Author: admin

  • ขนมจีนน้ำเงี้ยว สูตรเด็ด ไม่เหมือนใคร

    ขนมจีนน้ำเงี้ยว สูตรเด็ด ไม่เหมือนใคร

    ขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรนี้ ไม่ได้ใส่เลือดหมูลงไปในน้ำแกงด้วย แต่ถ้าคุณชอบ ก็สามารถเพิ่มเลือดหมูก้อนหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไปเคี่ยวกับน้ำแกงได้

    รสชาติของขนมจีนน้ำเงี้ยว ควรจะออกเปรี้ยวและเค็มมัน ได้รสหวานจากกระดูกหมู เนื้อ รสเปรี้ยวกลมกล่อมได้จากมะเขือส้มลูกกลมเล็ก ถ้าเราหาซื้อไม่ได้ ก็สามารถใช้มะเขือเทศสีดาแบบที่ใส่ส้มตำแทนได้ แต่ควรเลือกมะเขือที่สุกแดงก่ำ ขนมจีนน้ำเงี้ยวไม่นิยมทำให้ออกรสเผ็ด ดั้งนั้น สำหรับคนที่ชอบรสจัด ๆ คงต้องเติมพริกป่น หรือทานแกล้มกับพริกทอดเอาเอง

    ส่วนผสม

    ขนมจีน 1 กิโลกรัม

    เนื้อหมูสับละเอียด 250 กรัม

    เนื้อวัวสับละเอียด 250 กรัม

    ซี่โครงหมูอ่อนสับชิ้นเล็ก ๆ 250 กรัม

    มะเขือส้มผ่าครึ่ง 300 กรัม

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    เต้าเจี้ยวดำโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำ 10 ถ้วย

    น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

    ผักและเครื่องเคียง

    ผักกาดดองซอย

    ถั่วงอกดิบเด็ดหาง

    ต้นหอม-ผักชีซอย

    กระเทียม – หอมแดงเจียว

    พริกขี้หนูแห้งทอด

    แคบหมู

    วิธีทำ

    1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

    2. แช่ซี่โครงหมูลงในน้ำ 8 ถ้วย นานประมาณ 30 นาที

    3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงผัดพอหอม ใส่เนื้อหมู เนื้อวัว ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำที่เหลือ ผัดให้สุก ใส่มะเขือส้ม ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ

    4. ยกหม้อที่แช่ซี่โครงหมูขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน ๆ ตักเครื่องที่ผัดเสร็จแล้วใส่ลงไป ใส่เต้าเจี้ยว ตั้งไฟเคี่ยวจนซี่โครงหมูสุกนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ ชิมให้ได้รสถูกใจ ใช้รับประทานกับขนมจีน

    ** ขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรเชียงราย จะใส่ดอกงิ้วแดงลงไปเคี่ยวด้วย เพื่อเพิ่มความหอมและความกรุบเวลาเคี้ยว**

    เครื่องปรุงน้ำพริกน้ำเงี้ยว

    พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำ 5 – 7 เม็ด

    หอมแดงซอย 5 หัว

    กระเทียม 1 หัว

    ข่าหั่นละเอียด 2 ช้อนชา

    ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ

    รากผักชีหั่น 1 ช้อนชา

    ขมิ้นชิ้นเล็ก ๆ 1 ชิ้น (ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร)

    ถั่วเน่าย่างไฟพอหอม 1 แผ่น (หรือใช้ กะปิ 1 ช้อนชาแทน)

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

    เทคนิคการขนมจีนน้ำเงี้ยวตามสูตรนี้ จะใส่เนื้อหมูสับกับเนื้อวัวสับอย่างละครึ่ง (ถ้าคุณไม่ทานเนื้อวัว ก็เปลี่ยนไปใช้แต่เฉพาะเนื้อหมูเท่านั้น) และเมื่อทำน้ำแกงเสร็จแล้วจะไม่รับประทานทันที แต่จะนำน้ำแกงไปแช่ไว้ในตู้เย็นสัก 1 คืนก่อน วันรุ่งขึ้นก็ตักเอาไขมันที่ลอยอยู่ด้านบน ๆ ออกเสียบ้าง ก่อนนำเอาออกมาอุ่น และตั้งหม้อน้ำแกงทิ้งไว้บนไฟอ่อน ๆ เพื่ออุ่นให้น้ำแกงร้อนตลอดเวลา การทำอย่างนี้ก็จะช่วยเครื่องปรุงจึงจะเข้าเนื้อได้ดียิ่งขึ้น

    ขนมจีนที่เราจะใช้รับประทาน ควรนำไปนึ่งสักครู่ เพื่อไม่ให้เสาะท้องและยังช่วยรักษาไม่ให้ขนมจีนเสียง่ายด้วย

    มะเขือส้มที่ใช้เมื่อหั่นแล้วก็ควรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนำลงผัดกับหมู อีกส่วนหนึ่งใช้ใส่ก่อนยกลงสักครู่ เพื่อไม่ให้มะเขือเทศเละเกินไป การเคี่ยวน้ำเงี้ยวจะต้องใช้ไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำแกงเริ่มข้น ซึ่งอาจจะใช้เวลานานพอสมควร น้ำเงี้ยวจึงจะอร่อย

    ถั่วงอก ที่นำมาใช้เป็นเครื่องเคียวควรนำมาแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชูสักครู่ ถั่วงอกจะได้กรอบอร่อย

    วิธีเจียวหอมแดง และ กระเทียม ทำโดยใส่หอมแดงซอยบาง ๆ และกระเทียมโขลกทั้งเปลือกลงไปพร้อม ๆ กับน้ำมัน ตั้งไฟอ่อน เจียวจนมีสีเหลืองอ่อน ๆ แล้วตักขึ้น หอมและกระเทียมก็จะสุกเหลืองต่อ จะกรอบพอดี

    สูตรขนมจีนน้ำเงี้ยวมังสวิรัติ

    ส่วนผสม

    ขนมจีน 500 กรัม
    เต้าหู้เหลืองชนิดแข็ง 2 แผ่น
    เห็ดฟาง 200 กรัม
    เห็ดหูหนู 100 กรัม
    มะเขือส้ม 300 กรัม
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
    เต้าเจี้ยวดำโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำ 5 ถ้วย
    น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
    ผักและเครื่องเคียง
    ผักกาดดองซอย
    ถั่วงอกดิบเด็ดหาง
    ต้นหอม-ผักชีซอย
    กระเทียม – หอมแดงเจียว
    พริกขี้หนูแห้งทอด
    แคบหมูเจ

    วิธีทำ

    1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

    2. ล้างเห็ดฟาง เฉือนเอาสิ่งสกปรกออก สับหยาบ ๆ จากนั้น ล้างเห็ดหูหนู ตัดโคนแข็ง ๆ ออก แล้วสับหยาบ ๆ มะเขือส้มหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ล้างเต้าหู้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พักไว้

    3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ใส่น้ำพริกที่โขลกไว้ลงผัดให้

    4. ใส่เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เต้าหู้ ผัดพอทั่ว ใส่น้ำ 1/ 2 ถ้วย ผัดอีกครั้ง ใส่ซีอิ้วขาว เกลือ มะเขือส้ม เต้าเจี้ยวโขลก ผัดให้หอม ใส่น้ำที่เหลือ คนให้ทั่ว ลดไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนสุกหอม

    5. ตักใส่ถ้วย รับประทานกับขนมจีนและเครื่องเคียง

    ส่วนผสมเครื่องแกง

    พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำ 7 เม็ด
    หอมแดงซอย 7 หัว
    กระเทียม 1 หัว
    ข่าหั่นละเอียด 2 ช้อนชา
    ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
    รากผักชีหั่น 1 ช้อนชา
    ขมิ้นชิ้นเล็ก ๆ 1 ชิ้น (ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร)
    ถั่วเน่าย่างไฟพอหอม 1 แผ่น
    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

  • สูตรพิซซ่า วิธีทำพิซซ่าง่ายๆ สไตล์โฮมเมด

    สูตรพิซซ่า วิธีทำพิซซ่าง่ายๆ สไตล์โฮมเมด

    สูตรพิซซ่า วิธีทำพิซซ่าง่ายๆ สไตล์โฮมเมด

    พิซซา (Pizza) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนตัวแป้ง (Crust) และส่วนของหน้า (Topping) พิซซาจะอร่อยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับซอสที่ใช้ทาหน้าพิซซาและเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบของหน้าพิซซาเป็นหลัก เรามาดูวิธีการทำพิซซ่า ด้วย สูตรพิซซ่า นี้กันดีกว่า

    ส่วนผสม ตัวแป้ง พิซซา (Pizza Dough)

    แป้งขนมปัง 500 กรัม = 5 ถ้วย
    ยีสต์ 4 กรัม = 1/ 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลทราย 5 กรัม = 1 / 2 ช้อนโต๊ะ
    เกลือป่น 5 กรัม = 1/ 2 ช้อนโต๊ะ
    นมสด 60 กรัม = 1/ 4 ถ้วย
    ไข่ไก่ 60 กรัม = 1 ฟอง
    น้ำ 225 กรัม = 1 ถ้วย
    เนยสด 50 กรัม = 1/ 4 ถ้วย

    ส่วนผสม พิซซาซอส (Pizza Sauce)

    มะเขือเทศหั่นเล็ก ๆ 500 กรัม = 2 ถ้วย
    หอมใหญ่ 125 กรัม = 3/ 4 ถ้วย
    กระเทียมสับ 8 กรัม = 1 ช้อนชา
    เนย 25 กรัม = 2 ช้อนโต๊ะ
    ซอสมะเขือเทศชนิดเข้มข้น 100 กรัม = 1/ 2 ถ้วย
    น้ำตาลทราย 10 กรัม = 1 + 1/ 2 ช้อนโต๊ะ
    เกลือ 5 กรัม = 1/ 2 ช้อนโต๊ะ
    ออริกาโนชนิดเกล็ด 2 กรัม = 1 ช้อนชา (ถ้าชอบเผ็ด ให้เพิ่ม ซอสพริก 25 กรัม = 2 ช้อนโต๊ะ)

    ส่วนผสมสำหรับแต่งหน้า (Topping)

    แฮมหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 150 กรัม = 1 ถ้วย
    หอมใหญ่หั่นเป็นแว่น ๆ 200 กรัม = 1 + 1/ 4 ถ้วย
    เห็ดฟางลวก 150 กรัม = 1 ถ้วย
    พริกหวานหั่นเป็นแว่น 100 กรัม = 1/ 2 ถ้วย
    ออริกาโนชนิดเกล็ด (Oregano Flake)
    มอสซาเรลลาชีสขูดฝอย (Mozzarella Cheese) มากน้อยตามชอบ
    พาเมซานชีส (Parmesan Cheese) สำหรับโรยหน้า

    ตัวแป้งพิซซา (Crust) แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ แบบหนานุ่ม (Soft Crust) และ แบบบางกรอบ (Crispier Crust) แป้งทั้งสองอย่างนี้มีวิธีการทำเหมือนกับการทำขนมปัง คือมีส่วนผสมของ แป้ง ยีสต์ น้ำ นม เกลือ โดยเมื่อทำการชั่งหรือตวงส่วนผสมตามสูตรที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ก็นำส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นเนยหรือไขมัน นำมานวดจนส่วนผสมเข้ากันดีก่อน จึงใส่เนย แล้วนวดต่อจนส่วนผสมมีลักษณะเนียน (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)

    ต่อจากนี้ ถ้าเป็นตำรับอิตาเลียน เขาจะปั้นแป้งที่นวดได้ที่แล้วเป็นก้อนกลม ๆ นำไปใส่ในกะละมังที่ทาด้วยน้ำมันมะกอกบาง ๆ ทาผิวหน้าของแป้งด้วยน้ำมันมะกอก (ไม่ต้องมาก) ให้ทั่ว เอาผ้าคลุมกะละมังแล้วนำไปไว้ในที่อุ่น ๆ ทิ้งไว้จนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า (ประมาณ 2 ชั่วโมง) นำแป้งที่ขึ้นได้ที่มานวดอีกครั้ง และพักแป้งไว้อีกประมาณ 40 นาที จากนั้นจึงนำมาคลึงด้วยไม้นวดแป้งให้เป็นแผ่นกลม ถ้าชอบแป้งแบบหนานุ่มก็คลึงแป้งให้หนาประมาณ 1/ 2 นิ้ว แต่ถ้าชอบแบบบางกรอบก็ให้คลึงแป้งหนาประมาณ 1/ 4 นิ้ว แล้วโรยหน้าด้วยชีสบาง ๆ ตามด้วยพิซซาซอส โรยชีสทับลงไปอีก จากนั้นก็นำเครื่องปรุงสำหรับหน้าที่เตรียมไว้มาโรย มากน้อยตามชอบ แล้วนำไปวางในถาดสำหรับพิซซาที่เขาเรียกกันว่า Pizza Baking Stone หรือ Clay Tile แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟ 375 – 400 F ใช้เวลา 10 นาทีสำหรับพิซซาแบบบาง และ 15 – 30 สำหรับพิซซาแบบหนา พออบได้ที่เขาก็จะยกออกมา โปรยด้วยพาเมซานชีสหยิบมือหนึ่ง ก็ยกไปเสิร์ฟได้

    แต่ถ้าเป็นพิซซาแบบที่บ้านเรานิยมทำกัน พอนวดแป้งได้ที่แล้ว จะต้องนำแป้งมาตัดเป็นก้อน ๆ ละ 100 – 120 กรัม แล้วพักแป้งไว้อีก 10 นาที เพื่อให้แป้งคลายตัว จากนั้นจึงนำแป้งที่ได้มาคลึงให้เป็นแผ่นกลม จะให้หนาหรือบางตามแต่ชอบ แล้วนำไปวางในถาดพิซซาหรือถาดพายที่ทาเนยขาวไว้แล้ว ใช้มือแต่งแป้งให้เรียบทั่วพิมพ์ ส่วนขอบแป้งกดให้เป็นขอบสูงขึ้นมาเล็กน้อย พักแป้งไว้ประมาณ 25 – 30 นาที จึงนำไปอบที่อุณหภูมิ 375 F ประมาณ 15 – 20 นาที หรือพอแป้งสุก จึงนำออกมาพักไว้ เวลาจะรับประทานก็เพียงแต่นำพิซซาซอสมาทาบนแผ่นแป้งที่อบไว้แล้ว โรยหน้าด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ อาจจะเป็นแฮม ไส้กรอก ซาลามี่ เปปเปอโรนี มะกอกดอง ถั่วลันเตา เห็ด สับปะรด พริกหวาน ฯลฯ เลือกเอามากน้อยตามใจชอบ โรยทับด้วยมอสซาเรลลาชีส นำเข้าอบไฟ 400 F จนชีสละลาย จึงนำออกจากเตาอบแล้วเสิร์ฟร้อน ๆ

    ในการทำซอสนั้น ถ้าต้องการให้พิซซาซอสมีรสชาติดี ควรใช้ทั้งมะเขือเทศสด ที่นำมาลวกน้ำร้อน 10 วินาที ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น แล้วลอกเปลือกออก ใช้แต่เนื้อ (คนอิตาเลียนชอบใช้มะเขือเทศกระป๋องมากกว่า เขาบอกว่า ทั้งสะดวกและมีรสชาติเข้มข้นกว่ามะเขือเทศสด) และซอสมะเขือเทศเข้มข้น อย่างที่เป็นกระป๋อง (Tomato Paste) ถ้าชอบรสเผ็ด อาจเติมซอสพริกได้ เมื่อเตรียมส่วนผสมสำหรับซอสเสร็จแล้ว ให้เจียวกระเทียมสับกับเนย แล้วใส่หอมใหญ่ลงไปผัดพอเข้ากัน เติมมะเขือเทศผัดต่อจนนิ่ม เติมซอสมะเขือเทศ ซอสพริก (ถ้าชอบเผ็ด) ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และ ออริกาโนชนิดเกล็ด (Oregano Flake)

  • สูตรซุปหอยลาย ซุปข้นรสชาตินุ่มนวลแสนอร่อย

    สูตรซุปหอยลาย ซุปข้นรสชาตินุ่มนวลแสนอร่อย

    สูตรซุปหอยลาย

    หอยลายสด 1.5 กิโลกรัม
    น้ำ 1 ถ้วย
    น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
    เบคอนสับหยาบ ๆ 125 กรัม
    หัวหอมใหญ่สับ 1 หัว
    มันฝรั่งปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 500 กรัม
    น้ำสต๊อกปลา 1 + 1/ 4 ถ้วย
    นม 2 ถ้วย
    ครีม 1 / 2 ถ้วย
    เกลือป่นและพริกไทยป่น

    นำหอยลายมาล้างให้สะอาด หลังจากนั้นนำใส่ลงในหม้อหรือกระทะใบโต เติมน้ำลงไป ปิดฝา ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ราว 5 นาที หรือจนกระทั่งเปลือกหอยมันอ้าออก จึงยกลง เทน้ำออก(เก็บน้ำเอาไว้) แล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อหอยลายมาสับหยาบ ๆ

    จากนั้นใส่น้ำมันลงในกระทะ แล้วยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อนก็ใส่เบคอน และหอมใหญ่ลงไป ผัดผัดคนคนจนกระทั่งเบคอนกรอบดีและหัวหอมสุกนุ่ม จึงใส่มันฝรั่ง คนให้เข้ากัน

    นำน้ำลวกหอยลายที่เราเก็บไว้มาตวงให้ได้ 1/ 4 ถ้วย (ถ้าไม่พอให้ใช้น้ำเติมจนได้ส่วน) จากนั้นใส่ลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำสต๊อก และนม ต้มให้พอเดือดแต่อย่าให้เดือดพล่าน ซุปจะแตกมันไม่อร่อย พอเดือดแล้วเราก็ลดไฟลง ปิดฝาเคี่ยวไฟอ่อน ๆ สัก 20 นาที หรือจนกระทั่งมันฝรั่งสุกนุ่ม จึงเติมครีม และเนื้อหอยลายที่สับไว้ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย(ใช้พริกไทยดำป่นจะอร่อยเด็ดกว่า) แล้วคนให้เข้ากัน พอร้อนทั่วกันแล้ว ก็ยกลง ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟร้อน ๆ

    ซุปหอยลาย (Clam Chowder Soup) เป็นซุปข้นแบบที่เราเรียกว่า Bisques ซุปชนิดนี้นิยมใช้อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ 2 อย่างมาผสมกัน ผัดแล้วอาจจะบดให้ละเอียด จากนั้นจึงใส่ครีมหรือใส่นมข้นจืด

    วิธีทำ

    น้ำสต๊อกปลา (Fish Stock) เริ่มจากนำเนย 15 กรัมมาละลายในกระทะใบโต ๆ หลังจากนั้นก็ใส่หัวหอมใหญ่สับละเอียด 2 หัวกลาง ๆ ใช้ไฟอ่อน ๆ ผัดประมาณ 10 นาที จนกระทั่งหัวหอมสุกใส ระวังอย่าให้ไหม้นะคะ จากนั้นเราก็เติมน้ำ 2 ลิตรลงไป พอน้ำเดือด ต้องให้เดือดจริง ๆ ไม่งั้นจะเหม็นคาวมาก พอน้ำเดือดแล้วเราก็ใส่กระดูก , หัว และ หางปลา (เลือกใช้ปลาที่มีเนื้อสีขาว จะดีกว่า) น้ำหนักรวมกัน 1.5 กิโลกรัม ใส่พริกไทยเม็ด 10 – 20 เม็ด (ไม่ต้องบด) แล้วตามด้วย Bouquet Garni 1 ห่อ (ประกอบด้วยใบ Parsley, ใบ Thyme [จะใช้แบบสดหรือแบบแห้งก็ได้ แต่แบบสดจะได้กลิ่นหอมดีกว่า] แล้วก็ ใบกระวานแห้ง (Dried Bay leaf) ) เคี่ยวไฟอ่อน ๆ โดยไม่ต้องปิดฝา ประมาณ 30 – 45 นาที หมั่นช้อนฟองทิ้ง จึงปิดไฟ ยกลงกรอง

  • สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่  วิธีทำไม่ยาก

    สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ วิธีทำไม่ยาก

    สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

    ส่วนผสม

    ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 200 กรัม

    เนื้อไก่หั่นชิ้นพอคำ 100 กรัม

    ปลาหมึกกรอบหั่นชิ้นพอคำ 1 /2 ถ้วย

    ไข่ไก่ 1 ฟอง

    ตังฉ่าย 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    ผักกาดหอม 1 ต้น ต้นหอม

    ผักชีหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืช

    ปาท่องโก๋ตัวเล็ก ๆ ทอดกรอบ

    วิธีทำ

    นำเนื้อไก่มาหมักด้วยซีอิ้วขาว 1 /2 ช้อนชา ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง พริกไทยป่นและน้ำมันงานิดหน่อย แช่ตู้เย็นไว้

    เวลาจะผัด ให้ต่อยไข่ใส่ชาม ตีพอเข้ากัน แล้วใส่น้ำมันลงในกะทะ ตั้งไฟแรง(มาก) ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว เนื้อไก่ ปลาหมึกกรอบ คั่วพอร้อนทั่ว ใส่ไข่ ตังฉ่าย ใส่ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย คั่วเร็ว ๆ ตักใส่ชามที่รองด้วยผักกาดหอม โรยพริกไทยป่น ต้นหอม ผักชี รับประทานกับปาท่องโก๋ทอดกรอบ

    สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรผักเยอะ

    ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

    ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1/2 กิโลกรัม
    เนื้อไก่หั่น 1/2 ถ้วยตวง
    แครอทหั่นเป็นเส้นยาว ๆ 1/4 ถ้วยตวง
    กะหล่ำดอกหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
    เห็ดฟางผ่าครึ่งดอก 1/2 ถ้วย
    ข้าวโพดอ่อน 5-6 ฝัก ไข่ไก่ 2 ฟอง
    กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
    พริกดองน้ำส้ม
    ผักกาดหอม 1 ต้น

    วิธีทำ
    ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมสับผัดพอเหลือง ใส่เนื้อไก่ แครอท ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ พอสุกใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ซอสปรุงรสต่อยไข่ใส่เคล้ากับเส้นและผัก ไข่สุก โรยพริกไทยป่น ตักใส่จาน รองด้วยผักกาดหอมรับประทานกับน้ำส้มพริกดอง

  • แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้ ทำง่ายๆ มีประโยชน์

    แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้ ทำง่ายๆ มีประโยชน์

    แกงจืดกะหล่ำปลียัดไส้

    วิธีทำ เลือกกะหล่ำปลีหัวโต ๆ นำมาลอกออกเป็นกาบ ๆ แล้วล้างให้สะอาด นำไปลวกน้ำร้อนใส่เกลือเล็กน้อย ลวกให้ผักนิ่มแต่ไม่เปื่อย แล้วตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นทันที ผักจะมีสีเขียวสด จากนั้นก็ใช้มีดฝานเอาแต่เฉพาะส่วนที่เป็นใบ (ก้านไม่เอา) พยายามตัดให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมอย่าให้ขาดจากกัน แล้วนำใบกะหล่ำปลีที่เตรีมไว้มาห่อไส้หมูสับ ใช้หมูติดมันเล็กน้อยสับละเอียดปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว พริกไทย กระเทียมสับ วิธีการห่อทำโดยวางใบกะหล่ำที่ตัดแล้วลงบนถาด ตักไส้ใส่ตามยาว ม้วนพับหัวพับท้าย แล้วใช้ดอกไม้จีนแช่น้ำแล้ว มาผูกให้แน่น จากนั้นนำน้ำซุปใส่หม้อ นำไปตั้งไฟพอเดือด แล้วใส่ใบกะหล่ำปลีที่เราห่อไส้เรียบร้อยแล้วลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ้วขาว พริกไทย ตามใจชอบ ต้มพอให้หมูสุก ก็ปิดไฟ ตักใส่ชามโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว

  • สูตรกุ้งอบวุ้นเส้น วิธีทำง่ายๆ ทำขายหรือทำกินเองก็ได้

    สูตรกุ้งอบวุ้นเส้น วิธีทำง่ายๆ ทำขายหรือทำกินเองก็ได้

    สูตรกุ้งอบวุ้นเส้น

    ส่วนผสม

    กุ้งใหญ่ หรือ กุ้งชีแฮ้ 300 กรัม

    วุ้นเส้น 1 กำเล็ก

    กระเทียมปอกเปลือก 6 กลีบ

    รากผักชีแก่ ๆ 5 – 6 ราก

    ผักชีเด็ดเป็นช่อ ๆ พอประมาณ

    ต้นหอมหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ 1 ต้น

    ขิงแก่ 1 แง่งหั่นเป็นแว่นบาง ๆ

    มันหมูหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 1 /4 ถ้วย

    พริกหอม (ซวงเจี่ย) 1 ช้อนชา

    พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

    น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำซุป 1/ 4 ถ้วย

    วิธีทำ

    ขั้นแรกให้ผสมน้ำปรุงรสสำหรับใช้ราดบนกุ้ง โดยผสมน้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซีอิ้วขาว และ น้ำซุปเข้าด้วยกัน จากนั้น จึงหันมาทำความสะอาดกุ้ง โดยปอกเปลือกกุ้งพร้อมใช้มีดผ่ากลางตัวเอาไส้ดำออก

    นำหม้อดินหรือหม้อที่จะใช้อบมาล้างนำให้สะอาด แล้วเรียงก้นหม้อด้วยมันหมูแข็ง รากผักชี กระเทียม พริกไทย ขิงแก่ ตามด้วยวุ้นเส้น โรยพริกหอม ใส่น้ำปรุงรสลงไปครึ่งหนึ่ง จากนั้นวางกุ้งทับบนวุ้นเส้น แล้วเทน้ำปรุงรสที่เหลือลงไป ปิดฝาแล้วนำหม้อไปตั้งไฟแรง ๆ สัก 5 – 8 นาที ก็สุก ยกลงมาโรยด้วยต้นหอมผักชี เสิร์ฟร้อน ๆ อาจจะรับประทานกับน้ำปลามะนาวพริกขี้หนู หรือซอสเปรี้ยว (จิ๊กโฉ่ว) ก็ได้

  • สูตรทำเสต๊ก ทีโบนเสต็กราดซอสเห็ด

    สูตรทำเสต๊ก ทีโบนเสต็กราดซอสเห็ด

    สูตรทำเสต๊ก ทีโบนเสต็กราดซอสเห็ด

    เนื้อทีโบนขนาด 250 – 300 กรัม 1 ชิ้น นำไปหมักด้วยวูสเตอร์ซอส ซอสปรุงรส ยี่หร่าคั่วป่น พริกป่น เกลือและน้ำมันมะกอก นาน 4 ชั่วโมง

    เห็ดฟางสด 1 ถ้วย ล้างให้สะอาดแล้วซอยบาง ๆ นำไปผัดกับเนยและน้ำมันพืชนาน 5 นาที แล้วพักไว้

    หัวหอมแดงสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ ผัดกับเนยและน้ำมันพืชเช่นเดียวกัน ผัดนานประมาณ 3 นาที แล้วตักขึ้นพักไว้

    น้ำซุปเนื้อ 1 / 2 ถ้วย

    ซอสมะเขือเทศชนิดเข้มข้น (tomato paste) 1 ช้อนโต๊ะ

    แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

    Marderia Cooking Wine หรือไวน์แดงอื่น ๆ 1 / 4 ถ้วย

    วิธีทำ
    นำกะทะตั้งไฟใส่เนยผสมน้ำมันมะกอกอย่างละนิดหน่อยตั้งไฟให้ร้อนจัด แล้ววางเนื้อทีโบนลงไปนาบกับกระทะกะให้เหลือง แล้วจึงพลิกกลับอีกด้านหนึ่ง ทอดอย่าให้เนื้อสุกมากเกินไป (ระวังอย่าพลิกเนื้อกลับไปกลับมา จะทำให้เนื้อคาว) เมื่อสุกได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็ให้ตักขึ้นใส่จานพักไว้ ใช้แผ่น Foil คลุมไว้เพื่อรักษาความร้อนของเนื้อเอาไว้

    แล้วนำกระทะใบที่ใช้ทอดสเต็ก ตั้งไฟใหม่ เติมน้ำซุปเนื้อลงไป ตามด้วยซอสมะเขือเทศ คนให้เข้ากัน แล้วลดไฟลง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนเหลือส่วนผสมเพียงแค่ 1 / 4 ถ้วย จึงละลายแป้งข้าวโพดในไวน์แดง แล้วเติมส่วนผสมแป้งลงในส่วนผสมซอสที่ตั้งอยู่บนเตา เปิดไฟแรงและคนเร็ว ๆ เพื่อให้แอลกอฮอลล์ระเหยให้หมดและส่วนผสมข้น จึงเติมเห็ดและหัวหอมแดงที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันดี แล้วนำไปราดบนเนื้อที่ทอดไว้ ตกแต่งด้วยช่อ Parsley

    อย่าลืมรับประทานสลัดผัก มันฝรั่งอบ ผักต้มผัดเนย ขนมปัง เป็นเครื่องเคียงของ Steak นะคะ

  • สูตรทอดมันปลากราย ทำขายก็ได้ไม่ยาก

    สูตรทอดมันปลากราย ทำขายก็ได้ไม่ยาก

    สูตรทอดมันปลากราย

    ส่วนผสม

    เนื้อปลากรายขูด 300 กรัม

    น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ

    ใบกะเพรา 1 ถ้วยตวง

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันสำหรับทอด

    วิธีทำ

    1. ผสมเนื้อปลากรายขูดกับน้ำพริกแกงเผ็ดให้เข้ากัน นวดจนเหนียว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย นวดให้เหนียวอีกครั้ง ใส่ใบกะเพราะ

    2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน นำทอดมันลงทอดเป็นชิ้นๆจนสุกเหลือง รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม

    สูตรทำน้ำจิ้ม

    น้ำจิ้มหวานหรือน้ำจิ้มไก่ 1/2 ถ้วยตวง

    แตงกวาซอยบางๆ 2 ลูก

    ถั่วลิสงป่น 2 ช้อนโต๊ะ

    พริกสดตำละเอียด  1 ช้อนชา

    – นำน้ำจิ้มหวานใส่ถ้วย ใส่พริกสด แตงกวา ถั่วลิสง

  • สูตรเฝอเนื้อ เส้นนุ่ม ซุปอร่อย

    สูตรเฝอเนื้อ เส้นนุ่ม ซุปอร่อย

    สูตรเฝอนื้อ

    เฝอ (PHO) ในภาษาเวียดนาม แปลว่า “ก๋วยเตี๋ยว” มีทั้งเฝอเนื้อ เฝอหมูยอ ตามปกติแล้วเฝอจะใช้แต่ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กเท่านั้น เนื้อที่นำมาใช้ก็จะนิยมใช้เนื้อสันในและเนื้อเอ็นแก้ว ถ้าเป็นเฝอหมูยอ จะนิยมใช้หมูยอแบบที่เรียกว่า “หมูยอหนัง” จึงจะอร่อย เครื่องเคียงของเฝอ ก็จะมีกะปิ (ควรใช้กะปิกุ้ง) ผักสดต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ใบโหระพา มะนาว และพริกขี้หนูลาวคั่วทั้งก้าน ส่วนน้ำซุปของเฝอนั้น นิยมใช้น้ำซุปที่ต้มจากกระดูกหมูส่วนขา ที่เรียกว่า คาตั๊ง หรือ ขาตั้ง และกระดูกสันหลัง (เอียวเล้ง) นำมาต้มกับเครื่องเทศต่าง ๆ เพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติด้วยกระเทียมและหอมหัวใหญ่ทั้งหัว ที่ขาดไม่ได้คือ น้ำตาลกรวด ซึ่งจะช่วยให้น้ำซุปหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น เวลาต้มซุปจะต้องหมั่นช้อนฟองออกทิ้งเพื่อให้ได้น้ำซุปที่ใส

    ส่วนผสม

    ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก 300 กรัม

    เนื้อสันในที่ต้มเปื่อยแล้วหั่นชิ้นพอคำ

    เนื้อเอ็นแก้วที่ต้มเปื่อยแล้วหั่นชิ้นพอคำ

    หมูยอหนังลวกแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ

    ลูกชิ้นเนื้อลวกแล้ว

    ต้นหอม+ผักชีซอย+คื่นช่ายซอย 1/ 4 ถ้วย (ถ้าจะให้หอมมากยิ่งขึ้นให้ใส่ผักชีฝรั่ง(ใบแบน ๆ ) ลงไปซอยด้วยกัน)

    หัวหอมใหญ่ซอยบาง ๆ 1 หัว

    กระเทียมเจียวปนกากหมู

    โหระพา ผักกาดหอม สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง(ใบแบนๆ ) พริกขี้หนูลาวคั่วทั้งก้าน มะนาว กะปิกุ้ง

    วิธีทำ

    ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ใส่ชาม (ถ้าชอบใส่ถั่วงอก ก็ใส่ได้) ใส่เนื้อสันใน เนื้อเอ็นแก้ว ลูกชิ้นและหมูยอลงใน เติมน้ำซุป โรยด้วยกระเทียมเจียว พริกไทยป่น หอมใหญ่ซอย และ ต้นหอมผักชี เสิร์ฟพร้อมกับผักสด มะนาวผ่าซีก พริกขี้หนูลาวคั่ว และกะปิ

    ส่วนผสมน้ำซุป

    น้ำ 12 ถ้วย

    กระดูกขาตั้ง 2 ชิ้น

    กระดูกเอียวเล้ง 1 /2 กิโลกรัม

    เนื้อสันใน 200 กรัม

    เนื้อเอ็นแก้ว 200 กรัม

    อบเชยคั่ว 2 ชิ้น

    ข่าหั่นเป็นแว่น 9 แว่น

    ตะไคร้หั่นท่อนบุบพอแตก 3 ต้น

    โป๊ยกั๊กคั่ว 2 ชิ้น

    น้ำตาลกรวด 1 ช้อนโต๊ะ

    กระเทียมทุบ 1 หัว

    พริกไทยบุบ 10 เม็ด

    รากผักชีบุบ 3 ราก

    ต้นหอม 4 ต้น

    หอมหัวใหญ่ 3 หัว (ปอกเปลือกแล้วใช้ทั้งหัว)

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่กระดูกขาตั้งและกระดูกเอียวเล้งลงไป ใส่เนื้อสันในและเนื้อเอ็นแก้ว ยกขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่อบเชยคั่ว ข่า ตะไคร้ โป๊ยกั๊กคั่ว กระเทียม พริกไทย ห่อรวมกันในผ้าขาวบาง ใส่รากผักชีบุบมัดรวมกับต้นหอม หอมหัวใหญ่ ปรุงรสด้วยเกลือป่น ซีอิ้วขาว น้ำตาลกรวด ตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่ม ขณะเคี่ยวต้องหมั่นช้อนฟองทิ้ง

    เฝอมีแต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำเท่านั้น ถ้าจะกินเฝอแบบคนเวียดนามนั้น ต้องตักกะปิใส่ถ้วยเล็ก ๆ บีบมะนาวใส่สักหน่อย บี้กะปิให้แตก เวลากินก็เอาพริกขี้หนูลาวคั่วจิ้มกะปิ กัดเป็นคำ ๆ ตามด้วยก๋วยเตี๋ยวคำ ผักสดคำ เท่านี้ก็อร่อยเด็ดแล้วค่ะ

  • สูตรน้ำพริกแกงส้ม ตำเองได้ไม่ต้องซื้อ

    สูตรน้ำพริกแกงส้ม ตำเองได้ไม่ต้องซื้อ

    สูตรน้ำพริกแกงส้ม

    น้ำพริกแกงส้มพริกสด

    ส่วนผสม

    พริกเหลือง 50 กรัม

    หอมแดง 50 กรัม

    ข่า 1 ช้อนชา

    เกลือ 1 ช้อนชา

    กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    โขลกส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียด

    ลักษณะที่ดี  ค่อนข้างละเอียด สีเหลืองของพริกหอมแบบเผ็ด

    น้ำพริกแกงส้มพริกแห้ง

    ส่วนผสม

    พริกแห้ง 15 กรัม

    หอมแดง 50 กรัม

    ข่า 7 ช้อนชา

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    โขลกส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียด

    ลักษณะที่ดี เนื้อละเอียดสีแดงออกส้ม ค่อนข้างแฉะ กลิ่นหอม ถ้าชอบกระชายให้ใส่กระชายลงไปด้วย 1 ช้อนชา