ขลุ่ย จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีลิ้นทำด้วยไม้สักตัวขลุ่ยทำด้วยไม้รวกปล้องยาว ๆ เจาะทะลุข้อ แล้วใช้เชือกปอพันให้เป็นลวดลายแล้วเผาไฟให้เชือกปอไหม้ เมื่อเชือกปอไหม้หมดแล้ว ก็จะเกิดลวดลาย ตามที่เราได้พันเชือกปอไว้จากนั้นเจาะรูกลม ๆ เรียงแถวกัน ๗ รู ระยะห่างประมาณ ๑ นิ้ว ในแต่ละรูปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง ผู้เป่าขลุ่ยจะใช้ริมฝีปากสัมผัสด้านล่างของลิ้น และเปิดริมฝีปากให้ลมเป่าผ่านเข้าไปในเลา ในปัจจุบันใช้วัสดุหลายอย่าง เช่น ใช้ท่อเอสล่อน (ท่อปะปา) หรือท่อพลาสติก และไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง กลึงให้กลมเจาะรูทะลุ แต่ที่นิยมใช้กันมากและมีเสียงไพเราะจะต้องทำจากไม้รวก ส่วนวัสดุอื่นจะมีเสียงแข็งไม่พริ้ว ประวัติ ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีที่มีมาแต่โบราณ นิยมใช้เป่าเพื่อความบันเทิงใจเป็นการส่วนตัวต่อมา จึงใช้ร่วมกับวงเครื่องสาย …
Continue readingCategory: ดนตรีไทย
ฆ้องวงเล็ก
ฆ้องวงเล็ก จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับฆ้องวงใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่า และมีเสียงสูงกว่า วงหนึ่งมีลูกฆ้อง ๑๘ ลูก ใช้ตะกั่วผสมขี้ผึ้งถ่วงเสียงใต้ลูกฆ้องให้ได้เสียงตามต้องการ โดยตีด้วยไม้หุ้มนวม ๑ คู่ ประวัติ ฆ้องวงเล็ก เกิดขึ้นภายหลังฆ้องวงใหญ่นิยมเล่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส เป็นเครื่องดนตรีหลักในวงปี่พาทย์ วงมโหรี บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลางและเพลงไทย แต่บรรเลงเฉพาะทำนองหลักที่เรียกว่า ลูกฆ้อง
Continue readingฆ้องวงใหญ่
ฆ้องวงใหญ่ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เกิดจากการเอาฆ้องหลาย ๆ ใบ มาเรียงเข้าชุดบนรางรูปทรงกลมลดหลั่นตามลำดับเสียง ทำเป็นทำนองหลักในวงปี่พาทย์ มโหรี ลูกฆ้องทำจากโลหะผสม มีปุ่มสำหรับตีอยู่ตรงกลาง เรือนฆ้องทำจากหวายผูกเป็นร้านดัดให้โค้งเป็นวง วงหนึ่งมี ๑๖ ลูก คนตีนั่งอยู่ตรงกลาง ใช้ตะกั่วผสมขี้ผึ้งถ่วงเสียงใต้ลูกฆ้อง ให้ได้เสียงตามต้องการโดยตีด้วยไม้หุ้มนวม ๑ คู่ ฆ้องวงใหญ่ มีเสียงทุ้มดำเนินทำนองหลักเชื่องช้า ใช้บรรเลงผสมกับวงปี่พาทย์มโหรี ประวัติ ฆ้องวงใหญ่ พัฒนามาจากฆ้องโบราณ จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น ๆ โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส เป็นเครื่องดนตรีหลักในวงปี่พาทย์ วงมโหรี บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลาง …
Continue readingปี่
ปี่ จัดเป็นเครื่องดนตรี ประเภทเป่าลิ้นคู่ แบ่งเป็นปี่ใน ปี่กลาง และปี่นอก ทำมาจากไม้เนื้อแข็งมีรูปร่างทรงกระบอกกลมยาวและป่องตรงกลางเลา เจาะรูทะลุตลอดทั้งอัน มีลิ้นสอดไว้ทางปาก และอมขณะเป่า ลิ้นจะต้องเปียกชื้น จึงจะเป่าดังลิ้น ทำด้วยใบตาล ที่ตัวปี่จะเจาะรู ๖ รู ซึ่งปี่ที่นิยมใช้กันในภาคกลาง มี ๒ ชนิด คือ ปี่นอกและปี่ใน นิยมทำกัน ๒ ขนาด คือ ขนาดเล็กมีเสียงสูงดัง เรียกว่า ปี่นอก ขนาดโตสำเนียงต่ำลงมา เรียกว่าปี่ใน โดยทั่วไปจะนิยมใช้มากที่สุด คือ ปี่ใน ประวัติ …
Continue readingเสภาทรงเครื่อง
มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาดูเหมือนกับจะพึงพอใจในการเล่านิทานกันทั้งสิ้น อินเดีย และไทยก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่เนื่องด้วยต้นเหตุ การขับเสภาในเมืองไทยเราเคยมีคติอยู่อย่างหนึ่ง ที่ผู้เฒ่าผู้แก่พูดกันเสมอว่า ถ้าเล่านิทานในเวลากลางวันเทวดาจะแช่ง เห็นจะเป็นเพราะเทวดาก็ชอบฟังนิทานเหมือนกับมนุษย์เรา เพราะกล่าวกันว่า ในเวลากลางวันพวกเทวดามีกิจธุระต้องไปเฝ้าพระอิศวรหรือพระเป็นเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งเสีย ถ้ามนุษย์เล่านิทานในเวลากลางวันเทวดาก็ไม่มีโอกาสได้ฟังเธอจึงสาปแช่ง และมนุษย์เราโดยเฉพาะชาวไทยจึงมีประเพณีเล่านิทานให้ฟังในเวลากลางคืน การเล่านิทานนี้เองที่ค่อยๆวิวัฒนาการมาจนกลายเป็นการขับเสภา คือการเล่านิทานเป็นคำกลอน ในสมัยโบราณการเล่านิทานเป็นคำกลอนหรือขับเสภานี้ เคยใช้ว่ากันด้วยกลอนสด คือ ผู้ขับแต่งกลอนด้นด้วยปฏิภาณของตน และนิทานหรือเรื่องราวที่นำมาแต่งกลอนด้นใช้ขับเป็นเสภาในชั้นแรก คงจะใช้แต่เรื่องที่เป็นการสรรเสริญเทพเจ้าหรือพระมหากษัตริย์ หรือเชิดชูเกียรติคุณของวีรบุรุษ เช่นเรื่อง มหาภารตะหรือรามายณะ ส่วนเรื่องอันเป็นเบ็ดเตล็ดก็ปล่อยไว้ให้เป็นนิยายสำหรับเล่ากันเช่นเดิม มีข้อที่ควรสังเกตคือ เสภาเป็นสิ่งที่อุบัติขึ้นจากพิธีอันเป็นมงคลดังกล่าว แม้จะได้นำมาเป็นเครื่องมหรสพอย่างหนึ่งก็ตาม ก็ยังมีประเพณีขับเสภาในงานอันเป็นสวัสดิมงคล เช่น งานโกนจุก งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น งานจำพวกเปรตพลีหรืองานอวมงคลหามีเสภาไม่ และการขับเสภาก็นิยมมีกันแต่ในเวลากลางคืนเท่านั้น เพราะคงถือว่าเป็นประเภทเดียวกันกับการเล่านิทาน …
Continue readingจะเข้
จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด จะเข้มีกี่สาย จะเข้ หรือจระเข้ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด มี ๓ สาย แต่เดิมเป็นสายไหมสองสายและสายลวดหนึ่งสาย แต่ปัจจุบันนิยมใช้สายไนลอนแทน ตัวจะเข้ทำด้วยไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ขนุน ขุดเป็นโพรง มีช่องเสียงอยู่ข้างล่าง มีสาย ๓ สาย ทำด้วยไหม ฟั่น และทองเหลือง ประวัติ จะเข้ เดิมทีเป็นของอินเดียซึ่งทำเป็นรูปจระเข้ นิยมเล่นในไทย ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา จะเข้ ภาคอะไร จังหวัดที่นิยมบรรเลง จังหวัดต่าง ๆ ในภาคกลาง โอกาสที่บรรเลง งานรื่นเริงทุกโอกาส …
Continue readingซออู้
ซออู้ จัดเป็นเรื่องดนตรีประเภทสี กะโหลกซอจะทำด้วยกะลามะพร้าว มีสองสาย ระดับเสียงทุ้มมีรูปทรงโต ป้าน ตัด ด้านหน้าของกะลาออกปิดด้วยหนังที่หนากว่าซอด้วง คันทวยทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอนบนมีลูกบิดสำหรับขึงสาย สายซอทำด้วยไหมฟั่น มีคันชักอยู่ระหว่างสาย ซออู้ ภาคอะไร ประวัติ ซออู้ เป็นซอที่วิวัฒนาการมาจากสะล้อของล้านนาประมาณว่า มีมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลางและเพลงไทยชั้นสูงทุกเพลง เช่น เขมรพระประทุม แขกวรเชษฐ์ จรเข้หางยาว พม่ารำขวาน ศรีนวล จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดของภาคกลางและภาคอื่น ๆ บางจังหวัด ซออู้ใช้บรรเลงในวงดนตรีใด โอกาสที่บรรเลง งานรื่นเริงทุกโอกาส และงานศพ จะประสมในวงเครื่องสายมโหรี …
Continue readingกระจับปี่
กระจับปี่เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด กระจับปี่ เป็นเครื่องดีดประเภทพิณ กล่องเสียงทำด้วยไม้เนื้ออ่อนขุดเป็นโพรง ขนาดประมาณ ๒๕ x ๔๐ ซม. มีช่องเสียงอยู่ด้านหน้า มีคันทวนค่อนข้างยาวประมาณ ๑๐๐ ซม. มีลูกบิดตอนบนสำหรับขึ้นสาย ๔ ลูก ขึ้นสายเป็น ๒ คู่เสียงเท่ากัน มีนมตั้งเสียงติดอยู่กับด้านหน้าของคันทวน ใช้ดีดด้วยเขาสัตว์บาง ๆ สายกระจับปี่ทำด้วยไหม ฟั่น เอ็นหรือสายลวด กระจับปี่ เป็นเครื่องดนตรีที่มีขึ้นในสมัยใด ประวัติ กระจับปี่ มีมาแต่โบราณเป็นเครื่องดนตรีของไทย มีหลักฐานว่าเล่นกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา โอกาสที่บรรเลง งานรื่นเริงทุกโอกาส กระจับปี่ ภาคอะไร …
Continue readingซอด้วง
ซอด้วงเป็นเครื่องดนตรีประเภทใด มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ซอด้วง จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสี มีส่วนประกอบสำคัญอยู่ ๔ ส่วน คือ กะโหลก คันซอ สายซอและคันชัก กะโหลกซอด้วง เป็นรูปทรงกระบอก ทำด้วยไม้ประดู่ ขึงหน้าด้วยหนังงู มีช่องเสียงอยู่ด้านตรงข้าม คันชักนิยมใช้หางม้า ซอด้วงมีสองสายทำด้วยไหมหรือไนล่อน แต่ปัจจุบันนิยมใช้สายไนลอนซอด้วงมีระดับเสียงแหลม เทียบเสียงเป็นคู่ห้า ซอด้วงเป็นเครื่องดนตรีภาคใด ประวัติ ซอด้วง มีประวัติความเป็นมาไม่ชัดเจน เชื่อว่าเล่นมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา นิยมบรรเลงเดี่ยวหรือบรรเลงในเครื่องสาย และวงมโหรี โอกาสที่บรรเลง งานรื่นเริงทุกโอกาสและในงานศพ จะประสมในวงเครื่องสาย มโหรี และเล่นเพลงสำเนียงมอญ บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลาง และเพลงไทยชั้นสูง …
Continue readingประวัติเครื่องดนตรีไทยแต่ละชนิด
ประวัติเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีที่จะเกิดขึ้นนั้น เป็นสิ่งแน่นอนว่าเครื่องตีจะต้องเกิดขึ้นก่อน นับตั้งแต่การตบมือเป็นต้นมา แล้วจึงถึงเครื่องเป่า ซึ่งการผิวปากเป็นต้นกำเนิด ต่อมาก็ถึงเครื่องดีด แล้วจึงเกิดเครื่องสี ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องตีเกิดจนครบแล้วจึงมีเครื่องเป่า เครื่องดีด และเครื่องสี แต่หมายเพียงแต่ว่าเครื่องอันแรกที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์ขึ้นในประเภทนั้นๆ ๑. เครื่องตี เครื่องตีที่เปลี่ยนแปลงมาจากการตบมือนั้น มีแยกออกได้หลายสาขา คือ แยกไปเป็นกรับ เกราะ โกร่ง กระบอกกระทุ้งอย่างที่พวกข่าเล่น อังกะลุง ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดเหล็ก ระนาดทอง ในจำพวกกรับด้วยกันยังแยกกันออกไปได้อีก เช่น กรับเสภา กรับพวง แยกไปเป็นฉาบ ฉิ่ง ลูกพรวน กระดิ่ง ระฆัง …
Continue reading