Author: admin

  • ดูแลชักโครก…สุขภัณฑ์ที่ไม่อาจตัดขาดได้

    ดูแลชักโครก…สุขภัณฑ์ที่ไม่อาจตัดขาดได้

    ชักโครก เครื่องสุขภัณฑ์ที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธความสัมพันธ์ได้ ดังนั้น การหมั่นคอยดูแลรักษาให้ชักโครกทำงานได้เป็นปกติสุข(ภัณฑ์) คุณก็จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข (ทั้งกายและใจ) เป็นอย่างยิ่ง

    สละเวลาสักนิดพิชิตคราบให้ชักโครก

    การดูแลรักษาชักโครกให้สะอาดปราศจากเชื้อโรคนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ เพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว แต่นอกเหนือจากความสะอาด ความเงางามนั้นก็เป็นสิ่งที่จะช่วยเชิดหน้าชูตาให้แก่เจ้าของบ้าน หากแขกที่มาเยี่ยมเยือนนั้น มีกิจธุระบางประการในห้องน้ำของคุณ

    วิธีการพิชิตคราบสกปรกให้ชักโครกนั้น ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่คุณสามารถบีบเข้าใส่ริมโถด้านในได้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมคราบต่าง ๆ สะสมอยู่ จากนั้น ออกแรงขัดกันหน่อย ที่ด้านในโถชักโครกเรื่อยไปยังส่วนของคอห่าน ให้ลึกที่สุดเท่าที่คุณจะแหย่แปรงขัดชักโครกลงไปได้

    สำหรับการขจัดคราบที่ติดแน่น ให้เทน้ำยาซักผ้าขาวลงไปในโถ แล้วหาอะไรอย่างอื่นทำฆ่าเวลาสัก 10 นาที ก่อนที่จะขัดออก แต่ต้องระวัง หากจะผสมน้ำยาซักผ้าขาวเข้ากับน้ำยาทำความสะอาดอื่น ๆ อาจจะส่งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และบางครั้ง อาจจะถึงขั้นก่อให้เกิดก๊าซพิษขึ้นมาก็เป็นได้ จึงควรใช้แต่น้ำยาซักผ้าขาวเพียงอย่างเดียว หากต้องการจะใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์โดยเฉพาะที่คุณจ่ายเงินซื้อมาจากร้านค้า ก็ไม่ต้องผสมกับน้ำยาใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ว่าจะผสมตามที่ฉลากกำหนดไว้

    สุดท้าย ก็ทำความสะอาดฐานชักโครก และแผ่นรองนั่ง รวมทั้งฝาชักโครกให้สะอาด ด้วยน้ำยาซักผ้าขาวที่ใช้ทำความสะอาดตัวโถชักโครก ข้อควรระวังในการทำความสะอาดแผ่นรองนั่งและฝาชักโครกนั้น ก็คือ เลี่ยงวัสดุที่มีความแข็งหรือคม ในการขัด เพราะแผ่นรองนั่งและฝาชักโครกนั้น เป็นเพียงพลาสติกธรรมดา จึงเกิดรอยขูดขีดได้ง่าย

    รักษาชักโครก ให้ชักและ”โครก….!” เสมอ

    ถ้าชักโครกของคุณนั้น ชักแล้วไม่ค่อยจะมีเสียงดัง “โครก…!” ดังที่เคยเป็นมาเสมอนั้น เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกแล้วว่า แรงดันน้ำไม่แรงพอที่จะขับไล่ไสส่งบรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่คุณไม่ต้องการออกไปจากสารบบชีวิตของคุณ สาเหตุอาจจะมาจากรูระบายน้ำริมโถเกิดการอุดตัน ซึ่งคุณไม่ต้องตามช่างมารักษาพยาบาลชักโครก เพียงใช้ลวดขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเอามาจากไม้แขวนเสื้อ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปเพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกมาได้

    นอกจากนี้ คุณสามารถช่วยป้องกันอุปสรรคที่จะมาขวางทางเดินของน้ำจากถังเก็บน้ำได้อีก โดยการเติมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง (ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายของชำและชั้นขายส่วนผสมขนมเค้กตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป) ลงไปในถังน้ำสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากเบกกิ้งโซดานั้น จะช่วยรักษาค่าความเป็นด่างที่เหมาะสม และควบคุมกลิ่นจากซัลเฟต ที่คุณไม่พึงปรารถนาจะให้มากระทบโพรงจมูกได้อีกด้วย

    สะกัดน้ำไว้ไม่ให้ซึมพร่ำเพรื่อ

    ปัญหาน้ำไม่ยอมไหลลงโถให้เพียงพอนั้นหายไป แต่หากปัญหาน้ำซึมจากถังไม่ยอมหยุด เงินคุณก็คงไหลออกไปไม่หยุดเหมือนกัน วิธีง่าย ๆ ที่จะป้องกันปัญหานี้ ก็คือ ใช้ปิโตรเลียมเจลรอบ ๆ ขอบยางของฝาจุก เพื่อจะเพิ่มพลังการปิดผนึกขณะที่เก็บกักน้ำเอาไว้

    เรื่องของชักโครก จะไม่ก่อความยุ่งยากให้อีกเลย (นอกเสียจากว่าไม่เหลือที่ว่างไว้ให้คุณทิ้งของเสียลงไปได้อีก) หากคุณคอยดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และหมั่นทำเป็นประจำอย่างน้อย ๆ สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ก็ห้องน้ำ เป็นอีกห้องหนึ่ง ที่ยังไงก็ตัดสัมพันธ์กันไม่ขาดนี่นา

  • 3 วิธีง่ายๆ ในการขจัดคราบอ่างล้างหน้า

    3 วิธีง่ายๆ ในการขจัดคราบอ่างล้างหน้า

    หากคุณลองเข้าห้องน้ำแล้วสำรวจไปรอบ ๆ เพื่อหาเครื่องสุขภัณฑ์ที่มีคราบต่าง ๆ เกาะหนาที่สุด อันดับต้น ๆ ที่คุณจะเอ่ยออกมา มักจะมีอ่างล้างหน้า ฝักบัว อ่างอาบน้ำ หรือแม้แต่ที่วางสบู่ คิดแล้วน่าประหลาดใจเล็กน้อย พื้นที่ใช้สอยเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นที่ที่จะช่วยให้ตัวคุณสะอาดเอี่ยม แต่ตัวมันเองกลับเป็นจุดที่ยากต่อการรักษาให้สะอาดเสมอได้ อ่างล้างหน้าเป็นจุดที่มักสะสมคราบสกปรกได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นคราบสบู่ คราบหินปูน คราบฝุ่นละออง หรือคราบอื่นๆ ซึ่งหากปล่อยให้คราบเหล่านี้สะสมไว้นานๆ อาจทำให้เกิดรอยด่างหรือทำให้อ่างล้างหน้าดูเก่าและไม่น่าใช้งาน ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดอ่างล้างหน้าเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาความสะอาดและความสวยงามของอ่างล้างหน้า

    ในขณะที่คุณสามารถแอบฝักบัว หรืออ่างอาบน้ำ รวมถึงที่วางสบู่ไว้เบื้องหลังม่านพลาสติกลายดอกไม้ได้ แต่กับอ่างล้างหน้าแล้วล่ะก็ เหมือนกับล็อบบี้ประจำห้องน้ำ ที่ต้องคอยรับแขกอยู่เสมอ แล้วอย่างนี้คุณจะปล่อยให้คราบเกาะอยู่ได้อย่างไร การทำความสะอาดอ่างล้างหน้า คงต้องแบ่งเป็นส่วน ๆ ตามลักษณะวัสดุ เพื่อการเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดและอุปกรณ์ขัดถูที่ต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

    ก๊อกน้ำสเตนเลส
    วิธีทำความสะอาดส่วนที่เป็นโลหะ ให้ถูด้วยผ้านุ่ม ฟองน้ำ หรือหนังชาร์มัว ชุบน้ำส้มสายชูผสมกับแอลกอฮอล์หรือน้ำยาเช็ดกระจก หากมีคราบหินปูนเกาะอยู่ ให้ใช้น้ำยาขจัดหินปูน หรือผงขจัดตะกรันขัดออก (หาซื้อได้ตามร้านวัสดุและเคมีภัณฑ์) ผสมตามสัดส่วนที่ระบุไว้ที่ฉลาก แต่ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะสารขจัดตะกรันนี้ มีกรดฟอร์มิกเป็นส่วนผสม ซึ่งอันตราย ควรใส่ถุงมือไวนิล และป้องกันดวงตาด้วยแว่นนิรภัย พร้อมกับพยายามอย่าให้โดนเสื้อผ้าที่สวมอยู่

    ก๊อกน้ำชุบโครเมี่ยม
    สำหรับก๊อกน้ำที่ชุบโลหะนั้น ไม่ว่าจะชุบเงิน ชุบทอง หรือชุบโครเมี่ยม ให้ใช้ครีมขัดเงาโลหะขัด และถูออกให้เงางามด้วยผ้านุ่มหรือหนังชาร์มัว ในกรณีที่โครเมี่ยมลอกออก หรือมีร่องรอยขีดข่วนเล็กน้อย คุณขจัดความหม่นมัวเหล่านั้นออกไปได้โดยการใช้สีเคลือบเล็บชนิดใสแต้มลงไปเพื่อเพิ่มความเงา

    อ่างล้างหน้า
    ใช้ผงสบู่ผสมกับไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ (อย่าลืมสวมถุงมือไวนิลด้วยนะ) ขัดเบา ๆ ด้วยผ้านุ่ม หรือฟองน้ำ หรือหนังชามัวร์ จะช่วยขจัดคราบสกปรกที่เกาะบนพื้นผิวบนหินอ่อนได้ (ยกเว้นว่าหินอ่อนเป็นรอยด่างอย่างรักษาไม่หายแล้ว)

  • 8 อุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ครบจบทุกปัญหาความสกปรก

    8 อุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ครบจบทุกปัญหาความสกปรก

    เรื่องการทำความสะอาดบ้าน คุณมักจะเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้พร้อมสรรพเสมอ ไม่ว่าจะไม้กวาดดอกหญ้าหรือไม้กวาดอ่อน ไม้ขนไก่ ไม้กวาดหยากไย่ ไม้ถูพื้น และอีกสารพัดไม้ ยังไม่พอ บางบ้านยังมีเครื่องดูดฝุ่นเพิ่มเติม น้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ อีกเล่า ในขณะที่ห้องน้ำก็ต้องการความสะอาดและต้องใส่ใจมากด้วย เพราะเป็นห้องที่พร้อมจะสกปรกง่ายที่สุด เนื่องจากเป็นห้องที่เปียกน้ำ และอับชื้นเสมอ รวมไปถึงคราบต่าง ๆ อีก แล้วคุณมีอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาดห้องน้ำพร้อมแล้วหรือยัง นี่เลยตะกร้าคู่กายนางซินประจำห้องน้ำ ควรจะบรรจุ อุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ต่อไปนี้ไว้เสมอ

    1. น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ควรจะเลือกชนิดที่อ่อนโยนเสียหน่อย เพื่อความปลอดภัยต่อคนในครอบครัว และควรจะมีสารฆ่าเชื้อโรคด้วย ซึ่งคุณเลือกซื้อได้ตามสะดวกได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของชำทั่วไป

    2. น้ำยาทำความสะอาดชักโครก มีให้เลือกนานาชนิดเช่นกัน ซึ่งคุณเลือกซื้อหาได้ตามความพอใจ ไม่ว่าจะเป็นสูตรธรรมดาสำหรับทำความสะอาดทุกวัน หรือสูตรขจัดคราบพิเศษ หรือชนิดขวดที่ง่ายต่อการทำความสะอาดขอบ

    3. เบกกิ้งโซดา หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต มีไว้ติดห้องน้ำก็จะดี สำหรับช่วยทะลุทะลวงท่อระบายน้ำที่อุดตันให้น้ำได้เดินทางไหลลื่นได้ดังเดิม

    4. ผ้าขี้ริ้ว ควรจะเป็นผ้าฝ้ายนุ่ม ๆ เช่น ผ้าขนหนู ผ้าจากเสื้อยืดคอกลมเก่า ๆ หรือหนังชามัวร์ก็ยิ่งแจ๋ว เตรียมไว้สัก 2-3 ผืน หรือฟองน้ำ เลือกที่เนื้อแน่น ๆ และขนาดใหญ่หน่อย ยิ่งมีด้ามจับกระชับมือ จะยิ่งใช้งานได้ถนัดถนี่ขึ้น

    5. ฝอยขัดพื้นขนาดใหญ่ เลือกชนิดที่เหมาะสำหรับการขัดพื้นผิวที่เหมาะกับห้องน้ำของคุณ โดยดูจากฉลากของผลิตภัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดรอยขูดขีดกับพื้นผิวบางชนิด แต่หากเป็นพื้นหินอ่อนละก็ ห้ามให้ฝอยขัดเด็ดขาด

    6. แปรงไนลอนสำหรับขัดโถชักโครก จะช่วยในการทำความสะอาดชักโครกได้ง่าย และอย่าลืมเลือกที่ขนแปรงอ่อนสักหน่อย จะได้ไม่เป็นรอยขูดขีดทำลายความเงางาม

    7. แปรงไนลอนขนอ่อนขนาดเล็ก หรือแปรงสีฟันเก่า ๆ สำหรับทำความสะอาดรอยยาปูนระหว่างแผ่นกระเบื้อง ซึ่งเป็นจุดที่สกปรกง่าย และเห็นได้ชัดเจนที่สุด

    8. ถุงมือและรองเท้าบูทยาง สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง แต่หลายคนกลับลืมนึกถึง บ้างก็ละเลยไป ทั้ง ๆ ที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่นำมาใช้ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคภายในห้องน้ำที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

    สิ่งของต่างๆ ควรมีไว้ในตะกร้า วางไว้ประจำห้องน้ำในที่ที่คุณจะสามารถหยิบใช้ได้อย่างสะดวก แต่ควรระวังเด็ก ๆ ภายในบ้านที่อาจจะหยิบมาเล่นอย่างไม่ระวัง โดยเฉพาะน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ทางที่ดีควรล็อกไว้ เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนที่จะสายเกินไป

  • 3 วิธีแก้ปัญหาชักโครกเบื้องต้น

    3 วิธีแก้ปัญหาชักโครกเบื้องต้น

    อุปกรณ์รองรับสิ่งปฏิกูลหรือชักโครกเป็นสิ่งที่เราต้องใช้งานทุกวัน ดังนั้นควรดูแลรักษาไม่ให้เกิดภาวะการอุดตัน แต่ถ้าเกิดปัญหาก็ให้รีบทำการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ

    1. ปัญหาชักโครกเต็ม

    เกิดจากการที่มีสิ่งของตกลงไปในชักโครก หรือทิ้งเศษอาหาร กระดาษชำระและผ้าอนามัยลงในถัง มีวิธีการแก้ไขเบื้องต้นดังนี้

    วิธีที่ 1 ใช้กรวยยางอัดกระแทก

    เทน้ำลงในโถให้ระดับน้ำอยู่ครึ่งหนึ่งของโถ
    ใช้กรวยยางอัดกระแทกปั๊มที่ช่องโถชักโครกประมาณ 10 – 15 ครั้ง
    จากนั้นให้ดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำซ้ำได้หากในครั้งแรกไม่สำเร็จ

    วิธีที่ 2 ใช้สายสว่านมือ

    สอดสายสว่านมือลงไปในโถจนปลายลวดกระทบกับสิ่งอุดตัน
    กระทุ้งจนสิ่งอุดตันหลุดออก
    ทำซ้ำหากครั้งแรกไม่ได้ผล
    หากทำทั้ง 2 วิธีแล้วยังไม่สามารถแก้ไขได้ให้เรียกหน่วยงานที่มีหน้าที่และความชำนาญมาแก้ปัญหา

    2. ปัญหาน้ำในถังไม่แรง

    ส่วนมากเกิดจากการที่ลูกลอยลดระดับเร็วเกินไป วิธีแก้ไขมีดังนี้

    ให้คลายตะปูเกลียวหรือน๊อตที่อยู่ตรงแกนบังคับลูกยาง
    ขยับลวดให้สูงขึ้นประมาณครึ่งนิ้ว หรือจะใช้วิธีงอเส้นลวดเพื่อให้สั้นลงโดยการถอดลวดออกจากก้านยกน้ำ หรือเปลี่ยนรูสำหรับต่อก้านยกน้ำไปเป็นรูอื่นแล้วลองกดชักโครกเพื่อดูการไหลของน้ำ
    หากทำแล้วน้ำยังไม่แรง ก็ให้ทำวิธีที่ 2 ซ้ำ แต่ต้องมีการปรับระดับของลวดอีกครั้ง จนกว่าจะใช้ได้

    3. ถังชักโครกร้าว

    ไล่น้ำออกจากถังชักโครกให้หมด พร้อมทั้งปิดวาล์วน้ำ
    ทำความสะอาดถังชักโครกให้หมดคราบมัน คราบสกปรกต่างๆและเช็ดบริเวณที่ร้าวให้แห้งสนิท
    ใช้ อะครีลิกหลอดทาบริเวณที่ร้าวในปริมาณที่พอเหมาะ หรืออาจใช้ กาวอีพอกซี่ หรือ เวเธอร์โค้ท แล้วทิ้งไว้ 1 วันจึงค่อยใช้งานตามปกติ (วิธีใช้ให้ดูได้ที่ข้างกล่องหรือหลอด)

  • 4 เคล็ดลับการดูแลรักษาอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ทำด้วยเงิน

    4 เคล็ดลับการดูแลรักษาอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ทำด้วยเงิน

    อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ทำจากเงินมีความสวยงาม ราคาแพง และเราก็มักจะนำออกมาใช้ในโอกาสสำคัญๆ การเก็บไว้เป็นเวลานานก็ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นดูหมองคล้ำ ไม่สวยงาม เนื่องจากคุณสมบัติของเงินจะมีสีคล้ำเมื่อสัมผัสกับอากาศและแสง ดังนั้นการดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านั้นให้เงางามสวยเสมอจึงเป็นเรี่องที่ต้องเอาใจใส่ โดยมีเคล็ดลับดังนี้

    1. ล้างเครื่องเงินที่ใช้บนโต๊ะอาหารทันทีที่ใช้เสร็จ โดยเช็ดด้วยผ้านุ่มชุบน้ำสบู่ร้อนๆ หลังจากนั้นล้างด้วยน้ำร้อนแล้วผึ่งให้แห้ง
    2. ตามปกติเครื่องใช้บนโต๊ะหนึ่งชุดจะมีหลายชิ้น ดังนั้นจึงควรสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาใช้ให้ครบทุกชิ้น เพื่อให้เครื่องเงินมันวาวเท่ากันทุกชิ้น
    3. การขัดเครื่องเงินเป็นประจำช่วยให้คงความมันวาวได้ การขัดให้ใช้ผ้าหนังชามัวร์กับน้ำยาขัดเครื่องเงิน หรือใช้สูตรไทยโบราณ คือใช้น้ำส้มมะขามเปียกแช่แล้วขัด (เครื่องเงินจะขาวด้วยสารที่เป็นกรด เช่น น้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชู)
    4. วัสดุที่ใช้ขัดไม่ควรหยาบมาก เพราะอาจทำให้เครื่องเงินเป็นรอยได้ (ไม่ควรใช้แผ่นใยขัดหรือฝอยขัดหม้อ) การเก็บเครื่องเงินชิ้นเล็กๆ ให้สุกปลั่งควรเก็บโดยห่อด้วยกระดาษไม่มีกรด (หาได้ตามร้านขายยาบางแห่ง) แล้วเก็บในถุงผ้านุ่มสำหรับเก็บเครื่องเงินโดยเฉพาะ
  • วิธีจัดแยกงานเอกสารให้ห้องทำงานให้เป็นระเบียบ

    วิธีจัดแยกงานเอกสารให้ห้องทำงานให้เป็นระเบียบ

    งานก็หนัก สุดแสนจะวุ่นวายในแต่ละวัน ไหนยังต้องมาวุ่นวายอยู่กับปัญหาเอกสารที่วางรกตั้งเป็นกองเข้าอีก ปัญหาง่าย ๆ นี้คิดว่าคงจะเจอกันบ่อย ๆ ลองเจียดวันที่งานเบา ๆ สักวันนึงมาจัดเอกสารเหล่านี้ดู แล้วจะพบว่าช่างคุ้มแสนคุ้มกับเวลาที่ลงทุนเสียไป

    ระบบการจัดเอกสารนั้นไม่ได้ยุ่งยากหนักหนาสาหัสเลย ส่วนใหญ่จะมีวิธีแยกหมวด 3 แบบด้วยกันก็คือ ตามวันที่ ตามหัวข้อเรื่องและตามตัวอักษร เลือกใช้และผสมผสานให้ลงตัวตามแบบงานที่ต้องการ แต่ไม่ว่าจะเก็บไว้บนชั้น ในกล่อง ในตู้เหล็กหรือในลิ้นชักก็ควรมีป้ายบอกหมวดบอกหมู่ว่าอยู่สังกัดกรม กองไหนจะง่ายและปลอดภัยกว่า

    ในแบบการจัดตามวันที่ ลงทุนสัก 5-6 แฟ้ม แบ่งตามวันในแต่ละสัปดาห์กันเลย อีกแฟ้มใช้เป็นของแฟ้ม “สัปดาห์หน้า” เก็บแฟ้มทั้งหมดในลิ้นชักหรือที่ใดที่สะดวก ใส่เอกสารเกี่ยวกับการเตือนความทรงจำเรื่องเวลานัด ผู้ที่จะโทรถึง ของที่ต้องซื้อไปจนถึงใบเสร็จที่ต้องชำระในแต่ละวันลงไปตามแฟ้มที่ประจำวันนั้น ๆ หรือแฟ้มสัปดาห์หน้า จะช่วยจัดการอะไรต่าง ๆ ได้คล่องตัวขึ้น ไม่ต้องหลงต้องลืม

    เก็บเอกสารจนกว่าจะจัดการกิจนั้น ๆ ลุล่วงไปได้ด้วยดี เมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะทิ้งไปเลยหรือว่าย้ายไปเก็บอีกหมวดหมู่หนึ่งก็ไม่ว่ากันตามแต่เห็นสมควร เช่น ย้ายใบเสร็จที่ชำระเรียบร้อยแล้วไปอยู่ในแฟ้มบัญชีแยกรายจ่ายแต่ละเดือน ซึ่งในแฟ้มนี้จะให้ดีควรจะรวบรวมรายงานความเคลื่อนไหวการใช้จ่ายในบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตของคุณด้วย จะดูเป็นระเบียบและคำนวณรายจ่ายภายในเดือนได้ง่ายขึ้น

    แบบการจัดตามหัวข้อเรื่อง จัดเรียงตามตัวอักษรกันเลยตามหัวข้อเรื่องต่าง ๆ ส่วนหัวข้อก็ตามแต่คุณจะคิดเองว่ามีสิ่งใดที่สำคัญสำหรับคุณ หัวข้อเหล่านี้อาจเพิ่มหรือลดได้เมื่อเวลาผ่านไปและมีสิ่งใดสำคัญมาทดแทนหรือหมดความสำคัญไป

    แบบจัดตามตัวอักษร ในกรณีที่ต้องติดต่อกับบุคคลอื่นทางจดหมายหรือหนังสือจำนวนมาก ให้เรียงชื่อบุคคลตามตัวอักษร จะหาได้รวดเร็วขึ้น จดหมายล่าสุดให้วางข้างหน้าในแต่ละแฟ้มด้วยนะ การจัดแบบนี้ใช้ประโยชน์ได้ในหลายทางทีเดียว เช่นบันทึกที่อยู่คนที่รู้จักหรือสำคัญในการติดต่องานให้เป็นระเบียบ จัดกลุ่มหนังสือ จัดหมวดเทปเพลงหรือซีดีก็ได้ ไปจนถึงสูตรอาหารกันเลย

    จัดความง่ายดายให้กับชีวิตสักนิดเพราะชีวิตไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเสียทุกอย่างเอาเวลาที่วุ่นวายค้นนั่นฉวยนี่ไปพักผ่อนสมอง เพื่อเติมพลังสำหรับวันใหม่กันดีกว่า

  • 5 วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวให้ถูกต้องตามวัสดุที่ใช้งาน

    5 วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวให้ถูกต้องตามวัสดุที่ใช้งาน

    ทุกวันนี้เครื่องครัวที่คุณแม่บ้านใช้อยู่เป็นประจำนั้นมีด้วยกันมากมายหลายประเภท เช่น ทองแดง สแตนเลส เหล็กหล่อ อะลูมิเนียมและแก้วทนไฟ ซึ่งวัสดุแต่ละชนิด การทำความสะอาดก็แตกต่างกันออกไป เราจึงควรทราบวิธีที่จะทำความสะอาดให้เหมาะสมกับภาชนะนั้น วิธีทำความสะอาดเครื่องใช้มีดังนี้

    1. ทองแดง เป็นโลหะที่ทนทานและสามารถนำความร้อนได้ดีที่สุด มีข้อเสียที่ดำเร็วและมีราคาแพง เวลาทำความสะอาดภายนอกให้ใช้มะนาวผ่าซีกจุ่มในน้ำส้มสายชู ถูและเช็ดให้สะอาดส่วนภายในล้างด้วยน้ำสบู่เท่านั้น

    2. เหล็กหล่อ เป็นภาชนะที่เก็บความร้อนได้ดีและนำความร้อนได้ดีมาก แต่มีข้อเสียคือภาชนะเหล็กหล่อจะมีน้ำหนักมากทำให้การถือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เวลาทำความสะอาดภายนอกนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ จากนั้นเช็ดให้แห้งแล้วทาน้ำมันเพื่อกันสนิม ส่วนภายในให้ใช้น้ำสบู่อุ่นล้างเท่านั้น

    3. สเตนเลส เป็นวัสดุที่นำความร้อนไม่ดีแต่ทำความสะอาดง่าย วิธีล้างใช้แค่เพียงน้ำสบู่อุ่นเท่านั้น

    4. อลูมิเนียม เป็นวัสดุที่มีราคาถูก ทนทาน เบาและไม่เป็นสนิมนำความร้อนได้ดี เวลาทำความสะอาด ถ้าต้องการขจัดคราบสกปรกที่ติดอยู่ให้ใช้แผ่นสก๊อตไบร์ทขัด หากเป็นรอยด่างใช้น้ำมะนาวล้างแล้วเช็ดให้แห้ง

    5. แก้วทนไฟ (Pyrex) เป็นวัสดุที่ล้างออกได้ง่ายที่สุด โดยใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาดได้เลย

  • 9 วิธีเพิ่มพื้นที่เก็บของสะสมที่คุณรัก

    9 วิธีเพิ่มพื้นที่เก็บของสะสมที่คุณรัก

    เอ๊ !!! พ็อกเก็ตบุ๊กชักเยอะแล้วสิ เอาไว้ไหนดีนะ , ของเล่นที่ไปแลกจากร้านแมคโดนัลมาจะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็เสียใจ ทำไงดี, โอ๊ย!!!!บรรดาข้าวของจิปาถะจะเอาไปทิ้งดีไหมเนี่ย ขจัดปัญหาคิดไม่ตกด้วยการต่อชั้นวางของแบบง่ายๆด้วยตัวคุณเองดีกว่า แล้วอย่าลืมคำนึงถึงสิ่งที่ต้องทำก่อนการต่อชั้นด้วยหล่ะ อ้อ! ชั้นวางของอย่างง่ายที่ว่าคือหิ้งนั่นเอง(แต่ไม่ได้เอาไว้บูชาพระนะ จะบอกให้)

    1. ทำการวัดระยะของและกำหนดจำนวนชั้นวางของ เช่นถ้าต้องการตั้งหนังสือเล่มเล็กๆ ความกว้างของชั้นก็ควรจะเป็น 15 ซม แต่ถ้าเป็นเล่มใหญ่ๆก็ควรจะประมาณ 23-25 ซม.
    2. ใช้ปากกาหรือดินสอจุดบนผนังเพื่อทำเป็นสัญญลักษณ์ในการวางเหล็กฉาก
    3. นำแขนรับมุมฉาก มาวางตามระยะที่คุณกำหนดไว้
    4. ทำสัญญลักษณ์บอกตำแหน่งของแขนรับมุมฉาก
    5. เจาะรูด้วยสว่านไฟฟ้าแล้วใส่พุก ไปในรูที่เจาะเพื่อยึดตะปูควงกับผนังปูน
    6. วางเหล็กฉากให้รูของแขนรับมุมฉากให้ตรงกับรูของผนัง
    7. ไขตะปูควงตามรูที่เจาะไว้จนสุด
    8. นำไม้อัด หรือกระจกวางบนเหล็กฉาก
    9. ไขตะปูควงยึดติดระหว่างเหล็กฉากกับไม้ ส่วนกระจกจะต้องติดแผ่นยางกันลื่นตรงจุดที่กระจกกับเหล็กฉากวางทับกันเพียงเท่านี้บรรดาของกระจุ๊กกระจิ๊ก ก็มีที่อยู่แล้ว
  • ถอดรอยแตกออกจากใจ เปลี่ยนหน้าต่างที่แตกเสียใหม่

    ถอดรอยแตกออกจากใจ เปลี่ยนหน้าต่างที่แตกเสียใหม่

    ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ ที่เปรียบเทียบเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อมองจ้องตาก็จะเห็นทะลุไปถึงหัวใจ เหมือนดั่งหน้าต่างที่เป็นทั้งทางผ่านระบายลม เป็นช่องผ่านของแสง ปัจจุบันนิยมใช้กระจกกันมาก การแตกของกระจกจึงเป็นปัญหาที่สำคัญกับหน้าต่าง ลองทำความรู้จักและรู้รักษาตัวหน้าต่างที่แตกเป็นยอดดีกัน

    กระจกที่ใช้ทำหน้าต่างมีทั้งแบบใสและแบบที่มีลวดลาย ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบของคุณกันแล้วแหละ แบบที่มีลวดลายลองเลียบเคียงถามหรือขอดูตัวอย่างจากแผ่นพับของทางร้านค้าดู ตอนซื้อให้เลือกขนาดความหนาด้วย ในเมืองไทย หน่วยวัดของกระจกคือ “หุน” ตามมาตราวัดของจีน

    กระจกที่หนาประมาณ 1 หุน (3 มิลลิเมตร) จะใช้กับหน้าต่างบานเล็ก ๆ ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อยแต่ไม่เกิน 1 ตารางเมตรก็ใช้ให้หนาสักประมาณ 1.5 หุน (5 มิลลิเมตร) ส่วนหน้าต่างไซส์ใหญ่กว่า 1 ตารางเมตร ก็เพิ่มความแกร่งเข้าไปที่ประมาณ 2 หุน (6 มิลลิเมตร) เลย ส่วนกระจกที่อยู่ในที่เปิดเผยมาก ๆ ให้เพิ่มความหนาปิดกั้นความเป็นส่วนตัวอีก

    การเลือกซื้อกระจกให้ระบุรูปแบบและขนาดที่แน่นอนไปเลย บอกตำแหน่งที่จะติดตั้งด้วยจะได้รับคำแนะนำดี ๆ จากช่าง แต่ถ้าต้องการกระจกรูปแบบแปลก ๆ ก็วัดเป็นแบบใส่กระดาษไปให้ช่างดูด้วยจะได้ของที่ตรงสเป็คจริง ๆ ติดตั้งได้พอดี

    อุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้งกระจกก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อน กรอบกระจกที่เป็นไม้จะต้องใช้ยางยึดกระจก (Linseed Oil Putty) และหมอนรองกระจก (Glazing Sprig) ช่วยในการยึดติด แต่ถ้าเป็นโครงกรอบเหล็กล่ะก็ต้องใช้ก้อนยางยึดโลหะสำหรับกระจกหน้าต่างแบบเปิดเข้า-ออก (Metal Casement Putty)

    มาถึงบทสำคัญกันแล้ว กระจกที่แตกอย่าปล่อยไว้ให้ดูหมดสง่าแก่บ้านให้ปวดหัวใจ การแก้ไขที่ถูกต้องที่สุดก็คือเปลี่ยนซะเลย เริ่มตั้งแต่หันไปหยิบสิ่วเก่า ๆ หรือมีดก็ได้ขูดก้อนยางเก่าออกให้หมด จากนั้นก็ใช้ความพิถีพิถันดึงเศษกระจกออก สวมถุงมือหนังด้วยจะดีมากเพราะเดี๋ยวเปลี่ยนกระจกให้ไม่มีรอยแตกได้แต่กลับไปมีรอยแผลกับผิวบาง ๆ ของคุณ สวมแว่นตานิรภัยจะช่วยเซฟความปลอดภัยแก่ดวงตาขึ้นอีก

    หันไปหยิบคีมขึ้นมาใช้งานด้วยการดึงหมอนรองกระจกตัวเก่าหรือคลิปสปริง (Spring Clip) ที่ยึดติดกับโครงโลหะออก เก็บกวาดเศษกระจกที่หักติดในโครงหน้าต่างให้หมด กรอบโลหะก็ขจัดสนิมออกซะ ทาสีรองอีกนิด ก็ติดกระจกใหม่ให้เข้าที่ได้

    แค่นี้ก็ได้กระจกหน้าต่างที่สวยงามกลับคืนมาอีกครั้ง ระมัดระวังในการติดตั้งด้วยเพราะกระจกมีความบอบบางอาจจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างติดตั้งได้ ทางที่ดีหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงตาของบ้านดวงนี้ให้ดีจะดีกว่า

  • เนรมิตห้องรับแขกใหม่ภายใน 4 ชั่วโมง

    เนรมิตห้องรับแขกใหม่ภายใน 4 ชั่วโมง

    พอกันทีกับห้องรับแขกแบบเดิมที่ชินตา คิดจะรื้อแต่งใหม่ก็เป็นอันต้องหยุดสะดุดกึกกับปัญหาโรคทรัพย์จาง แวะมาอ่านแล้วเริ่มลงมือลงแรงเนรมิตห้องรับแขกเก่าให้เหมือนใหม่กับกลเม็ดเคล็ดลับง่ายๆ แถมใช้เวลาไม่นาน ที่เราเอามาฝากกันวันนี้เลยดีกว่า

    ขยับปรับมุม

    กลเม็ดแรกให้ขยับปรับมุมมองของห้องใหม่ไม่ให้ซ้ำเดิม โดยลองย้ายเฟอร์นิเจอร์ในห้องไปมุมใหม่ อย่างหมุนเก้าอี้ เลื่อนโต๊ะหรือขยับโซฟาตัวโปรดไปอีกด้านของห้อง ไม่แน่คุณอาจได้ห้องลุคใหม่ที่ไม่จำเจ

    เสริมเติมสี

    มองหาของแต่งบ้านสีจัดจ้านมาวางเพื่อสร้างสีสันให้โซฟาตัวเดิม จะเลือกเอาหมอนลายพร้อยมาวาง หรือเอาพรมผืนจ้อยลายโดดเด้งมาปูหน้าโต๊ะรับแขกก็ได้ไม่ว่ากัน เจ้าของแต่งเล็กๆน้อยพวกนี้ช่วยให้ห้องดูสว่างสดใสขึ้นไม่ใช่น้อยเลยล่ะจะบอกให้

    ปลดลดรูป

    หมดยุคแขวนรูปเรียงเป็นตับอย่างกับลายวอลเปเปอร์กันแล้ว ขอแนะนำให้ลองเลือกดูรูปไหนมัน out ไปแล้วก็ปลดออกเถอะ แถมพวกลูกช่างเก็บ ของทุกอย่างไม่เคยทิ้ง จนห้องแทบไม่มีที่ว่างก็ขอแนะนำให้ตัดใจ โละของทิ้งไปบ้างเช่นเดียวกัน แล้วลองหากระจกมาแขวนตรงข้ามหน้าต่างห้อง รัรองห้องสว่างใสขึ้นชัวร์

    แสงไฟให้ชีวิต

    แสงไฟในห้องเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้สีในห้องสดใสหรือหมองมัว ติดไฟดิมเมอร์ที่พื้นจะช่วยเสริมความโดดเด่นให้ผนังห้อง โป๊ะไฟเก๋ไก๋ช่วยให้ห้องดูโมเดิร์นสมใจคนหัวสมัยใหม่ แล้วอย่างนี้จะรอช้าอยู่ทำไม รีบหาไฟมาติดห้องเก่าให้ดูใหม่กันได้เลย

    แจกันน้อยคอยรับแขก

    จะปล่อยให้โต๊ะรับแขกว่างเปล่าอยู่ใย ลองมองหาแจกันหรือไม่ก็ตระกร้าใบเล็กใส่ดอกไม้สีสวยสดมาวางดู โต๊ะรับแขกตัวเดิมก็จะดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ถ้าคนไหนพอมีฝีไม้ลายมือประดิษฐ์ของน่ารักๆมาวางโชว์แทนแจกันก็ได้ตามใจชอบ

    เปลี่ยนลุคใหม่ให้หน้าต่าง

    ขอแนะให้หาผ้าลายน่ารักน่าชมมาพันราวแขวนม่าน หรือไม่ก็หาไผ่จากในสวนตัวเองหรือจะหาซื้อจากร้านแต่งสวนมาสานเป็นสายรัดผ้าม่านก็ดูน่ารักดี แถมเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติให้ห้องไปในตัวด้วย

    กระจุกกระจิกแต่แจ๋ว

    มั่นใจว่าในห้องรับแขกของทุกบ้านต้องมีของกระจุกกระจิกอยู่ตามมุมโน้นมุมนี้ อย่าละเลยของพวกนี้เชียว เพราะถ้าเรานำมาจัดใหม่ให้ดูดีมีสไตล์ ห้องรับแขกบรรยากาศเก่าสามารถเปลี่ยนไปดูใหม่ใสปิ๊งได้ไม่ยากเลยล่ะ

    เป็นยังไงบ้างกับกลเม็ดเด็ดพรายที่เอามาเล่าสู่กันฟัง ทำได้ไม่ยากเลย หลายเคล็ดลับก็คุ้นกันอยู่ก่อนแล้วแต่อาจลืมไป แต่กลเม็ดท้ายสุดที่ห้ามลืมก็คือ เวลาลงมือเนรมิตห้องใหม่ต้องทำไปด้วยใจสนุกด้วยนะ!