Author: admin

  • ของขวัญวาเลนไทน์ให้ผู้ชาย เลือกสร้อยข้อมือให้ดีไหม

    สร้อยข้อมือแบบสลักชื่อนิยมให้กันมากสำหรับผู้รับที่เป็นผู้ชาย  เพราะสร้อยข้อมือแบบสลักชื่อถือว่าเป็นเครื่องประดับอีกชนิด ที่ดูเหมาะกับความเป็นสุภาพบุรุษของเพศชายมากกว่าเพศหญิง  สร้อยข้อมือแต่ละชิ้นผลิตจากโลหะ เหล็กหรืออื่นๆที่ต่างกัน  การเลือกซื้อสร้อยข้อมือให้กับฝ่ายชายจึงน่าจะเลือกจาก

    1.ขนาดของเส้นสร้อยข้อมือ  โดยให้สังเกตุจากขนาดของข้อมือของผู้ที่จะให้เป็นของขวัญวาเลนไทน์เป็นหลัก

    2.สีของสร้อยข้อมือ  เพราะวัสดุที่นำมาทำเป็นสร้อยข้อมือไม่เหมือนกันจึงทำให้สีของสร้อยข้อมือแต่ละชิ้นต่างกันได้

    3.ความสวยงามของตัวสร้อยข้อมือเอง  ถ้าจะเลือกให้เป็นของขวัญวาเลนไทน์สำหรับผู้ชาย ก็ควรจะเลือกให้มีลวดลายที่ดูแข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป

    4.จำนวนของสร้อยข้อมือที่จะซื้อ  อันนี้ไม่ได้กำหนดแต่ส่วนใหญ่จะให้กันแค่เส้นเดียวเพราะผู้ชายมักจะสวมใส่กันเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสวยงามและน่ามองเท่านั้นเอง

    5.กล่องสำหรับเก็บสร้อยข้อมือ  อันนี้จำเป็นต่อการเก็บรักษาการสวมใส่สร้อยข้อมือไม่ว่าจะใส่ไปที่ใดก็ตามเราก็ต้องมีการเก็บรักษาที่ดีเพื่อให้สร้อยข้อมือมีสภาพที่ดีในการใช้งานครั้งต่อไปได้

    6.ช่วงเวลาที่จะให้ก็สำคัญควรจะเลือกให้เป็นการส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากบุคคลอื่น

    7.สุดท้ายคือความสวยงามของเส้นสร้อยข้อมือ  ถ้าจะให้ดีคือไม่น่าจะมีอะไรห้อยจากสร้อยข้อมือเพราะจะเป็นการเพิ่มความน่ารำคาญให้กับทางผู้สวมใส่น่าจะเป็นแบบเส้นเรียบๆ หรือสลักลวดลาย สลักชื่อจะดีกว่า

  • การดูแลสภาพจิตใจของแม่และเด็กมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก

    สภาพจิตใจมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกาย   ร่างกายจะแข็งแรงมากแค่ไหนก็ต้องดูความพร้อมของสภาพจิตแม่และเด็กด้วย  แม้จะเป็นคนเหมือนกันแต่ด้วยอายุการความคิดไม่เหมือนกันทำให้การดูแลสภาพจิตใจของแม่และเด็กปฏิบัติต่างกัน  การรู้วิธีที่จะช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพจิตใจของแม่และเด็กให้อยู่ในระดับปกติจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของแม่และเด็กดีขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน  วิธีการในการดูแลสภาพจิตใจของทั้งแม่และเด็กสามารถทำได้ง่ายๆ  เพียงแค่ผู้ปฏิบัติจะต้องทำการศึกษาวิธีการดูแลเรื่องสภาพจิตใจของทั้งตัวแม่และเด็กเองให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน  มิใช่ดูแลด้วยวิธีการที่เหมือนกันเพราะนอกจากจะเห็นผลได้ช้ายังจะทำให้สภาตจิตใจอาจไม่ดีขึ้นได้เลยก็ได้  การดูแลที่จะช่วยให้สภาพจิตใจของทั้งแม่และเด็กดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อตัวสุขภาพร่างกายของแม่และเด็กนั่นเอง  วิธีการที่ง่ายที่สุดดีที่สุดก็คือพยายามศึกษาว่าทั้งตัวแม่และเด็กมีความชื่นชอบในเรื่องใด  และให้พยายามสรรหาเรื่องราวและการปฏิบัติร่างกายให้เกี่ยวเนื่องจากเรื่องที่แม่และเด็กนั้นชอบให้ได้มากที่สุด  วิธีนี้จะเป็นการสร้างเสริมสภาพจิตใจที่ดีที่สุด และถาวรที่สุดได้เป็นผลดีทั้งกับตัวผู้ดูแลเองและกับแม่และเด็ก

    เมื่อสภาพจิตใจที่พร้อมสำหรับร่างกายที่แข็งแรงแล้วจากนั้นผู้ดูแลก็ควรจะหากิจกรรมที่ช่วยให้แม่และเด็กมีทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดีพร้อมกันได้  อย่างการที่ให้แม่และเด็กอยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกันหรือสอนให้ทั้งคู่รู้จักรักและห่วงใยกันมากขึ้น  เพราะวิธีนี้จะเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และเด็กที่เป็นความผูกพันสามารถคงอยู่ตราบทั้งชีวิตของคนทั้งคู่ได้นั่นเอง

  • 4 วิธีฝึกเพิ่มพัฒนาการทางด้านความคิดให้กับเด็ก

    เด็กที่ได้รับการพัฒนาการทางด้านความคิดที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อเติบใหญ่จะช่วยให้สามารถคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้รวดเร็วกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว   ดังนั้นแม่จึงต้องหาวิธีที่จะช่วยพัฒนาทักษะด้านความคิดให้กับเด็ก เมื่อถึงวัยของการเจริญเต็บโตและการเรียนรู้  เนื่องจากเด็กที่อยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต และสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นั้น  จะมีทักษะในการจดจำที่ดีกว่าช่วงไหนๆในชีวิต เหมาะสำหรับการปลูกฝังสิ่งต่างๆให้กับตัวเด็กเพื่อที่วันหนึ่งเมื่อเด็กเติบโตขึ้นไปแล้วจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่มีผู้คนมากมายหลายประเภทได้อย่างมีความสุข 

    การเพิ่มพัฒนาทางด้านความคิดให้กับเด็กได้สามารถทำได้หลายวิธีเช่น

    1.การฝึกทักษะการพูดให้กับเด็ก  วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเป็นคนที่รู้จักพูดในโอกาสและสถานการณ์ที่เหมาะสม

    2.การฝึกให้เด็กรู้จักคิด  จะช่วยเพิ่มการเติบโตของสมองส่งผลให้เด็กเป็นคนฉลาดสามารถที่จะคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตามได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม

    3.การฝึกให้เด็กรู้จักจดจำสิ่งต่างๆที่ได้พบเห็นทั้งในชีวิตประจำวันและอื่นๆ  วิธีนี้ช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก  เนื่องจากเด็กจะกระทำสิ่งต่างๆตามความเข้าใจของตนเองการที่เด็กได้เห็นตัวอย่างการกระทำที่ดีจะช่วยให้เด็กเป็นคนดีได้เช่นกัน

    4.การฝึกให้เด็กรู้จักทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง  ช่วยให้เด็กเป็นคนที่รู้จักพึ่งตนเองใช้ความสามารถที่มีอยู่เป็นการแบ่งปันภาระของผู้ปกครองและสังคมได้เป็นอย่างดี

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ว่าการที่เด็กได้รับการสอนในทักษะต่างๆเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ใกล้ชิดเป็นพิเศษอย่างแม่หรือคนในครอบครัว  แต่การที่เราต้องการพัฒนาทักษะในหลายๆด้านในขณะเดียวกันก็อาจทำให้เด็กต่อต้านได้  ดังนั้นเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านความคิดที่เหมาะสมเราจึงต้องแบ่งช่วงเวลาในการเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะต่างๆให้เมื่อถึงวัยอันควร

  • หัดเยอรมัน กับคนท้อง อันตรายแค่ไหน

    หัดเยอรมัน กับคนท้อง อันตรายแค่ไหน

    การฝากครรภ์ ช่วงเวลาแห่งการตั้งครรภ์หากจะบอกว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดก็ได้ (หากการตั้งครรภ์นั้นดำเนินไปด้วยความราบรื่น) แต่สำหรับบางท่านแล้วอาจจะเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายเพราะจะต้องต่อสู้กับอาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ซ้ำร้ายกว่านั้นหากเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตราย กับทารกในครรภ์ด้วยแล้วล่ะก็ แทนที่จะเป็นความสุข อาจจะกลับกลายเป็นความทุกข์ร้ายก็ได้

    มีโรคหลาย ๆ โรคถ้าหากเกิดขึ้นกับคนธรรมดาแล้วโทษหรือความรุนแรง จะไม่เทียบเท่ากับเกิดในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีทารกน้อยล่องลอยอยู่ในครรภ์ เพราะแน่นอนว่าเชื้อจากแม่ย่อมส่งผ่านไปสู่ลูกได้อย่างแน่นอน และ หากเกิดกับเด็กทารกที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยัง อยู่ในช่วงที่กำลังสร้างอวัยวะต่าง ๆ เริ่มมีแขน ขา หน้าตา และมีอวัยวะอื่น ๆ

    จะเกิดอะไรขึ้นหากทารกน้อยต้องได้รับเชื้อที่รุนแรง?
    แน่นอนสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้นจะต้องหยุดชะงักลงฉับพลัน และจะส่งผลเมื่อทารกคลอดออกมาแล้วจะมีความ พิการไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้านหนึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

    หัดเยอรมันก็เป็นอีกโรคหนึ่ง ซึ่งหากคุณแม่ที่เป็นขณะกำลังตั้งครรภ์โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือน ความรุนแรงของโรคนี้จะทำให้เด็กเกิดความพิการ ซึ่งถ้าแพทย์ตรวจพบมักจะแนะนำให้เอาเด็กออก นายแพทย์วิโรจน์ ศิริพัฒนานนท์ แพทย์ประจำแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า โรคหัดเยอรมันเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ลักษณะหรืออาการที่พบคือ คนไข้จะมีอาการตัวร้อน อาเจียน และออกผื่นเป็นเม็ดเล็ก ๆ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการคัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการไข้ร่วมด้วย

    สำหรับวิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการเป็นหัดเยอรมันนั้น ควรจะวางแผนก่อนตั้งครรภ์โดยการเจาะเลือดตรวจดูว่า ตัวเองมีภูมิต้านทานหรือไม่ ซึ่งในผู้หญิงทั่วไป 50% จะมีภูมิต้านทานเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องฉีดวัคซึน และเมื่อตรวจแล้วไม่มีภูมิต้านทาง แพทย์ก็จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์ และหลังจากที่ฉีดวัคซีนแล้วไม่แนะนำให้ตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือน หากมีการตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนที่ฉีดวัคซีนจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าตัววัคซีน เองเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มันไม่ตาย 100% เพียงแต่อ่อนสภาพลง ซึ่งเกรงว่าเชื้อวัคซีนเองอาจก่อผลไม่ดีกับเด็ก จึงแนะนำว่าไม่ควรตั้งครรภ์ในระหว่าง 3 เดือนนี้

  • 6 สูตรผลิตภัณฑ์พอกหน้าเองจากธรรมชาติ ในราคาไม่เกิน 50 บาท

    สูตรสวยทั้งหน้าในราคาไม่ถึง 50 บาท ทั้งคนวัยทำงาน และวัยเรียนก็ใช้ได้นะคะ ร่องรอยความเครียดจากการทำงานหรือการเรียนการสอบเนี่ย มันแสดงออกมาให้เราเห็นในใบหน้าเลย ทั้ง ใบหน้าหมองคล้ำ สิวขึ้น รอบดวงตาดำ หมดสวยหมดหล่อเลย ครั้นจะไปพอกหน้า ลอกหน้าตามสถานความงามก็แพงหูฉี่  เราเลยมาเสนอวิธีทำผลิตภัณฑ์พอกหน้าเองจากธรรมชาติ ใช้เวลาไม่มาก รับรองค่าใช้จ่ายไม่เกิน50 บาท (ถ้าในครัวมีวัตถุดิบที่ต้องใช้อยู่แล้วยิ่งสบายเลย) รับรองหน้าสวยหน้าใสถูกใจกันแน่ๆ มาลงมือกันเลยดีกว่า

    หน้าใสด้วยโลชั่นมะขามเปียก

    ส่วนผสม
    มะขามเปียก 1 กำมือ
    น้ำ เล็กน้อย

    วิธีทำ
    นำมะขามเปียกมาผสมกันน้ำ แต้มให้ทั่วบริเวณที่หมองคล้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที
    แล้วล้างออก ทำประจำทุกวัน ไม่นานเราจะได้ใบหน้าสดใสของเราคืนมา

    มาสค์สับปะรดลบจุดด่างดำ

    ส่วนผสม  
    สับปะรดครึ่งผล
    ผ้าก๊อซ 1 ม้วน

    วิธีทำ   
    คั้นเอาแต่น้ำสับปะรด ใช้ผ้าก๊อซชุบจนโชก นำมาวางไว้บนใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตา และปาก ทิ้งไว้ 15 นาทีแ ล้วล้างออกให้สะอาด จะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น เหมาะกับผิวมันที่มีจุดด่างดำ

    ไร้สิวด้วยมาสค์มะเขือเทศ

    ส่วนผสม  
    มะเขือเทศ 3 – 4 ผล (ผลย่ อม ๆ )
    ข้าวโอ๊ตบดละเอียด
    น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

    วิธีทำ
    นำมะเขือเทศมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน ใช้ถูเบา ๆ
    บนผิวหน้าส่วนที่มีปัญหา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วนน้ำอุ่น ใช้ทำ
    ความสะอาด และรักษาสิวหัวดำและรูขุมขนอุดตัน

    น้ำผึ้งผสมน้ำส้ม….เพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวสาว

    ส่วนผสม   
    น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำส้มคั้น 1 ช้อนโต๊ะ

     วิธีทำ
    ผสมน้ำผึ้งและน้ำส้มคนให้เข้ากัน (จะให้เข้ากันง่าย ๆ ต้องนำน้ำผึ้งไปอุ่นให้เหลวก่อน ) นำไปพอกให้ทั่วไปหน้า ใช้พอกบริเวณรอบตา และปากได้ด้วยนะ พอกไว้ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดชื่น

    นมสดมะขามเปียก…ครีมบำรุงรอบดวงตา

    ส่วนผสม
    มะขามเปียก 1 กำมือ
    นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ  
    นำมะขามเปียกมาแกะรกออก(ก็ไอ้ตรงที่เป็นเส้น ๆ นั่นแหล่ะ) ล้างให้สะอาด ผสมกับนมสดใช้มือ
    ขยำให้เข้ากัน(ล้างมือก่อนนะ) อย่าให้ข้นเกินไป ถ้าข้นให้เติมน้ำเล็กน้อย นำมากรอง ด้วยผ้าขาวบาง
    แล้วเติมน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน นำมาทาบริเวณหางตา ทิ้งไว้ 15 นาทีจึงล้างออก สูตรนี้
    สามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน แต่ต้องเข้าตู้เย็นนะ ใช้แล้วจะช่วยทำให้ริ้ว
    รอยที่เกิดจากความเครียดจากการอ่านสือค่อย ๆ หายไป

    ถุงชากับดวงตาที่สดใส
    การใช้ถุงชากับดวงตาเป็นวิธีเบสิคที่ทำง่าย ๆ โดยนำถุงชาฝรั่งที่ชงแล้วยังหมาด ๆ ขึ้นมาทาบไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง เอนหลังให้สบาย ๆ
    สัก 20 นาที แล้วนำชาออก จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นให้กล้ามเนื้อรอบดวงตา แถมยังช่วยให้ผิวรอบดวงตากระชับอีกด้วย

    ทั้งหมดที่แนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำกันเนี่ย เพื่อน ๆ จะได้ผิวสวยแบบไม่ต้องง้อสถานความงามราคาแพง ๆ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อฉันทำเอง ผิวก็สวย เหมือนกัน แถมราคาประหยัดด้วย แต่จำไว้ว่าทุกขั้นตอนจะต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดด้วยนะ และถ้าใช้แล้วคันยิบ ๆ ต้องรีบล้างออกทันที แสดงว่าผิวเกิดอาการระคายเคือง อย่าฝืนทำต่อค่ะ ก็หวังว่าเพื่อน ๆ คงสวยกันทั่วหน้ากับสูตรที่นำมาฝากกันนะคะ

     

  • การฝากครรภ์ เรื่องสำคัญของคุณแม่ทุกคน

    การฝากครรภ์ เรื่องสำคัญของคุณแม่ทุกคน

    การฝากครรภ์ การตั้งครรภ์เป็นภาวะที่เกิดขึ้นแก่ร่างกายตามธรรมชาติ ไม่ใช่ความผิดปกติหรือโรค แต่กระนั้นในการตั้งครรภ์แต่ละครั้งก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นอันตรายมากเชียวค่ะดังนั้นในการตั้งครรภ์แต่ละครั้งคุณแม่จึงควรไปฝากครรภ์ เพื่อรับการดูแลจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ หากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาแต่เนิ่นๆ

    เมื่อไรจะไปฝากครรภ์ คำตอบง่ายๆ ก็คือทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ค่ะ และถ้าจะให้ดีคือควรฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์หรือ 3 เดือนนะคะ

    ไปฝากครรภ์ที่ไหนดี คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ได้ที่โรงพยาบาล,ศูนย์อนามัยและคลินิกทุกแห่ง ซึ่งมีบริการการตรวจรักษาทางสูตินรีเวช การเลือกสถานที่ก็ขึ้นกับความสะดวกและความพอใจของคุณแม่เป็นสำคัญค่ะ

    เตรียมตัวไปฝากครรภ์อย่างไรดี
    โดยทั่วไปก็เหมือนกับเวลาไปทำบัตรผู้ป่วยใหม่ตามโรงพยาบาลทั่วไป คุณแม่ควรเตรียมบัตรประชาชนไปด้วย อาจมีโรงพยาบาลบางแห่งขอสำเนาบัตรประชาชนของคุณแม่และคุณพ่อด้วยค่ะ

    คุณหมอตรวจอะไรบ้างเวลาฝากครรภ์ คุณแม่มือใหม่หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าคุณหมอจะตรวจอะไรบ้างเวลาไปฝากครรภ์ ในการไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณแม่จะได้รับการซักถามถึงประวัติอย่างละเอียด ประกอบไปด้วยประวัติการตั้งครรภ์ เช่นครรภ์นี้เป็นครรภ์ที่เท่าไร เคยคลอดอย่างไร เคยแท้งหรือไม่ เป็นต้น ต่อมาก็ประวัติการเจ็บป่วยและโรคประจำตัว ซึ่งคุณแม่ต้องบอกคุณหมออย่างละเอียดนะคะ เพราะโรคประจำตัวบางอย่าง อาจมีผลต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์ได้ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นต้น

    ต่อไปคุณหมอก็จะตรวจร่างกายโดยละเอียด วัดความดันโลหิต ตรวจดูการบวม ตรวจปัสสาวะเพื่อดูปริมาณน้ำตาลและโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งไม่ควรจะพบทั้งน้ำตาลและโปรตีนในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ปกตินะคะ

  • ปัญหาของ…ผู้ชายวัยทอง

    ที่จริงแล้วปัญหาของผู้ชายวัยทองนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของสุขภาพที่ลดลง และประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง

    แต่ตัวผู้ชายวัยทองเองกลับไม่ได้สนใจปัญหาของสุขภาพเท่าใด กลับไปสนใจปัญหาที่จะมีความสุขเพศหรือการมีเพศสัมพันธ์ที่สุขสมแทน

    เนื่องจากตั้งแต่วัยกลางคนไป ความเชื่อมั่นในความเป็นชาย…ตามความคิดทั่วๆ ไปของคนปกติธรรมดาเริ่มลดลง ตั้งแต่อวัยวะส่วนนั้นที่เขารักเขาหวงเริ่มไม่ค่อยจะทำงาน และพวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าที่ไม่ทำงานนั้น เฉพาะกับภรรยาของเขาเท่านั้นใช่ไหม หรือจะเป็นการหมดสมรรถภาพทางเพศตลอดไป

    เขาเลยต้องไปลองหาประสบการณ์กับหญิงอื่นนอกสมรสดู เพื่อที่จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะได้เรื่องเดือดร้อนเสียมากกว่า ที่มีความสุขจริงๆ นั้นเป็นส่วนน้อย

    ที่จริงแล้ว ผู้ชายวัยทองเป็นคนที่ทุกคนควรจะพยายามเข้าใจ และช่วยเหลือให้เขาผ่านพ้นภาวะวิกฤติในวัยดังกล่าว เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัยอย่างมั่นใจและมีความสุข

    …มาลองพิจารณาปัญหาของผู้ชายวัยทองกันดูดีไหม ???

    ไม่ใช่ผู้ชายวัยทองทุกคนที่เป็นเช่นนี้ มีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มีปัญหาดังกล่าว ดังนั้นถ้าทุกคนพยายามพูดว่าผู้ชายก็เป็นแบบนี้… เขาก็จะเป็นแบบนั้น ยิ่งถ้าภรรยาเป็นคนคิดและพยายามพูดตอกย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าสงสัย ตาแก่คนใกล้ตัวจะไปมีเล็กมีน้อย…สมมุติว่าตอนนั้นเขาไม่มีพูดไปเรื่อยๆ เขาก็มีเองแหละ ทำไมหรือ ?? “ก็พูดมากนัก ผมรำคาญเลยมีมันเสียเลยประชดเมีย”

    เห็นไหม ทุกปัญหาในเรื่องนี้เกิดจากการไม่เข้าใจกันระหว่างคนสองคนที่เคยรักกันและตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันเพราะความรัก หัดบอกรักกันเป็นประจำบ้าง ทำกิจกรรมแห่งความรักใคร่กันเป็นประจำสม่ำเสมอบ้าง หรือหาอะไรที่ทำด้วยกันแล้วสามารถพูดกันด้วยมธุรสวาจา ชีวิตคู่ก็จะไม่น่าเบื่อหน่าย และต้องพยายามเชื่อใจกัน ไว้ใจกัน และให้เกียรติกัน
    เคล็ดลับที่บางคนใช้แล้วได้ผลก็คือ คุณผู้หญิงพยายามยกย่องเชิดชูเขาคนนั้นในวัยทองเอาไว้ ชมทั้งต่อหน้าและลับหลังว่าเป็นคนดี เป็นคนรักครอบครัว ไม่ว่าใครจะว่าอะไรไม่เชื่อหรอก แบบนี้ก็อาจจะทำให้เขาไม่กล้าทำก็ได้ ใครๆ ก็อยากจะเป็นคนดีทั้งนั้น นอกจากโอกาสจะเปิดและเป็นลิขิตของฟ้าและชะตากรรมแบบนั้น ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน
    และแน่นอน ควรจะจัดการให้หมดแรงเสียที่บ้านเป็นประจำ จะได้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือไปบริการหนูๆ ทั้งหลาย ส่วนคุณผู้ชายวัยทองต้องจำไว้ให้ได้ว่า ภรรยาสุดที่รักรับไม่ได้กับการมีใครมาแบ่งความรักไป พวกชายเจ้าชู้จึงมักสั่งสอนกันต่อๆ มาว่า เมียถามถึงห้ามรับ ให้ปฏิเสธไว้ก่อน เมียสงสัยก็ห้ามรับ ถึงเมียจับได้ก็ให้ปฏิเสธว่าไม่มีอะไรกัน ถึงจับได้ว่ามีอะไรกันบอกว่าสงสัยถูกแบล็คเมล์ พูดง่ายๆ ก็คือ ห้ามรับเด็ดขาด เพราะถ้าไม่รับแสดงว่ายังยอมรับว่า เธอเป็นภรรยาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่ภรรยาหลวง

    ผู้ชายวัยทองชอบมีปัญหาเรื่องการหลั่ง
    ไม่ว่าจะเป็นหลั่งเร็ว หลั่งช้า ไม่หลั่ง หรือไม่มีความสามารถที่จะทำให้ไปถึงจุดที่จะเกิดหลั่งได้ เพราะส่วนหนึ่งก็จะเป็นพวกนกเขาที่ไม่ยอมโก่งคอขัน หรือถึงโก่งคอขันก็ไม่สามารถขันเป็นเพลงได้ ครั้นพอจะขันเป็นเพลงได้ก็ดันขันไม่ครบเพลงเสียอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเจ้าอาวุธประจำกายที่พ่อให้มาไม่ค่อยยอมเป็นใจ ทั้งหมดนั่นก็คือ ภาวะการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย นั่นแหละ

    ปัญหานี้แก้ไขได้ ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพียงแค่ไปพบผู้ชำนาญในการรักษา ทุกปัญหาก็น่าจะมีทางออก แนะนำให้สักนิดนะ ก่อนต้องพยายามนอนแต่หัวค่ำ นอนให้เร็วขึ้น เพราะในขณะที่คุณผู้ชายวัยทองนอนหลับนั้น การสร้างฮอร์โมนเพศชายจะผลิตออกมาได้อย่างเต็มที่ พอมีฮอร์โมนเพศชายเต็มที่แล้ว ความคิดคำนึงในเรื่องของความรักใคร่ก็ดีขึ้น ซู่ซ่า มีพลังขึ้น พอมีอะไรมาเร้าอารมณ์ อาวุธประจำกายก็พร้อมที่จะทำงาน เพราะการกระตุ้นของระบบประสาทที่ว่องไวขึ้น

    ต้องหมั่นออกกำลังกายของรักของหวงเป็นประจำสม่ำเสมอ แม้เวลาไม่ใช้งานก็ต้องปลุกขึ้นมาให้ผงกศีรษะบ้างเป็นครั้งคราว อย่าลืมนะครับว่า ของอะไรที่ไม่ใช้ย่อมเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ใช้งานเป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะใช้งานจริงๆ หรือฟิตซ้อม ชกลม แบบที่เขาเรียกกันว่า ช่วยตัวเองบ้าง

    มีงานวิจัยว่า ผู้ชายวัยทองนั้นบางทีมีความสุขจากการช่วยตัวเองโดยการจินตนาการในบทรักที่วาบหวาม และมีความสุขมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์จริงๆ เสียอีก เพราะบางครั้งการมีอะไรกับใครสักคนหนึ่งในวัยนี้ สิ่งที่กลัวอยู่ในใจก็คือ ทำไม่ได้เป็นมะเขือเผา หรือล่มปากอ่าวไปเสียก่อน สู้บริการตนเองไม่ได้ยังไงๆ ก็ไปถึงดวงดาวมีความสุขสมโดยไม่เสียหน้า

    ลองดูได้ครับ ไม่น่าอายอะไรหรอก ดีกว่าไปลองของนอกบ้านแล้วติดโรคหรือเป็นข่าว

  • ข้อควรระวังในการขับสปอร์ตอเนกประสงค์

    สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่งชี้ว่าผู้ขับขี่วัยคะนองขับรถสปอร์ตอเนกประสงค์อาจเสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิต เนื่องจากขาด
    ประสบการณ์ในการควบคุมล้อ รถสปอร์ตอเนกประสงค์ได้รับความนิยมมานานเกือบทศวรรษ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ
    ซึ่งผู้บริโภคอ้างประเด็นความปลอดภัยเป็นเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ แต่รถขนาดใหญ่ไม่ใช่เครื่องหมายรับประกันความ
    ปลอดภัยบนท้องถนน

    ผู้เริ่มหัดขับรถสปอร์ตอเนกประสงค์ไม่ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างรถขนาดใหญ่และหนักกับรถซีดานทั่วไป ความ
    ไม่คุ้นเคยอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้อื่น จากสถิติการจราจรพบว่ารถสปอร์ตอเนกประสงค์เสี่ยงต่อการพลิกคว่ำมากกว่ารถประเภทอื่นถึงสองเท่า นอกจากนี้ ค่าประกันรถสปอร์ตอเนกประสงค์ยังมีราคาสูงกว่ารถยนต์ประเภทอื่น ทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแพงกว่าและตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของบรรดาแก๊งลักรถทั่วโลก

  • วิธีขับรถเวลาน้ำท่วม

    บนเส้นทางที่ต้องเผชิญหน้ากับสภาพน้ำเจิ่งนอง แต่ไม่มีความลึก เช่น การขับรถท่ามกลางพายุฝน การขับรถบนถนน
    น้ำท่วมขัง ทัศนวิสัยเลว สภาพเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อการเดินทางในขณะที่ประสิทธิภาพของการเบรกจะลดลง ผู้ขับ
    รถควรใช้ความเร็วเท่าใดจึงจะเหมาะสมที่สุด บอกได้แต่เพียงว่าให้ใช้ความเร็วต่ำกว่าปกติที่คุณสามารถขับได้เพื่อ
    ให้ขับได้ในความเร็วที่รู้สึกปลอดภัย สามารถเบรกหรือหยุดรถได้

    ความเร็วที่ควรขับอาจใช้เทคนิคนี้กำหนดคือ ลดเกียร์ปลอดภัยกว่า โดยเมื่อรู้สึกว่าเป็นความเร็วที่ขับแล้วปลอดภัยให้
    “ลดเกียร์ที่ใช้ลงมาหนึ่งเกียร์” เช่น เมื่อรู้สึกว่า ขับรถที่ความเร็วที่เกียร์ 4 ได้อย่างรู้สึกปลอดภัย ตามคำแนะนำนี้ต้อง
    ลดเกียร์ลงมาที่เกียร์ 3 คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่า การเกาะถนนของรถจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่ความเร็วไม่เปลี่ยน
    แปลง

    เทคนิคนี้ อาจทำให้รอบของเครื่องยนต์สูงขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นไม่แนะนำให้ใช้ในการขับปกติ เพราะจะทำให้เกิดการ
    สึกหรอ และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเนื่องจากรอบเครื่องยนต์ทำงานสูงกว่าปกติ แต่ในสถานการณ์ที่ต้องขับรถทาง
    ไกลและมีถนนเปียก มีลมแรง เทคนิคนี้จะทำให้คุณเดินทางได้อย่างปลอดภัย

    สำหรับเกียร์อัตโนมัติ ก็สามารถใช้เทคนิคนี้ได้ แต่ต้องแน่ใจว่า ไม่ขับรถในลักษณะนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
    ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

  • บทบาทของไฟฉุกเฉิน

    หลายครั้งที่เราพบเห็นผู้ขับรถ เปิดไฟไม่เหมาะกับการใช้งาน ประกอบกับมีฝนตกบ้าง จะสังเกตุได้ว่าเมื่อเวลาฝนตก
    หนักแทบจะมองไม่เห็นเส้นทางมีรถหลายคันที่เปิดไฟฉุกเฉินผิด ๆ โดยหวังจะให้รถคันอื่นเห็นรถของเราแต่หารู้ไม่
    ว่ากฎหมายได้ระบุว่า รถที่หยุดนิ่งเท่านั้นที่จะเปิดไฟฉุกเฉินนั้นได้เพื่อเตือนให้รถคันอื่นทราบว่ารถของเราจอดอยู่
    การที่เราเปิดไฟฉุกเฉินในขณะที่ขับรถจะสร้างความสับสนให้กับรถคันอื่น

    การเปิดไฟฉุกเฉินผิดที่ผิดเวลาอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตนเองและทรัพย์สินและในกรณีเมื่อเรามาถึงทางแยกและ
    ต้องการวิ่งทางตรงเราไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉินเพราะรถที่จอดรอเลี้ยวขวาหรือซ้ายไม่เข้าใจว่าเราต้องการไปทางไหน
    ทางที่ดีคือ รอจังหวะที่ปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถออกไปตามเส้นทางและอย่าลืมว่าต้องไม่เปิดไฟฉุกเฉิน