Category: บ้านและที่อยู่อาศัย

  • ฮวงจุ้ย บันได และบ้านเล่นระดับ

    ฮวงจุ้ย บันได และบ้านเล่นระดับ

    ทำไมอาคารบนถนนส่วนใหญ่มักชอบทำทางเข้าอาคารเป็นบันไดและทำให้สูงกว่าถนน   ต่อให้เป็นอาคารหลังเล็กๆหรือบ้านเดี่ยวก็มักทำอย่างน้อยสองหรือสามขั้น

    หลักการ ฮวงจุ้ย ว่าด้วยชัยภูมิหรือทำเลที่ตั้งในทางฮวงจุ้ยนั้น  สูงกว่าก็คือมีบารมี ดังนั้นการสร้างบันไดก็เข้าสู่ตัวอาคารนั้น เป็นการยกระดับของชั้นล่างอาคารให้สูงกว่าถนนภายนอก เป็นการสร้างบารมีและการยอมรับนับถือจากผู้มาติดต่อ

    นอกจากนี้แล้วการสร้างบันไดยังเป็นการสร้างบทบาทของการลดกระแสที่พุ่ง เข้าใส่อาคารอีกด้วย กล่าวคือ กระแสที่พุ่งมาจะชะลอลงเมื่อเจอบันได และค่อยๆไหลเข้าสู่อาคารนั้นเอง

    แต่สภาพบันไดเป็นสภาพเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น การสร้างบันไดนั้น ต้องดูความเหมาะสมก็ จุดที่จะสร้างด้วย  สภาพเคลื่อนไหวเป็นหยางเพราะฉะนั้นจึงมักมีการพูดกันว่าบันไดจำนวนขั้น ต้องเป็นเลขคี่  เลขคี่นี้เรานับที่ลูกตั้งของบันได ไม่ใช่ลูกนอน

    และยังมีกฏเกณฑ์ว่าด้วยการนับขั้นบันได ตามเคล็ดลับตัวหนังสือ ว่าบันไดต้องตกตัวหนังสือตัวไหนจึงจะดี

    แต่กฎเกณฑ์เหล่านี้แล้วแต่การให้น้ำหนักของซินแส ฮวงจุ้ย แต่ละคน  แต่สิ่งที่แน่นอนคือบันไดสร้างสภาพเคลื่อนไหวให้เกิดขึ้น

    พูดถึงบันได ก็พามาถึงบ้านเล่นระดับ เพราะหลักการก็คือบันไดเหมือนกัน  เพราะบันไดคือการเคลื่อนไหว บ้านเล่นระดับจะมีบทบาทให้ผู้อยู่อาศัยเคลื่อนไหวตลอด หากยังหนุ่มสาวก็ไม่เป็นไร แต่คนสูงอายุก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย

    จุดที่มักเห็นบ่อยๆก็คือมักพบเห็นบันไดเหล่านี้พร้อมๆกัน  หากจัดวางไม่ถูกที่ มีผลในเรื่องของบารมีและลาภผลหรือความสัมพันธ์ในครอบครัวได้  เช่นเข้าบ้านแล้วพบเห็นบันไดขึ้นลงสองทางพร้อมๆกัน มักทำให้คนในบ้านแตกแยกไม่ปรองดองกัน  บันไดขึ้นลงสองทางหากจะทำควรเป็นอาคารสาธารณะเช่นศูนย์การค้าจะดีกว่า   สาเหตุที่ไม่ควรมีบันไดหลายจุดก็เพราะบันไดสร้างสภาพเคลื่อนไหว ในอาคารหรือบ้านหลังหนึ่งๆนั้น จะมีทั้งส่วนที่ต้องการสภาวะหยางคือเคลื่อนไหวและสภาวะหยินคือนิ่ง  การสร้างสภาวะหยางมากเกินไป ก็คือการเสียสมดุลนั้นเอง

    อีกตัวอย่างที่มักพบบ่อยก็คือ บ้านเล่นระดับที่ยิ่งเดินเข้าไปในบ้านด้านใน ก็มีการเล่นระดับเป็นช่วงๆ แต่ละช่วงก็ค่อยๆเตี้ยลง คือด้านในบ้านเตี้ยกว่าหน้าบ้าน  บ้านแบบนี้อยู่ๆไปมักมีปัญหาเรื่องรายได้คือค่อยๆน้อยลงๆ

    ตัวอย่างสุดท้ายคือบ้านเล่นระดับที่ด้านในเตี้ยกว่าด้านหน้าบ้าน พอต้องการวางตี้จู้เอี้ยก็มักมองข้ามเรื่องบันไดเล่นระดับไป คือวางแล้วกลายเป็นศาลเจ้าท่านมองเห็นแต่บันไดที่เล่นระดับ ไม่เห็นด้านหน้าบ้าน มีตัวอย่างให้เห็นหลายกรณีที่เจ้าที่ท่านอุตสาห์มาเตือนเจ้าบ้านให้แก้ไข แต่เรื่องนี้แล้วแต่เจ้าบ้านหลังๆนั้นว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะแก้หรือไม่แก้

    สิ่งบางอย่างเรามองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีตัวตน สมัยก่อนวิทยาศาสตร์ยังล้าหลัง เราก็ไม่เห็นเชื้อโรค ไม่รู้ว่ามี พอมาถึงสมัยนี้เราเห็นจากกล้องจุลทรรศน์ เราจึงยอมรับมันว่ามี  บางทีเราควรเปิดใจกว้างว่า บางอย่างในทางฮวงจุ้ยนั้นมีจริงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะสามารถพิสูจน์ให้เห็น ได้เท่านั้นเอง  พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านคือ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ นั่นเอง

    บ้านเล่นระดับ เมื่อเดินเข้าไป ควรมีลักษณะอย่างไร
    หากต้องเล่นระดับ ควรจะเดินไปแล้วด้านในบ้านยกระดับสูงกว่าด้านหน้าบ้าน แต่มักพบเห็นคือ บ้านมันจะสูงด้านหน้าบ้าน พอเข้าไปแล้วก็ค่อยๆเตี้ยลง เตี้ยลง 

    อีกข้อหนึ่งที่อยากจะขอฝากไว้คือ ไม่ควรมีการเล่นระดับมากเกินไป ไม่ควรเกินสามระดับ เพราะในทางฮวงจุ้ย เรามองความสัมพันธ์ของฟ้า ดิน และคน เสมอๆ  จึงไม่ควรเกินสามระดับ

    คราวนี้มาว่ากันที่บันไดบ้าง มีข้อสังเกตุดังนี้

    1. บันไดบ้าน ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งที่เปิดประตูบ้านเข้ามา แล้วมองเห็นเลย หรืออยู่นอกบ้านมองเข้าไปก็เห็นบันไดเลย จะทำให้คนบ้านนี้เก็บความลับไม่ค่อยอยู่ และการหาเงินทองก็ไม่คล่องไม่สะดวก  มีเรื่องให้ใช้จ่าย

    2. อย่าสร้างบันไดไว้ใจกลางบ้าน  ใจกลางบ้านในที่นี้หมายถึง บริเวณตรงกลางบ้าน เมื่อมองจากแบบแปลนบ้านนั้นเอง เพราะบริเวณนี้เป็นบริเวณสำคัญของพลังชี่ในบ้านนั้น  หากกลายเป็นบันไดไปแล้ว พลังจะปั่นป่วน  ผู้อยู่อาศัยมักจะเจ็บหน้าอกหรือเป็นโรคทรวงอกบ่อยๆ  บ้านที่ชอบทำ Skylight ส่องกลางบ้านก็เช่นกัน เสมือนมีกระบี่ทะลวง  ก็จะล้มป่วยเช่นกัน

    3. ในบ้านพักอาศัย ไม่ควรมีบันไดขึ้นลงสองทางพร้อมๆกัน จะทำให้คนในบ้านไม่เข้าหากัน ไม่สามัคคีกัน  การทำบันไดขึ้นลงหลายๆกัน เหมาะแก่อาคารสาธารณะมากกว่า เช่น ห้างสรรพสินค้า

    4. บันได ควรอยู่ชิดด้านในด้านหนึ่งของตัวบ้าน และมีแนวกำแพง หรือ ฉากมาบังบันไดไม่ให้คนภายนอกบ้านเห็นบันได เพื่อแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องภายนอก

    5.บันได หากวางด้านซ้ายของตัวบ้าน เมื่อมองจากภายนอกบ้านเข้าไป  จะทำให้บ้านนี้ผู้หญิงเด่นหรือเก่ง  เป็นผู้นำในครอบครัว

    6.บันได หากวางด้านขวาของตัวบ้าน เมื่อมองจากภายนอกบ้านเข้าไป  จะทำให้บ้านนี้ผู้ชายเด่นหรือเก่ง  เป็นผู้นำในครอบครัว

    7. บันได ไม่ควรสร้างให้มีลักษณะโปร่ง คือมองเห็นขั้นบันไดชัดเจน  บันไดนั้นเหมือนมังกรในบ้าน ที่นำชี่จากชั้นล่างไปชั้นบน  หากโปร่งก็เหมือนมังกรผอม กระแสชี่เองก็เลื้อยขึ้นชั้นบนไม่ถนัด ควรปูพื้นขั้นบันไดให้ทึบทุกชั้น

    8. ที่ตั้งบันไดต้องมีความสว่างและโปร่ง เพื่อให้กระแสชี่สามารถเคลื่อนไหวถ่ายเทระหว่างชั้นได้สะดวก

    9. บันไดมักนิยมให้ตกจำนวนขั้นเป็นเลขคี่ เพราะบันไดหมายถึงการเคลื่อนไหว เป็นสภาพหยาง คือเลขคี่ การนับให้นับลูกตั้งของบันได ไม่รวมชานพัก

     

  • ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี 6 เคล็ดลับจัดห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางกว่าเดิม

    ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี 6 เคล็ดลับจัดห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางกว่าเดิม

    ห้องนอนแคบๆ จัดยังไงดี ในบ้านขนาดเล็ก เช่น ทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุดในอาคารชุดนั้น มักมีเนื้อที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด ทำให้การตกแต่งห้องเพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างครบครันจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดมาก ทั้งนี้เพราะความจำกัดนี้มีผลต่อการจัดวางเครื่องเรือนต่างๆ การใช้โครงสี รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมและไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่

    • จัดวางเตียงนอน ซึ่งเป็นเครื่องเรือนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในห้องนั้น ด้วยการจัดวางเตียงชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้มีพื้นที่เหลือสามารถจัดวางเครื่องเรือนอื่นๆ เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งอาจใช้ประโยชน์เป็นโต๊ะหัวเตียงไปด้วยในตัว
    • รูปแบบของเตียงนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมี หัวเตียง แต่ทำเป็นผนังหัวเตียงกรุด้วยผ้าหรือไม้แทน หรือตกแต่งผนังหัวเตียงด้วยไม้สูงจรดเพดาน อาจเป็นแผ่นไม้เรียบ หรือเซาะเป็นร่องเล็กๆ ในแนวตั้ง หรือแนวนอน หรือเป็นตารางสี่เหลี่ยม จะมีคิ้วขอบหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ แต่ขอบสันไม้ควรตกแต่งให้เรียบ ไม่มีเสี้ยนหรือความคมที่เป็นอันตราย เว้นช่องประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถซ่อนไฟไว้ที่ด้านข้าง หรือทำเป็นกรอบไม้กรุกระจกฝ้าติดบานพับ สำหรับเปิด – ปิดเมื่อต้องเปลี่ยนหลอดไฟ การใช้ม่านกรองแสงประเภท VERTICAL BLIND หรือ SLIM LINE ให้เส้นสายสะอาดตา ดูไม่รกรุงรัง ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น
    • ตกแต่งอย่างเรียบง่ายทำให้ห้องดูสะอาดตา โปร่งกว่าความเป็นจริง
    • ไฟซ่อนหลังเหลือบหัวเตียงทำให้ห้องดูมีระยะกว้างกว่าความเป็นจริง คล้ายกับว่าหลังผนังหัวเตียงมีพื้นที่ต่อเนื่องออกไป
    • รูปแบบของตู้โชว์หรือตู้เสื้อผ้า ซึ่งอาจใช้ร่วมกับห้องอีกห้องที่อยู่ใกล้เคียงได้ด้วยการใช้ตู้ดังกล่าวมา กั้นแทนผนัง สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งสองห้อง ซึ่งการแบ่งกั้นให้ดูตามประโยชน์ใช้สอยของห้องนั้นๆ
    • หากการใช้ประโยชน์มีเท่าๆ กัน ก็ให้แบ่งครึ่งของพื้นที่ตามความยาวตู้ที่ทำได้ โดยกำหนดให้หลังตู้เป็นผนังของอีกห้องหนึ่ง ทำให้ดูเหมือนการฝังตู้ไว้ในผนัง เป็นการไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่
  • ตกแต่งห้องนั่งเล่น ให้มีความสดใส มีชีวิตชีวา

    ตกแต่งห้องนั่งเล่น ให้มีความสดใส มีชีวิตชีวา

    ตกแต่งมุมนั่งเล่นให้ดูสดใส จะมีความสุขขนาดไหนถ้าเราได้นังพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลงในวันหยุดของเรา ท่ามกลางมุมห้องน่ารักๆของเราในวันหยุดพักผ่อน ครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปชมตัวอย่างการจัดมุมพักผ่อนในสไตล์ลดใส เช่นเดิมครับ เพื่อเป็นไอเดียตกแต่งมุมนั่งเล่นของท่าน

     ตัวอย่างการตกแต่งห้องนั่งเล่น

    ตกแต่งห้องนั่งเล่น
    สำหรับการจัดห้องประเภทนี้ เราจะเน้นไปที่การเล่นสีสันของเฟอร์หรือของตกแต่ง เพื่อให้มุมนั่งเล่นเกิดความมีชีวิตชีวาแต่ต้องไม่ถึงกับเปรอะจนเกินไป เพราะแทนที่ท่านจะได้รับความผ่อนคลายในการพักผ่อน อาจจะกลายเป็นมุมนั่งเล่นที่ทำให้ท่านปวดเศียรเวียนเกล้าได้

    เหมาะมาก…ถ้าห้องของคุณเป็นสีขาวและยังมีพื้นขาว เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าหรือแสงไฟจากโคมไฟยามค่ำคืนตกกระทบไปยังฝาผนัง พื้นห้อง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่างๆ มันจะช่วยผลักดันให้มุมนั่งเล่นของคุณเกิดความสว่าง แลดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที ดังจะเห็นได้จากรูปตัวอย่าง ที่มีพื้นห้องและฝาหนังห้องเป็นสีขาว และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใสที่ตัดกับความขาวให้พลังของสีออกมาอย่างชัดเจน อีกทั้งสีของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็ยังเลือกที่มีโทนสีสว่างที่ตัดกันเองอีกด้วย จากนั้นก็ใช้โคมไฟดีไซน์เก๋มาเป็นตัวช่วยผลักดันให้เกิดความสว่างมากขึ้น

  • แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท ห้องเล็กๆ ก็ทำได้

    แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท ห้องเล็กๆ ก็ทำได้

    แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท จะดีแค่ไหน ถ้าเรามีห้องพักที่เหมือนกับได้ไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดอยู่ตลอดเวลา เพราะบรรยากาศเหมือนกับบ้านพักในรีสอร์ทต่างๆ  ถึงแม้ว่าเราจะมีห้องเล็กก็ใช่ว่าจะทำให้น่าอยู่ไม่ได้ วันนี้เราจะมานำเสนอรูปแบบการจัดการห้องเดี่ยวในสไตล์รีสอร์ท ชนิดที่ถ้าใครได้เข้ามาเห็นห้องที่เคยเล็กอย่างนี้ยังต้องรู้สึกอิจฉา  ถ้าอย่างนั้นเราไปดูรูปสำเร็จกันเลยดีกว่า

    ตัวอย่างการจัดห้อง

    แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท
    การจัดห้องประเภทนี้จะเหมาะเจาะมาก ถ้าหากพื่นห้องของคุณมีลักษณะเป็นลายไม้หรือพื้นห้องออกสีน้ำดาลไม้ และมีสีของพนังห้องเป็นสีขาว ปัจจุบันคอนโดหรือห้องพักในบ้านเรา (ประเทศไทยเนี่ยแหละ) ที่มีห้องแนวนี้ไว้ให้เช่านั้นมีอยู่หลายที่ด้วยกัน ปัจจุบันบางท่านอาศัยอยู่ในคอนโดที่มีห้องประเภทนี้ก็มีอยู่มาก ส่วนท่านที่กำลังมองหาห้องพักท่านใดที่อ่านบทความนี้จบ และชอบห้องพักสไตล์นี้ก็อย่ารอช้าที่จะหาห้องที่มีลักษณะดังที่บอกนะครับ

    แผนผังจัดห้อง

    แผนภาพของห้องในรูปตัวอย่างถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เรารู้ตำแหน่งที่จะวาง เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งของเรา ได้ระดับหนึ่งได้อย่างนี้แล้วก็ช่วยร่นเวลาในการจัดวางของของคุณได้มากเชียวหละเมื่อเราวางได้ตำแหน่งดีๆ ห้องเล็กๆก็ดูกว้างขวางขึ้นไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ

    แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท
    พื่นที่ว่างหลังทีวี เราอาจจะหามู่ลี่หรือรูปติดฝาผนัง ที่ทำมาจากของธรรมชาติ เช่น เสื่อที่ถักมาจากไม้หรือภาพธรรมชาติ ก็เราจะทำรีสอร์ทนี่นา

    ตู้ใส่ของ
    เก็บของแยกประเภท
    ตู้จัดเก็บแบบนี้ทำให้เราจัดเก็บของแยกตามประเภทของเราได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เครื่องมือเครื่องใช้ ของเล่น แต่ที่สำคัญคุณจะต้องไม่ลืมว่าชั้นไหนใส่อะไรเอาไว้นะ

    แต่งบ้านสไตล์รีสอร์ท
    คร่าวนี้เรามาดูกันที่เรื่องของอุปกรณ์ตกแต่งกันบ้าง อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หลักๆนั้นเราก็จะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีน้ำตาล และของตกแต่งต่างๆ เราก็ให้เลือกใช้ของที่มีโทนสีออกไปทางด้านสีเขียวและสีอื่นๆ ลดหลั่นตามกันมาเพื่อให้บรรยากาศภายในห้องตกแต่งของเรามีกลิ่นไอของธรรมชาติกลิ่นไอแห่งต้นไม้  ส่วนราคาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ตกแต่งห้องนี้ก็อยู่ในระดับที่สูงเอาการ แต่ทุกคนก็มีไอเดียของตัวเองก็สามารถหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆได้ด้วยตนเอง (ก็ถ้าไปจัดเหมือนเขาแล้วห้องเราจะมีเอกลักษณ์อะไรล่ะจริงไหม

    ตกแต่งห้องสไตล์รีสอร์ท

    เตียงอเนกประสงค์
    นอกจากจะไว้นอนแล้ว ยังมีช่องว่าง หรือลิ้นชักไว้สำหรับเก็บสิ่งของต่างๆ ได้ด้วยเหมาะกับห้องเล็กๆที่ ต้องการพื่นที่ในการเก็บสิ่งของต่างๆ ที่สำคัญ

    นอกจากนั้น ของแต่งบ้านที่แนะนำก็จะเป็นพวก ชั้นวางของจากงานจักสาน กระจกดีไซน์เก๋ไก๋ ผ้าปูที่นอน พรม โต๊ะวางทีวีไม้ ลิ้นชักไม้ เป็นต้น