หน้าแรก บล็อก หน้า 70

ผมร่วง เรื่องน่าห่วงที่ควรจะใส่ใจ

0
ผมร่วง

เรื่องของผมร่วง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาวออฟฟิศอย่างเราๆ ประสบพบเจอกันบ่อยเสียจนบางครั้งก็ไม่ได้จะรู้สึกว่ารุนแรงอะไร แต่รู้ไหมคะว่าอาการผมร่วงนั้นรุนแรงกว่าที่คิด เพราะบางครั้งหนังศีรษะ รากผม และผม ก็เป็นตัวบ่งบอกสุขภาพภายในของเราได้มากกว่าเรื่องผิวๆ อย่างโรคผิวหนังหรือรังแค แต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่สื่อมาจากภายในร่างกายและจิตใจก็เป็นได้ค่ะ

ผมร่วงกันใหญ่…เพราะอะไรนะ?

สาเหตุของการเกิดผมร่วงนั้นมีมาก มายหลายประการค่ะ เราคัดเฉพาะที่มักจะเกิดกับสาวใสวัยทำงานอย่างๆเราๆ มาบอกกันค่ะ ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุเหล่านั้นได้แก่

• อายุ ฮอร์โมน และพันธุกรรม 3 สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ ยังถือว่าโชคดีนิดนึงสำหรับสาวๆ เพราะผู้ชายจะพบปัญหานี้มากกว่าผู้หญิงมาก โดยการผมร่วงนี้จะเริ่มเกิดขึ้น เมื่ออายุ 25-30 ปี สำหรับผู้หญิงจะผมร่วงโดยเริ่มจากการที่ผมเส้นเล็กลง และสั้นเมื่อลูบผมก็จะมีผมเส้นบางและสั้นติดมือมาสาเหตุผมร่วงชนิดนี้เป็น สาเหตุชนิดเดียวที่มักจะทำให้เกิดผมร่วงถาวร หรือหัวล้านนั่นเอง

• ยาและอาหาร อีก 2 ปัจจัยที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย ก็ส่งผลต่ออาการผมร่วงเช่นกัน ยาบางชนิดโดยเฉพาะที่ใช้รักษามะเร็งทำให้ผมร่วงได้ นอกจากนี้ยังมียารักษาความดันโลหิต, ยาต้านการซึมเศร้า,ยาคุม และวิตามินเอ หากรับประทานในขนาดสูง ก็ทำให้ผมร่วงได้ แต่เป็นการร่วงชั่วคราวเท่านั้น เรื่องอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าคุณรับประทานอาหารโปรตีนน้อย ธาตุเหล็กน้อย ก็อาจจะจะทำให้ผมร่วงได้

• ไลฟ์สไตล์และความเครียด ช่วงนี้คุณใช้ร่างกายหนักหนาสาหัสหรือเปล่าคะ? นอนน้อย นอนดึก คร่ำเครียดกับเรื่องราวร้อยแปด หรือเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยแบบหนักๆ ไหม เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณผมร่วงได้มากกว่าปกติ แต่ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ถ้าสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่ได้อยู่ในภาวะเช่นนี้แต่อย่างใดก็ควรจะใส่ใจ กับอาการผมร่วงได้แล้วค่ะ เกิน 100 เส้นเป็นอันตราย! ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่าเส้นผมของเรานั้นร่วงเป็นปกติอยู่ทุกวันอยู่แล้ว โดยทั่วไปคนปกติผมจะร่วงอยู่ระหว่าง 50 – 100 เส้น หากมากกว่า 100 เส้นเมื่อไหร่ เป็นอันแน่นอนล่ะค่ะว่า ผมคุณร่วง “เข้าขั้นผิดปกติ” ซะแล้ว และหากเป็นผมร่วงชั่วคราวจะมีระเวลาไม่เกิน 3 เดือน และอาการจะดีขึ้นจนหลายเป็นปกติภายในเวลา 6 เดือน

ผมร่วง..ร่วงอย่างไร?

1. ร่วงเป็นหย่อมๆ ผม ร่วงชนิดนี้มักเกิดบริเวณด้านหน้าและกลางกระหม่อม มักเกิดจากความเครียด หรือการดึงผมเป็นประจำนั่นเอง หลายคนทำเพราะความเครียด บางคนทำเพราะความเคยชิน เป็นนิสัยที่ไม่ดีเลยค่า อันนี้หลายคนก็รู้ตัวนะคะ แต่มันหยุดไม่ได้ การที่เราดึงผมทำให้ผมน้อยลงเห็นๆ แล้วยังทำให้รากผมข้างๆ นั้นระคายเคืองไปด้วย ก็ส่งผลให้ผมร่วงติดตามมาด้วย วิธีแก้ง่ายๆ คือต้อง “ยั้งใจ” ตัวเองทุกครั้งที่จะเอามือไปสัมผัสเส้นผมค่ะ การที่ผมร่วงแบบนี้เกิดจากการทำตัวเองแท้ๆ เลยค่ะ

2. ร่วงเป็นวงๆ ผมร่วงชนิดนี้ต่างจากชนิดแรกตรงที่ เป็นผมร่วงเนื่องจากเชื้อราบนหนังศีรษะค่ะ บริเวณที่เป็นมักเป็นบริเวณด้านหลังศีรษะ หรือท้ายทอย ผมที่ร่วงลักษณะนี้มักเป็นคู่กับรังแค และสะเก็ดอาจมีตุ่มน้ำเหลืองหรือน้ำหนองร่วมด้วย ผมร่วงแบบนี้ต้องพบแพทย์เท่านั้นค่ะ ยาที่ได้รับอาจมีทั้งยากินและยาทาตามความรุนแรงของอาการ แต่ต้องทานหรือทาจนครบนะคะ เพราะโรคที่เกิดจากเชื้อราสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

3. ร่วงทั่วศีรษะ เป็นผมร่วงชนิดที่เกิดจากฮอร์โมน ช่วงฟื้นไข้ ช่วงหลังคลอด การใช้ยา หรือแม้แต่พันธุกรรม ในการรักษาคงต้องวิเคราะห์ก่อนว่ามาจากอะไร ถ้าเป็นเรื่องของพันธุกรรมนั้น อาจจะรักษษได้ยากเสียหน่อย จะมีก็แต่การชะลอการหลุดร่วงของเล้นผมที่พอจะทำได้ ส่วนหนากเกิดจาหสาเหตุอื่นๆ เราถือว่าเป็นอาการของผมร่วงชั่วคราวค่ะ สามารถรักษาให้ห้ายได้ หรือในบางครั้งอาจจะไม่ต้องรักษาเลยก็ได้หากอาการไม่รุนแรงมากขึ้น
บำบัดเครียด…ลดผมร่วง

หนึ่งในวิธีการง่ายๆ ที่เราจะลดอาการผมร่วงได้ก็คือการลดความเครียดด้วยการนวดผ่อนคลายค่ะ เรามีท่านวดศีรษะแบบเบาๆ 2 ท่ามาฝากกันด้วยค่ะ

ท่าที่ 1 ใช้ปลายนิ้วทั้งห้ากดคลึงวนไปรอบช่วงบนกระหม่อม อาจใช้โทนิคโลชั่น สมุนไพรร่วมในการรนวดก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น ) ไล่วนเป็นวงกลมให้ทั่วศีรษะ

ท่าที่ 2 คือ การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ ใครที่ฝึกโยคะอยู่คงคุ้นเยกันดีกับท่านี้ ทำง่ายๆ เพียงพับคอโดยก้มศีรษะลงแล้วหมุนคอไปรอบ วนจากซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย สลับกันทำรอบละ 3 ครั้ง
เรื่องผมๆ เป็นเรื่องใหญ่พอตัวทีเดียวนะคะสำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของความสวยความงามเท่านั้น แต่บางครั้งผมที่ร่วงมากจนผิดปกตินั้นอาจจะบ่งบอได้ว่าคุณแอบป่วยอยู่ก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการเตือนให้คุณรู้ตัวว่าตอนนี้คุณอาจจะเครียดมากเกินไปอยู่ก็ได้นะคะ

บำรุงผม ทำให้ผมสวยเงางามด้วย 10 วิธี

0

คงไม่มีสาวๆคนไหนไม่อยากสวยหรอกค่ะ วันนี้มาดู 10 วิธีรักษาสุขภาพทรงผมให้สวยงามและดูดี มีสเน่ห์ดึงดูดหนุ่มๆกันดีกว่า เรื่องผมเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆทุกคนควรให้ความสนใจเป็นพิเศษนะค่ะ พร้อมแล้วมาอ่านไปพร้อมๆกันได้เลย !!!

1. หมักผมด้วยทรีทเม้นท์ หรือครีมบำรุงล้ำลึกสัปดาห์ละ 2 ครั้งแต่อย่าลืมว่าผลิตภัณฑ์นั้นต้องเหมาะสมกับสภาพผมคุณด้วยนะ

2. อย่าใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมหลายชนิดเกินไป เพราะผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม ทรีทเม้นท์แบบลีฟออน สเปรย์ปกป้องผม หรือเจลแต่งผมสารพัด เพราะนอกจากมันจะหมักหมมเป็นชั้น ๆ บนเรือนผม เป็นกับดักฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดีแล้ว มันยังล้างออกได้ยากอีกด้วย การใช้ผลิตภัณฑ์หลังสระผมควรไม่เกิน 2 ชนิดก็เพียงพอแล้วค่ะ

3. หมักผมด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ อย่างสูตรมายองเนสปั่นสตรอเบอร์รี่ กำลังเป็นที่ฮอตฮิตในหมู่สาว ๆ ตะวันตกเลยล่ะ โดยวิธีทำก็แค่นำสตรอเบอร์รี่มาปั่นกับมายองเนส 1 ช้อน จากนั้นหมักผมไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออก จะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพผมชี้ฟูให้เงางามขึ้นได้

4. เวลาสระผม ให้ล้างผมในขั้นตอนสุดท้ายด้วยน้ำเย็น เพื่อเป็นการปิดเกล็ดผม

5. หากไม่มีเวลาหมักผมด้วยทรีทเม้นท์คุณสามารถบำรุง ผมง่าย ๆ ด้วยการผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนเข้ากับน้ำอุ่น 4 ถ้วย แล้วราดลงบนเรือนผม จากนั้นล้างเล็กน้อย (เพียงเล็กน้อยเท่านั้น) จะทำให้ผมเงางามได้ค่ะ

6. ทานธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะจากผักผลไม้ หรืออาหารประเภทอื่น ๆ เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กนั้น มีส่วนช่วยในการบำรุงผมโดยตรงค่ะ

7. เลือกแชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี มันสามารถเปลี่ยนผมเสียให้เป็นผมสวยได้ดีเลยล่ะ!

8. หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนเพราะจะเป่าความ ชุ่มชื้นและความเงางามของเรือนผมออกไปด้วย ทำให้ผมแห้งเสียได้ง่าย ดังนั้น หลังสระผมสาว ๆ ควรหันมาใช้พัดลมเป่าจะดีกว่า

9. น้ำมะนาว หรือเลมอน นำมาผสมกับน้ำแล้วชโลมบนเรือนผมทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก
10. ดื่มน้ำมาก ๆ น้ำเป็นสิ่งที่เต็มเติมทุก ๆ อย่างในร่างกายอยู่แล้ว ดังนั้นผมก็เช่นกันค่ะ ถ้าหากคุณดื่มน้ำเพียงพอแล้ว สุขภาพผมก็จะพลอยดีไปด้วย

แก้ปัญหารังแคบนหนังศีรษะง่ายๆ ด้วยน้ำมะกรูด

0

รังแค ปัญหาที่สาวๆผมยาว ผมสั้น ทั้งหลายคงไม่อยากเจอปัญหานี้กันแน่ใช่ไหม? เพราะหากมีรังแคขาวๆบนเส้นผมเราแล้ว ดูไม่น่าพิศมัยเอาซะเลยค่ะ แต่สาวๆรู้ไหมค่ะว่าไม่เพียงแต่รังแค เท่านั้น เรายังมีวิธีขจัดรังแค และอาการคันศรีษะง่ายๆมาฝากกันค่ะ หากว่าสาวๆท่านใดที่ไม่อยากเสียเงินในการต้องไปซื้อ แอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ มาหมักผมเพื่อขจัดปัญหารังแคแล้วล่ะก็ วันนี้เรามีวิธีทำง่ายๆเพียงคุณมีมะกรูด และน้ำผึ้งเท่านั้น

  1. เริ่มจากการคั้นเอาแต่น้ำมะกรูดออกมาใช้สักประมาณ 4 – 5 ลูก โดยคั้นเอาแต่น้ำแล้วกรองเอาเมล็ด ออกให้หมด

  2. จากนั้น เตรียมน้ำผึ้ง ประมาณ 3 – 4 ช้อนโต๊ะ แต่หากว่าสาวๆท่านไหนต้องการเพิ่มก็เพิ่ม อีกสักประมาณ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ ก็ได้ค่ะ แต่อย่าให้มีลักษณะข้นหนืดจนเกินไป

  3. ผสมน้ำมะกรูดและน้ำผึ้งให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ในตู้เย็น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ก่อนนำมาใช้ หรือหากว่าจะทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้

  4. จากนั้นก่อนจะสระผมให้นำ น้ำมะกรูดที่ได้ชโลมทิ้งไว้ให้ทั่วศรีษะ ประมาณ 5 – 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็สระผมได้เลย

  5. น้ำมะกรูดมีฤทธิ์เป็นกรด ดังนั้นหากว่าสาวๆท่านไหนนิยมทำสีผม และดัดผม อยู่เรื่อยๆ ควรเพิ่มน้ำผึ้งลงไปอีกสักนิดนะค่ะ เพราะสีผมของคุณอาจจะจางลงไปได้จากฤทธิ์ของน้ำมะกรูด

บร็อคโคลี ยามะเร็งเต้านม

0

สารประกอบในบร็อคโคลีมีอาวุธลับกระตุ้นร่างกายสู้มะเร็งเต้านม ชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้ คงจะเป็นข่าวดีสำหรับการรักษามะเร็งเต้านม เพราะล่าสุด เดลิเมล เผยว่า มีการทดลองให้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมกินยาซึ่งมีสารสกัดจากบร็อคโคลี ถือเป็นการต่อยอดงานวิจัยชิ้นก่อนๆ ที่บอกว่า หลังกินบร็อคโคลี สารประกอบตัวหนึ่งในผักดังกล่าวจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ปกป้องเนื้อเยื่อเต้านม

สารสกัดจากบร็อคโคลีที่นำมาให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม คือ กลูโคราฟานิน เมื่อรับเข้าไปแล้วร่างกายจะนำไปผลิตเอนไซม์ชื่อ ซัลโฟราเฟน โดดเด่นด้วยสรรพคุณป้องกันเนื้องอก มะเร็ง

โดยด็อกเตอร์มาเรีย ทรากา ของสถาบันวิจัยอาหาร หรือไอเออาร์ในอังกฤษ ย้ำว่า ซัลโฟราเฟน มีความสำคัญมาก เนื่องจากมีหลักฐานชี้ว่า ช่วยรักษาสมดุลของสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย และตอบโต้สารก่อมะเร็งต่างๆ ที่ได้รับจากการบริโภคอาหาร สิ่งแวดล้อม และสารอื่นๆ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า เอนไซม์ตัวนี้เป็นอาวุธป้องกันมะเร็ง

ทั้งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์ และศูนย์มะเร็งซิดนีย์คิมเมล ทดลองใช้ยาจากสารสกัดของบร็อคโคลี โดยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรับยาทุกวัน นาน 2 สัปดาห์ ปรากฏผลคือ การเจริญเติบโตของเนื้องอกช้าลง ในทางตรงกันข้าม เอนไซม์ซัลโฟราเฟนมีเพิ่มขึ้น

ส่วนสถาบันมะเร็งไนท์ในออริกอน อเมริกา กำลังจับตาดูว่า การให้สารสกัดจากผักชนิดเดียวกันนี้ที่ 3 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 2 เดือน จะชะลอการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็งก็ไม่ควรมองข้ามการกินบร็อคโคลี ที่มีคำแนะนำว่า การกินผักดังกล่าวอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งได้.

การตรวจเบาหวาน ไม่ต้องอดอาหารก็ได้

0

โรคเบาหวานรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ในสังคมไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ไม่ใช่น้อย เบาหวานเป็นโรคที่ติดต่อกันทางพันธุกรรม ใครดวงซวยก็อาจจะต้องรับมรดกจากรุ่นสู่รุ่นได้ ดังนั้นการรักษาจึงไม่ใช่ทางออก 100% แต่การป้องกันและดูแลตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

การเจาะเลือดเก็บตัวอย่างในโปรแกรมตรวจสุขภาพส่วนใหญ่ มักให้ผู้ที่รับการตรวจงดอาหารก่อน 8-12 ชั่วโมง โดยผลเลือดส่วนหนึ่งจะบอกระดับน้ำตาลในเลือด ที่เป็นตัวบอกประสิทธิภาพของร่างกายในการดึงน้ำตาลในกระแสเลือดไปเก็บไว้ใช้ เป็นพลังงานเพื่อการดำรงชีวิต

แต่หากประสิทธิภาพในการดึงน้ำตาลไปเก็บนี้เสื่อมลง จะส่งผลให้มีน้ำตาลหลงเหลืออยู่ในเลือดเป็นจำนวนมากเกินความจำเป็น ซึ่งสุ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ถ้าขืนปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าที่ควรเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เป็นเบาหวาน ส่งผลให้หลอดเลือดเสื่อม  ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น ไตวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดในสมองแตก อัมพาต แผลหายยาก

อย่างไรก็ตาม การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจะช่วยบอกความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ดี แต่ถ้าต้องการทราบความเสี่ยงให้เร็ว เพื่อป้องกันอย่างทันท่วงทีนั้น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เทพ หิมะทองคำ แห่งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ บอกกับทางเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร โดยไม่ต้องอดข้าวมาครึ่งค่อนวัน เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ปรากฏจะเป็นตัวชี้ว่า ร่างกายของเราจัดการกับน้ำตาลได้ดีแค่ไหน จึงช่วยให้เห็นสัญญาณความผิดปกติได้เร็วกว่า และเพื่อป้องกันความเสี่ยงแบบไม่ต้องรอให้ป่วยเป็นเบาหวานไปแล้ว

โดยการแปลผลระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร ถ้าต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่า ปกติ เพียงแต่แนะนำให้ควบคุมอาหาร หมั่นขยับร่างกาย รักษาจิตใจปลอดโปร่ง กรณีได้ระดับ 140-199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จัดว่า เสี่ยงเป็นเบาหวาน แนะนำพบแพทย์ เพื่อตรวจความทนทานต่อน้ำตาลอีกขั้นตอน รวมทั้งควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ดูแลจิตใจ

หากระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจหลังอาหาร เผยว่า คนๆ นั้นมีมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ต้องถือว่า ป่วยเบาหวาน ต้องเริ่มทำการรักษา ร่วมกับการคุมอาหาร และไม่ละเลยการออกำลังกาย มีสภาพจิตใจที่ดี

คุณหมอเทพ ยังบอกอีกว่า หากงดอาหารก่อนตรวจเลือด อาจทำให้พลาดโอกาสรู้ทันเบาหวานไปกว่าร้อยละ 50 ซึ่งอาจหมายถึงตรวจไม่เจอความเสี่ยง และถ้าปล่อยให้โรคดำเนินไปเงียบๆ ในร่างกายโดยไม่รู้เท่าทัน การตรวจสุขภาพปีต่อไปอาจบ่งบอกว่าเป็นเบาหวานแล้ว

อยากป้องกันโรคเบาหวาน นอกจากจะใส่ใจเรื่องอาหารการกินแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งสำคัญ.

7 ข้อดี จากอาหารรสเผ็ด

0

หนึ่งเอกลักษณ์อาหารเพื่อสุขภาพที่โดดเด่นของอาหารไทย คือ รสเผ็ดจากพริกหรือเครื่องเทศที่ใช้ นอกจากจะเสริมให้อร่อยลิ้นแล้ว ถ้ารับประทานรสเผ็ดที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ

นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เล่าว่า การกินเผ็ดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้นั้นจะนำความเดือดร้อนมาให้ได้ เช่น กินเผ็ดจนเป็นโรคกระเพาะ หรือกินเผ็ดจัดในขณะท้องว่าง แถมยังกินผิดเวลา อย่างนี้เผ็ดก็เป็นโทษได้ ส่วนผู้ที่กินเผ็ดอย่างเข้าใจนั้นนอกจากจะได้เรื่องความอร่อยลิ้นแล้วยังได้ อานิสงส์จากความเผ็ดในแง่สุขภาพอีกหลายข้อ ในวันนี้จะขอนำประโยชน์เผ็ดจาก “พริก” อาหารเพื่อสุขภาพ มาเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ

เริ่มจากพริกช่วยป้องกันหัวใจ ด้วยวิตามินสำคัญ คือ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และธาตุเหล็กมีมากในพริกสดและพริกแห้ง ถ้าห่วงเรื่องการเผ็ดมากให้ไปรับประทานพริกไทยหรือพริกหวานที่ใส่ในสลัดก็ ยังได้

ต่อมาช่วยขยายหลอดลม มีเคมีที่ช่วยขับเสมหะและเปิดคอให้โล่งขึ้น ในคนที่เป็นภูมิแพ้ การกินเผ็ดจะช่วยได้ดีมาก หากเป็นเด็กอาจเพียงแค่พริกไทยหรือใช้หัวหอมที่เผ็ดน้อยพอ และสำหรับเด็กน้อยกับผู้สูงวัยขอให้ระวังอย่าให้สำลักพริกด้วย

ทั้งยังช่วยไล่เซลล์มะเร็ง แค่พริกป่นง่ายๆ อย่างนี้ก็ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และมะเร็งผิวหนังกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย เพราะพริกช่วยล้างพิษ (Detox) ให้กับร่างกาย ลำพังใช้พริกป่นในพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้ายิ่งได้รับประทานพริกสดด้วย อย่างน้ำปลาพริกขี้หนูสดก็ยิ่งช่วยได้ดี

นอกจากนี้ความเผ็ดของพริกช่วยลดไขมัน ป้องกันลิ่มเลือดจับตัว และช่วยคุมน้ำหนัก เพราะทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานให้ด้วย ทั้งนี้จากการศึกษาในอินเดียพบว่า อาสาสมัครที่รับประทานพริกนั้นให้ผลในการลดลิ่มเลือดอุดตันตามหลอดเลือดได้ อีกทั้งปลอดภัยจากสารพิษตกค้างไม่เหมือนกับกินยาด้วย

แล้วยังสามารถลดปวดด้วยกรดเผ็ด ที่เรียกว่า “แคปไซซิน” ในพริก รวมถึงสาร “เคอคิวมิน” ในเครื่องเทศอย่างขมิ้นที่ช่วยดับไฟอักเสบได้ จึงเหมาะกับผู้มีอาการปวดไปจนถึงแสบร้อนจากการอักเสบตามที่ต่างๆ อาทิ โรคเริม, งูสวัดไปจนถึงปวดอักเสบตามข้ออย่างรูมาตอยด์, ข้อเสื่อม และอาการปวดฟกช้ำทั้งหลาย

พริกเผ็ดยังช่วยคลายเครียด พริกเป็นอาหารร่าเริงที่แท้จริงเพราะสร้าง “เอ็นดอฟิน” เป็นเคมีสุขที่ทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาหลั่งออกมาภายหลังจากกินเผ็ดไปไม่นาน ลองสังเกตอาการหลังทานส้มตำพริกสิบเม็ดได้ว่าเหงื่อออกแล้วสบายตัวสดชื่นดี

และสุดท้ายช่วยเรียกน้ำย่อยเจริญอาหาร ผู้ใหญ่มักเบื่ออาหารเมื่อถึงวัยหนึ่ง ดังนั้นการได้รับประทานรสเผ็ดจะช่วยสะกิดต่อมรับรสให้รู้โอชะได้ดีขึ้น นอกจากรสขมแล้วเผ็ดเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นดอกลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพนั่นเอง.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

วิธีจับเม้าส์อย่างถูกหลัก 6 ประการ ลดอาการปวดเมื่อยและเจ็บเอ็นข้อมือ

0

เม้าส์ เป็นอุปกรณ์ในการควบคุม และบังคับทิศทางในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ทั้งบนพีซี โน๊ตบุ๊กหรือแล็ปท็อปที่ใช้วินโดวส์และแม็ค ซึ่งการใช้งานเม้าส์นั้นสะดวกและคล่องตัวกว่าการใช้งานทัชแพดของโน้ตบุ๊ก แต่ปัญหาที่หลายๆคนประสบเมื่อใช้งานเม้าส์ติดต่อกันนานๆ ก็มักจะมีอาการปวดเมื่อยข้อมือ ไปจนถึงบาดเจ็บเอ็นข้อมือจากการใช้เม้าส์ไม่ถูกวิธี เรามาเรียนรู้วิธีการจับเม้าส์ให้ถูกวิธี ไปจนถึงการเลือกซื้อเม้าส์ให้เหมาะสมกับสรีระของมือเรากันดีกว่า

สำหรับการทำงานของเม้าส์นั้น หลักๆเม้าส์จะมี 2 ปุ่ม คือปุ่มซ้าย และปุ่มขวา ซึ่งปกติ การใช้งานบนวินโดวส์ จะใช้เม้าส์ปุ่มซ้าย สำหรับคนที่ถนัดมือขวา หรือหากใครถนัดมือซ้าย ก็สามารถปรับการทำงานของเม้าส์ได้ (บนวินโดวส์ให้เข้าไปที่เมนู Control Panel > Mouse) จะสามารถตั้งค่าได้ทั้ง TouchPad และเม้าส์) ส่วนปุ่มกลางเป็นล้อสกอลล์เลื่อนหน้าเพจ บางรุ่นอาจจะใช้เลื่อนซ้ายขวาสำหรับการทำเอกสาร Excel แบบแนวนอนได้ด้วย

ในส่วนของ Buttons เราสามารถกำหนดได้ว่า จะให้ปุ่มไหนทำงานเป็นปุ่มหลัก คนที่ถนัดมือขวา (คนส่วนใหญ่) เม้าส์ปุ่มซ้าย จะเป็นปุ่มหลัก อย่างเช่นการกดเลือก หรือกดค้างเพื่อลากแล้ววาง ส่วนคนที่ถนัดมือซ้าย สามารถกำหนดปุ่มขวาให้เป็นปุ่มหลัก ส่วนปุ่มซ้ายเป็นการเข้าเมนูย่อย หรือลากแบบพิเศษ นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดค่าต่างๆของเม้าส์ให้เหมาะสมกับความถนัดของเรา

Double Click Speed ช่วงจังหวะการดับเบิ้ลคลิกของแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราสามารถตั้งค่าความเร็วในการดับเบิ้ลคลิกได้ โดยกำหนดระยะห่างของช่วงเวลาการคลิกในแต่ละครั้ง

Click Lock กำหนดค่าเพื่อให้สามารถลากลูกศรไฮไลท์ตัวอักษรหรือลากโดยไม่ต้องกดปุ่มบนเม้าส์ค้างไว้

การเลือกความละเอียด (DPI) ของเม้าส์ก็สำคัญ

การตั้งค่า Pointer ก็มีผลกับอาการปวดเมื่อยข้อมือเช่นกัน เพราะหากเราเลือกเม้าส์ที่มี DPI สูงๆ (ค่าปกติมักจะใช้เม้าส์ 800DPI) ลูกศรเม้าส์ก็จะวิ่งไวมาก จนตาเราตามแทบไม่ทัน เราสามารถกำหนดความเร็วของลูกศรเม้าส์ได้ หรือหากไม่อยากจะลากเม้าส์บ่อยๆก็เลือก Snap to เพื่อเคลื่อนตำแหน่งลูกศรไปยังปุุ่มบนหน้าต่างของวินโดวส์ โดยที่เราไม่ต้องเลื่อนเม้าส์บ่อยๆ

ตัวช่วยในการเลือกซื้อเม้าส์

หากคุณไม่แน่ใจว่า ควรจะซื้อเม้าส์แบบไหนดี แนะนำให้พิจารณาก่อนว่า งานหลักๆที่คุณใช้นั้น เน้นใช้งานด้านใด เช่น ทำงานเอกสาร ใช้งานอินเทอร์เน็ต โซเชียล เน็ตเวิร์คผ่านบราวเซอร์ เล่นเกมส์บน Facebook หรือเล่นเกมส์ออนไลน์ ออฟไลน์ เพราะการตอบสนองเม้าส์สำหรับงานแต่ละอย่างนั้นไม่เหมือนกัน เรามีตัวช่วยในการพิจารณาการเลือกเม้าส์จากผู้ผลิตเม้าส์เกมอย่าง Razer ได้จัดทำ Razer Mouse Selection Advisor เพื่อช่วยในการเลือกเม้าส์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

สิมิลัน…หมู่เกาะสวรรค์ของคนรักท้องทะเล

0

เรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตติดอันดับโลกอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย สำหรับ “สิมิลัน” หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในด้านความงามของปะการังใต้ท้องทะเล อีกทั้งผู้คนจากทุกสารทิศต่างเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมกับความสวยงาม ของท้องทะเลใส ๆ หาดทรายขาว ๆ ทิวมะพร้าวพลิ้วไหวลู่ลมเย็น ๆ ไม่ขาดสาย

สำหรับ “หมู่เกาะสิมิลัน” ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยคำว่า “สิมิลัน” เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า เก้า หรือ หมู่เกาะเก้า เพราะหมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน ที่มีอยู่ทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู ซึ่งหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก

 

มัลดีฟส์ สร้างเกาะใหม่เป็นประเทศลอยน้ำ รับมือวิกฤตโลก

0

จากวิกฤตโลกร้อนที่ส่งผลให้ระดับน้ำ ทะเลสูงขึ้นอย่างมากในแต่ละปี ทำให้ขณะนี้หลายประเทศน้อยใหญ่ต่างหวั่นเกรงภัยน้ำท่วมโลกจะเริ่มคุกคามขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มัลดีฟส์ ประเทศที่มีสัณฐานเป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรอินเดีย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 1.5-2.4 เมตร ถือเป็นประเทศที่ต่ำที่สุดในโลก และมีแนวโน้มจะจมลงเรื่อย ๆ

แต่ล่าสุด ดูเหมือนว่ามัลดีฟส์จะหาทางออกของปัญหาดังกล่าวได้แล้ว โดยรัฐบาลมัลดีฟส์ตกลงรับข้อเสนอของบริษัทจากเนเธอร์แลนด์ในการสร้างเกาะ จำลองลอยน้ำเพื่อใช้เป็นบ้านสำรอง และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว

โดยบริษัท ดัตช์ ด๊อกแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเคยสร้างเรือนจำลอยน้ำและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ มาแล้ว กำลังดำเนินการก่อสร้างบ้านใหม่ให้ประชาชนมัลดีฟส์ ซึ่งถือว่าเป็นเกาะจำลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและหากออกมาตามที่ตั้งเป้า ไว้ มัลดีฟส์จะกลายเป็นประเทศลอยน้ำแห่งแรกด้วยเช่นกัน

โคเอน โฮลเทียส สถาปนิกชาวดัตช์ กล่าวว่า วัสดุที่บริษัทใช้ในการสร้างเกาะ ได้แก่ แผ่นคอนกรีตหนา และโฟมโพลีสไตรีน ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าใช้ได้ดี และใช้สายเคเบิลแบบเดียวกับแท่นขุดเจาะน้ำมัน ยึดกับก้นทะเลซึ่งจะมีความมั่นคง ไม่โคลงเคลง แม้เกิดพายุ อีกทั้งจะสร้างเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ แทนการสร้างเป็นเกาะใหญ่เกาะเดียว เพื่อลดเงาที่ทาบบนพื้นทะเล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล เช่นเดียวกับการเลือกทำเลจะต้องส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดด้วย

สิ่งที่น่าสนใจบนเกาะนี้คือ การสร้างแหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ทตากอากาศหรูหรา คาดว่าในหนึ่งเกาะจะมีอยู่ 200 หลัง รวมถึงสนามกอล์ฟลอยน้ำ นอกจากนี้ ยังจะมีโรงแรมและศูนย์ประชุมลอยน้ำ จากนั้นจะสร้างเกาะวงแหวน 4 เกาะ สร้างคฤหาสน์เพิ่มเติม และบ้านเรือนให้พลเมืองมัลดีฟส์ที่มี 390,000 คน ได้อยู่อาศัย

 

 

ต้นไม้มงคลประดับโต๊ะทำงาน

0

การจัดโต๊ะทำงานให้ดูน่านั่งทำงาน มีแรงพลัง มีพาวเวอร์ในการทำงานนั้น ไม่ควรปล่อยให้ของวางรกเต็มโต๊ะ ควรจัดของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ แต่ไม่ควรปล่อยโล่งจนเกินไป แนะนำให้มีของประดับโต๊ะสักชิ้น นอกจากของประดับโต๊ะแล้ว ควรมีไม้ประดับมาวางสักต้น เพื่อเพิ่มสีสัน ช่วยให้ดูสบายตา เพราะสีเขียวเป็นพลังจากธรรมชาติจะช่วยคุณผ่อนคลายจากความเครียดได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศดีๆให้บริเวณโต๊ะทำงานอีกด้วย

1. กระบองเพชรจิ๋ว นอก จากจะดูน่ารัก น่ามอง แล้วยังมีประโยชน์ในการดูดคลื่นรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ เป็นไม้ประดับที่คงทน ปลูกง่าย แต่มีความเชื่อว่าไม่เหมาะแก่คนโสด เพราะจะทำให้ผิดหวังในความรัก

2. แก้วกาญจนา เป็น ไม้ประดับที่มีความสวยงาม ทนกับความชื้นต่ำได้ดี อยู่ได้เป็นเดือนโดยไม่ต้องรดน้ำหรือได้รับแสงแดด เป็นไม้ที่อยู่ในร่มได้นาน จึงเหมาะกับคนที่งานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาดูแล

3. บอนสี เป็น ไม้มงคล ช่วยคุ้มครองชีวิตจากภัยอันตรายต่างๆ ให้ชีวิตมีแต่ความสุข เป็นไม้ประดับที่แข็งแรง อยู่ในร่มได้ แต่ควรนำออกแดดบ้าง เวลารดน้ำควรรดให้อยู่ระกับโคนก็พอ ไม่งั้นใบไม้จะเน่าได้

4. พลูด่าง เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยสวยงาม เหมาะแก่การประดับสำนักงาน เช่น ทำเป็นกระถางแขวน และควรปลูกพลูด่างไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง

5. เฟิร์นเงิน จะช่วยดูดความร้อน ลดอุณหภูมิจากภายนอก ช่วยให้บรรยากาศที่ทำงานดีขึ้น ปลูกง่าย โดยการเติมน้ำในระดับโคนต้น พรมน้ำเบาๆระหว่างวัน และน้ำออกแดดสามครั้งต่อสัปดาห์

6. สัปปะรดสี เป็นไม้ตระกูลสัปปะรด มีสีสันสวยงาม ปลูกไว้ที่ทำงาน ช่วยให้ผ่อนคลาย สบายตา ควรวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเพื่อให้ต้นได้โดนแสงในยามเช้า

7. หน้าวัว เป็น ไม้ประดับที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ มีสีสันสวยงาม เหมาะกับคนที่เครียดจากการทำงาน เมื่อได้มองแล้วจะสบายตา เหมาะกับปลูกในที่ที่มีอากาศเย็น ที่ร่ม และมีแสงรำไร

ขอบคุณข้อมูลจาก Homedec

กินยาลดความดันโลหิตให้ถูกวิธี

0

ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อย และจำเป็นจะต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย โรคไต หรือหลอดเลือดในสมองแตก เป็นต้น การรักษาโรคความดันโลหิตสูงนั้น มีทั้งการรักษาโดยใช้ยาและไม่ใช่ยาประกอบกัน หากผู้ป่วยต้องทานยาลดความดันโลหิต ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาดังกล่าว

ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารด้านยา โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า การทานยาลดความดันโลหิต ควรทานยาสม่ำเสมอ ไม่หยุดยา หรือปรับขนาดยาขึ้นลงเอง  ผู้ ป่วยหลายท่านเมื่อทานยาไประยะหนึ่งแล้วความดันโลหิตลดลง และไม่มีอาการผิดปกติอะไร อาจเข้าใจว่าหายแล้ว ไม่มีอันตราย จึงหยุดทานยาไปเอง  ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรัง ไม่หายขาด ต้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  การทานยาแล้วความดันโลหิตลดลงมาเป็นปกติแสดงว่าควบคุมความดันโลหิตได้ดี ลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้  แต่หากหยุดยาเมื่อใด ความดันโลหิตจะกลับมาสูงอีกและอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้

นอกจากนี้ หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักแนะนำยา หรืออาหารเสริมที่ระบุว่ามีผลดีในการลดความดัน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรเปลี่ยนยาหรือรับประทานยาเพิ่มเอง เนื่องจากการได้รับยาลดความดันโลหิตมากเกินไปอาจทำให้ความดันลดต่ำจนเป็น อันตรายได้

อย่างไรก็ตาม การทานยาลดความดันโลหิตนั้น ควรทานในเวลาเดิมทุกวัน เพื่อ ให้ยาออกฤทธิ์ควบคุมความดันได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทานยาตอนเช้า ก็ควรทานตอนเช้าทุกวัน ไม่เปลี่ยนเป็นบางวันเช้า บางวันเย็น บางวันก่อนนอน เป็นต้น ส่วนจะทานยาก่อนหรือหลังอาหารนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยาแต่ละชนิด ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรให้เข้าใจก่อนเริ่มทาน

กรณีลืมทานยา หากยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงมื้อถัดไปให้ ทานทันทีที่จำได้ แต่หากอีกไม่นานจะถึงมื้อถัดไปให้มื้อถัดไปตามปกติ ไม่ต้องทานเพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะจะทำให้ความดันลดต่ำลงอย่างมาก และอาจเกิดอาการหน้ามืด เป็นลมได้

สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาลดความดันโลหิตในกลุ่มยาขับปัสสาวะ จะ ทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยทั่วไปหากทานวันละ 1 ครั้ง ควรทานตอนเช้า แต่หากต้องทานวันละ 2 ครั้ง ควรทานตอนเช้าและกลางวัน ไม่ควรทานตอนเย็นหรือก่อนนอน เพราะจะทำให้ต้องลุกมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยครั้ง

นอกจากการทานยาแล้ว ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วยเพื่อให้ควบคุมความดันได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น หากผู้ป่วยมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน การลดน้ำหนักสามารถลดความดันโลหิตได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอท ต่อการลดน้ำหนักตัว 10 กิโลกรัม

ควรทานผัก ผลไม้ให้มาก เพื่อลดปริมาณไขมันในอาหารโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ลดทานเกลือโซเดียมให้น้อยกว่า 6 กรัมของโซเดียมคลอไรด์ต่อวัน ควรออกกำลังกายชนิดแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็วๆ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และเกือบทุกวัน จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 ดริ้งค์ ต่อวันในผู้ชาย และไม่เกิน 1 ดริ้งค์ ต่อวันในผู้หญิงและคนน้ำหนักน้อย (1 ดริ้งค์ เทียบเท่ากับ 44 มิลลิลิตร ของสุรา 40% หรือเท่ากับ 355 มิลลิลิตร ของเบียร์ 5% หรือ 148 มิลลิลิตร ของเหล้าองุ่น 12%).

 

Latest news