเสียดายเงินภายหลังกันดีกว่า

    ควรตรวจความเรียบร้อยของรองเท้าก่อนตัดสินใจซื้อ

    1. รองเท้าหนังที่เป็นกำมะหยี่ต้องมีตะเข็บถี่ และควรเป็นตะเข็บที่หนา ภายในหุ้มด้วยไฟเบอร์เพื่อให้รองเท้ามีโครงที่แข็งแรง
    2. เวลาซื้อรองเท้าที่หุ้มด้วยผ้า ต้องตรวจดูขอบผ้าตรงบริเวณส้นเท้าด้วย เพราะเป็นจุดที่โดนถูไถมากที่สุด ในระหว่างการตัดเย็บจนเนื้อผ้าอาจสึกหรอมาก มาตั้งแต่โรงงาน ถ้าไม่สังเกตให้ดีแค่ซื้อไปหนเดียวก็อาจขาดปริได้
    3. หนังใยสังเคราะห์ทนกว่าหนังแท้ ต้องยอมรับความจริงกันว่า ใยสังเคราะห์ไม่ลอกขาดหรือเสียรูปทรงได้ง่ายดายเหมือนหนังแท้ แต่ข้อเสียก็คือ ใส่แล้วอบอ้าวเท้า เพราะไม่มีรูระบายอากาศเท่านั้นแหละ
    4. ถูมือกับหนังรองเท้าไปในทางตรงกันข้ามไม่ว่าจะเป็นหนัง หนังกลับ ผ้า ทั้งสีสัน และตะเข็บควรสม่ำเสมอ ไม่งั้นจะพังง่าย ลองสัมผัสหนังข้างในดูด้วยว่าสีตกหรือเปล่า เพราะถ้าสีตกโดนมือคุณได้ก็ย่อมตกใส่เท้าคุณได้เหมือนกัน
    5. ถึงรองเท้าที่คุณซื้อจะเป็นหนังจระเข้ ก็ต้องดูตะเข็บและหนังรอบข้างในประกอบไปด้วยว่าประสานกันเรียบร้อยสนิทดีแค่ไหน หนังคุณภาพดีนั้นจะถูกเย็บตะเข็บรอยต่อไว้ข้างใน

    ขั้นตอนการลองรองเท้า

    1. ลองบีบดู ถ้ารองเท้า คู่ที่คุณลองยืดหดได้มากเท่าไหร่ คุณจะใส่สบายเท้ามากขึ้นเท่านั้น
    2. ถ้ารองเท้าคู่ที่คุณลอง มีขนาดเล็กไปกับใหญ่ไป ให้เลือกขนาดใหญ่ไว้ก่อน เพราะรองเท้าคู่ที่คับตอนลองนั้น จะยิ่งคับลงไปอีกเวลาเดินไปมา
    3. ลองเดินดูทั้งพื้นนุ่มและพื้นแข็ง อย่าเดินอยู่บนพรมในร้ายอย่างเดียว ควรเดินบนพื้นแข็งๆ ด้วย ว่ารองเท้าคู่นี้ให้ความรู้สึกแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน
    4. ถ้าเท้าข้างหนึ่งของคุณใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่ง ให้เลือกเบอร์ใหญ่กว่าไว้ก่อน แล้วจึงใช้ฟองน้ำหนุนเสริมข้างที่ใหญ่กว่าเท้าแทน
    5. ถ้าคุณลองแล้วรู้สึกว่าใส่ไม่สบาย ก็อย่าหวังว่ามันจะขยายยืดได้รองเท้าที่เป็นหนังแท้จะไม่สามารถขยายยืดออกได้ อย่าไปหลงเชื่อคำพูดของคนขาย
    6. ควรเลือกลองรองเท้าในเวลาประมาณ 4 – 6 โมงเย็นของวัน เพราะเป็นช่วงที่เท้าคุณจะขยายได้มากที่สุด จะได้เลือกขนาดรองเท้าที่สามารถใช้สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย

    หวังว่าเมื่อคุณเลือกซื้อรองเท้าคู่ใหม่ในครั้งหน้า วิธีเหล่านี้คงทำให้คุณได้รองเท้าที่ถูกอกถูกใจนะคะ

    Image by motivationforgood from Pixabay

  • เทคนิคการรับโทรศัพท์สำหรับกิจการที่ใช้บ้านเป็นสำนักงาน

    เทคนิคการรับโทรศัพท์สำหรับกิจการที่ใช้บ้านเป็นสำนักงาน

    1. ยกหูรับสาย เมื่อโทรศัพท์ดังเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 หากคุณปล่อยให้โทรศัพท์ดังนานเกินไป ผู้ที่โทรเข้ามาอาจสรุปว่าองค์กรของคุณ ไม่มีความเป็นมืออาชีพพอสำหรับการทำธุรกิจ เขาอาจคิดได้ว่า “ในเมื่อสายโทรศัพท์ยังถูกละเลย การบริการลูกค้าก็คงถูกละเลยด้วยเช่นกัน” เขาอาจไม่พอใจ และเปลี่ยนไปติดต่อกับบริษัทอื่นแทน

    2. วางมาดเป็น “คุณหมองานมาก” ผู้ซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกคน จนงานล้นมือ แต่ก็พร้อมที่จะให้บริการเสมอ เช่น เมื่อลูกค้าต้องการนัด คุณเวลา 10 โมง คุณอาจพูดว่า “ตารางตอน 10 โมงของผมเต็มแล้ว แต่ถ้า 11 โมง ผมพอมีเวลา” วิธีการพูดเช่นนี้จะทำให้ลูกค้ามองว่าคุณเป็นผู้ที่มีงานล้นมือ และเป็นคน ที่ประสบความสำเร็จ

    3. อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับธุรกิจ ปกติแล้ว ลูกค้าที่ติดต่องานทางโทรศัพท์ มักจะสรุปภาพลักษณ์ของผู้รับสายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น คุณควรระวังกับคำพูดในการ สร้างภาพพจน์ของคุณให้มาก อย่าเอารายละเอียดในชีวิตส่วนตัวของคุณ เข้ามาอยู่ในบทสนทนากับลูกค้า คุณควรพูดว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก เมื่อสักครู่ผมคุยอยู่กับลูกค้าอีกรายหนึ่ง” แทนที่จะพูดว่า “เมื่อกี้สายของผมไม่ว่าง เพราะคนข้างบ้านโทรมากวน” เช่นนี้เป็นต้น

    4. ตอบคำถามอย่างสุภาพและตรงจุด ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมาดนักธุรกิจ ใช้คำพูดที่เป็นกลาง และตอบคำถามด้วยคำพูด หรือประโยคที่นิยมกันในวงการธุรกิจ

    5. ฝึกสมาชิกในบ้านให้ “ให้เกียรติกับคุณ” ในเวลาที่คุณคุยโทรศัพท์กับลูกค้า อย่าให้เสียงอึกทึกครึกโครมเล็ดลอดเข้าไปในหูโทรศัพท์ได้ อย่าเปิดโอกาสให้ลูกค้ารู้ว่าคุณทำงานอยู่ที่บ้าน

    6. หามุมสงบในการสนทนากับลูกค้า พยายามหลีกเลี่ยงให้ไกลจากสิ่งต่างๆที่อาจก่อให้เกิดเสียงอึกทึก

    7. ให้สมาชิกในบ้านของคุณใช้คำพูดที่น่าฟัง และเหมาะสมในการรับโทรศัพท์ เช่น “สวัสดีค่ะ บริษัทเอบีซี มีอะไรให้รับใช้คะ” “กรุณาถือสายรอสักครู่นะครับ เธอกำลังจะมารับสายของคุณ เดี๋ยวนี้แหละครับ” หรือ “ฝากข้อความหรือเบอร์ติดต่อกลับไหมคะ” และหลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กเป็นผู้รับโทรศัพท์ของคุณ

    8. จดคำตอบที่ดี และน่าฟังที่สุดสำหรับคำถามเชิงธุรกิจ เป็นโน้ตเล็กๆไว้ข้างเครื่องโทรศัพท์ของคุณ ถ้าคุณเริ่มทำธุรกิจมาได้สักพักหนึ่ง คุณคงพอจะรู้ว่า ลูกค้ามักจะถามคำถามในลักษณะใด ควรจด คำตอบที่คิดว่าได้ผลที่สุดไว้ในโน้ตเล็กๆนั้นด้วย เพื่อให้สมาชิกในบ้านของคุณใช้มันได้เมื่อจำเป็น

    9. เข้าใจลักษณะงานของลูกค้าคุณให้มากที่สุด โดยการถามคำถามที่ตรงประเด็น หรือมีความเกี่ยวเนื่องกับงาน เพื่อให้ได้ข้อมูล มากที่สุด และเพื่อให้บทสนทนาระหว่างคุณกับลูกค้าไหลลื่นไปได้เรื่อยๆ

    10. เมื่อคุณออกปากในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าจะต้องจ่ายให้คุณออกมา ความเงียบมักตามมาเสมอ คุณควรทำอะไรสักอย่าง เช่นถามว่า “คุณคิดว่าเราควรเริ่มงานกันวันไหนดีครับ” หรือบอกข้อเสนอบาง อย่างที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น “ผมยินดีประเมินราคางานให้ก่อน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ”

    11. พยายามอย่าให้ลูกค้าต่อรองราคาคุณ วิธีที่ดีที่สุดคือ การวางมาดเป็นคนที่ใครๆ ก็ต้องการใช้บริการ เป็นคนที่ไม่จำเป็นต้อง ลดราคาเพื่อดึงลูกค้า เมื่อถูกต่อรองราคา คุณควรพูดว่า “งานของผมเป็นงานคุณภาพสูง และนี่คืออัตราค่าบริการของผม แต่ถ้าคุณต้องการตรวจสอบราคากับที่อื่นก่อน ก็ไม่เป็นไร นะครับ” บางครั้งถ้าคุณถูกต่อรองมากๆเข้า คุณอาจพูดเสริมว่า “ผมลดราคาให้คุณไม่ได้จริงๆ แต่ผมยินดีที่จะทำ…ให้คุณฟรีครับ”

    12. ถามชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าที่คุณคุยด้วย และเก็บเข้าไว้ในบันทึกรายชื่อ แล้วส่งสื่อไปรษณีย์ไปยังลูกค้ารายนั้น ตามด้วย การโทรเช็คว่า สื่อของคุณถึงมือเขาเรียบร้อยหรือไม่ และตอบปัญหาที่ลูกค้าอาจมี

    จำไว้เสมอว่า การติดต่อทางโทรศัพท์ เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการทำธุรกิจ จงใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่

    Image by GraphicMama-team from Pixabay

  • การถูพื้นที่ถูกวิธี

    การถูพื้นที่ถูกวิธี

    การทำความสะอาดพื้นที่ถูกวิธี มีอยู่ 2 แบบ คือ การถูแห้ง ซึ่งคล้ายกับการกวาดพื้น และการถูเปียก เพื่อเช็ดหรือล้างพื้น

    การถูแห้ง หัวไม้ถูพื้นที่เหมาะกับการถูพื้นแบบนี้ควรเป็นหัวไม้ที่ทำจากขนสัตว์ หรือวัสดุสังเคราะห์ เนื่องจากมีคุณสมบัติ “ไฟฟ้าสถิต” ของวัสดุประเภทนี้จะดูดฝุ่นละอองไว้ บางชนิดเคลือบหรืออาบด้วยน้ำมันจึงช่วยขัดและรักษาพื้นไม้พร้อมกับดูดฝุ่นไปด้วย อย่างไรก็ตามวัสดุประเภทนี้มักทำให้ขี้ผึ้งขัดพื้นเหนียวเป็นยาง จึงควรใช้กับพื้นที่ไม่ได้ขัดมันเท่านั้น

    เมื่อถูแห้งอย่ายกไม้ถูพื้นขึ้นสูงเพราะฝุ่นจะฟุ้ง ให้ถูผ่านกลางห้อง ลากผงฝุ่นต่างๆ ตามไปด้วย แล้วเขย่าฝุ่นลงในถุงขยะควรใช้วิธีถูแห้งในกรณีที่ฝุ่นไม่มากนัก
    ถ้าไม้ถูพื้นสกปรกมาก ให้ซักล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอกเจือจาง แล้วตั้งหัวไม้ถูพื้นขั้นผึ่งให้แห้ง

    การถูเปียก ไม้ถูพื้นด้ามยาวหัวฟองน้ำเหมาะกับพื้นกระเบื้องหรือพื้นกระเบื้ยงยางหัวไม้ถูพื้นชนิดนี้ถอดเปลี่ยนได้และมีคันพับหัวฟองน้ำเพื่อรีดน้ำออก บางทีก็เป็นผ้าหุ้มเกลียวด้านในที่สามารถบิดน้ำออกได้
    ก่อนถูเปียก ให้ถูแบบแห้ง ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด หรือใช้ไม้กวาดกวาดผงและเศษดิน ทรายให้หมดก่อน จากนั้นจุ่มไม้ถูพื้นลงในถังน้ำสะอาด บิดน้ำส่วนเกินออก แล้วแบ่งพื้นที่ถู เสร็จแล้วล้างหัวไม้ถูพื้นแล้วบิดให้หมาด นำมาเช็ดพื้นอีก แล้วปล่อยให้แห้ง

    ถ้าพื้นเปื้อนมาก ให้ใช้ผงหรือน้ำยาทำสะอาดพื้นราดให้ทั่ว (ให้ดูฉลากว่าควรใช้แบบเข้มข้นหรือเจือจาง) ทิ้งไว้สักครู่ แล้วถูกำจัดคราบสกปรกออก จากนั้นล้างฟองน้ำแล้วบิดให้หมาด เช็ดพื้น แล้วปล่อยให้แห้ง
    ผงขัดและน้ำยาทำสะอาดที่เป็นด่าง อาจทำให้กระเบื้องยางและวัสดุปูพื้นอื่นๆ เสียหายได้ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อน้ำยาชนิดนี้ต้องอ่านฉลากให้แน่ใจว่าน้ำยานั้นใช้กับพื้นบ้านของคุณได้

    ห้ามราดน้ำบนกระเบื้องยางหรือแผ่นปูพื้นที่มีรอยต่อ เพราะน้ำจะซึมเข้าไปในรอยต่อและทำให้กาวหรือปูนยาเสื่อมสภาพ
    หลังใช้ไม้ถูพื้นแล้ว ต้องล้างน้ำ แล้วนำออกไปสะบัดนอกบ้าน ส่วนหัวไม้ถูพื้น (ไม่ว่าชนิดใด) ให้ล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอกให้สะอาด บิดให้หมาด แล้ววางตั้งขึ้นผึ่งให้แห้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราและมีกลิ่นเหม็น

    Image by StockSnap from Pixabay

  • ขั้นตอนการเตรียมปลาเพื่อปรุงอาหาร

    ขั้นตอนการเตรียมปลาเพื่อปรุงอาหาร

    ขั้นตอนการเตรียมปลาเพื่อปรุงอาหาร

     

    1 การทำความสะอาดปลา

    ปลาสดที่มีขาย ส่วนใหญ่ทำมาให้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราตกปลาได้ หรือซื้อปลาสดๆมา ก็ต้องเอามาล้าง ขอดเกล็ด แล่เนื้อหรือเลอะ เอาก้างออกเอง สำหรับในตอนนี้ เราจะมาดูวิธีการทำความสะอาดกันก่อน

    การทำความสะอาด สำหรับปลาลำตัวกลม เช่น ปลาแฮร์ริง ปลากระบอก ปลาอินทรี แรกสุดให้ใช้กรรไกรตัดครีบออก จากนั้นจึงขอดเกล็ด โดยจับหางปลาไว้ ใช้สันมีดถากย้อนเกล็ดไปตามลำตัวปลา จากด้านหางไปหาหัว เสร็จแล้วเปิดน้ำก๊อกล้างเกล็ดออก

    เวลาจะควักไส้ปลา ให้ใช้มีดกลมๆผ่าท้องปลา จากใต้หัวลงมาจนเกือบถึงหาง ดึงไส้ออกให้หมด แล้วล้างผนังด้านในท้องปลาด้วยน้ำเย็น เอาเกลือถู หนังสีดำๆออกให้หมด จากนั้นให้ใช้กรรไกรในครัวหรือมีดคมๆตัดเหงือกและหางทิ้ง โดยตัดตรงตำแหน่งใต้เหงือกก็ได้

    สำหรับปลาตัวกลมๆขนาดเล็กลงมานั้น ล้างไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นปลาซาร์ดีน ปลาหางแข็ง ปลาทู เพียงตัดหัวออก ค่อยๆบีบหรือควักไส้ทิ้ง จากนั้นล้าง ปลาให้สะอาด แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าหรือกระดาษซับ

    สำหรับปลาตัวแบน เช่น ปลาตาเดียว ปลาลิ้นหมา ให้ตัดครีบและเหงือกออก วางปลาด้านที่มีสีเข้มไว้ข้างล่าง แล้วกรีดตรงใต้หัวเป็นรูปครึ่งวง กลมเพื่อดึงไส้ออก ถ้าจะตัดหัวและหางทิ้ง ให้ใช้มีดคมๆหรือกรรไกรในครัว จากนั้นล้างปลาทั้งตัวให้สะอาดด้วยน้ำเย็น แล้วซับให้แห้ง

    2: การแล่หนังปลา

    การแล่หนังปลา สำหรับปลาลำตัวกลม เราจะแล่หนังปลาออกก็ได้ แต่โดยทั่วไปมักปรุงเป็นอาหารทั้งหนัง ถ้าเป็นปลาลำตัวกลมขนาดเล็ก ให้ใช้มีดกลมๆตัดเป็นแนวตรงลงมาที่หลัง แล้วเลาะหนังทางหัวปลาด้านนึงออก จากนั้นใช้นิ้วแตะเกลือจับตรงหนังที่ตัดขาดให้มั่น แล้วดึงลงมาถึงหาง ทำเช่นเดียวกันกับปลาอีกซีกหนึ่ง

    สำหรับปลาลำตัวแบน เรามักลอกหนังด้านสีเข้มออกก่อนปรุงเป็นอาหาร โดยปล่อยหนังด้านสีขาวไว้เช่นเดิม จากนั้นเอาปลาวางโดยให้ด้านหนังสีขาว อยู่ข้างล่าง กรีดผ่านตำแหน่งที่หางปลาเชื่อมติดกับลำตัว ใช้เล็บนิ้วโป้งเลาะลงไประหว่างหนังที่ตัดไว้ เพื่อให้หนังตามขอบที่กรีดไว้หลุดออก ต่อจากนั้น เอานิ้วแตะเกลือ จับหางปลากดไว้ แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งลอกหนังออกจนถึงหัวปลา

    ถ้าต้องการลอกหนังสีดำออกจากชิ้นปลา ทั้งปลาลำตัวแบนและตัวกลม ให้วางหนังด้านสีดำลงล่าง ใช้มีดเซาะเข้าไประหว่างเนื้อกับหนังปลา แล้วเริ่มแล่จากหางโดย จับหางให้มั่น

    3: การแล่เนื้อปลา

    การแล่เนื้อปลา สำหรับปลาที่มีลำตัวกลมขนาดใหญ่ เช่น ปลาฉฮดดอก ให้ตัดหัวออก แล้วล่าตามแนวสันหลังของปลา ลึกไป ถึงก้างกลางด้วยมีดคมบาง ถือมีดทำมุมกับก้างแล้วแล่เนื้อชิ้นแรกจากหัวไปหาง จากนั้นให้สอดปลายมีดเข้าไปใต้ก้างกลาง เพื่องัดก้างออกจาก เนื้อปลา ต่อจากนั้นให้ดึงก้างกลางออกจากชิ้นปลาอีกซีกหนึ่ง แล้วตัดหาง

    สำหรับปลาตัวแบน ให้แล่เป็นสี่ชิ้น โดยผ่าตามแนวก้างกลางทางด้านสีเข้ม แล้วกรีดตรงใต้หัวเป็นครึ่งวงกลมให้ลึกกินลงไปครึ่งตัว จากนั้นเลาะเนื้อปลาชิ้นแรกที่อยู่ ชิดตัวเราที่สุดออกจากก้างกลาง กรีดตามแนวอีกด้านหนึ่งและตรงหางออก เลาะเนื้อชิ้นที่สองออกแบบเดียวกัน ก่อนพลิกไปแล่ปลาด้านสีขาว

    4: การเลาะก้างปลา

    การเลาะก้างปลา เมื่อทำความสะอาดปลาลำตัวกลม เช่น ปลาแซล์มอน หรือปลาอินทรี ให้ตัดครีบและเหงือกออก โดยเฉือนเป็น รูปตัว V เล็กๆรอบหาง เพื่อไม่ให้หนังหดตัว ล้างปลาอีกครั้งแล้วนำไปลวงในน้ำพอสุก เลาะหนังปลาตรงใต้หัวและเหนือหาง โดยคงส่วนหัวและหางปลาไว้ไม่ให้ขาดออก ค่อยๆแล่ เนื้อปลาออกจากก้างกลาง แล้วค่อยๆขยับเอาก้างกลางออกตามแนวที่แล่ ระวังอย่าให้เนื้อปลาเละ

    สำหรับปลาลำตัวกลมที่มีขนาดเล็กลงมา เช่น ปลาแฮร์ริง ปลาเก๋า ปลาสำลี ให้เอาไส้และหางออก ทิ้งให้หมดก่อนเลาะก้าง ผ่าท้องปลาแล้วแผ่ออก คว่ำส่วนที่แผ่ลงบนเขียง ใช้นิ้วมือกดไป ตามความยาวของก้างสันหลัง เพื่อให้ก้างหลวมพอจะหลุด จากนั้นพลิกตัวปลาขึ้น ใช้หัวแม่มือเลาะจากหัวปลาลงไประหว่างก้างปลากับเนื้อปลา เพื่อให้ก้างปลาหลุด เลาะอีกข้างหนึ่งแบบเดียวกัน ยกก้างปลาขึ้นแล้วดึงก้างที่อาจเหลืออยู่ออกให้หมด จากนั้นสามารถพับปลากลับดังเดิมได้ เพื่อนำไปปรุงอาหารหรือตัดเป็นสองชิ้น

    Image by Peggy und Marco Lachmann-Anke from Pixabay

  • สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน การใช้เวลาและการตั้งความร้อนกับอาหารประเภทต่างๆ

    สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน การใช้เวลาและการตั้งความร้อนกับอาหารประเภทต่างๆ

    ในยุคนี้ หม้อทอดไร้น้ำมัน เป็นอุปกรณ์ที่ฮิตมาก ขายดิบขายดี ไม่ว่าบ้านไหนก็อยากทำเมนูอาหารไร้น้ำมัน แต่สามารถทำอาหาร ทำของทอดได้อร่อย กรอบ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน เท่ากับการใช้น้ำมันลงไปทอดในกะทะนะคะ  แต่สูตรการใช้เวลาในการทำอาหารแต่ล่ะอย่าง มีความแตกต่างกัน เราได้รวบรวมการใช้ความร้อน และเวลาในการทำมาให้พวกเราได้ทำตามกันได้อย่างง่ายๆ เลยค่ะ อาหารบางชนิด เมื่อตั้งเวลาทำไปแล้วสักครึ่งทาง เราควรจะกลับด้าน หรือนำมาเขย่าสักหน่อย เพื่อให้อาหารสุกทั่วถึง และเหลืองกรอบ น่ารับประทานนะคะ

    สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน และ การใช้เวลาในการทำอาหารต่างๆ

    เมนูอาหาร     รอบสอง  
    ความร้อน เวลา (นาที) ความร้อน
    เวลา (นาที)
    ลูกชิ้นปลาระเบิด 170-180 10    
    เฟรนฟรายด์ 200 15    
    นักเก็ต 200 20    
    ทอดมัน 180 15    
    ทอดมันข้าวโพด 180 15    
    ขนมปังหน้าหมู 180 8    
    หนังไก่ทอด 200 7 นาที แล้วเขย่า ต่อเวลาอีก 7 นาที
    ไส้กรอกอีสาน 140 5 160 5
    ไส้กรอกอีสาน (Frozen) 180 3-5
    ไส้อั่ว (Frozen) 180 5-10
    สะโพกไก่ทอด 180 25
    ไข่เจียว 1 ฟอง 180 7
    ไข่เจียว 2 ฟอง 160 5 190 1
    ไข่เจียว 2 ฟอง 180 10
    ไข่เจียว 3 ฟองในฟอยด์ 200 10
    ไข่เจียว 3 ฟองในถ้วยเซรามิค 200 15
    ไข่เจียวหมูสับ 180 15
    ไข่เจียวหมูยอ 180 12
    ไข่ลวกทั้งเปลือก 100 10
    ไข่ออนเซ็น 100 8
    มะเขือยาวชุบไข่ 180 10-15
    ขนมปังปิ้ง 180 5
    ไส้กรอก 160 10
    ไส้กรอก 180 5
    ไส้กรอกอิสาน 200 8
    ไส้กรอกข้าว 150 5 150 5
    กุนเชียง 180 5
    กุนเชียง 180 8
    กุนเชียง 120 5 120 2
    หอยจ๊อ 200 5 200 5
    ลูกชิ้น 180 7
    หมูทอดทงคัตซึสำเร็จรูป 180 5-6
    พิซซ่า 200 10
    เต้าหู้ทอด 180 15-20
    มันหวาน 180 20
    โรตี 150 5
    โรตีแช่แข็ง 160 10
    บราวนี่ 140 20
    บราวนี่ถ้วยฟอยด์ 160 20
    เค้กกล้วยหอม 190 25
    หมึกไข่ 120 10 160 5
    เสต็กแซลมอน 160-180 15
    กุ้งก้ามกรามเผา 160 10 160 10
    กุ้งเผาเกรียม 160 15 160 10
    กุ้งขาวอบ 160 10 160 5
    ปีกกลางชุบแป้งทอดกรอบ 180 15 200 10
    น่องไก่ทอดชุบแป้งหนังกรอบ 200 15 200 15
    ปีกกลางย่าง 180 10 200 5
    ปีกกลางปีกบนย่าง 180 15 180 10
    ปีกบน 200 10 200 10
    ปีกไก่ทั้งปีก 180 20 180 15
    ปีกไก่ 200 15 200 15
    อกไก่หั่นชิ้นทอด 180 10 180 5
    ไก่สำเร็จรูป CP ทอดหนังกรอบ 180 15
    แคปหมูไร้มัน 200 2-4
    หมูปิ้งเสียบไม้ 180 10 180 5
    หมูแดดเดียว 180 10
    หมูย่าง 180 10
    สันคอหมูย่าง 180 12
    สเต๊กหมู 180 15
    สเต๊กหมูพริกไทยดำ 200 7/7
    ซี่โครงหมูย่าง 180 10 120 5
    แหนมซี่โครงหมู 200 10/5
    หมูสะเต๊ะ 180 12
    หมูสามชั้นทอดน้ำปลา 200 10/5
    หมูสามชั้นทอดกรุบๆ 180 10/10
    หมูกรอบ 180 30
    หมูกรอบ 180 10/20 200 3-5
    หมูกรอบ 120 20/5
    เนื้อหมูหมักเครื่องทอด 180 10/10
    กากหมู 1 kg. เจียวรีดมัน 180 60
    กากหมู 300 g. เจียวรีดมัน 180 25
    ไส้อ่อนย่าง 200 20
    พริกหยวกยัดไส้หมูสับ 180 10
    หมูเด้งยัดไส้พริกหยวก 200 25
    พอร์คช็อป 180 15
    ขาหมูทั้งขา 200 20 200 15
    ขาหมูเยอรมัน 200 15
    ขาหมู บั้ง+ทาเกลือ+หนังแช่น้ำสัม 15 นาที ผึ่งแดด 4 ชม. 200 15 200 15
    หมูก้อนทอด 180 5/5
    หมูก้อนกระเทียมพริกไทย 200 7 200 5
    ท้องปลาแซลมอนแดดเดียว 180 10/10
    ปลาสลิด 180 15/15
    ปลาทอด 200 20/10
    ปลาช่อนแดดเดียว 180 15/10
    ปลาแห้งปลากรอบ 180 20
    ปลาอินทรีย์หอมทอด 180 20
    ปลาอินทรีย์เค็ม ชิ้น 180 10 180 10
    เต้าหู้ชิ้นๆ ทอดสีเหลืองอ่อน
    (พองกรอบต่อด้วยรอบ 2)
    180 15 200 10
    กล้วยห่ามปิ้ง 180 10 180 10
    เม็ดทุเรียน 180 12
    กุยช่ายทอด 180 20

    Image by Pexels from Pixabay