Author: admin

  • เขามีใจให้เราเหรือเปล่า

    เขามีใจให้เราเหรือเปล่า

    เขามีใจให้เราเหรือเปล่า จะรู้ได้ไงว่าหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเรานี้ มีใจให้เราหรือเปล่า ลองเอาอาการต่างๆ เหล่านี้ไปใช้สังเกตเขาดู

    ๏ เลิกคิ้ว
    ตามธรรมชาติของคนแล้ว ถ้าเราเจอใคร หรืออะไรที่น่าสนใจ ก็จะเลิกคิ้วสูงขึ้น ซึ่งทำให้ตาโตกว่าปกติ

    ๏ ริมฝีปากเผยอ
    อันนี้คงเห็นกันบ่อยๆ ในหนัง เวลาพระเอกปะหน้านางเอกแล้วออกอาการปิ๊งๆ .. แต่ในชีวิตจริงคงไม่อ้าปากค้างจนแมลงวันเข้าไปตีลังกาได้ 8 ตลบแบบนั้นหรอก แต่จะเป็นแบบเผยอน้อยๆ แต่พองามน่ะ และถ้าเขามากับกลุ่มเพื่อน สังเกตดูว่าเขาจะยืนเว้นระยะห่างออกมาจากกลุ่มเล็กน้อย เพื่อทำตัวให้โดดเด่น เป็นที่สังเกตกว่าคนอื่นไงล่ะ

    ๏ วุ่นวายกับทรงผม
    เท่าที่สังเกตพฤติกรรมหนุ่มบางรายก็เอามือเสยจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง แต่บางหนุ่มก็ทำให้ผมเสียทรงไปซะอย่างงั้น โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และก็ทำบ่อยๆ ซะด้วยสิ

    ๏ สนอกสนใจฟัง
    ขณะที่ฟังคุณพูดอยู่ คิ้วของเขาก็ยังเลิกขึ้นสูงกว่าระดับปกติ เหมือนกำลังตกใจเล็กๆ ทึ่งหน่อยๆ นั่นแปลว่าเขากำลังสนใจคุณอยู่อย่างมากทีเดียว

    ๏ มองสำรวจตัวคุณ
    ถ้าเขาไม่ได้แอบมอง แต่กลับมองให้คุณเห็นเลยว่า เขากำลังมองส่วนต่างๆ ของร่างกายคุณอยู่ ก็แปลว่าเขาสนใจคุณ และอยากจะชวนคุณไปทำกิจกรรมร่วมกัน??

    ๏ เท้าสะเอว, นั่งยืดขามาข้างหน้า
    ข้อนี้เป็นเรื่องกึ่งๆกันระหว่างจิตสำนึก และจิตใต้สำนึกของเขา ถ้าเขาอยู่ต่อหน้าคุณด้วยท่าทางที่มือเกาะอยู่แถวๆ สะโพกของตัวเอง เช่น เอานิ้วหัวแม่มือเกี่ยวปากกระเป๋ากางเกงไว้ นั่นอาจหมายความได้ว่า เขา “มั่นใจ” ในรูปร่างและสิ่งที่เขามีอยู่มาก และอยากให้คุณชื่นชมด้วย และในใจเขาแอบคิดอะไรกับคุณแล้วล่ะ เช่นเดียวกับตอนที่เขานั่งตรงกันข้ามกับคุณ ถ้าเขานั่งเหยียดขาออกมาทั้งสองข้าง ก็แปลได้เหมือนอย่างที่เราบอกในบรรทัดข้างบนนี้แหละ

    ๏ เล่นกระดุม/ซิป เสื้อตัวเอง
    ถ้าเขาใส่เสื้อนอก หรือเสื้อกันหนาว ตอนอยู่ต่อหน้าคุณ ดูซิว่าเขาเล่นกับกระดุม หรือ รูดซิปเสื้อเดี๋ยวก็รูดขึ้น รูดลง อยู่นั่นแหละ เดาได้เลยว่าในใจเขากำลังประหม่า และลึกๆ ลงไปข้างใน เขาก็คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

    ๏ จับหน้าจับตา
    เหมือนกับเวลาเราประหม่าเวลาต้องขึ้นเวทีต่อหน้าคนนับร้อยนั่นแหละ เราจะรู้สึกว่ามือไม้เกะกะ ไม่รู้ว่าจะเอาไว้ไหนดี ทำนองเดียวกันกับเวลาที่เขาเจอคุณ เขาจะทำมือทำไม้ไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเอาวางไว้ไหนถึงจะดูดี เช่น ยกมือลูบคางบ่อยๆ ลูบต้นคอ หรือถ้าหากว่ามีแก้วนำบนโต๊ะ ก็จะยกขึ้นจิบบ่อยๆ

    ๏ เล่นของที่มีลักษณะกลมๆ
    ลองสังเกตดูที่มือเขาสิว่า ขณะที่กำลังพูดคุยอยู่กับคุณนั้น มือของเขาเล่นแก้วน้ำบนโต๊ะไปด้วยหรือเปล่า? ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าสิ่งของอะไรกลมๆ ทำให้เขานึกถึงหน้าอกของคุณน่ะสิ มันเป็นจิตใต้สำนึกที่แสดงออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวน่ะ

    ๏ เขยิบเข้ามาอีกนิด
    เวลานั่งโต๊ะด้วยกัน สังเกตดูว่าเขาจะเขยิบเข้ามาใกล้ตัวคุณอีกนิด เช่น ถ้านั่งฝั่งตรงข้ามก็จะโน้มตัวมาข้างหน้า หรือถ้านั่งข้างๆ ก็จะเขยิบใกล้เข้ามา แล้วถ้าเขานั่งไข่วห้าง ขาที่ไขว่อยู่ด้านบนนั้นจะชี้ปลายเท้ามาทางที่คุณนั่งอยู่

    ๏ แตะหลังพาเดิน
    หากคุณต้องเข้าไปในสถานที่ที่คนเยอะๆ กับเขา ถ้าเขาเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ข้อศอก หรือ แผ่นหลัง ของคุณ เพื่อพาคุณเดินฝ่าฝูงชนล่ะก็ เป็นสัญญาณได้อีกอย่างหนึ่งว่า เขาแอบมีใจให้คุณแล้วล่ะ

    ๏ ให้ยืมเสื้อ
    อาจจะมีบางเหตุการณ์ระหว่างคุณ และ เขา ที่ทำให้เขาเอ่ยปากบอกคุณว่า “คุณจะยืมเสื้อผมไปใส่ก่อนก็ได้นะ” อย่าคิดลึก.. เราหมายถึงเวลาที่แอร์เย็นๆ หรือ คุณเพิ่งลุยฝนมาเปียกมะล่อกมะแล่ก อะไรทำนองนั้น ถ้าเขาเอ่ยปากให้คุณยืมเสื้อกันหนาว สูท ของเขามาใส่นั่นแหละ 80 เปอร์เซ็นต์เชื่อได้ว่าเขามีใจให้คุณแล้วล่ะ คิดถึงเวลาคุณคืนเสื้อให้เขาสิ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมของคุณติดเสื้อของเขาด้วย โรแมนติกไหมล่ะ

  • แฟนเก่ากลับมาขอคืนดี ทําไงดี

    แฟนเก่ากลับมาขอคืนดี ทําไงดี

    แฟนเก่ากลับมาขอคืนดี ทําไงดี

    รัก ก็คู่กับ เลิก เป็นของธรรมดา ถ้าเลิกกันไปแล้วจะรีเทิร์นกลับมาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และถ้าคุณ(ฝ่ายชาย)เป็นฝ่ายบอกเลิกก่อน ก็คงตัดสินใจไม่ยากว่าจะกลับไปหาเธอคนเดิมดีหรือเปล่า แต่ถ้าเธอเป็นฝ่ายบอกเลิกคุณก่อน แล้วเธอจะกลับมาหานี่สิ คุณต้องคิดให้รอบคอบก่อนนะ ถ้าไม่อยากเจ็บจากคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

    แต่ก่อนอื่นเรามารู้เหตุผลที่เธอตีจากเธอไปก่อนดีกว่า เพื่อจะได้เข้าใจ และตัดสินใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น

    ทำไมเธอถึงจากไป?
    ก่อนที่จะตัดสินใจอะไร เรามาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของเธอกันก่อน ว่าเหตุไฉนเธอจึงทิ้งคุณไป?

    • เธอรู้สึกว่าเธอจะได้รับสิ่งที่ดีกว่าการอยู่กับคุณ
    • มีใครบางคนที่มีกำลังทรัพย์มากกว่าคุณ ก้าวเข้ามาแทรกระหว่างคุณทั้งสองคน แล้วเธอก็พบว่าคุณไม่มีประโยชน์กับเธออีกต่อไปแล้ว เธอก็เลยไปกับเขา
    • เธอแก่ขึ้น – ผู้หญิงทุกคนรู้ว่านารีมีรูปเป็นทรัพย์ ถ้ารูปร่างหน้าตาเธอเริ่มเหี่ยวแก่ หย่อนยาน แน่นอนว่าเธอจะไม่มีอะไรไปดึงดูดผู้ชายดีๆ รวยๆ ได้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้เป็นคนที่มีเงินอยู่แล้ว ให้ระวังเวลามีผู้ชายรวยๆ เข้ามายุ่มย่าม เพราะมีเปอร์เซ็นต์ที่เธอจะไปกับเขาได้สูงทีเดียว
    • บางทีอาจจะเป็นเพราะ อนาคตแม่ยายของคุณคิดว่า คุณไม่เหมาะกับลูกสาวของท่านก็ได้
    • และบางทีเธออาจจะโดนแรงกดดันจากคำถามของคนรอบข้างที่ว่า “หาได้ดีที่สุดแค่เนี้ยเหรอ?!?”
    • และขอให้มั่นใจได้เลยว่า คนเหล่านั้นวัดความเหมาะสมกันระหว่างคนสองคนที่ กระเป๋าเงิน
    • เธอเบื่อแล้ว – หรือบางทีอาจจะเรียกได้ว่าเพราะคุณมันดีเกินไป พยายามเอาอกเอาใจ อยากได้อะไรก็หามาให้ เธออยากให้ทำอะไรคุณก็ทำให้เธอไปเสียหมด อย่างนี้เธอจะคิดว่าคุณเป็นของตาย ไม่มีความน่าสนใจอีกต่อไปแล้ว และเธอก็ต้องการจะหาอะไรที่แปลกใหม่ ตื่นเต้น เร้าใจ โดยการไปคบกับผู้ชาย Bad Boy ที่คอย
    • บางทีเธอก็ไม่ได้เจอผู้ชายใหม่ แต่เธอเจอเพื่อนใหม่ต่างหาก เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ซึ่งมีพฤติกรรมใหม่ๆ และคุณก็ไม่เหมาะกับสังคมแบบนั้น
    • หากว่าเลิกกันแล้วแต่เธอก็กลับมาหาคุณ ก็อาจจะแสดงว่า เธอยังไม่แน่ใจว่าเธอต้องการอะไรกันแน่
    • เธอต้องการแก้แค้นให้กับอดีตที่ขมขื่นของเธอ ไม่ว่าคุณจะทำดีกับเธอสักแค่ไหน แต่ความแค้นที่เธอเคยถูกทิ้งในอดีตที่ฝังใจเธออยู่ ก็จะเป็นตัวเร่งให้เธอทำลายความสัมพันธ์ระหว่างกัน
    • ต้องการทดสอบพลังตัวเอง คือแค่อยากรู้ว่าเธอยังมีเสน่ห์ดึงดูดอยู่แค่ไหน ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งตกหลุมรักเธอ พอเธอได้รู้คำตอบแล้ว ก็จะตีตัวออกห่าง
    • เธอเปลี่ยนไป
      ช่วงเริ่มต้นที่คบกันใหม่ๆ เธอช่างน่ารัก รื่นเริง มีเวลาให้เสมอ ใช่ไหมล่ะ? แต่พอคบๆ กันไป ลายก็เริ่มออก แล้วเธอก็จะบอกว่า “คุณต้องรักฉันอย่างที่ฉันเป็นสิ” หลังจากนั้นพอเกิดอะไรขึ้นเธอก็จะโทษว่าเป็นความผิดของคุณ จนเธอทิ้งคุณไป

    เลิกกันแล้วทำไมเธอถึงกลับมาหาคุณ?

    ถ้าคุณคิดว่า ที่เธอกลับมาหาคุณเพราะเธอประจักษ์แล้วว่าที่แท้คุณเป็นผู้ชายที่เฟอร์เฟ็ค สำหรับเธอ – ผิดถนัด! บอกได้เลยว่าที่เธอกลับมาเป็นเพราะว่า

    • ผู้ชายคนใหม่ไม่ใช่อย่างที่เธอตั้งความหวังไว้ เช่น เขาไม่ได้มีเงินมากมายอย่างที่เขาบอกตอนแรก หรือ ก็แค่ควงเธอไปวันๆ เท่านั้น
    • ในตอนแรกเธอคิดว่าคุณน่าเบื่อแล้ว แต่พอไปกับคนใหม่เธอก็พบว่าเขาน่าเบื่อกว่าคุณเสียอีก เธอไม่สามารถชี้ให้เขาทำอะไรให้เหมือนอย่างที่เธอสั่งคุณได้ และเหตุผลต่างๆ ที่เธอตีตัวออกห่างเขา ก็ฟังดูคล้ายๆ กับที่เธอช้ตอนเลิกกับคุณน่ะ

    แล้วจะรับมือกับเธอยังไงดีล่ะ?

    ขอแนะนำว่าให้คุณใจเย็นๆ ไว้ก่อน คิดหาเหตุผลว่าทำไมเธอถึงทิ้งคุณไป และทำไมเธอถึงย้อนกลับมาคืนดีอีกครั้ง อาจจะเขียนเป็นข้อๆ ลงในกระดาษเลยก็ได้ เสร็จแล้วเอามาชั่งน้ำหนักดูว่าเหตุผลต่างๆ นั้นเป็นเหตุผลในแง่บวก หรือ ลบ มากกว่ากัน ถ้าลบมากกว่า – ก็อย่าสนใจเธออีกต่อไปเลยนะ

    แต่ถ้าหากว่าเหตุผลมันก้ำกึ่งกันระหว่างดี กับ ร้าย และคุณมองเห็นความจริงใจในการกลับมาของเธอ ก็ให้ลองตอบคำถามต่อไปนี้ดู

    • เธอเปลี่ยนไปหรือยัง หรือว่าเธอยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม? หรือว่าเธอพยายามปกปิดเรื่องเดิมๆ ด้วยการทำตัวแสนดี เพียงเพื่อให้คุณรับเธอกลับมาเท่านั้น?
    • เธอกลับมาเพราะว่าเธอรู้สึกแคร์คุณจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเธอกลับมาเพราะว่าเธอไม่มีใคร
    • เธอเลิกนิสัย เห็นแก่ตัว ของเธอหรือยัง
    • เธอพร้อมที่จะเปลี่ยนนิสัย และพฤติกรรมเดิมๆ ของเธอหรือยัง
    • เธอเป็นคนที่คุณสามารถคบเป็นแค่ในฐานะเพื่อน (ที่จะไม่มีวันมีอะไรกัน) ได้หรือเปล่า

    ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้ว จงถามตัวคุณเองอีกทีว่า คุณอยากจะรับเธอกลับมาจริงๆ หรือเปล่า คุณแคร์เธอหรือเปล่า หรือ เพียงแค่คุณอยากแค่มีใครอยู่ข้างๆ เท่านั้น?

  • อะไรที่เขาไม่ชอบเวลามีเซ็กส์

    อะไรที่เขาไม่ชอบเวลามีเซ็กส์

    อยากบอกให้สาวๆ ได้รู้เอาไว้บ้างว่า อะไรที่ผู้ชายเราไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ ในขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ แล้วลองสังเกตดูคู่ของคุณซิว่า จริงหรือเปล่า?

    ๏ เครื่องร้อนช้า
    ก็รู้ว่าการ “โหมโรง” น่ะมันสำคัญ แต่บางครั้งก็ดูเหมือนว่าเธอจะใช้เวลาเป็นชาติเลยกว่าจะพร้อม ข้อนี้ก็ต้องให้ความร่วมมือ ช่วยกันบิลด์นิดนึงนะ เพราะผู้ชายเราเครื่องฮีทมากจนจะระเบิดแล้วล่ะ

    ๏ ชอบอะไรก็ไม่บอก
    แม้ว่าผู้ชายอย่างเราจะพยายามถามแล้วถามอีก ว่าอะไรจะทำให้เธอคึกเป็นนางแมวป่าขึ้นมาได้ และเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะพูดกัน แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ยอมปริปากบอกซักที ก็อยากจะขอร้องว่า บอกๆ กันมาเถอะนะ เราไม่ล้อหรอก อะไรๆ จะได้ง่ายขึ้นน่ะ

    ๏ นิ่งเป็นศพ!
    ข้อนี้ก็ทำให้เราเซ็ง และสูญเสียความมั่นใจไปเพียบ และยิ่งถ้าเธอคนนี้มีคุณสมบัติข้อแรกข้างบนอยู่ด้วยนะ ยิ่งดับเบิ้ลเซ็งเลยล่ะ

    ๏ ไม่ยอมใช้ปาก ให้เป็นประโยชน์
    สาวๆ คงไม่รู้หรอกว่า พวกเราหนุ่มๆ รู้สึกดีแค่ไหนตอนที่เธอ “หม่ำ” เรา มันรู้สึกดีมากๆ จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ แต่บางครั้งเธอก็ไม่ยอมแม้เราจะร้องขอ… อ๋อ… เอาเถอะน่า แล้วคราวต่อไปเราจะอาบน้ำให้เอี่ยมเลยล่ะ

    ๏ ตามไม่ทันซักที
    จริงๆ แล้วเราไม่อยากโทษเธอหรอกนะในข้อนี้ เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติของผู้หญิงนี่นา แต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้นะ เพราะเราไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว และไม่อยากถูกมองว่าไม่มีน้ำยาด้วย… อะไรนะ.. วิธีแก้ก็คือต้องใช้เวลาช่วงโหมโรงให้มากหน่อยเหรอ… ย้อนกลับไปที่ข้อแรกอีกละ ว้า…

  • ออกเดทครั้งแรกยังไงให้ประทับใจ

    ออกเดทครั้งแรกยังไงให้ประทับใจ

    ออกเดทกับคู่ปิ๊ง จะทำตัวยังไงดีหนอเขาจะถูกใจ ไม่ยากหรอก ลองมาอ่านเคล็ดลับ ออกเดทครั้งแรกยังไงให้ประทับใจ ตรงนี้ดูก่อนสิ

    สำหรับผู้ชาย

    • ตรงเวลา
    • อย่าโกหกเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากมีปัญหาทีหลัง แม้ว่าสิ่งที่คุณโกหกออกไปจะทำให้คุณดูดีขึ้น หรือน่าประทับใจในสายตาของเธอก็ตาม เพราะคุณจะต้องจำคำพูดของคุณให้ได้ว่าเคยโกหกไว้อย่างไร เพราะเธอจะจำมันได้แม่นเลยล่ะ
    • เป็นตัวของตัวเอง อย่าแกล้งทำเป็นคนอื่น ถ้าคุณทำอย่างนั้นก็แปลว่า เธอไปเที่ยวกับคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ แต่ถ้าเธอจับได้แล้วตะโกนใส่หน้าคุณว่า @#!&$* นั่นเธอกำลังด่าคุณ ไม่ใช่ด่าคนที่คุณแกล้งเป็น
    • ไม่ต้องมีเซอร์ไพรซ์ให้กับเธอหรอก ในเดทแรก จนกว่าคุณจะรู้ว่าเธอชอบ หรือไม่ชอบอะไร
    • อารมณ์ขันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
    • อย่าลืมทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะเล็บมือ ให้ดี

    สำหรับผู้หญิง

    • ตรงเวลา
    • สวมชุดที่ทำให้คุณรู้สึก สวย มั่นใจ
    • อ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าว ก่อนไป เพื่อคุณจะได้มีเรื่องคุยกับเขา และทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงฉลาด ไม่ใช่สวยไปวันๆ
    • ทักทายเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ
    • พยายามอย่าขัดคอเขาให้มากนัก
    • แสดงความชื่นชมในสิ่งที่เขาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตัวเขา แต่อย่าเสแสร้งนะ
    • ถ้าคุณเผลอทำโก๊ะๆ อะไรออกไป จงยอมรับมันเถอะ ผู้หญิงโก๊ะนิดๆ หน่อยๆ น่ะน่ารักจะตาย
    • ก่อนจากกัน บอกเขาไปว่าคุณมีเวลาว่างวันไหนอีกบ้าง (อย่างมีชั้นเชิง ศิลปะหน่อยนะ)
  • มัดใจใครคนนั้นด้วยภาษาท่าทาง

    มัดใจใครคนนั้นด้วยภาษาท่าทาง

    อ๊ะๆ อย่านึกว่าแค่หน้าหล่อ พูดเพราะอย่างเดียวจะจีบสาวๆ ได้ คุณกำลังคิดผิดถนัดเพราะว่าท่าทางที่สื่อออกไปเนี่ยแหละสำคัญยิ่งนัก สัมพันธ์รักระหว่างชายหญิงนั้นความจริงใช้ภาษาท่าทางในการพัฒนาเป็นอันมากจนถึงแต่งงานออกเย้าออกเรือนก็ยังต้องใช้ภาษาท่าทางมาช่วยสื่ออยู่เสมอ

    ในการใช้ภาษาท่าทางนี้อาจเริ่มจากเราได้เห็นคนที่ถูกใจ อยากรู้จัก ถ้าจะจู่โจมทันทีก็อาจจะเสียหน้า เขาอาจไม่ชอบเราเลยหรืออาจมีคู่ครองอยู่แล้ว ผลีผลามเข้าไปอาจเจอสามีเจ้าหล่อนต่อยเอาหรือโดนภรรยาเขาทักทายด้วยหลังแหวน ฉะนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือเริ่มสื่อสารจากท่าทางก่อน เพื่อเป็นการหยั่งเชิง ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ความในใจเราโดยไม่ต้องเอ่ยปากแม้แต่น้อย เริ่มแรกจากพยายามสบตาฝ่ายตรงข้ามเข้าไว้ และพยายามสบตาให้นานกว่าปรกติ เพราะคนเราเวลาแอบมองใครเมื่อเขามองตอบเราจะเลี่ยงสายตาไปทางอื่น เพราะการสบตานานเกินไปอาจหมายถึงการมองอย่างเหยียดหยาม (โดยเฉพาะผู้ชายกับผู้ชาย) ต้องการหาเรื่อง หรือมีอะไรผิดปรกติบนใบหน้าของผู้ที่ถูกมอง อาจจะเป็นคนพิการหรือเสียโฉม แต่ถ้าไม่ใช่ในกรณีเหล่านี้ การมองฝ่ายตรงข้ามนานๆอย่างจงใจจะหมายความถึง “ผม, ฉันกำลังสนใจอยากผูกมิตรกับคุณอยู่นะ” ฝ่ายตรงข้ามอาจจะเลี่ยงสายตาไปอีกทางแต่เมื่อมองกลับมาเห็นสายตาของคุณกำลัง จับจ้องเช่นเดิมเขาจะเริ่มรู้สารจากท่าทางที่คุณกำลังสื่ออยู่ เมื่อฝ่ายตรงข้ามได้รับสื่อจากท่าทางของคุณแล้วเขาจะสบตาตอบพร้อมกับแสดงสี หน้าเป็นมิตร หรืออาจจะยิ้มให้เพื่อบอกว่า “ฉันได้รับสื่อของคุณแล้วอยากรู้จักคุณด้วยเช่นเดียวกัน” เมื่อจูนคลื่นกันได้แล้วก็สมควรจะรุกต่อ โดยการเดินไปเลียบเคียงๆแต่ยังไม่รุกต่อโดยการพูดจาเพราะการสื่อสารที่ผ่าน มาอาจจะยังไม่เต็มร้อย เราก็จะรุกด้วยภาษาท่าทางต่อโดยการเข้าไปนั่ง ใกล้ๆซึ่งใกล้กว่าปรกติที่บุคคลทั่วไปที่ไม่รู้จักกันจะรักษาระยะห่างไว้ เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีท่าทีป้องกันตัวโดยการรักษาระยะห่างให้มากขึ้น หรือลุกหนีไปก็แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามอนุญาตให้ความสัมพันธ์เกิดขึ้น เมื่อถึงตรงนี้แล้วก็แน่ใจได้ว่าเมื่อเอ่ยปากออกไปเพื่อเริ่มความ
    สัมพันธ์คุณจะไม่เสียหน้า(แต่ต้องปากดีด้วยนะ)

    เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ได้ก่อตัวเป็นความรัก แต่ยังไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวกันเลย เพราะยังเกรงฝ่ายตรงข้าม หรือยังให้เกียรติกันอยู่ ก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ดังกล่าวด้วยการสัมผัส เพราะการไม่ยอมถูกเนื้อต้องตัวกันเลยนั้นแรกๆ จะหมายถึงการให้เกียรติ แต่ถ้าคบกันนานแล้วยังไม่เคยแตะตัวกันเลยอาจหมายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่คืบหน้า หรือฝ่ายตรงข้ามอาจหมดความสนใจในตัวเรา หรืออาจเลยไปถึงการไม่อยากคบกันต่อก็เป็นได้ แต่การสัมผัสนั้นไม่ควรทำด้วยความรีบร้อน ละโมบ และไม่ควรทำด้วยความเกรงกลัว ควรเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะถ้าทำด้วยความรีบร้อน รุกเร้า และเกินเลยไปเช่นกอด หรือ จูบ จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจจนไม่ไว้ใจอีก และหากทำด้วยความเกรงกลัวก็จะทำให้อารมณ์สะดุด ขาดความโรแมนติกไป การสัมผัสเริ่มจากเวลาเดินไปไหนด้วยกัน คุณอาจจงใจให้มีการกระทบมือ กระทบไหล่อีกฝ่าย เพื่อเป็นการบอกว่าคุณต้องการถูกเนื้อต้องตัวฝ่ายตรงข้าม ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่แสดงท่าทีรังเกียจหรือบ่ายหลบ หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามยินดีที่จะมีการสัมผัสทางกาย และเมื่อฝ่ายชายเริ่มรุกโดยการสัมผัสมือก่อน (มือเป็นอวัยวะที่ไว้ต่อการสัมผัสมาก) ฝ่ายหญิงก็จะชักมือกลับ การชักมือกลับของฝ่ายหญิงนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องการการสัมผัสจากฝ่ายชาย แต่ต้องการจะบอกว่า “ฉันรักงวนสงวนตัวนะ รักจริงหรือเปล่า ถ้ารักจริงต้องไม่ทอดทิ้งและดูแลอย่าให้ใจกับใครอื่น” เมื่อฝ่ายหญิงชักมือออกให้ครั้งแรกฝ่ายชายต้องสัมผัสมืออีกครั้งเพื่อยืนยัน ว่า “ผมรักคุณจริงๆ ไม่ได้แกล้งหลอก” ถ้าเห็นว่าฝ่ายหญิงนั้นเต็มใจให้สัมผัสก็หมายถึงเธอมีใจให้ แต่ถ้ายังไม่ยอมให้สัมผัสก็แสดงว่าเธอยังไม่พร้อมนั้นเอง

    จะเห็นว่าภาษาท่าทางก็เป็นส่วนสำคัญในการพิชิตรัก ลองนำไปใช้ดูนะครับ

  • ความหมายของดอกไม้

    ความหมายของดอกไม้

    จะส่งดอกไม้ให้หนุ่ม(สาว) ไหน ก็ตรวจเช็คความหมายให้ดีๆ ก่อนนะ เดี๋ยวส่งผิดแล้วจะหาว่าไม่เตือน

    ดอกไม้
    ความหมาย
    กุหลาบแดง  รัก ปรารถนา
    กุหลาบแดงดอกเดียว ฉันรักเธอ ไม่ซับซ้อน
    กุหลาบก้านยาว  ฉันจะจดจำเธอเสมอ
    กุหลาบก้านสั้น หวานใจ
    กุหลาบชมพู ความสุข
    กุหลาบขาว ความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
    กุหลาบเหลือง มิตรภาพ
    กุหลาบหลากสี เธอคือทุกสิ่งสำหรับฉัน
    คาร์เนชั่นแดง ความปรารถนา
    คาร์เนชั่นชมพู คุณอยู่ในใจฉันเสมอ
    คาร์เนชั่นขาว ความหวาน น่ารัก โชคดี
    คาร์เนชั่นลาย ปฏิเสธ
    เบญจมาส เธอคือเพื่อนที่วิเศษสุด
    ทิวลิป
    ความรักสมบูรณ์แบบ
    ทานตะวัน สง่างาม
    ตะบองเพชร ความทนทาน
    ไอริส ปัญญา ศรัทธา และ ความหวัง
    ไฮเดนเยีย ขอบคุณในความเข้าใจ
    ลิลลี่ ความงาม หรูหรา
    ไฮยาซินธ์ ยกโทษให้ฉันเถอะนะ
    แอสเตอร สัญลักษณ์ของความรัก
    กล้วยไม้ ความสง่างาม เป็นผู้ใหญ่
    เดซี่ จงรักภักดี และ อินโนเซนส์
    ฟอร์เก็ตมีน็อต รักแท้และความทรงจำที่ดี
  • 7 สัญญาณจีบหญิงกันหน้าแตก

    7 สัญญาณจีบหญิงกันหน้าแตก

    หนุ่มๆ ทั้งหลายเวลาไปเที่ยวท่องราตรี ปิ๊งสาวถูกใจก็อยากจะตรงเข้าไปขอเบอร์ แต่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป นอกจากจะแห้วแล้วก็อาจหน้าแตกกลับมายับเยิน ลองมองหาสัญญาณปลอดภัย 7 อย่างนี้ก่อนนะ กันหน้าแตก

    1. รูปแบบการนั่ง
    หนุ่มๆ ดูไว้นะ ถ้าสาวๆ โต๊ะไหนเอาแต่หันหน้าเข้าหากัน และเม้าท์เมามันไม่มีใครยอมใคร ลักษณะอย่างนี้ ไม่ควรเข้าไปหา เพราะมันแปลว่าที่พวกเธอมาที่นี่ก็เพื่อนัดพบ สังสรรค์กันระหว่างเพื่อนเท่านั้น และถ้าคุณไม่หล่อล่ำแบบ แบรด พิทท์ หรือ ออแลนโด้ บลูม แล้วยังเดินเข้าไปหาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ นอกจากที่คุณจะแห้ว เพราะพวกเธอไม่สนใจคุณแล้ว คุณก็ยังจะต้องหน้าแตกยับเพราะโดนเธอว่า เจ๋อ สะเหร่อ อีกต่างหาก

    แต่ถ้าสาวโต๊ะไหนนั่งแบบมีช่องว่างให้เสียบนั่งได้ล่ะก็ อย่างงี้มีลุ้น

    2. จุดหมายของสายตา
    คุณ ยังไม่ลืมข้อที่แล้วใช่ไหม ที่เราบอกว่า สาวไหนที่เอาแต่หันหน้าเมาท์กันไม่ลืมหูลืมตา นั่นแปลว่าเธอไม่ต้อนรับคุณ และถ้าเธอนั่งเอกเขนกคุยกันสบายๆ แล้วระหว่างนั้นก็คอยชำเลืองสายตาไปทางประตูบ่อยๆ นั่นแปลว่า เธอกำลังรอคอย “อะไร” หรือ “ใคร” ที่น่าสนใจกว่าสิ่งที่เธอกำลังพูดคุยกันอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นคุณก็ได้นะ เดินเข้าไปหาเธอเลยสิ

    3. เดินไปห้องน้ำบ่อย
    ไม่ แปลกถ้าเราดื่มน้ำเยอะแล้วทำให้เราต้องลุกเดินไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่ถ้ามันบ่อยจนผิดสังเกตนี่สิเป็นเรื่องน่าคิด แล้วถ้าเธอเลือกเดินผ่านมาเฉียดๆ โต๊ะที่คุณนั่งอยู่ด้วยแล้ว ก็แปลว่าเธอต้องมีอะไรพิเศษมากกว่าเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำแน่… และยิ่งถ้าตอนที่เธอเดินผ่าน เธอส่งสายตาพร้อมยิ้มน้อยๆ มาทางคุณด้วยล่ะก็… เที่ยวต่อไปที่เธอเดินผ่านมา อย่าปล่อยให้เธอเดินผ่านไปเฉยๆ ล่ะ

    แต่ขอเตือนไว้นิดว่า ถ้าเธอผ่านมาบ่อยๆ ด้วยความป้อแป้ เมาแอ๋ ล่ะก็ อยู่ห่างๆ เอาไว้ก็ดีนะ เดี๋ยวจะเจอลูกหลงแล้วจะหาว่าไม่เตือน

    4. ส่งสายตาข้ามโต๊ะ
    หาก สายตาของคุณไปประสบพบกับสายตาของหญิงใดหญิงหนึ่ง หันไปครั้งใดก็จะไปเจอะสายตาเธอที่ส่งข้ามโต๊ะมาอยู่บ่อยๆ นี่แปลว่าต้องมีอะไรบางอย่างแล้วล่ะ ลองสังเกตต่อไปซิว่า เธอมีอาการอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ยิ้ม? หลบตา? เอียงอาย? ถ้าใช่ ทีนี้ก็ถึงคิวของคุณแล้วล่ะ

    แต่ขอเตือนไว้อย่างนึงนะ ถ้าคุณไม่อยากม้วนหน้ากลับโต๊ะล่ะก็ ลองหันซ้าย หันขวา หันหลัง ดูซิว่า เธอส่งสายตาให้ใครคนอื่นที่อยู่ข้างๆ หรือข้างหลังคุณหรือเปล่าน่ะ

    5. มืออยู่ไม่สุข
    นอก จากสายตาของเธอจะฟ้องว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่แล้ว อาการอยู่ไม่สุขของมือก็บ่งบอกได้เหมือนกัน เธออาจจะม้วนผมเล่นตอนที่ส่งสายตามาให้ เสยผมบ่อยๆ กับหางตาชม้อยชม้าย อย่างงี้เปอร์เซ็นต์สูง..

    6. มองมาทั้งกลุ่ม
    สาวๆ ก็มีพฤติกรรมเหมือนพวกหนุ่มๆ เหมือนกันนะ เช่น เวลาเธอคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเกิดปิ๊งหนุ่มไหนขึ้นมา เธอก็จะกระซิบบอกให้คนอื่นๆ ว่า “ดูผู้ชายคนนั้นสิ เท่หรือเปล่า” แล้วพวกเธอก็จะหันมามองพร้อมๆ กันพรึบเดียว แม้เจ้าตัวคนบอกจะบอกว่า “อย่าหันไปพร้อมกันนะ ค่อยๆ หันไปทีละคน” ถ้าเหตุแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณ ดูให้แน่ใจก่อนนะว่า ซิปรูดเรียบร้อยหรือยัง หรือ มีอะไรผิดปกติกับคุณหรือเปล่า… กันหน้าแตกน่ะ

    7. เฮฮาเกินกว่าเหตุ
    ประการ สุดท้ายที่คุณจะใช้สังเกตหญิงได้ก็คือ ถ้าหนึ่งในสาวที่โต๊ะข้างๆ คุณ เริ่มพูดคุยเสียงดัง หัวเราะร่าเริง (โดยที่ไม่ได้เมา) และมีท่าทางแปลกๆ เช่น ชอบสะบัดผมโชว์ตุ้มหูอยู่บ่อยๆ จนผิดวิสัยคนปกติ (ไม่ได้แปลว่าเธอบ้าไปแล้วนะ) นั่นสามารถตีความได้เลยว่า เธอกำลังทำตัวให้เป็นที่สนใจอยู่ เปิดช่องให้หนุ่มเช่นคุณเข้าไปแนะนำตัว ทีนี้ก็ลองสังเกตดูซิว่า เธอส่งสายตาแบบข้อ 5 มาให้คุณหรือเปล่า ถ้าใช่.. ก็ลุยเลย

  • วิธีไดร์ผม ไดร์อย่างไรไม่ให้ผมเสีย

    วิธีไดร์ผม ไดร์อย่างไรไม่ให้ผมเสีย

    ความร้อนจากการจัดแต่งทรงผม อาจทำให้ผมเสีย และหนังศรีษะแห้งได้นะ เรามาดูกันว่าควรจะทำอย่างไร จึงจะไดร์ผมได้อย่างถูกวิธี

    วิธีไดร์ผม ให้มีผมสุขภาพแข็งแรง และสวยงาม

    1. หลังสระผมเสร็จ หรือเมื่อผมเปียก ควรเช็ดผมให้แห้งเสียก่อนด้วยผ้าขนหนูสะอาดๆ
    2. หวีผมด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรหวีแรงๆ หรือกระชาก เมื่อเส้นผมพันกัน
    3. อย่าเป่าผมโดยให้ไดร์เป่าผมจ่อใกล้ผมมากเกินไป เพราะความร้อนจะทำให้ผมหงิกงอได้
    4. เป่าผมตั้งแต่รากถึงโคนผม โดยให้กระแสลมไปในทิศทางเดียวกันกับผม
    5. ไม่ควรเป่าผมใกล้หนังศีรษะ เพราะความร้อนอาจทำลายหนังศีรษะได้
    6. เป่าไดร์ขึ้นลงให้ทั่วศีรษะ เป็นการกระจายความร้อนให้ทั่วถึง
    7. ใช้แปรงม้วนหวีผมจากด้านใน แล้วเลื่อนลงตามความยาวของเส้นผมโดยเป่าผมไปด้วยพร้อมๆ กัน
    8. ในกรณีที่ใช้แปรงตักผม ควรแบ่งผมเป็นชั้น ๆ โดยใช้กิ๊บแบ่งเป็นช่อๆ แล้วใช้แปรงตักผม ไดร์ส่วนในสุดของผมก่อน ในการใช้แปรงตักผมแต่ละครั้งควรดึงผมให้เหยียดตรงที่สุด แล้วใช้ไดร์เป่าผมตามไปด้วยทุกครั้ง
  • ประเภทของน้ำหอม

    ประเภทของน้ำหอม

    ใครๆ ก็ชอบกลิ่นน้ำหอม แล้วน้ำหอมที่เรารู้จักกันมันมีแบบไหนบ้างนะ ในภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้คำเดียวเรียกแบบไทย แต่มีแยกย่อยไปตามประเภทต่างๆ ต่างกันที่ปริมาณหัวน้ำหอม และการผลิตที่แตกแต่างกัน น้ำหอมแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท อยากจะหอมฟุ้งจรุงใจแบบไหน ก็เลือกเอาตามใจชอบละกัน

    ประเภทของน้ำหอม

    ๏ น้ำหอม (perfume)
    เป็นน้ำหอมประเภทที่ มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมสูงสุด (หัวน้ำหอม 10-15% แอลกอฮอลล์ 85-90% และ น้ำ 0-5%) ราคาค่อนข้างแพง ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่ติดทน ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง

    ๏ โอ เดอ ทอยเล็ต Eau de toilette
    เป็นน้ำหอมประเภทที่ได้รับความนิยม มากที่สุด มีส่วนผสมของ หัวน้ำหอม ในอัตราส่วนท ี่ค่อนข้างพอดี (หัวน้ำหอม 5-7% แอลกอฮอลล์ 75-80% และ น้ำ 15-20%) ราคาก็อยู่ในระดับที่ หาซื้อได้ ส่วนใหญ่ จะให้กลิ่นที่ ติดได้ทนนาน ประมาณ 8 ชั่วโมง
    (ใช้แค่ ช่วงกลางวัน ก็เพียงพอแล้วค่ะ)

    ๏ โคโลญจน์ (Cologne)
    เป็นน้ำหอมประเภทที่ มีส่วนผสมของ หัวน้ำหอมต่ำมาก (หัวน้ำหอม 2-3% แอลกอฮอลล์ 60-65% และ น้ำ 30-35%) ราคาถูก แต่กลิ่น อยู่ได้ไม่นานนัก ส่วนใหญ่ จะให้กลิ่นที่อยู่ ได้นาน ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เท่านั้น

  • ออกเดทครั้งแรกไปไหนดี

    ออกเดทครั้งแรกไปไหนดี

    ลำพังแค่การวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า และกระจก ในวันแรกของการออกเดทก็เวียนหัวพอแล้วใช่ไหม เราเลยขอแนะนำนิดหน่อยเกี่ยวกับสถานที่ ที่ควร และไม่ควรไปในครั้งแรกของการออกเดทของคุณและเขามาฝาก เผื่อจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    สถานที่ที่ไม่ควรไปกันในวันแรกของการเดท

    • งานแต่งงาน : คงรู้สึกแปลกๆ นะ ที่ออกเดทกันวันแรกก็พากันไปงานแต่งซะแล้ว
    • งานปีใหม่ : เป็นงานที่วุ่นวายที่สุดก็ว่าได้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในงานเลี้ยงอึกทึก คุณจะคุยกันลำบากมาก ต้องตะเบ็งใส่กันเกือบตลอดเวลา(นอกจากว่าคุณอยากจะกระซิบกระซาบกันที่ข้างหู – แต่มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ละมั้ง)
    • ไปดูหนัง : เป็นสถานที่และกิจกรรมยอดฮิตในการเดทเลยก็ว่าได้ แต่ในระหว่างที่หนังฉายก็ไม่ใช่โอกาสที่ดีสำหรับการพูดคุยกัน และถ้าคุณสองคนรสนิยมไม่ตรงกัน ก็ต้องมาเสียเวลาในการตกลงว่าจะดูหนังเรื่องไหน รอบอะไร ฯลฯ

    สถานที่ที่ควรไป

    • พิพิธภัณฑ์ : อย่าเพิ่งยี้ เชื่อเถอะว่าในระหว่างที่คุณเดินวกไปเวียนมาในพิพิธภัณฑ์น่ะ คุณทั้งคู่จะมีเรื่องคุยกันเยอะเชียวล่ะ
    • สวนสนุก : เป็นที่ที่คุณจะได้กลับเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง สนุกได้ไร้ขีดจำกัด ปัญหาอย่างเดียวคือ เครื่องเล่นบางชนิดอาจจะทำให้คุณเวียนหัว (แต่คิดอีกที มันก็ดีไม่ใช่เหรอ เขาจะได้ดูแลเรา 😀 )
    • เดินเล่น : จะเป็นสวนสาธารณะ สวนสัตว์ หรือที่ไหนก็ได้ที่บรรยากาศดีๆ และคุณสามารถเดินไปคุยกันไปได้อย่างสงบๆ
    • กิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ : เช่น เล่นกีฬา หรือ ปิคนิคก็ได้

    ถูกใจที่ไหนก็ลองดูละกันนะ