Author: admin

  • การดูแลมือและเล็บ ให้สวยงาม ด้วยวิธีง่ายๆ

    การดูแลถนอมมือและเล็บ

    การดูแลมือและเล็บให้สวยงาม เป็นเรื่องไม่ยากค่ะ เพียงแต่เราเอาใจใส่ในขั้นตอนการบำรุงดูแลรักษามือและเล็บเป็นประจำสม่ำเสมอ มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

    • ทำความสะอาดมือ ด้วยน้ำอุ่น และสบู่อ่อน น้ำร้อนเกินไป จะทำให้ ผิวหยาบแห้ง และ สีคล้ำ
    • ฟอกสบู่ให้เป็นฟอง โดยใช้ ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง ของอีกมือ นวด ให้ทั่วข้อมือ ฝ่ามือ ลำนิ้ว ตามแนววน เป็นวงเล็กๆ ไปจนทั่ว นอกจากจะเป็นการ ทำความสะอาดแล้ว ยังเป็นการ กระตุ้นการหมุนเวียน ของเลือดด้วย
    • ใช้แปรงขนสัตว์นุ่มๆ แปรงให้ทั่วหลังมือ รอบๆตัวเล็บ และ ซอกเล็บ
    • ล้างมือด้วยน้ำอุ่นอีกที
    • ซับให้แห้งสนิทด้วย ผ้าขนหนูนุ่มๆ
    • ทาโลชั่นที่มือ อย่างสม่ำเสมอ ควรเลือกแบบที่ ป้องกันแดดด้วย
    • สวมถุงมือผ้าเมื่ออยู่ในที่อากาศเย็นๆ และ สวมถุงมือยางเมื่อ ทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน ล้างรถ
    • แต่งเล็บให้สวยทาสีที่เข้ากับแฟชั่น หรือ การแต่งตัวของคุณ

    เพียงเท่านี้ เราก็จะมีมือและเล็บที่สวยงาม สะอาดสะอ้าน ทำให้บุคลิกโดยรวมของเราดีขึ้นด้วยนะคะ

  • ประโยชน์ของเบบี้ออยล์

    เบบี้ออยล์ (Baby Oil) เป็นของใช้ประจำบ้าน ที่เราอาจจะยังไม่ทราบว่า ประโยชน์ของมันมีมากมายเลยทีเดียว มาดูกันว่าเบบี้ออยล์สามารถใช้ทำอะไรได้บ้างค่ะ

    บำรุงผิวกาย
    เมื่ออากาศเย็นหรือคนที่มีผิวแห้งมาก สามารถใช้ เบบี้ออยล์ ได้ดีกว่า Baby Lotion ถึงจะเหนอะหนะไปบ้าง แต่ก็ให้ปริมาณน้ำมันมากกว่าและดีกว่าด้วยนะ

    บำรุงเส้นผม
    ก่อนสระผมควรนวด เบบี้ออยล์ ให้ทั่วหนังศีรษะ และเมื่อสระผมเสร็จแล้ว ก่อนเช็ดผมให้แห้งควรชโลม เบบี้ออยล์ ที่ปลายผม เพื่อป้องกันการแตกปลายด้วย

    บำรุงริมฝีปาก
    ถ้าริมฝีปากแตกหรือแห้ง ให้ใช้ เบบี้ออยล์ ทาแล้วนวดเบาๆ เสร็จแล้วใช้น้ำอุ่น ชุบกับผ้าสะอาดบิดหมาดๆ แล้วประคบริมฝีปากไว้สักครู่ ริมฝีปากคุณจะชุ่มชื้นขึ้น

    ชำระล้างเครื่องสำอางบนใบหน้า
    เพียงใช้สำลีชุบ เบบี้ออยล์ แล้วเช็ดเบาๆ เครื่องสำอางจะหลุดออกอย่างง่ายดายแล้ว เบบี้ออยล์ ก็ยังสามารถ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วย

    ป้องกันผิวแห้งกร้าน
    บริเวณหัวเข่า ข้อศอก ส้นเท้า เพราะบางทีการทาครีมอาจจะไม่เพียงพอ ควรใช้ เบบี้ออยล์ ทาจะให้ความชุ่มชื้นมากกว่า

    ใช้นวดและอบหน้า
    สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้เซลล์ใต้ผิวหนังทำงานได้ดี เซลล์ที่ตายแล้ว จะถูกเค้นขึ้นมา เซลล์ใหม่จะถูกสร้างเร็วขึ้น เมื่อใช้ เบบี้ออยล์ นวดคลึงทั่วใบหน้าแล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดชุบน้ำร้อนจัด บิดหมาดๆ วางทาบบนใบหน้า ทิ้งไว้ 5-10 นาที จึงจะล้างออกด้วยสบู่หรือโฟมเพื่อให้หายมัน หน้าจะชุ่มชื่นเนียนสวย

    บำรุงเล็บมือเล็บเท้า
    ส่วนมากเล็บมือเล็บเท้าจะเป็นปัญหามาก เพราะเราจะทาเล็บและล้างเล็บบ่อย ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดและใช้ เบบี้ออยล์ นวดบริเวณเล็บเบาๆ จะทำให้เล็บมีสุขภาพดี

    ปกป้องผิวหลังถูกแสงแดด
    ทาเบบี้ออยล์ทั่วบริเวณที่ถูกแสงแดดมา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันการลอกของผิว ผิวของเราก็จะไม่เสียด้วย

  • เสี้ยนตำ ทำอย่างไรดี วิธีเอาเสี้ยนตำออกอย่างถูกให้วิธี

    เสี้ยนตำ ทำอย่างไรดี วิธีเอาเสี้ยนตำออกอย่างถูกให้วิธี

     

    เสี้ยนตำ เป็นอุบัติเหตที่ไม่พึงประสงค์ มักเกิดขึ้นบ่อยกับบริเวณมือ และ เท้า ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดเสี้ยน ทำให้เจ็บปวด และน่ารำคาญเอามากๆ การเอาเสี้ยนออกอย่างปลอดภัย หมายถึง การดึงเสี้ยนออกให้หมดทั้งชิ้นโดยไม่ให้ติดเชื้อ เส้นในที่นี้คือหนาม ไม้ หรือโลหะชิ้นเล็กๆ ซึ่งถ้า ทิ่มตำผิวหนัง ควรดึงออกให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเป็นวัตถุขนาดใหญ่ ควรไปพบแพทย์

    ก่อนอื่นให้ล้างมือให้สะอาด แล้วใช้ไฟลนปากคีบปลายตัดเรียบเพื่อฆ่าเชื้อ (ไม่ต้องเช็ดเขม่าที่ติดปากคีบออก) จากนั้นต้มในน้ำเดือดนาน 10 นาที

    ทำความสะอาดผิวหนังรอบๆบริเวณที่ถูกเสี้ยนตำอย่างระมัดระวัง ด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ โดยเช็ดออกจากแผล ซับผิวเบาๆจนแห้ง แล้วใช้ปากคีบคีบ ปลายเสี้ยน แล้วดึงออก ถ้ามองเห็นไม่ถนัด ให้ใช้แว่นขยายช่วย จากนั้นจึงล้างแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วปิดแผลด้วยปลาสเตอร์

    ถ้าดึงเสี้ยนไม่ออก เสี้ยนหักคาแผล หรือแผลบวมและปวด ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

  • วิธีคลายเครียดแบบง่ายๆ สไตล์ชีวจิต

    ความเครียดเป็นเรื่องของจิตใจ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เส้นเลือดตีบ หายใจไม่ค่อยสะดวก อาการเหล่านี้เป็นเพราะ toxin (สารพิษ) สะสมอยู่ในร่างกายของเราเต็มไปหมด จนทำให้เราเกิดอาการปวดหัว ปวดต้นคอ ปวดท้อง คลื่นไส้ วิธีคลายเครียดแบบง่ายๆ สไตล์ชีวจิตทำได้ดังนี้

    นอนราบกับพื้น ปล่อยตัวตามสบายบนพื้น จนรู้สึกเหมือนว่าตัวเราจะจมลงไป กำมือขวาให้แน่นจนมือสั่น แล้วคลายมือออก จะรู้สึกได้ว่าแขนค่อยหย่อนลง ถ้ายังหย่อนไม่หมดทั้งแขนก็กำมือให้แน่นอีก แล้วปล่อยมือ ทำอย่างนั้นสัก 2-3 ครั้ง แขนทั้งแขนจะหย่อนคลายจนหมด แล้วเปลี่ยนมากำมือซ้ายบ้าง

    เหยียดเท้าขวาเกร็งจนขาสั่น แล้วปล่อยให้ขาขวาหย่อน ในทำนองเดียวกับที่เราทำให้แขนทั้งสองข้างหย่อน แล้วเหยียดเท้าซ้ายเริ่มทำเช่นเดียวกันกับเท้าขวา

    ต่อไปที่ต้นคอ เงยศีรษะขึ้น แล้วหมุนจากซ้ายไปขวากลับมาที่เดิม หมุนขวาไปซ้ายทำให้ต้นคอและไหล่ผ่อนคลาย จากนั้นให้ก้มศีรษะให้คางจรดอก

    ช่วงสุดท้ายให้หายใจเข้าลึกๆ แขม่วท้องจนเหมือนหน้าท้องจะผลุบเข้าไปติดสันหลังหายใจออก ทำซ้ำกัน 4-5 ครั้ง จากนั้นให้นอนแผ่อย่างสบาย หายใจเข้าออกตามธรรมดาพยายามทำใจจดจ่ออยู่กับการหายใจ ไม่คิดถึงอย่างอื่น ปล่อยตัวให้เบาสบาย ให้ความกลัดกลุ้มหนักใจออกมากับลมหายใจให้หมด ทำอย่างนั้นจนหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาตัวของเราจะเบาสบายจิตใจปลอดโปร่ง แจ่มใสเป็นพิเศษ

    ทำตามนี้แล้วที่สำคัญควรออกกำลังกายเป็นประจำ พร้อมกับโปรแกรมอาหารที่เคร่งครัด อย่าลืมน้ำอาร์ซี น้ำเอ็นไซน์ (น้ำคั้นผักผลไม้) หรือน้ำสมุนไพรช่วยย่อยด้วย สำหรับผู้เริ่มต้นควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  • วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรงมีสุขภาพดี

    เล็บของเราก็ต้องการให้คุณดูแลรักษาและถนอมบำรุง ให้ดูสวยงามและต้องบำรุงรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วย เราไม่ควรปล่อยให้เล็บเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยรวมของคุณได้ง่ายๆ เราจึงควรใส่ใจกับสุขภาพของเล็บกันเป็นพิเศษ วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง มีหลายวิธีดังต่อไปนี้

    การแช่เล็บ
    หลังจากที่คุณควรแช่เล็บไว้ในน้ำอุ่นและขัดถูเล็บสักครู่หนึ่ง ในอ่างเล็กๆ ซึ่งใส่น้ำยาสำหรับล้างเล็บให้สะอาด ซึ่งจะมีผลให้ผิวหนังที่รองรับเล็บอยู่โดยรอบได้รับการบำรุงอย่างดี เมื่อคุณแช่ปลายนิ้วไว้สักครู่หนึ่งแล้ว จึงเช็ดออกทีละนิ้วโดยไม่ต้องล้างน้ำ การแช่ปลายเล็บด้วยน้ำยาที่ทำหน้าที่คล้ายกับการอาบน้ำให้เล็บนี้ เล็บจะดูดซึมความชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกับต้นไม้ที่ได้รับน้ำผสมปุ๋ย เล็บที่งอกออกมาใหม่จะมีลักษณะอ่อนนิ่ม แต่ไม่เปราะบาง

    การแต่งเล็บ
    เมื่อเล็บของคุณหัก จะด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องเสียหายร้ายแรงจนเกินแก้ คุณควรใช้ยาชะแผลสดที่ใช้สำหรับเล็บหักไม่ควรให้เล็บที่หักนั้นถูกน้ำ น้ำยาชะเล็บหักนี้ใช้ทาบนเล็บที่ฉีกออกไปเพื่อให้รอยฉีกขาดนั้นติดแน่น ทั้งนี้คุณไม่ควรซ่อมเล็บที่หัก ด้วยการใช้ซีเมนต์แข็งครอบไว้ที่ปลายเล็บแทนเล็บที่หักไป เพราะจะทำให้เล็บไม่มีรูอากาศหายใจ ทำให้มันงอกใหม่ได้ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าคุณไม่สมานรอยแตกตรงกลางของเล็บ ด้วยการใช้ยาชะแผลสดให้ติดกันก่อน เล็บที่งอกใหม่ทุกระยะก็จะมีรอยแตกปรากฏอยู่ตลอดเวลา

    การบำรุงเล็บให้แข็งแรง คนที่เล็บแข็งแรงไม่เป็นโรคนั้น ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นและความอ่อนนุ่มตัวของเล็บด้วย วิธีการบำรุงเล็บที่ถูกคือ ควรใช้ครีมบำรุงให้เล็บแข็งแรงและมีความชุ่มชื้น ดีกว่าการปล่อยให้เล็บแข็งกระด้าง จะเป็นสาเหตุให้เล็บแตกเปราะได้ง่าย

    ข้อควรระวังไม่ให้เล็บเสีย

    ไม่ควรแช่น้ำผงซักฟอกเป็นเวลานาน และอย่าแช่เล็บไว้ในน้ำนานเกินไป จะทำให้เล็บอ่อนแอ ควรสวมถุงมือถ้าคุณต้องซักผ้าหรือล้างจานจำนวนมากทุกวัน

    ป้องกันมือคุณให้รอดพ้นจากความหนาวเย็น ด้วยการสวมถุงมือให้อุ่น เล็บจะได้ไม่ถูกกระทบกระเทือนเพราะความเย็น

    ควรสวมถุงมือทำด้วยผ้าก่อนสวมถุงมือที่ทำด้วยยาง เพื่อให้ถุงมือผ้าดูดซับเหงื่อ ไม่ให้เล็บที่มือเปื่อยยุ่ยและเป็นแผลง่าย

    ถ้าคุณต้องทำงานกวาดถูบ้านท่ามกลางฝุ่นสกปรก แต่คุณไม่สามารถทนสวมถุงมือได้ เพราะเป็นเหตุให้ทำงานไม่ถนัด ก็ควรใช้ปลายเล็บขูดบนก้อนสบู่ที่เปียกชื้น คราบสบู่จะป้องกันไม่ให้คราบฝุ่นละอองเข้ามาอุดอยู่ในเล็บได้

    เคล็ดลับง่ายๆ เพียงเท่านี้ ที่เป็นวิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง หากคุณยังต้องทำงานบ้านเป็นประจำ หรือทำเล็บบ่อย ควรจะดูแลเอาใจใส่ด้วยนะคะ เพื่อเล็บที่สวย มีสุขภาพดี และแข็งแรงค่ะ

  • วิธีการถนอมดวงตา

    วิธีการถนอมดวงตา ให้คลายความเมื่อยล้า จากการใช้สายตาที่มากเกินไป วิธีนี้คิดค้นขึ้นโดยจักษุแพทย์ชาวอเมริกันชื่อว่า นายแพทย์ วิลเลียม เอช. เบตส์ (ค.ศ. 1860-1931) วันหนึ่งนายแพทย์เบตส์กลับจากทำงานด้วยดวงตาอันอ่อนล้า เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องที่ยังไม่ได้เปิดไฟ วางข้อศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ โค้งอุ้งมือทั้งสองวางครอบดวงตาของตน หลับตาพักผ่อนในท่านั้นอยู่สิบนาที พอลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่งเขารู้สึกว่าอาการปวดเมื่อยดวงตาหายไป แถมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องชัดเจนขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย

    จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวนายแพทย์เบตส์ได้ค้นคิดวิธีการฝึกสายตาอย่างธรรมชาติเพื่อพักผ่อนกล้ามเนื้อตาและช่วยรักษาสายตาให้ดีขึ้น นายแพทย์เบตส์เขียนหนังสือชื่อ Perfect Sight without Glasses เป็นที่นิยมแพร่หลายแม้ภายหลังเขาเสียชีวิต วิธีการของนายแพทย์เบตส์ยังได้รับการเผยแพร่โดยแพทย์ทั้งหลายทั่วยุโรปและอเมริกา “วิธีของเบตส์” มี 7 ท่าด้วยกัน

    ท่าที่ 1 ครอบดวงตา
    โค้งอุ้งมือทั้งสองครอบดวงตาไว้เฉยๆ ระวังอย่าให้อุ้งมือกดทับดวงตา นึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่น วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ตามป่าเขาหรือชายทะเล อยู่ในท่านี้สัก 10 นาที

    ท่าที่ 2 สร้างจินตภาพ
    ต่อจากท่าที่ 1 ยังคงครอบดวงตาอยู่ สร้างจินตภาพว่าตนเองกำลังมองวัตถุบางอย่างที่มีสีสันสดใส มีรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น มองเห็นดอกเบญจมาศสีเหลืองสวย เห็นกลีบดอกแต่ละกลีบละเอียดชัดเจน สายตาที่คมชัดจากจินตนาการของเราเองจะช่วยเยียวยาสายตาจริงๆ ของเราได้เป็นอย่างดี

    ท่าที่ 3 กวาดสายตา
    มองแบบไม่ต้องจ้อง (คนสายตาสั้นมักจ้องและเขม้นตา) กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกลๆ ทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง ทำให้ตาของเราได้ผ่อนคลาย

    ท่าที่ 4 กะพริบตา
    ฝึกนิสัยให้กะพริบตา 1-2 ครั้ง ทุกๆ 10 วินาที ช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะคนที่สวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์ยิ่งจำเป็น

    ท่าที่ 5 โฟกัสภาพใกล้และไกล
    เหยียดแขนซ้ายไปให้ไกลที่สุด ตั้งนิ้วชี้มือซ้ายขึ้นเพื่อเป็นจุดโฟกัส ขณะเดียวกัน ตั้งนิ้วชี้มือขวาให้ห่างจากใบหน้าสัก 3 นิ้ว (7.5 ซม.) โฟกัสภาพที่แต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อยๆ เมื่อโอกาสอำนวย

    ท่าที่ 6 ชโลมดวงตา
    ตื่นนอนทุกเช้าใช้มือวักน้ำชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่นสัก 20 ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาดีขึ้น การจบด้วยน้ำเย็นทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยาน ก่อนเข้านอนให้วักน้ำชโลมดวงตาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ชโลมด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตาได้ผ่อนคลายก่อนเข้านอน

    ท่าที่ 7 แกว่งตัว
    ยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แกว่งตัวไปมาจากซ้ายไปขวา ถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆ แต่ไม่ต้องจ้อง ปล่อยให้จุดที่เรามองแกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัว ท่านี้จะทำให้ดวงตาได้พักและมีการปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อยๆ เมื่อมีโอกาส เปิดเพลงคลอไปด้วยก็ได้

    “วิธีของเบตส์” ได้รับการยืนยันจากจักษุแพทย์จำนวนมากว่าเป็นการฝึกดวงตาที่เป็นระบบ ช่วยรักษาสายตาคนไข้ได้เป็นจำนวนมาก ลองฝึกทำกันดูนะคะ เพื่อดวงตาคู่สวยของเรา จะได้สดใสไปนานๆ

  • นอนอย่างไรชะลอความแก่

    การนอนให้เพียงพอถูกต้องช่วยชะลอความแก่เร็วได้มากจริงๆ ลองสังเกตุคนในบ้านเรือนหรือเพื่อนๆ ดูก็แล้วกัน ใครนอนมากนอน นอนเร็ว นอนหลับง่ายหน้าตาจะดูแก่ช้า ถ้าใครนอนน้อย หลับยากจะดูไม่ค่อยสดใส วิธีนอนให้หลับสบายควรทำดังนี้คือ

    – นอนให้เพียงพอ ถ้าเป็นเด็กควรนอน 8-10 ชั่วโมง โตมาอีกหน่อยก็อาจจะเหลือ 6-8 ชม.

    – เข้านอนตรงเวลาทุกวัน เพื่อจะได้นอนเพียงพอ และจะหลับได้ง่ายเพราะเราทำเป็นกิจวัตร เมื่อถึงเวลาควรรีบนอน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 4 ทุ่ม แล้วตื่นซักตีห้าครึ่ง ถึงหกโมงเช้าจะดีที่สุด

    – ห้องนอนควรจะมีอากาศระบบถ่ายเท ไม่มีสิ่งรบกวนเช่น เสียงดัง กลิ่นเหม็น ยุงชุม นอนหลายคน ห้องนอนควรจะสะอาดปลอดโปร่ง ตบแต่งให้ดูน่านอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น และห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป และควรทำความสะอาดกวาดถูอย่างสม่ำเสมอ

    – ไม่ควรดื่มชา กาแฟ ยานอนหลับยากระตุ้นก่อนนอน ถ้านอนไม่หลับควรก่อนอนควรดื่มน้ำอุ่นๆ สัก 1 แก้ว และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะสูบบุหรี่ในห้องนอน เพราะบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

    ดังนั้นเราก่อนนอนเราควรตั้งใจที่จะนอนจริงๆ และตัดปัญหาความกังวลที่ผ่านมาทั้งวัน ทำจิตใจให้สงบ หรือจะอ่านหนังสือสบายๆ ก่อนนอนก็ได้เพื่อสุขภาพจิตที่ดีและใบหน้าที่อ่อนเยาว์แจ่มใสในวันต่อไป

  • อาหารที่ต้องพึงระวัง หากคุณต้องการจะลดความอ้วน

    มีอาหารหลายชนิด ที่มักจะเข้าใจผิดว่า กินแล้วไม่อ้วน ทำให้เผลอบริโภคเข้าไปเป็นปริมาณมาก เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้างค่ะ

    ข้าวโพดคั่ว
    อย่าหลงเชื่อคำบอกบนถุงที่ว่า “มีแคลอรี่แค่ 95 เท่านั้น” เพราะอาจหมายถึงต่อหน่วย แต่ว่าข้าวโพดคั่ว 1 ถุงอาจจะมี 6 หน่วย นอกจากนี้จงอย่าวางใจพวกข้าวโพดแพ็ค เพราะถึงยังไงก็ต้องใช้น้ำมันเพิ่มตอนคั่วอยู่ดี

    เต้าหู้
    ถึงแม้จะให้โปรตีนสูงแถมแคลลอรี่ต่ำ แต่โปรตีนครึ่งหนึ่งในเต้าหู้ก็มาจากไขมัน

    น้ำแร่รสผลไม้
    หลายยี่ห้อมีไซรัป น้ำตาล หรือสารให้ความหวานอื่นๆ ผสมอยู่ ควรหันไปดื่มโซดารสผลไม้ธรรมชาติที่ไม่มีแคลลอรี่ และน้ำตาล

    เครื่องดื่มเกลือแร่
    เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา แต่ว่าไม่ได้ดีเสอมไปสำหรับคุณ เพราะบรรจุพลังงานไว้สูงถึงขวดละ 200 แคลลอรี่ คุณจึงต้องออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อใช้พลังงานที่ทานเข้าไปให้หมด

    น้ำผลไม้สด
    น้ำผลไม้คั้นสดมีประโยชน์มากแต่การกินส้มซักลูกจะทำให้คุณได้ใยอาหารมากกว่า และแคลอรี่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งด้วย

    ลูกเกด
    ถึงแม้ลูกเกดจะให้ธาตุโปแตสเซี่ยมสูง ก็วางใจไม่ได้ เพราะลูกเกดเพียงครึงถ้วยตวงก็มีแคลลอรี่ถึง 210 หน่วย

    แครกเกอร์ธัญญพืช
    แครกเกอร์บางชนิดอาจอุดมไปด้วยใยอาหาร แต่ส่วนมากมีไขมันมากกว่า Soda Crackers

    Cottage Cheese
    จงแน่ใจว่าคุณเลือกซื้อแบบไม่มีไขมัน หรือไขมันต่ำเพราะ Cottage Cheese แบบธรรมดาเพียงครึ่งถ้วยตวง ก็มีไขมันถึง 5 กรัม

    ลูกเกดเคลือบโยเกิร์ต
    ความจริงก็คือว่า ลูกเกดเคลือบโยเกิร์ตมีไขมันกับแคลลอรี่มากกว่าพวกเคลือบด้วยช็อคโกแลตเสียอีกทำไมไม่กินของแท้เสียเลยล่ะจ๊ะ

    คุ๊กกี้รสหวานน้ำผลไม้
    ปัญหาของพวกคุ๊กกี้ประเภทนี้ไม่ใช่น้ำตาล แต่คือ มันอุดมไปด้วยไขมันจากน้ำผลไม้

    คาปูชิโน
    คาปูชิโนใส่นมแท้จริงแล้ว ก็คือของหวานดีๆ นี่เอง เปลี่ยนไปใช้นมพร่องมันเนยจะดีกว่านะ

    ซีซาร์สลัด
    ถ้าคิดว่าเป็นอาหารไดเอทมื้อเที่ยงล่ะก็ คิดผิดถนัดเลยล่ะ เพราะมีไขมันเท่ากับเบอร์เกอร์พวกมันฝรั่งทอดเลยล่ะ เปลี่ยนน้ำสลัดดีกว่านะ

    สลัดพาสต้า ไก่ยัดไส้
    เลี่ยงพวกน้ำสลัดเข้าข้น แล้วใส่สูตรไขมันต่ำแทน ถึงแม้จะเอาหนังไก่ออกจะลดไขมันไปไม่ได้ซักเท่าไหร่ แต่พวกเนยที่ผสมอยู่ในเครื่องปรุงนี่แหล่ะตัวดี

    พิซซ่า
    ของโปรดของทุกคน แต่มักหยุดไม่ได้ ถึงจะงดเปปเปอโรนี่แล้วก็ตามเถอะ

    แม็คไก่นักเก็ต
    มื้อถนัดของเด็กๆ และสาวๆ ที่รวมกับมันฝรั่งทอด แล้วก็บรรจุไขมันไว้เป็นกระตั้ก เท่ากับบิ๊กแมคเลยทีเดียว

    ขนมปังก้อนยาวกับครีมชีส
    ขนมปังก้อนยาวมีไขมันเพียงน้อยนิดก็จริง แต่เจ้าพวกเครื่องชีสที่รวดหน้าน่ะน่ากลัวนะ

    มัฟฟินบลูเบอรี่
    ของว่างแสนสะดวก แต่แย่ที่มีไขมันมาก เท่ากับไอศกรีมหนึ่งถ้วย กับเค้กอีก 2 ชิ้นน่ะสิ

    เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากอ้วน และกำลังควบคุมอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ไว้นะคะ หรือกินได้แต่อย่าเยอะค่ะ

  • วิธีเลือกแชมพูสระผม ให้เหมาะกับผมแบบของคุณ

    การเลือกใช้แชมพู

    ถ้าคุณเป็นคนรักเส้นผม คุณต้องคิดมากซักหน่อยว่าเส้นผมตัวเองเป็นอย่างไร และเหมาะกับแชมพูประเภทไหน แชมพูในท้องตลาด ก็มีขายอยู่หลายประเภท มีให้เลือกมากมายจนเลือกไม่ค่อยถูก
    มาดู วิธีเลือกแชมพูสระผม ให้เหมาะกับผมแบบของคุณกันค่ะ

    ผมธรรมดา ไม่แห้งหรือไม่มันเกินไป นุ่มลื่นเหมือนเส้นไหม
    แชมพูที่ควรใช้ควรเป็นแชมพูอ่อนสระวันเว้นวัน ใช้คอนดิชั่นเนอร์เฉพาะตรงปลายผม ถ้าสระทุกวันให้ใช้แชมพูแบบมีคอนดิชั่นในตัวกันผมฟู

    ผมมัน ลักษณะลื่น เกาะตัวหนา มันถ้าไม่ได้สระ
    ควรสระทุกวัน เลือกแชมพูผสมโซเดียม หรือสูตรมะนาว กำจัดความมัน เลี่ยงแชมพูผสมน้ำมัน หรือทูอินวันใส่คอนดิชั่นเนอร์

    ผมแห้ง กระด้าง ขาดความมัน ลีบติดหัว แตกปลาย
    ควรสระสามวันครั้ง โดยใช้แชมพู และคอนดิชั่นเนอร์ที่มีส่วนผสมน้ำมันแร่ น้ำมันมะกอก วิตามินที่ช่วยให้ผมมันขึ้นมาได้

    ผมลู่ติดหนังหัว คือผมเส้นละเอียดมากเกินไป จนจัดรูปทรงไม่ได้ ดูแบนราบแฟบ
    ผมลู่มีน้ำมัน ให้สระทุกวันด้วยแชมพูสำหรับผมมัน ใส่คอนดิชั่นเนอร์เฉพาะปลายผม ผมธรรมดาหรือผมแห้งลู่ ให้ใช้แชมพูที่มีคอนดิชั่นเนอร์มากๆ และผสมโปรตีน

    ผมดัด คือ ผมโดนสารเคมีแตกปลายซึ่งดูดซึมน้ำมากเวลาสระ อาจเปราะแตก ขาดง่าย
    ควรสระทุกสามวัน ด้วยแชมพูที่ระบุว่าสำหรับผมแห้งแตกปลาย ชนิดที่มีส่วนผสมพีเอช จะช่วยให้แตกปลายน้อยลง ใช้คอนดิชั่นเนอร์ที่มีสวนผสมของโปรตีน

    รังแค จะมีอาการคัน หนังหัวร่วงขาว เกิดได้จากใช้แชมพูผิด ทำให้เกิดเป็นรังแค
    ถ้ารังแคน้อย ให้ใช้เดลี่แชมพู ที่เป็นแชมพูอ่อนๆ สระได้ทุกวัน
    ถ้ามีรังแคมาก ก็ให้ใช้แชมพูขจัดรังแค ที่มีส่วนผสมของซิงค์เพริไธออน

    เหงื่อออกมาก เพราะทำงานกลางแจ้งทุกวัน
    อาจเกิดจากการว่ายน้ำในสระจนผมแตกปลายก็ได้ วิธีแก้ไขควรสระผมด้วยเดลี่แชมพูสูตรสำหรับผมธรรมดา รักษาผมแตกปลายด้วยคอนดิชั่นเนอร์ผสมโปรตีน

    ทีนี้เราก็ได้ทราบกันแล้วนะคะว่า วิธีเลือกแชมพูสระผม ให้เหมาะกับเส้นผมของเรานั้นเป็นอย่างไร ต่อไปนี้เราจะได้มีผมสลวยสวยเก๋ สุขภาพดีและไม่มีปัญหานะคะ

  • วิธีบรรเทาความเครียด

    วิธีบรรเทาความเครียด

    เมื่อคุณมีความเครียด ร่างกายของคุณจะตอบสนองด้วยการหลั่งอะดรีนาลีนออกมา อะดรีนาลีนเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และระดับการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น มันยังกระตุ้นการหลั่งกรดไขมัน และกลูโคส (ที่เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย) ให้เข้าสู่กระแสโลหิตทำให้เกิดความอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ กระวนกระวายใจ และหงุดหงิด

    และเมื่อคุณเครียดเป็นเวลานานๆ จะเกิดความตึงเครียดขึ้นในกล้ามเนื้อ ทำให้พลังงานจำนวนมหาศาลของคุณสูญเปล่า เนื่องจากตามปรกติกล้ามเนื้อของคุณจะใช้พลังงานมากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายอยู่แล้ว และเมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น คุณก็จะยิ่งต้องใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นด้วย

    คราวนี้เรามาดูวิธีการบรรเทาความเครียดกัน

    บรรเทาความเครียด และเพิ่มความสงบ ด้วยการกลอกตาขึ้นข้างขน และหลับตาลง หายใจลึกๆ และนับ 1 ถึง 10 ช้าๆ ตั้งสมาธิให้จดจ่อกับการหายใจของตัวเอง หรือสูดดมน้ำมันลาเวนเดอร์ ซึ่งมีผลทำให้จิตใจสงบ