เด็กชายสองคนนั่งรอหมออยู่หน้าห้องตรวจ เจ้าหนูคนหนึ่งกำลังร้องไห้จ้า เจ้าหนูคนที่สอง : นั่นนายร้องไห้ทำไม? เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ชั้นมาตรวจเลือด เจ้าหนูคนที่สอง : นายกลัวเข็มละสิใช่ม๊า? เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ไม่ใช่ ชั้นตรวจไปแล้ว แต่พวกพยาบาลนั่นนะ ทำนิ้วชั้นขาด พอเจ้าหนูคนที่สองได้ฟังเข้า ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาดังลั่น ส่วนเจ้าหนูคนแรกเห็นแล้วก็งง เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : แล้วทำไมนายถึงต้องร้องไห้ด้วยล่ะ เจ้าหนูคนที่สอง : ก็ชั้นกำลังรอตรวจฉี่!
Continue readingถึงได้รวย
ขณะที่มหาเศรษฐีนายหนึ่งนั่งรถตู้คันงามกลับบ้าน ได้มองออกไป ยังนอกหน้าต่าง เห็นชายซอมซ่อสองนายกำลังกินหญ้าอยู่ที่ข้างถนน จึงได้บอกให้คนขับรถจอดรถ แล้วมหาเศรษฐีก็ชะโงกหน้าออกไปถาม “ทำไมพวกนายถึงได้มากินหญ้า อยู่ยังงี้ล่ะ” “ก็เราไม่มีอะไรจะกินนี่ครับ” ชายคนหนึ่งในสองตอบ “อืม งั้นมากับชั้นเอามั้ย” เศรษฐีเอ่ยปากชวนชายสองนาย “แต่ท่านครับ” ชายซอมซ่อลังเล “ผมมีภรรยา กับลูกอีกสองคนนะครับ” “ไปพามาเลย” มหาเศรษฐีตอบ แล้วหันไปทางอีกคน “นายด้วยเอามั้ย” “แต่ท่านครับ” ชายคนที่สองลังเลเหมือนกัน “ผมเองก็มีภรรยา กับลูกอีกหกคนนะครับ” มหาเศรษฐีหัวเราะหึๆ “ไปพามาทั้งหมดนั่นแหล่ะ” แล้วผู้หญิงกับเด็กๆ ก็ทยอยขึ้นรถตู้จนครบทุกคน ระหว่างทาง ชายคนแรกเอ่ยถามเศรษฐีว่า “ท่านมีจิตใจกรุณาอย่างมากครับ ที่เมตตาสงสารพวกเราเช่นนี้” “ไม่ใช่หยั่งงั้น” มหาเศรษฐีตอบ …
Continue readingผิดงาน
ขณะชายชรานอนป่วยใกล้จะตายอยู่ในห้องนอนชั้นบน พลันจมูกก็ได้กลิ่นคุกกี้ชอกโกแลตที่สุดแสน จะโปรดปราน ด้วยความอยากลิ้มรสคุกกี้ชิ้นสุดท้ายของชีวิต เจ้าตัวจึงคลานลงจากเตียง แล้วคลานลงบันไดไปยังห้องครัว ชายชรารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายทั้งหมด เอื้อมมือขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุกกี้ที่เพิ่งจะอบเสร็จใหม่ๆ วางกองอยู่เต็มถาดพูนๆ ขณะที่ภรรยากำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบ พอหยิบคุ้กกี้อุ่นๆ กลิ่นชอกโกแลตได้ ยังไม่ทันได้เอาใส่เข้าปาก ภรรยาได้หันมาเห็นเข้าพอดี จึงตีมือดังเพี๊ยะ “ตีพี่ทำไมล่ะ?” ชายชราถามเสียงแหบ ภรรยาตอบ “นี่ทำไว้เสิร์ฟในงานศพของเธอย่ะ!”
Continue readingผิดเหลี่ยม
วันหนึ่ง มหาเศรษฐีอยากสอนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้รู้จักความจน จึงพาเจ้าหนูขึ้นรถแล่นออกนอกเมือง คุณพ่อผู้ต้องการสอนด้วยของจริง กางเต้นท์นอนกับลูกในฟาร์มของชาวไร่คนหนึ่ง พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขับรถกลับ “ไปเที่ยวคราวนี้เป็นไงมั่งลูก” คุณพ่อถาม “สนุกดีครับพ่อ” ลูกตายตอบ คุณพ่อก็เริ่มเข้าเรื่อง “แล้วลูกได้เรียนรู้อะไรมั่งล่ะ” ลูกชายตอบ “ที่บ้านเรามีหมาตัวนึง แต่บ้านนั้นมีสี่ตัว เรามีสระเล็กๆ อยู่กลางสวน แต่บ้านนั้นมีลำธารยาวไปถึงไหนก็ไม่รู้ เรามีตะเกียงนำเข้าจากต่างประเทศ แต่บ้านนั้นมีดวงดาวนับไม่ถ้วน เรามีลานบ้านที่ยาวไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน แต่บ้านนั้นมีทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาเลย” พอลูกชายพูดจบ คุณพ่อก็ถึงกับใบ้กิน ลูกชายทำตาแดง ๆ พูดอีก “ขอบคุณครับพ่อที่สอนให้ผมรู้ว่า บ้านเรานี่มันจนแสนจนเลยนะครับพ่อ!
Continue readingเรื่องแค่เนี้ยง่ายมากคร๊าบเจ้านาย
หนุ่มนายหนึ่งเดินเข้าไปของานทำกับคณะละคนสัตว์ เจ้าของมองลักษณะท่าทางแล้ว คิดว่าน่าจะพอมีแววเป็นผู้ช่วยคนฝึกสิงโตได้ จึงพาไปที่กรงสิงโต เมื่อไปถึง สาวน้อยแสนสวยหุ่นดีกำลังจะเริ่มหัดให้บรรดาจ้าวป่าทั้งหลายเชื่อฟังคำสั่งคนฝึกอยู่พอดี แม่สาวถอดเสื้อคลุมออกแขวน เหลือเพียงแต่ชุดฝึกน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่ แล้วย่างสามขุมเข้าหาสิงโตเพศผู้ตัวหนึ่ง พลางก็ออกคำสั่ง สาวน้อยย่อตัวลงนั่ง เจ้าสิงโตตัวใหญ่หมอบยอบตัวลงเคียงข้าง เอาจมูกมาเคล้าเคลียแก้มของแม่สาวไปมา แล้วทั้งคู่ก็กอดกันกลม ม้วนตัวกลิ้งสามตลบไปมาอย่างน่าเอ็นดู “แบบนี้แหละ” เจ้าของคณะละครสัตว์บอก “คุณคิดว่าทำแบบนี้ได้มั้ย” “ผมมั่นใจว่าทำได้ครับ” เจ้าหนุ่มตอบหนักแน่น “แต่ก่อนอื่น เจ้านายช่วยไล่เจ้าสิงโตออกมาให้หมดก่อนได้มั้ย”
Continue readingใครกันแน่ที่เมา
ในวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของลูกชาย พ่อจึงได้พาลูกชายไปกินเบียร์ที่บาร์แห่งหนึ่ง พ่อ : นี่ลูก ตอนนี้ลูกก็โตแล้วนะ พ่ออนุญาติให้กินเบียร์ได้ ลูก : ครับพ่อ พ่อ : (กินไปได้ซัก 4-5 แก้ว พ่อก็พูดขึ้นว่า..) จำไว้นะลูก เวลาที่เรากินเบียร์ เราต้องรู้จักว่าเวลาไหนเราควรจะหยุดเพื่อไม่ให้เมา ลูก : แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า เวลาไหนเราควรจะหยุด พ่อ : เอางี้นะลูก มองไปที่ตรงมุมนั้น ลูกเห็นผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นมั้ยล่ะ ถ้าลูกเห็นเขาสองคนเป็นสี่คนเมื่อไหร่ แสดงว่าลูกน่ะเริ่มเมาแล้วล่ะ เข้าใจมั้ย ลูก …
Continue readingแทบสลบ
จ่าสมหมาย ตำรวจจราจรคนขยัน นั่งคุยกับจ่าสมชาย ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับโรงพัก จ่าสมหมาย : เมื่อตอนลางวันนี้ มีอุปัติเหตุรถชนกัน กว่าผมจะพ่นสีบนพื้นตรงล้อรถเสร็จ ทำเอาผมลมแทบจับเลยแน่ะ จ่าสมชาย : รถชนกันกี่สิบคันวะ ถึงกับทำให้แกลมแทบจับได้ขนาดนั้น จ่าสมหมาย : ชนกันแค่สองคันว่ะ แต่เป็นรถสิบล้อชนกับรถไฟ แกลองคิดดูนะ กว่าจะพ้นล้อจนเสร็จเป็นใครลมก็จับทั้งนั้นแหล่ะ
Continue readingบ้าแต่ไม่โง่
คุณหมอเดินตรวจดูอาการคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิต ว่าคนไหนรักษาหายแล้ว และควรจะกลับบ้านได้บ้าง “ไงครับคุณธรรมรัตน์” หัวหน้าทีมจิตแพทย์ทักคนไข้ “ตามรายงานนี่หมอลงความเห็นว่า คุณน่าจะกลับบ้านได้แล้วนะ คุณนึกไว้รึยัง ว่าออกไปจะไปทำอะไร” คนไข้นิ่งคิด แล้วตอบ “ก่อนมาอยู่ที่นี่ ผมกำลังเรียนวิศวรรมเครื่องกล ผมว่าจะกลับไปเรียนต่อครับ เพราะจบแล้วเงินดี แล้วผมคิดว่า น่าจะเขียนหนังสือเล่าประสพการณ์ในโรงพยาบาลโรคจิตออกมาขายด้วย หมอว่าดีมั้ย แล้วอีกอย่างผมอยากเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยครับ” คุณหมอพยักหน้า “เท่าที่ฟังมาทั้งหมด หมอว่าดีทั้งนั้นเลยนะ” พลางก็ขยับจะเซ็นอนุญาตให้คุณธรรมรัตน์กลับบ้านได้ “ครับ” คนไข้รับคำ “แล้วที่ดีที่สุดก็คือ ถ้าเวลาผมว่างๆ แล้วผมก็จะกลับมาเป็นกาน้ำชาอย่างตอนนี้ได้อีก!”
Continue readingหมดความกลัวแล้วเฟ้ย
เช้าวันอาทิตย์อันสดใสวันหนึ่ง ผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้พากันไปโบสถ์เหมือนเช่นทุกสัปดาห์ ก่อนถึงเวลาเทศน์ชาวเมืองหันหน้าเข้าคุยกันเป็นกลุ่มๆ อยู่บนม้านั่ง ทันใดนั้น ซาตานมารร้ายก็ปรากฎกายขึ้นในโบสถ์ ทุกคนหวีดร้องแล้วแตกตื่นวิ่งหนีเหยียบกันวุ่นวายไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพียงพักเดียวเท่านั้นโบสถ์ก็ร้างผู้คน เหลือแต่คุณปู่ซู่ซ่าคนหนึ่งเพียงคนเดียว คุณปู่นั่งจ้องหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งของพระเจ้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย เจ้าซาตานย่างสามขุมเข้ามาหาชายชราผุ้นี้ เมื่อเห็นคุณปู่ยังไม่ออกวิ่งหนีตามคนอื่นๆ ไปก็ชักแปลกใจ จึงแผดเสียงก้องซักถาม “แกไม่รู้รึว่าข้าคือใคร” คุณปู่ตอบ “รู้สิทำไมจะไม่รู้” “แล้วไม่กลัวข้ารึไง” มารร้ายถามอีก “มันชินซะแล้วล่ะ” คุณปู่ตอบ “ก้อชั้นแต่งงานกับน้องสาวนายมาตั้ง 50 ปีแล้วนี่หว่า!
Continue readingเวลาที่ยังเหลือ
เมื่อคนไข้ชายรายหนึ่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด หลังจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย แพทย์ก็สรุปผลการวินิจฉัยให้เขารับรู้ในที่สุดว่า “ผมคงต้องบอกคุณก่อนว่านี่เป็นข่าวร้ายมากๆ คือ.. เอ่อ.. คุณกำลังจะตายน่ะครับ คุณเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วจริงๆ” “ให้ตายสิ!” คนไข้น้ำเสียงตระหนก “แล้วผมยังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ครับหมอ” หมอได้แต่ตอบเสียงเศร้าว่า “สิบ,” “สิบเหรอหมอ? สิบอะไร? เดือน? อาทิตย์? หรืออะไรครับ?” หมอพยายามตอบช้า ๆ ว่า “เก้า, แปด, เจ็ด, ………”
Continue readingแหม.. ก็ผมเพิ่งหัด!
เมื่อรู้ว่าหลานชายตัวน้อยหัดใช้นิ้วนับเลขสำเร็จแล้ว คุณลุงก็ขอทดสอบทันทีที่มาเยี่ยม แต่เพราะกังวลไปนิด หนูน้อยจึงขอให้คุณลุงช่วยตั้งคำถามให้ตอบ แทนที่จะโชว์เดี่ยวล้วนๆ คำถามแรกของลุงก็คือ “สามบวกสี่เป็นเท่าไหร่?” เมื่อนับนิ้วอย่างดีแล้ว หนูน้อยก็ตอบน้ำเสียงฉะฉานอย่างมั่นใจ “เจ็ดฮับ” คุณลุงเห็นอย่างนั้น ก็อดสอนไม่ได้ “ฟังนะหลานชาย เราจะยกนิ้วขึ้นมานับอยู่ตลอดไม่ได้หรอก เข้าโรงเรียนเมื่อไหร่ คุณครูจะว่าเอาได้ หลานต้องหัดคิดเลขในใจให้เป็นด้วย เอาล่ะ.. ทีนี้ก็ซุกมือในกระเป๋าแล้วตอบคำถามลุงใหม่อีกทีซิว่า ห้าบวกห้าเป็นเท่าไหร่?” หลังจากเห็นหลานชายทำมือขยุกขยิกในกระเป๋าอยู่สักพัก คุณลุงก็ได้คำตอบว่า “สิบเอ็ดฮับ!”
Continue readingเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
ตำรวจญี่ปุ่นสองนาย เดินตรวจตราอยู่แถวย่านชินจูกุตอนประมาณตีสอง พบชายคนหนึ่งกำลังเอานิ้วแยงก้นชายอีกคน “นั่นนายกำลังทำอะไรน่ะ” ตำรวยคนหนึ่งซัก “เพื่อนผมคนนี้เมามาก ผมกำลังจะช่วยให้มันอ้วกออกมา จะได้รู้สึกค่อยยังชั่ว” “แต่นายกำลังเอานิ้วแยงก้นเขา แบบนี้จะอ้วกได้ยังไง” ตำรวจแย้ง “ตอนนี้ยังไม่อ้วกหรอกครับ” คนแกล้งเมายิ้มอย่างมีเลศนัย “จนกว่าผมจะดึงนิ้วออกมาแล้วยัดเข้าปากเขานั่นแหละ”
Continue readingหลับไม่เป็น
เจ้าสาวแสนสวย ร่าเริงแจ่มใส ขับรถไปกับสามีใหม่ เพื่อจะเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ริมทะเลสาปที่ห่างไกลผู้คนเป็นเวลาสองสัปดาห์ เมื่อกลับมาถึงบ้าน พอสามีคล้อยหลังออกไปจากอพาร์ทเม้นท์ เจ้าสาวก็รีบไปปรึกษาหารือกับแม่ของหล่อนทันที “คุณแม่คะ” หล่อนเอ่ยเสียงอ่อย “พวกผู้ชายนี่เขาหลับนอนกันตอนไหนมั่งคะ”
Continue readingเมืองเล็ก
หนุ่มเมืองลอดช่องหน้าซื่อประกาศข่าวดีที่เขาตัดสินใจจะแต่งงานกับสาวสวยชื่อพอลล่า อึ๊ง ให้บรรดาผองเพื่อนรับรู้กันถ้วนหน้า “นายไม่ควรจริงจังเรื่องที่จะแต่งงานกับพอลลีน” เพื่อนคนหนึ่งทักท้วง “นายไม่รู้หรือไงว่า เธอแทบจะผ่านผู้ชายในสิงคโปร์มาหมดทุกคนแล้ว” หนุ่มหน้าซื่อขมวดคิ้วขบคิดอยู่นาน ในที่สุดก็บอกเพื่อนอย่างปลงตกว่า “ไม่เป็นไร สิงคโปร์ไม่ใช่เมืองใหญ่”
Continue readingผิดที่
ปกติหลังเลิกงานเคนจิมักจะออกท่องราตรีตามบาร์ต่างๆย่านกินซ่าจนดึกก่อนกลับบ้านทุกวัน แต่คืนนี้ เขากลับบ้านเร็ว ไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น เคนจินั่งดูโทรทัศน์กับภรรยาที่บ้าน สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เคนจิลุกขึ้นไปรับ เขานั่งฟังอยู่อึดใจก็ตะคอกเสียงใส่โทรศัพท์ดังลั่น “ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะเฟ้ย ทำไมไม่โทรถามกรมอุตุฯ” ฝ่ายภรรยาเห็นสามีแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวจึงเอ่ยถาม “ใครโทรมาคะ” “ใครที่ไหนก็ไม่รู้” เคนจิสะบัดเสียงตอบ “เสือกโทรมาถามได้ว่าวันนี้ชายฝั่งปลอดโปร่งเหมือนวันก่อนหรือเปล่า”
Continue reading