Author: admin

  • สูตรต้มข่าไก่บ้านใส่กะทิ และเห็ดหอมสด

    ต้มข่าไก่บ้านเห็ดหอมสด

    เครื่องปรุง

    ไก่บ้าน 1/2 ตัว (ประมาณ 500 กรัม)

    ข่าอ่อน 1 ถ้วยตวง

    ตะไคร้หั่นเป็นท่อน 4-5 ต้น

    มะพร้าวขูดขาว 1/2 กิโลกรัม

    เห็ดหอมสด 1 ถ้วยตวง

    มะเขือเทศสีดา 10 ผล

    พริกขี้หนูสีแดง 15-20 เม็ด

    ผักชีสำหรับโรยหน้า

    มะนาว 3-4 ผล

    น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ

    ใบมะกรูด 3-4 ใบ

    วิธีทำ

    1.นำมะพร้าวมาคั้นกะทิให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง หางกะทิ 2 ถ้วยตวง

    2.ไก่ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ จะแล่เอาแต่เนื้อก็ได้ พักไว้

    3.หางกะทิ 2 ถ้วยตวง ตั้งไฟพอเดือดใส่ข่าและไก่ลงต้มให้สุก ใส่ตะไคร้ พอเดือดเติมน้ำปลา ชิมรส ใส่ใบมะกรูดฉีก เห็ดหอม (ที่ล้างและลวกสุกแล้ว) พอเดือดใส่มะเขือเทศทั้งลูก พอเดือดสักเดี๋ยวยกลง เทหัวกะทิใส่ลงไป ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูบุบ น้ำมะนาว น้ำปลา ชิมรส ให้รสค่อนข้างจัด โรยหน้าด้วยใบผักชี เสิร์ฟทันที

    เคล็ดลับ
    น้ำที่ใช้คั้นกะทิควรเป็นน้ำสุก และต้องยกหม้อต้มข่าลงมาปรุงรสข้างล่าง และควรปรุงรสแค่พอเสิร์ฟ เพราะถ้าปรุงลงในหม้อแล้วเวลานำไปอุ่นอีกจะขม

  • ตรวจล็อตเตอรี่

     

     

     

     


  • วิธีทำสังขยาไข่ สูตรโบราณ ไม่ใส่แป้ง

    วิธีทำสังขยาไข่ สูตรโบราณ ไม่ใส่แป้ง

    สังขยา เป็นขนมไทยโบราณ ที่นิยมรับประทานกันมาเป็นเวลานานแล้วนะคะ เป็นขนมที่มีคุณค่าทางสารอาหารมาก มีรสชาติอร่อย หวานมัน ส่วนผสมในการทำไม่ได้มีมากเลยค่ะ แต่ต้องใช้ความพิถีพิถันในการจัดเตรียมสักหน่อย ในสมัยนี้สังขยา มีการดัดแปลง เพิ่มเติม ส่วนประกอบอื่นๆ ลงไป  ก็เป็นความหลากหลายในวิวัฒนาการของอาหารนะคะ แต่สูตรนี้เราขอนำเสนอ วิธีทำสังขยาไข่ สูตรโบราณ ไม่ใส่แป้ง มานำเสนอค่ะ

    สังขยา สูตรโบราณ

    ส่วนผสม

    กะทิ 3 ถ้วย (มะพร้าวขูด 1 กก. คั้นด้วยน้ำ 2 ถ้วย)
    น้ำตาลตะโหนด 1 1/2 ถ้วย
    ไข่ตีฟู 6 ฟอง

    วิธีทํา

    ผสมน้ำตาลกับกะทิเข้ากันดีแล้ว กรองด้วยผ้าบางหรือ กระชอน ๆ ผสมไข่ที่ฟูลงคนจนเข้ากันดีแล้วนึ่งสังขยา
    ส่วนนี้มี ลักษณะอ่อน นิยมใช้สําหรับนึ่งผสมมะพร้าว นึ่งในภาชนะที่จะนําไปเสิร์ฟได้
    นึ่งสําหรับตักใส่หน้าข้าวเหนียว ถ้าจะให้ตัดได้ เช่น นึ่งในถาดแล้วตัดเป็นชิ้น ขอให้เติมไข่ลงอีก 2 ฟอง และควรจะเพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย

    ถ้าทําสังขยาฟักทอง ใช้ฟักทองทั้งผลคว้านแล้วตกสังขยา ใส่ให้เต็มแล้วนึ่ง ขอให้ใส่ไข่เพิ่มอีก 4 ฟอง
    สังขยาฟักทองอย่างนี้ สุกยาก กรุณานึ่งให้สุกจริงๆ สําหรับน้ำตาลท่านจะเติมอีกบ้างก็ได้ ถ้าท่านชอบสังขยาที่หวานกว่าส่วนที่ให้ไว้

  • การดูแลตัวเองของผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือน

    การดูแลตัวเองของผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือน

    ผู้หญิงกับเรื่องกวนใจในช่วงนั้น ในช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนนั้น เป็นช่วงที่คุณผู้หญิงมักจะหงุดหงิด นอกจากฮอร์โมนที่แปรปรวนแล้ว ยังเป็นเพราะความรู้สึกรำคาญ ด้วยความเหนอะหนะ บริเวณส่วนบอบบางในช่วงวันที่ 2-3 ของการมีประจำเดือน เวลาทำงานก็ไม่คล่องตัว และยังกลัวกลิ่นอับ ทำให้คุณผู้หญิงหมดความมั่นใจไปเลย ถ้าคุณมีความกังวลเรื่องนี้ เรามีวิธีการดูแลอย่างถูกต้องมาฝากกันค่ะ

    ในช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือน จะมีอาการคัน และมีกลิ่นอย่างรุนแรงบริเวณพื้นผิวบอบบาง นั่นเป็นเพราะว่า เป็นช่วงที่จะมีความอับชื้นมากกว่าปกติค่ะ เพราะมีการยักย้ายถ่ายเทของเหลวในร่างกายที่เรียกว่า ประจำเดือน อยู่ตลอดเวลา หากประจำเดือนเกิดการหมักหมม นานๆเข้าก็จะทำให้ส่วนที่บอบบางติดเชื้อขึ้นได้ เนื่องจากเลือดทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และเมื่อติดเชื้อก็จะเกิดอาการคัน และจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาด้วย เจ้ากลิ่นที่ว่านี้ เกิดจากการหมักหมมของประจำเดือนผสมกับเหงื่อที่ออกมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นนั่นเองค่ะ

    สาเหตุที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อบริเวณส่วนที่บอบบางในช่วงมีประจำเดือนนั้นมีหลายอย่าง เช่น ว่ายน้ำในช่วงมีประจำเดือน มีโอกาสที่สิ่งสกปรกจะเข้าไปในช่องคลอดได้ง่ายดาย ถ้าน้ำในสระว่ายน้ำไม่สะอาดเพียงพอ เราจึงควรงดการลงสระว่ายน้ำในช่วงนี้ดีกว่านะคะ

    การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดที่ไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงได้ ปกติผ้าอนามัยแบบสอด จะมีการซีลป้องกันมาเป็นอย่างดี แต่อยู่ที่การเก็บรักษาของเจ้าของด้วยค่ะ ต้องให้แน่ใจว่าเก็บรักษาในสถานที่สะอาด ถูกสุขลักษณะเป็นอย่างดี ก่อนที่จะนำมาใช้งานนะคะ

    การปล่อยให้ผ้าอนามัยเปียกชุ่มหลายๆ ชั่วโมง เป็นสภาวะที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี เราจึงควรเปลี่ยน เมื่อผ้าอนามัยได้ซึมซับไว้จนชุ่ม หรือเปลี่ยนผ้าอนามัย ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง

    ในช่วงมีประจำเดือน เราจึงควรทำความสะอาด โดยใช้น้ำอุ่น และสบู่เหลวเฉพาะที่ ที่อ่อนโยน และสามารถยับยั้งการก่อตัวของเชื้อโรคได้ดี เช่น สบู่เหลวเฉพาะที่สำหรับผู้หญิง ฟอกทำความสะอาดบริเวณภายนอก และไม่ควรนั่งหรือนอนอาบน้ำในช่วงนี้ เพราะสิ่งสกปรกอาจเข้าไปในช่องคลอด ทำให้ติดเชื้อได้ เมื่อล้างทำความสะอาดแล้วก็เช็ดส่วนที่บอบบางให้แห้งสนิท โดยเช็ดจากด้านบนลงไปด้านล่าง และสุดท้ายก็สวมใส่ผ้าอนามัยที่สะอาด เท่านี้ก็รู้สึกมั่นใจได้เต็มที่ค่ะ

    รู้ข้อแนะนำที่ถูกต้องในช่วงมีประจำเดือนแล้ว ลองปฏิบัติดูนะคะ แล้วอย่าลืม หมั่นทำความสะอาดส่วนที่บอบบางอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไร้กังวลกับเรื่องกลิ่นอับที่เกิดในช่วงนั้นของเดือนกันซะที ทำให้เราเกิดความมั่นใจ ไม่หงุดหงิดแน่นอนค่ะ

  • 11 วิธีกำจัดทอนซิลสโตนด้วยตัวเอง ใครมีกลิ่นเหม็นในลำคอควรตรวจหาสาเหตุและวิธีแก้ไข

    11 วิธีกำจัดทอนซิลสโตนด้วยตัวเอง ใครมีกลิ่นเหม็นในลำคอควรตรวจหาสาเหตุและวิธีแก้ไข

    วิธีกำจัดทอนซิลสโตนด้วยตัวเอง

    คุณมีปัญหาปากเหม็น หรือลมหายใจเหม็น ทั้งๆ ที่คอยรักษาความสะอาดฟันอย่างดี มั่นใจว่าได้แปรงฟันอย่างสะอาดแล้ว แต่กลิ่นเหม็นในคอ ก็ยังไม่หายไป นั่นเป็นเพราะว่า คุณอาจจะมีก้อนทอนซิลสโตน เกาะอยู่ในต่อมทอนซิลก็ได้

    วิธีการตรวจสอบ คือ อ้าปากกว้าง แลบลิ้นออกมา เพื่อเปิดช่องคอ แล้วกดบริเวณที่ต่อมทอนซิล ซึ่งจะอยู่ที่ด้านล่างของขากรรไกร แล้วส่องกระจกดูว่า บริเวณนั้นมีก้อนสีขาวๆ เหลืองๆ ไปเกาะอยู่หรือเปล่า ก้อนสีเหลือในต่อมทอนซิลนี้ เกิดจากการสะสมของเศษอาหาร และตะกอนน้ำลาย ไปเกาะอยู่ในรูช่องว่างของต่อมทอนซิล ทำปฎิกิริยากับเชื้อแบคทีเรีย ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรุนแรง ที่เรียกว่า ทอนซิลสโตน หรือ นิ่วในคอ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ จะขาดความมั่นใจในการพูด และพบปะกับคนอื่น ก่อให้เกิดปัญหาบุคลิกภาพมากทีเดียว

    วิธีการแก้ไขทางการแพทย์ มีการกำจัดให้หายไปได้ถาวร ด้วยการผ่าตัดนำนิ่วทอนซิลออกไป และเฉือนไม่ให้มีช่องว่างไม่ให้มีอะไรไปเกาะ แต่วิธีนี้ อาจจะยากเกินไป และมีคนที่กลัวการผ่าตัดอยู่ไม่น้อย เราเลยมาหาวิธีแก้ปัญหาทอนซิลสโตนด้วยตัวเองกันดีกว่า

    ไซริงค์ปลายโค้ง

    วิธีกำจัดก้อนทอนซิลสโตนด้วยตัวเอง และการป้องกันการเกิดการสะสมการเกิดขึ้นใหม่ มีได้หลายวิธีดังต่อไปนี้

    1. ใช้คอตตันบัดเขี่ย และนำก้อนนิ่วทอนซิลออกมาตรงๆ หรือบางคนอาจจะใช้นิ้วล้วงออกมาก็ได้

    2. ใช้ Waterpik หรือ อุปกรณ์ฉีดน้ำเกลือฉีดเข้าไปให้ก้อนนั้นหลุดออกมา หรือจะใช้ไซริงค์ปลายโค้งก็ได้ จะช่วยให้เข้าถึงซอกหลืบได้ง่ายยิ่งขึ้น

    3. กดที่คอ แล้วขากออกมาแรงๆ หลักการคือ ทำให้บริเวณต่อมทอนซิลนั้นสั่นสะเทือน ทำให้ก้อนหลุดออกมาได้

    4. กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลืออุ่นๆ หรือ ใช้เกลือชมพูผสมน้ำอุ่น กลั้วคอแรงๆ

    5. กินอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำมะนาว สับปะรด จะช่วยในการย่อยสลาย และไม่ให้มีก้อนสะสมเพิ่มใหม่

    6. กินโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติค หรือ อาหารที่มีโปรไบโอติค เช่น น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล ซุปมิโสะ กิมจิ จะช่วยให้ร่างกายกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีออกจากร่างกาายตามธรรมชาติ

    7. ลดอาหารจำพวกแป้ง เบเกอรี่ต่างๆ อาหารเหล่านี้มีน้ำตาลสูง และเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียต่างๆ และควรกินผักผลไม้ให้มากขึ้น

    8. งดของทอด ของเผ็ด เพราะอาหารการกินเหล่านี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดก้อนทอนซิลได้่

    9. แปรงฟัน และ แปรงลิ้น ใช้น้ำเกลือบ้วนปากทุกครั้งหลังแปรงฟัน

    10. การฝึกลมหายใจ หายใจเข้าออกอย่างช้าๆ  และกลั้นหายใจสัก 1 นาที จากนั้น ก็เริ่มหายใจตามปกติ

    ก็มีหลายวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาทอนซิลสโตนนะคะ ทดลองทำดูหลายๆ อย่างประกอบกัน ก็จะช่วยให้หายจากการมีนิ่วทอนซิล มีลมหายใจสดชื่น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ค่ะ

  • คุณลืม Return Air หรือเปล่า ห้องคุณจึงไม่เย็น

    คุณลืม Return Air หรือเปล่า ห้องคุณจึงไม่เย็น

    คุณเคยเจอปัญหาห้องร้อน ทั้งๆ ที่คุณก็เปิดเครื่องปรับอากาศ และตั้งอุณภูมิต่ำๆ ไว้แล้ว ไหม? ลองสำรวจอีกทีดีกว่า ว่าช่างเขาลืมทำ Return Air ให้กับห้องของคุณหรือเปล่า?

    คุณลืม Return Air หรือเปล่า ห้องคุณจึงไม่เย็น

    …..ลองหาแก้วน้ำมา 1 ใบ ใส่น้ำให้เต็มถ้วยแก้วจนน้ำเต็มแก้วล้นปรี่ แล้วพยายามเทน้ำใส่เขาไปในถ้วยนั้นอีก (แม้ว่าถ้วยน้ำจะมีน้ำเต็มแล้วก็ตาม) คุณจะสังเกตได้ว่าน้ำที่คุณพยายามเทเข้าไปใหม่ จะไม่เข้าไปอยู่ในแก้วได้เลย ฉันใดก็ฉันนั้น เฉกเช่นเดียวกับระบบปรับอากาศ ที่ลมจากเครื่องเป่าลมเย็นจะไม่เป่าลมเย็นออกมา หากไม่มีช่องให้อากาศในห้องไหลวนออก

    …..ช่อง Return Air ก็คือช่องที่ให้อากาศภายในห้องได้ไหลวนกลับสู่เครื่องปรับอากาศ หากเป็นเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กจะมีช่อง Return Air ที่ตัวเป่าลมเย็นในห้องแต่ละห้องเลย (มักอยู่ด้านล่างหรือด้านหลังของที่เป่าลมเย็น) หากเป็นระบบใหญ่ หรือที่เรียกว่าระบบ Central Air ตัวเป่าลมเย็นอาจจะอยู่ห่างจากห้องออกไป มีแต่เพียงท่อลมที่ต่อออกจากที่เป่าลมเย็นวิ่งมายังห้องที่เราอยู่

    …..คุณลองเอากระดาษไปบังช่อง Return Air เพื่อไม่ให้ลมไหลกลับนั้นดู สักครู่เดียวคุณจะรู้สึกทันทีว่าห้องคุณร้อนขึ้น

    …..สำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก มักไม่ค่อยมีปัญหา (ขอเพียงแต่อย่านำเฟอร์นิเจอร์ไปบังก็พอแล้ว) แต่หากเป็นระบบใหญ่บางอาจจะให้ลมไหลย้อนกลับทางประตู หากปิดประตู หรือเปลี่ยนชนิดของประตู (เช่นจากบานเกล็ดที่ลมผ่านออกไปเป็นบานตันๆ) ระบบ Return Air ไม่ทำงาน ห้องคุณก็ร้อนไง!!!

    …..ปัญหานี้มักไม่ค่อยเกิดขึ้นโดยตรงกับเจ้าของอาคารหรือเจ้าของบ้าน แต่มักจะเกิดจากความขัดแย้งของแบบสถาปัตยกรรม-แบบวิศวกรรมเครื่องกล –แบบตกแต่งภายใน โดยไม่มี C.M.คอยตรวจเช็ค

  • สูตรทำไส้อั่ว

    สูตรทำไส้อั่ว

    ไส้อั่ว

    เครื่องปรุง

    หมูติดมันเล็กน้อยสับหยาบ 1 กิโลกรัม

    ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

    ไส้หมู 1 พวง

    น้ำปลา

    เครื่องปรุงน้ำพริก

    พริกแห้ง 7 เม็ด

    กระเทียม 6 กลีบ

    ตะไคร้ 3 ต้น

    ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

    ดีปลี 2 เม็ด

    หัวหอม 4 หัว

    ข่า 5 แว่น

    รากผักชี 4 ราก

    กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1.ไส้หมูล้างตากให้หมาด แล้วกลับข้างในออกล้าง และตากอีกครั้งจนหมาด
    2.โขลกเครื่องน้ำพริกให้แหลกละเอียด
    3.คลุกหมูกับน้ำพริก แต่งรสด้วยน้ำปลา และเติมใบมะกรูดหั่นฝอย
    4.กรอกส่วนผสมทั้งหมดลงในไส้หมูให้เต็ม เจาะไส้หมูให้พอมีรูเป็นระยะเพี่อจะไม่ทำให้ไส้แตกเวลาปิ้ง
    5.ผูกหัวท้ายไส้ด้วยเชือก แล้วปิ้งบนตะแกรงบนเตาถ่าน ไฟอ่อน ๆ อาจเติมกากมะพร้าวลงไปเป็นถ่านเพื่อให้มีควันหอมรมใส่ที่ปิ้ง สุกแล้วหั่นแฉลบเป็นชิ้นพอคำ รับประทานกับ ขิงอ่อน พริกขี้หนู กะหล่ำปลี ฯลฯ

  • มัจฉาแปลงโฉม

    มัจฉาแปลงโฉม

    เครื่องปรุง

    ปลาทูนึ่งตัวใหญ่ 10 ตัว

    ขิงซอย 1/2 ขีด

    หอมซอย 1/2 ถ้วย

    ถั่วลิสงคั่วบุบ 1/3 ถ้วย

    ผิวมะนาว 2 ช้อนชา

    มะนาว 3 ผล

    เกลือ 1 ช้อนชา

    ต้นหอมซอย 1/3 ถ้วย

    ผักชีซอย 2 ต้น

    พริกขี้หนูป่น 2 ช้อนชา

    ผักกาดหอม 2 ต้น

    ขนมปังปอนด์สี่เหลี่ยมลูกเต๋าทอดกรอบ 3 แผ่น

    วิธีทำ

    นำปลาทูมาทอดให้เหลือง ลอกหนังออกเอาแต่เนื้อมายีให้ฟู นำมาเคล้ากับขิงซอย หอมซอย ผิวมะนาว ต้นหอม ผักชีพริกขี้หนูให้เข้ากัน แล้วจึงปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำมะนาว ใส่ถั่วลิสงคั่วคลุกให้เข้ากัน จัดใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม โรยขนมปังทอดกรอบรับประทานเป็นอาหารว่าง กับแกล้ม

  • แกงส้มยอดมะพร้าวพริกสด

    แกงส้มยอดมะพร้าวพริกสด

    เครื่องปรุง

    ยอดมะพร้าวหั่น 1 ถ้วย

    กุ้งชีแฮ้ปอกเปลือก 9 ตัว

    พริกเหลือง 2 เม็ด

    พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด

    หอมแดง 3 หัว

    กระเทียม 5 กลีบ

    กะปิดี 1 ช้อนชา

    น้ำปลาดี 2 ช้อนชา

    น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

    วิธีทำ

    โขลกพริก หอม กระเทียม กะปิ เกลือ จนละเอียด กุ้งต้มสุก 3 ตัว ลงไปโขลกด้วย ตั้งน้ำเดือด ใส่น้ำพริกแกง พอเดือดปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล ใส่ยอดมะพร้าว และกุ้ง พอสุกยกลง

    เคล็ดลับ

    1. แกงพริกสด รสจะอร่อย

    2. ควรใช้พริกขี้หนูสวนโขลกทั้งขั้วพริกจะหอมมาก

  • กะหล่ำปลีราดซอส

    กะหล่ำปลีราดซอส

    เครื่องปรุง

    เนื้อสันในบดละเอียด 300 กรัม

    หัวหอมใหญ่หั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    ซอสมะเขือเทศกระป๋อง 3 ช้อนโต๊ะ

    ไข่ 1 ฟอง

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

    กะหล่ำปลีกาบใหญ่ ๆ 5 กาบ

    น้ำมันสำหรับทอด

    วิธีทำ

    ล้างกะหล่ำปลีให้สะอาด แล้วตัดก้านตรงแข็ง ๆ ออกบ้าง นำไปนึ่งในลังถึงให้พอตายนึ่ง พักไว้ให้เย็นผสมเนื้อบด หัวหอมใหญ่หั่นละเอียดพริกไทยป่น เกลือป่น และไข่เคล้าให้เข้ากันแล้วตักเนื้อที่ผสม ใส่บนกาบกะหล่ำปลีที่นึ่งแล้วห่อให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อน พอสุกตักขึ้นใส่หม้อ เติมซอสมะเขือเทศ ใส่น้ำซุปตั้งไฟเคี่ยวต่อไปประมาณ 10 นาที ไฟอ่อน ถ้าจะให้หอมยิ่งขึ้น เหยาะซีอิ๊วฝรั่งลงนิดหน่อย เคี่ยวพอน้ำข้นก็ยกลงได้