Author: admin

  • แต่งตัวไปสัมภาษณ์งานอย่างไร ให้พิชิตใจนายจ้าง

    แต่งตัวไปสัมภาษณ์งานอย่างไร ให้พิชิตใจนายจ้าง

    แต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน อย่างไร สำหรับผู้หญิง ให้พิชิตใจนายจ้าง สำหรับน้องๆนักศึกษาที่เรียนจบกันแล้ว ก็คงเริ่มมองหาที่สมัครงานกันไว้บ้างแล้ว เรื่องการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ ถึงแม้จะยังเป็นนักเรียนอยู่ก็ควรศึกษาเรื่องนี้ไว้แต่เนิ่นๆ เพราะการแต่งตัวเป็นสิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์จะพิจารณาเราก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกัน การแต่งกายให้ถูกกาลเทศะถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยที่เราควรจะ นึกถึงสถานที่ที่เราจะไปสัมภาษณ์ ประเภทงาน เราจึงขอแนะนำแนวทางให้น้องๆหรือผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงสมัครงาน ได้รู้ถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับการสัมภาษณ์งานกันค่ะ

    “สูท” เป็นสิ่งที่นักสมัครงานทุกคนคิดถึงเป็นเรื่องแรกเมื่อจะไปสอบสัมภาษณ์ อาจมองดูว่าปลอดภัยที่สุดในกรณีที่คุณไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท นั้นแต่ปัจจุบันมีงานหลากหลายที่คุณอาจต้องพิจารณาการแต่งกายให้เหมาะสมต่อการไปสอบสัมภาษณ์ดังนี้

    เลือกสูทเรียบๆตัดเย็บอย่างดี
    ถ้าคุณต้องไปสัมภาษณ์งานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินต่างๆ บริษัทประกัน สำนักงานกฎหมาย หรือโรงแรมใหญ่ๆ เพราะภาพพจน์ขององค์กรเหล่านี้ต้องการความมั่นคง

    เลือกแจ็กเก็ตสูทสบายๆ
    สูทแบบนี้เป็นเสื้อกระโปรงคนละสี ซึ่งนิตยสารวอลสตรีทเจอร์นอลได้ระบุว่า เป็นชุดที่นิยมใส่ไปสัมภาษณ์งานมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา โทนสีที่ใช้จะอยู่ในระดับกลางๆ ชุดแบบนี้เหมาะกับการสัมภาษณ์ในตำแหน่งงานหนังสือพิมพ์ ครู ผู้จัดการระดับกลาง และทีมงานด้านเทคนิคต่างๆ เพราะจะทำให้ดูสง่าแบบมีความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับบริษัททำงานโดยหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ต้องการความเชื่อถือ และไม่ล้าสมัย

    ชุดง่ายๆดีไซน์เก๋
    เลือกแบบนี้ได้ในอาชีพที่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์พิเศษบ่งบอกเอกลักษณ์ของคุณ เช่น งานออกแบบ นักแต่งเพลง งานแฟชั่นหรือทีวี ชุดที่มีเทรนด์ทันสมัยนี้จะบอกถึงความสามารถในทางสร้างสรรค์เฉพาะตัวของคุณ สำคัญที่เลือกแบบและคุมโทนสีให้ดี

    เลือกชุดสุภาพธรรมดาๆที่ไม่ต้องใส่สูท
    สำหรับงานที่ไม่ได้ต้องการติดต่อใครมากๆ เช่นงานแม่ครัว งานภาคสนามต่างๆ ลักษณะงานแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องใส่สูทไปสัมภาษณ์งาน เพียงแต่งกายสุภาพด้วยเชิ้ตกระโปรงเรียบร้อยธรรมดาๆ ก็ใช้ได้แล้ว

    นอกจากนี้มีสิ่งที่คุณควรทำเมื่อรู้ตัวว่าจะต้องไปสอบสัมภาษณ์ดังนี้คือ

    •  สืบเสียก่อน คุณควรลองแวะไปที่ออฟฟิศนั้นๆล่วงหน้า เพื่อดูว่าพนักงานที่นั่นแต่งตัวกันอย่างไร เพื่อจะได้แต่งตัวให้ดูกลมกลืน
    •  ซ้อมแต่งตัว ก่อนวันสัมภาษณ์สองหรือสามวัน ลองหยิบชุดที่คุณคิดว่าจะสวมมาลองให้ครบทุกอย่าง เพื่อดูความเหมาะสมที่ไปด้วยกันได้ ความสบายตัว และความแน่ใจว่าเครื่องแต่งกายเหล่านั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้จริงๆ

      ส่วนข้อมูลอื่นๆที่คุณควรรู้เพิ่มเติมมีดังนี้คือ

      ใครสัมภาษณ์คุณ?

      ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะรู้ล่วงหน้าว่าชายหรือหญิงที่จะสัมภาษณ์คุณ เพราะโดยหลักจิตวิทยา ผู้หญิงที่เป็นผู้สัมภาษณ์ งานจะละเอียด และดูคุณในเรื่องการแต่งกายว่าเหมาะสมหรือไม่ เธอจะดูทั้งความเรียบร้อย และความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือตัดเย็บและเนื้อผ้าที่คุณใช้ว่าคุณควรจะอยู่ในระดับใดและเหมาะไหม นอกจากนี้ผู้ชายส่วนใหญ่จะไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวล่อแหลมหรือสั้นเกินไป และไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายควรจำไว้ว่า “อย่าแต่งตัวรวยเกินไป” เพราะคุณมีสิทธิ์จะไม่ได้งาน หากคุณใส่สูท Channel ทั้งชุดไปสอบ ในขณะที่ผู้สัมภาษณ์คุณแต่งกายด้วยผ้าธรรมดา เพราะเขาจะมองว่าคุณไม่เหมาะกับชีวิตการทำงาน และจำไว้ว่าอย่าใส่ชุดลำลองไปสัมภาษณ์งานเด็ดขาด ควรเก็บชุดไว้ใช้กับวันพักผ่อนดีกว่า

      เลือกชุด แต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน มีข้อแนะนำง่ายๆที่คุณควรนำไปใช้นะคะ

    •  อย่าใส่ชุดลายดอกไปสัมภาษณ์ เลือกสีเรียบๆ จะดูภูมิฐานกว่า
    •  เลือกชุดที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่หลวมหรือคับเกินไป เพราะความมั่นใจเวลาที่สวมใส่ จะช่วยเพิ่มบุคลิกคุณให้ดูดี
    •  เลือกเครื่องประดับทุกชิ้นให้ดูเรียบที่สุด ไม่ควรมีอะไรโดดเด่นเกินไป
    •  อย่าไว้เล็บยาวเกินไป เพราะคุณจะดูเป็นนางแบบมากกว่าคนทำงาน
    •  อย่าเลือกชุดที่ใส่แล้ว “สวย” แต่ให่เลือกชุดที่ใส่แล้ว “สง่าน่าเชื่อถือ”

      คุณรู้ไหมว่า…….

    • โดยเฉลี่ยแล้วการจ้างงาน 55% จะตัดสินใจจากภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของผู้สมัคร
    •  ผู้แต่งกายที่เหมาะสมจะได้เงินเดือนและการเลื่อนขั้นที่ดีกว่าคนที่แต่งกายธรรมดาๆ และอัตราเงินเดือนของผู้ที่แต่งกายดีจะสูงกว่าคนอื่นๆ ประมาณ 5%

      เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญนะคะ แต่ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างก็คือความสามารถของตัวคุณเองว่าเหมาะสมกับงานนั้นๆหรือไม่ และถ้าคุณได้รับโอกาสในการเข้าทำงานแล้ว ก็อย่าลืมตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดนะคะ

      ไม่อย่างนั้นแล้วถึงจะแต่งตัวดีก็ตามเถอะ … อาจจะถูกเลิกจ้างได้เหมือนกันนะ

  • ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี 6 เคล็ดลับจัดห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางกว่าเดิม

    ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี 6 เคล็ดลับจัดห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางกว่าเดิม

    ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี ในบ้านขนาดเล็ก เช่น ทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุดในอาคารชุดนั้น มักมีเนื้อที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด ทำให้การตกแต่งห้องเพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างครบครันจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดมาก ทั้งนี้เพราะความจำกัดนี้มีผลต่อการจัดวางเครื่องเรือนต่างๆ การใช้โครงสี รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมและไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่

    • จัดวางเตียงนอน ซึ่งเป็นเครื่องเรือนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในห้องนั้น ด้วยการจัดวางเตียงชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้มีพื้นที่เหลือสามารถจัดวางเครื่องเรือนอื่นๆ เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งอาจใช้ประโยชน์เป็นโต๊ะหัวเตียงไปด้วยในตัว
    • รูปแบบของเตียงนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมี หัวเตียง แต่ทำเป็นผนังหัวเตียงกรุด้วยผ้าหรือไม้แทน หรือตกแต่งผนังหัวเตียงด้วยไม้สูงจรดเพดาน อาจเป็นแผ่นไม้เรียบ หรือเซาะเป็นร่องเล็กๆ ในแนวตั้ง หรือแนวนอน หรือเป็นตารางสี่เหลี่ยม จะมีคิ้วขอบหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ แต่ขอบสันไม้ควรตกแต่งให้เรียบ ไม่มีเสี้ยนหรือความคมที่เป็นอันตราย เว้นช่องประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถซ่อนไฟไว้ที่ด้านข้าง หรือทำเป็นกรอบไม้กรุกระจกฝ้าติดบานพับ สำหรับเปิด – ปิดเมื่อต้องเปลี่ยนหลอดไฟ การใช้ม่านกรองแสงประเภท VERTICAL BLIND หรือ SLIM LINE ให้เส้นสายสะอาดตา ดูไม่รกรุงรัง ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น
    • ตกแต่งอย่างเรียบง่ายทำให้ห้องดูสะอาดตา โปร่งกว่าความเป็นจริง
    • ไฟซ่อนหลังเหลือบหัวเตียงทำให้ห้องดูมีระยะกว้างกว่าความเป็นจริง คล้ายกับว่าหลังผนังหัวเตียงมีพื้นที่ต่อเนื่องออกไป
    • รูปแบบของตู้โชว์หรือตู้เสื้อผ้า ซึ่งอาจใช้ร่วมกับห้องอีกห้องที่อยู่ใกล้เคียงได้ด้วยการใช้ตู้ดังกล่าวมา กั้นแทนผนัง สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งสองห้อง ซึ่งการแบ่งกั้นให้ดูตามประโยชน์ใช้สอยของห้องนั้นๆ
    • หากการใช้ประโยชน์มีเท่าๆ กัน ก็ให้แบ่งครึ่งของพื้นที่ตามความยาวตู้ที่ทำได้ โดยกำหนดให้หลังตู้เป็นผนังของอีกห้องหนึ่ง ทำให้ดูเหมือนการฝังตู้ไว้ในผนัง เป็นการไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่
  • การดูแลรถยนต์เบื้องต้น วิธีง่ายๆ ที่เจ้าของรถทุกคนควรเอาใจใส่

    ปัจจุบันรถยนต์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน เมื่อรถยนต์มีการใช้งานอยู่เป็นประจำย่อมมีการสึกหรอไปตามเวลา แต่ถ้ารู้จักวิธีดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนาน คุณก็สามารถดูแลรถคันโปรดด้วยตัวคุณเอง การดูแลรถยนต์เบื้องต้น มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

    แบตเตอรี่รถยนต์
    แบตเตอรี่ปกติจะเป็นชนิดแบบเปียกทำหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้า สำหรับใช้ในรถยนต์ทั้งคัน เริ่มตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องยนต์เก็บ สำรองไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เวลาดับเครื่องยนต์ เช่น ไฟในห้องโดยสาร ไฟฉุกเฉิน ไฟหรี่สำหรับจอดรถเป็นต้น การบำรุงรักษา

    คอยดูแลระดับน้ำกลั่นในช่องเติมซึ่งจะมี 6 ช่อง และมีชีดบอกระดับน้ำกลั่นสูงสุดและต่ำสุด ควรดูแลสัปดาห์ละครั้ง หากพร่องให้เติมด้วยน้ำกลั่นสำหรับเติมแบตเตอรี่

    หมั่นสังเกตขั้วต่อสายไฟซึ่งจะมี 2 ขั่ว บวกและลบ จะมีเครื่องหมายบอกไว้ ขั้วบวกจะต่อไปยังมอเตอร์สสตาร์ทขั้วลยต่อไปยังตัวถังรถ เช็คดูว่ามีคราบขาวเหมือนเกลือเกาะหรือไม่ ถ้ามีสามารถใช้น้ำร้อนทำความสะอาดแล้วรอให้แห้ง ทาทับด้วยจารบีหรือใช้วงแหวน สักกะหลาด ชุบน้ำยาสวมทับขั้วซึ่งจะป้องกันได้ยาวนานกว่า

    ตลับฟิวส์
    จะมีฟิวส์หลายตัวสำหรับป้องกันการใช้กระแสเกินหรือการลัดวงจรต่าง ๆ ของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ หากพบว่าขาดให้เปลี่ยนด้วย ฟิวส์ชนิดและขนาดที่ทนกระแสไฟได้เท่าเดิมนั้น ห้ามเปลี่ยนด้วยตัวที่ทนกระแสได้มากขึ้นอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงไฟไหม้รถได้ ปกติฝาครอบจะบอกตำแหน่งและหน้าที่ของฟิวส์ในตลับว่าใช้อุปกรณ์หรือวงจรใด หากพบว่าฟิวส์ขาดบ่อยให้นำรถเข้าตรวจหาสาเหตุ ก่อนทีจะเสียหายเกินกว่าจะแก้ไข

    สายพานต่าง ๆ
    สายพานต่าง ๆ เช่น สายพานระบบปรับอากาศ สายพานไดชาร์จ สายพานระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ ให้ตรวจดูความตึงของสายพาน โดยใช้นิ้วกดด้วยแรงดันพอเหมาะ จะกดลงได้ประมาณ 1 นิ้ว สังเกตรอยแตกร้าว บิ่น ของสายพานควรทำการเปลี่ยนเมื่อพบร่องรอย ความเสียหาย ยกเว้นสายพานขับเพลาราวลิ้นซึ่งต้องเปลี่ยนตามกำหนด ดังนั้นเมื่อถึงระยะเวลาการตรวจเช็ครถควรนำรถเข้ารับ บริการที่ศูนย์บริการ

    ถังเก็บน้ำยาล้างกระจก
    ควรหมั่นดูแลให้อยู่ในระดับที่ถูกต้องที่แสดงไว้บนถังเก็บ ควรเติมน้ำยาล้างกระจกผสมเข้ากับถังน้ำในถังเก็บเพราะจะมีส่วนช่วย ให้การมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นนอกจากนี้ควรตรวจสอบการอุดตันของหัว ฉีดขาดหรือกระโปรงรถด้านหน้ากดทับหรือไม่ หากพบควรแก้ไข
    น้ำยาในระบบปรับอากาศ

    หากพบว่าเครื่องปรับอากาศไม่เย็นหรือเกิดผิดปกติ ให้สังเกตดูที่ช่องกระจกหน้าต่างที่กระบอกดักความชื้น เมื่อติดเครื่องยนต์และเปิด เครื่องปรับอากาศ หากพบฟองอากาศจำนวนมากแสดงว่าระดับน้ำยาพร่องลงไปมาก ให้นำรถเข้ารับบริการเพื่อล้างทำความสะอาดชุด คอยล์เย็นอย่างน้อยปีละครั้ง หากมีระบบฟองอากาศ ควรดูแลชุดฟอกและกรองอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
    รังผึ้ง

    รังผึ้งหม้อน้ำระบายความร้อนและหม้อพักน้ำ
    ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์โดยใช้น้ำเป็น สื่อทำงานร่วมกับพัดลมสิ่ง ที่ควรดูแลคือ คอยเติมน้ำในหม้อพัก ให้อยู่ในระดับที่กำหนดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือเมื่อพบว่ามาตรวัดอุณหภูมิที่แผงหน้าปัดขึ้นสูง กว่าปกติอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ควรดูแลคือ

     ฝาหม้อน้ำ ปกติจะเป็นแบบรักษาแรงดันในหม้อน้ำให้สูงกว่าแรงดันบรรยากาศภายนอก ซึ่งจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส โดยไม่เดือนดเป็นไอ ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนดีขึ้น และ สามารถดูดน้ำจากหม้อพักกลับเข้า หม้อน้ำ ได้เมื่อเย็นตัวลง หากฝาสูญเสียการรักษาแรงดันจะทำให้น้ำเดือดเป็นไอระเหยไปจากระบบระบายความร้อน และไม่สามารถดูดน้ำจาก หม้อพักกลับเข้าหม้อน้ำ ต้องเปลี่ยนด้วยฝาแบบเดียวกันและต้องเติมน้ำในหม้อน้ำให้เต็มก่อน

    สายต่อจากหม้อน้ำไปยังหม้อพัก ต้องไม่มีรอยแตกหักหรือรั่ว

    ท่อยางระหว่างหม้อน้ำไปยังเครื่องยนต์ต้องไม่มีรอยแตกหรือรั่วสังเกตได้จากรอยคราบน้ำที่จับอยุ่บริเวณใกล้เคียง

    ถ้ายน้ำมันในระบบบายความร้อนตามกำหนดและอาจเติมน้ำยารักษาหม้อน้ำ เช่น น้ำยากันสนิมหรือน้ำยากันหม้อน้ำเดือด

    วิธีง่าย ๆ ใน การดูแลรถยนต์เบื้องต้น นี้คุณสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวคุณเองโดยไม่ยุ่งยากและเสียเวลามากนัก หากรถได้รับการดูแลเอาใจใส่และบำรุงรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัย รวมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

  • ทายนิสัยจากไข่ที่ชอบกิน ใครชอบกินไข่แบบไหนบ้างมาดูกัน

    ทายนิสัยจากไข่ที่ชอบกิน ใครชอบกินไข่แบบไหนบ้างมาดูกัน

    อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดไปไหนไกล เราหมายถึงไข่ที่คุณชอบกินต่างหากล่ะ ลองคิดดูว่าเวลาตัวเองสั่งไข่มากิน ชอบสั่งอะไรไข่ประเภทไหน… แล้วเรามาดูคำทำนายกันเลย

    ไข่ดาว
    ถ้า คุณชอบกินไข่ดาว แปลได้ว่า คุณเป็นคนที่นิยมความเสี่ยง ตื่นเต้น ท้าทาย เพราะคุณชอบที่จะได้ใช้ความพยายามที่มีอยู่ในตัวทำสิ่งนั้น ให้บรรลุผลสำเร็จให้ได้ นอกจากนั้นก็ยังเป็นคนที่ชอบเดินเข้าหาโอกาส ไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วรอให้โอกาสวิ่งชน เรียกอีกอย่างก็เป็นคน แอ็คทีฟ นั่นแหละ

    ไข่เจียว
    ถ้า คุณเป็นคนชอบกินไข่เจียวมาก หมายถึง คุณเป็นคนที่มีระบบระเบียบ แบบแผนในชีวิต คิดอะไรเป็นขั้นเป็นตอน เรียกว่าเป็นนักวางแผน (ไม่ใช่วางแผนชั่วนะ) อีกทั้งคุณยังเป็นคนที่รักความยุติธรรม และเชื่อมั่นในตัวเองอีกต่างหาก

    ไข่ต้ม
    ไข่ต้ม

    ถ้า ไข่ต้ม เป็นเมนูไข่สุดโปรดของคุณล่ะก็ ขอบอกว่าคุณเป็นคนที่มีสมาธิในการทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไร ไม่มีการที่จะทำไอ้นั่นนิด ไอ้นี่หน่อย คุณเป็นคนหนึ่งที่มีความอดทนสูงเชียวล่ะ

    ไข่ลวก

    ไข่ลวก
    สำหรับ คุณที่ชอบเมนูไข่ลวก คุณเป็นคนประเภท ง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยเรื่องมากอะไรกับใครเขาหรอก ทำให้ใครที่อยู่ใกล้ๆ ก็สบายใจ นอกจากนั้นแล้วคุณก็ยังรักความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย แต่ต้องระวังนิดนึงตรงที่ความง่ายๆ สบายๆ นี่ล่ะ ที่อาจจะทำให้คุณพลาดในรายละเอียดบางอย่างที่สำคัญก็ได้นะ

    ไข่ยัดไส้
    คุณๆ ที่ชื่นชอบ ไข่ยัดไส้ เป็นพิเศษ จะบอกว่าคุณเป็นคนที่เตรียมพร้อมในทุกเรื่อง สมมติว่าถ้าคุณไปเที่ยวต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อน คุณจะเป็นคนหนึ่งที่เตรียมของไปพร้อมมากที่สุด แถมยังเตรียมไปเผื่อคนอื่นอีกด้วยนะ สรุปก็คือ คุณชอบความเพอร์เฟ็ค และ ความพร้อมในทุกๆ เรื่อง

    ไข่ดิบ
    ไข่ดิบ

    อาจ จะหายากหน่อยนะสำหรับคนที่นิยมกิน ไข่ดิบ คงเป็นประมาณตอกใส่เครื่องดื่มกิน คุณเป็นคนประเภทที่เรียกว่า ไม่สนโลก ก็ว่าได้ คือคุณมีทาง มีแนวคิดของคุณเอง ประกอบกับคุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในความคิดของตนเองด้วย ดัวนั้น ใครก็อย่ามาโน้มน้าวให้คุณเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิดเลย ถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอน่ะนะ

  • เราควรจะพบสิ่งใดบ้างที่โรงเรียนใหม่ของลูก

    เราควรจะพบสิ่งใดบ้างที่โรงเรียนใหม่ของลูก

    พบว่าเด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น การทำกิจกรรมต่างๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น สนใจใคร่รู้

    เราจะเห็นภาพเด็กๆ ง่วนกับการทำกิจกรรม หรือเล่นอย่างเพลิดเพลิน หน้าตาเบิกบานมีความสุข มีความกระตือรือร้น ไม่ถูกบังคับให้นั่งเรียนเขียนอ่านให้เด็กทำแบบฝึกหัดไปพร้อมๆ กันทั้งชั้นเรียนเหมือนกันไปหมด ใครทำไม่ได้หรือทำงานช้ากว่าเพื่อน ก็โดนตำหนิ หรือถูกทำโทษ

    เด็กจะเรียนรู้ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรม มีสื่ออุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสื่อที่เป็นของจริง ให้เด็กได้หยิบจับ สัมผัส ได้สังเกต ลองผิดลองถูกได้คิดวางแผน แก้ปัญหา ค้นหาคำตอบ ได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม กิจกรรมที่จัดก็มีความหลากหลาย คุณครูจะไม่เอาแต่สอนๆ พูดๆ ให้เด็กนั่งฟัง หรือคอยคำตอบคำถาม เด็กต้องใช้เวลานานนั่งฟังครูพร้อมกันทั้งชั้นเรียน จนมองเห็นได้ว่าเด็กหลายคนในกลุ่มหมดความสนใจ

    พบว่าเด็กได้คิด ได้ตัดสินใจเลือก มีเวลาได้ทำกิจกรรมเสรีที่ตอบสนองความสนใจและความถนันดของเด็กเป็นรายบุคคล

    จะเห็นว่าเด็กๆ มีโอกาสได้เลือกเล่นกิจกรรมต่างๆ ที่คุณครูจัดไว้ตามมุมการเรียนรู้ต่างๆ ที่คุณครูจัดไว้ตามมุมการเรียนรู้ต่างๆ ของห้องเรียนในเวลาที่เด็กเล่นเสรี มุมที่รายรอบห้องเรียนถูกจัดไว้อย่างน่าเข้าไปเล่น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความสนใจ ความถนัดของเด็กเช่น มุมบ้าน มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมธรรมชาติ มุมศิลปะ มุมคณิตศาสตร์ มุมขีดเขียน ฯลฯ ห้องเรียนจึงไม่ใช่ห้องที่บรรจุเพียงโต๊ะเก้าอี้เท่านั้น

    พบว่าเด็กได้เรียนรู้ทักษะวิชาต่างๆ ด้วยการบูรณาการผสมผสานการเล่นและทำกิจกรรมต่างๆ

    ตารางกิจกรรมในแต่ละวัน จะไม่แยกเป็นคาบนี้สอนวิชาภาษาไทย คาบนี้สอนเลข คาบนี้สอนภาษาอังกฤษ แต่จะกำหนดเป็นรูปแบบของกิจกรรม เช่น กิจกรรมวงกลม กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นเสรี กิจกรรมประกอบอาหาร กิจกรรมกลางแจ้ง ฯลฯ

    และในแต่ละกิจกรรมก็จะบูรณาการผสมผสานการนับเลข การขีดเขียนไปอย่างผสมผสานกลมกลืน เช่น กิจกรรมประกอบอาหาร “ทำกล้วยต้ม” เด็กใช้กล้ามเนื้อมือปอกกล้วยเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์ จากกล้วยดิบเป็นกล้วยต้ม ได้เรียนคณิตศาสตร์การแบ่งครึ่ง ผ่าสองและผ่าสี่ การนับจำนวนผลกล้วย จำนวนชิ้นที่ผ่าหรือหั่น การบันทึกด้วยการวาดภาพประกอบ ขั้นตอนการทำกล้วยต้ม การเล่าเรื่อง การลำดับเหตุการณ์ การพูดแสดงความรู้สึก ก็เป็นการเรียนด้านภาษา เรียนรู้จังหวะจากการร้องเพลงท่องกลอน “กล้วย” ฯลฯ

    เด็กจึงเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมากมายไปพร้อมๆ กับการรู้จักรอคอยการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม รักการทำงานสนุกสนานเพลิดเพลิน ส่งผลให้เด็กได้พัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคมไปพร้อมๆ กัน

    พบว่ามีการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และยอมรับผลงานที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน

    อาจจะสังเกตจากการส่งเสริมให้เด็กได้กล้าแสดงออก กล้าซักถามครูรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ได้ใช้จิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ อาจจะสังเกตผลงานที่ติดอยู่ในห้องเรียนได้ด้วย สังเกตว่าพื้นที่บอร์ดในห้องส่วนใหญ่ควรเป็นผลงานของเด็กเพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ ไม่ใช่ตกแต่งห้องด้วยฝีมือครูส่วนใหญ่ ผลงานของเด็กมีความหลากหลายและแตกต่างกัน สังเกตได้ว่ายๆ จากผลงานศิลปะที่ไม่ควรเป็นผลงานศิลปะที่ไม่ควรเป็นผลงานศิลปะทีเกิดจากการลอกแบบทำตามอย่างครู ซึ่งทำให้ผลงานของเด็กเหมือนกันไปหมดทั้งห้อง

    พบว่าเด็กอยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร การแสดงออกของครูเป็นไปในทางบวก เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก

    ท่าทีทึ่แสดงออกของครูนุ่มนวล ไม่ตะโกนแข่งกับเสียงเด็ก ห้องเรียนไม่วุ่นวาย สับสน หรือสงบนิ่งกับการทำแบบฝึกหัดกันทั้งห้อง แต่จะเห็นภาพเด็กง่วนกับการทำงาน รู้หน้าที่ มีวินัยในตนเอง รับผิดชอบงาน ครูไม่ใช่คอยออกคำสั่งหรือตั้งเงื่อนไขที่เข้มงวด ตำหนิ เปรียบเทียบประชดประชันกัน ใช้อำนาจและการขู่กับเด็ก แต่ครูจะดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด คอยให้กำลังใจ ชื่นชม กระตุ้น สนับสนุนให้เด็กคิด ทดลองทำ และพัฒนาการทำงานของตน ควบคู่กับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น

    พบว่าเด็กควรได้รับการเอาใจใส่ฝึกฝนในการสร้างจิตใจที่ดีงามและพฤติกรรมความเคยชินที่ดี จนกลายเป็นนิสัยที่ดีต่อไปในอนาคต

    ให้สังเกตว่าเด็กรู้หน้าที่ช่วยเหลืองานส่วนรวม ช่วยกันเก็บของเล่นช่วยกันดูแลความสะอาดในห้อง มีวินัย การรอคอย มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน นอกจากสังเกตจากเด็กแล้วให้สังเกตจากการฝึก การกระตุ้นให้เด็กคิด ตลอดจนการเป็นแบบอย่างของครูด้วย

    จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันให้เด็ก เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะทำให้เด็กเกิดทักษะในการแสวงหาความรู้ รักการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน เด็กมีความสุข มีลักษณะนิสัยที่ดีงาม หากเด็กต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเร่งเรียนเขียนอ่าน จะทำให้เสียโอกาสทองในช่วงสำคัญของชีวิตที่เป็นช่วงวัยของการปูพื้นฐานในทุกด้านอย่างน่าเสียดาย

    ในการเลือกโรงเรียนขอให้สังเกตและพิจารณาให้รอบคอบ ถึงสิ่งสำคัญที่จะปูพื้นฐานของชีวิตในอนาคตให้ชัดเจนก่อนที่จะมองเพียงตึกสวยๆ อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย กิจกรรมหรือโปรแกรมเสริมพิเศษต่างๆ โรงเรียนเล็กๆ ใกล้กับครูที่เอาใจใส่และเข้าใจพัฒนาการเด็ก อาจจะเป็นโรงเรียนที่ดีสำหรับลูกก็ได้

    เรื่องโดย ธิดา พิทักษ์สินสุข

  • โรงเรียนอนุบาลดีๆ อยู่ที่ไหน

    โรงเรียนอนุบาลดีๆ อยู่ที่ไหน

    จะเปิดเรียนกันในเร็ววันนี้แล้ว ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่คงมี โรงเรียนอนุบาล ที่เลือกไว้ในใจแล้ว โรงเรียนที่เลือกให้ลูกน้อย ควรเป็นโรงเรียนที่ไม่ไกลบ้านหรือที่ทำงานมากนัก เป็นโรงเรียนที่ไม่เร่งเรียนจนไม่มีเวลาสำหรับการส่งเสริมพัฒนาการต่างๆ ให้กับลูก

    โรงเรียนที่ดี ต้องให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ สนุกสนาน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ฝึกกระบวนการคิดที่ไม่ใช่การนั่งทำแบบฝึกหัดต่างๆ คัดเขียนนั่งเรียนกันวันละเป็นชั่วโมงๆ เด็กต้องการมีเวลาเล่นอิสระตามมุมเสรีที่จัดไว้ในห้องเรียน มีเวลาออกมาเล่นสนาม มีคุณครูที่อ่อนโยน เข้าใจธรรมชาติของเด็กๆ เป็นผู้ดูแล

    ตอนนี้พ่อแม่บางคน คงกำลังเมียงมองหาแนวทางเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกอยู่ เพื่อเป็นข้อมูลระกอบการติดสินใจก่อนที่จะเปิดเทอม อยากทำความเข้าใจว่าการเลือกโรงเรียนอนุบาลนั้น เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งทีเดียวค่ะ เพราะโรงเรียนเป็นสิ่งแวดล้อมหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อลูกนอกเหนือจากบ้าน…

    โรงเรียนอนุบาล เป็นก้าวแรกของการก้าวออกสู่สังคมภายนอกที่ไม่มีพ่อแม่ตามมาด้วย เป็นที่ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก ขณะเดียวกันก็ขัดขวางการเรียนรู้ได้เช่นกัน หากโรงเรียนนั้นจัดการเรียนการสอนที่ไม่เหมาะสม เช่น เร่งให้เด็กอ่านเขียน เรียนด้วยการจดจำ หรือบางโรงเรียนมีการวัดผลด้วยการสอบทุกภาคเรียนทำให้เด็กเกิดความเครียด รู้สึกว่าการเรียนเป็นสิ่งที่ยาก ไม่สนุก ไม่ชอบ และที่สำคัญทำให้เด็กสูญเสียเวลาที่จะได้พัฒนาอย่างรอบด้านไปอย่างน่า เสียดาย

    เราต้องพิจารณาอะไรประกอบการตัดสินใจบ้าง…
    สิ่ง เบื้องต้นที่จะต้องพิจารณานั้นทราบกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ โรงเรียนควรอยู่ใกล้บ้าน มีระบบความปลอดภัยที่ดี มีความเป็นระเบียบ สะอาด ร่มรื่น ฯลฯ เรื่องเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่คงตัดสินใจได้ไม่ยากว่าถูกใจหรือไม่ แต่อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ แนวทางการเรียนที่เหมาะสมกับเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะพูดคุยกันในครั้งนี้

    ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องทราบก่อนว่า โรงเรียนอนุบาลที่ดีต้องจัดการเรียนการสอนอย่างไร และเราจะสังเกตได้อย่างไรจากการเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียน

    พูดคุยสอบถามถึงแนวคิดหรือปรัชญาในการจัดการ ศึกษา สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องสอบถาม ถ้าคำตอบคือ “เด็กที่นี่เรียนเก่งค่ะ ไปสอบเข้าที่ไหนก็สู้ได้สบาย” หรือ “วิชาการเยี่ยมค่ะ” หรือ “เรามีครูช่วยติวพิเศษให้ตอนเลิกเรียนสำหรับเด็กเรียนอ่อน” ก็คงต้องถอยล่ะค่ะเพราะเป็นการเร่งเรียนจะทำให้เด็กเสียประโยชน์ในการพัฒนา ทางด้านอื่น

    แต่หากคำตอบออกมาในแนว “เตรียมความพร้อมควบคู่กับวิชาการค่ะ” หรือ “เตรียมความพร้อมส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน” ก็เก็บชื่อโรงเรียนนี้ไว้ในใจได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูกันต่อไปเมื่อเราเข้าไปสังเกตภายในโรงเรียนเพื่อ ไตร่ตรองดูว่าโรงเรียนนี้จะทำให้ลูกที่คุณรักพบในสิ่งที่ลูกของคุณต้องพบใน โรงเรียนอนุบาลหรือไม่

    เรื่องโดย ธิดา พิทักษ์สินสุข

     

  • เคล็ดลับการขอสินเชื่อซื้อรถยนต์ สิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจ

    เคล็ดลับการขอสินเชื่อซื้อรถยนต์ สิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจ

    การขอสินเชื่อซื้อรถยนต์ เราจะต้องพิจารณาอะไรบ้าง มาดูกันครับ
    มองหารถที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

    การใช้สอย
    ไม่ว่าคุณจะได้ข้อเสนอที่ดีสักแค่ไหนในการซื้อรถ ความคุ้มค่าของประโยชน์ใช้สอยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคุณควรพิจารณา ว่า รถที่คุณซื้อมามีคุณสมบัติตรงกับที่คุณต้องการมากน้อยเพียงใด การใช้สอยไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่จำนวนที่นั่ง หรือการประหยัดเชื้อ เพลิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ความสวยและรูปลักษณ์ของรถ ฯลฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การใช้สอยจะขึ้นอยู่ กับวิถีการดำเนินชีวิตของคุณ พยายามนึกถึงสิ่งที่คุณทำในทุกๆ สัปดาห์ วิเคราะห์ในแต่ละกิจกรรมและดูว่ารถของคุณจะเข้ามามี บทบาทเพียงใด

    กำลังซื้อ  คำนวณค่าใช้จ่าย  และประมาณกำลังซื้อของคุณ

    ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปีในการดูแลรักษารถของคุณเช่น การนำเข้าตรวจสภาพ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ประกัน ฯลฯ

    ราคาขายต่อ โดยทั่วไปแล้วรถที่มีความนิยมในตลาดสูงมักจะมีราคาขายต่อที่ดี

    วางแผนการซื้อรถของคุณ

    • คุณสามารถประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยการใช้เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งสามารถช่วยคุณได้ในการ
      ค้นหารถโดยการระบุสเป็ค (งบซื้อ ยี่ห้อ รุ่น ฯลฯ)
    • เปรียบเทียบสเป็คระหว่างรถแต่ละคัน
    • หาที่อยู่ของดีลเลอร์ ศูนย์ หรือเต้นท์ที่มีรถที่คุณต้องการไปดู
    •  อ่านเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับการซื้อและตรวจดูรถยนต์ที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ

    หาสินเชื่อและขออนุมัติสินเชื่อล่วงหน้า (Pre-approval) เช่น เดียวกับการหารถของคุณ โครงการสินเชื่อรถยนต์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่คุณต้องทำการบ้านและเลือกให้เหมาะสมที่สุด อัตราดอกเบี้ย และการบริการควรเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาของคุณ

    การอนุมัติสินเชื่อล่วงหน้านั้นเป็นการที่ผู้ให้กู้อนุมัติสินเชื่อจากการ พิจารณาเครดิตโดยไม่คำนึงถึงหลักประกัน แต่ยังคงสงวนสิทธิ์ในการอนุมัติวงเงินจริง หากข้อมูลที่คุณให้ในตอนแรกครบถ้วนและถูกต้อง ประกอบกับรถที่คุณเลือกซื้ออยู่ในวงเงินที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า การอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ในการอนุมัติล่วงหน้านั้น ผู้ให้กู้จะบอกให้คุณทราบถึง วงเงินสูงสุด ระยะเวลา และค่างวดผ่อนชำระโดยประมาณที่คุณสามารถกู้ได้ ซึ่งข้อมูลต่างๆนี้จะทำให้การซื้อรถของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจาก

    • คุณจะมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นเพราะผู้ขายเห็นถึงความพร้อมในการซื้อรถของคุณ
    • คุณจะทราบงบประมาณในการซื้อรถ
    • คุณมีผู้ให้สินเชื่อที่ค่อนข้างแน่นอน
    • ไม่ถูกจำกัดทางเลือกในการหาแหล่งเงินกู้

    เมื่อคุณพบรถที่เหมาะกับคุณ เพียงแค่ติดต่อกับผู้ให้กู้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะทำการประเมินราคา และจัดทำเอกสารให้เรียบร้อย โดยคุณ เพียงแค่รอผลอนุมัติสุดท้ายว่าเหมาะสมกับที่คุณต้องการหรือไม่

    เลือกกู้จากสถาบันที่เชื่อถือได้ใน การเช่าซื้อรถยนต์ คุณอาจได้รับข้อเสนอจากหลายสถาบัน เช่นเดียวกับการใช้บริการอื่นๆ คุณควรตัดสินใจเลือกใช้บริการจากสถาบันที่ ไม่เพียงให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ แต่จะต้องมีความน่าเชื่อถือและบริการที่ดีด้วย เช่น

    • เชื่อถือได้ – ควรดูให้แน่ใจว่า บริษัทที่คุณเลือกเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงที่ดี ไม่มีประวัติการทำธุรกิจที่ไม่ดี ตัวอย่างเช่น บางบริษัทได้มี การนำทะเบียนรถยนต์ของคุณไปทำการจำนำต่อเพื่อหาทุนมาหมุนเวียน
    • มั่นคง – คุณควรมั่นใจว่า ผู้ที่คุณผ่อนชำระด้วยจะสามารถส่งมอบทะเทียนรถของคุณคืน ณ เวลาที่คุณผ่อนชำระครบเรียบร้อยแล้ว
    • การบริการ – การอนุมัติที่รวดเร็ว การติดต่อแบบมืออาชีพ และการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า อาจมีค่าเกินอัตราดอกเบี้ยที่ สูงกว่านิดหน่อย
    • บริการเสริม – บางบริษัทมีบริการประกันภัยให้ในราคาประหยัด ให้คำแนะนำในการซ่อม และโปรโมชั่นอื่นๆ มากมาย ที่อาจทำให้ การจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่านิดหน่อยนั้นคุ้มค่ากว่า เลือกระยะเวลาการผ่อนชำระที่เหมาะกับเวลาการเป็นเจ้าของรถ สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการให้เกิดคือ การที่คุณยังต้องรับภาระการผ่อนรถในขณะที่คุณมิได้เป็นเจ้าของมันแล้ว หลักง่ายๆ คือประมาณเวลาที่ คุณจะใช้รถคันดังกล่าว แล้วกำหนดระยะเวลากู้ให้ใกล้เคียงหรือน้อยที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยได้โดยการ ชำระมากกว่าค่างวดที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน แต่ควรดูให้แน่ใจว่าคุ้มกับค่าปรับ (ถ้ามี)

     

  • รู้จักรถยนต์ มือใหม่ต้องอ่าน

    รู้จักรถยนต์ มือใหม่ต้องอ่าน

    รถยนต์ออกใหม่ทุกวัน และผู้ขับมือใหม่หัดขับก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ลำพังแค่ขับอย่างเดียวยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอด ไม่ต้องพูดถึงการ ดูแลบำรุงรักษาและการซ่องแซมเวลารถเป็นเรื่องขึ้นมาก็เลยทำอะไรไม่ถูก อันที่จริงพวกวิธีดูแลรถ คงสภาพที่ดีเอาไว้ตลอดเวลา รวมทั้งการแก้ไขยามรถมีปัญหานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เราจึงควรที่จะต้อง รู้จักรถยนต์ ของเรา โดยเฉพาะสว่นของห้องเครื่องรถยนต์ ที่เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลกัน

    ฝากระโปรงห้องเครื่อง
    วิธีเปิดฝากระโปรงห้องเครื่องเป็นอันดับแรก เพราะถ้าลองเปิดฝากรไม่เป็นอย่างอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง และอย่าคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่อง กระจอก รถส่วนใหญ่จะวางเครื่องยนต์ไว้ทางด้านหน้าของรถ ยกเว้นรถบางยี่ห้อ บางรุ่นก็นำเครื่องยนต์ไปวางไว้ท้ายรถ อย่างเช่น รถ PORSCHE หรือรถรุ่นเก่า ๆ เช่น HENO, RENAULT, SKODA และรถโฟล์คเต่า นอกจากนี้ยังมีพวกที่วางเครื่องยนต์ไว้กลาง ลำหรับหลังเบาะนั่งอีก ซึ่งรถประเภทนี้มักจะเป็นกลุ่มรถสปอร์ตหรือรถแรงอย่าง FERRARI หรือ TOYOTA MR2 เป็นต้น จึงต้อง สำรวจดูกันก่อนว่าเครื่องยนต์ของรถเค้าวางแหมะเอาไว้ตรงไหน เดี๋ยวเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมาแล้วหาเครื่องไม่เจอ

    ที่ดึงปลดล็อคฝากระโปรง
    ต่อไปให้หาที่ดึงปลดล็อคฝากระโปรงให้เจอว่ามันซุกอยู่ตรงไหน ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นทั่วไปมักติดเอาไว้แถวผนังข้างคันเร่งหาไม่ค่อยยาก ส่วนใหญ่ก้มลงไปมองก็เห็นหน้าเห็นตากันแล้ว ยกเว้นรถบางรุ่นอาจจะลึกลับหน่อยบางทีถึงกับต้องมุดเข้าไปดูก็มี แต่ถ้าเป็นรถยุโรปมีพื้นฐานเป็นรถพวงมาลัยซ้าย ก็มักไปอยู่ผนังข้างที่วางเท้าทางด้านซ้ายมือแทน

    การเปิดฝากระโปรงรถ
    วิธีเปิดฝากระโปรงรถก็ไม่ยากแค่ดึงที่เปิด โยกที่เปิดถ้าเป็นแบบคันโยก หรือใช้วิธีล้วงไปเขี่ย สำหรับรถที่เปิดทางด้านหน้า ซึ่งจะมี ขาเปิดฝากระโปรงซุกเอาไว้

    เปิดฝากระโปรงยาก
    โดยทั่วไปการเปิดฝากระโปรงรถนั้นไม่ต้องออกแรงกันมากนัก แต่ถ้าพบว่ามีรายการออกแรงมากกว่าปกติแสดงว่าสายดึงมีปัญหา อาจเป็นเพราะสายเกิดการติดขัด หรือตัวล็อคเองฝืดคับ รวมทั้งปรับตั้งระยะสายไม่ถูกต้อง ถ้าเจอเข้ากับลักษณะเช่นนี้อย่าใจร้อนโหม แรงดึงเอา ๆ กันลูกเดียว ไม่งั้นสายขาดแล้วจะยุ่ง ให้หาพรรคพวกมาซักคนให้ช่วยกดขย่มแถวตัวกลอนล็อคขณะดึงที่เปิดฝากระโปรง พอได้จังหวะพร้อมกันเมื่อไหร่ก็สามารถปลดล็อคได้ง่าย เมื่อเปิดได้เรียบร้อยแล้วอย่าลืมทำการแก้ไขโดยการหล่อลื่นตัวกลอนล็อค หรือปรับตั้งสายดึงให้ตึงขึ้น แต่อย่าให้ตึงมากนักควรมีช่วงระยะฟรีบ้างนิดหน่อย มิฉะนั้นเวลาขับรถไปแล้วเจอทางขรุขระ ตัวรถสะเทือนมาก ๆ ฝากระโปรงอาจจะเด้งเปิดขึ้นมาเอง เพราะการรั้งตึงเกินไปของสายดึงทำให้ตัวล็อคถูกดึง และเมื่อฝากระโปรงเปิดแล้ว มันจะพับขึ้นมาฟาดกับกระจกหน้า นอกจากอาจเกิดอันตรายแล้ว ยังต้องควักกระเป๋าเปลี่ยนกระจกบังลมหน้ารวมทั้งซ่อมฝากระโปรง อีกด้วย

    ดึงง่ายแต่เปิดไม่ออก
    เมื่อพบว่าสามารถดึงที่เปิดฝากระโปรงได้เบามือ แต่ปรากฏว่าฝากระโปรงไม่ยอมเด้งขึ้นมาซักที แบบนี้เป็นการบ่งบอกว่า ถ้าไม่เป็น เพราะจุดยึดหัวปลอกสายหลุด ก็เป็นที่หัวสายสลิงรูดหรือหลุด ซึ่งการแก้ไขคือทำการยึดหัวปลอกสายใหม่ให้แน่น หรือจัดการกับ ช่วงหัวยึดสายให้ดี เพียงแต่มีปัญหาว่าเราจะเปิดฝากระโปรงรถได้อย่างไร ถ้าเปิดไม่ออกการซ่อมย่อมทำไม่ได้ในกรณีที่พบว่าไม่ สามารถเปิดฝากระโปรงได้ เพราะมีปัญหากับสายดึงไม่ว่าจะเป็นสายหลุดหรือขาดก็ตาม ก็ต้องใช้วิธีเขี่ยที่กลอนตัวรับ โดยการใช้ ไขควงอันยาวหน่อยจิ้มจากช่องหน้ากระจังเข้าไปเขี่ยที่ตัวกลอนรับให้อ้าออก ซึ่งจะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบ -ถ้าเป็นรุ่นเก่ากลอนตัวผู้ที่ฝากระโปรงจะมีลักษณะเป็นเดือยหน้าตาคล้าย ๆ “ปลัดขิก” ส่วนโคนของเดือยนั้นจะมีน็อตล็อคตั้งระยะ และบริเวณปลายเดือยจะเป็นหัวฝ่าสำหรับไขตั้งระยะสำหรับตัวเบ้ารับที่ติดตั้งแถวคานหม้อน้ำ จะทำเป็นรูมีแผ่น เหล็กเป็นตัว ล็อคให้เขี่ยที่แผ่นเหล็กนี้ก็สามารถเปิดออกได้ สำหรับกลอนของรถรุ่นใหม่จะเป็นเหล็กรูปตัว U ติดไว้ที่ฝากระโปรง ส่วนตัวรับจะ เป็นแผ่นเหล็กหนีบเข้าหากัน เวลาเปิดให้งัดแผ่นเหล็กอ้าออกเท่านั้นเองเมื่อดึงที่เปิดฝากระโปรงและฝากระโปรงเด้งขึ้นมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถเปิดฝากระโปรงขึ้นมาได้ เพราะจะมีกลอนล็อคไว้อีกชั้น ต้องล้วงมือเข้าไปขยับเลื่อนอีกครั้ง -หรือถ้าเป็นรถ ยุโรปชั้นดี ตัวล็อคอีกชั้นจะยื่นออกมาเองแถวกระจังหน้าเวลามีการดึงมือเปิดฝากระโปรง เพื่อความสะดวกและง่ายไม่ต้องล้วงให้เมื่อยเพียงแค่ดึง ส่วนที่ยื่นออกมาก็สามารถเปิดฝากระโปรงได้แล้ว

    ตัวค้ำฝากระโปรง
    หลังจากเปิดฝากระโปรงขึ้นมาถ้าจะให้มันค้างก็ต้องมีตัวช่วยค้ำเอาไว้ ซึ่งทั่วไปจะมีใช้กัน 3 รูปแบบ
    – อย่างแรกเป็นแบบพิมพ์นิยมทั่วไป เล่นง่ายและมีราคา (ต้นทุน) ถูก คือ ใช้แท่งเหล็กค้ำเอาไว้ซึ่งรถญี่ปุ่นระดับจ่ายกับข้าวส่วน ใหญ่นิยมใช้กัน
    – แบบที่สองจะใช้กำลังของช็อคอับค้ำเอาไว้ อันนี้เวลาเปิดจะง่ายไม่ต้องออกแรงมาก เพราะช็อคอับจะช่วยผ่อนแรงโดยช่วยดันขึ้นไป พวกนี้มักใช้อยู่ในรถชั้นดีราคาค่อนข้างสูง สำหรับข้อเสียก็มีบ้างเหมือนกันคือ เมื่อช็อคอับมันช่วยดันขึ้นตอนเปิด เลยต้องออกแรงมาก หน่อย และเวลาใช้ไปนาน ๆ แล้วช็อคอับเสื่อมสมรรถภาพหมดแรงค้ำ ทำให้ฝากระโปรงตกลงมาได้ บางรายต้องพกท่อนไม้ติดรถ เอาไว้ช่วยค้ำ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็น่าจะเปลี่ยนใหม่ไปซะเลยแม้ค่าตัวแม้จะแพงอยู่ก็ตาม และสำหรับรถบางรุ่นสามารถซื้อของเก่า เซียงกงหรือดัดแปลงได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท
    – ประเภทสุดท้ายนี้ไม่มีอะไรค้ำเอาไว้เลย อยู่ได้ด้วยแรงสปริงขดโตดึงเอาไว้ ข้อดีข้อเสียก็เหมือนกับพวกใช้ช็อคอับนั่นเอง แต่ดีกว่า หน่อยตรงเวลาใช้ไปนาน ๆ แล้วคอยล์สปริงที่รั้งเริ่มล้าตัว รถบางยี่ห้อเค้า จะมีรูเตรียมเอาไว้ให้สำหรับ เปลี่ยนจุดรั้งเพิ่ม แรงดึงให้ มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสปริงใหม่

    แผ่นปิดใต้ฝากระโปรง
    ในระดับรถหรู หรือบริษัทรถลงทุนมากหน่อย บริเวณใต้ฝากระโปรงจะมีแผ่นกันความร้อนและซับเสียงแปะมาให้ด้วย ใครที่ไม่มี ก็มักจะไปติดเพิ่มเติม บางคนก็ไม่ยอมติดเพราะเกรงว่าจะไปลดการระบายความร้อนของห้องเครื่องยนต์ ที่ส่งผ่านทางผิวของฝา กระโปรง ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเป็นห่วงถึงขนาดนั้น การช่วยระบายความร้อนของฝากระโปรงมีไม่มากนัก ถึงแม้เดี๋ยวนี้สีรถจะมีคุณภาพ สูง ทนความร้อนได้หลายร้อยองศา แต่คงไม่ดีเท่าไหร่นักถ้าจะให้มันร้อนอยู่เป็นประจำ เพราะการเสื่อมของสีย่อมสูงกว่าเป็นธรรมดา

    พวกรถรุ่นใหม่ตอนนี้หันมาคบระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์กันเป็นแถว ซึ่งมัก “เกาเหลา” กับความร้อน ถ้าห้องเครื่องม ีอุณหภูมิสูง พวกอายุของสายไฟจะเสื่อมเร็ว ลำพังอาศัยการแผ่นกระจายความร้อนจากผิวฝากระโปรงทำได้ไม่มากนัก ดังนั้นการมีแผ่นเปิดหรือ ไม่คงไม่แตกต่างเท่าไหร่ ถ้าจะให้ดีหลังจากขับรถมาร้อน ๆ โดยเฉพาะการเดินทางไกล ให้เปิดฝากระโปรงเอาไว้ซักครู่จะให้ผลได้ มากกว่าเมื่อเปิดฝากระโปรงได้แล้วก็น่าจะรู้วิธีปิดที่ถูกต้องด้วย คือ การปิดนั้นควรใช้วิธีปล่อยมือ ให้น้ำหนักของฝา กระโปรงทิ้งตัวลง มาปิดเองในระยะความสูงซักคืบสองคืบ หรือบางทีต้องมีรายการออกแรงส่งด้วยนิดหน่อย เสียงปิดอาจจะดังอยู่บ้างแต่ไม่ต้องกังวล ถ้าเราเปิดแบบปล่อยวางลงแล้วกดฝากระโปรงให้สนิทอีกที ฝากระโปรงอาจจะบุบเป็นรอยมือได้ ง่าย ๆ หลังจากปิดสนิทแล้วเพื่อความ แน่ใจให้ตรวจดูรอยต่อของฝากระโปรงว่าอยู่ในระดับเดียวกัน หรือจะลองดึงฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อลองดูว่ามันล็อคอยู่หรือเปล่า โดยเฉพาะตอนเดินทางหรือขับรถด้วยความเร็ว ป้องกันไม่ให้ฝากระโปรงเปิดขึ้นมาตีกระจกแตก

  • วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้ามาอ่าน

    วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้ามาอ่าน

    ครอบครัวที่มีเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ คือโรคหรืออาการไม่สบายที่เกิดขึ้น เมื่อคนคนนั้นไปสัมผัสหรือรับสารที่แพ้เข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดอาการ ภูมิแพ้ต่างๆ ขึ้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาการทางตา ทางจมูก ทาง หลอดลม อาการหอบหืด หรืออาการทางลำไส้ อาการทางผิวหนัง ก็ตาม การดูแลรักษาเบื้องต้นได้แก่ การดูแลให้เด็กเหล่านั้นมีสุข ภาพร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง ป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ ทุกประเภท โดยเฉพาะโรคหวัด และถ้าเกิดโรคติดเชื้อขึ้นจะต้องรีบ รักษาในระยะเริ่มแรก

    ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งใน วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็ก ได้แก่ การดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเน้นว่าพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองแพ้ และพยายามกำจัด หรือลดปริมาณสิ่งที่ตัวเองแพ้ที่มีอยู่ตามสภาวะแวดล้อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แนวปฏิบัติหลักในเรื่องนี้ ได้แก่

    1.  ทำความสะอาดภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนของผู้ป่วยทุกวัน โดยการถูด้วยน้ำซ้ำหลังกวาด ควรทำความสะอาดโดยทั่วถึงรวมทั้งพัดลม ผ้าม่าน และเครื่องทำความเย็นตามความจำเป้น
    2.  ของภายในห้องนอนเด็ก ควรมีเฉพาะที่จำเป็น ของใช้ประเภทมีขน พรม ผ้าห่มขนสัตว์ นุ่น หรือของเล่นเด็กและหนังสือเก่า ไม่ควรนำมาไว้ในห้องหมอนหรือที่นอน นุ่น ต้องหุ้มผ้าหรือพลาสติกไม่ให้มี การฟุ้งกระจายของฝุ่น ถ้าทำได้ควรเปลี่ยนเป้นพวกที่ทำจากเส้นใยสัง เคราะห์ เครื่องนอนทุกชนิดควรนำออกตากแดดจัดๆ ทุกอาทิตย์ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที แสงอาทิตย์จะฆ่าทำลายตัวไรฝุ่นให้ลดจำนวนลงได้ และซักทำความสะอาดทุก 2 สัปดาห์
    3. ไม่ควรมีสัตว์ที่มีขนในบ้าน เช่น สุนัข แมว นก ถ้ามีไม่ควรนำ เข้ามาในบ้าน และไม่ควรให้ผู้ป่วยคลุกคลีด้วย
    4. โดยทั่วไปผู้ป่วยไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีฝุ่นมากหรือกำลังก่อสร้าง

      ส่วนการรักษาโดยแพทย์นั้น ประกอบด้วย 2 หลักการ คือ

    1.  การใช้ยาบรรเทาหรือระงับอาการ ได้แก่ การใช้ยาระงับเมื่อมีอาการ ภูมิแพ้เกิดขึ้น การใช้ยาระงับเมื่อมีอาการภูมิแพ้ก็ได้แก่ การใช้ยาแก้แพ้เมื่อเกิดอาการ คัดจมูกน้ำมูกไหลหรือเป็นลมพิษ หรือการใช้ยาขยายหลอดลมในคนที่เป็นหืด เป็นต้น ส่วนการใช้ยาป้องกัน เด็กควรจะได้รับยาสม่ำเสมอแม้ในขณะที่ไม่มี อาการ โดยจะต้องสอบถามความปลอดภัยของยาที่ใช้จากแพทย์ให้แน่ใจว่า แม้ต้องใช้ยาทุกวันเป็นระยะเวลานานๆ อย่างระมัดระวัง และตามคำแนะนำ ของแพทย์แล้ว จะไม่เกิดอันตรายแต่อย่างใด
    2. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรักษา ในกรณีที่มี อาการภูมิแพ้อย่างมากและรักษาด้วยยาไม่ได้ผล การรักษาประเภทนี้พ่อแม่ ผู้ปกครองจะต้องทำความเข้าใจและซักถามผลการรักษาให้ชัดเจน โโยขอร้อง ให้แพทย์ผู้รักษาอธิบายรายละเอียดทุกขั้นตอนรวมถึงผลลัพธ์ที่จะได้
  • การตรวจฟันด้วยตนเอง วิธีที่ทำได้ไม่ยาก มาเริ่มกันเลย

    การตรวจฟันด้วยตนเอง วิธีที่ทำได้ไม่ยาก มาเริ่มกันเลย

    การตรวจฟันด้วยตนเอง ควรตรวจภายหลังการแปรงฟัน เหตุผลที่ควรตรวจฟันด้วยตนเองนั้น ก็เพื่อจะทำให้ทราบถึงสภาพในช่องปากของตัวเราเอง ถ้าพบความผิดปกติใดๆ จะได้รีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้เกิดอาการเสียว หรือเจ็บปวดขึ้น และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และไม่ทรมานอีก ด้วย

    อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจฟัน

    กระจกเงาส่องหน้าธรรมดา
    (อาจใช้กระจกเงาบานเล็กส่องปาก ช่วยสะท้อนให้เห็นบริเวณที่มองไม่เห็นตรงๆ ก็ได้)

    สภาพในช่องปากที่ควรให้ความสนใจ

    1. ฟันผุ ตั้งแต่เริ่มเป็นจุดดำ จนถึงมีการสูญเสียเนื้อฟัน ได้แก่ ฟันเป็นรูตื้นๆ จนถึงฟันทะลุโพรงประสาท

    2. โรคเหงือก ลักษณะมีตั้งแต่ เหงือกบวมแดง, มีเลือดออก, มีหินน้ำลายไป จนถึงมีเหงือกร่น มีหนอง

    3. ความสะอาด ตรวจดูว่ามีคราบอาหารติดตามตัวฟันหรือไม่ ถ้าพบสภาพดัง กล่าวข้างต้น รวมทั้งมีความผิดปกติอื่นๆ ควรปรึกษาทันตบุคลากร ได้แก่ ทันตแพทย์, ทันตานามัย, ทันตาภิบาล เพื่อทำการแก้ไข หรือรับคำแนะนำ เรื่องการทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกต้อง

    วิธีการตรวจฟันด้วยตนเอง

    ควรตรวจภายหลังการแปรงฟัน ส่องกระจกเงาในที่มีแสงสว่างเพียงพอ และ ตรวจดูสภาพช่องปากบริเวณดังต่อไปนี้

    1. ตรวจฟันหน้าบนและล่าง
      ยิ้มยิงฟันกับกระจกให้เห็นฟันหน้าทั้งหมด ทั้งตัวฟันและเหงือก

    2 ตรวจฟันกรามด้านติดแก้ม
    ยิ้มกว้างไปถึงฟันกราม อาจใช้นิ้วมือช่วยดึงมุมปากเพื่อให้เห็นชัดเจน

    3 ตรวจด้านในของฟันล่าง
    ก้มหน้าอ้าปากกว้าง กระดกลิ้นขึ้นเวลาตรวจถึงฟันกราม

    4 ตรวจด้านบดเคี้ยวของฟันกรามล่าง
    อ้าปากดูด้านบดเคี้ยวของฟันล่าง

    5 ตรวจฟันบนด้านเพดาน และด้านบดเคี้ยว
    เงยหน้าอ้าปาก ดูในกระจก และในส่วนของฟันหน้าด้านเพดาน ควรใช้ กระจกส่องปากช่วยสะท้อนให้เห็นในกระจกใหญ่

    หากพบความผิดปกติใดๆ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาเสียแต่เนิ่นๆ