การตรวจสอบรถมือสอง รายการต่างๆ ที่คุณจะต้องไม่ลืมที่จะเช็ค

การซื้อรถ จำเป็นจะต้องมีรายการตรวจสอบรถมือสอง เมื่อคุณได้ทำการศึกษามาบ้างแล้ว คราวนี้ก็เป็นเวลาที่จะไปซื้อรถ แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าร้าน ให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้นำสิ่งเหล่านี้ไปด้วย

– สมุดจด
– ปากกา
– เครื่องคิดเลข
– นาฬิกา
– ใบขับขี่
– การกู้เงินที่ได้รับการรับรองแล้ว
– ข้อมูลราคาประกันรถ
– ความอดทนอย่างสูง

การทดสอบการขับขี่ การทดสอบที่ดีคือต้องมากกว่า 15 นาที เพื่อที่ว่ารถจะได้ทำความร้อนได้ทั่วถึง ในความเป็นจริงแล้ว ควรขยายระยะเวลาการทดสอบรถให้นานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ให้ขับไปรอบๆ นานพอสมควร ผู้จำหน่ายรถมือสองส่วนใหญ่มักจะอนุญาติให้คุณขับขี่ได้ในตอนกลางคืนด้วยซ้ำ ผู้ขายรถมือสองที่ดีมักจะต้องการให้คุยชับรถของพวกเขาได้ในระยะเวลาที่นาน เพื่อที่ว่าคุณจะได้ติดใจกับรถของพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้าม การทดสอบขับขี่รถเป็นเวลานานนั้นก็ยังทำให้คุณสามารถตรวจสอบเครื่องยนต์ได้ทั่วด้วย ดังนั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดแต่อย่างใดที่จะนำรถมือสองออกมาเป็นวันๆ หรือมากกว่านั้น เพราะมันยังไม่ใช่การซื้อ มันเป็นการทดสอบเท่านั้น

สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากการทดลองขับ
การบังคับ [ ]  การบังคับรถบนถนนในเมือง [ ]  การบังคับรถบนถนนทางหลวง [ ]
การบังคับรถบนถนนสองเลน ระบบกันสะเทือน [ ] ฝืดเกินไป [ ]
การควบคุมการเคลื่อนไหว เครื่องยนต์ [ ] มีเสียง [ ]
การเร่งเครื่อง [ ] นิ่ง  พวงมาลัย [ ] ง่ายในการควบคุม [ ] สั่น
เครื่องถ่ายกำลัง (อัตโนมัติ) [ ] การเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่ม [ ] เสียง [ ]
การควบคุมการเคลื่อนที่ เครื่องถ่ายกำลัง (ระบบมือ) [ ] คลัชต์ [ ]
การเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่ม [ ]  การควบคุมการเคลื่อนที่ การขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ [ ] ง่ายในการควบคุม
เบรก [ ] เบรคเวลาจอด [ ] ความดันของที่เหยียบเบรค [ ] ค่อยๆ หยุด [ ] หยุดในทันที [ ] เบรคแอนตี้ล็อก

สิ่งที่ต้องตรวจสอบภายใน ตั้งแต่ที่นั่งคนขับ [ ] ความสะดวกสบายของที่นั่ง [ ]
ที่ว่างเหนือศรีษะ [ ] ที่วางเครื่องมือ [ ]
ความสามารถในการมองเห็นถนน [ ]
ตำแหน่งพวงมาลัย [ ] ที่วางเท้า [ ] คันบังคับ [ ] ความสูงของที่พักแขน [ ]
ความสะดวกสบายของที่ว่างเหนือศรีษะ [ ]
อุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ [ ] การควบคุมกระจก [ ] วิทยุ, เครื่องเล่นเทปหรือเครื่องเล่นซีดี [ ] ลำโพง [ ]
เครื่องทำความร้อน, แอร์และพัดลม [ ] แตร [ ] ไฟภายใน [ ] ระบบปัดน้ำฝน [ ]
ที่วางแก้วน้ำ ในส่วนของที่นั่งผู้โดยสาร [ ] ความสะดวกของทางเข้าและทางออก [ ]
ที่วางเท้า [ ] ที่ว่างบนศรีษะ [ ] ที่ว่างตรงใหล่ [ ]
ความสะดวกสบายของที่นั่ง [ ] ความสูงของที่พักแขน [ ] เข็มขัดนิรภัย [ ] ไฟอ่านหนังสือ [ ]
การทำงานของถุงลมนิรภัย [ ] ที่นั่งที่พับงอได้

ตรวจสอบคุณภาพของ [ ] ที่หุ้มเก้าอี้ [ ] ความสบายของเบาะภายใน [ ]
ขอบรถส่วนต่างๆ และกลิ่นเหม็นอับ หรือเชื้อรา [ ] แผ่นโลหะด้านหน้าคนขับ [ ] พรม และพรมเช็คเท้า

สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากภายนอก การตรวจสอบด้วยตา [ ] สี [ ] จุดสนิม [ ] ดอกยาง [ ] ควันจากท่อไอเสีย [ ]
รอยแตกร้าวตามตัวรถ

ใช้กุญแจรถในการเช็คส่วนต่างๆ ดังนี้ [ ] ประตู [ ] กล่องใส่ของ [ ] ระบบกันขโมย [ ] ถังน้ำมัน [ ] ที่ใส่ของท้ายรถยนต์ [ ] ยางสำรอง [ ] แม่แรง [ ] กุญแจกากบาทสำหรับไขล้อรถ [ ] ขอบรถและการปูพรม [ ] ไฟท้าย [ ] กลอนประตู

ให้ทดสอบสิ่งเหล่านี้ [ ] ที่จับท้ายรถ [ ] ที่จับฝาครอบ [ ] ตัวล็อกป้องกันเด็ก [ ] ไฟหน้ารถ [ ] ไฟจอดรถ [ ] ไฟถอยหลัง [ ] ไฟเบรค [ ] ไฟท้าย [ ] ไฟตัดหมอก [ ] ไฟสัญญาณกลับรถ [ ] ไฟขอทาง

นำรถไปให้ช่างตรวจสอบ อย่าซื้อรถมือสองโดยที่ไม่ให้ช่างข้างนอกตรวจสอบก่อน ขึ้นอยู่กับรถ ถ้าคุณไปซื้อรถของบริษัท อย่าให้แผนกบริการของบริษัทเป็นคนตรวจสอบแทน เพราะว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าข้างคนอื่นนั่นเอง ให้บอกช่างข้างนอกว่า คุณกำลังคิดที่จะซื้อรถคันหนึ่ง และให้เขามาเช็คให้หมดทุกอย่าง และจดปัญหาต่างๆ ที่พบออกมา ถ้ามีข้อให้เขาประเมินค่าซ่อมแซมให้ด้วย แต่ถ้าปัญหาที่พบมันค่อนข้างซับซ้อนเกินไปหรือมีราคาแพงมากเดินไปที่จะจัดการ ก็ไม่ต้องซื้อรถคันนั้นไปเลย ถ้าปัญหามันดูเล็กน้อย แต่ยังคงต้องได้รับการเอาใจใส่ ก็ลองแจ้งให้กับผู้ขายทราบและใช้ในการต่อรองราคาที่ถูกลง ถ้าทุกอย่างได้รับการ ตรวจสอบว่าไม่มีปัญหา ก็ให้เข้าสู่การเจรจาต่อไป

การตรวจเช็คควันรถ ให้มีการตรวจสอบการปล่อยควันรถเสมอ จากศูนย์กลางในการตรวจสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานมันสามารถที่จะทำให้คุณ ประหยัดเงินจากการซ่อมแซมในระยะยาวได้เป็นจำนวนมาก ท่อไอเสียที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ปกติแล้วไม่จำเป็นที่จะปล่อยควันรถที่ให้เห็นอย่างชัดเจนก็เป็นไปได้ การตรวจสอบท่อไอเสียนั้นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมาได้ การปล่อยควันที่มากเกินไปอาจจะมาจากรอยรั่วหรือแตกรอยเชื่อมของท่อไอเสีย, การทำงานผิดปกติของเครื่องอัดฉีดน้ำมันเครื่องยนต์, ตัวกันอ็อกซิเจนที่เสื่อม, ตัวกรองน้ำมันอุดตัน, การตั้งเวลาที่ไม่เหมาะสม, หรืออาจจะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่า ตัวเจ้าของรถคนก่อนไม่มีการดูแลเอาใจใส่รถที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน ที่แย่ที่สุดคือ เครื่องยนต์อาจจะจำเป็นที่จะต้องได้รับการยกใหม่ ดังนั้น ไม่ต้องซื้อรถที่จะทำให้คุณต้องเสียเงินเพิ่มขึ้น ถ้ามันไม่ผ่านการตรวจสอบเรื่องการปล่อยควัน รถคันดังกล่าวก็จะไม่ได้รับอนุญาต และคนก็ไม่สามารถที่จะใช้งานมันได้ ถ้าคนขายยังคงขายตามแบบที่มันเป็น งานซ่อมแซมก็จะตกเป็นภาระของคุณเอง ดังนั้น การตรวจสอบเรื่องการปล่อยควันจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำเช่นกัน

การตรวจสอบรถมือสอง

ขั้นตอนที่ 5 การเจรจา กับผู้จำหน่ายส่วนตัว ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการเจรจา ควรมีการตรวจสอบก่อนว่ารถอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ รถอาจจะดูสวย แต่มันอาจจะมีปัญหาอื่นๆ ทีทำให้คุณต้องเสียเงินจำนวนมากได้ จงจำไว้ว่า ให้ขอประวัติการเข้าศูนย์บริการของรถดังกล่าว และโทรศัพท์ไปยังบริษัทที่ให้การบริการเพื่อขอข้อมูลซึ่งผู้ขายอาจจะลืมที่จะพูดถึงได้ ประวัติการเข้าศูนย์บริการเป็นประจำเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า เจ้าของรถก่อนหน้านี้ให้ความใส่ใจกับรถของเขาอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น ถ้าคนขายเป็นคนที่ซื่อสัตย์เกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว เขาและเธอก้อาจจะน่าเชื่อถือได้ในเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น รถถูกเก็บไว้อย่างไรหรือใช้งานอย่างไรบ้าง เป็นต้น โดยพื้นฐานแล้ว กฎที่ใช้กับผู้จำหน่ายวส่วนตัวก็เหมือนกับกฎที่ใช้กับบริษัทผู้จำหน่ายรถ ทั่วไปก็คือ คุณควรให้ช่างมาตรวจสอบรถ และทดสอบการปล่อยควันท่อไอเสียก่อนที่จะตกลงซื้อ แต่บ่อยครั้ง ผู้จำหน่ายส่วนตัวก็อาจจะไว้ใจไม่ได้พอๆ กับบริษัททั่วไป เมื่อเขาเองก็กู้เงินมาจากคนอื่น แต่เราก็ตำหนิเขาไม่ได้ คุณจะปล่อยให้คนแปลกหน้าขับรถของคุณออกไปทดสอบง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? ดังนั้น ให้กำหนดเวลาไว้ล่วงหน้าสำหรับวันที่จะนำรถไปให้ช่างตรวจสอบด้วยกัน และถึงจะออกไปทดสอบรถ และให้เอาใบขับขี่ของคุณไปด้วย

นอกจากนั้น มันก็ยังเป็นการดีด้วย ถ้าคุณทิ้งกุญแจไว้ที่รถให้เสมือนว่าเขาเป็นเหมือนญาติเรา ว่าคุณจะต้องกลับมาพร้อมกับรถของพวกเรา แต่การให้สำเนาใบขับขี่รถของคุณกับเจ้าของรถจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสบายใจที่สุด จดชื่อ, ที่อยู่ของเจ้าของรถ รวมทั้งชื่อและที่อยู่ของคุณ รวมทั้งรายละเอียดการขาย (ยี่ห้อและรุ่นของรถ, ราคาซื้อ) เพื่อให้ดูเป็นทางการให้มีบุคคลอื่นเซ็นชื่อรับทราบเป็นพยานด้วย สำหรับบริษัทจำหน่าย เวลาของการแลกเปลี่ยนรถ ถ้าคุณตัดสินใจที่จะนำรถปัจจุบันของคุณไปแลกเปลี่ยน ก็ให้เริ่มต้นการเจรจารถมือสองคันใหม่ของคุณได้เลย

ส่วนใหญ่ คนจะซื้อรถใหม่เพราะว่าเบื่อรถปัจจุบัน รถเก่าอาจจะเข้าอู่บ่อยเกินไป หรือใกล้พังเต็มที่ หรือไม่ก็ไม่อาจจะถึงเวลาจริงๆ แล้วที่จะต้องซื้อใหม่ เป็นต้น แต่เมื่อมันถึงเวลาที่จะต้องซื้อรถอีกคัน คุณส่วนใหญ่ก็มักจะทิ้งรถคันเก่าไปเลย อย่าปล่อยมันไปเปล่าๆ ให้รู้จักค่าของการแลกเปลี่ยนรถด้วย เมื่อจะแลกเปลี่ยนรถ ให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้เพิ่มหรือหักลบราคาดีแล้ว หลังจากที่ประเมินราคาที่เหมาะสมได้แล้ว ก็ให้ปรับปรุงสภาพของรถใหม่ด้วย เช่น สนิม, เสียงประตู, รอยขีดข่วนก็ควรจะแก้ไขด้วย ถ้าคุณแน่ใจที่จะนำรถไปแลก ก็พยายามลบข้อเสียให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเป็นการเริ่มต้น ให้รายละเอียดรถก่อนที่ตัวบริษัทจะเป็นผู้ตั้งราคามันเอง และไม่มีอะไรที่จะทำลายโอกาสของคุณได้มากไปกว่าการนำรถไปแสดงกับบริษัทโดยที่ไม่ล้าง มันก็คงเหมือนกับผู้ซื้อรถทั่วไป ซึ่งต้องการที่จะรู้สึกว่าคุณได้ดูแลรักษารถดังกล่าวในช่วงที่คุณเป็นเจ้าของเป็นอย่างดี

และนี่ก็คือรายการที่คุณต้องเตรียมตัวสำหรับการแลกเปลี่ยนหรือขายรถ
– ล้างรถและขัดเงารถภายนอกให้ดี
– ทำความสะอาดภายในตัวรถให้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นผ้า รวมทั้งเป่าฝุ่นตรงพรมและทิ้งเศษขยะต่างๆ เช่น ห่ออาหาร, เศษเหรียญ, กระป๋องอลูมิเนียม และอื่นๆ
– เปลี่ยนน้ำมันและไส้กรอง เพราะบริษัทจะเช็คจากก้านน้ำมันดูว่าเครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างดีได้ หรือไม่
– ถ้าต้องมีงานซ่อมบางอย่างเกิดขึ้น ก็ลองประเมินราคาดู เพราะว่าค่าของรถคุณสามารถลดลงได้จากจุดเสียเล็กๆ ทุกจุด ดังนั้นให้ทราบก่อนว่าราคาซ่อมนั้นจะตกเท่าไหร่ สิ่งนี้จะช่วยคุณในการได้ราคาแลกเปลี่ยนรถที่ดีได้

หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการตรวจสอบดีแล้ว คราวนี้คุณก็ต้องทราบว่าราคารถของคุณตกเท่าไหร่ แต่ให้ทำใจได้เลยว่าจะต้องได้ราคาถูกลงจากบริษัท ทันทีที่ตกลงราคาได้แล้ว ก็ให้พนักงานขายเขียนราคาแลกเปลี่ยนเป็นลายลักษณ์อักษร และถามด้วยว่าราคาเงินสดของรถนั้นคือเท่าไหร่และให้จดเอาไว้ นี้จะช่วยให้คุณทราบต่อไปได้ว่า บริษัทจะทำอะไรกับรถของคุณต่อไป และมันยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในขบวนการเจรจาต่อรองได้ด้วย บางครั้ง บริษัทอาจจะตกลงที่จะซื้อรถตามราคาแลกเปลี่ยนจริง ไม่ว่าคุณจะซื้อรถคันอื่นจากเขาหรือไม่ แต่ถ้าบริษัทบังเอิญเล่นตลกให้ราคาแลกเปลี่ยนกับคุณสูงจริงๆ หล่ะก็ ให้รู้ไว้เลยว่าพวกเขาจะต้องมีวิธีในการสร้างกำไรอื่นๆ แทน (อาจจะด้วยการเพิ่มค่าใช้จ่ายของรถใหม่ที่คุณต้องการด้วยการขายพวกอุปกรณ์เสริมจำนวนมาก, หรือขายประกันภัยที่ไม่จำเป็น หรืออาจจะตั้งดอกเบี้ยสูงและระยะเวลาผ่อนส่งยาวแทน เป็นต้น) แต่ก็ให้ต่อรองราคาแลกรถให้สูงให้ได้ หรือไม่ก็ลองพิจารณาดูว่าการเจรจาเรื่องราคาขายของรถอีกคันนั้นมันยากมากแค่ไหน ถ้าเกิดคุณได้ราคาแลกเปลี่ยนรถที่สูง แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะว่าบริษัทก็คงต้องมีวิธีในการหากำไรอยู่ดี และพวกเขาก็คงจะไม่ขายรถใหม่ให้คุณโดย ถ้าพวกเขากำลังขาดทุนจากราคาแลกเปลี่ยนรถเก่าหรอก

ขบวนการต่อรอง ทันทีที่คุณพบรถคันที่คุณต้องการและได้รับใบเสร็จการเช็ครถจากช่างแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะเจรจาต่อรอง ในการเริ่มต้นเจรจาเรื่องราคา ให้พนักงานขายทราบว่าคุณมักจะไม่ซื้อในราคาเต็ม พยายามผ่อนคลาย จำไว้ว่า สถานการณ์เป็นตัวบังคับและไม่มีใครที่สามารถทำในสิ่งที่คุณไม่ต้องการได้ ถ้าคุณกระวนกระวายและตกเป็นรองในการเจรจา พนักงานขายก็จะต่อรองให้คุณด้วย ดังนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่โต๊ะ สิ่งทีดีคือการเจรจาด้วยรอยยิ้ม และจะเป็นการดีมากถ้าให้บริษัทเป็นฝ่ายเสนอราคาก่อน โอกาสที่เขาจะให้ราคาเต็มหรือราคาที่ต่ำลงมานั้นมีมาก ตอนนี้ก็เป็นโอกาสของคุณที่จะบอกสิ่งที่อยู่ในใจ อย่าลังเลที่จะบอกให้เขาทราบว่าคุณทราบราคารถที่แท้จริง อธิบายว่าคุณยังรู้ราคาของแต่ละออปชั่น และได้คำนวณค่ากิโลเมตร และสภาพรถมาแล้ว สุดท้ายก็คือเวลาที่จะพูดถึงปัญหาต่างๆ ที่พบจากช่างและบอกให้บริษัททราบว่าปัญหาเหล่านั้นจะต้องใช้ค่าซ่อมมากเท่าไหร่ และก็เป็นเวลาในการแสดงข้อเสนอของคุณเอง มันมีอยู่ 2-3 วิธีในการเจรจาซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป และต้องเป็นฝ่ายเสนอราคาสุดท้ายเสมอ

ดังนั้น ราคาที่เรียกว่าเหมาะสมที่ได้รับการคำนวณมาแล้วก็คือ การเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด อย่าอาย ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ ดังนั้น ถ้าเขาสร้างความกดดันให้คุณ ก็ขอให้เขาตั้งราคาที่มันลดลง ตอนนี้ พนักงานขายอาจจะทำให้คุณช็อกก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม อย่าเสนอราคาที่สูงกว่าจนกว่าเขาจะเสนอราคากลับมาอีกครั้ง ผู้ขายอาจจะกดดันคุณให้ตั้งราคาอีกครั้ง แต่ถ้าคุณฉวยโอกาสได้ ก็ให้ตั้งราคาที่ถูกลงไปอีกไปเลย เนื่องจากฝ่ายเขาก็อ่อนลงแล้ว ก็ทำให้เขาอ่อนข้อลงไปอีก ในความเป็นจริง การไม่รอให้อีกฝ่ายเสนอราคากลับมาก่อนนั้น ถือว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือในฐานะของผู้เจรจาต่อรองเป็นอย่างมาก จากช่วงที่คุณได้ตั้งราคาเป็นครั้งแรก ถ้าการเปิดราคาของคุณดูเหมือนจะสมเหตุสมผล ก็ให้ลองคำนวณว่าบริษัทจะตอบกลับมาอย่างไร หรือพูดอีกอย่างก็คือ การเสนอราคาที่ประสบความสำเร็จก็คือสามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับราคา ที่ต่างฝ่ายต่างตั้งเอาไว้ได้ นั่นเอง

คุณคงจะรู้แล้วว่าทำไมมันการทราบวิธีการเจรจาต่อรองราคารถนั้นถึงมีประโยชน์ ถ้าใครสักคนเดินเข้ามาในร้านโดยที่ไม่ทราบว่ารถมือสองนั้นควรจะมีราคาเท่า ไหร่ พวกเขาก็อาจจะชื่อคำพูดของคนขายที่พูดว่า “ผมขายให้คุณไม่ได้หรอกครับราคานั้น ผมขาดทุนแน่นอน” แม้ว่าตัวผู้ซื้อจะไม่เชื่อ แต่ก็ไม่มีข้อพิสูจน์ใดอยู่แล้ว และพนักงานขายก็จะเป็นฝ่ายตั้งราคาแทนคุณ ให้มั่นใจว่าคุณทราบว่าราคารถท้ายที่สุดนั้นควรจะเป็นเท่าไหร่เมื่อบริษัท ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว เช่น การจดทะเบียน, ภาษี, และค่าธรรมเนียมอื่นๆ อย่ากลัวที่จะหยิบเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆ มาต่อรองด้วย บริษัทมักจะทำท่าเป็นว่าเขาไม่สามารถ ควบคุมราคาเหล่านี้ได้ แต่ให้คุณเพียงบอกเขาว่า “ผมให้คุณได้ทั้งหมดแค่ xxx เท่านั้นสำหรับรถคันนี้”

เกร็ดของการเจรจาต่อรอง อันดับแรก ทำให้ดูเหมือนว่า คุณไม่แคร์ว่าจะได้รถวันนี้หรือไม่ เพราะถ้าคุณเริ่มต้นในท่าทีที่เอาจริงเอาจัง สิ่งหนึ่งที่คุณจะเรียนรู้ได้ก็คือ มันมักจะมีข้อเสนออื่นๆ เข้ามา ถ้าข้อเสนอหนึ่งไม่ได้ผล นอกจากนั้น ก็ให้เตรียมพร้อมที่จะเดินออกได้ตลอดเวลา ผู้ขายรถทั้งเก่าและใหม่มักจะชอบทำให้คุณคอยอยู่เรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยอยู่กับหัวหน้า เป็นต้น ถ้าคุณไม่มีเวลา ก็อย่าปล่อยให้รู้สึกกดดันที่จะอยู่อีกต่อไป อธิบายว่า คุณอาจจะกลับมาอีกครั้ง หรือถ้าคุณมีเวลามาก ก็ให้หยิบพวกนิตยสารหรือแลปทอปขึ้นมา และก็นั่งเล่นมันไปเรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขาเดินไปเดินมาผ่านหน้าคุณ ทำเป็นว่าคุณไม่สนใจว่าเขาจะใช้เวลากับหัวหน้านานเท่าไหร่ ในขณะที่เจรจาเป็นการส่วนตัว ก็ให้หยิบยกปัญหาต่างๆ ที่ช่างได้พบมาใช้ในการต่อรองราคา แต่อย่าเป็นการทำสงครามกับเขา ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องการทำงานของรถ ซึ่งมันน่าจะทำให้ลดราคาขายลงได้แล้วหล่ะก็ ให้พูดมันออกมา แต่อย่าคาดหวังที่จะตัดราคาอย่างเอาจริงเอาจริงจากปัญหาเพียงเล็กน้อย

การเลือกซื้อรถมือสอง ตอนที่ 2 การศึกษาและการเตรียมตัว

การเลือกซื้อรถมือสอง

การเลือกซื้อรถมือสอง ขั้นตอนที่ 3 การศึกษาและการเตรียมตัว
เช่นเดียวกับหลายๆ สิ่งหลายอย่างในชีวิต ความรู้คือเครื่องมือในการเจรจาต่อรองและเป็นสิ่งป้องกันตัวที่ดีที่สุดที่คุณสามารถมีได้ ในส่วนนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกทั้งหมดในการซื้อรถมือสองสักคัน จากนั้นคุณก็จะได้อ่านคำแนะนำต่างๆ ในการดำเนินการที่ง่ายและสร้างความพอใจมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การทำการศึกษาในเบื้องต้นบางอย่าง และสร้างเกราะคุ้มกันให้กับตัวเองด้วยความรู้นั้นจะช่วยในขบวนการในการซื้อรถมือสอง

จะซื้อรถมือสองได้ที่ไหน? มันมีแหล่งในการซื้อรถมือสองจำนวนมาก และคงจะเป็นการลำบากที่จะให้ระบุว่าที่ไหนที่คุณจะได้รับราคาที่ดีที่สุด ตัวเลือกต่างๆ เช่น การประมูล, บริษัทจำหน่ายรถใหม่, คลังรถมือสองส่วนตัว, ผู้จำหน่ายส่วนตัว, บริษัทรถเช่า หรือห้างรถมือสอง

1. บริษัทรถใหม่ ตามปกติแล้ว บริษัทรถใหม่มักจะทำกำไรส่วนใหญ่มาจากคลังรถมือสอง แต่ไม่ใช่รถใหม่ เหตุผลก้คือว่า ถึงแม้ว่าราคารถมือสองอาจจะต่ำกว่า แต่การเพิ่มราคาของรถเก่านั้นมักจะสูงกว่ารถใหม่ กล่าวคือ บริษัทผู้จำหน่ายรถจะซื้อรถมือสองมาที่ราคาหนึ่งจากผู้ที่กระหายที่จะซื้อรถใหม่ด้วยราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก จากนั้น บริษัทก็จะพยายามที่จะขายรถคันดังกล่าวให้ราคาที่สูงกว่าเดิมมาก (บางครั้งอาจมากถึง 3 เท่าตัวของราคาที่บริษัทจ่ายไปเลยทีเดียว) ซึ่งก็เป็นการคืนกำไรให้กับตนเองนั่นเอง เพราะว่ามีหลายๆ คนที่นำรถเก่ามาแลกเปลี่ยนเพื่อต้องการที่จะซื้อรถใหม่ บริษัทผู้จำหน่ายรถจึงมักมีตัวเลือกรถมือสองให้เลือกจำนวนมาก สำหรับบริษัทที่มีชื่อส่วนใหญ่ก็มักจะต้องทำให้แน่ใจก่อนว่า รถเหล่านั้นมีสภาพที่ดีจริงๆ พวกเขาจึงจะให้ราคาที่ดีได้

2. แหล่งรถมือสองอิสระ การซื้อรถจากพนักงานขายรถมือสองนั้นก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกันกับการซื้อรถมือสองจากบริษัทขายรถใหม่ พวกนี้อาจจะมีรถให้เลือกจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็จะมีรถจำนวนมากที่เป็นรุ่นที่เก่ามากๆ เลยทีเดียว ถ้าคุณกำลังหารถประเภทที่หายาก สถานที่แห่งนี้จึงสามารถที่จะเป็นคลังรถมือสองที่ดีของคุณแหล่งหนึ่งได้ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะมาที่นี้ ก็ต้องเตรียมตัวรับกลยุทธิ์การขายที่มีความกดดันสูงด้วย และต้องขยันเช็ครถให้ทั่ว และต้องจดทุกคำสัญญาของคนขายลงกระดาษด้วย

3. การประมูล การประมูลอาจจะเป็นแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุดในการซื้อรถมือสอง มันเป็นเรื่องยากที่จะประมูลได้เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมประมูลนั้นมักจะเป็นพวกตัวแทนจากบริษัทรถนั่นเอง นอกจากนั้น รถบางคันที่ถูกนำมาจำหน่ายในการประมูลก็มักจะผ่านอุบัติเหตุหนักๆ จนต้องซ่อมกันใหม่ด้วย คุณสามารถติดต่อบริษัทในการซื้อรถให้คุณสักคันจากการประมูลได้ แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับบริษัทเพื่อเป็นค่าบริการด้วย ตัวคุณเองไม่สามารถที่จะเห็นหรือทดสอบขับรถก่อนที่คุณจะซื้อได้ และมีโอกาสในการรู้จักรถดังกล่าวน้อยมาก นอกจากนั้น คุณก็จะต้องจ่ายเงินสดด้วย การประมูลจึงเป็นสิ่งที่เสี่ยง และเราก็ขอแนะนำให้คุณเลี่ยงมันเสีย การหาข้อเสนอดีๆ สักอย่างจากการประมูลนั้นเปรียบได้รับการถูกล็อตเตอรี่เลยทีเดียว กล่าวคือ มันเป็นไปได้แน่นอน แต่โอกาสนั้นน้อยมากที่จะเจอ

4. ผู้จำหน่ายส่วนตัว แม้ว่ามันอาจจะใช้เวลามากหน่อย แต่การซื้อรถมือสองจากผู้จำหน่ายส่วนตัวนั้นก็มักจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดใน การหารถที่มีคุณภาพสักคันในราคาที่ไม่สูงนัก ไม่ว่าคุณจะซื้อรถมาโดยผ่านโฆษณาตามหนังสือพิมพ์, อินเตอร์เนต, หรือจากปากใครสักคนก็ตาม ผู้จำหน่ายส่วนตัวก็มักจะตั้งราคาที่อยู่ระหว่างราคาในท้องตลาด และราคาตามการแลกเปลี่ยน พวกเขารู้ว่ารถได้รับการดูแลรักษาอย่างไร, เก็บอย่างไร และรับการบริการอย่างไร และพวกเขาก็ยินดีที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเบื้องหลังของรถให้ด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณก็ควรจะระมัดระวังตัวด้วย เพราะว่าบริษัทบางบริษัทอาจจะทำเป็นมาติดประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์ให้ดูเหมือนเป็นผู้จำหน่ายส่วนตัวก็ได้

นอกจากนั้น ตัวผู้จำหน่ายสินค้าก็อาจจะทำเป็นลืมพูดถึงส่วนไม่ดีเกี่ยวกับรถ ถ้าคุณไม่ขอให้เขาพูดออกมาด้วย และข้างล่างนี้ก็คือรายการคำถามที่คุณควรจะถามผู้ขายเมื่อคุณโทรศัพท์หาเขา

– คุณคิดราคารถเท่าไหร่? (ลองมองหาสัญญาณที่บอกว่าผู้ขายอาจจะเต็มใจให้ต่อรองราคาได้)
– ลองบอกรายละเอียดของรถคุณหน่อยซิ – สภาพเป็นอย่างไร? (จดเอาไว้ และนำไปเปรียบเทียบเมื่อเวลาที่คุณเห็นรถด้วยตัวของคุณเอง ถ้าตัวผู้ขายเผยข้อเสียบางอย่าง ก็ให้จดเอาไว้เพื่อเอาไว้เป็นส่วนลดเวลาที่คุณต่อรองราคา)
– คุณเป็นเจ้าของคันนี้มานานเท่าไหร่แล้ว? (ระบุใหั้แน่ชัดว่าคุณกำลังคุยอยู่กับเจ้าของคนแรก)
– ทำไมคุณถึงขาย? (คำตอบต่างๆ จะมีประโยชน์เพราะในฐานะของผู้ซื้อ คุณลองพิจารณาดูว่ารถคันนี้น่าเชื่อถือหรือไม่?)
– ประกาศขายมานานเท่าไหร่แล้ว (คำถามนี้จะทำให้คุณสามารถขอให้เขาลดราคาลง และมันอาจจะแสดงให้เห็นว่าผู้ขายมีความกระหายในการขายรถคันดังกล่าวมากเพียงใด)
– รถเคยเจออุบัติเหตุบ้างหรือไม่?
– คุณได้รถคันนี้มาจากไหน? เมื่อไหร่?
– ปัญหาที่เคยเกิดกับรถคันดังกล่าวมีอะไรบ้าง? เคยมีการซ่อมแซมบ้างหรือไม่?
– มีประวัติการเข้าบริการในศูนย์หรือเปล่า? (ถ้าไม่มีก็หมายความว่า คุณกำลังคุยกับเจ้าของที่ไม่ถูกตัว หรือไม่ก็เขาอาจจะกำลังปิดบังประวัติที่ไม่ดีของรถอยู่)
– คุณคือพวกจำหน่ายรายย่อยหรือทำงานประเภทนี้หรือเปล่า?
– คุณใช้รถอะไรอยู่ตอนนี้ ปัญหาใหญ่ของการซื้อรถจากผู้จำหน่ายส่วนตัวก็คือการไม่มีประกันภัย ประกันภัยสามารถที่จะซื้อจากบริษัทผู้จำหน่ายรถใหม่ หรือรถมือสองอื่นๆ ก็ได้ โรงงานหรือบริษัทประกันภัยเอกชน แต่โดยรวมแล้วการซื้อรถจากผู้จำหน่ายส่วนตัวคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะได้รถมือสองราคาที่เหมาะสม

แต่ที่ดีกว่าก็คือการซื้อรถจากคนที่เรารู้จัก เช่น เพื่อนหรือญาติ คุณอาจจะรู้ประวัติของรถนั้นแล้ว มันได้รับการดูแลรักษาอย่างไร และคนนั้นอาศัยอยู่ที่ไหน ถ้าเขาเกิดโกงคุณขึ้นมา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม จงมั่นใจว่าคุณได้ทำการบ้านและทำตามข้อเสนอแนะของเราแล้ว เพื่อที่จะทำให้คุณมั่นใจว่า คุณได้ข้อตกลงที่ดีจากการซื้อรถมือสองสักคัน

5. บริษัทรถเช่า รถเช่าปกติแล้วจะมีระดับไมล์สูง ซึ่งก็ถูกใช้งานโดยคนหลายคนมาก และก็แน่นอนว่าต้องใช้งานหนัก แต่อย่างไรก็ตาม รถพวกนี้มักจะมีบันทึกการเข้าศูนย์ที่แสดงให้เห็นว่ารถเหล่านี้ได้รับการรักษาอย่างดี และมักจะถูกนำมาขายในราคาที่สมเหตุสมผล ในการหารถมือสองที่ถูกขายโดยบริษัทรถเช่านั้นให้เช็คที่สมุดหน้าเหลือง และให้จำไว้ด้วยว่าคลังรถเก่าและรถใหม่จำนวนมากก็มักจะขายรถที่ซื้อมา จากบริษัทรถเช่านี้ด้วยเช่นกัน

6. ห้างรถมือสอง เหมือนกับที่อื่นๆ บริษัทผู้จำหน่ายรถบางรายมักจะเป็นในลักษณะของ “ซุปเปอร์สโตร์” บริษัทประเภทนี้มักจะมีรถที่มีไมล์ต่ำให้เลือกจำนวนมาก รวมทั้งรถที่ตกรุ่นและมักจะซื้อมาในแต่ละครั้งจำนวนมาก ซึ่งก็หมายความว่า บริษัทเหล่านี้สามารถที่จะให้การลดราคากับลูกค้าได้ บริษัทเหล่านี้มักจะเป็นคลังสินค้าที่ไม่มีการต่อรอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้รับข้อเสนอที่ดีได้ แต่ก็ลองเทียบราคาด้วยเพราะว่าร้านบางร้านจะตั้งราคาสูง แต่รถมือสองที่จำหน่ายโดยบริษัทใหญ่ๆ เช่นนี้มักจะได้รับการเช็คปัญหาต่างๆ ของเครื่องยนต์จนทั่ว รวมทั้งส่วนใหญ่ก็มักจะให้การประกันด้วย บริษัทจำหน่ายรายย่อยกับผู้จำหน่ายส่วนตัว

สำหรับแหล่งที่ธรรมดาที่สุดที่ประชาชนมักจะใช้ในการมองหารถมือสองนั้นก็คือ โฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ของบริษัทผู้จำหน่ายรถและผู้จำหน่ายส่วนตัว แต่อย่างไหนหล่ะที่ดีกว่า? คุณอาจจะทรายจากบทความข้างบนแล้วว่า ทั้งสองแหล่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เราขอแนะนำให้คุณลองซื้อจากผู้จำหน่ายส่วนตัวก่อนโดยหาตามประกาศหรือจาก ใครบางคนที่คุณรู้จัก วิธีนี้มักจะเป็นวิธีที่ไร้ความกดดันมากที่สุดในการซื้อรถมือสอง เพราะว่าตัวผู้ขายจะไม่คิด, พูดหรือแสดงกริยาเหมือนกับพนักงานขายรถ และส่วนใหญ่ก็มักจะเสนอราคาที่สมเหตุสมผล มักจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติรถ, ไม่พยายามที่จะขายอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่นการกันสนิม เป็นต้น และมักจะพยายามต่อรองน้อยที่สุด (เพราะเขาไม่ต้องการรถนั้นอีกต่อไปแล้ว) ถ้าคุณมองหารถที่มียี่ห้อและรุ่นที่หายากแล้วหล่ะก็ และก้ดูเหมือนจะหารถที่คุณต้องการไม่เจอหรือไม่ชอบการเจรจาต่อรองมากนัก การซื้อรถจากบริษัทอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการซื้อรถมือสองของคุณได้

การเลือกซื้อรถมือสอง

ราคาซื้อ เมื่อซื้อรถใหม่หรือรถเก่าก็ตาม กฎที่สำคัญที่สุดที่ควรจำก็คือ อย่าพยายามตกหลุมรักกับรถที่คุณกำลังคิดจะซื้อ เพราะการเจรจาเรื่องราคามักจะสูงมาก จงระลึกไว้เสมอว่า การคิดว่าจะต้องเอารถคันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้นสามารถผลาญเงินของคุณ ได้มากกว่าการที่คุณตัดสินใจผิดในการ ซื้อรถใหม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าคุณพร้อมที่จะเดินออกจากร้าน โดยไม่ซื้อรถสักคัน และถ้าคุณทำให้คนขายเห็นทีท่าของคุณที่ชัดเจน คุณก็จะสามารถได้รับข้อตกลงที่ดีเพิ่มมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อด้วย เมื่อถูกเสนอราคาหนึ่งเข้ามา ให้ทราบราคาตลาดของรถไว้เสมอด้วย และพยายามเสนอราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า หรือแม้แต่ต่ำกว่าราคาแลกเปลี่ยนก็ตาม คุณสามารถที่จะเพิ่มราคาให้สูงขึ้นจากที่ตั้งไว้ต่ำได้เสมอ แต่ถ้าคุณเริ่มตั้งราคาที่สูงเกินไป มันจะยากมากที่จะทำให้ราคาลดลงได้

การใช้อินเตอร์เนต
มีวิธีในการใช้อินเตอร์เนตเพื่อการซื้อรถมือสองอยู่สองวิธีคือ การศึกษาและการซื้อ อินเตอร์เนตนั้นคือ วิถีทางเพื่การศึกษาก่อนซื้อรถที่ดีมากวิธีหนึ่ง หลังจากที่คุณทราบทั้งราคาแลกเปลี่ยนและราคาในท้องตลาดของรถที่คุณสนใจแล้ว คุณก็ควรที่จะลองเทียบราคาดู ตามเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับการซื้อรถมือสองแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าคุณอาจจะพบรถคันที่คุณต้องการจากร้านตามท้องถนนแล้วก็ตาม แต่เว็บเหล่านี้ก็สามารถที่จะช่วยคุณในการทราบว่ารถคันดังกล่าวนั้นมีจุดขาย อะไร ราคารถมือสองสามารถที่จะขึ้นๆ ลงๆ ได้ตามเขตทางภูมิศาสตร์และความนิยมในปัจจุบัน

การค้นหาลักษณะพิเศษเดียวกันของรถคันอื่นๆ ในเขตพื้นที่ของคุณบนอินเตอร์เนตก็ทำให้คุณสามารถเปรียบเทียบแต่ละที่ได้โดยที่ไม่ต้องพูดคุยกับใคร หรือติดต่อกับพนักงานขาย นอกจากนั้น มันก็ยังทำให้คุณสามารถทราบถึงราคาที่แท้จริงในตลาดได้ อินเตอร์เนตสามารถที่จะบรรจุตัวเลือกรถยนต์ไว้ได้จำนวนมากในพื้นที่แห่งเดียว และมันก็ง่ายที่จะดำเนินขั้นตอนต่อไปได้เลย นั่นคือ การทดสอบขับรถ เพียงแต่ติดต่อไปยังผู้ขายและทำการนัดหมาย

การจ่ายเงินและสินเชื่อ ทันทีที่คุณลดตัวเลือกรถที่คุณอยากได้ลงเหลือ 2-3 คัน ที่คุณสามารถรับได้แล้วล่ะก็ คุณก็คงพร้อมที่จะทำตามขั้นตอนต่อไป แต่ก่อนที่คุณจะวิ่งไปเซ็นสัญญา มันยังมีประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่จะต้องคำนึงถึงก่อนด้วย กล่าวคือ คุณน่าจะมีราคาเงินกู้สัก 2 ที่ หนึ่งคือจากธนาคารหรือจากสหกรณ์ของคุณ และสองจากแหล่งการเงินอื่นๆ ให้ใช้ตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยดูที่การจ่ายเงินรายเดือนและค่าประกันรถ ถ้าการจ่ายเงินรายเดือนอยู่ที่ประมาณ 15% ของรายได้ในแต่ละเดือนก็ดีใจได้ว่าคุณได้ใช้การพิจารณาที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าการจ่ายเงินในแต่ละเดือนสูงกว่า 15% ของรายได้รายเดือน คุณก็ควรจะคำนวณใหม่อีกครั้งว่ารถแบบไหนที่จะเหมาะสมกับงบประมาณของคุณบ้าง

รถมือสองมักจะต้องการการดูแลรักษาที่มากกว่ารถใหม่ ดังนั้นเรื่องประหยัดเงินไม่ต้องคิดกันเลย เพราะมันจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเดือนต่อเดือนที่สูงกว่ารถมือสองที่ได้รับการรับรองแล้ว คุณจะต้องทำอย่างไรกับรถคันปัจจุบันของคุณ การนำไปแลกเปลี่ยนกับการนำไปขายด้วยตัวของคุณเอง ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินสดนัก อย่านำรถของคุณไปแลกกับบริษัทจะดีกว่า เนื่องจากบริษัทจำหน่ายรถส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ราคาตามราคาจริง คุณจึงได้รับเงินที่น้อยมาก

การขายรถของคุณอาจจะใช้เวลาและใช้แผนการนิดหน่อย สิ่งที่ต้องทำสิ่งแรกเลยก็คือการคำนวณว่ารถของคุณในปัจจุบันนั้นมีราคาเท่าไหร่ จากนั้นก็ปรับปรุงสภาพรถ ไมล์ที่สูงหรือต่ำ และอุปกรณ์ต่างๆ (ให้ทำด้วยความซื่อตรง) คุณอาจจะพิจารณาตากการประกาศขายรสที่คล้ายกับรถของคุณจากแหล่งต่างๆ เพื่อดูว่าเขาตั้งราคากันเท่าไหร่ ถ้าราคาที่คุณคำนวณมันสูงไป ก็ให้ลองคำนวณใหม่อีกครั้ง หรือบางทีคุณอาจจะตั้งราคาต่ำไป เป็นต้น สำหรับราคาของการขายครั้งที่สองนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามเขตทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งความนิยมในปัจจุบัน ทันทีที่คุณได้กำหนดราคาของรถคุณได้แล้ว ก็ให้ติดประกาศลงในอินเตอร์เน็ต และคอยรับโทรศัพท์ เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น ให้พร้อมที่จะตอบคำถามทุกคำถามที่คุณจะถูกถาม พร้อมที่จะอธิบายประวัติรถ, ประวัติเครื่องยนต์, ข้อเสียและคุณสมบัติต่างๆ พยายามเน้นข้อดีของรถคุณ และพยายามทำให้ข้อเสียต่างๆ กลายเป็นข้อดี ถ้าเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณขายรถฟอร์ด คุณทราบดีว่าลูกค้าอาจจะไม่ต้องการที่จะเป็นฝ่ายถามก่อน ดังนั้น ก็ให้คุณอธิบายว่าดิสก์เบรคสี่ล้อของรถดังกล่าวมีความสามารถในการหยุดรถที่ดีอย่างไร, ระบบกันสะเทือนมันดีอย่างไร เป็นต้น รถก็อาจจะถูกซื้อไปสำหรับคนที่กำลังมองหารถที่ปลอดภัย ไร้ข้อกังวลใจเพื่อใช้รับส่งลูกสาวของเขาไปเรียน เป็นต้น

โดยปกติแล้ว มันจะเป็นการดีมากที่จะพบหน้าผู้ซื้อในสถานที่สาธารณะสักแห่ง และให้นัดแฟนหรือเพื่อนไปด้วยเพื่อความปลอดภัย จดข้อมูลที่สำคัญๆ ของลูกค้า เช่น ชื่อ, ที่อยู่และหมายเลขใบขับขี่ เป็นต้น ให้ขอใบขับขี่ของเขามาดูก่อนที่จะอนุญาตให้ใครมาทดสอบรถ เนื่องจากบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะให้การประกันผู้ขับที่มีใบขับชี่เท่านั้น ในกรณีถ้าเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น การยกเลิกสัญญา ถ้าพวกเขาชอบลักษณะการขับเคลื่อนของรถ และตัดสินใจที่จะเสนอราคาที่คุณสามารถยอมรับได้ ก็ให้ขอเงินล่วงหน้าและสัญญาการซื้อด้วย สัญญาอาจจะพิมพ์มาก่อนหน้านี้ และควรระบุปี, ยี่ห้อและรุ่น, หมายเลข VIN ของรถ, จำนวนเงินล่วงหน้าที่ผู้ซื้อได้มอบและสถานที่ที่กรอกใบสัญญา ทั้งคุณและผู้ซื้อต้องเซ็นชื่อและวันที่ทำสัญญา รวมทั้งทำสำเนาเอาไว้ด้วย การรับเงินล่วงหน้า ก้เท่ากับว่าคุณทำสัญญากับผู้ซื้อแล้ว ดังนั้น คุณไม่สามารถที่จะขายรถคันดังกล่าวให้คนอื่นได้อีก แม้ว่าเขาจะให้ราคาที่ดีกว่าก็ตาม

เมื่อคุณพร้อมที่จะโอนรถ ผู้ซื้อต้องแสดงแคชเชียร์เช็คจากสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่ง และคุณเองก็ควรมอบทะเบียนและรถให้เขา ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถอย่างชัดเจน ทะเบียนอาจจะอยู่ในมือของสหกรณ์หรือธนาคาร ผู้ซื้อก็ควรจะเป็นผู้ที่ตรวจสอบกับสถาบันการเงินแทนคุณได้ (ให้แน่ใจว่าตรวจสอบกับสถาบันสินเชื่อของคุณให้แน่ใจสำหรับขั้นตอนที่แน่นอนด้วย) ทั้งสองฝ่ายควรเดินทางไปที่ธนาคารของคุณเพื่อจ่ายเงินกู้ด้วยกัน รวมทั้งทำเอกสารและโอนชื่อ ดังนั้นจงมั่นใจว่าได้ยกเลิกการประกันของรถแล้ว เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าประกันของรถที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของอีกต่อไปซ้ำซ้อน

วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง ตอนที่ 1 ราคาและเลือกรถที่ต้องการซื้อ

วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง
ขั้นตอนที่ 1  ราคาไหนที่คุณสามารถรับได้

การกำหนดว่าคุณสามารถซื้อได้ราคาเท่าไหร่ หรือราคาไหนที่คุณซื้อไม่ได้นั้นเป็นขั้นตอนที่จำเป็นขั้นตอนหนึ่งใน วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง สักคัน บริษัทผู้จำหน่ายรถมือสองหรือผู้ขายรถมือสองส่วนตัวมักจะอยากให้คุณซื้อรถในราคาที่สูงสุดเท่าที่คุณจะสามารถจ่ายได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำแนะนำเดียวกับที่นักเศรษฐศาสตร์ต้องการแนะให้คุณ คนส่วนใหญ่จะซื้อรถมือสองเพราะว่าพวกเขาต้องการประหยัดเงิน หรือไม่ก็เพราะว่าต้องการยี่ห้อหรือรุ่นที่พวกเขาไม่สามารถหาซื้อได้จากรถยี่ห้อใหม่ๆ ได้ แต่ก็เหมือนกับการซื้อรถใหม่

การศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นใน วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง เช่นกัน อันดับแรก ลองคำนวณรายได้ประจำเดือนของคุณก่อน ทางที่ดีคือใช้รายได้สุทธิ เพื่อที่คุณจะได้ทราบว่ารายได้ที่เข้ามาและที่จ่ายไปนั้นมาจากอะไรบ้าง จากนั้นก็คำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมทั้งหนี้สิน, เงินกู้หรือค่าเช่า, ประกัน, ของใช้จิปาถะ, เงินค่ากินใช้ในแต่ละวัน, เสื้อผ้า และอื่นๆ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยคุณคำนวณว่าคุณจะสามารถส่งรถได้เท่าไหร่เท่านั้น แต่มันยังทำให้คุณเห็นว่าเงินของคุณหมดกับไปค่าใช้จ่ายอะไรบ้างด้วย และรถคันหนึ่งก็ควรมีราคาต่ำกว่าเงินกู้บ้านหรือเช่าบ้านในแต่ละเดือนด้วย

หลักง่ายๆ ก็คือการจ่ายเงินกู้รถมือสองในแต่ละเดือนของคุณควรจะเป็นเงินประมาณ 15% ของรายได้ในแต่ละเดือน มันสำคัญมากที่จะต้องรู้งบประมาณของตนเอง การเตรียมตัวการมีความรู้คืออาวุธที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคต้องมี ดังนั้น อย่าเดินเข้าไปในร้านโดยที่ไม่มีการนั่งลงคำนวณการเงินของคุณก่อน ขอย้ำอีกครั้งว่า

สิ่งที่คุณต้องทราบคือ
– คุณสามารถจ่ายค่างวดรถได้มากเท่าไหร่
– คุณต้องวางเงินดาวน์เท่าไหร่
– คุณมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากเท่าไหร่

การทราบข้อจำกัดทั้งสามข้อนี้สำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเดินเข้าไปเจรจาในร้านโดยที่คุณทราบเพียงว่าในแต่ละเดือนคุณส่งได้ เท่าไหร่ แผนการเงินก็จะพยายามขยายช่วงเวลาในการจ่ายเงินให้ยาวออกไปและเพิ่มดอกเบี้ย ให้สูงขึ้น คุณจะเดินออกจากร้านอย่างมีความสุข ถ้าคุณคำนวณมาแล้วว่าในความเป็นจริงแล้ว ในแต่ละเดือนตัวคุณเองต้องการส่งเท่าไหร่ สิ่งอื่นที่จะต้องพิจารณาเมื่อคำนวณเรื่องราคารถแล้วก็คือเรื่องค่าน้ำมัน, ใบทะเบียนรถ, ค่าจดทะเบียน, และค่าประกันรถ

หลังจากที่คุณเจอรถสัก 2-3 คันที่คุณสนใจแล้ว ให้โทรไปยังบริษัทประกันเพื่อระบุค่าประกันในแต่ละเดือนของรถแต่ละคันว่ามี จำนวนเท่าไหร่ การประกัน, ค่าธรรมเนียมและค่าทะเบียนรถสำหรับรถมือสองนั้นมักจะถูกกว่ารถใหม่ ถ้าคุณกำลังมองหารุ่นที่อยากได้ จำไว้เสมอว่า บริษัทประกันภัยบางบริษัทอาจจะให้ส่วนลดสำหรับรถที่มีลักษณะพิเศษต่างๆ เหล่านี้ได้ เช่น มีถุงลมนิรภัยหน้าและด้านข้าง มีระบบเบรก ABS มีไฟส่องกลางวัน เป็นต้น

แต่ในทางตรงกันข้าม อัตราที่ว่านี้อาจจะสูงได้สำหรับผู้ซื้อที่เป็นวัยรุ่น, ไม่มีประสบการณ์หรือคนที่มีประวัติการขับรถที่ไม่ดี หรือรถที่ไม่มีถุงลมนิรภัย เป็นต้น ถ้าคุณตั้งใจที่จะซื้อรถสักคันด้วยเงินสด คุณก็ควรดูงบประมาณด้วย กำหนดและจดไว้ว่าคุณต้องการจ่ายเงินเท่าไหร่ หรือราคาที่คุณตั้งไว้นั้นคือเท่าไหร่ และกำหนดราคาสูงสุดที่คุณคิดว่าจ่ายได้ ให้มั่นใจว่าคุณทำตามนี้ก่อนที่คุณจะเริ่มไปซื้อรถ ทำไมการซื้อรถมือสอง (โดยปกติ) ถึงประหยัดเงิน

มีคนจำนวนมากที่จริงๆ แล้วสามารถที่จะซื้อรถที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงและเป็นรถใหม่ได้ แต่ที่สุดก็เลือกซื้อรถมือสองแทน แต่ก่อนที่จะเรียกพวกนี้ว่าพวกงี่เง่าแล้วหล่ะก็ จริงๆ แล้วเราสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากพวกเขาได้ ทำไมคนที่ฉลาด มีรายได้สูงจึงเลือกที่จะซื้อรถมือสองแทนรถใหม่กัน? ลองมาพิจารณาดูว่า ราคาของรถใหม่สักคันนั้นมักจะตกครั้งละหลายพันดอลล่าร์เมื่อมันถูกมาขายเป็น ครั้งที่สอง

โดยส่วนใหญ่แล้ว รถใหม่จะมีราคาสูงกันก็เนื่องจาก มันจะมีค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าขนส่งของโรงงาน, ค่ารักษาความสะอาด, ค่าพื้นที่เก็บในคลังสินค้า, ค่านายหน้า, และกำไรในส่วนของบริษัทผู้จำหน่ายรายย่อย นอกจากนั้น รถคันหนึ่งก็มักจะมีราคาตกถึงหนึ่งในสามจากราคาในตอนแรกแล้วหลังจากนั้น เพียงสามปี แต่มันก็อาจจะวิ่งได้ต่อไปอีก 8-9 ปี หรือมากกว่านั้น ภาษี, ค่าประกันและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของรถมือสองก็มักจะถูกกว่าด้วย ซึ่งทำให้การซื้อรถมือสองสักคันเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจสำหรับคนที่คำนึงเรื่อง ราคา นั่นเอง

หลุมพรางของการซื้อรถมือสอง ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการซื้อรถมือสองก็คือการไม่มีประกันภัย ผู้ขายส่วนตัวส่วนใหญ่มักจะไม่มีประกันภัยใดเลยให้กับรถที่พวกเขาขาย ส่วนการซื้อรถมือสองจากบริษัทอาจจะมีการให้ประกันภัยฟรี หรือคิดเงินก็ได้แล้วแต่ โดยอาจจะให้ประกันภัยบุคคลที่สาม ซึ่งคุณก็อาจจะได้รับโดยที่ไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากบริษัทก็ได้หลังจาก ที่คุณซื้อรถสักคัน

หลุมพรางอื่นๆ ของการซื้อรถมือสองก็คือ รถอาจจะมีประวัติที่ไม่ดี กล่าวคือ เมื่อบริษัทได้ซื้อรถมือสองมาจากการประมูลหรือผู้ที่นำมาขายส่วนตัวแล้ว โดยปกติบริษัทก็มักจะไม่ทราบเกี่ยวกับประวัติการใช้บริการที่ศูนย์ หรือประวัติเกี่ยวกับประวัติอุบัติเหตุแต่อย่างใด ทันทีที่บริษัทประกันภัยประกาศว่ารถคันใดคันหนึ่งเป็นรถที่พังทั้งหมด มันก็จะถูกระบุว่าเป็นรถ “salvage” แต่ถึงอย่างไรก็ตาม รถคันใดที่ไม่ได้พังทั้งหมดมันก็จะไม่โดนระบุเช่นนี้ ดังนั้น การรู้ถึงประวัติรถด้วยจึงเป็นสิ่งที่ดีเสมอ รถใดที่ถูกชนจนหมดสภาพแล้ว และนำมาซ่อมใหม่ทั้งคันนั้น น่าจะมีราคาต่ำกว่าในตลาดสัก 50% หรือมากกว่านั้น ดังนั้น การมีความรู้เรื่องนี้ก็สามารถประหยัดเงินของคุณได้เช่นกัน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลุมพรางต่างๆ เหล่านี้นั้นสามารถที่จะเอาชนะได้ด้วยข้อระมัดระวัง ดังนี้

– ถ้าคุณกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของรถมือสองสักคัน ก็ให้หาซื้อประกันภัยเพิ่มเติม โดยพยายามหาราคาของรถมือสองของหลายๆ ที่และหลายๆ รุ่น ประกันภัยต่ออายุที่มีราคาที่ถูกกว่าคือตัวที่บอกว่ารถคันนั้นมีความน่า เชื่อถือมากกว่า – พยายามหลีกเลี่ยงรถที่มีกิโลเมตรบอกระยะทางสูง (มากกว่า 20000 กิโลเมตรต่อปี และไม่มีประวัติการใช้บริการตรวจเช็คที่ศูนย์ หรือรถที่มีประวัติการใช้บริการที่ไม่ดีก็ตาม
– ให้เลือกซื้อรถรุ่นที่มีอายุสัก 3-4 ปี ณ ตอนนี้ – เมื่อพบรถที่คุณชอบแล้ว ให้เช็ครถที่คุณกำลังจะซื้อนั้นเป็นรถที่เคยถูกซ่อม หรือประเภท ชนจนหมดสภาพหรือไม่

วิธีการเลือกซื้อรถมือสอง

ขั้นตอนที่ 2 การตัดสินใจเลือกรถที่จะซื้อ

ขั้นตอนต่อไปของการซื้อรถก็คือกำหนดว่ารถคันไหนที่คุณจะซื้อ รถคันไหนที่เหมาะกับคุณ และคุณพบรถมือสองรุ่นต่างๆ ได้จากที่ไหนบ้าง นี้คือกลยุทธ์หนึ่งเนื่องจากการมีตัวเลือกของรถมือสองนั้นจะต้องมากกวารถใหม่ถึงสามเท่า และข้อมูลก็มักจะหายากกว่า

เริ่มแรก ลองคำนวณก่อนเลยว่าลักษณะที่คุณต้องการ ยกตัวอย่างเช่น บางคนที่ซื้อรถเพื่อภาพลักษณ์ก็จะมีความต้องการที่ต่างไปจากคนที่ต้องการซื้อเพื่อการเดินทางระหว่างบ้านกับที่ทำงานเพียง 2 ชั่วโมง ให้คิดถึงวิถีชีวิตประจำวันของคุณมากกว่าเรื่องภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น รถที่เหมาะกับวิถีชีวิตของคุณ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือเลือกประเภทของรถที่เหมาะกับวิถีชีวิตของคุณมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการรับส่งเด็กๆ ด้วย รถขับเคลื่อนสองที่นั่งก็ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดเท่าใด

การที่มีจำนวนรถมือสองมากมายก่ายกองในร้าน การเลือกรถสักคันจึงอาจเป็นเรื่องที่สับสนและกินเวลาได้ และต่อไปนี้ก็คือ คำถามบางคำถามที่อาจจะช่วยคุณตัดสินใจให้เบื้องต้นได้
– คุณชอบรถเกียร์มือหรือเกียร์อัตโนมัติ? รถที่เป็นเกียร์มือมักจะถูกกว่ารถที่มีเกียร์อัตโนมัติ
– ต้องการรถสองประตูหรือสี่ประตู?

รถแบบไหนที่เหมาะสมกับความจำเป็นของคุณมากที่สุด
– คุณต้องการรถขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อ สถานที่คือองค์ประกอบตัวแรกในการตัดสินใจ ถ้าคุณไม่ได้ต้องเข้าป่าล่าสัตว์ หรือออกค่าย คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเงินสูงขึ้น และเปลืองค่าน้ำมันซึ่งมักจะมาจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อแต่อย่างใด
– ความปลอดภัยนั้นสำคัญอย่างไร? ให้เช็คอัตราความปลอดภัยของรถที่ต้องการ รวมทั้งการใช้งานของถุงลมนิรภัยทั้งของคนขับและผู้โดยสาร
– มีจำนวนผู้โดยสารมากเท่าไหร่ที่คุณต้องบรรทุกโดยปกติ?
– คุณต้องการพื้นที่เก็บสิ่งของมากหรือเปล่า?
– คุณต้องออกเดินทางบ่อยหรือไม่?
– ระยะทางของการเดินทางในแต่ละวันมากเท่าไหร่?
– คุณต้องการเบรคแอนตี้ล็อก หรือตัวควบคุมล้อหรือไม่?
– ต้องการเครื่องยนต์ขนาดเท่าไหร่? ถ้าคุณเคยขับรถแปดจังหวะ เครื่อง 4 จังหวะจะช้าสำหรับคุณหรือเปล่า หรือถ้าคุณเคยขับรถ 4 จังหวะ การเปลี่ยนมาขับ 8 จังหวะจะทำให้คุณเปลืองน้ำมันหรือไม่?
– หรือมีลักษณะพิเศษอื่นๆ หรือไม่ที่คุณจำเป็นต้องมี? เช่น ถ้าคุณมีหลังที่ไม่ดี ตัวดันหลังก็อาจจะเหมาะกับคุณ หรือบางทีคุณอาจจะเตี้ยมากก็ต้องมีตัวปรับที่นั่ง ซึ่งจะทำให้คุณยกที่นั่งให้สูงขึ้นได้ ถ้ามันมีลักษณะพิเศษที่คุณต้องการแล้วหล่ะก็ ก็ให้จดเอาไว้เพื่อที่ว่ามันจะได้ช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะกับคุณออกไปได้

ในขณะที่ การซื้อรถที่เหมาะกับความจำเป็นทั้งในปัจจุบันและอนาคตของคุณนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่พวกเราก็ไม่ลืมว่าคนทั่วไปก็มักจะคลั่งไคล้รถของพวกเขาด้วย รถคันหนึ่งสามารถบ่งบอกถึงภาพลักษณ์ของเจ้าของได้ แต่ในขณะที่รถสปอร์ตใช้งานอาจจะเป็นรถในฝันของคุณที่บังเอิญทำงานในด้านการขาย แต่มันก็อาจจะไม่ใช่รถที่ดีที่สุดในการไปรับลูกค้า หรือบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก ซึ่งก็เช่นเดียวกับคนที่เป็นผู้ปกครองตามบ้าน ซึ่งอาจจะมองเห็นถึงประโยชน์ของการซื้อรถมินิแวน แต่ก็คงไม่ชอบพวกรอยแปดเปื้อนเล็กๆ น้อยตามรถ แต่การประนีประนอมดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

สำหรับคนที่เป็นนักธุรกิจก็ควรเป็นรถซีดาน เกียร์มือและเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ก็ควรเป็นรถที่ใช้งานได้มาก หรือรถวาก้อน แต่ต้องให้มั่นใจก่อนว่าได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว คุณอาจจะเลิกใช้รถคันเดียวกันในอีก 6-7 ปีข้างหน้าก็ได้ ดังนั้น พยายามนึกถึงความจำเป็นในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตด้วย มันมีรถหลายระดับในตลาด คำว่าระดับในที่นี้ก็คือ รถสปอร์ตใช้งาน, รถตู้, รถสองประตู, รถซีดาน, คูเป้, กระบะ, สเตชั่นวาก้อน, และอื่นๆ เป็นต้น การตัดสินใจเลือกรถสักประเภทก็หมายถึง คำว่า “เงิน” ด้วย ให้ตรองดูว่าคุณต้องการจ่ายเงินเท่าไหร่, คุณต้องการวางเงินดาวน์เท่าไหร่, และในแต่ละเดือนคุณส่งได้เท่าไหร่ อย่ารอจนกระทั่งคุณตกหลุมรักรถคันใดคันหนึ่งไปแล้ว

ให้พยายามลองประเมินตามนี้ ทันทีที่คุณได้ตัดสินใจเลือกประเภทรถได้แล้ว ให้ดูที่รูปแบบส่วนตัว อย่างเช่น ผู้ที่ซื้อรถซีดานขนาดกลาง ก็ควรศึกษารถซีดานหลายๆ คันก่อนที่จะลดตัวเลือกให้น้อยลง และคนที่ซื้อรถสปอร์ตใช้งานก็ควรเก็บข้อมูลของรถหลายๆ คัน อาจจะจากเว็บต่างๆ, หนังสือ, นิตยสาร เป็นต้น การลดตัวเลือกของรถมือสองลงมันยากกว่ารถใหม่เล็กน้อย เนื่องจากมันมีรถมือสองให้เลือกจำนวนมาก ให้ลองคุยกับเพื่อนหรือคนที่รู้จักที่ขับรถที่คุณชอบดูก่อน คำพูดของคนก็มักจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของรถบางคันได้ แบบไหนที่เรียกว่าเก่าเกินไป?

รถมือสองในฝันคือรถที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ระยะทางน้อยกว่า 70,000 กิโลเมตร กฎนี้ถือว่าสำคัญเนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใช้นานๆ มันหมายถึงอายุ รวมทั้งการใช้งานที่มากเกินไป นั่นเอง ระยะทางอาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอนุโลมได้บ้างเล็กน้อยสำหรับรถบางคันที่ เป็นที่รู้กันดีว่ามีความน่าเชื่อถือเป็นเลิศ ยกตัวอย่างเช่น รถบางคันที่มีระยะทาง 70,000 กิโลเมตรขึ้นยังคงมีระยะการใช้งานที่ยาวนาน ถ้ารถคันดังกล่าวได้รับการเอาใจใส่อย่างดีตลอดมา เมื่อมองหารถที่มีระยะทางน้อย หลักทั่วไปก็คือประมาณ 15,000 – 20,000 กิโลเมตรต่อปี ซึ่งบ่งบอกได้ว่าเป็นรถใหม่คันหนึ่ง บางคนอาจจะมองว่า 15,000 กิโลเมตรต่อปีเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำแล้วได้ หรือบางคนก็อาจจะมองว่า 20,000 กิโลเมตรต่อปีก็เป็นไปได้ เช่นกัน รถคันใดก็ตามที่ถูกขับขี่มามากกว่า 20,000 กิโลเมตรต่อปีนั้นสมควรที่คุณจะเลี่ยง ให้มองรถที่มีตัวเลข 15,000 กิโลเมตรต่อปีไว้เป็นหลัก แต่ก็ให้ยืดหยุ่นนิดหน่อยได้ ถ้ารถคันนั้นได้รับการดูแลรักษาอย่างดีตลอดมา

แต่จงจำไว้ด้วยว่าตัวเลชดังกล่าวนั้นจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้ารถคันนั้นเคยชนมาก่อน รถบางคันอาจจะเสียหายได้ในระยะทางเพียงไม่กี่พันกิโลเมตร ดังนั้น อย่าเหมาเอาเพียงว่าเพราะรถคันนั้นมีตัวเลขไมล์ที่ต่ำแล้วจะดีเสมอไป ตัวอ่านระยะทางก็สามารถที่จะตีกลับได้ และกลลวงนี้ก็ได้ถูกใช้โดยพวกขายรถส่วนตัวมานักต่อนักแล้ว ซึ่งผลของมันจะเห็นได้ชัดคือ รถที่มีระยะระยะทางสูงกลับกลายเป็นรถที่มีระยะทางต่ำ เพื่อทำให้รถดูมีราคาสูงขึ้นนั่นเอง เพื่อเป็นการเลี่ยงการโกงระยะทางนั้น ให้นำรถคันนั้นไปเช็คไมล์โดยการทำ VIN (vehicle Identification number) ถ้ารถคันนั้นเคยถูกซื้อมาก่อนหน้านี้ ระยะทางของมันก็จะถูกบันทึกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าระยะทางที่ถูกบันทึกเอาไว้มันมีตัวเลขสูงกว่าที่ตัวอ่านระยะทาง ณ ปัจจุบัน ให้โทรแจ้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้แจ้งคนขายว่าเขาโกงระยะทางได้

วิธีที่ง่ายอีกวิธีหนึ่งซึ่งจะทำให้คุณมั่นใจก็คือ การตรวจสอบระดับความน่าเชื่อถือของรถมือสองหลายๆ คัน แต่ให้จำไว้ว่า ความน่าเชื่อถือไม่ได้บอกว่าราคาขายครั้งที่สองจะสูงเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น Benz ซึ่งไม่มีตัววัดความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด แต่มันก็จะมีค่าสูงเสมอ ทั้งนี้มันก็มีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของรถมือสองจำนวนมากทั้ง บนอินเตอร์เนต และตามหนังสือ ก็ให้ลองสละเวลาในการดูสิ่งเหล่านี้ด้วย เพื่อที่ว่าจะได้ประหยัดเงินในระยะยาวของคุณได ้