หน้าแรก บันเทิง

บันเทิง

เรื่องราวบันเทิง ไทย และ ต่างประเทศ ดนตรี เพลง ภาพยนตร์ ละคร ศิลปะบันเทิงประเภทต่างๆ

เธอไม่รอด

นักโทษแหกคุกหน้าตาน่ากลัว เพิ่งจะหนีการไล่ล่าของพัสดี และตำรวจเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งกลางดึก จับสองสามีภรรยาที่กำลังหลับอยู่บนเตียงมัดมือมัดเท้าแน่นหนาพอสบโอกาส สามีก็เขยิบเข้าใกล้ภรรยาหุ่นบาดใจ ที่กำลังนอนคู้อยู่ในชุดนอนบางหวิว"ที่รักไอ้หมอนี่ต้องอดอยากปากแห้งมาหลายปีแน่ ถ้ามันอยากทำอะไรเธอ เธอก็กลั้นใจยอมๆ มันไปเถอะนะแล้วต้องแกล้งทำเป็นถูกใจด้วยนะ แต่ชั้นเองก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยแต่นี่เป็นทางเดียวที่เราสองคนจะรอดได้" สามีบอกเมียอย่างหน้าเศร้า"ที่รัก" ภรรยากระซิบ...."ชั้นโล่งใจที่เธอเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ เพราะตะกี้นี้มันเพิ่งบอกกับชั้นว่าเธอน่ารักเป็นบ้าเลย!

กลับบ้านซะเหอะ

หนุ่มสามนายนั่งดื่มเหล้าอยู่ในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นขี้เมาคนหนึ่งได้เดินโซเซเข้ามาในร้าน และมุ่งตรงมายังโต๊ะของสามสหาย แล้วชี้หน้าหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ตรงกลาง พลางตะโกนว่า "แม่นายน่ะน่ารำคาญ และก็เซ้าซี้ที่สุดในย้านนี้เลย แบบที่ชั้นไม่เคยเจอมาก่อน"ทุกคนคิดว่า หมอนั่นต้องลุกขึ้นฟาดปากตาเฒ่าขี้เมาคนนี้เป็นแน่แท้ แต่เจ้าหนุ่มคนนั้นกลับเฉย ไม่พูดว่าอะไรซักคำ ส่วนขี้เมาได้เดินโซเซกลับไปนั่งที่มุมร้านสิบนาทีต่อมา ตาเฒ่าขี้เมาก็กลับมาอีก แล้วชี้หน้าหนุ่มคนเดิม พลางตะโกน "ชั้นเพิ่งด่าแม่แกมาหยกๆ เองไอ้ลูกหมา"เหมือนเดิมเจ้าหนุ่มนั่งเงียบ ส่วนตาเฒ่าขี้เมาก็พยุงกายกลับไปนั่งที่เก่าอีกสิบนาทีให้หลัง ตาเฒ่าขี้เมาคนเดิมก็เดินโซเซย้อนมาอีก แล้วก็ชี้หน้าหนุ่มจอมขรึม พลางตะโกน "แม่แกไม่กล้าที่จะหือกับชั้นหรอก ชั้นแค่ชี้หน้าก็หงอแล้ว"ทุกคนในร้านขยับตัว เตรียมเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมดูมวยฟรีแน่นอนเจ้าหนุ่มจุ๊ปาก...

จุดใต้ตำตอ

ขณะหนุ่มใหญ่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เพลินๆ ในเช้าวันหนึ่ง ภรรยาก็ย่องมาข้างหลัง แล้วเอากระทะฟาดหัวสามีเสียงดังผ่าง!สามีร้อง "มาตีหัวกันทำไมเล่า?"ภรรยาตอบ "ชั้นเจอกระดาษในกระเป๋ากางเกงคุณแผ่นนึง เชียนชื่อไว้ว่า "รุจิรา บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าหล่อนเป็นใคร?""โถ ที่รัก" สามีควรญ "จำได้ริเปล่า สองอาทิตย์ก่อน พี่ไปเล่นม้าจำได้มั้ย เพราะฉะนั้นรุจิราก็คือ ชื่อม้าตัวที่พี่แทงไง"ภรรยาได้ฟังก็พอใจ รีบขอโทษขอโพย แล้วก็หันกลับไปทำงานบ้านต่อสามวันต่อมา ขณะที่หนุ่มใหญ่กางหนังสือพิมพ์อ่านอยู่เงียบๆ ภรรยาสุดสวยก็ฟาดหัวสามีด้วยกระทะเสียงดังผ่างอีก!เจ้าหนุ่มใหญ่โมโหสุดขีด แล้วตวาดแว๊ดว่า "อะไรอีกเล่า?"ภรรยาตอบ "ม้าของคุณโทร.มา...

ห้ามเบี้ยว

คุณแม่กำลังปลุกลูกชายแต่เช้า"ตื่นได้แล้วนะลูก มันสายมากแล้วนะ ถึงเวลาต้องไปโรงเรียนแล้วรู้มั้ย"เจ้าลูกชายบิดขี้เกียจ"ก้อผมไม่อยากไปโรงเรียนนี่ฮะแม่"คุณแม่ออกแรงฉุดให้ลูกลงจากเตียง"ทำไมล่ะ ไหนลองบอกเหตุผลที่ไม่อยากไปโรงเรียนกับแม่มาซัก 2 ข้อซิ"ลูกชายตอบทั้งตายังคงปิดอยู่"ข้อแรก พวกเด็กๆ เกลียดผม""ส่วนข้อสอง พวกครูๆ ก็เกลียดผมด้วยนี่ฮะแม่ ผมไม่อยากไปโรงเรียนนี่แม่"คุณแม่ไม่ละความพยายาม"นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ลูกจะไม่ไปโรงเรียนนะ เข้าใจมั้ย"ลูกชายพลิกตัวกลับมาแล้วย้อนถามผู้เป็นแม่ว่า"งั้นแม่ลองบอกเหตุผมมาซัก 2 ข้อซีฮะว่า ทำไมผมต้องไปโรงเรียนด้วย"คุณแม่ชักโมโห แล้วก็ตะโกนใส่หูลูกชายตัวดีว่า"ข้อแรก ลูกน่ะอายุ 56 แล้ว""ส่วนข้อสอง ลูกน่ะเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วย" 

ดับซ่าหัวโจก

ในชั่วโมงฟิสิกส์ ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายเนื้อหาวิชาอันยุ่งยากซับซ้อน เจ้าเด็กมัธยมปลายขาซ่าประจำห้องก็โพลงออกมาขึ้นว่า"อาจารย์! ทำไมผมต้องมานั่งเรียนอะไรยากๆ หยั่งงี้ด้วยนะ?""เพื่อช่วยชีวิตคนน่ะสิ" อาจารย์ตอบนักเรียนตัวแสบเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ลดละความซ่าลง แล้วตะโกนถามคุณครูอีกว่า"อาจารย์! ไอ้วิชาฟิสิกส์เนี่ยนะ มันมีไว้ช่วยชีวิตคนได้""ใช่" อาจารย์ตอบอย่างหนักแน่น"เอาไว้กันไม่ให้พวกงี่เง่าอย่างเธอเอ็นติดคณะแพทย์นะสิ!"

ไม่น่ารอด

เด็กชายสองคนนั่งรอหมออยู่หน้าห้องตรวจ เจ้าหนูคนหนึ่งกำลังร้องไห้จ้าเจ้าหนูคนที่สอง : นั่นนายร้องไห้ทำไม?เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ชั้นมาตรวจเลือดเจ้าหนูคนที่สอง : นายกลัวเข็มละสิใช่ม๊า?เจ้าหนูคนที่หนึ่ง : ไม่ใช่ ชั้นตรวจไปแล้ว แต่พวกพยาบาลนั่นนะ ทำนิ้วชั้นขาด พอเจ้าหนูคนที่สองได้ฟังเข้า ก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาดังลั่น ส่วนเจ้าหนูคนแรกเห็นแล้วก็งงเจ้าหนูคนที่หนึ่ง : แล้วทำไมนายถึงต้องร้องไห้ด้วยล่ะเจ้าหนูคนที่สอง : ก็ชั้นกำลังรอตรวจฉี่!

ถึงได้รวย

ขณะที่มหาเศรษฐีนายหนึ่งนั่งรถตู้คันงามกลับบ้าน ได้มองออกไป ยังนอกหน้าต่าง เห็นชายซอมซ่อสองนายกำลังกินหญ้าอยู่ที่ข้างถนน จึงได้บอกให้คนขับรถจอดรถแล้วมหาเศรษฐีก็ชะโงกหน้าออกไปถาม "ทำไมพวกนายถึงได้มากินหญ้า อยู่ยังงี้ล่ะ""ก็เราไม่มีอะไรจะกินนี่ครับ" ชายคนหนึ่งในสองตอบ"อืม งั้นมากับชั้นเอามั้ย" เศรษฐีเอ่ยปากชวนชายสองนาย"แต่ท่านครับ" ชายซอมซ่อลังเล "ผมมีภรรยา กับลูกอีกสองคนนะครับ""ไปพามาเลย" มหาเศรษฐีตอบ แล้วหันไปทางอีกคน "นายด้วยเอามั้ย""แต่ท่านครับ" ชายคนที่สองลังเลเหมือนกัน "ผมเองก็มีภรรยา กับลูกอีกหกคนนะครับ"มหาเศรษฐีหัวเราะหึๆ "ไปพามาทั้งหมดนั่นแหล่ะ"แล้วผู้หญิงกับเด็กๆ ก็ทยอยขึ้นรถตู้จนครบทุกคนระหว่างทาง ชายคนแรกเอ่ยถามเศรษฐีว่า "ท่านมีจิตใจกรุณาอย่างมากครับ ที่เมตตาสงสารพวกเราเช่นนี้""ไม่ใช่หยั่งงั้น"...

ผิดงาน

ขณะชายชรานอนป่วยใกล้จะตายอยู่ในห้องนอนชั้นบน พลันจมูกก็ได้กลิ่นคุ๊กกี้ชอกโกแลตที่สุดแสน จะโปรดปรานด้วยความอยากลิ้มรสคุ้กกี้ชิ้นสุดท้ายของชีวิต เจ้าตัวจึงคลานลงจากเตียง แล้วคลานลงบันไดไปยังห้องครัวชายชรารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายทั้งหมด เอื้อมมือขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุ้กกี้ที่เพิ่งจะอบเสร็จใหม่ๆ วางกองอยู่เต็มถาดพูนๆ ขณะที่ภรรยากำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบพอหยิบคุ้กกี้อุ่นๆ กลิ่นชอกโกแลตได้ ยังไม่ทันได้เอาใส่เข้าปาก ภรรยาได้หันมาเห็นเข้าพอดี จึงตีมือดังเพี๊ยะ"ตีพี่ทำไมล่ะ?" ชายชราถามเสียงแหบภรรยาตอบ "นี่ทำไว้เสิร์ฟในงานศพของเธอย่ะ!"

ผิดเหลี่ยม

วันหนึ่ง มหาเศรษฐีอยากสอนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้รู้จักความจน จึงพาเจ้าหนูขึ้นรถแล่นออกนอกเมืองคุณพ่อผู้ต้องการสอนด้วยของจริง กางเต้นท์นอนกับลูกในฟาร์มของชาวไร่คนหนึ่ง พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขับรถกลับ"ไปเที่ยวคราวนี้เป็นไงมั่งลูก" คุณพ่อถาม"สนุกดีครับพ่อ" ลูกตายตอบคุณพ่อก็เริ่มเข้าเรื่อง "แล้วลูกได้เรียนรู้อะไรมั่งล่ะ"ลูกชายตอบ "ที่บ้านเรามีหมาตัวนึง แต่บ้านนั้นมีสี่ตัว เรามีสระเล็กๆ อยู่กลางสวน แต่บ้านนั้นมีลำธารยาวไปถึงไหนก็ไม่รู้ เรามีตะเกียงนำเข้าจากต่างประเทศ แต่บ้านนั้นมีดวงดาวนับไม่ถ้วน เรามีลานบ้านที่ยาวไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน แต่บ้านนั้นมีทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาเลย"พอลูกชายพูดจบ คุณพ่อก็ถึงกับใบ้กินลูกชายทำตาแดง ๆ พูดอีก "ขอบคุณครับพ่อที่สอนให้ผมรู้ว่า บ้านเรานี่มันจนแสนจนเลยนะครับพ่อ!

เรื่องแค่เนี้ยง่ายมากคร๊าบเจ้านาย

หนุ่มนายหนึ่งเดินเข้าไปของานทำกับคณะละคนสัตว์ เจ้าของมองลักษณะท่าทางแล้ว คิดว่าน่าจะพอมีแววเป็นผู้ช่วยคนฝึกสิงโตได้ จึงพาไปที่กรงสิงโตเมื่อไปถึง สาวน้อยแสนสวยหุ่นดีกำลังจะเริ่มหัดให้บรรดาจ้าวป่าทั้งหลายเชื่อฟังคำสั่งคนฝึกอยู่พอดีแม่สาวถอดเสื้อคลุมออกแขวน เหลือเพียงแต่ชุดฝึกน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่ แล้วย่างสามขุมเข้าหาสิงโตเพศผู้ตัวหนึ่ง พลางก็ออกคำสั่งสาวน้อยย่อตัวลงนั่ง เจ้าสิงโตตัวใหญ่หมอบยอบตัวลงเคียงข้าง เอาจมูกมาเคล้าเคลียแก้มของแม่สาวไปมา แล้วทั้งคู่ก็กอดกันกลม ม้วนตัวกลิ้งสามตลบไปมาอย่างน่าเอ็นดู"แบบนี้แหละ" เจ้าของคณะละครสัตว์บอก "คุณคิดว่าทำแบบนี้ได้มั้ย""ผมมั่วใจว่าทำได้ครับ" เจ้าหนุ่มตอบหนักแน่น "แต่ก่อนอื่น เจ้านายช่วยไล่เจ้าสิงโตออกมาให้หมดก่อนได้มั้ย"

ใครกันแน่ที่เมา

ในวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของลูกชาย พ่อจึงได้พาลูกชายไปกินเบียร์ที่บาร์แห่งหนึ่งพ่อ : นี่ลูก ตอนนี้ลูกก็โตแล้วนะ พ่ออนุญาติให้กินเบียร์ได้ลูก : ครับพ่อพ่อ : (กินไปได้ซัก 4-5 แก้ว พ่อก็พูดขึ้นว่า..) จำไว้นะลูก เวลาที่เรากินเบียร์ เราต้องรู้จักว่าเวลาไหนเราควรจะหยุดเพื่อไม่ให้เมาลูก : แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า เวลาไหนเราควรจะหยุดพ่อ : เอางี้นะลูก...

แทบสลบ

จ่าสมหมาย ตำรวจจราจรคนขยัน นั่งคุยกับจ่าสมชาย ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับโรงพักจ่าสมหมาย : เมื่อตอนลางวันนี้ มีอุปัติเหตุรถชนกัน กว่าผมจะพ่นสีบนพื้นตรงล้อรถเสร็จ ทำเอาผมลมแทบจับเลยแน่ะจ่าสมชาย : รถชนกันกี่สิบคันวะ ถึงกับทำให้แกลมแทบจับได้ขนาดนั้นจ่าสมหมาย : ชนกันแค่สองคันว่ะ แต่เป็นรถสิบล้อชนกับรถไฟ แกลองคิดดูนะ กว่าจะพ้นล้อจนเสร็จเป็นใครลมก็จับทั้งนั้นแหล่ะ

บ้าแต่ไม่โง่

คุณหมอเดินตรวจดูอาการคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิต ว่าคนไหนรักษาหายแล้ว และควรจะกลับบ้านได้บ้าง"ไงครับคุณธรรมรัตน์" หัวหน้าทีมจิตแพทย์ทักคนไข้"ตามรายงานนี่หมอลงความเห็นว่า คุณน่าจะกลับบ้านได้แล้วนะ คุณนึกไว้รึยัง ว่าออกไปจะไปทำอะไร"คนไข้นิ่งคิด แล้วตอบ "ก่อนมาอยู่ที่นี่ ผมกำลังเรียนวิศวรรมเครื่องกล ผมว่าจะกลับไปเรียนต่อครับ เพราะจบแล้วเงินดี แล้วผมคิดว่า น่าจะเขียนหนังสือเล่าประสพการณ์ในโรงพยาบาลโรคจิตออกมาขายด้วย หมอว่าดีมั้ย แล้วอีกอย่างผมอยากเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยครับ"คุณหมอพยักหน้า "เท่าที่ฟังมาทั้งหมด หมอว่าดีทั้งนั้นเลยนะ" พลางก็ขยับจะเซ็นอนุญาตให้คุณธรรมรัตน์กลับบ้านได้"ครับ"คนไข้รับคำ แล้วที่ดีที่สุดก็คือ ถ้าเวลาผมว่างๆ แล้วผมก็จะกลับมาเป็นกาน้ำชาอย่างตอนนี้ได้อีก!

หมดความกลัวแล้วเฟ้ย

เช้าวันอาทิตย์อันสดใสวันหนึ่ง ผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้พากันไปโบสถ์เหมือนเช่นทุกสัปดาห์ก่อนถึงเวลาเทศน์ชาวเมืองหันหน้าเข้าคุยกันเป็นกลุ่มๆ อยู่บนม้านั่งทันใดนั้น ซาตานมารร้ายก็ปรากฎกายขึ้นในโบสถ์ ทุกคนหวีดร้องแล้วแตกตื่นวิ่งหนีเหยียบกันวุ่นวายไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพียงพักเดียวเท่านั้นโบสถ์ก็ร้างผู้คน เหลือแต่คุณปู่ซู่ซ่าคนหนึ่งเพียงคนเดียวคุณปู่นั่งจ้องหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งของพระเจ้าด้วยสีหน้านิ่งเฉยเจ้าซาตานย่างสามขุมเข้ามาหาชายชราผุ้นี้ เมื่อเห็นคุณปู่ยังไม่ออกวิ่งหนีตามคนอื่นๆ ไปก็ชักแปลกใจ จึงแผดเสียงก้องซักถาม "แกไม่รู้รึว่าข้าคือใคร"คุณปู่ตอบ "รู้สิทำไมจะไม่รู้""แล้วไม่กลัวข้ารึไง" มารร้ายถามอีก "มันชินซะแล้วล่ะ" คุณปู่ตอบ "ก้อชั้นแต่งงานกับน้องสาวนายมาตั้ง 50 ปีแล้วนี่หว่า!

เวลาที่ยังเหลือ

เมื่อคนไข้ชายรายหนึ่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด หลังจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย แพทย์ก็สรุปผลการวินิจฉัยให้เขารับรู้ในที่สุดว่า“ผมคงต้องบอกคุณก่อนว่านี่เป็นข่าวร้ายมากๆ คือ.. เอ่อ.. คุณกำลังจะตายน่ะครับ คุณเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วจริงๆ”“ให้ตายสิ!” คนไข้น้ำเสียงตระหนก “แล้วผมยังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ครับหมอ”หมอได้แต่ตอบเสียงเศร้าว่า “สิบ,”“สิบเหรอหมอ? สิบอะไร? เดือน? อาทิตย์? หรืออะไรครับ?”หมอพยายามตอบช้า ๆ ว่า “เก้า, แปด, เจ็ด, ………”