Author: admin

  • ขนมในภาษาญี่ปุ่น – เรียนภาษาญี่ปุ่น

    ขนมในภาษาญี่ปุ่น – เรียนภาษาญี่ปุ่น

    คำว่า ขนม ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า お菓子 (okashi) ขนมญี่ปุ่นมีชื่อเสียงทางด้านรสชาติ ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว และมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม
    ขนมที่ขายกันอยู่ในประเทศญี่ปุ่น จะมี 2 ลักษณะคือ 和菓子 (Wagashi) ขนมแบบญี่ปุ่น และขนมแบบตะวันตก 洋菓子 (youkashi)

    ตัวอย่างขนมแบบญี่ปุ่น ได้แก่

    せんべい เป็นถั่วแดงเม็ดใหญ่เชื่อม だんご เป็นลูกกลมทำด้วยแป้งโมจิ มีลักษณะเหนียว ข้างในมีใส่ต่างๆ บางทีก็ไม่มีใส่ ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน ปกติจะเสียบไม้เหมือนลูกชิ้น ประมาณ 3 ลูก หรืออาจมากกว่า  おめでたいお菓子 เป็นขนมที่ทำจากน้ำตาล ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ใส่สีให้สวยงาม おめでたいお菓子 เป็นขนมกรอบ มีขายทั้งที่ปิ้งร้อนๆ และใส่ห่อขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต คนญี่ปุ่นมักชอบทานขนมกับน้ำชา เราจึงมักจะเห็นป้ายหน้าร้านเชิญชวนให้รับประทานขนมกับน้ำชา ซึ่งมีราคาไม่แพง เช่น

    きせつ の 和菓子 と 抹茶 の セット (kisetsu no wagashi to matcha no setto) แปลว่า ขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาลและชาเขียว ขายเป็นชุด ที่ว่าขนมตามฤดูกาลนั้น เช่น ถ้าเป็นหน้าซากุระ หรือเกาลัด ก็อาจจะได้ทานขนมที่ทำจากซากุระ หรือเกาลัด
     

    ขนมแบบตะวันตก หรือ 洋菓子  ได้แก่

    ゼリー (serii) คือ เจลลี่
    レモンパイ (remonpai) คือ พายมะนาว
    抹茶 クッキー (matcha kukkii) คือคุ๊กกี้ชาเขียว
    豆乳 とうにゅう プリン (tounyou purin) คือ คัสตาร์ดที่ทำจากน้ำเต้าหู้
    抹茶プリン (matcha purin) คือคัสตาร์ดที่ทำจากชาเขียว
    バナナナッツパウンドケーキ (banana nattsu paundkeiki) คือเค็กกล้วยผสมถั่วทำเป็นปอนด์
    グレ-プフル-ツ と ピスタチオのタルト (gureipu furuutsu to pisutachio no taruto) เป็นพวกทาร์ดผลไม้
    ワッフル (waffuru) เป็นขนมวาฟเฟิล

     

  • การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี ใช้อย่างถูกต้อง รถก็ทนทาน

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี ใช้อย่างถูกต้อง รถก็ทนทาน

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี

    เทคโนโลยีในรถยนต์นับวันจะมีความก้าวหน้ามากขึ้นโดยเฉพาะกับรถกระบะ คนส่วนใหญ่ที่นิยมใช้รถประเภทนี้มักจะอยู่ตามต่างจังหวัด ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเกี่ยวกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและสมรรถนะถูกนำมาบรรจุไว้ในรถกระบะมากขึ้น และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้กับรถกระบะนี่แหละทำให้ต้องเขียนเรื่องของ การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี แต่ก่อนเกียร์ออโตที่ใช้กับรถกระบะในบ้านเรายังไม่มี มีแต่ในรถยนต์นั่งจนทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่า เกียร์ออโตกับรถกระบะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะเข้ากันสักเท่าไหร่ เลยจะต้องมาว่ากันในเรื่องของการใช้งาน เพราะการใช้งานเกียร์ออโต้ที่ถูกต้องนี่แหละที่จะบอกได้ว่าเกียร์ออโตทนหรือไม่ทน ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย

    เกียร์ออโตที่มีใช้อยู่ในรถยนต์นั้นมีพัฒนาการเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ และรถยนต์เหมือนกัน การพัฒนาในเชิงของโครงสร้างภายในนั้นไม่ค่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ความก้าวหน้าทันสมัยมักจะพุ่งไปที่ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ ความแม่นยำของตำแหน่งเกียร์และความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนเกียร์ ตามลักษณะการขับขี่หรือสภาพถนนที่รถวิ่ง มักจะพูดกันติดปากว่าเกียร์ฉลาดขึ้นทำให้ลดความเข้า ใจเก่า ๆ เกี่ยวกับเกียร์ออโตลงไป เช่น กินกำลังเครื่อง เปลืองน้ำมันพราะความฉลาดของระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมมาเพื่อให้ เกียร์ทำงานในแบบที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานทำให้บางทีลูกเล่นที่ใช้กับ เกียร์ออโตที่คนรุ่นเก่า ๆ สอนกันมากใช้ไม่ได้ผลแต่กับในรถกระบะบ้านเรานั้นเกียร์ออโตที่ถูกนำมาใช้ยัง ไม่ฉลาดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ฉลาดพอสมควร การปรับเซ็ทหรืออกแบบมาเพื่อใช้กับงานที่หนักไปทางบรรทุกในพิกัดบรรทุกที่รถ คันนั้นถูกออกแบบมา ถ้าการใช้งานอยู่ในพิกัดที่ว่ามา เกียร์ก็จะทนแบบปกติ แต่ส่วนใหญ่การใช้รถกระบะของคนบ้านเรายังเป็นแบบ “จิปาถะ” และหนักจนเกินไป ดังนั้นมันก็จะปฏิเสธไม่ได้ว่าความทนทานนานปีมันก็ต้องลดลงบ้าง การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี ก็อยู่ที่การใช้งานให้เป็นนั่นเอง

    โครงสร้างภายในเกียร์ออโตเมติค

    เกียร์ออโตเป็นเกียร์ที่มีความทนทานไม่เสียง่าย มีการสึกหรอน้อย มีอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับการใช้งาน เป็นเกียร์ที่ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ แต่ก็มักจะเป็นปัญหากับผู้ที่เริ่มใช้หรือใช้เป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ ตำแหน่งการทำงานของเกียร์ ส่วนใหญ่จะเกิดจากความไม่เคยชิน การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี สิ่งที่ต้องทำความรู้จักเป็นอันดับแรกก็คือ “ตำแหน่งเกียร์” ปัจจุบันสะดวกมากขึ้น เพราะจะมีไฟโชว์ตำแหน่งเกียร์บนหน้าปัดโดยไม่ต้องก้มลงมอง แต่ถ้าจะให้ดีจำให้ได้โดยไม่ต้องก้มดูตำแหน่งเกียร์จะดีกว่า การขับเคลื่อนในเกียร์ออโต เกียร์จะทำการเปลี่ยนอัตราทด 1-2-3-4 เอง ตามความเร็วที่รถวิ่ง แต่รถเกียร์ออโตเราจะไม่เห็นอัตราทด 1-4 ที่กล่าวมา เพราะอัตราทดดังกล่าวจะมารวมกันอยู่ในตำแหน่งเกียร์ “D-D 3-2” ซึ่งทั้งหมดเป็นเกียร์ขับเดินหน้า เมื่อเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง “D” เมื่อรถออกตัว เกียร์จะเปลี่ยนอัตราทดขึ้น-ลง ไปเรื่อย ๆ ตามความเร็วของรถ ส่วนตำแหน่ง “D 3” เกียร์จะทำงานเช่นเดียวกับตำแหน่ง “D” แต่อัตราทดจะถูกล็อคอยู่เพียงแค่เกียร์ 3 ซึ่งเป็นอัตราทด 1:1 ไม่เปลี่ยนเป็น เกียร์ 4 ซึ่งเป็นอัตราทดโอเวอร์ไดรว์ ส่วนตำแหน่งเกียร์ 2 ก็เช่นกันเกียร์จะล็อคอัตราทดให้เกียร์เปลี่ยนเฉพาะอัตราทด 1-2 เท่านั้น ในเกียร์ออโตที่มีใช้ในรถกระบะบ้านเรา จะเห็นความพิเศษเพิ่มขึ้นอีกคือ มักจะมีปุ่ม “Hold” ซึ่ง ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ในการล็อคตำแหน่งเกียร์ให้เริ่มทำงานที่เกียร์อัตราทด เกียร์ 2 และสิ้นสุดการทำงานที่อัตราทดเกียร์ 2 เพื่อป้องกันการหมุนฟรีของล้อจากอัตราทดที่สูงในเกียร์ 1 ซึ่งจะมีประโยชน์เมื่อใช้ในสภาพผิวถนนที่ลื่นเช่น ถนนที่มีโคลนเลน นอกจากตำแหน่งเกียร์เดินหน้าแล้วเกียร์ออโตจะประกอบไปด้วยตำแหน่ง “P” เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ทุกครั้งที่จอดในที่จอดรถโดยรถจะไม่สามารถขยับได้ ตำแหน่ง “R” เป็นตำแหน่งเกียร์ถอยหลังและ “N” คือ ตำแหน่งเกียร์ว่างการวางตำแหน่งเกียร์จะเรียงจาก P-R-N-D-D3-2

     

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี ใช้ให้เป็น เลือกเกียร์ให้ถูก

                การใช้เกียร์ออโตอย่างถูกวิธี ที่ถูกต้องจะเริ่มตั้งแต่การ “สตาร์ทเครื่องยนต์” เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรตรวจสอบดูตำแหน่งคันเกียร์หลังจากที่นั่งประจำ ตำแหน่งและคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว ตำแหน่งคันเกียร์หลังจากที่นั่งประจำตำแหน่ง และคาดเข็มขัดนิภัยแล้ว ตำแหน่งคันเกียร์จะต้องอยู่ที่ตำแหน่ง “P” หรือ “N” เท่านั้น และขณะที่สตาร์ทเครื่องยนต์ เท้าขวาควรจะวางไว้บนแป้นเบรค ในรถยนต์บางรุ่นอาจจะสตาร์ทไม่ติดถ้าไม่รัดเข็มขัดนิรภัย สิ่งหนึ่งที่ควรจะฝึกให้เคยชินก็คือ รถเกียร์ออโตไม่จำเป็นต้องใช้เท้าซ้ายทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งการวางเท้า ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการขยับปลายเท้าไปมาระหว่างเบรคกับคันเร่ง เพราะเท่าที่สังเกตส่วนใหญ่แป้นเบรคของรถเกียร์ออโตจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ การวางตำแหน่งเท้าไม่ดีพอ เวลาตกใจจะเหยียบเบรคอาจจะกลายเป็นเร่งส่งอย่างที่เห็นเป็นข่าวกันบ่อย ๆ การสตาร์ทเครื่องยนต์ในตำแหน่งเกียร์ “P” จะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด เพราะการเลื่อนคันเกียร์ออโตนั้นบางตำแหน่งต้องปลดล็อคคันเกียร์ แต่บางตำแหน่งต้องปลดล็อคคันเกียร์แต่บางตำแหน่งก็ไม่ต้องปลดล็อคคันเกียร์ เพื่อป้องกันการเลื่อนของคันเกียร์โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นที่มาของอุบัติเหตุให้เราได้ยินบ่อย ๆ

               การเลื่อนคันเกียร์ เป็นหนึ่งใน การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี  การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์นั้น ควรรอสักพักหลังจากติดเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ได้อุณหภูมิการทำงาน หากเป็นคนช่างสังเกตจะเห็นได้ว่าเมื่อแรกสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ใช้เกียร์ออโต รอบเครื่องจะสูงกว่าปกติอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะลดระดับลงมาที่ความเร็วรอบเดิน เบาปกติ การเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งขับเคลื่อน D หรือ ถอยหลัง R เลยหลังจากติดเครื่องจะทำให้รถเกิดอาการกระตุกและเคลื่อนที่ด้วยแรงหรือความ เร็วที่มากกว่าปกติ และสิ่งที่ควรระวังอีกอย่างหนึ่งของพวกที่จอดติดไฟแดงแล้วไม่ชอบเปลี่ยนเป็น เกียร์ว่าง คาคันเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง D คือ คอมเพรสเซอร์แอร์ตัดจะทำให้รอบเครื่องสูงขึ้น ถ้าไม่ได้เหยียบเบรค หรือดึงเบรคมือไว้รถจะกระโดดไปข้างหน้าและถึงแม้ว่าจะมีการล็อคเบรคไว้ ก็จะไม่เป็นผลดีกับเกียร์มีผลต่ออายุการใช้งานของเกียร์เช่นกัน ดังนั้นทุกครั้งที่หยุดรถชั่วคราวควรจะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เป็นเกียร์ว่าง N
    การเลื่อนคันเกียร์ในเกียร์ออโตจากตำแหน่งจอด P มาตำแหน่งถอยหลัง R จะต้องปลดล็อค ส่วน R มา N จะสามารถเลื่อนได้เลยไม่มีล็อค แต่ถ้ากลับกัน N ไป R จะต้องปลดล็อคถึงจะเลื่อนได้ ในตำแหน่ง N ไป D และตำแหน่ง D กลับไปที่ N ไม่จำเป็นต้องปลดล็อคสามารถเลื่อนไปเลื่อนมาได้ และเช่นกันเมื่อต้องการเลื่อนตำแหน่งคันเกียร์จาก D ลงไปสู่ตำแหน่ง D 3 และ 2 ต้องปลดล็อคเพื่อความปลอดภัยของระบบเกียร์

              การใช้เกียร์อัตโนมัติในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง การเปลี่ยนเกียร์ควรให้รถหยุดสนิท ก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งเกียร์มาที่ R เพราะเมื่อมีการเลื่นคันเกียร์มาในตำแหน่ง R ที่เฟืองเกียร์ในตำแหน่งนี้มีทิศทางการหมุนที่ตรงกันข้ามกับเกียร์เดินหน้า การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขณะที่รถยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่เกียร์มีการทำงานในทิศทางที่สวนกัน จะทำให้เกียร์พังเร็วกว่าปกติมาก การเลื่อนคันเกียร์ไปในตำแหน่งถอยหลังเมื่อรถหยุดสนิททุกครั้งควรเหยียบเบรค เพื่อให้คนขับได้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการถอยหลัง และในเกียร์ออโตเพียงแค่ยกเท้าออกจากเบรคตำแหน่งเกีรยร์ถอยที่มีอัตราทดที่สูงอยู่แล้ว รถจะเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง คนขับเพียงแต่เหยียบเบรคเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่เท่านั้นนอกซะจากจะเป็นการ ถอยหลังขึ้นเนินที่มีความชันพอสมควร

              ปัญหาหนึ่งของผู้ที่ใช้รถเกียร์ออโตมือใหม่ไม่แน่ใจคือ เมื่อขับรถเกียร์ออโตในทางลาดชันควรใช้เกียร์อะไร? การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี การขับคงต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ “การขับขึ้นเนิน” เกียร์ ที่ใช้ก็เป็นเกียร์ขับเคลื่อนตามปกติ และถ้าเนินชันหรือทางลาดนั้นมีความยาวมากหรือความเร็วลดลงแต่รอบเครื่องยนต์ ค่อย ๆ ขยับขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือยกคันเร่งให้รอบเครื่องต่ำลงแล้วขยับคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D3 ไม่ควรเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง เพราะกลไกเกียร์จะทำการเปลี่ยนอัตราทดลงไปที่เกียร์ต่ำในขณะที่รอบเครื่อง สูงซึ่งอาจจะทำให้เกียร์เกิดการเสียหายได้ และถ้ายังมีอาการ เหมือนจะเกินขึ้นไม่ไหวหรือเกียร์เปลี่ยนเร็วแต่ไม่ได้ความเร็วก็ยกเท้าออก จารกคันเร่งเพื่อให้รอบต่ำลงหรือหยุดรถการหยุดรถระหว่างการขับขึ้นทางลาดควร ใช้เบรคทุกครั้งไม่ควรจะใช้กำลังขับช่วยในการหยุดรถระหว่างการขับขึ้นทางลาด ควรใช้เบรคทุกครั้งไม่ควรจะใช้กำลังขับช่วยในการหยุดรถ หลังจากนั้นเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง 2 ซึ่งจะเป็นการล็อคอัตราทดเฉพาะเกียร์ 1-2 ซึ่งก็เหมือนกับการที่เราขับรถลากรถเกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เพื่อให้ได้แรงบิดเพื่อขึ้นทางลาดจากนั้นก็ยกเท้าออกจากเบรคเหยียบคันเร่ง ซึ่งควรเป็นไปอย่งนุ่มนวลเพื่อไม่ใช้ล้อเกิดการฟรีจากแรงบิดที่สูง ส่วน “การขับลง” ทาง ลาดชันนั้นการควบคุมความเร็วของรถเป็นหน้าที่ของเท้าขวาที่เป็นประจำอยู่บน แป้นเบรค ถ้าทางลงมีความลาดมาก ๆ ก็ทำเหมือนตอนขึ้นคือ เปลี่ยนตำแหน่งคันเกียร์มาที่ D3 หรือถ้าชันมากก็ควรเปลี่ยนมาที่ 2 เพื่อให้ได้แรงมาจากเอนจิ้นเบรค อย่าลงทางลาดชันโดยเกียร์ว่าง (N) หรือเกียร์เดินหน้าปกติ (D) เพราะเครื่องยนต์จะไม่มีเอนจิ้นเบรคช่วยชะลอความเร็ว และการขับรถลงทางลาดนั้นควรใช้เบรคร่วมด้วยเป็นระยะ แต่ไม่ควรเลียเบรคเพราะจะทำให้ผ้าเบรคร้อนจนไหม้ แล้วรถจะเบรคไม่อยู่

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี

    ส่วนที่เป็นสมองของเกียร์ เมื่อเลื่อนคันเกียร์ คือ การบังคับทิศทางการไหลของน้ำมันเกียร์ให้ไปยังตำแหน่งทำงานที่ต้องการ

    การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี สิ่งที่ควรจะต้องรู้ ก็คือ “อัตราเร่ง” เพราะน้อยคนนักที่จะรู้จักคำว่า “Kick Down” หรือ “Shiff Down” หรืออาจจะเคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรและทำไม่เป็น เวลาจะแซงก็เลยกดคันเร่งเหมือนที่เคยทำบางคนถูกจังหวะพอดีรถพุ่ง แต่ด้วยความตกใจก็เลยยกเท้าออกจากคันเร่งทำให้เป็นความเข้าใจผิดที่พูดต่อ ๆ กันมาเกียร์ออโต “ไม่ดี อย่าไปใข้มันเลย” การ “คิกดาวน์” หรือ “ชิฟท์ดาวน์” พูดให้เข้าใจง่ายก็เหมือนการ “เชนจ์เกียร์” ในเกียร์ธรรมดานั่นเอง เพียงแต่ในเกียร์ออโตจะสบายกว่าไม่ต้องยกคันเร่ง เหยียบคลัทช์ ลดเกียร์ปล่อยคลัทช์ เหยียบคันเร่ง ในเกียร์ออโตเพียงแต่ “กดคันเร่งให้มิด” ในการคิกดาวน์ หรือ “ขยับคันเกียร์ลงมาหนึ่งตำแหน่ง” ในชิฟท์ดาวน์ เพียงแค่นี้ ระบบเกียร์ก็จะเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ให้ต่ำลงจากเดิมมา 1 ตำแหน่งเหมือนการเชนจ์เกียร์ในรถเกียร์ธรรมดาทุกประการ แต่การเรียกอัตราเร่งแบบนี้ก็ต้องระวังในเรื่องของรอเครื่องขณะที่กระทืบคัน เร่งหรือขยับคันเกียร์เช่นกัน ความแตกต่างระหว่างการ “Kick Down” กับ “Shiff Down” จะอยู่ที่ความไวในการตอบสนอง การจะเลือกใช้แบบใดขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกที่กำลังแบกอยู่ในขณะนั้นมากกว่า การคิกดาวน์จะตอบสนองได้ผลมากกว่ากับน้ำหนักบรรทุกที่น้อย แต่ถ้ามีน้ำหนักบรรทุกมากหน่อยการ “ชิฟท์ดาวน์” จะให้การตอบสนองที่ดีกว่า ส่วนน้ำหนักที่แบกจะมากน้อยเพียงใดถึงจะรู้ว่าใช้แบบใดขึ้นอยู่กับเกียร์ของ รถแต่ละรุ่นที่ไม่เหมือนกัน คนที่คุ้นเคยและใช้งานประจำจะรู้ได้ดีกว่าดังนั้นการฝึกใช้บ่อย ๆ จะให้คำตอบได้ดีกว่า สังเกตว่าถ้า “กด” คันเร่ง หรือ “เลื่อน” คันเกียร์แล้ว “พุ่ง” นั่นแหละใช่เลย “Kick Down” หรือ “Shiff Down” แน่นอน เมื่อรู้แล้วก็ฝึกให้ชินกับจังหวะที่มันทำงานจะได้กะจังหวะแซงได้ถูก

    โครงสร้างภายในของระบบคลัทช์ไฮดรอลิกที่เรียกว่า “ทอร์คคอนเวอร์เตอร์”ลักษณะของคลัทช์ไฮดรอลิคที่เรียกว่า “ทอร์คคอนเวอร์เตอร์”

               อีกข้อหนึ่งที่ฮิตมากก็คือ “เกียร์ออโตเข็นสตาร์ท” ไม่ได้นับว่าเป็นความเข้าใจผิดที่ผิด เอ๊ะงง “เกียร์ออโตเข็นสตาร์ทได้ แต่ไม่มีใครเขากล้าทำกันจนคนเข้าใจว่าทำไม่ได้ อยากให้ลองคิดดูว่าในการเข็นสตาร์ทในเกียร์ธรรมดาก็คือ การไปทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุน แล้วทำไมในเกียร์ออโตจะทำไม่ได้ แต่ที่ไม่ทำกันก็เพราะในเกียร์ออโตต้องเข็นให้รถมีความเร็วถึง 25 กม./ชม. ถ้าจะใช้คนดันก็คงไม่ไหว ใช้รถดันก็คงไม่เหมาะแต่ถ้าปล่อยไหลลงทางลาดก็พอไหว แต่ต้องไม่ชันมากและมีทางยาวพอสมควร เพราะค่อนข้างอันตรายคนเลยไม่ทำกันจนเป็นความเข้าใจผิด สู้การพ่วงแบตเตอรี่ไม่ได้ สะดวกกว่ากันเยอะเลย

                การเอาใจใส่ดูแลปริมาณน้ำมันเกียร์ ก็เป็นหนึ่งใน การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี อาการผิดปกติที่มักจะเกิดกับเกียร์ออโตเมื่อปริมาณน้ำมันเกียร์น้อยเกินไป ก็มีตั้งแต่เข้าเกียร์แล้วรถไม่ขยับเกียร์ไม่เปลี่ยนหรือต้องเดินคันเร่งลึกกว่า ปกติกว่าที่รถจะขยับตัว เพื่อให้การใช้งานเกียร์ออโตให้ยาวนานขึ้น “การตรวจน้ำมันเกียร์” ควรทำอาทิตย์ละครั้งบนพื้นที่จอดรถที่ได้ระดับขึ้นเบรคมือ คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง “P” ติดเครื่องให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบเดินเบาอยู่ระหว่างขีดบนกับล่างและควรมี การเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดในคู่มือประจำรถ การสังเกตสีของน้ำมันที่เปลี่ยนไป ความข้นหนืดที่ลดลง หรือแม้กระทั่งกลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมันเกียร์ก็เป็นอาการเริ่มแรกที่บอกได้ ถึงความผิดปกติที่เกิดกับเกียร์ ดังนั้นการตรวจสอบอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอรวมทั้ง การใช้เกียร์ออโต้อย่างถูกวิธี ก็เป็น ทางหนึ่งที่ช่วยให้เกียร์ออโตอยู่รับใช้ให้ความสบายกับการขับขี่ได้นานขึ้นอีก

  • การเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกต้อง หนึ่งในการดูแลรักษารถที่คุณควรใส่ใจ

    การเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกต้อง หนึ่งในการดูแลรักษารถที่คุณควรใส่ใจ

    การเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกต้อง มีส่วนสำคัญให้การขับขี่รถมีความปลอดภัย และช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ ยางทุกเส้นต้องเติมลมก่อนใช้งาน เพื่อลดแรงกระแทกระหว่างรถยนต์ และพื้นถนน การเติมลมยางรถยนต์ที่ถูกต้อง จึงต้องเติมลมยางให้ได้อัตราที่ถูกต้องตามที่กำหนดคือสิ่งสำคัญ ไม่ควรเติมลมยางมากเกินไป หรืออ่อนเกินไปโดยปรกติแล้วโรงงานผู้ผลิตรถยนต์จะกำหนดอัตราสูบลมที่ถูกต้อง และเหมาะสมสำหรับรถแต่ละชนิด โดยจะระบุไว้บนแผ่นโลหะหรือสติกเกอร์ที่ติดบริเวณของประตู หรือเสากลางข้างตัวรถหรือติดไว้ในช่องเก็บของภายในรถ ลมยางทุกเส้นจะอ่อนลงเมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง ดังนั้นผู้ใช้รถควรหมั่นตรวจสอบ และเติมลมยางสม่ำเสมอทุกเดือน การเติมลมยางควรเติมขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือวิ่งไม่เกิน 1.5 – 2 กิโลเมตร การตรวจเช็กลมยางควรใช้เกจวัดลมที่ได้มาตรฐาน

     

    ฝาวาล์วยาง
    ควรปิดฝาวาล์วยาง (จุ๊บลม) ให้สนิทตลอดเวลา เพื่อป้องกันเศษดิน ฝุ่น และความชื้นซึมเข้าในยาง และป้องกันกันลมซึมออกทางวาล์ว ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียต่ออายุการใช้งานของยางได้

    ความดันลมและการขับเคลื่อน
    การเติมลมยางที่ถูกต้องตามกำหนด จะทำให้ดอกยางทุกส่วนสัมผัสผิวถนนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยรักษายางให้ใช้ได้นานตลอดอายุ เพิ่มความนุ่มนวลและปลอดภัยขณะขับขี่และประหยัดค่าน้ำมันอีกด้วย

    การเติมลมมากเกินไป
    ทำให้หน้ายางเกาะถนนได้ไม่เต็มที่ เกิดการสะเทือนมากกว่าปรกติ เนื่องจากความยืดหยุ่นของยางลดลง ทำให้โครงสร้างยางเสียหาย เนื่องจากผ้าใบตึงเครียดยางถูกบาดง่ายและดอกยางตอนกลางสึกเร็วกว่าด้านข้างทั้งสอง

    การเติมลมน้อยเกินไป
    ทำให้แก้มยางมีการยืดและหดตัวมากกว่าปรกติ เป็นสาเหตุของการเกิดความร้อนสูงมากทำให้ยางร่อนหรือผ้าใบหักง่าย และดอกยางด้านข้าง ทั้งสองสึกเร็วกว่าตอนกลาง

    คำแนะนำของการเติมลมยาง
    การเติมลมยางทั้ง 4 เส้นไม่เท่ากัน อาจส่งผลให้รถยนต์เสียการควบคุม เมื่อเบรกหยุดหรือเร่ง ระดับความเร็ว ความสมดุลของล้อรถเสีย และทำให้ยางสึกไม่เรียบ รถอาจเสียหลักหมุนเมื่อเหยียบเบรกกะทันหัน

  • สิว สาเหตุของการเกิดสิว และการรักษา

    สิว สาเหตุของการเกิดสิว และการรักษา

     

    สิวเป็น หนึ่งในปัญหาสุขภาพวัยรุ่น ที่พบได้บ่อย เพราะเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

    ปัญหาของสิว ในวัยรุ่น มีอยู่หลายประเภท สิวก็มีหลายชนิด พอจะแยกได้ดังนี้

    “สิวหัวขาว” เป็นเม็ดนูนเล็กๆ ไม่มีรูเปิด

    “สิวหัวดำ” มีรูเปิดที่ผิวหนังมองเห็นเป็นจุดดำอยู่ตรงกลาง

    “สิวหัวช้าง” เกิดเป็นตุ่มนูนเล็กๆ แดงๆ อาจเห็นเป็นตุ่มหนอง หรือตุ่มนูน แข็งเม็ดโต หรือตุ่มแดงอักเสบแบบถุงซีสต์

    สิวที่สร้างความวิตกกังวลมากที่สุดคือ สิวบริเวณใบหน้า แต่ในบางรายอาจพบมากที่บริเวณลำคอ แผ่นหลัง หน้าอก และลำตัว

    สิว เกิดได้หลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

    • พันธุกรรม
    • ปัจจัยภายในร่างกาย
    • ความผิดปกติของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า
    • ปริมาณสารไขมันที่สร้างมาจากต่อมไขมัน
    • เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Propionibacterium acnes
    • ความรุนแรงของปฎิกิริยาอักเสบที่เกิดขึ้น
    • ความเครียด : นอนดึก ท้องผูก กังวล
    • สิ่งแวดล้อม : แสงแดด อากาศร้อนชื้น

    การดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล :

    • เครื่องสำอาง สบู่ โฟมล้างหน้า ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม
    • สารพิษ
    • การเสียดสี

    การดูแลและวิธีแก้ไข

    • ลดอาหารประเภทไขมัน รับประทานเต้าหู้วันละ 1 ขีด นมถั่วเหลืองวันละ1-2 แก้ว
    • ไม่แคะ แกะ เกา หรือบีบสิว
    • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง
    • ใช้ยาตามแพทย์สั่ง เช่น ครีมแต้มสิว ยาต้านฮอร์โมน
    • ขับถ่ายเป็นเวลา หากท้องผูกร่างกายจะหมักหมมของเสียที่ก่อการอักเสบในที่ต่างๆ ได้
    • พักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย
    • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะสมกับสภาพผิว

     

  • ภาพที่บอกว่า คำพูดทำร้ายคนมากเท่าการกระทำ

    ภาพที่บอกว่า คำพูดทำร้ายคนมากเท่าการกระทำ

    3 ภาพที่บอกว่า คำพูดทำร้ายคน มากเท่ากับการกระทำ
    คำพูดทำร้ายคน tumblr_nkk0rtlpvi1qmufgro2_1280 ภาพ 3 ภาพนี้สื่อได้เป็นอย่างดีครับ ว่าคำพูดทำร้ายคนได้มากมายเท่ากับการทำร้ายร่างกายเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เรามาพูดจากันดีๆ เถอะครับ อย่าให้คนที่เรารัก หรือ คนในครอบครัวของเรา ต้องมีเจ็บปวดกับคำพูดร้าย ๆ หรือ คำพูดที่ไม่คิดของเราออกไปเลย เพราะมันเจ็บพอๆ กับการถูกทำร้ายร่างกายนั่นแหละ หยุดคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ หันมาพูดจากันดีๆ ดีกว่าครับ

    คำพูดทำร้ายจิตใจ ภาษาอังกฤษ = VERBAL ABUSE IS STILL ABUSE!

  • ผมหงอก ทำไงดี

    ผมหงอก ทำไงดี

     

    ผมหงอก ทำไงดี คนที่มีผมหงอกมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งเยอะ จะทำอย่างไร ที่ไม่ใช่วิธีย้อมผม เช่น การรับประทานอาหาร หรือวิธีอื่นๆ

    โดยทั่วไป คนเราเมื่ออายุมากขึ้น จะมีผมหงอกได้ เนื่องจากเชลล์สร้างเม็ดสีร่วมกับเอนไซม์บาง ชนิด (Tyrosinase’ หน้าที่สังเคราะห์เ ทำงานน้อยลง โดยมักเริ่มเป็นที่ขมับก่อน ต่อไปเป็นที่กลางกระหม่อม แล้วจะเป็นบริเวณท้ายทอยในที่สุด

    คนไทยผมหงอกช้ากว่าฝรังผิวขาว ที่มีผมหงอกก่อนอายุ 20 ปี หรือนิโกรที่มีผมหงอก ก่อนอายุ 30 ปี ถือว่าเป็นผมหงอกก่อนวัย สำพร้บคนไทยถือว่า ผมหงอกก่อนอายุ 30 ปีเป็นผมหงอกก่อนวัย  ชึ๋งมีได้หลายสาเหตุ อย่างการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลองสังเกต ดูสิครับว่าในครอบครัวมีผมหงอกก่อนวัย แบบนี้บ้างหรือไม่ หรืออาจมีสาเหตุจาก โรคบางชนิด อย่างต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ต่อมไทรอยด์อักเสบ โรคโลหิตจาง บางชนิด โรคที่มีกลุ่มอาการอื่นๆร่วมด้วย อย่าง Werner’s syndrome, Rothmund’s syndrome หรือแม้แต่ภาวะเครียดเอง ก็ตาม เอาเป็นว่า ถ้าสงสัยคงต้องปรึกษา แพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนกันอีกครั้งครับ อย่างไรก็ตาม ไม่มียาพร้อมรักษาผมหงอกที่เกิดขึ้นแล้วให้ได้ผล นอกจากใช้วิธีย้อมผมเท่านั้น

    ผมหงอก ทำไงดี วิธีแก้ผมหงอกด้วยยาย้อมผมชนิดต่างๆ ท่าที่ผมเริ่มหงอก หรือถ้าผมหงอกเฉพาะส่วนปลายผมไม่เกิน 1 ใน 10 ก็อาจใช้การตัดซอย เอาเฉพาะส่วนปลายผมที่หงอกทิ้งไป วิธีนี้เหมาะสำหรับท่านที่ผมเริ่มหงอก ในช่วง 1-2 ปีแรก เพราะจะหงอกเฉพาะส่วนปลายเท่านั้น

    อีกวิธีหนึ่งก็ คีอ ย้อมผมเฉพาะ บางจุด ตามธรรมชาติของคนเรานั้น เส้นผมไม่ได้มีสีมาเสมอสีเดียวกันทุกเส้นหรอกครับ แต่จะมีเฉดสีแตกต่าง กันได้ถึง 11 สี ดังนั้นการย้อมสีเส้นผม เฉพาะบางจุดหรือบางส่วนนั้นอาจท่าให้สี ทรงผมแลดูเป็นธรรมชาติกว่าเรือนผม ที่ถูกย้อมออกมาเป็นสีเฉดเดียวเท่ากันหมด ซึ่งดูแส้วจะรู้ได้ว่าไปย้อมมา

    ยาย้อมผมนั้นมีหลายแบบ แบบแรกคือ ยาย้อมผมชนิดชั่วคราว ซึ่งท่าจากสีย้อมผ้า สีแบบนี้จะตกออกหมด ภายในหนึ่งสัปดาห์หรือทุกครั้งที่มีการสระผม สีย้อมแบบนี้อาจไหลมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าได้บ้าง ยาย้อมผมแบบชั่วคราวนั้นมีวางขายในท้องตลาดหลายรูปแบบ เช่น เป็นครืมรินส์ เจล มูส และสเปรย์ มีข้อดีคือ ใช้ง่าย ราคาไม่แพง โอกาสแพ้น้อย และไม่ค่อยท่าให้เส้นผมเสีย แต่ข้อเสียก็คือต้องคอยเติมสีย้อมบ่อยๆ และถ้าผมหงอกเกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ก็ม้กจะได้ผลไม่ค่อยดีนัก

    ยาย้อมผมอีกแบบหนึ่งเรียกว่า แบบค่อยๆ เปลี่ยนสี ซึ่งมีส่วนผสมของ เกลือโลหะ เช่น ตะกั่วและเงิน สีของผมจะค่อยๆ เข้มขึ้นเมื่อตะกอนของยา ย้อมผมติดลงบนเส้นผม จึงเห็นสี เปลี่ยนแปลงได้ชัดในเวลา 2-3 เดือน ข้อเสียของยาย้อมผมแบบนี้คือ เส้นผม มักแลดูกระด้าง ไม่มันเงามีชีวิตชีวา เพราะว่าเคลีอบผมที่มันเงาถูกตะกอนสี ปกคลุมทับอยู่ นอกจากนั้นยาย้อมผม พวกนี้ยังมีกลี่นไม่ชวนดม

    ยาย้อมผมอีกแบบหนึ่งก็คือ ชนิดธรรมชาติ แต่เดิมเตรียมจากใบไม้ชนิดหนึ่ง แต่ต่อมาพบว่า ยาย้อมผม ที่เตรียมจากใบไมัโดยตรงนี้ทำให้ผมแข็ง กระด้างและเปราะหักง่าย ยาย้อมผม ชนิดธรรมชาตินี้มีชื่อว่า เฮนน่า แต่ปัจจุบันนี้เฮนน่าที่วางขายกันตามท้อง ตลาดไม่มีชนิดทีทำจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนมากจะผสมสีสังเคราะห์ลงไป เพี่อให้เฉดสีมีมากขึ้น และเส้นผมไม่แข็งกระด้าง ผมที่ย้อม ด้วยเอนน่านั้นจะมีสีออกแดง จึงไม่เป็นที่นิยม

    ส่วนยาย้อมผมกึ่งถาวร นับว่าเหมาะสำหรับการย้อมผมหงอกมาก เพราะใช้ได้ง่าย ทำได้เองที่บ้าน มีอยู่ทั้งในรูปของเหลวอย่างเช่น แชมพู

    การย้อมผมด้วยยาย้อมผมกึ่งถาวร แต่ละครั้ง สีจะติดอยู่ประมาณ 6 สัปดาห์ สีของยาย้อมผมชนิดนี้จะมี โมเลกุลเลิก จึงซึมชาบเปลือกของเส้นผม ลงไปสู่เนี้อในของเส้นผมได้ หลังจาก ย้อม ผมยังคงมีมันเงาเหมีอนเดิม การย้อมผมด้วยยาย้อมผมกึ่งถาวรนั้น หากไม่ถูกใจสี รอเวลาไม่นานนักสีก็จะตกไป หรีอหากตัดสินใจแน่นอนว่าควรจะย้อมต่อไป ก็อาจใช้ยาย้อมผมชนิดถาวร ย้อมทับลงไปได้

    ยาย้อมผมชนิดสุดท้าย คือ ชนิดถาวร ยาย้อมผมชนิดนี้สีติดทนนานถาวร ส่วนผสมคือพาราเฟนนิสีนไดอะมีน ชึ๋งจับติดแน่นกับเส้นผม จึงไม่ไหลเลอะไปโดนผิวหนัง โอกาสเกิดผิวหนังอักเสบ จากการแพ้ยาย้อมผมจึงมีไม่มากนัก ยาย้อมผมชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ใม่ขยัน เพราะอยู่ได้นานทีสุด

    การแพ้ยาย้อมผม อาจพบผิวหนังอักเสบตามแนวไรผมและใบหน้า โดยที่หนังคืรษะยังคงปกติอยู่ได้ ถ้าสงสัยว่า แพ้ยาย้อมผม ควรพบแพทย์ครับ

    ทุกครั้งทิ่ย้อมผมนั้น เส้นผมจะ ถูกทำลายมากบ้างน้อยบ้าง แส้วแต่ชนิด ของยาย้อม ถ้าเป็นยาย้อมแบบช้วคราว เส้นผมจะถูกทำลายน้อยทีสุด แต่ถ้าเป็นชนิดกึ่งถาวร ชนิดค่อยๆ เปลี่ยนสี และ ชนิดถาวร เส้นผมจะถูกทำลายมากขื้น เรียงลำดับกันไป

    รู้เช่นนี้แล้ว คงไม่เปีดโอกาส ให้ใครมาถอนหงอกได้อีกต่อไป

  • ความเป็นหนึ่งบน THIRA ประเทศกรีซ ตอนที่ 2

    ความเป็นหนึ่งบน THIRA ประเทศกรีซ ตอนที่ 2

    สวัสดีครับหลังจากได้ทำความรู้จักกับ THIRA ในตอนที่ 1 ไปแล้ว มาถึงตอนนี้ผมก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ บนเกาะนี้ที่ผมไป พบไปเจอมา ให้ได้ฟังกันนะครับ

    อย่างที่ผมเล่าให้ฟังครับทีร่านั้น เป็นเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟ เพราะฉะนั้นหาดทรายของเกาะนี้จะเป็นชายหาดที่มีทราย สีดำ สำหรับผมก็เป็นเรื่องที่แปลกครับ เพราะบ้านเราชายหาดจะเป็นสีขาวซะส่วนใหญ่ แต่ชายหาดสีดำก็ดูมีเสน่ห์ไม่น้อยเลยครับ ถึงแม้ว่าชายหาดจะดูเป็นสีดำเนื่องมาจากหินภูเขาไฟ แต่ชายหาดของเค้าก็ดูสะอาดครับ ไม่มีสิ่งสกปรกอย่างพวกขวดน้ำ หรือเศษแก้ว ให้เห็น อีกทั้งน้ำทะเลก็ใสแจ๋วเลยครับ แม้ว่าบริเวณนั้นจะเป็นบริเวณที่ขายอาหารทะเลก็ตาม ผมต้องยกนิ้วให้เลยครับในการควบคุม ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของเค้า

    บนเกาะทีร่าจะมีการแบ่งเขตหรืออาจเรียกว่าคล้ายๆตำบลเล็กๆก็ได้ครับ แต่ละที่ก็จะมีการคมนาคมติดต่อกันโดยทางรถ ซะเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนกลางของเกาะมีชื่อว่า ฟีร่า(Fira) ที่นี่จะเป็นศูนย์กลางทั้งหมดครับ ทั้งร้านค้า แหล่งช๊อปปิ้ง ศูนย์รถ ศูนย์จำหน่ายตั๋วเรือ หรือถ้าพูดง่ายๆก็เป็นเหมือนตลาดบ้านเรา นั่นแหละครับ พอตกกลางคืนร้านที่เราเห็นตอนกลางวันก็เริ่มจะปิดลง ผับ บาร์ก็จะผุดขึ้นแทน เรียกว่าตลาดที่นี่คึกคักกันตลอดคืน มีเงินไหลสะพัดตลอดเวลาเลยครับ แต่สำหรับผมไม่ได้ย่างกราย เข้าไปในผับ ในบาร์หรอกครับ เพราะรู้สึกว่าถ้าจะเที่ยวสถานที่เหล่านี้คงไม่ต้องมาไกลถึงกรีกหรอก พอตกกลางคืน3หนุ่ม3มุม อย่างผมกับเพื่อน ที่มาจากคนละมุมโลก ก็ไปยึดสถานที่นอนมองดูดาวที่ริมทะเลโน่นแหละครับ อีกอย่างหนึ่งที่มีเสน่ห์สำหรับสีสัน ในตอนกลางคืนของที่ร่า ก็คือบ้านของชาวกรีกที่ปลูกเรียงรายไปตามความสูงของภูเขานั่นแหละครับ พอถึงเวลากลางคืน ทุกบ้านก็จะเปิดไฟ มองดูแล้ว เป็นแสงระยิบระยับตัดกับแสงดาวดีเหลือเกินครับ

    มาถึงประเทศกรีซแล้วหลายๆคนอาจจะนึกถึงอาหารทะเลอันมีชื่อของกรีซ ด้วยความที่ที่นี่เป็นเกาะครับ เพราะฉะนั้นอาหาร ทะเล ก็ต้องเป็นของคู่กันครับ หากมาที่ร้านขายอาหารทะเลของกรีซสิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือ ปลาหมึกครับ ไม่ใช่ปลาหมึกเล็กๆ อย่างบ้านเรานะครับ อาจจะเรียกว่าเป็นปลาหมึกยักษ์ก็ได้มั้งครับ ผมเองก็เพิ่งจะเคยเห็นปลาหมึกตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนน่ะครับ ผมไม่รู้ว่าบ้านเราจะมีขนาดใหญ่ขนาดนี้มั้ย เพื่อนผมเค้ามาจากแถบละตินอเมริกา เค้าบอกว่าเค้าเพิ่งเคยเห็นครับ แล้วก็อยากลอง ชิมด้วย เราก็ลองเดินเข้าไปถามราคาที่ร้านเค้าครับได้ความว่าปลาหมึกย่างขายกันจานละประมาณ 13-15 ยูโรก็ประมาณ 500-600 บาท แต่แค่หนวดปลาหมึกเส้นเดียวครับ คิดไปคิดมา อาหารแค่นั้นคงไม่พอกับกระเพาะของพวกผม แถมถ้าเข้าไปนั่งทานเค้าคงมอง แน่ๆถ้าสั่งแต่หนวดปลาหมึกมาทานเพียงจานเดียว ว่าแล้วก็ต้องถอยไปตามระเบียบไปคว้า”กีรอส(Gyros)” อาหารพื้นเมืองชิ้นละ 1.2-1.5 ยูโรมาทานก็อิ่มได้เหมือนกัน

    ไหนๆก็พูดถึงเรื่องอาหารมาแล้ว ก็ขอพูดถึงกีรอส อาหารประจำชาติของที่นี่ซะหน่อย หากมาที่กรีกแล้วถ้าไม่ได้ทานกีรอส ก็ถือว่ามาไม่ถึงเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นกีรอสถือว่าเป็นอาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก เพราะราคาที่ถูกแสนถูก หาซื้อง่าย ทานง่าย หน้าตาของกีรอสนั้นจะเป็นเหมือนแป้งหนาๆหน่อยครับ เค้าจะเอาแป้งมาม้วน ใส่เครื่องต่างๆเช่น มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ หอมหัวเล็ก ผัก(คล้ายๆขึ้นไฉ่) มายองเนส ขาหมูย่าง(ขาหมูที่นี่จะใหญ่มากครับ ใหญ่จนไม่อยากเชื่อว่าเป็นขาหมู ผมก็ไม่ทราบ เหมือนกันครับว่าเค้าทำยังไง หนังข้างนอกจะกรอบ เนื้อข้างในจะนิ่ม ขาหมูอันใหญ่ๆเค้าจะมีแท่งหล็กแขวนไว้ เวลาที่เค้า จะเอา เนื้อออกมา ก็จะมีอุปกรณ์ขูดเอาหนังและเนื้อออกมาเป็นชิ้นๆ) หลังจากปรุงเครื่องเสร็จก็จะห่อใส่กระดาษ เราก็จะ ถือทานได้ครับ ทานไปด้วย ดูของไปด้วยเพลินดีครับ สำหรับพวกผมไปเที่ยวกรีซกันมาหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีวันไหนที่ห่างหายจากกีรอสเลยครับ

    เวลาผมไปเที่ยวที่ไหนก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ นั่นก็คือ ซีดีเพลงของชาตินั่นๆครับ ครั้งนี้ก็เหมือน กัน หลังจากที่เราเดินเที่ยวกันซะเหนื่อย ก่อนกลับที่พัก ก็จะแวะซื้อซีดีเพลงก่อน เพลงของกรีกนั้นโดยเฉพาะเพลงสไตล์เพลงบรรเลง ที่ใช้เครื่องดนตรีของกรีกจริงๆเป็นเพลงที่เพราะมากครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเร็ว ผมเห็นเครื่องดนตรี พื้นเมืองของกรีกจะคล้ายๆ กีตาร์ครับ แต่เสียงฟังดูจะค่อนข้างต่างกัน ฟังแล้วเหมือนพวกดนตรีทางหมู่เกาะประมาณนั่นแหละครับ คนกรีกเท่าที่ผมสัมผัสมา ไม่ว่าจะที่ เอเธนส์ หรือที่ทีร่า ผมรู้สึกว่าเค้ามีอัธยาศัย ไมตรีที่ดีมากเลยครับกับนักท่องเที่ยว ผมได้พูดคุยกับคนขายซีดีเรื่องเพลง และ เรื่องอะไรต่างๆ เยอะแยะ จนตอนหลังเค้าก็ถามว่าพวกเรามาจากไหนกันบ้าง ผมก็บอกเค้าว่าผมมาจากมืองไทย เค้าก็ทำท่าตกใจ ว่าโหมาไกล แล้วเค้าก็บอกผมว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่คนกรีกอยากมาเที่ยวมากที่สุด เพราะเมืองไทยมีทะเลสวย คนกรีกเป็นคนที่รัก ทะเล เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะมาไกลบ้านเค้าก็จะมาเมืองไทยนี่แหละ ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ผมได้คุยด้วยนะครับ ในเอเธนส์ผมก็ได้คุยกับ คนกรีก เหมือนกัน เค้าก็บอกเหตุผลเดียวกันว่า เค้าอยากมาเที่ยวเมืองไทย เพราะทะเลสวย คนไทยใจดี ในใจผมๆก็ดีใจนะครับ ที่เมืองไทยเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติ เพราะเรามีทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีค่า แต่ใจนึงก็เกิดการนึกเปรียบเทียบว่า ถ้าวันนี้เรา ไม่รักษา ไม่ดูแลธรรมชาติ ที่แสนสวยของเราไว้เหมือนกับที่คนกรีกรักและหวงแหนธรรมชาติของเค้า แล้ววันข้างหน้า จะมีคนมาเที่ยวเมืองไทย หรือพูดถึงธรรมชาติดีๆของเมืองไทยกันมั้ย ยังไงซะ ก็ช่วยดูแล กันหน่อยนะครับ คนละไม้คนละมือ สังคมไทยจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

  • วิตะมินบำรุงผิว วิตะมินต่างๆ บำรุงผิวคุณได้อย่างไร

    พูดถึงเรื่องความสวยความงาม เดี๋ยวนี้อะไรๆก็โฆษณาว่ามีวิตามินตัวโน้นตัวนี้ผสมเข้ามา ทั้งครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง ไม่เว้นแม้แต่ครีมกันแดด เห็นแล้วชวนปวดเศียรเวียนเกล้า ไม่รู้ว่าจะซื้อตัวไหนดี สาวยุคไฮเทคทั้งหลายจึงควรอ่านเรื่องนี้ไว้ประดับสมอง จะได้เลือกซื้อของได้ถูก แถมใครถามยังตอบได้ สมกับเป็นสาวทันสมัยแท้จริง

    การทำงานของวิตามิน
    วิตามินทั้งหลายที่ผสมลงไปในเครื่องประทินผิว ไม่ว่าจะเป็น A,B,C หรือ E ล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นยามที่ผิวถูกกระตุ้นจากแสงแดด,ฝุ่นควัน หรือพอลลูชั่น ทั้งหลาย ความร้ายกาจของอนุมูลอิสระอยู่ที่ว่ามันไปทำลาย DNAที่ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง และคอลลาเจนซึ่งเป็นตัวเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ถ้าสองตัวนี้ถูกทำลายก็ลองคิดดูแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    มาดูคุณสมบัติในการบำรุงผิวของวิตามินกันค่ะ เริ่มต้นจาก

    วิตามิน A

    ช่วยลดริ้วรอย,ลดเลือนจุดด่างดำ และลดความหยาบกระด้างของผิว
    เรตินอลในวิตามินA จะช่วยกระตุ้นการผลัดผิวให้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ผิวสดชื่น อ่อนเยาว์ และดูมีชีวิตชีวา

    ข้อควรรู้

    ระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวขึ้นอยู่กับอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่การผลัดเซลล์ผิวจะยิ่งช้าลงเท่านั้น (ปกติในเด็กหรือวัยรุ่นจะมีการผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 28 วัน แต่สำหรับผู้ใหญ่ต้องใช้เวลาถึง 2 เดือน)
    ถ้าต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน A ให้ดูที่คำว่า retinol,retinyl acetate,retinyl linoleate หรือ retinyl palmitate
    วิตามิน A จะทำให้ผิวเซ้นสิทีฟต่อแสงแดดมากขึ้น เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน A จึงควรทาครีมกันแดดและระมัดระวังอย่าให้ผิวโดนแดดมาก

    วิตามิน B

    ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
    ลดการเกิดริ้วรอย
    ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกง่ายขึ้น

    ข้อควรรู้

    วิตามิน B โดยเฉพาะ B3 (niacin) และ B5 (pantothenic acid) พบได้มากที่สุดในครีมบำรุงผิว เพราะวิตามิน B เป็นตัวช่วยเก็บความชุ่มชื้น
    สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย คือการระคายเคือง ที่เกิดจากผิวแห้งการดูแลผิวให้ชุ่มชิ้นอยู่เสมอจึงช่วยลดริ้วรอยได้

    วิตามิน C

    ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
    ลดการเกิดริ้วรอย
    ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกง่ายขึ้น

    ข้อควรรู้

    วิตามิน C พบมากที่สุดในมอยส์เจอไรเซอร์

    วิตามิน E

    ช่วยปกป้องผิวจากรังสี uvb
    2.มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นกับผิว

    ข้อควรรู้

    วิตามินE พบมากในส่วนผสมของแฮนด์ครีม และลิปบาล์ม
    ระหว่าง alpha tocopherol กับ alpha tocopherol acetate ซึ่งเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของวิตามิน E ถ้าเลือกได้ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมตัวแรก เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าในการรักษาผิวพรรณ
    มีการทดสอบพบว่าคนจำนวนมากมีอาการแพ้วิตามิน E จนทำให้ผิวหนังอักเสบ ถ้าคุณพบว่าตัวเองเกิดอาการระคายเคียง หรือมีรอยแดงหลังการใช้ ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันที

    เมื่อทราบคุณประโยชน์ของวิตะมินต่างๆ ที่ใช้ในการบำรุงผิว ก็ขอให้เลือกใช้วิตามินกันอย่างถูกต้องนะคะ คราวนี้ก็สวยกันได้เต็มที่แล้วละ

  • การแว๊กซ์ขน

    การแว๊กซ์ การ wax
    คือการทำโดยมีสารที่ทำด้วยพาราฟินที่ประกาย คุณควรมีเส้นขนที่ยาวถึงจะเห็นผลทันตา วิธีใช้คือนำเอาครีมที่ให้ มาทาที่ที่คุณต้องการเอาขนออก wax บางชนิดจะต้องทำให้อุ่นหรือ ร้อนก่อนเพื่อให้เนื้อครีมนุ่ม โดยอาจนำไปแช่ในน้ำร้อนห้ละลายก่อนก็ได้ แล้วนำไปทาบริเวณที่ต้องการ ปกติจะนำเอา wax ที่ร้อนอุ่นมาทา ถ้า wax เย็น ก็จะลอกหลุดเป็นแผ่นพร้อมขน ทำเช่นนั้นคงต้องใช้ความ อดทนสูง เพราะอาจทำให้คุณเจ็บได้

    การแว็กซ์ขนนั้น จะทำที่ร้านหรือทำเองก็ได้
    การ wax โดยมากจะถูกนำมาใช้กับขนที่ขึ้นบนใบหน้า โดยเฉพาะที่คิ้ว เพราะถ้าทำแล้ว จะทำให้ขนหายไปเป็นสัปดาห์ๆ เลยล่ะ นี่คือส่วนดีของการ wax

    ส่วนผลเสียก็คือ
    ผิวคุณจะเป็นรอยแดงๆ หลังจาก wax ถ้าเอามือไปถูเบาๆ ก็ทำให้เกิด เป็นแผลได้ บางคนถึงกับเลือดออกซึมๆ และกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติก็ใช้เวลานาน เส้นขนที่เกิดใหม่จะขึ้นเป็นปุ่ม และอาจเป็นรูขุมขนใหญ่ ซึ่งจะไม่น่าดูนัก อาจคัน และติด เชื้อแบคทีเรียได้ ยังค่ะ ยังมีมากกว่านี้ บางคนที่กำจัดขนโดยวิธี wax เป็นเวลานานๆ พบว่า เส้นขนที่ขึ้นมาใหม่นั้น หยาบกระด้าง แข็ง ไม่เป็นผลดีในระยะยาว รู้อย่างนี้แล้ว อย่าบอกนะคะว่าเราไม่ได้เตือนคุณ

  • Denim Jeans

    Denim Jeans

    Alicia: Oh look! These jeans are all reduced in price!

    Sarah: Let’s take a look. This pair is nice…..they are your size, too, Alicia!

    Alicia: What make are they? Levi’s?

    Sarah: Wrangler…Why don’t you try them on?

    Alicia: OK. Where’s the fitting room?

    Sarah: Over there…in the corner.

    Alicia goes to try on the jeans

    Sarah: How are they?

    Alicia: They fit me like a glove! Wait a minute while I go and pay for them.

    Sarah: Don’t rush…..We’ve got plenty of time, although I do want to go and buy some denim fabric.

    Alicia: Dressmaking as usual?

    Sarah: Just some dungarees for Tom’s birthday.

     

    Alicia: ดูนั่นซิ ยีนส์พวกนี้ลดราคาทั้งหมดเลย

    Sarah: เข้าไปดูกันเถอะ ตัวนี้สวยมากเลย….ขนาดของเธอด้วยนะ Alicia!

    Alicia: ยี่ห้ออะไรเหรอ?   Levi’s?

    Sarah: Wrangler…….ทำไมเธอไม่ลองใส่ดูล่ะ?

    Alicia: ก็ดี แล้วห้องลองอยู่ไหนล่ะ?

    Sarah: ด้านโน้นไง….ตรงมุมหนะ

    Alicia เข้าไปลองกางเกงยีนส์

    Sarah: เป็นไงบ้าง?

    Alicia: มันพอดีกับฉันเป๊ะเลย รอเดี๋ยวนะฉันจะไปจ่ายเงิน

    Sarah: ไม่ต้องรีบก็ได้…เรายังมีเวลาอีกเยอะแยะ แล้วฉันยังต้องไปซื้อผ้ายีนส์อีกด้วย

    Alicia: ยังชอบตัดเสื้อผ้าอยู่เหมือนเดิมนะ?

    Sarah: แค่ตัดชุดหมีให้ Tom สำหรับวันเกิดเค้าหนะ

     

    Getting Started

    Denim is a kind of fabric or material. How many other kinds of fabric can you think of in 3 minutes? If it is easier, think in Thai first and then translate into English.

    Denim เป็นผ้าประเภทหนึ่ง ภายใน 3 นาทีคุณนึกถึงผ้าประเภทอื่นๆได้กี่ประเภท ? ถ้าจะให้ง่ายก็อาจนึกเป็นภาษาไทยก่อนแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษก็ได้

     

    Refresher

    A very long time ago in Everyday English we saw that in English trousers are regarded as a pair. In the dialogue this time as well, Sarah refers to jeans as a pair. Why does English think like this? Can you remember? Right…because trousers have two legs, even though they are joined together to make one item….and the word is therefore in the plural: trousers, not trouser. Be careful: because of this, the plural pronoun/verb has to be used to refer to trousers: look back at the dialogue and identify all of these.

    นานมาแล้วใน Everyday English เราได้เห็นว่าในภาษาอังกฤษเรียกกางเกงขายาวเป็นคู่หรือ a pair. ในบทสนทนาคราวนี้ก็เช่นกัน Sarah พูดถึงยีนส์ว่า a pair. ทำไมในภาษาอังกฤษคิดอย่างนี้? คุณพอจำได้ไหม ? ใช่แล้ว….ก็เพราะว่ากางเกงขายาวนั้นมีอยู่สองขา ถึงแม้ว่าจะเย็บเข้าด้วยกันเป็นชิ้นเดียวก็ตาม…..เพราะฉะนั้นจึงใช้เป็นรูปพหูพจน์ trousers ไม่ใช่ trouser โปรดระวัง เพราะฉะนั้นเมื่อกล่าวถึง trousers จึงต้องใช้ คำสรรพนามหรือกริยาเป็นพหูพจน์ ลองกลับไปดูในบทสนทนาและหาคำสรรพนามและกริยาทั้งหมดเหล่านี้ให้พบ

    Extra: the word trouser in the singular does exist: it can be used to refer to either one leg of a pair of trousers (a trouser leg) or in combinations, like a trouser suit (a woman’s suit consisting of a jacket and trousers).

    พิเศษ: คำว่า trouser ก็ยังมีในรูปเอกพจน์ เมื่อใช้กล่าวถึงขาข้างใดข้างหนึ่งของกางเกง (a trouser leg ) หรือเมื่อใช้ร่วมกับคำอื่น อย่าง a trouser suit (ชุดของผู้หญิงที่มีทั้งแจ๊คเก็ตและกางเกงขายาว )

     

    Bonus!

    How many others words can you think of for items of clothing which, like trousers consist of two legs and are regarded as a pair? Target: 10 words (not easy but try!)

    คุณนึกถึงคำอื่นๆได้อีกกี่คำ ที่หมายถึงเสื้อผ้าในลักษณะทำนองเดียวกับ trousers ที่ภาษาอังกฤษเรียกเป็น a pair ? เป้าหมาย 10 คำ (มันไม่ง่ายแต่ลองทำดู)

     

    Word in Focus: Fabric

    The word fabric occurs both in the dialogue and in “Getting Started”. In this case, fabric means the same as material. The word cloth sometimes has the same meaning but more usually it refers to a piece of material used for a specific purpose:

    คำว่า fabric มีอยู่ทั้งในบทสนทนาและใน “Getting Started” ในกรณีนี้ fabric มีความหมายเหมือนกับ   material. คำว่า cloth บางครั้งก็มีความหมายเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะหมายถึงผ้าเป็นชิ้นๆ ที่ใช้เฉพาะอย่าง

    • pot cloth          for drying dishes สำหรับใช้เช็ดถ้วย จานให้แห้ง
    • dishcloth          for wiping kitchen surfaces สำหรับเช็ดบริเวณห้องครัว
    • floor cloth        for cleaning the house สำหรับเช็ดพื้นทำความสะอาดบ้าน

     

    However, fabric and material can also have different meanings:

    อย่างไรก็ตาม fabric และ material อาจมีความหมายต่างกันได้

     

    • fabric               the structure or framework of something

                                   โครงสร้าง หรือ เค้าโครงของบางสิ่งบางอย่าง

    e.g. the fabric of a building (concrete sense)

    the fabric of society (abstract sense)

     

    • material           (plural) things needed for an activity

                                   (พหูพจน์) สิ่งจำเป็นสำหรับการทำกิจกรรม

    e.g. building materials, drawing materials

     

    (singular or plural) information needed for writing a book etc

    (เอกพจน์หรือพหูพจน์) ข้อมูลที่มีความจำเป็นสำหรับการเขียนหนังสือ เป็นต้น

    e.g. I went to the library and got a lot of material for my thesis.

     

    Know Your Idioms: To fit (someone) like a glove

    After Alicia has tried on the jeans she says, “They fit me like a glove!” Can you guess what she means? Right! They are a perfect fit. This idiom probably comes from the fact that in the past gloves had to fit tightly on the fingers.

    หลังจากที่ Alicia ได้ลองสวมยีนส์ดูแล้วเธอพูดว่า “They fit me like a glove!”  คุณเดาได้หรือไม่ว่าเธอหมายถึงอะไร? ใช่แล้วมันเข้ากันพอเหมาะพอดี สำนวนนี้บางทีอาจจะมาจากความจริงที่ว่าในอดีตนั้น ถุงมือจะต้องรัดเข้ารูปกันพอดีกับนิ้วมือ

     

    Challenge!

    Almost everybody has at least one pair of jeans in their wardrobe…and maybe also a denim jacket. Write about your jeans and any other denim clothing that you have. How many pairs of jeans do you have? Do you have a favourite brand? Why? Where do you buy them? When do you usually wear jeans? What do you wear with them? Try to write as much as you can and share your ideas with the webmaster if you like!

    เกือบ ทุกคนจะต้องมีกางเกงยีนส์อย่างน้อยตัวหนึ่งในตู้เสื้อผ้า ….. และบางทีอาจจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ เขียนเกี่ยวกับยีนส์ของคุณ และเสื้อผ้ายีนส์อื่นๆ ที่คุณมี คุณ มีกางเกงยีนส์กี่ตัว? คุณมียีนส์ยี่ห้อที่ชอบเป็นพิเศษมั้ย? ทำไม? คุณซื้อมันที่ไหน? ปกติคุณจะสวมยีนส์เมื่อไร? ? แล้วคุณจะสวมยีนส์คู่กับอะไร? พยายามเขียนมาให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และจะส่งมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเว็บมาสเตอร์ก็ได้

    Do You Know?

    Here are some interesting facts about denim and jeans!

    ข้างล่างนี้เป็นความจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ denim และ jeans!

    • A special kind of a fabric called serge was made in Nîmes, France. Very strong, it was known in French as serge de Nîmes: this became shortened to denim. Denim was traditionally dyed blue with indigo.

    เคยมีผ้าเนื้อพิเศษเรียกว่า serge ผลิตขึ้นที่เมือง Nîmes   ประเทศฝรั่งเศส เป็นผ้าที่แข็งแรงทนทานมาก เรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า serge de Nîmes   แล้วชื่อก็สั้นลงกลายเป็น denim.   Denim นั้นตามประเพณีแล้ว Denim จะย้อมเป็นสีน้ำเงินด้วยคราม

    • Jean (singular) is actually a kind of fabric lighter than denim. However the word jeans (plural) now refers to trousers made from denim. Jeans comes from the French bleu de Gênes, (blue of Genoa) referring to the Italian port of Genoa, where the first blue denim trousers were made for sailors in the navy.

    Jean (เอกพจน์) เป็นผ้าประเภทหนึ่งที่เนื้อผ้าบางกว่า denim  อย่างไรก็ตามในตอนนี้คำว่า jeans (พหูพจน์) จะหมายถึงกางเกงขายาวที่ทำขึ้นจากผ้า denim คำว่า Jeans มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า bleu de Gênes, (blue of Genoa) : ซึ่งหมายถึงท่าเรือ Genoa ของอิตาลี ซึ่งเป็นที่ที่มีการตัดกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเป็นครั้งแรกสำหรับทหารเรือ

     

    • Dungarees also have a connection with the navy: they are named after the Indian port of Dhunga, where sailors wore a special kind of denim trousers.

    Dungarees ก็มีความเกี่ยวพันกับกองทัพเรือ โดยได้ชื่อมาจากท่าเรือ Dhunga ของอินเดีย ที่ๆพวกทหารเรือสวมใส่กางเกง denim พิเศษนี้นั่นเอง

     

    Over to You!

    Learn some more about Levis (or Levi’s) by filling in the blanks in the passage below with words from the Word Box.

    เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยว Levis (หรือ Levi’s ) โดยนำคำจากกล่องคำ (Word Box)   มาเติมลงในช่องว่างของข้อความข้างล่างนี้

    Levi Strauss & Co. (LS&Co) is a private          company known                                _________for its denim jeans. It was         in     when Levi Strauss ____     from             to San Francisco, California, to open a        of his brothers’ New York       on the West      . The company began __________denim           in the 1870s, and did not start producing       _______(Levis) until the      . The company remains       and controlled by descendants and relatives of Levi Strauss’ four            .

     

    Word Box

    producing   owned   emigrated   Coast   1920s overalls   branch   nephews   worldwide   founded   store   jeans       1853   clothing   Europe