Author: admin

  • วิธีทำครอกเก้ กรอบๆ เด็กๆ ชอบทาน

    วิธีทำครอกเก้ กรอบๆ เด็กๆ ชอบทาน

    วิธีทำครอกเก้

    เนื้อไก่บด 1 ถ้วย
    ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง
    ถั่วฝักยาวซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    แครอทสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด 2 หัว
    รากผักชี+กระเทียม+พริกไทยโขลก 1 ช้อนชา
    เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
    แป้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วย
    เกล็ดขนมปังป่น 1/2 ถ้วย
    น้ำมันพืชสำหรับทอด

    1. ผสมเนื้อไก่ ถั่วฝักยาว แครอท เครื่องที่โขลก เกลือ เข้าด้วยกัน ปั้นเป็นก้อนรี ๆ ทำจนหมด

    2. แบ่งมันฝรั่งให้เท่ากับก้อนเนื้อไก่ แล้วนำมันฝรั่งหุ้มเนื้อไก่ให้มิด คลุกด้วยแป้งทอดกรอบให้ทั่ว

    3. ชุบไข่ และคลุกเกล็ดขนมปัง นำไปทอดให้เหลือง เนื้อไก่สุก ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานรับประทานกับซอสมะเขือเทศ

  • สูตรราดหน้าหมูหมัก ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

    สูตรราดหน้าหมูหมัก ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

    สูตรราดหน้าหมูหมัก

    ส่วนผสม ราดหน้าหมูหมัก

    น้ำมันพืช  3 ช้อนโต๊ะ

    ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 200 กรัม

    ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา

    คะน้าต้นใหญ่ปอกโคนแข็งออกหั่นชิ้น ใบหั่นท่อน 4 ต้น

    เต้าเจี้ยวดำ 1 ช้อนชา

    น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 1 1/2 ถ้วย

    ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

    แป้งมันฮ่องกงหรือแป้งมัน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

    พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

    เครื่องปรุงมี น้ำส้มพริกดอง พริกป่น น้ำปลา และน้ำตาลทราย

    สูตรหมูหมัก

    เนื้อหมูส่วนสะโพกหั่นชิ้นพอคำ 150 กรัม

    แป้งมัน 2 ช้อนชา

    น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

    ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

    วิธีทำ ราดหน้าหมูหมัก

    1. ทำหมูหมักโดยเคล้าเนื้อหมู แป้งมัน น้ำมันหอย ซอสปรุงรส และน้ำตาลเข้าด้วยกันในชาม หมักนาน 30 นาที

    2. ตั้งกระทะไฟแรงจนร้อนจัดใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ กลอกให้ทั่วกระทะ ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงผัดให้เส้นไหม้เกรียมและพองกรอบ ใส่ซีอิ๊วดำ ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ตักใส่จาน พักไว้

    3. ตั้งกระทะน้ำมันที่เหลือบนไฟกลางจนร้อน ใส่เนื้อหมูหมัก ผัดพอสุก ใส่คะน้า ผัดให้ทั่ว ใส่เต้าเจี้ยวดำ เติมน้ำหรือน้ำสต๊อกหมู ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาล พอเดือดละลายแป้งมันกับน้ำ 3 ช้อนโต๊ะเทลงกระทะ คนพอแป้งสุกข้น ปิดไฟ

    4. ตักเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ผัดใส่จาน ราดด้วยน้ำราดหน้า โรยพริกไทยป่น เสิร์ฟร้อนๆกับเครื่องปรุงรส

  • สูตรไก่ทอดหาดใหญ่ วิธีทำขายง่ายๆ กำไรดี

    สูตรไก่ทอดหาดใหญ่ วิธีทำขายง่ายๆ กำไรดี

    สูตรไก่ทอดหาดใหญ่

    ส่วนผสม

    อกไก่หรือสะโพกไก่ล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 10 ชิ้น

    พริกไทย 2 ช้อนชา

    ซีอิ้วขาว 1/ 4 ถ้วย

    น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืชสำหรับทอด

    หอมเจียว

    วิธีทำ ไก่ทอดหาดใหญ่

    1. เคล้าอกไก่ สะโพกไก่ กับพริกไทย ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ให้ทั่วกัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

    2. นำไก่ที่หมักเสร็จเรียบร้อยแล้วลงทอดในน้ำมันร้อนจัด ไฟปากกลาง ให้สุกเหลือง หนังกรอบทั่วกัน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน โรยด้วยหอมเจียว เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมน้ำจิ้มและข้าวเหนียว

    วิธีทำน้ำจิ้มไก่

    1. โขลกรากผักชีหั่นหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ กับพริกป่น 1/ 4 ถ้วย ให้เข้ากันดี

    2. จากนั้นผสมน้ำปลา 1/ 4 ถ้วย ซีอิ้วหวาน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/ 4 ถ้วย และน้ำส้มสายชู 1/ 4 ถ้วย ลงในหม้อเคลือบ ยกขึ้นตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย ยกลงพักไว้ให้อุ่น จึงใส่เครื่องที่โขลกไว้ในข้อ 1 คนให้เข้ากัน

  • สูตรกระทงทอง ของว่างที่หาทานได้ไม่ง่าย

    สูตรกระทงทอง ของว่างที่หาทานได้ไม่ง่าย

    สูตรกระทงทอง สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้งกระทงทอง

    แป้งสาลี 1 ถ้วย

    แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

    น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    น้ำปูนใส 1 + 1/ 2 ถ้วย

    น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันสำหรับทอด

    วิธีทำ

    ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน แล้วร่อน จากนั้นเติมส่วนผสมที่เหลือลงไป ใช้ตะกร้อมือคนหรือใช้มือขยำจนกระทั่งแป้งไม่เป็นเม็ด แล้วกรองด้วยกระชอน จากนั้นเทน้ำมันใส่กระทะก้นลึกหรือหม้อ กะให้พอท่วมพิมพ์ ตั้งไฟกลาง รอไว้ให้น้ำมันร้อนจัด ๆ นำพิมพ์ไปจุ่มในน้ำมัน จนพิมพ์ร้อนดี ยกพิมพ์ขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันออก จากนั้นนำจุ่มพิมพ์พอติดแป้งแต่ภายนอก แล้วยกมาจุ่มในน้ำมัน พอแป้งเริ่มอยู่ตัว ให้กดก้นพิมพ์ลงก้นหม้อ จะทำให้ก้นกระทงทองแบนดี แล้วยกขึ้นมาทอดจนเหลือง แป้งจะหลุดออกจากพิมพ์เอง ช้อนขึ้นในใส่กระดาษซับน้ำมัน รอให้เย็นจึงนำไปใส่ไส้ตามใจชอบ

    สูตรกระทงทอง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้งกระทงทอง

    แป้งสาลี 1 /2 ถ้วย

    แป้งข้าวเจ้า 1 /2 ถ้วย

    กะทิ 1/ 4 ถ้วย

    ไข่ไก่ 1 /2 ฟอง

    เกลือป่น 1 /4 ช้อนชา

    น้ำปูนใส 1/ 4 ถ้วย

    น้ำ 1/ 2 ถ้วย

    และน้ำมันสำหรับทอด

    วิธีทำ ผสมแป้งทั้งสองชนิดและเกลือเข้าด้วยกัน แล้วร่อน จากนั้นต่อยใส่ไข่ แล้วค่อย ๆ เติมกะทิ นวดให้เข้ากันจนหมดกะทิ ใส่น้ำ น้ำปูนใส คนให้ทั่ว แล้วกรองด้วยกระชอน แล้วนำพิมพ์มาชุบแป้งที่ทำเสร็จแล้ว จากนั้นนำไปทอด ตามวิธีที่บอกไว้ในสูตร 1

    วิธีทำไส้เจ แช่โปรตีนเกษตร 1 ถ้วยในน้ำเปล่าจนนิ่ม แล้วนำมาสับหรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำแครอท และมันฝรั่งที่หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ อย่างละ 1/ 2 ถ้วยมาลวก และถั่วฝักยาวหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ อีก 1 /2 ถ้วย ก็นำมาลวกเหมือนกัน แล้วนำแช่ในน้ำเย็นจัด ๆ ทันที จากนั้นสงขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นเทน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะใส่กระทะนำไปตั้งไฟพอร้อน เทโปรตีนเกษตรลงไปผัด ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว 1+ 1/ 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำหวาน 1/ 2 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ผัดจนโปรตีนเกษตรสุกดี แล้วยีให้กระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ผักทั้งหมดที่ลวกไว้แล้วลงไป ผัดให้เข้ากันดี ปิดไฟ ยกลง ทิ้งไว้พอเย็นจึงตักใส่กระทงทอง

    วิธีทำไส้เมี่ยงไก่ ใช้เนื้ออกไก่นึ่งสุก 1 ชิ้นนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วคลุกกับข่าโขลก 1 ช้อนชาพอทั่ว ใส่เกลือ 1/ 2 ช้อนชา น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วตักเนื้อไก่ที่ปรุงรสเสร็จแล้วใส่ลงในกระทงทองที่เตรียมไว้ แล้วจึงใส่ส้มซ่าหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ (ใช้ 1 ลูก) กระเทียมดองหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ใช้ 3 หัว) หอมแดงหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ (1 /4 ถ้วย) ขิงอ่อนหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก (1 /4 ถ้วย ) ถั่วลิสงคั่ว (1/2 ถ้วย) ข้างบนไส้ แล้วโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย (1 เม็ด)

    เคล็ดลับในการทำกระทงทอง

    ในการทำกระทงทอง มีเคล็ดลับอยู่นิดหน่อย คือ ก่อนที่จะเอาพิมพ์มาชุบกับส่วนผสมแป้งนั้น จะต้องแช่พิมพ์ในน้ำมันที่ร้อนจัด จนพิมพ์ร้อนดีเสียก่อน แล้วจึงนำพิมพ์ขึ้นมาวางบนกระดาษซับน้ำมันให้น้ำมันที่ติดอยู่ตรงก้นพิมพ์ ออกไปเสียบ้าง ก่อนจะนำพิมพ์ไปจุ่มในส่วนผสมแป้ง แป้งจึงจะติดดี ทุกครั้งที่มีการจุ่มพิมพ์ลงในแป้ง จะต้องคนแป้งก่อน และเวลาที่เอาพิมพ์ลงไปจุ่มกับส่วนผสมแป้ง จะต้องจุ่มเพียงแค่ให้แป้งติดแค่รอบนอกของพิมพ์เท่านั้น อย่าให้แป้งตกเข้าไปข้างในพิมพ์ แล้วจึงนำไปทอด พอแป้งอยู่ตัวดีแล้ว ให้กดก้นพิมพ์ลงกับกระทะสักครู่ วิธีนี้จะช่วยให้ก้นกระทงทองแบนตั้งได้ ส่วนไส้เราก็สามารถจะเลือกดัดแปลงได้หลายอย่างตามแต่จะชอบ อาจจะเป็นไส้ไก่กับครีมขาว ไส้ลาบหมู ไส้เขียวหวานผัดแห้ง ไส้ผัดขี้เมา ฯลฯ

  • สูตรซุปเห็ดข้น ครีมนุ่มนวล หอม อร่อยถูกปาก

    สูตรซุปเห็ดข้น ครีมนุ่มนวล หอม อร่อยถูกปาก

    สูตรซุปเห้ดข้น (Cream of Mushroom Soup)

    ส่วนผสม

    เห็ดสด 400 กรัม

    เนย 60 กรัม

    น้ำสต๊อกไก่ 4 ถ้วย

    กระเทียมสับละเอียด 3 กลีบ

    ครีม 1 ถ้วย

    แป้งสาลี 1/ 4 ถ้วย

    เกลือ และ พริกไทยป่น สำหรับปรุงรส

    วิธีทำ

    เริ่มจากการทำความสะอาดเห็ด เอาเศษดินที่ติดมาออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำมาหั่นเป็นแว่นๆ หลังจากนั้นตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ละลายเนยลงไป ใส่กระเทียมสับ และเห็ดที่หั่นไว้ลงไป ผัดให้เข้ากันจนกระทั่งเห็ดสุกนิ่ม จึงเติมแป้งสาลีลงไปผัดเร็ว ๆ อย่าให้แป้งจับตัวเป็นก้อน ค่อย ๆ เติมน้ำสต๊อกลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝา เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำส่วนผสมที่ได้มาปั่นในเครื่องผสมอาหาร (Food Processor) ปั่นจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเนียน จึงเทใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ค่อย ๆ เติมครีมลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยป่น เมื่อส่วนผสมร้อนทั่วกันดีแล้ว จึงยกลง เสิร์ฟร้อน ๆ

  • สูตรต้มยำกุ้งน้ำใส วิธีทำต้มยำกุ้งให้อร่อยเด็ด

    สูตรต้มยำกุ้งน้ำใส วิธีทำต้มยำกุ้งให้อร่อยเด็ด

    สูตรต้มยำกุ้งน้ำใส

    ส่วนผสม

    กุ้งก้ามกราม 6 ตัว

    เห็ดฟางผ่าครึ่ง 200 กรัม

    ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ 1 ต้น

    พริกขี้หนูบุบพอแตก 5 – 10 เม็ด

    ใบมะกรูดฉีก 2 – 3 ใบ

    ตะไคร้หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ บุบพอแตก 1 ต้น

    ข่า 5 แว่น

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

    น้ำซุป 3 ถ้วย

    วิธีทำ

    1. ล้างกุ้งให้สะอาด ปอกเปลือกไว้หัวไว้หาง ผ่าหลังชักเส้นดำออก

    2. นำน้ำซุปใส่หม้อตั้งไฟพอเดือดใส่ ข่า ตะไคร้ เห็ดฟาง และกุ้ง ลงไป ใช้ไฟแรง ต้มพอเดือดและกุ้งสุก ใส่ใบมะกรูดแล้วยกลง

    3. ตักใส่ชามปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูบุบ โรยหน้าด้วยผักชี

    เคล็ดลับในการทำต้มยำกุ้ง

    ต้มยำรสเด็ดสูตรนี้ คือต้มยำแบบไม่ใส่นมสดและน้ำพริกเผา แล้วก็ต้องใส่พริกขี้หนูสวนก้านจิ๋ว ๆ ใส่ลงไปสักหยิบมือหนึ่ง ตามด้วยหัวหอมแดงและใบกระเพราเด็ดเป็นใบ ๆ เพิ่มเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มกลิ่น ด้วย และเวลาเราจะทำต้มยำนะคะ ขอแนะนำว่าอย่าปรุงรสให้เสร็จในหม้อ แต่ควรจะปรุงรสเป็นชาม ๆ ไป จะอร่อยกว่า และถ้าเกิดว่าเราทานไม่หมด พอเอามาอุ่นใหม่รสชาติจะได้ไม่เซ็งด้วย

  • 5 สูตรขนมจีบโบราณ มีหลายไส้ ทำกินง่ายทำขายก็ดี

    5 สูตรขนมจีบโบราณ มีหลายไส้ ทำกินง่ายทำขายก็ดี

    ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพ์ประพาย
    นึกน้องนุ่งจีบทวาย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

    1. สูตรขนมจีบไส้หมู หรือ ไส้ไก่ ไส้ปลา

    เครื่องปรุง

    แป้งข้าวจ้าวอย่างดี 3 ถ้วย แป้งท้าวยายม่อมบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ (สําหรับทํานวลเวลานั้นไม่ให้แป้งติดมือ)

    วิธีทำแป้ง

    1. นวดกับน้ำให้นุ่มเป็นก้อนกลม เจาะตรงกลางให้เป็นช่องโหว่

    2. เอาน้ำใส่กระทะทองยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดเกาก้อนแป้งลงต้ม เวลา 2 นาที ตักก้อนแป้งขึ้นจุ่มลงในชามน้ำเย็น ล้างเมือกแป้งออก เอาขึ้นมาบี้และนวดให้แป้งละเอียดเนียนรวมแบ่งเข้าเป็นก้อนกลม เจาะตรงกลางให้เป็นช่องโหว่ ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้งหนึ่งเวลา 3 นาที ตักขึ้นแล้วนวดเหมือนครั้งแรก

    3. เมื่อนวดแป้งละเอียดเนียนดีแล้ว ร่อนแป้งท้าวใส่ผสม ลงนวดต่อไปให้เข้าเนื้อกันดี แป้งเมื่อนวดได้ที่แล้วต้องห่อ ใบตองไว้อย่าให้ถูกลม

    เวลานวดแป้งถ้าร้อนเอามือชุบน้ำเย็นแล้วนวดต่อไป เพราะแป้งจําเป็นต้องนวด ทั้งร้อน ๆ ถ้าเป็นแป้งจะแข็ง นวดไม่ละเอียด

    เครื่องปรุงไส้หมูหรือไส้ไก่

    เนื้อหมู 1 ก.ก. หรือไก่ 1 ซีก

    หัวหอมหัวเล็ก 15 หัว

    ถั่วลิสงคั่ว ปั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    ผักชี 10 ราก

    เกลือ 1 ช้อนชา

    กระเทียม 5 กลีบ

    พริกไทย 10 เม็ด

    น้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำปลาดี

    น้ำตาลทราย

    วิธีทำ

    1. ล้างหมูหรือไก่แล่เอาแต่เนื้อ นั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ สับให้ละเอียด

    2. หัวหอมปอกเปลือกล้างน้ำ ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ หั่นให้ละเอียด รากผักชีหั่นให้ละเอียด โขลกรวมกันกับกระเทียม พริกไทย ละเอียดแล้ว ใส่เกลือโขลกรวมกันต่อไปให้เข้ากัน

    3. เอาน้ำมันหมูใส่กระทะยกขึ้นตั้งไฟ ใส่เครื่องที่โขลกไว้ผัดไปจนขึ้นกลิ่นหอม ใส่หัวหอมผัดต่อไปจนหัวหอมสุก ใส่เนื้อหมูหรือไก่ผัดต่อไป จนสุก ใส่ถั่วลิสง น้ำปลา น้ำตาล ผัดให้เข้ากันชิมรสดีแล้วยกลง

    เครื่องปรุงไส้ปลา

    ปลาช่อนขนาดกลาง 1 ตัว
    หัวหอมเล็ก 10 หัว
    ผักชี 20 ราก
    พริกไทย 15 เม็ด
    มะพร้าวขูด 1 ถ้วย ( คั้นได้น้ำกระทิ 1/2 ถ้วย)
    เกลือ 1 ช้อนชา
    น้ำปลาดี น้ำตาลทรายเล็กน้อย ใบตอง
    ถั่วลิสงป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. ปลาช่อนไม่ต้องขอดเกล็ด ผ่าท้องล้างไส้พุงออกล้างน้ำ ซ้อนใบตองหลาย ๆ ชั้น เอาห่อตามยาวตามรูปปลา ใส่เตาไฟเผาไปจนกระทั่งปลาสุก ลอกหนังออกให้หมดแกะเอาแต่เนื้อ (ลอกหนังปลาต้องทําร้อน ๆ เพราะหนังร่อนใช้มีดกับส้อม) ใส่จานพักไว้ให้เย็นใช้หลังส้อมให้เนื้อปลา เป็นปุย

    2. หัวหอมปอกเปลือกล้างน้ำ ซอยให้เป็นฝอย รากผักชีล้างน้ำให้สะอาด หั่นให้ละเอียด โขลกรวมกันกับพริกไทยให้ละเอียด

    3. ตักน้ำกะทิประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระทะยกขึ้นตั้งไฟ พอกะทิ แตกมันน้อย ๆ เอาเครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้กลิ่นหอมใส่หัวหอมผัดต่อไปจนหัวหอมสุก ใส่ปลา ใส่น้ำกะทิ ที่เหลืออยู่คนให้เข้ากัน ใส่ถั่วลิสงปรุงด้วย น้ำปลา น้ำตาลนิดหน่อย (เพราะกะทิมีรสหวานอยู่แล้ว) ผัดต่อไปให้เข้าเนื้อกันดี แล้วชิมรส พอดีแล้วยกลงได้

    วิธีปั้นแล้วนึ่ง

    แบ่งแป้งออกแต่น้อยนั้นเป็นก้อนกลม ๆ (ใช้แป้งนวลแตะนิ้วมือสักเล็กน้อย เพื่อมิให้แป้งติดมือเวลานั้น) วางก้อนแป้งลงในนิ้วชี้ และนิ้วกลาง หัวแม่มือแตะเบา ๆ บนก้อนแป้ง (มือซ้าย) ใช้หัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลางบีบแป้งออกไปให้บาง และยกขอบขึ้นสูง ดังนี้เรียกว่าปั้นหม้อ และจีบใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้ และต้องจีบเวียนเข้าหาตัวเพื่อให้นิ้วชี้อยู่ระหว่างจีบการเข้าหาตัวเมื่อจีบแล้ว ต้องเอาแป้งเข้าในวงของง่ามมือข้างซ้าย

    ขนมจีบสูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้งห่อขนมจีบ

    แป้งสาลีเอนกประสงค์ร่อนแล้ว 2 ถ้วย

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    โซดาไบคาร์บอเนต 1/ 2 ช้อนชา

    น้ำ 1/ 2 – 3/ 4 ถ้วย

    ละลายโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำ นำมานวดกับแป้งที่ผสมกับเกลือจนเนียน พักแป้งไว้ 20 นาที แล้วคลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 2 x 2 นิ้ว คลุมผ้าพักไว้

    ส่วนผสมไส้

    กุ้ง 500 กรัม

    เนื้อหมูสับ 500 กรัม

    เนื้อปูนึ่ง 300 กรัม

    มันหมูแข็งสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ 100 กรัม

    ไข่เป็ด 3 ฟอง

    ไข่ไก่ 2 ฟอง

    แห้วต้มหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 /2 ถ้วย

    กระทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

    แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

    แผ่นแป้งที่เตรียมไว้

    วิธีทำ

    ล้างกุ้ง ปอกเปลือก ผ่าหลังชักไส้ดำออก แล้วนำเนื้อกุ้งที่ได้ไปสับกับหมู ใส่มันหมูแข็ง ไข่ไก่ พริกไทย น้ำตาล ซีอิ้วขาว แป้งมัน นวดให้เข้ากัน แล้วจึงใส่แห้ง เคล้าให้เข้ากัน นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 / 2 ชั่วโมง

    ไข่เป็ดแยกใช้เฉพาะไข่แดง นำมาผสมกับน้ำมัน ตีให้เข้ากัน นำไปนึ่งจนสุกแล้วสับละเอียด เตรียมไว้ทำเป็นมันปู(เทียม)

    นำแผ่นแป้งที่เตรียมไว้ มาใส่ไส้ที่ปรุงไว้แล้ว จับจีบโดยรอบ โดยใส่ไส้นูนขึ้นจากแผ่นแป้งเล็กน้อย แต่งหน้าด้วยมันปู(เทียม)และเนื้อปู

    นำไปนึ่งไฟแรงประมาณ 10 นาที หรือจนสุก ยกลง พรมด้วยกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมซอสเปรี้ยว รับประทานกับผักกาดหอม และ ผักชี

    ขนมจีบสูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้ง

    แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
    แป้งมัน (ใช้เวลาปั้น) 1 ถ้วย
    น้ำ 2 ถ้วย
    แป้งท้าวยายม่อม 3 ถ้วย

    เครื่องปรุงไส้

    ปลา หรือ หมู หรือไก่เนื้อล้วน บดละเอียดหรือสับ 1 ถ้วย
    หัวหอมแดงสับละเอียด 1/2 ถ้วย
    กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
    ก้านผักชีสับละเอียด 1 ช้อนชา
    พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
    น้ำปลา 1 ช้อนชา
    ใบผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมัน 1 ถ้วย
    ไข่ไก่ 3 ฟอง กรอกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ

    รับประทานกับ
    ผักกาดหอม ผักชี พริกสด

    วิธีทํา
    ละลายแป้งข้าวเจ้าและแป้งท้าวยายม่อมในหม้อก้นลึก ใช้มือบี้แป้งจนไม่เป็นเม็ดตั้งไฟกวนด้วยพายไม้จนสุก นํามายีในจาน ด้วยช้อนจนไม่เป็นลูก ใช้มือชุบน้ำนวดแป้งจนไม่เป็นลูก และแป้ง เหนียวดี
    ผัดไส้ใช้น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ เจียวกระเทียมกับก้านผักชีพอละเอียดใส่ไก่ หอมสับทั้งสองอย่างผัดจนเข้ากันดี ใส่เกลือ พริกไทย น้ำปลา น้ำตาล ไข่กรอกหั่นเล็ก ๆ ใบผักชีผัดให้เข้ากัน ชิมรส ยกลง

    ขนมจีบไทยจะมีรูปทรงคล้ายตัวนก ขนมจีบไทยจึงควรใส่ไส้ไก่ ส่วนปั้นสิบนึ่งจะมีลักษณะแบน ๆ คล้ายปลา จึงใส่ไส้ปลา รูปทรงของขนมจึงเป็นเหมือนตัวกำหนด ให้ผู้รับประทานทราบว่า ขนมนี้เป็นไส้อะไร ขนมจีบไทยและปั้นสิบนึ่ง เป็นขนมไทยที่ออกจะมีราคาค่อนข้างสูง เพราะทำยากและกินเวลา อีกทั้งต้องใช้ความอดทนในการประดิดประดอยปั้น และจีบให้ขนมออกมาสวยงาม

    สูตรขนมจีบไทยและปั้นสิบนึ่ง ที่นำมาลงวันนี้ เป็นสูตรของ มล. สีตอง สนิทวงศ์ (น้องสาวของ มล. เติบ ชุมสาย) ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดไว้ให้แก่อาจารย์ภารดี จินะณรงค์ แห่งโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กัสซี่ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ทั้งสองไว้ ณ ที่นี้ด้วย

    สูตรที่ 4 ขนมจีบไทย

    ส่วนผสมแป้ง
    แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
    แป้งท้าวยายม่อม 4 ช้อนโต๊ะ
    น้ำ 2 ถ้วย
    แป้งมันเล็กน้อยสำหรับเป็นแป้งนวล

    วิธีทำ

    ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ใส่หม้อหรือกระทะทอง เติมน้ำนวดจนแป้งไม่เป็นลูก นำส่วนผสมแป้งที่ได้ ไปตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนแป้งสุก ตักใส่ชามผสมทิ้วไว้พออุ่น จึงนวดให้แป้งนิ่ม

    ส่วนผสมไส้

    สันในไก่สับละเอียด 2 ถ้วย
    หอมใหญ่สับละเอียด 2 ถ้วย
    รากผักชี + กระเทียม + พริกไทย โขลกรวมกัน 2 ช้อนโต๊ะ
    ถั่วลิสงคั่วโขลกละเอียด 1 /4 ถ้วย
    ตันหอม+ ผักชีซอยละเอียด 1 /2 ถ้วย
    น้ำตาลปีบหรือน้ำตาลทราย 1 /2 ถ้วย
    ซีอิ้วขาว 1 /4 ถ้วย
    น้ำมันสำหรับผัด 1 – 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำไส้

    ผัดกระเทียม พริกไทย รากผักชีที่โขลกไว้ พอหอม ใส่หอมใหญ่ผัดพอสุก ใส่ไก่ลงผัดยีให้กระจาย อย่าให้เป็นก้อน ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ้วขาว ผัดพอเข้ากัน ใส่ถั่วลิสง ต้นหอม ผักชีซอยละเอียด ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน พักไว้ให้เย็น จึงใช้ได้

    วิธีปั้นขนมจีบไทย

    แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ๆ ปั้นเบ้าแบบชามผสม จีบรอบเบ้า นำไส้ใส่เบ้าที่จีบแล้ว รวบปากปิด ปั้นเป็นยอดแหลม หักยอดแหลมลงครึ่งหนึ่งกดเป็นหัวนก (อาจใช้งาดำ ตกแต่งเป็นตาของนก และใช้พริกแดงเป็นปาก) นำแป้งที่ปั้นเสร็จแล้วเรียงใส่ลังถึง ที่ปูใบตองตานีทาน้ำมัน พรมน้ำที่ตัวขนมก่อนปิดฝานึ่ง นึ่งประมาณ 5 – 7 นาที เปิดลังถึง พรมน้ำและพรม ตักขนมเรียงใส่ภาชนะที่มีฝาปิดกันขนมแข็งตัว รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี และ พริกขี้หนู

    ขนมจีบสูตรที่ 5 ไส้ไก่

    เครื่องปรุง

    เนื้อไก่ 1 1/2 ถ้วย
    น้ำตาลทราย น้ำปลาดี พอควร
    กะเทียมเจียว 2 ช.ต.
    น้ำมน 2 ช.ต.
    ถั่วาลิสงคั่วป่นหยาบ ๆ 3 ช.ต.
    หอมใหญ่นั่นละเอียด 5 ช.ต.
    พริกไทย 11 เม็ด
    กะเทียม 5 กลีบ
    รากผักชี 5 ราก
    น้ำ 3 ถ้วย
    แป้งข้าวจ้าวอย่างดี 3 ถ้วย

    วิธีทำ

    ละลายแป้งกับน้ำใส่กะทะทอง ตั้งไฟคนจนแป้งเหนียวเป็นก้อนกลม ตักใส่ชามทั้งไว้ให้เย็น ใช้มือจุ่มน้ำแล้วนวดไปมา ถ้วยฝ่ามือจนเหนียวดี จึงใข้ผ้าขาวบางชุบน้ำบิดให้แห้งปิดไว้ กระเทียมปอกเปลือก
    นามันใส่กะทะตั้งไฟให้ร้อน เอากะเทียม รากผักชี พริกไทย โขลกให้ละเอียด เนื้อไก่บดหรือสับให้ละเอียด ตักน้ำมันใส่น้ำมันใส่กะทะตั้งไฟให้ร้อน เอากะเทียม รากผักชี พริกไทย ที่โขลกผัดให้หอม เอาเนื้อที่บดผัดให้สุก ใส่น้ำตาล น้ำปลาดี ชิมรสให้หวานเค็ม ใส่ถั่วลิสง และหัวหอม ผัดให้ทั่วตักใส่ชาม

    วิธีปั้นขนมจีบ หยิบแป้งก้อนหนึ่ง ใช้แป้งมันเป็นนวล คลึงให้แป้งทำรูปกลมยาว ๆ แล้วเด็ดเป็นก้อนกลม ๆ เท่า ๆ กัน แผ่แป้งบางๆ เป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 1/2 นิ้ว ตักใส้ใส่ตรงกลางพอควร แล้วเอามือรวบชายแป้งที่ยังไม่ได้ปั้น รูดหมุนหัวให้แหลม แล้วกดให้เป็นหัวนก ใช้แหนบเล็กๆ จีบรอบๆ อีกครั้งหนึ่ง วางเรียงใส่รังถึงซึ่งปูด้วยตองตานี ฉีกเป็นริ้วๆ ก่อนจะนึ่ง พรมน้ำให้ทั่วเสียก่อน นึ่งไฟแรงประมาณ 5-7 นาทีก็สุก
    ยกลงจากเตาพรมน้ำมันกระเทียมเจียว แล้วจัดใสชาม รับประทานกับผักและผักกาดหอม

  • สูตรปอเปี๊ยะทอด อาหารว่างยอดฮิตที่ใครๆ ก็ติดใจ

    สูตรปอเปี๊ยะทอด อาหารว่างยอดฮิตที่ใครๆ ก็ติดใจ

    สูตรปอเปี๊ยะทอด

    ส่วนผสม ปอเปี๊ยะทอด

    วุ้นเส้น 25 กรัม
    เต้าหูหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 2  ถ้วยตวง
    ไข่ไก่ 1 ฟอง
    กะหล่ําปลีหั่นฝอย  100 กรัม
    กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
    1 ถั่วงอก (เด็ดหางออก) 50 กรัม
    พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
    แป้งปอเปี้ยะแผ่นเล็ก (ห่อไว้อย่าให้ถูกลม) 300 กรัม
    น้ํามันพืช (สําหรับทอด)  3 ถ้วยตวง
    แป้งเปียก

    วิธีทํา ปอเปี๊ยะทอด

    1. แช่วุ้นเส้นพอนุ่มตัดสั้นๆ
    2. ผสมเต้าหู้ ไข่ กะหล่ําปลี ถั่วงอก พริกไทย ซีอิ้วขาว ให้เข้ากัน ใส่วุ้นเส้นคลุกให้เข้ากัน
    3. เจียวกระเทียม ใส่เครื่องผสมในข้อ 2 ลงผัดพอสุกแห้ง ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
    4. ตักไส้ใส่ในแผ่นแป้ง 1 ช้อนชาพูน ม้วนพับหัวท้าย ม้วนให้แน่นทาแป้งเปียก

    ทอดในน้ำมันมากๆ ขณะร้อนๆ ใช้ไฟอ่อน ทอดจนกรอบ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มและแตงกวา โหระพา

    ส่วนผสมน้ำจิ้ม
    น้ำส้มและน้ำ   1/4+1/4 ถ้วยตวง
    น้ำตาลทราย 1/2  ถ้วยตวง
    เกลือป่น  1 ช้อนชา
    พริกแดงโขลกละเอียด 1/2 เม็ด
    แป้งมัน 2 ช้อนชา
    น้ำละลายแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทํา น้ำจิ้มปอเปี๊ยะทอด

    ผสมน้ำส้ม น้ำตาล เกลือ พริกแดง ตั้งไฟพอเดือด ใส่แป้งมัน ที่ละลายน้ำเล็กน้อย พอสุกยกลง
    สูตรนี้รับประทานได้ 4-5 คน

    คุณค่าทางโภชนาการต่ออาหาร 1 จาน

    พลังงาน 503 กิโลแคลอรี่
    โปรตีน 27.3 กรัม
    ไขมัน 17.6 กรัม

  • สูตรสตูว์หมู ไวน์แดง

    สูตรสตูว์หมู ไวน์แดง

    สูตรสตูว์หมู ไวน์แดง

    ส่วนผสม

    สันนอกหมู 300 กรัม

    เบคอน 4 ริ้ว

    หอมใหญ่หัวเล็ก 5 – 6 หัว

    มันฝรั่งหัวเล็ก 3 – 4 หัว

    เนื้อมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 2 ลูก

    ใบ Parsley สับ 2 ช้อนชา

    เห็ดหอมแช่น้ำจนนิ่ม 3 ดอก

    หอมแดงสับ 1/ 2 ถ้วย

    กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

    เกลือป่น 1/ 2 ช้อนชา

    พริกไทยดำบดหยาบ ๆ 1 ช้อนชา

    ใบกระวาน (Bay Leaf) 1 ใบ

    แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ

    ไวน์แดง 1/ 4 ถ้วย

    ซอสมะเขือเทศ 1/ 4 ถ้วย

    น้ำสต๊อกหมู 3 ถ้วย

    เนยจืด 3 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. ล้างเนื้อหมู แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 1 นิ้ว

    2. ทอดเบคอนด้วยไฟอ่อน ๆ ให้กรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน แล้วหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ

    3. ใส่น้ำมันลงในกระทะที่เราทอดเบคอน ยกขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่เบคอน เนื้อหมูลงทอด หมั่นคน ทอดจนเนื้อเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้นใส่จาน พักไว้

    4. ใส่เนย 2 ช้อนโต๊ะ ลงในกระทะใบเดิม ใส่หอมแดง ผัดจนสุกนุ่ม ใส่กระเทียมผัดพอทั่ว แล้วหันไปปรุงรสเนื้อหมูที่สุกแล้วด้วยเกลือ พริกไทย โรยด้วยแป้งสาลี ผสมเข้าด้วยกัน แล้วใส่ลงในกระทะ ผัดเร็ว ๆ ด้วยไฟแรง จนส่วนผสมมีสีน้ำตาลอ่อน เทไวน์และน้ำซุปใส่ลงไป เคี่ยวไฟอ่อน ๆ

    5. ต้มหอมใหญ่ในหม้อน้ำเดือด 5 นาทีให้สุกใส ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ผ่านน้ำเย็น ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกออก พักไว้

    6. ใส่เนยที่เหลือลงในกระทะอีกใบ ตั้งไฟกลาง พอเนยละลายใส่เห็ดหอม ผัดจนสุกนุ่ม พักไว้

    7. ใส่เนื้อมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ หอมใหญ่ ใส่ใบกระวาน ลงไปในส่วนผสมข้อ 6 พอเดือดทั่ว ตักใส่ส่วนผสมข้อ 4 เคี่ยวด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน จนเนื้อหมูสุกนุ่ม ตักใส่จาน โรยด้วยผักชีฝรั่ง เสิร์ฟ

    เทคนิคการทำสตูไม่ว่าจะเป็น สตูไก่ สตูหมู หรือว่าสตูเนื้อ ให้อร่อยนั้น เราจะต้องนำเนื้อสัตว์ที่จะใช้ทำสตูมาทอดพอเหลืองเสียก่อน (จะหมักก่อนทอดหรือไม่หมักก็ได้) ที่ต้องทอดก่อนก็เพื่อให้เนื้อเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ เนื่องจากสตูเป็นอาหารที่จะต้องเคี่ยวด้วยเวลานาน ถ้าไม่ทอดเนื้อเสียก่อนกว่าเราจะเคี่ยวเสร็จ มีหวังเนื้อจะแห้งผากและหลุดเละออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แถมเวลาทาน แทนที่จะได้อร่อยกับความหวานของเนื้อ กลับจะรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวกระดาษแทน

    ผักที่จะใช้ใส่ในสตูนั้น หลัก ๆ แล้วก็มีเพียงแค่ มันฝรั่งและหัวหอมหัวใหญ่ ทั้งสองอย่างนี้ควรเลือกใช้แบบหัวเล็กที่ใช้สำหรับต้มซุปหรือทำสตูโดยเฉพาะจะดีกว่า นอกจากนั้นถ้าเราชอบ เราอาจใส่ แครอท (เลือกใช้เบบี้แครอทหรือแครอทออสเตรเลียก็ได้) พริกหวานและเม็ดถั่วลันเตา เพิ่มลงไปในสตูของเราก็ได้คะ

  • สูตรก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน

    สูตรก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน

    สูตรก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น

    เตรียมส่วนผสม

    นำโครงไก่เลาะมันทิ้งล้างให้สะอาด 2 โครงสับเป็นชิ้นโต ๆ แช่ในน้ำสะอาด 10 ถ้วย ประมาณ 30 นาที แล้วยกขึ้นตั้งไฟอ่อน พอเดือด ใส่อ้อยปอกเปลือกตัดเป็นท่อนสั้นขนาด 6 นิ้ว ทุบพอแตก 1 – 2 ท่อน ตามด้วย กระเทียมบุบ 1 หัวโต ๆ รากผักชีบุบ 2 – 3 ราก พริกไทยบุบ 10 เม็ด เคี่ยวไฟกลาง หมั่นช้อนฟองทิ้ง

    เครื่องปรุง

    เส้นก๋วยเตี๋ยวตามชอบ 500 กรัม

    ไก่ตุ๋น ที่ทำเสร็จแล้วพร้อมน้ำตุ๋น

    ถั่วงอกเด็ดหาง + ผักกาดหอมหั่นท่อน อย่างละ 2 ถ้วย

    ตังฉ่าย 2 ช้อนโต๊ะ

    กระเทียมเจียว 1/ 2 ถ้วย

    พริกไทยป่น 1 / 2 ช้อนชา

    พริกป่น

    น้ำตาลทราย

    น้ำปลา

    น้ำส้มพริกชี้ฟ้าดอง

    สูตรไก่ตุ๋น สำหรับทำก๋วยเตี๋ยว

    ส่วนผสม

    ไก่ 1 ตัว หรือจะใช้ไก่เป็นชิ้น ๆ เช่นน่อง สะโพก ก็ได้ (ถ้าชอบอาจเพิ่ม เลือดไก่ และ เครื่องในไก่ )

    ต้นขึ้นฉ่ายมัดเป็นกำ 3 กำ

    รากผักชีบุบ 4 – 5 ราก

    กระเทียมบุบ 2 หัว

    พริกไทยบุบ 2 เม็ด

    เห็ดหอมดอกเล็กแช่น้ำจนนิ่มแล้ว 1/ 4 ถ้วย

    โป๊ยกั๊ก 2 ดอก

    อบเชย 2 – 3 ชิ้น

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    ล้างไก่ให้สะอาด (ถ้าเพิ่ม เลือดไก่ และ เครื่องในไก่ ก็ให้นำมาล้างให้สะอาดเหมือนกัน) จากนั้น นำไปต้มกับต้นขึ้นฉ่าย รากผักชี กระเทียม พริกไทย อบเชย โป๊ยกั๊ก ปรุงรสด้วยซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว น้ำตาล และเกลือ ตุ๋นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไก่เปื่อยนุ่ม

    ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นที่ขายกันตามท้องตลาดนั้น เขานิยมใช้ปีกบน น่องไก่หรือสะโพกไก่ พร้อมเลือดและเครื่องในไก่ นำมาตุ๋นกับเครื่องเทศและเห็ดหอมจนเนื้อไก่นุ่ม เวลาเสิร์ฟจึงมักใส่เห็ดหอมพร้อมน่องไก่หรือสะโพกไก่มาด้วย แต่ถ้าเราทำทานเองที่บ้าน จะใช้ไก่ทั้งตัวมาตุ๋นก็ได้

    วิธีทำ

    ลวกเส้น ถั่วงอก ใส่ลงในชามที่รองด้วยผักกาหอม ใส่ไก่ตุ๋นบนเส้น ใส่ตังฉ่าย กระเทียมเจียว โรยด้วยพริกไทยป่น ตักน้ำซุปใส่ แล้วตามตักน้ำตุ๋นไก่ใส่ลงไปด้วย

    ** ถ้าไม่ชอบน้ำก๋วยเตี๋ยวข้นมาก ก็ไม่ต้องใส่น้ำตุ๋นไก่ **

    ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ที่ขายกันตามท้องตลาดนั้น เขานิยมใช้ปีกบน น่องไก่หรือสะโพกไก่ พร้อมเลือดและเครื่องในไก่ นำมาตุ๋นกับเครื่องเทศและเห็ดหอมจนเนื้อไก่นุ่ม เวลาเสิร์ฟจึงมักใส่เห็ดหอมพร้อมน่องไก่หรือสะโพกไก่มาด้วย แต่ถ้าเราทำทานเองที่บ้าน จะใช้ไก่ทั้งตัวมาตุ๋นก็ได้