Author: admin

  • 5 โรคที่พบบ่อยในเด็ก

    5 โรคที่พบบ่อยในเด็ก

    ลิ้นเป็นฝ้า

    ฝ้าขาวที่เกาะอยู่ที่บนลิ้น กระพุ้งแก้มของเด็กเกิดจากผิวชั้นออกของลิ้นที่ลอกออกและมีน้ำลายผสมคราบนมหรือเศษอาหารมาเกาะ บางครั้งก็มีเชื้อรา ทำให้เห็นเป็นปื้นขาวๆเกาะแน่นอยู่บนลิ้นทำให้เด็กเจ็บลิ้นและเบื่อนมได้

    การป้องกันลิ้นไม่ให้เป็นฝ้าทำได้โดยให้เด็กดูดน้ำหลังดูดนมทุกครั้งเพื่อล้างคราบนมที่ติดอยู่ในช่องปาก ถ้ายังไม่ได้ผลก็ให้ใช้สำลีหรือผ้ากอซที่สะอาดชุบน้ำอุ่นหรือกลีเซอรีนบอแรกซ์เช็ดทำความสะอาดลิ้นและปากเด็กวันละ 2-3 ครั้ง หากมีฝ้าขาวเกาะติดเป็นแผ่นคราบบริเวณผนังภายในปากด้านกระพุ้งแก้ม ซึ่งรักษาความสะอาดยาก ควรใช้น้ำยาสีม่วง (เจนเชียนไวโอเล็ต 1%) ป้ายวันละครั้ง ถ้าใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นแล้วยังไม่หายก็ควรไปปรึกษาแพทย์

    ตาแฉะ

    เมื่อแรกเกิดแพทย์จะหยอดตาเด็กทันทีเพื่อป้องกันโรคหนองในและเชื้อโรคต่างๆเข้าตาเด็กซึ่งยานี้อาจทำให้ตาของเด็กแฉะมีขี้ตาขาวๆได้ซึ้งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหนังตาเด็กบวมแดง มีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเหลืองปนสีเขียวแสดงว่ามีเชื้อโรคเข้าตาจะทำให้เด็กตาอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์

    มีไข้

    เมื่อเด็กมีไข้ควรเช็ดตัวให้เด็กบ่อยๆโดยใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาบิดหมาดๆ เช็ดตามซอกคอ ข้อพับต่างๆเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย ไม่ควรใช้น้ำเย็นเช็ดตัวเด็ก เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทันทำให้อาการไข้ทรุดลงอีก ควรให้เด็กสวมเสื้อผ้าบางๆเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวเด็กได้ดีขึ้นและควรให้เด็กดื่มหรือดูดน้ำมากๆ (น้ำผลไม้ก็ได้) หากไข้ยังไม่ลดควรพาเด็กไปพบแพทย์

    ชัก

    การชักของเด็กมักเกิดจากมีไข้สูงมักพบในเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 6 ปีโดยทั่วไปอาการชักเกร็งจะเป็นอยู่ 2-3 นาที ก็หายแต่ถ้าชักนานอาจทำให้การหายใจของเด็กมีปัญหา ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนทำให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้

    เมื่อเด็กชักควรอุ้มให้นอนตะแคง ศีรษะต่ำ ใช้ลูกยางดูดเสมหะออกจากคอและจมูก คลายเสื้อผ้า ให้หลวมเพื่อให้ความร้อนระบายออก เช็ดตัวเพื่อลดไข้ด้วยน้ำธรรมดาโดยเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ ระวังอย่าให้เด็กกัดลิ้นตัวเองโดยใช้ผ้าพันปลายช้อนใส่เข้าไป ในปากให้อยู่ระหว่างฟันเด็ก อย่าให้ศีรษะกระแทกพื้นระหว่างชัก อาจให้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์

    ผด ผื่นต่างๆ

    ผื่นผ้าอ้อม เกิดจากผ้าอ้อมซักไม่สะอาด ทำให้ระคายเคืองผิวเด็ก ผ้าอ้อมเปียกชื้นเป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค เด็กนอนจมฉี่ไม่เปลี่ยนผ้าอ้อม (รวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปด้วย) อับชื้นนานๆ แอมโมเนียในฉี่เด็กทำให้เกิดผื่นผ้าอ้อมได้ แก้ไขโดยการซักผ้าอ้อมให้สะอาด ตากแดดให้แห้งสนิท เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมควรทำความสะอาดก้นเด็กด้วยสำลีชุบน้ำ เช็ดให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งสนิทก่อนใส่ผ้าอ้อมใหม่ หากเป็นมากก็ควรปล่อยเด็กล่อนจ้อนบ้างเพื่อให้อากาศถ่ายเทดี หากยังไม่หายก็ควรไปพบแพทย์

    ผื่นในรอยพับ ถ้าเด็กอ้วนมากเนื้อจะย่นเป็นชั้นๆจนเกิดรอยพับเป็นที่หมักหมมความชื้น การเสียดสีทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดง ควรอาบน้ำเด็กให้สะอาดโดยเฉพาะบริเวณรอยพับให้สะอาดแล้วเช็ดตัวเด็กให้แห้งแล้วทาแป้งบางๆอาจทาวาสลินบริเวณรอยย่นรอยพับเพื่อกันการเสียดสีระคายเคือง

    ผด  เมืองไทยอากาศร้อนทำให้เกิดผดเม็ดเล็กๆแดงๆบริเวณคอ ไหล่ หน้าอก ใบหน้า ลำตัวเด็ก ควรอาบน้ำเด็กบ่อยๆ เช็ดตัวให้แห้ง ทาแป้งบางๆ สวมใสเสื้อผ้าบางๆให้เด็ก ถ้าเกิดอาการคันด้วยให้ใช้ยาคาลามายน์ทาแก้คันได้

  • ตารางการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่เด็กควรได้รับ

    ตารางการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่เด็กควรได้รับ

    ตารางแสดงการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่เด็กควรได้รับ

    อายุ
    วัคซีนป้องกันโรค
    แรกเกิด
    วัคซีน บีซีจี ป้องกันโรควัณโรค
    * ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 1
    2 เดือน
    คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 1
    โปลิโอ ครั้งที่ 1
    ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 2
    4 เดือน
    คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 2
    โปลิโอ ครั้งที่ 2
    6 เดือน
    คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 3
    โปลิโอ ครั้งที่ 3
    ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 3
    9-12 เดือน
    ** หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 1
    1 1/2 ปี
    คอตีบ บเดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 4
    โปลิโอ ครั้งที่ 4
    *** ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1
    ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 2 (ห่างจากครั้งแรก 1-2 สัปดาห์)
    2 1/2 ปี
    ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3
    4-6 ปี
    คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 5
    โปลิโอ ครั้งที่ 5
    **** วัคซีน บีซีจี ป้องกันวัณโรค
    12-16 ปี
    ***** หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 2
    คอตีบ บาดทะยัก ครั้งที่ 6

     

    หมายเหตุ วัคซีนทุกชนิด ถ้าเด็กไม่ได้เริ่มฉีดตามกำหนดให้เริ่มฉีดได้ทันที
    * ถ้าแม่เป็นพาหะของโรค เด็กต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี เข็มแรกภานใน 24 ชั่วโมง เข็มต่อไปฉีดเมื่ออายุ 1 เดือนและ 6 เดือนตามลำดับ
    ** ในกรณีที่ไม่มีวัคซีนรวม หัด คางทูม หัดเยอรมัน ให้ใช้วัคซีนหัดแทน
    *** วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบจำเป็นต้องฉีคถ้าเด็กอยู่ในท้องถิ่นที่มีโรคนี้ชุกชุมโดยให้ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ห่างกัน 1-2 สัปดาห์และครั้งที่ 3(เข็มกระตุ้น)
    ห่างจากเข็มแรก 1 ปี
    **** วัคซีน บีซีจี ให้ในรายที่ไม่มีแผลเป็นจากการฉีดวัคซีนชนิดนี้ในครั้งแรก บีซีจี ห้ามให้ในเด็กที่มีอาการของโรคเอดส์
    ***** ในกรณีที่ไม่มีวัคซีนรวม หัด คางทูม หัดเยอรมัน ให้ใช้วัคซีนหัดเยอรมันแทน

  • ตารางแสดงพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน

    ตารางแสดงพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน

    ตารางแสดงพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน

    พัฒนาการในช่วง
    พัฒนาการทางร่างกาย
    พัฒนาการทางด้านอารมณ์
    พัฒนาการด้านสังคม

    ความต้องการของเด็ก

    วัยแรกเกิด
    • น้ำหนัก 3-3.5 ก.ก.
    • ส่วนสูงประมาณ 50 ซ.ม.
    • สามารถเอียงศีรษะไปด้าน
      ข้างได้ เมื่อนอนหงายหรือ
      นอนคว่ำในท่าที่จับวางไว้
    • สามารถเคลื่อนไหวท่อนแขน
      ได้แบมือกำมือได้
    • เคลื่อนไหวท่อนแขนมากกว่า
      ท่อนขา
    • อาจมีอาการตกใจง่ายโดยแสดง
      อาการเกร็งหรือผวา
    • ไม่ชอบการเคลื่อนไหวมากเกินไป
    • ไม่ชอบอุ้มนานๆ
    • แสดงอาการพอใจได้บ้างโดยทำ
      เสียงในคอเบาๆ
    • ชอบนอนโดยไม่มีการรบกวน
    • เมื่อร้องไห้จะหยุดได้ถ้ารู้สึกถึง
      สัมผัสที่นุ่มนวล
    • เมื่อเริ่มให้ดูดนมครั้งแรกอาจ
      ไม่ยอมดูด แต่จะดูดได้ดีขึ้นในวันที่
      2-3
    • ต้องการความอบอุ่นทางร่างกาย
      โดยการพันผ้ารอบตัวของเด็ก
      (ไม่แน่นเกินไป)
    • ต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ
      จากสัมผัสอันอบอุ่นของแม่
    • ต้องการดูดนม
    • ต้องการความเงียบเพื่อนอนนานๆ
      และแสงที่ไม่จ้าเกินไป
    • ต้องการความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้า
    • ต้องการการพูดคุยด้วยในยามตื่นนอน
    อายุ 1 เดือน
    • น้ำหนัก 4-4.5 ก.ก.
    • ส่วนสูงประมาณ 55 ซ.ม.
    • เมื่ออุ้มพาดบ่าจะผงกศีรษะ
      ขึ้นได้บ้าง
    • สามารถมองตามสิ่งที่เคลื่อนไหว
      อยู่ข้างหน้าได้ในระยะใกล้ๆ
    • เมื่อตื่นนอนจะมองไปรอบๆตัว
    • แขนขายังเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน
    • ต้องการนอนนานๆเกือบเท่าระยะ
      แรกเกิด
    • อารมณ์โดยทั่วไปไม่แตกต่างกับ
      ระยะแรกเกิดมากนัก
    • เริ่มยิ้มได้
    • เมื่อมีคนเข้ามาใกล้จะเริ่มมอง
      และเมื่อมีคนอุ้มจะมีอาการเกร็ง
      ตัวเล็กน้อย
    • สามารถแสดงอาการสะท้อนความรู้สึก
      ได้บ้าง เช่น ร้องเมื่อกลัวกับร้องเมื่อไม่
      สบายตัวจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
    • ต้องการเช่นเดียวกับระยะแรกเกิดทุกอย่าง
    • ต้องการให้มีคนเอาใจใสพูดคุยด้วยมากขึ้น
    • ต้องการดูของเล่นที่เคลื่อนไหวได้
    อายุ 3 เดือน
    • น้ำหนัก 5-6.2 ก.ก.
    • ส่วนสูงประมาณ 60 ซ.ม.
    • ชันคอได้บ้างสามารถพลิกตัว ผงก
      ศีรษะและหันไปมาได้
    • บังคับกล้ามเนื้อได้บ้าง ถีบเท้าได้
    • มองดูและเล่นนิ้วตัวเองได้
    • ต้องการนอนหลับลดลงกว่าเดิม
    • แสดงความรู้สึกพอใจด้วยการเปล่ง
      เสียงอ้อแอ้
    • ยิ้มได้บ่อยครั้งมากขึ้น
    • แสดงความรู้สึกทางสีหน้าได้
    • สนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
    • มองหน้าแม่ขณะดูดนม มองคนที่อยู่
      ใกล้ๆได้
    • รู้จักหยุดฟังเสียง เริ่มจำเสียงแม่ได้
    • ความต้องการพื้นฐานเช่นเดียวกับเด็กอ่อน
    • ต้องการของเล่นที่เหมาะสมกับการพัฒนา
      ของร่างกายเด็กวัยนี้
    • ต้องการคนโอบกอดและพูดคุย
    • ต้องการอาหารเสริม
    อายุ 6 เดือน
    • น้ำหนัก 7-7.5 ก.ก.
    • ส่วนสูงประมาณ 65 ซ.ม.
    • คว่ำและหงายได้คล่อง ถ้าช่วยพยุง
      เด็กจะนั่งได้
    • จับของเล่นได้โดยใช้สองมือช่วยและ
      เอาของเข้าปาก
    • เคลื่อนไหวได้ตามความต้องการ
    • ชอบถีบเท้าและขย่มตัว
    • กล้ามเนื้อมือและตาเริ่มประสานกันได้ดี
      ตาจ้องที่ของในมือหรือของอื่นๆที่ห่างออกไป
      และพยายามจะคว้า
    • แสดงอารมณ์ของตนได้ชัดขึ้นโดยใช้อวัยวะ
      และท่าทาง เช่น โกรธก็จะถีบเท้า
    • กระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็น
    • มีความเข้าใจเล็กๆน้อยๆต่อการแสดงออกของผู้ใหญ่
    • แยกแยะได้ระหว่างคนแปลกหน้ากับคนคุ้นหน้า
    • สนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น
    • จำเสียงแม่ได้และหันไปถูกทิศที่แม่ยืมอยู่
    • ต้องการความอบอุ่น ความสะอาด ความเอา
      ใจใส่จากพ่อแม่
    • ต้องการของเล่นที่เหมาะสมกับการพัฒนาในวัยนี้

    การตรวจสอบพัฒนาการของเด็ก

    หากพ่อแม่พบว่าลูกมีลักษณะที่สงสัยว่าอาจจะผิดปกติหรือมีปัญหาการเลี้ยงดูควรพาไปปรึกษาแพทย์พัฒนาการเบื้องต้นที่อาจใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบมีดังนี้
    การได้ยิน ในเดือนแรกเด็กไม่สะดุ้งเวลามีเสียงดังใกล้ตัว/อายุ 6 เดือนไม่หันมองหาตามเสียง
    การมองเห็น เดือนแรกไม่มองหน้า/อายุ 3 เดือนไม่มองตามสิ่งของหรือหน้าคนที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า/6 เดือนไม่คว้าของ/9 เดือน
    ไม่หยิบของชิ้นเล็กๆที่อยู่ตรงหน้า
    การเคลื่อนไหว เดือนแรกแขนขาเคลื่อนไหวน้อย/อายุ 3 เดือนยังไม่ชันคอ/5 เดือนยังไม่คว่ำ/9 เดือนยังไม่นั่ง/1 ปีไม่เกาะยืน/2 ปียัง
    ล้มง่ายเก้ๆกังๆ
    การรู้จักใช้ภาษา อายุ 10 เดือนยังไม่เลียนเสียงพูด/1ปียังไม่เลียนแบบท่าทางยังพูดเป็นคำที่ไม่มีความหมาย /3 ปียังพูดไม่เป็นประโยค

  • สิ่งที่ควรทราบก่อนการให้นมผสมแก่ลูก

    สิ่งที่ควรทราบก่อนการให้นมผสมแก่ลูก

    การให้นมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนมแม่มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยทารกมากที่สุด และยังให้ความอบอุ่นแก่ลูก แต่บางครั้งคุณแม่บางท่านอาจมีความจำเป็นไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองได้ เพราะปัญหาสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กหรือคุณแม่กินยาบางอย่างที่สามารถผ่านมาทางน้ำนมได้เมื่อเป็นเช่นนี้คุณแม่ท่านนั้นจำเป็นต้องใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทน

    สิ่งที่ควรทราบก่อนการใช้นมผสมแก่ลูก

    1. เลือกชนิดของนมให้ถูกต้องตามอายุของเด็ก
    2. ชงให้ถูกส่วนโดยดูตามคำแนะนำข้างกระป๋อง
    3. คำนึงถึงความสะอาดของอุปกรณ์ในการชงนมควรล้างให้สะอาดและต้มในน้ำเดือด 10 นาที
    4. ไม่ควรชงนมทิ้งไว้นานเกินไป หากลูกไม่ดูดให้เททิ้งไม่ควรนำมาให้กินอีกในมื้อต่อไป
    5. เวลาให้นมลูกควรอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนทุกครั้ง
    6. ไม่ควรปิดจุกนมแน่นเกินไป ทำให้อากาศไม่สามารถเข้าไปแทนที่น้ำนมในขวดได้ เวลาดูดน้ำนม
      จะไม่ค่อยไหล ทำให้เด็กหงุดหงิดอารมณ์เสียได้ง่าย
    7. จับขวดนมให้แน่นและเอียงให้พอเหมาะ เพื่อให้มีน้ำนมในจุกขวดตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้
      อากาศเข้าท้องลูก ระหว่างให้นมควรหยุดพักสัก 1-2 ครั้ง เพื่อไล่ลมให้ลูกเป็นระยะ

    วิธีชงนม

    1. ต้มขวดนมและจุกนมในน้ำเดือดประมาณ 10 นาที
    2. ใส่น้ำสุกอุ่นๆตามปริมาณที่ถูกต้องลงในขวดนม อย่าใช้น้ำร้อนจัดชง
      เพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินบางส่วนไป
    3. ตวงนมผงตามมาตราส่วนข้างกระป๋องด้วยช้อนตวงที่บรรจุมากับกระป๋อง
      ปาดให้เรียบด้วยมีดที่สะอาด
    4. ใส่นมผงลงแล้วเขย่าขวดเล็กน้อยเพื่อให้นมผงละลายได้หมด พยายามอย่าเขย่าให้เกิดฟอง
      มากเกินไปโดยการจับขวดนมแล้วหมุนมือเป็นวงกลมเหมือนเอาขวดนมแกว่งในน้ำ จะเกิด
      ฟองน้อยกว่าการเขย่าขึ้นลง
    5. ก่อนให้นมลูก ทดลองหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบว่าอุ่นพอเหมาะ ไม่ร้อนจัด

    วิธีไล่ลม

    • อุ้มลูกนั่งตัก ให้นั่งตัวตรงเอามือรองใต้คางลูกไว้อีกมือลูบเบาๆที่ห้าท้องบริเวณกระเพาะหรือตบเบาๆ
      ลูกจะเรอและผายลมออกมา
    • อุ้มลูกพาดไหล่ ให้คางลูกเกยบนไหล่ของคุณแม่พอดี เวลาลูกอยู่ในท่านี้ลมจะลอยขึ้นมา คุณแม่เพียง
      ตบหลังเบาๆลูกก็จะเรอออกมาโดยง่าย

    ปัญหาที่อาจพบหลังการให้นม

    1. แหวะนม เด็กทุกคนมักจะแหวะนมเวลาเรอ ส่วนมากมักจะแหวะนมออกมาเพียงนิดเดียวซึ่งถือว่าไม่ผิด
      ปกติแต่อย่างใด แต่ถ้าแหวะออกมามากควรหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เช่น ดูดนมมากเกินไป แม่อุ้ม
      ลูกนอนราบไปในขณะให้นมลูก อุ้มลูกแบบเขย่าหรือโยน ลูกร้องมากไป เป็นต้น
    2. สะอึก เป็นอาการปกติที่มักเกิดหลังจากเด็กดูดนมเสร็จแล้ว สักพักก็จะหายไปเอง คุณแม่อาจจะให้ลูกดูดน้ำ
      สักเล็กน้อยอาการก็จะดีขึ้น
    3. อาเจียน ถ้าลูกอาเจียนหลังจากดูดนมตามปกตินมที่ออกมาจะเป็นก้อนสีขาว แต่ถ้าอาเจียนมีกลิ่นเปรี้ยวๆ
      เพราะผสมกับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร อาจเป็นเพราะลูกกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารหรือ
      อาจเริ่มไม่สบายต้องคอยดูแลอาการต่อไป
    4. ท้องอืด แน่นท้อง อาจเกิดจากกินมากเกินไปหรือมีลมเข้าท้องขณะดูดนม ควรใช้การไล่ลมช่วยทุกครั้ง
    5. ท้องผูก เด็กบางคนไม่ถ่ายทุกวัน แต่ถ้าเด็กถ่าย 2-3 วันครั้งหรือไม่ยอมถ่ายหรือถ่ายเป็นก้อนแข็งๆ
      ควรให้ลูกดูดน้ำหรือน้ำผลไมที่สะอาดเพิ่มขึ้น เช่น น้ำส้มคั้น ไม่ควรสวมทวารหรือให้ยาระบายแก่ลูก
      โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
    6. ท้องเสีย ถ้าลูกมีอาการท้องเสียเล็กน้อยอาจผสมนมให้จางลงจนกว่าอาการท้องเสียจะทุเลา การผสม
      นมให้จางลงทำได้โดยการเพิ่มน้ำอีกเท่าตัวหรือลดนมผงลงครึ่งหนึ่งโดยใช้น้ำเท่าเดิม เช่น เคยผสมนม
      2 ช้อนต่อน้ำ 2 ออนซ์ ก็เปลี่ยนเป็นนม 1 ช้อนต่อน้ำ 2 ออนซ์ เป็นต้น แต่ถ้าลูกถ่ายอุจจาระเป็นมูกหรือน้ำ
      บ่อยครั้ง ควรหยุดให้นมหยุดให้อาหารชนิดที่มีกากมากๆ เช่นน้ำผลไม้ ให้ลูกดูดน้ำอุ่นๆและรีบไปพบแพทย์
  • 5 ข้อแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

    5 ข้อแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

    นมแม่เป็นอาหารธรรมชาติที่มีสารอาหารครบถ้วนเหมาะต่อการย่อยและการดูดซึมของร่างกายของลูก ทำให้การเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูกสมบูรณ์ ทั้งยังอุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันโรค การที่แม่ให้ลูกดูดนมแม่เองลูกจะมีความสุขในการดูดนม ซึ่งเป็นความสุขที่ลูกต้องการตามธรรมชาติ ลูกจะดูดนมได้นานเท่าที่ลูกพอใจ และในระหว่างนี้เองสายใยผูกพันระหว่างแม่กับลูกเริ่มแน่นแฟ้นขึ้น การให้นมแม่แก่ลูกจึงมีผลดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจของลูก

    คำแนะนำในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

    1. ควรให้ลูกดูดนมแม่ภายหลังคลอดให้เร็วที่สุด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของแม่ผลิตนมได้มากเพียงพอ
    2. ควรรักษาความสะอาดบริเวณหัวนมก่อนให้นมลูกทุกครั้ง โดยใช้สำลีชุบน้ำต้มเช็ดก่อนให้ลูกดุดนม เมื่อให้นมเสร็จแล้วเช็ดด้วยสำลีอีกครั้ง
    3. ท่าที่ลูกจะดูดนมได้อย่างถูกต้องคือ ให้หัวนมแม่อยู่ที่แก้มใกล้มุมปากลูก โดยธรรมชาติเด็กจะหันปากไปมาจนพบหัวนมและอ้าปากพร้อมจะดูดทันที ไม่ควรจับศรีษะลูกและพยายามดันหัวนมเข้าปากทันที เพราะลูกอาจจะปฏิเสธการดูดนมได้
    4. ควรให้ลูกอมหัวนมถึงส่วนคล้ำรอบหัวนมให้มากที่สุด ถ้าลูกอมตื้นเหงือกเด็กจะกดลงบนหัวนมแม่ทำให้หัวนมแม่เจ็บอาจทำให้เกิดแผลได้
    5. ควรอุ้มลูกให้เรอทุกครั้งหลังการให้นม เพื่อระบายลมออกจากท้อง

      ปัญหาที่พบบ่อยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

      ปัญหาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มักเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ หัวนมหรือเต้านมแม่มีปัญหา กับลักษณะลูกเจ้าปัญหา

      ปัญหาที่เกิดจากแม่คือหัวนมตันเกิดจากมีก้อนไขมันเล็กๆ อุดอยู่ทำให้น้ำนมไหลไม่สะดวกวิธีแก้ไขคือ
      ให้คุณแม่เอาสำลีชุบน้ำอุ่นๆเช็ดบริเวณหัวนม

      ปัญหาอีกอย่างคือหัวนมบอดทำให้ลูกดูดนมไม่ได้ วิธีแก้ไขคือต้องเตรียมตัวตั้งแต่เวลาตั้งครรภ์
      พยายามบีบหัวนมและดึงหัวนมทุกๆวันเวลาอาบน้ำ

      ลักษณะลูกเจ้าปัญหา เช่น หลับเก่งเมื่อดูดนมไปได้ 5 นาทีก็หลับแล้ว เด็กบางรายโมโหง่ายเวลาดูดนมเพราะ
      น้ำนมไม่พอ ดูดไม่ออก จะร้องไห้คุณแม่ต้องใจเย็นๆ อย่าคะยั้นคะยอหรือจับหัวลูกให้ดูดนมต่อ เพราะ ลูกอาจะปฏิเสธการดูดนมแม่ โตขึ้นเป็นเด็กกินยาก

  • มะกอก พลังบำรุงสุขภาพจากพืชพื้นเมืองที่คุณควรรู้จัก

    มะกอก พลังบำรุงสุขภาพจากพืชพื้นเมืองที่คุณควรรู้จัก

    ต้นมะกอกดำ หรือ มะกอกเขียว นั้นเป็นพืชพื้นเมืองในแถบเมดิเตอร์เรเนีน เอเชีย และอัฟริกา อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม ไฟเบอร์ ทองแดง วิตามินเค วิตะมินอี และ โซเดียม

    เมื่อคุณบริโภคน้ำมันมะกอก จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายของคุณในหลายด้านที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น มะกอกเป็นพืชที่เต็มไปด้วยสารอาหารและสารต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือผลกระทบบางส่วนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณบริโภคน้ำมันมะกอก:

    1. การควบคุมน้ำหนักและส่วนผสมที่ดีของไขมัน: มะกอกมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสารต่างๆ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลเลว (LDL) ซึ่งเป็นไขมันที่เสี่ยงต่อการสะสมในหลอดเลือดและส่งผลกระทบต่อหัวใจ การบริโภคมะกอกอาจช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ และมีสารในมะกอกที่ส่งผลให้ร่างกายผลิตโปรตีน Adiponectin ที่ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย.
    2. ประโยชน์สำหรับหัวใจ: มะกอกมีกรดไขมันออเลิก (Omega-3) ที่มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจ โอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบและป้องกันไขมันไม่ดี (LDL) จากการเกิดการออกซิเดชัน นอกจากนี้ มะกอกยังอาจช่วยลดความดันเลือดที่ส่งผลกระทบต่อหัวใจและระบบหลอดเลือดสมอง การศึกษาหลายแห่งพบว่าผู้ที่บริโภคน้ำมันมะกอกมีความเสี่ยงต่ำกว่าในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง.
    3. ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง: มะกอกมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่ช่วยปกป้องร่างกายจากการเสื่อมสภาพเนื่องจากอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการอักเสบและโรคต่างๆ.

    การบริโภคน้ำมันมะกอกอย่างสม่ำเสมอและควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารคุณภาพสูงอื่นๆ จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้กับร่างกายของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ต้องจำไว้ว่านี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ ควรร่วมกับการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารที่สมดุลย์เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีในระยะยาว

  • 5 สิ่งที่ควรทำเมื่อไปเที่ยวโตเกียวในหน้าหนาว

    5 สิ่งที่ควรทำเมื่อไปเที่ยวโตเกียวในหน้าหนาว

    ไม่ต้องบอกก็เป็นที่ทราบกันว่า คนไทยนิยมไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันมากที่สุดในฤดูหนาวค่ะ เพราะบ้านเรา ไม่มีโอกาสจะได้เจออากาศหนาวกันบ่อยๆ และการเที่ยวในฤดูหนาวก็สบายตัว เพราะอากาศไม่ร้อน เดินไม่เหนื่อย ได้แต่งตัวกันเต็มที่ ฤดูหนาวที่โตเกียว มีเสน่ห์มากมาย และมีกิจกรรมต่างๆ ที่เราไม่อยากให้คุณพลาดค่ะ

    1. ดูการประดับตกแต่งไฟ

    ในหน้าหนาว ช่วงปลายๆ ปีก็จะเป็นช่วงเวลาของคริสต์มาสและปีใหม่ หลายๆ ย่านของโตเกียว เช่น สถานีโตเกียว รบปงหงิ ต่างก็ประดับประดาไฟกันอย่างสวยงาม บางสถานที่ก็จัดได้ใหญ่โตอลังการมาก มีทั้งในพื้นที่ที่จะจัดตามช่วงเวลาจำกัด และบริเวณสาธารณะ ที่คุณสามารถเดินดูเล่น และถ่ายรูปกันได้อย่างเพลิดเพลินทีเดียว อยากได้ภาพโบเก้สวยๆ ก็ต้องถ่ายในช่วงนี้แหละค่ะ คุณอาจจะต้องศึกษาดูข้อมูลเสียก่อน ว่าในแต่ล่ะปี จะจัดที่บริเวณไหน ในช่วงวันใด เพื่อให้คุณวางแผนการไปเดินเที่ยว ถ่ายรูปกันได้ล่วงหน้าค่ะ

    1. ซื้อกล่องโชคดี

    ในช่วงปลายปี ร้านค้าจะออกกล่องโชคดี หรือ ถุงโชคดี ซึ่งจะเป็นการรวมสินค้าต่างๆ ของทางร้านมาขายในราคาประหยัดและคุ้มค่า คุณก็ต้องเลือกดูดีๆ นะ ว่าเป็นของที่คุณต้องการหรือไม่ แล้วได้ราคามาประหยัดกว่าราคาปกติจริงไหม

    1. กินโอเด้งของเซเว่น

    ในหน้าหนาว หากได้กินอาหารอุ่นๆ จะรู้สึกฟินมากทีเดียว และอาหารที่ไม่อยากให้คุณพลาด เพราะมันอร่อยมากๆ นั่นก็คือ โอเด้ง หาซื้อได้ง่ายดายตามร้านสะดวกซื้อ ก็คือ ในเซเว่นอีเลเว่นของญี่ปุ่นนี่แหละ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง เต้าหู้อ่อน เต้าหู้ยัดไส้โมจิ ลูกชิ้นไก่ ลูกชิ้นปลา ชิคุวะ มาในน้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม จิ้มๆ ชี้ให้พนักงานหยิบแล้วไปคิดตังค์ เขามีถ้วยหลายขนาดให้คุณเลือกใส่ตามปริมาณที่ต้องการได้เลย

    1. ซื้อผลไม้เมืองหนาว

    หน้าหนาว ผลไม้เมืองหนาวก็ราคาถูก เราจึงควรกินผลไม้ตามฤดูกาลนะคะ นอกจากจะประหยัด ผลไม้ก็ยังอร่อยสุดๆ เช่น สตรอเบอรี่ สตรอเบอรี่ของประเทศญี่ปุ่นจัดว่ามีคุณภาพอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกเลย ใครๆ ก็ติดใจในความหอม หวาน อร่อย  และมีประโยชน์มากตามแบบผลไม้ในตระกูลเบอรี่ กินมากก็ไม่อ้วนด้วยนะ

    5. แช่ออนเซ็น

    ในหน้าหนาว หากได้ลงแช่ในน้ำร้อน เป็นการจบปิดท้ายทริปของวัน ก็จะเป็นการพักผ่อนได้ทั้งกายและใจเลยค่ะ ในโตเกียว ก็มีสถานที่มากมายให้คุณได้ไปแช่ออนเซ็น ทั้งในโรงแรม หรือ ที่อาบน้ำสาธารณะก็มี หากว่าคุณไปญี่ปุ่น อย่าพลาดโอกาสนี้นะคะ

  • 6 เสน่ห์แห่งโตเกียว แนะนำสถานที่พักที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว

    6 เสน่ห์แห่งโตเกียว แนะนำสถานที่พักที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว

    6 สถานที่พักที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว เมื่อไปโตเกียวที่

    ไปโตเกียวพักย่านไหนดี ย่านที่พักในโตเกียวแต่ล่ะที่ก็จะมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไปนะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละย่านนั้น มีจุดเด่นแบบไหน มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ชอบแบบไหน ไปพักที่นั่นกันเลยนะ

    1. อุเอโนะ

    สถานที่ยอดนิยมอันดับหนึ่งของชาวไทยก็ว่าได้ เพราะว่าอุเอโนะ มีจุดเด่นหลายอย่าง มีแหล่งกิน แหล่งช็อปปิ้งราคาประหยัดครบเครื่อง ที่พักมีหลากหลาย และราคาไม่แพงจนเกินไป หรือ หากเป็นช่วงฤดูดอกซากุระบานแล้วล่ะก็ สวนอุเอโนะ ก็เป็นสวนสาธารณะที่เป็นอีกแหล่งชมดอกซากุระที่สวยงามมากเป็นอันดับต้นๆ ของโตเกียวเลยล่ะค่ะและที่สำคัญ มีรถไฟสายเคเซสกายไลน์ ที่สามารถนำคุณเดินทางได้โดยตรงไปกลับยังสนามบินนาริตะได้อีกด้วย สำหรับคนที่กังวลเรื่องเวลาการเดินทาง ก็จะเลือกพักที่ย่านนี้ค่ะ

    2. อากิบาฮาร่า

    คนรักของเล่นมาทางนี้  เพราะย่านนี้จะเป็นแหล่งรวมของเล่น ทั้งของเล่นใหม่ๆ  ของเล่นเก่า ฟิกเกอร์ เครื่องเล่นเกม แผ่นเกมต่างๆ มีร้านดังๆ อย่าง มันดาราเกะ ร้านมือสองอย่าง Hobby Off และนอกจากนั้น ก็ยังเต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลาย ให้คุณได้เลือกได้ชม หากต้องการมาช็อปปิ้งที่ย่านนี้ล่ะก็ ไม่มีผิดหวัง หากเลือกที่พักที่อยู่ในย่านอากิบาฮาร่า คุณก็สามารถช็อปปิ้ง และนำของมาเก็บไว้ในที่พักและออกไปช็อปปิ้งต่อได้เรื่อยๆ เลยนะคะ และหากจะเดินทางไปอุเอโนะ ก็สุดแสนจะใกล้ เดินทางไปสนามบินได้สะดวกเช่นกันค่ะ

    3. อาซากุสะ

    ได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบโบราณ กลางคืนเงียบสงบ มีวัดเชนโซจิ หรือ ที่คนไทยเรียกติดปากว่าวัดอาซากุสะ เป็นสถานที่ให้ไปไหว้พระ เพื่อเป็นสิริมงคล มีเครื่องรางให้ซื้อหา มีร้านอาหารและร้านขายขนมชื่อดังอยู่มากมาย หากไปพักย่านนี้ในฤดูร้อน ก็อาจจะได้ไปเที่ยวงานวัดแบบญี่ปุ่นในยามค่ำคืนด้วยนะคะ

    4. ชินจูกุ

    ศูนย์กลางการช็อปปิ้ง มีห้างร้านต่างๆ มากมาย ใครอยากไปถ่ายรูปกับก๊อตซิลล่า ที่โผล่มาจากหลังตึก ก็ต้องไปที่นี่ค่ะ และที่สำคัญ มีรถไฟที่วิ่งตรงไปภูเขาไฟฟูจิด้วยนะคะ ยามค่ำคืนก็คึกคักเป็นย่านที่ไม่หลับไหลจริงๆ ค่ะ

    5. รบปงหงิ

    ย่านที่พักที่เต็มไปด้วยแสงสี สนุกสนานในยามค่ำคืน ร้านอาหารต่างประเทศ บาร์ เป็นย่านที่ชาวต่างชาตินิยมมากพักกันมากที่สุดแหล่งหนึ่งค่ะ

    6. กินซ่า

    ใครชอบช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ย่านกินซ่าเหมาะสมที่สุดค่ะ ที่เป็นย่านที่พักที่คุณจะสนใจ เพราะรายล้อมไปด้วยร้านแบรนด์เนมหรูหราชื่อดังจากทั่วโลก และยังมีร้านยูนิโคล่ ที่มีขนาดสาขาใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอยู่ที่ย่านนี้ด้วย

  • กลอนผู้ใหญ่หาผ้าห้าใหม่ ไม้ม้วน 20 คำ ท่องจำไว้ไม่ลืม

    กลอนผู้ใหญ่หาผ้าห้าใหม่ ไม้ม้วน 20 คำ ท่องจำไว้ไม่ลืม

    ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่
    ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
    ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ
    มิหลงใหลใครขอดู
    จะใคร่ลงเรือใบ
    ดูน้ำใสและปลาปู
    สิ่งใดอยู่ในตู้
    มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
    บ้าใบ้ถือใยบัว
    หูตามัวมาใกล้เคียง
    เล่าท่องอย่าละเลี่ยง
    ยี่สิบม้วนจําจงดี

    แต่งโดย พระยาผดุงวิทยาเสริม (กำจัด พลางกูร)

  • เพลงไทยเดิม

    เพลงไทยเดิม

    การผสมวงดนตรีนั้นมีหลักที่สำคัญอยู่ ๒ อย่างเท่านั้น คือ

    ๑. เครื่องสำหรับทำลำนำ

    ๒. เครื่องสำหรับบังคับจังหวะ เครื่องส่วนที่สำหรับทำลำนำนั้น ก็ยังมีหน้าที่แตกต่างออกไปอีก เช่น เป็นผู้นำ เป็นผู้ทำความโหยหวน เป็นผู้หลอกล่อ เป็นผู้แทรกแซงเหล่านี้ เครื่องส่วนที่สำหรับบังคับจังหวะ เพื่อให้เครื่องที่ทำลำนำดำเนินไปโดยพร้อมเพรียงกันนั้น ก็ยังมีหน้าที่ต่างๆกันอีกเหมือนกัน คือ เดินจังหวะโดยตรงห่างๆ เดินจังหวะย่อยให้รู้จังหวะหนักเบา หลอกล้อในจังหวะ ควบคุมจังหวะใหญ่ๆ เป็นประโยค วรรคตอน ดังนี้

    นอกจากจะวางหน้าที่ต่างๆแล้ว การที่จะผสมวงดนตรียังต้องพิจารณาถึงเสียงของเครื่องดนตรีนั้นๆอีก ว่าถ้าผสมกันเข้าแล้ว จะมีความไพเราะกลมกลืนกันหรือไม่ ข้อนี้เป็นข้อสำคัญมากสำหรับการผสมวง เมื่อมีสิ่งที่เสียงสูง ก็ต้องมีสิ่งที่เสียงต่ำ เมื่อมีสิ่งใดที่เสียงแหลม ก็ต้องมีสิ่งที่เสียงนุ่มนวลประกอบ เพื่อให้รับ และตัดเสียงซึ่งกันและกัน

    ๑. วงปี่พาทย์ (เครื่องใหญ่)

    ปี่ใน ผู้นำ เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามทำนองเพลง (ลำนำ)
    ปี่นอก เก็บบ้างโหยหวนบ้าง ล้อๆไปกับปี่ใน และทำนองเพลง
    ระนาดเอก ผู้นำ เก็บแทรกแซงตามทำนองเพลง
    ระนาดเหล็ก (ถ้าทำด้วยทองเหลืองเรียกว่า “ระนาดทอง”) เก็บแทรกแซงตามทำนองเพลง
    ฆ้องวงใหญ่ เป็นหลักของพวกลำนำ เดินเนื้อเพลง
    ฆ้องวงเล็ก เก็บแทรกแซงตามทำนองเพลง แต่ละเอียดกว่าระนาด
    (ระนาด) ทุ้มไม้ หลอกล้อ ยั่วเย้า ไปกับพวกทำลำนำ
    (ระนาด) ทุ้มเหล็ก หลอกห่างๆไปกับลำนำ
    ตะโพน ควบคุมจังหวะหน้าทับ เป็นผู้นำกลองทัด
    (กลอง) สองหน้า ควบคุมจังหวะหน้าทับ (ใช้เวลาบรรเลงรับร้อง บางทีก็ใช้กลองแขกแทน)
    กลองทัด เดินตามจังหวะบ้าง เดินตามไม้กลองประจำเพลงบ้าง
    ฉิ่ง ควบคุมจังหวะย่อย แสดงจังหวะหนักเบาด้วย
    ฉาบเล็ก หลอกล้อไปกับพวกประกอบจังหวะ
    ฉาบใหญ่ ควบคุมจังหวะห่างๆ
    โหม่ง ควบคุมจังหวะห่างๆ
    ถ้าเรียกว่าปี่พาทย์เครื่องคู่ก็ลดเหลือ ปี่ใน ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ทุ้มไม้ ตะโพน สองหน้า กลองทัด ฉิ่ง ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ โหม่ง บางทีก็มีปี่นอกด้วย แต่ถ้าเรียกว่าปี่พาทย์เครื่องห้า ก็ลดเหลือ ปี่ใน ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน สองหน้า กลองทัด ฉิ่ง ฉาบเล็ก (ฉาบใหญ่กับโหม่ง บางทีก็มี บางทีก็ไม่มี)

    ๒. วงเครื่องสาย

    ซอด้วง ผู้นำ เป็นหลัก เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามลำนำ
    จะเข้ เก็บแทรกแซงตามลำนำ
    ขลุ่ยเพียงออ เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามลำนำ
    ขลุ่ยหลิบ เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามลำนำ ล้อๆไปกับขลุ่ยเพียงออ และลำนำ
    ซออู้ หลอกล้อ ยั่วเย้าไปกับพวกทำลำนำ
    โทน, รำมะนา ควบคุมจังหวะหน้าทับ (บางทีก็ใช้กลองแขกแทน)
    ฉิ่ง ควบคุมจังหวะย่อย และแสดงจังหวะหนักเบาด้วย
    ฉาบเล็ก หลอกล้อไปกับพวกประกอบจังหวะ
    สมัยนี้มีผู้เอาไวโอลินกับขิมเข้าผสมในวงเครื่องสายนี้อีก ไวโอลินก็ทำหน้าที่คล้ายซอด้วงนั่นเอง แต่มิใช่เป็นผู้นำวง ส่วนขิมก็มีหน้าที่ทั้งเก็บแทรกแซง และหลอกล่อไปในตัวด้วย กับมีอีกชนิดหนึ่งเอาปี่ชวาเข้าผสม เรียกว่าเครื่องสายปี่ชวา หน้าที่ของปี่ชวาก็แทนซอด้วงทีเดียว ในวงเครื่องสายปี่ชวานี้ เครื่องกำกับจังหวะหน้าทับใช้กลองแขกแทนโทน รำมะนา และโดยมากขลุ่ยเพียงออไม่ใช้ ใช้แต่ขลุ่ยหลิบ

    ๓. วงมโหรี (เครื่องใหญ่)

    ระนาดเอก เล็กกว่าระนาดเอกของปี่พาทย์ หน้าที่เช่นเดียวกัน
    ระนาดทอง เล็กกว่าระนาดเหล็กของปี่พาทย์ หน้าที่เช่นเดียวกัน
    ฆ้องกลาง หน้าที่เหมือนฆ้องวงใหญ่ปี่พาทย์ แต่ถี่กว่านิดหน่อย
    ฆ้องเล็ก เล็กกว่าฆ้องวงเล็กปี่พาทย์
    (ระนาด) ทุ้มไม้ เล็กกว่าของปี่พาทย์ หน้าที่เช่นเดียวกัน
    (ระนาด) ทุ้มเหล็ก เล็กกว่าของปี่พาทย์ หน้าที่เช่นเดียวกัน
    ซอสามสาย คลอเสียงคนร้อง โหยหวนไปตามลำนำ บางทีก็เก็บบ้าง
    ซอด้วง หน้าที่เช่นเดียวกับในวงเครื่องสาย
    จะเข้ เก็บแทรกแซงตามลำนำ
    ขลุ่ยเพียงออ เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามลำนำ
    ขลุ่ยหลิบ เก็บบ้างโหยหวนบ้างตามลำนำ ล้อๆไปกับขลุ่ยเพียงออ และลำนำ
    ซออู้ หลอกล้อ ยั่วเย้าไปกับพวกทำลำนำ
    โทน, รำมะนา ควบคุมจังหวะหน้าทับ (บางทีก็ใช้กลองแขกแทน)
    ฉิ่ง ควบคุมจังหวะย่อย และแสดงจังหวะหนักเบาด้วย
    ฉาบเล็ก หลอกล้อไปกับพวกประกอบจังหวะ

    ถ้าเรียกว่าเครื่องคู่ก็ลดระนาดทองกับทุ้มเหล็กออก หากเรียกว่าเครื่องเล็ก ก็ลดฆ้องเล็กกับฆ้องกลางออก (บางทีก็ลดทุ้มไม้ออกเสียด้วย)