Author: admin

  • คาร์ซีท เพื่อลูกน้อยปลอดภัยในรถยนต์

    คาร์ซีท เพื่อลูกน้อยปลอดภัยในรถยนต์

    จากสถิติของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ที่ได้รับอุบัติเหตุในรถยนต์ มีทั้งหมด 500 – 600 คนต่อ 1 ปี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่พ่อแม่นำลูกมาไว้กับตัว โดยคิดว่าวิธีนี้เด็กจะปลอดภัยที่สุด คิดว่าอย่างไรสัญชาติญาณของพ่อและแม่จะคุ้มครองลูกน้อยในอกได้นั้น เป็นความเข้าใจผิดมหันต์

    เนื่องจากผู้ปกครองที่มีลูกเล็กและมีรถยนตร์ส่วนตัวใช้ ส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า การอุ้มทารกไว้กับตัวในขณะนั่งรถยนต์นั้นปลอดภัยที่สุด ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายกาจทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ปลอดภัยแล้ว ยังก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ น้ำหนักตัวของเด็กจะกลายเป็นความแรงมหาศาลที่ผู้ใหญ่ไม่สามารถโอบอุ้มไว้ได้ อันทำให้ทารกน้อยหลุดลอยไปกระทบกับสิ่งกีดขวางจนบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิตได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้เด็กนั่งเบาะหลังต่างหาก และนั่งหรือนอนบนที่นั่งอันออกแบบมาสำหรับเด็กเด็ก ซึ่งจะกระชับตัว พร้อมมีเข็มขัดยึดเหนี่ยวให้เด็กติดกับที่นั่ง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้

    ที่นั่งพิเศษในรถยนต์ออกแบบมาเฉพาะเด็กนั้น มีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภทตามความเหมาะสมของน้ำหนักและอายุ อันได้แก่
    1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ เพื่อเด็กที่คลอกก่อนกำหนด
    2. ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ สำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิด – 1 ปี
    3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ เหมาะกับอายุตั้งแต่ 1 – 5 ปี และ
    4. ที่นั่งเสริม สำหรับเด็กโตอายุ 5 – 10 ปี

    โดยที่นั่งประเภทนี้ทุกชนิดจะช่วยให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวยิ่งขึ้น

    ที่นั่งพิเศษในรถยนต์ออกแบบมาเฉพาะเด็ก
    การให้ความสำคัญกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีในเรื่องยานยนต์ ถือว่าเป็นมิติใหม่สำหรับคนไทย ซึ่งยังไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าไร เพราะส่วนใหญ่จะมองว่าระบบความปลอดภัยต่างๆ ในรถเพียงพอแล้ว แต่ทว่าระบบเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ใหญ่ แต่ไม่เหมาะสมและไม่สามารถป้องกันเด็กหรือทารกจากอุบัติเหตุได้เลย ทั้งนี้จากสถิติของเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุในแต่ละปี มีถึง 500 – 600 คน แต่ถ้าใช้เก้าอี้นั่งในรถที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 10 ปี ก็จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้ 2 เท่าหรือประมาณ 200 – 300 คน ”

    ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย สมควรซื้อหาเบาะนั่งพิเศษสำหรับเด็กนี้ให้เขานั่งไปด้วยจะดีกว่า แต่ถ้าหากหาซื้อไม่ได้หรืองบประมาณไม่เพียงพอล่ะก็ขอให้แก้ขัด โดยการนำเด็กไปนั่งเบาะหลังและหาใครที่ไว้ใจได้นั่งกับเด็กด้วยจะดีที่สุด เผื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุคุณจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จนกลายเป็นอุบัติเหตุลุกลามใหญ่โต.

  • การเติมลมยางรถ สำคัญนะจะบอกให้

    การเติมลมยางรถ สำคัญนะจะบอกให้

    การเติมลมยางรถ เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลรถของเรา การสูบลมน้อยเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนไม่เต็มที่แรงที่กดจะมีเฉพาะไหล่ยางซ้ายและขวา แก้มยางจะเกิดความยืดหยุ่นมากกว่าปกติ อันมีผลให้แก้มยางเกิดการบิดตัวไปตามแรงเหวี่ยงของรถมากกว่าปกติ เมื่อมีการเลี้ยวกะทันหันทำให้รถเสียหลัก ซึ่งผู้ขับขี่จะไม่สามารถควบคุมรถได้ตามทิศทางที่ต้องการ ผลก็คือ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้ง่าย

    นอกจากนี้ เวลาเบรกของรถจะยาวมากขึ้นกว่าปกติ เพราะหน้ายางแทบจะไม่ได้สัมผัสพื้นถนนเลย ทำให้แรงเสียดทานน้อยลง นอกจากประสิทธิภาพใน การทรงตัวของรถและการยึดเกาะถนนด้อยลงแล้ว การสูบลมน้อยกว่ากำหนดจะทำให้ยางสึกหรอไม่่เท่ากัน คือ ไหล่ยางซ้ายและขวา จะสึกกว่าหน้ายางทำให้ดอกยางหมดอายุการใช้งานเร็วขึ้น
    และผลร้ายประการสำคัญที่ผู้ขับรถอีกเป็นจำนวนมากอาจยังไม่ทราบกันก็คือ การที่ลมยางน้อยกว่าอัตราที่กำหนด จะทำให้โมเลกุลของลมหลวมความหนาแน่นน้อย เมื่อรถวิ่งลมจะกระทบกระแทกและเสียดสีกันมาก ทำให้เกิดความร้อนสูง

    เมื่อเกิดความร้อนสะสมมาก จนถึงจุดหนึ่งแก้มยางจะหัก และระเบิดได้ส่วนการสูบลมมากเกินไป จะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นผิวถนนน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะ จะสัมผัสกับตรงส่วนกลางของหน้ายางเท่านั้น แก้มยางจะไม่มีการยืดหยุ่นเพราะยางแข็งมากเมื่อหักเลี้ยวกะทันหันหรือเบรกกะทันหันจะทำให้รถเกิดการลื่นไถลได้ง่าย นอกจากนี้ การสูบลมยางล้อหน้าต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด เมื่อเวลาวิ่งเข้าโค้งรถจะแหกโค้งออกไปข้างนอก ซึ่งเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
    กันว่า อาการอันเดอร์สเตรียร์(UNDER STEER)ถ้าลมยางต่ำกว่าอัตรามาตรฐาน จะเกิดอาการท้ายรถปัดที่เรียกว่า อาการโอเวอร์สเตียร์(OVER STEER)ซึ่งจะทำให้รถหมุนหรือพลิกคว่ำได้ง่าย

  • เลือกฟิล์มติดรถยนต์ อย่างไรให้คุ้มค่า

    เลือกฟิล์มติดรถยนต์ อย่างไรให้คุ้มค่า

    สภาพอากาศในบ้านเราเป็นเมืองร้อนบวกกับการจราจรที่แออัดหนาแน่นของกรุงเทพด้วยแล้วยิ่งเพิ่ม อุณหภูมิความร้อนมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใช้เวลาอยู่ในรถเป็นส่วนใหญ่คงจะอึดอัดกันไม่น้อยแต่พอจะ มีวิธีช่วยคลายร้อนได้บ้าง นอกจากการเปิดแอร์ การติดฟิล์มรถยนต์คงจะเป็นทางออกสำหรับคนใช้รถอีกทางหนึ่ง แต่ก่อนการตัดสินใจ ควรศึกษาหาข้อมูลราย ละเอียดก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาดและไม่ต้องเสียเวลา รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการติดฟิล์ม กรองแสงหลายครั้ง

    คุณภาพ

    ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณภาพดีนั้นมีคุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์ม เช่น อัตราการลดความร้อน เปอร์เซ็นต์การลดรังสียูวี คุณสมบัติของการสะท้อนแสง และยอมให้แสงส่องผ่าน ต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ฟิล์มที่คุณภาพไม่ดีพบได้บ่อยๆ คือรถที่ติดฟิล์มไปนานๆ แล้วฟิล์มจะพอง ลอก และมีฟองอากาศเกิดขึ้นนั้น เกิดจากสาเหตุการเสื่อมสภาพของกาวที่ทำหน้าที่ในการยึดฟิล์มไว้กับกระจก กาวที่มีคุณภาพต่ำจะเกิดการเสื่อมสภาพและแข็งตัว เนื่องจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต ทำให้ไม่สามารถยึดติระหว่างฟิล์มกับกระจกได้ กาวทั้งหมดไปอยู่บนกระจก ดังนั้นฟิล์มจึงพองขึ้นมา มองดูเป็นฟองอากาศ

    ฟิล์มกรองแสงที่เราเห็นในปัจจุบันมีอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยแบ่งเป็นสีเข้มสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ลดความร้อนได้ดีที่สุด สีอ่อนทำให้ทัศนวิสัยในการขับดี สีกลางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวที่ไม่เข้มเกินไป สีเทาฟ้าอ่อนเป็นที่รู้จักกันดีให้แสง ส่องผ่านได้มากกว่าแต่ลดความร้อนเป็นเยี่ยม

    มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต

    ต้องพิจารณาว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจน นำเข้าจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากลยอมรับ เช่น มาตรฐาน ISO 9001 และมีที่อยู่ชัดเจน และมีตัวแทนในเมืองไทยผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายที่ท่านสามารถเรียกตรวจสอบได้

    ผู้จำหน่าย

    ต้องเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่อง ยาวนานเชื่อถือได้ และไม่โฆษณาหลอกลวง หรือเปลี่ยน ยี่ห้อไป เรื่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ

    ราคา

    ราคาต้องเหมาะสมกับคุณภาพ อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยฟิล์มเคลือบโลหะทั้งชนิด Sputtered และ Thermal จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบ สีประมาณ 1-2 เท่าตัว

    โฆษณา

    ท่านควรพิจารณาโฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่างๆ ให้ดีก่อนเลือกติดตั้ง ต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อเกิน จริง โดยเฉพาะเรื่องอัตราการลดความร้อนและคุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งอัตราการลดความร้อนที่ถูกต้อง นั้นกำหนดเป็นร้อย ละของการลดความร้อนจากแสงแดด นอกจากนี้ควรพิจารณะถึงวิธีการทดสอบของคุณภาพฟิล์ม

  • เลือกของขวัญตามราศีเกิด เรื่องควรรู้ก่อนจะให้ของขวัญใครซักคน

    เลือกของขวัญตามราศีเกิด เรื่องควรรู้ก่อนจะให้ของขวัญใครซักคน

    เลือกของขวัญตามราศีเกิด เรื่องราวของ “ของขวัญ” ใครว่าไม่สำคัญ อยากจะให้ของขวัญใครซักคน ไม่ว่าเพื่อน หรือคนรู้ใจ เดี๋ยวนี้ต้องรู้แล้วล่ะ ว่าเจ้าของของขวัญเค้าเกิดราศีอะไร ก็ลองมาอ่านเรื่องนี้นิดนึงนะคะ ว่าคนเกิดราศีอะไร เหมาะกับของขวัญแบบไหน

    ราศีมังกร (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม-20 มกราคม )
    ธรรมชาติของราศีมังกรเทียบได้กับธรรมชาติยามเที่ยงคืนหรือยามฤดูหนาว ทำให้ชาวราศีมังกรเป็นคนเยือกเย็น ตระหนี่ รอบคอบ ทำมาหากินเก่ง ขี้วิตกกังวล ของขวัญที่ถูกใจ ควรเป็นของอนุรักษ์นิยม ดูดี ไม่จำเป็นต้องแฟชั่นล้ำยุค ยิ่งเป็นแฟชั่นเก่าๆยิ่งถูกใจชาวมังกรมากเป็นพิเศษ หากเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ ควรเป็นแฟชั่นเก่าๆ ดูสะอาด ตัดเย็บประณีต เน้นสีเทาหรือดำ สำหรับน้ำหอมควรเป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ กลิ่นดอกไม้ เช่น ดอกคาร์เนชั่น ดอกไอวี่

    ราศีกุมภ์ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ )
    ธรรมชาติของราศีกุมภ์เปรียบได้กับธรรมชาติตอนวิญญาณเข้าร่างทารก สภาพแวดล้อมใหม่ๆทำให้ชาวกุมภ์ต้องพัฒนาปรับตัวอยู่ตลอดเวลา มีความระวังระไวมากเป็นพิเศษ มีSix Sense แรง คล่องแคล่ว หัวดื้อ หัวปฏิวัติ หัวสมัยใหม่ ของขวัญที่ถูกใจควรเป็นแฟชั่นล้ำสมัย เน้นของแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใครจะถูกใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ต้องเน้นรูปแบบที่ว่านี้ไว้ และเมื่อใช้แล้วต้องดูภูมิฐาน ส่วนน้ำหอมชาวกุมภ์ไม่ค่อยนิยมใช้ แต่ถ้าจำเป็นควรให้ของขวัญเป็นกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดอกไม้เน้นดอกเชอร์รี่และดอกกล้วยไม้

    ราศีมีน (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม )
    ธรรมชาติของราศีมีนเทียบได้กับธรรมชาติยามใกล้เช้ามืด ที่จะสว่างแต่ก็ยังไม่สว่างเสียที บุคลิกของชาวมีนเป็นคนเห็นใจคนอื่น ประทับใจง่าย ชอบสันโดษ สนใจเรื่องวิปัสนากรรมฐาน ชีวิตคลุมเครือไม่แน่นอน ต้องระวังการถูกหลอกลวงทั้งจากคนใกล้ชิดและไม่ใกล้ชิด ของขวัญที่ควรเลือกให้ชาวราศีมีน ควรเน้นที่ความคลาสสิก แปลก ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เรียกว่าออกมาจากจินตนาการอย่างไรอย่างนั้นเชียว น้ำหอมควรเป็นน้ำหอมที่กลิ่นอ่อนผสมด้วยความละเมืยดละไมของดอกไม้ ส่วนดอกไม้อย่าลืมดอกลิลลี่ หรือดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เพราะเป็นดอกไม้ที่เสริมพลัง ให้ความเป็นราศีมีนขับออกมาเต็มเปี่ยม

    ราศีเมษ ( ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 20 เมษายน )
    ธรรมชาติของชาวราศีเมษเทียบได้กับการเกิด บุคลิกภาพเด่นคือ เป็นคนมีหัวคิดริเริ่ม ชอบคิดให้คนอื่นทำ ขยัน แต่มักใจร้อน โกรธง่ายหายเร็ว มักขาดความรอบคอบ สีที่ชอบเน้นสีแดง เครื่องแต่งกายควรเน้นความเป็น Uniform จะขับพลังชาวเมษออกมาเต็มที่ ถ้าจะให้ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีเมษควรเน้นของที่เน้นพลังความกล้าแข็ง หรือมีความแข็งแกร่งในตัวจะถูกใจชาวเมษเป็นพิเศษ เช่น มีดพกเล็กๆ หรือชุดเครื่องมือช่าง ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตมากนัก ถ้าเป็นน้ำหอมควรเลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงจะเสริมพลังชาวราศีเมษแรงกว่าน้ำหอมประเภทอื่น หากให้ของขวัญที่เป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ควรให้เป็นเสื้อผ้าที่คล้ายคลึงแบบหรือ Uniform จะถูกใจชาวเมษ ถ้าให้ของขวัญเป็นดอกไม้ ดอกไม้ที่ขาดไม่ได้คือ ไม้จำพวกมีหนาม ดอกสายน้ำผึ้ง หรือดอกเบญจมาศตูม

    ราศีพฤษภ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 20 พฤษภาคม )
    ธรรมชาติของชาวราศีพฤษภเทียบได้กับทารกวัยกำลังกินกำลังนอน เทียบได้กับช่วงการสะสมพลังงานของทุกสรรพสิ่ง ทำให้ชาวพฤษภมีนิสัยชอบสะสมวัตถุนิยม ชอบสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต เป็นคนชอบสนุก ขี้ระแวง เป็นคนสู้งานแม้งานหนัก ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีพฤษภ ควรเน้นความหรูหรา ความมีรสนิยม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับก็ตาม น้ำหอมที่ถูกใจเป็นน้ำหอมกลิ่นที่รัญจวนใจ เครื่องประดับควรเน้นที่เป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินอ่อน หากจะจัดกระเช้าดอกไม้ให้ชาวพฤษภ ไม่ควรขาดดอกกุหลาบ ดอกป๊อบปี้ ดอกเดซี่ ดอกไวโอเล็ต ดอกเบญจมาศสีม่วง อย่างใดอย่างหนึ่ง

    ราศีมิถุน (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน )
    ธรรมชาติของราศีมิถุนเทียบได้กับวัยการศึกษาเรียนรู้ของทุกสรรพสิ่ง เป็นช่วงของการติดต่อสมาคมกับสิ่งแวดล้อม ชาวมิถุนจึงเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เฉลียวฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว ช่างพูด จนคนรอบข้างได้แต่อ้าปากค้างฟังอย่างเดียว เป็นคนชอบติดต่อสมาคมกับคนรอบข้าง เก่งในเรื่องใกล้ตัวแต่ต้องปรับปรุงวิสัยทัศน์ ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีเมถุนมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นหนังสือที่ให้ความรู้แปลกใหม่ อาจเป็นบัตรนำเที่ยวระยะใกล้ๆก็ถูกใจดีเหมือนกัน ถ้าเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ควรเน้นที่ความทันสมัย หากจะให้น้ำหอมเป็นของขวัญ ควรเน้นที่ความหลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจ ดอกไม้ก็ควรเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ

    ราศีกรกฎ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม )
    ธรรมชาติของราศีกรกฎก็มีปูเป็นต้นแบบ บางคนเดินเหมือนปูขาโกง เดินเก ใบหน้ามักอวบอิ่ม กลมเหมือนพระจันทร์ แข็งนอก อ่อนใน บางครั้งยากที่จะหยั่งถึง ไม่แน่นอน แปรเปลี่ยนได้ตลอด มีหัวการเมือง รักบ้านรักความมั่นคง ความรู้สึกไว บางครั้งเฉื่อย เป็นนักฝัน ไม่เด็ดขาด อ่อนไหวง่าย ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีปู ควรเน้นที่จินตนาการ ไม่ฉูดฉาดปรู๊ดปร๊าด ควรเน้นสีอ่อนเป็นหลัก หากจะให้ของขวัญที่เป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายควรเน้นความเรียบง่าย สะอาดตา ส่วนน้ำหอมควรเลือกกลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นอ่อนๆ เมื่อชาวกรกฎได้รับแล้วรับรองต้องยิ้มแป้นถูกใจ ดอกไม้ที่ถูกใจชาวกรกฎควรเน้นดอกมะลิ หรือดอกไม้สีอ่อน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ดอกกล้วยไม้ หรือดอกเชอร์รี่เพราะจะทำลายพลังของชาวกรกฎให้ด้อยลงอย่างไม่รู้ตัว

    ราศีสิงห์ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม – 20 สิงหาคม )
    ธรรมชาติของชาวราศีสิงห์เทียบได้กับสิงโตเจ้าป่า มีรูปร่างสูงใหญ่ สง่างาม องอาจ ทั้งชายหญิงมีนิสัยขี้โอ่ ชอบเป็นผู้นำ ทะเยอทะยาน ชอบอยู่เหนือผู้อื่น ทำตัวเด่น มีชื่อเสียง เก่งในการคาดการณ์ เก็งกำไร เสี่ยงดวง ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีสิงห์ ควรเป็นของที่เด่น มีประกาย อาจมีพลังงานไฟฟ้าในตัว เช่น ให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ ทองหยองก็เป็นสิ่งที่เสริมพลังชาวสิงห์ เครื่องประดับอาจเป็นรูปสิงห์จะถูกใจชาวสิงห์มากเป็นพิเศษ หากให้เสื้อผ้าควรเลือกที่มีลักษณะหรูหรา โอ่อ่า เปล่งประกาย เด่น หากเป็นเสื้อควรเป็นเสื้อไม่มีปก ส่วนน้ำหอม ควรเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นสร้างความมั่นคงทางความรู้สึก

    ราศีกันย์ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม – 22 กันยายน )
    ธรรมชาติของราศีกันย์เทียบได้กับวัยทำงาน ชาวกันย์จึงเป็นคนละเอียด มีความเอาใจใส่ดี จู้จี้เจ้าระเบียบ ชอบทำงาน ชอบวิพากษ์วิจารณ์ จับผิดเก่ง ศีรษะมักจะดูใหญ่กว่าลำตัว เป็นเพราะใช้สมองใช้ความคิดมากกว่าการใช้กำลังกาย ของขวัญสำหรับชาวกันย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่วิลิศมาหราอะไรนัก ควรเน้นที่ความสะอาดเรียบง่าย ดูเป็นระเบียบ หากเป็นเสื้อผ้าก็ควรเน้นเรื่องการสวมใส่ที่สบาย ไม่หวือหวา เน้นความสะอาด หากเป็นน้ำหอมควรเป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆของดอกไม้ ดอกไม้ที่ต้องใจคือ ดอกไอวี่ ดอกคาร์เนชั่น ดอกกุหลาบ ดอกป๊อปปี้

    ราศีตุลย์ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 20 ตุลาคม )
    ธรรมชาติของราศีตุลย์เทียบได้กับความสมดุลของธรรมชาติยามแดดร่มลมตก ชาวตุลย์มีนิสัยเอื้อเฟื้อน่ารัก รักสวยรักงาม มีเสน่ห์ พูดจาดี มีความยุติธรรม ปรับตัวเก่ง คิดถึงคนอื่นมากกว่าตนเอง ชอบเข้าสังคม ของขวัญที่ถูกใจชาวราศีตุลย์ควรเน้น เรื่องศิลปะ ความสวยงามเป็นสำคัญ ต้องเป็นของมีรสนิยม ราคาแพง หากเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับก็เช่นกันยังต้องเน้นเรื่องการตัดเย็บที่ประณีต ควรเป็นเสื้อผ้าที่ใส่นุ่ม สบายตัว สำหรับน้ำหอมควรเป็นน้ำหอมชั้นสูง มียี่ห้อ ราคาแพง ดอกไม้ที่ถูกใจได้แก่ ดอกเบญจมาศ ดอกกุหลาบ ดอกคอสมอส

    ราศีพิจิก ( ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม – 20 พฤศจิกายน )
    ธรรมชาติของราศีพิจิกเทียบได้กับธรรมชาติตอนย่ำค่ำที่ความมืด ความลึกลับของธรรมชาติเข้ามาเยือน เทียบได้กับวัยที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนแข่งขัน ทำให้ชาวพิจิกเป็นคนลึกลับ ทรหด เลือดเย็น ขี้ระแวง ยอมตายเพื่อความรัก เหมือนแมงป่อง สัตว์ประจำราศี ดุ กล้า มีความเสียสละสูง ของขวัญที่ควรเลือกมอบให้ชาวพิจิก ควรเป็นของที่แฝงพลังความลึกลับอยู่ในตัว อาจเป็นพวกวัตถุมงคล เครื่องประดับที่มีรูปแมงป่อง หากเป็นเสื้อผ้า ควรเน้นที่ความเซ็กซี่ สีเข้มฉูดฉาด แฝงความน่าตื่นเต้น และลึกลับ น้ำหอมควรเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงออกฉุน ดอกไม้ที่เน้นได้แก่ ดอกกล้วยไม้ ดอกโรโดเดนดรอน

    ราศีธนู ( ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม )
    ธรรมชาติของราศีธนูเทียบได้กับวัยแห่งความสำเร็จของชีวิต หากใครเกิดราศีธนูก็ประกันได้ว่าชีวิตไม่เป็นรองใครแน่ ชาวธนูมีนิสัยไม่เห็นแก่ตัว เป็นผู้ใหญ่ เจ้าปรัชญา ชอบศาสนา มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ของขวัญที่ถูกใจได้แก่ หนังสือธรรมะ วัตถุมงคล โดยเฉพาะพระพุทธรูปบูชา หากเป็นเสื้อผ้าควรเน้นความเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง สวมใส่สบาย หากเป็นน้ำหอมควรเลือกกลิ่นที่ไม่ฉุน ดมแล้วชื่นใจ สำหรับดอกไม้ ควรเลือกดอกพุด ดอกนางฟ้าน้ำ ดอกฮอลลี่ ดอกแดนเดเลี่ยน

    ลองนำเคล็ดลับ เลือกของขวัญตามราศีเกิด ไปปรับใช้กันดู หวังว่าผู้รับคงถูกใจนะคะ

    ข้อมูลจากโหราจารย์ กิตตินันท์ เจนาคม

  • แต่งตัวยังไงให้เหมาะกับตัวเอง รูปร่างสัดส่วนแบบไหนก็สวยได้ ถ้าเลือกเป็น

    แต่งตัวยังไงให้เหมาะกับตัวเอง รูปร่างสัดส่วนแบบไหนก็สวยได้ ถ้าเลือกเป็น

    วันนี้มีเคล็ดลับสำหรับสาวๆ เรื่องของการแต่งตัวมาฝาก หวังว่าคงจะช่วยให้สาวๆ เลือกเสื้อผ้าได้ถูกใจมากขึ้น ทั้งคนใส่ และคนที่มองเรา  การแต่งกาย เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณผู้หญิงดูดีขึ้น แต่อาจจะมีสาวๆอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจะใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับแบบไหนให้เหมาะกับรูปร่าง เรามีเคล็ดลับมาฝากค่ะ แต่งตัวยังไงให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะรูปร่างอ้วน เตี้ย ผอม สูง ก็ดูดีได้ค่ะ

    สาวรูปร่างอ้วนและเจ้าเนื้อ
    ควรจะเลือกเสื้อผ้าสีเข้มนะคะ ถ้าอยากใส่เสื้อผ้าที่เป็นลายควรเลือกลายที่มีแนวตรงนะคะ จะทำให้คุณดูเพรียวขึ้นควรใส่เสื้อคอวีหรือคอเชิ้ต ชายเสื้อควรอยู่นอกกระโปรง และไม่ควรให้เนื้อผ้าแนบลำตัวเกินไปหรือใส่ฟิตเกินไปนะคะ แขนเสื้อควรเป็นทรงตรงดีกว่าแนบเนื้อนะคะ ถ้าต้องการคาดเข็มขัดควรเป็นเส้นเล็กๆ แต่ถ้าไม่คาดเลยจะดีกว่า ถ้าต้องการใส่สร้อยคอควรเป็นเส้นยาวๆถ้าเป็นมุกควรจะยาวรี ส่วนต่างหูควรเป็นแบบเรียบๆเล็กๆ อย่าให้เป็นแบบกลมนะคะเพราะคุณจะดูหน้ากลมขึ้นอีกค่ะ

    สาวรูปร่างผอม
    ควรจะใส่เสื้อสีโทนอ่อนนะคะ ลายดอกใหญ่ๆ ลายตามขวางก็เลือกใส่ได้เพราะจะทำให้คุณแลดูอ้วนขึ้น ควรใส่เสื้อมีปกหรือแขนเสื้อแบบพอง กระโปรงบาน มีจีบรูดหรือระบาย ไม่ควรใส่กระโปรงแนบตัว เพราะจะทำให้เน้นความผอมของคุณ ควรใส่เข็มขัดทรงกว้าง สร้อยคอสั้นๆ สาวรูปร่างท่อนบนสั้น ไม่ควรเอาเสื้อใส่ในกระโปรง ควรเลือกใส่เสื้อทรงคลุมยาวถึงสะโพก เพื่อทำให้ลำตัวคุณดูยาวขึ้นนะคะ สาวรูปร่างเตี้ย ควรใส่เสื้อผ้าเข้ารูปพอดีตัวทั้งเสื้อ กระโปรง และกางเกง ไม่ใส่เสื้อลายขวางหรือดอกใหญ่นะคะ

    สาวรูปร่างสูง
    ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีลายตามยาว อย่าใส่เสื้อผ้าที่เน้นรูปร่างเกินไปค่ะ

    สาวอกเล็ก
    ควรเน้นเสื้อที่มีจีบ มีลาย หรือระบายที่อก จะช่วยอำพรางหน้าอกของคุณได้ค่ะ สาวรูปร่างดี จะใส่เสื้อผ้าสีหวาน สีสด ตามสมัย ล้ำสมัยแค่ไหน ก็ดูดีค่ะ

    – เนื้อผ้าก็มีส่วนสำคัญ ควรเลือกให้เหมาะกับรูปร่าง เลือกเนื้อผ้าที่ใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อนๆอย่างบ้านเราด้วยนะคะ คุณจะได้แต่งสวยได้อย่างมั่นใจและสบายตัว

    – ควรเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวบ้าง คุณจะได้ไม่รู้สึกจำเจ และยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ และความสดใสให้ตัวคุณและคนรอบข้างอีกด้วย แต่อย่าลืมแต่งให้เหมาะสมกับรูปร่างด้วยค่ะ

    -การสนุกกับการแต่งกายไม่ได้จำเพาะเจาะจงแค่วัยรุ่น แต่สาวทุกวัยก็นำไปใช้ได้ค่ะเพียงแต่ให้เหมาะสมกับวัยและกาลเทศะ แต่งตัวให้เป็นก็ทำให้คุณมีเสน่ห์ดูดีแล้วค่ะ

  • เคล็ดลับความโชคดี

    เคล็ดลับความโชคดี

    เคล็ดลับสำหรับความโชดดี

    นาฬิกาข้อมือ…หลังเลิกเรียนแล้วขอให้เกิดเหตุการณ์ที่นำโชคดีมาให้

    เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง ใช้นิ้วชี้เคาะบนหน้าปัทม์นาฬิกา วนจนรอบ (เวียนตามเข็มนาฬิกา) และขอให้เกิดเหตุการณ์ที่นำโชคมาสู่คุณหลังเลิกเรียนเชื่อกันว่าเวลาที่เปลี่ยนจากเช้าเป็นบ่ายนั้นมีพลังอำนาจประหลาดแฝงอยู่

    นวดหน้า…ให้ในระหว่างที่นอนพักผ่อน มีความสวย

    ก่อนเข้านอน คุณล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ใช้ครีมนวดหน้าทาให้ทั่วใบหน้า นวดรอบดวงตา, จมูก, คลึงไปมาเบา ๆ เป็นการพักผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พลางอธิษฐานว่า “ขอให้สวยขึ้น” ขณะที่นวดนั้นใช้เพียงนิ้วชี้ทั้ง 2 มือ ในเวลากลางคืนเป็นเวลาพักผ่อนคุณต้องสวยขึ้นแน่นอน

    หมุนร่ม…พรุ่งนี้อากาศจะดี

    ก่อนหน้าวันสำคัญของคุณ เช่นพรุ่งนี้จะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ฯลฯ คุณกำลังกังวลอยู่ว่าพรุ่งนี้อากาศจะดีหรือไม่ ขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ให้กางร่มชี้ไปทางทิศตะวันตก หมุนไปตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ ค่ำวันนั้นจงกางร่มไว้ในห้องคุณ ทำเช่นนี้แล้ววางใจได้ว่าพรุ่งนี้อากาศจะดี

  • การเตรียมตัวขับรถทางไกล ขับรถทางไกลอย่างไร ให้ปลอดภัย

    การเตรียมตัวขับรถทางไกล ขับรถทางไกลอย่างไร ให้ปลอดภัย

    การเตรียมความพร้อมใน การเตรียมตัวขับรถทางไกล มีอะไรบ้าง มาเช็คดูกันครับก่อนที่จะเริ่มเดินทาง

    ความพร้อมในเรื่องของรถก่อนเดินทางไกล การตรวจสภาพความเรียบร้อยของรถเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ขับจะต้องตรวจสอบความพร้อมของ เครื่องยนต์ เช่น น้ำหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง ระบบไฟจุดระเบิด ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ซึ่งนอกจากนี้ ควรตรวจดูระบบไฟฟ้าภาย ในรถทุกจุด ทั้งไฟสูง-ไฟต่ำ สัญญาณไฟเลี้ยว ไฟเบรก สปอตไลน์ หรือไฟตัดหมอก และอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ยามที่ฝนตก เช่น ใบปัดน้ำฝนที่ฉีดน้ำล้างกระจกรวม ไปถึงเรื่อง เบรก และยางรถด้วย

    ความพร้อมของผู้ขับ เมื่อผู้ขับจะต้องใช้เวลานั่งอยู่ในรถนาน ๆ ความเครียดเกร็งจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ สายตา สมอง จะอ่อนล้าลง โอกาสที่ผู้ขับจะอ่อนเพลียและหลับในมีมาก ดังนั้น ผู้ขับรถจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สุขภาพ จะต้องแข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อที่สมองและจิตใจจะได้ปลอดโปร่ง

    การแต่งกายของผู้ขับ เสื้อผ้าที่รัดมากเกินไปอาจทำให้ผู้ขับรู้สึกอึดอัด จึงควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวม เคลื่อนไหวอิริยาบถได้สบาย คล่อง แคล่ว นอกจากนี้ การสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าที่หลวมจะทำให้เมื่อยเท้าเมื่อขับรถนาน ๆ และควบคุมรถได้ไม่ดีเท่ากับ การสวม รองเท้าหุ้มส้นที่กระชับพอเหมาะกับเท้า

    ความพร้อมในการขับ ก่อนติดเครื่องยนต์ ควรให้ความสำคัญกับท่านั่งขับที่ถูกต้อง ระยะห่างระหว่างเบาะกับพวงมาลัย ระดับความสูงต่ำ ของเบาะนั่ง ความเอียงของพนักพิงจะต้องปรับให้พอเหมาะกับความถนัดของผู้ขับ เพื่อจะใช้อุปกรณ์บังคับควบคุมรถ ได้อย่างฉับไว และ สะดวก จากนั้นก็ต้องปรับ กระจกมองหลังกระจกมองข้างให้เห็นทัศนวิสัยรอบข้างได้ดีที่สุด ด้านหน้าจะต้องมองได้ชัดเจน รวมถึงการมอง หลบเสาหน้ารถให้สามารถมองเห็นในมุม 45 องศา ทั้งด้านซ้ายและขวา และอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนออกเดินทาง

    รถยนต์มีทั้งชนิดขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลัง ชนิดขับเคลื่อน 4 ล้อ การตอบสนองการบังคับควบคุมจะไม่เหมือนกัน รถขบเคลื่อนล้อหน้า น้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ที่ล้อหน้า จุดศูนย์กลางของแรงเหวี่ยงหนีศูนย์จะอยู่ที่ส่วนที่มีน้ำหนักมาก ส่วนรถที่ขับเคลื่อนล้อหลังได้มี การกระจายน้ำหนักไปทางด้านหลัง เมื่อการเบรกกะทันหันขณะที่ใช้ความเร็วสูง หรือการขับเข้าโค้งที่ใช้ความเร็วมาก การทรงตัวของรถ ที่ขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลังจะแตกต่างกัน ดังนั้น ขณะเบรกผู้ขับจะต้องพยายามรักษาทิศทางของรถไว้อย่างมั่นคง จับพวงมาลัย อย่างกระชับทั้งสองมือจะลดปัญหารถเสียการทรงตัวได้ระดับหนึ่ง ถ้ารถ เสียการทรงตัว ไม่ควรต้านด้วยการแก้ทิศทางอย่างรุนแรงฉับพลัน เพราะจะยิ่งเพิ่มอาการเสียการทรงตัวมากขึ้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำหรือหมุนได้ วิธีที่ถูกต้องคือแตะเบรกเบา ๆ รักษาทิศทางของรถ มิให้ไปปะทะกับสิ่งที่จะเกิดอันตรายรุนแรง พยายามลดความ เร็วลงตามลำดับ จนกว่าจะหยุดนิ่งการ ขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ท้ายรถ มัก จะปัดออก ถ้าผู้ขับเหยียบเบรกรถจะหมุนหรือพลิกคว่ำได้ ความคิดที่ว่าการเหยียบเบรกโดยทันทีและรุนแรง จะทำให้หยุด รถได้อย่าง ฉับพลันนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะล้อรถอาจจะล็อกได้ ซึ่งไม่ช่วยให้การหยุดรถดีขึ้นและจะทำให้ผู้ขับไม่สามารถควบคุม ทิศทางของรถ ได้ การใช้กำลังเครื่องยนต์ช่วยเบรกเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหานี้ ให้ลดความเร็วลงมาที่เกียร์ต่ำ รักษาทิศทางของรถอย่างมั่นคง ไม่ ตื่นต่อสถานการณ์ การหักพวงมาลัยฝืนอย่างฉับพลันจะยิ่งเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น และถ้าใช้เกียร์ว่างหรือเหยียบคลัทช์ก็จะเกิด อันตราย เช่นกัน

    การขับรถในทางลูกรัง ซึ่งถนนที่เป็นทางลูกรังผิวจราจรจะร่วน ไม่เรียบ และมีฝุ่นมากเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้าอาจทำให้มองไม่เห็นทาง จึงควรขับให้ห่าง ไว้ ถ้าเห็นว่าปลอดภัยพอจึงค่อยให้สัญญาณขอแซง การเบรกบนทางลูกรังล้อรถจะล็อกได้ง่ายเพราะผิดทางอ่อนตัว จึงไม่ควรใช้ความเร็วสูง และควรใช้เกียร์ต่ำทุกครั้งที่เข้าโค้งในทางลักษณะนี้ เพราะโอกาสที่รถจะลื่นไถลและเสียการทรงตัวมีมาก นอกจากนี้ทางลูกรังมักจะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ริมทาง สัตว์เลี้ยง อาจจะตื่นวิ่งมาบนถนนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

    สำหรับผู้ที่จะต้องเดินทางไกลเป็นประจำ ควรหมั่นเช็คสภาพรถยนต์ของท่านทุกครั้ง การเตรียมพร้อมของรถและผู้ขับจะทำให้สามารถ แก้ไขเหตุการณ์ เฉพาะหน้าซึ่งอาจเกิดขึ้นในการเดินทางได้ทุกเมื่อ ทำให้การขับทางไกลปลอดภัยเสมอ

  • 6 เคล็ดลับ แต่งหน้าอย่างไรให้ขึ้นกล้อง สาวๆ ควรรู้

    6 เคล็ดลับ แต่งหน้าอย่างไรให้ขึ้นกล้อง สาวๆ ควรรู้

    แต่งหน้าอย่างไรให้ขึ้นกล้อง เมื่ออยู่หน้ากล้อง สาวๆทั้งหลาย คงต้องเจอกล้องกันบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งงานเล็กงานใหญ่  ที่ต้องถ่ายกันบ่อยๆ อยากจะสวยขึ้นกล้องก็ต้องแต่งหน้าให้ดี เมื่อเวลาที่สาวๆ ต้องการภาพสวยๆเมื่อเวลาถ่ายรูปนั้น การแต่งหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เทคนิคการแต่งหน้าเมื่อเวลาต้องยิ้มสู้กล้องนั้น คุณผู้หญิงควรจะรู้เคล็ดลับไว้บ้างนะคะ รูปที่ออกมาจะได้ไม่ดูหมองคล้ำ หรือ ใบหน้าขาวเว่อร์จนเกินไป วันนี้จึงมีคำแนะนำมาฝากเพื่อให้รูปถ่ายของคุณออกมาสวยสมใจค่ะ

    • การเลือกใช้สีรองพื้น และแป้งมีความสำคัญมาก ควรเลือกให้เหมาะกับโทนสีผิวของคุณ รองพื้นที่มีโทนสีเหลืองเหมาะกับสาวเอเซียมากที่สุดค่ะ ถ้าคุณมีผิวสีออกคล้ำแบบสาวเอเชียทั่วไป ก็ควรเลี่ยงรองพื้นและแป้งในโทนสีชมพูและโทนสีอ่อนนะคะ เพราะเมื่อเวลาถ่ายรูปออกมานั้นจะทำให้ใบหน้าคุณดูขาวเว่อร์เกินไปค่ะ
    • ไม่ควรใช้แป้งที่มีประกายมุกนะคะ เพราะเมื่อสะท้อนกับไฟแฟลชจะทำให้หน้าดูขาวเกินไป ควรเลือกใช้แป้งที่มีเนื้อด้าน (Matt) มากกว่าค่ะ
    • การทาอายแชโดว์นั้นควรเล่นแสงเงา และไม่ควรใช้อายแชโดว์ที่มีสีเข้มจนถึงดำ เพราะจะทำให้ดวงตาของคุณยิ่งดูเล็กค่ะ ยิ่งสาวตาหมวยหลีกเลี่ยงเด็ดขาดเลยนะคะ ควรใช้อายไลเนอร์แบบดินสอวาดขอบตาล่าง แล้วใช้อายไลเนอร์แบบน้ำลากตามขอบตาบน หรือใช้ดินสอเขียนขอบตาแทนก็ได้ค่ะ จากนั้นก็ปัดขนตาด้วยมาสคาร่าให้ดูดกหนาขึ้นเพื่อทำให้ดวงตาของคุณดูโตขึ้นค่ะ
    • สีของบลัชออนควรให้เหมาะกับสีผิวของคุณ เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้า แต่ก็อย่าลงบลัชออนซะจนแก้มแดงปลั่งเกินไปนะคะ ควรใช้บลัชออนสีธรรมชาติลงที่บริเวณโหนกแก้ม คาง หน้าผาก แล้วลากผ่านสันจมูกเบาๆให้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ จากนั้นค่อยเน้นที่แก้มอีกครั้งด้วยบลัชออนสีที่สดใสขึ้นค่ะ ไม่ควรปัดแก้มใกล้ดวงตามากนักนะคะ เพราะสีจากบลัชออนจะกลบความโดดเด่นของดวงตาคุณ
    • การทาริมฝีปากให้สวย ควรเขียนขอบปากด้วยลิปไลเนอร์ก่อน เพื่อให้ได้รูปขอบปากที่คมชัด จากนั้นลงลิปกลอสเพิ่มความชุ่มชื่นแล้วก็ลงลิปสติกสีโปรดของคุณ สำหรับสาวที่ชอบลิปสติกสีออกซีดหรือสีนู้ด เมื่อทาทั่วริมริมฝีปากแล้วต่อมาก็ลงลิปกลอส แล้วจากนั้นก็เพิ่มลิปสติกสีเฉดเข้มบริเวณกลางริมฝีปาก เพื่อทำให้ปากของคุณดูสวยเด่นขึ้นค่ะ และที่สำคัญไม่ควรใช้ลิปสติกแบบมันวาวในการถ่ายรูปนะคะ เพราะจะทำให้ปากของคุณดูเยิ้มเกินงาม
    • การใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดร่องรอยบนใบหน้า ควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้วภาพถ่ายของคุณจะออกมาจะดูขาวเว่อร์บริเวณที่ทาคอนซีลเลอร์
    • เมื่อต้องถ่ายรูปบริเวณกลางแสงแดดจัดๆ การแต่งหน้าจึงยิ่งต้องพิถีพิถันมากขึ้น เพราะการถ่ายภาพตอนกลางวันจะทำให้เห็นรายละเอียดบนใบหน้าได้ชัดเจน การเลือกโทนสีแต่งหน้าจึงควรใช้สีสดใสไม่เข้มจัด จะทำให่ใบหน้าของคุณดูสวยเป็นธรรมชาติค่ะ ส่วนการถ่ายภาพเวลาตอนเย็นหรือเวลาที่มีแสงแดดอ่อนๆ ควรแต่งหน้าด้วยโทนสีบางเบา ไม่ควรแต่งเข้มเกินไปนะคะ

      สำหรับคำแนะนำเรื่องการแต่งหน้าเวลาที่คุณผู้หญิงต้องยิ้มสู้กล้องนั้น ก็คงจะช่วยทำให้ภาพของคุณนั้นออกมาสวยสมใจและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น อย่าลืมนำเทคนิคการแต่งหน้าแบบนี้ไปลองใช้ดูนะคะ

  • 5 เคล็ดลับความงาม ที่จะช่วยให้คุณสวยขึ้น

    5 เคล็ดลับความงาม ที่จะช่วยให้คุณสวยขึ้น

    วันนี้เรามีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง และความสวยความงามมาฝากสาวๆ กันนิดหน่อยนะคะ น่าจะช่วยให้คุณผู้หญิง มีความงามเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย กับ 5 เคล็ดลับความงาม ที่จะช่วยให้คุณดูสวยขึ้น

    1. ถ้าคิ้วของคุณรกไป และทำให้หน้าดุ แข็ง และแลดูแก่เกินวัย คุณควรถอนคิวส่วนเกินออกบ้างนะคะ โดยการวาดแนวคิ้วที่ต้องการให้ได้รูป ก่อนและค่อยๆถอนเส้นคิ้วที่รกอ่อน หรือถ้ารู้สึกไม่มั่นใจคุณก็ควรปล่อยให้เป็นฝีมือช่างแต่งหน้านะคะ
    2. ถ้าอยากให้แป้งที่ทาบนหน้าติดทนนาน ก่อนการแต่งหน้าทุกครั้งคุณควรทาม้อยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ทั่วใบหน้าก่อนนะคะ แล้วก็ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 นาที ให้เนื้อครีมซึมซาบ แล้วก็เริ่มแต่งหน้าได้เลยค่ะ
    3. ถ้าใบหน้าของคุณมีผดผื่น หรือสิ่วเห่อขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือไม่ได้เกิดความเครียด ผดผืนหรือสิวของคุณ อาจมีสาเหตุมาจาก ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอน คุณจึงควรนำเอาไปซักหรือผึ่งแดดบ่อยๆค่ะ
    4. การปัดแก้มด้วยโทนสีชมพู จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณดูลดอายุกว่าเดิมค่ะ และในการปัดแก้มคุณควรมีแปรงที่มีคุณภาพดีหน่อยนะคะ เพราะขนแปรงที่นุ่มจะทำให้การปัดแก้มดูเป็นธรรมชาติค่ะ
    5. การบำรุงรักษามือไม่ให้แห้งกร้าน เหี่ยวย่น คุณควรหมั่นทาแฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของ Retinol, AHAs และ SPF อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ค่ะ ก็จะทำให้มือของคุณนุ่มเนียนน่าสัมผัสแล้วล่ะค่ะ
  • การเลือกน้ำหอม ให้ถูกใจคนใช้และคนใกล้ชิด

    การเลือกน้ำหอม ให้ถูกใจคนใช้และคนใกล้ชิด

    การเลือกน้ำหอม เพื่อเติมเสน่ห์ให้กับตัวเองนั้นต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษนะคะ เพราะกลิ่นน้ำหอม เป็นสิ่งที่บ่งบอก ความเป็นตัวคุณ เช่น เดียวกับที่  Chanel No.5 กลายเป็นกลิ่นน้ำหอมคู่ตัวของ มาริลีน มอนโร บางทีการเลือกน้ำหอม อาจต้องใช้เวลานานหน่อยแต่ก็คุ้มนะคะเพื่อกลิ่นนี้จะได้ติดตรึงใจคนพิเศษของคุณ ถ้าเป็นไปได้ชวนหวานใจ ไปเดินเลือกซื้อน้ำหอม ด้วยก็ยิ่งดี เรามีวิธีเลือกน้ำหอมให้ถูกใจมาฝากค่ะ

    เวลาเลือกซื้อน้ำหอมที่ร้าน ควรลองน้ำหอมกับผิวคุณโดยตรง เพราะเพียงกระดาษหอมที่ให้ลองดมตามเค้าน์เตอร์ไม่เพียงพอหรอกค่ะ เพราะอาจให้กลิ่นแตกต่างกันเมื่อสัมผัสกับผิวของคุณ

    ไม่ควรใส่น้ำหอม เมื่อคุณเพิ่งรับประทานอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงเข้าไป หรือในขณะที่เหงื่อโซมกายหลังจากออกกำลังกาย หรือเพิ่งเหน็ดเหนื่อยจาการทำงาน

    ทดลองน้ำหอมโดยแตะนิดหน่อยที่ข้อมือด้านใน แล้วอย่าใช้นิ้วถูนะคะ

    อย่าตัดสินใจซื้อเพราะถูกพนักงานขายคะยั้นคะยอ หรือโฆษณาว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ ให้ลองแตะน้ำหอมที่ข้อมือ แล้วรอดูซัก 20 นาทีเพื่อดมกลิ่น ก่อนที่จะชั่งใจว่าชอบหรือไม่ชอบ

    ถ้าเป็นการลองของใหม่ หรือเพิ่งซื้อเป็นครั้งแรก ให้ลองใช้ขวดเล็กก่อนหากนำไปใช้แล้วรู้สึกว่าชอบ ก็ค่อยซื้อขวดใหญ่ทีหลังจะดีกว่า

    น้ำหอมที่ใช้ฉีดแบบสเปรย์ อาจสะดวกในแง่ของการใช้ แต่ก็มักจะสิ้นเปลืองกว่า เพราะมีส่วนของละอองที่ไม่ได้สัมผัสกับผิวที่สูญเปล่าไปทุกครั้งที่ฉีดออกมา ถ้าจะให้คุ้มค่าจึงควรลงทุนซื้อน้ำหอมแท้ๆ ที่ใช้แตะจากปากขวดเลยจะดีกว่า แตะนิดหน่อยบริเวณซอกคอ หลังใบหู ข้อมือ และบริเวณข้อพับต่างๆ วิธีนี้จะใช้น้ำหอมได้คุ้มจนหยดสุดท้ายเลยค่ะ