ฆ้องมอญ หรือฆ้องวงมอญ เป็นเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ มีลักษณะเช่นเดียวกับฆ้องวงใหญ่ แต่แขวนติดกับรางที่ทำเป็นกล่องเสียง เป็นรูปครึ่งวงกลมโค้งขึ้น ตีด้วยไม้หุ้มนวมคู่หนึ่ง ฆ้องมอญมีหลายขนาด คือ ฆ้องมอญวงเล็ก ฆ้องมอญกลาง ฆ้องมอญวงใหญ่ จำนวนฆ้องจะมีตั้งแต่ ๑๖ ลูก จนถึง ๑๘- ๑๙ ลูก ประวัติ ฆ้องมอญได้รับอิทธิพลมาจากชาวรามัญ นิยมนำมาเล่นในประเทศไทย บรรเลงเกี่ยวกับพิธีศพตั้งแต่สมัยรัชกาล ๔ และแพร่หลายมากในสมัยรัชกาลที่ ๖ เป็นต้นมา จังหวัดที่นิยมบรรเลง ภาคกลางทุกจังหวัด และภาคอื่นบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง พิธีศพ และการบรรเลงปี่พาทย์มอญทั่วไป บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงสำเนียงมอญ …
Continue readingAuthor: Thanaki
ฉิ่ง ฉาบ
ฉิ่ง จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี สำหรับควบคุมจังหวะในวงดนตรี ทำด้วยโลหะผสมเป็นรูปคล้ายถ้วยขนาดเล็ก ค่อนข้างหนาตรงกลางมีรูร้อยเชือกติดกันเป็นคู่ ๆ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๕-๗ ซม. ฉาบ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี สำหรับตีประกอบจังหวะ มีรูปร่างคล้ายจานทำด้วยโลหะบางกว่าฉิ่ง มี ๒ ขนาด คือ ฉาบเล็ก และฉาบใหญ่ ประวัติ เครื่องดนตรี ๒ ชนิดนี้ มีเล่นกันมาช้านานในราวสมัยสุโขทัย จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง ทุกเพลง
Continue readingกรับคู่ หรือกรับเสภา
กรับคู่ หรือกรับเสภา จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี นิยมใช้เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ทำด้วยไม้เนื้อแข็งเหลาเป็นรูปสี่เหลี่ยม ชุดหนึ่งมี ๒ อัน ประวัติ ไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่นอนว่ากำเนิดแต่สมัยใด นิยมใช้ประกอบจังหวะในการเล่นแบบพื้นบ้าน และประกอบในวงดนตรีมาแต่โบราณ จังหวัดที่นิยมบรรเลง ภาคกลางทุกจังหวัด และภาคอื่นบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง ตีประกอบจังหวะหลักในวงดนตรี และเพลงพื้นบ้านทั่วไป
Continue readingกลองยาว
กลองยาว จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เป็นกลองขึงหนังหน้าเดียว ตัวกลองที่ขึงหนังจะป่องออกส่วนที่ต่อออกไปด้านตรงข้ามหน้ากลองเป็นท่อกลวงปลายบาน กลองยาวจะมีหลายขนาดด้านตัวกลองที่ขึงหนัง นิยมตกแต่งด้วยผ้าสีต่างๆหุ้มไว้รอบๆเพื่อความสวยงาม ประวัติ กลองยาวได้รับอิทธิพลมาจากพม่า ไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่า มีมาแต่สมัยใด จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และภาคอื่นบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง งานมงคลและงานรื่นเริงทั่วไป บทเพลงที่นิยมบรรเลง ตีเป็นจังหวะต่าง ๆ และจังหวะประกอบหน้าทับเพลงสำเนียงพม่า
Continue readingกลองแขก
กลองแขก จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เป็นกลองสองหน้า ตัวกลองทำด้วยไม้ขึงด้วยหนัง ๒ หน้า หน้าเสียงต่ำ และหน้าเสียงสูง ดึงให้ตึงด้วยเชือกหนัง ชุดหนึ่งมี ๒ ลูก ตีคู่กันเป็นตัวเมียเสียงต่ำ และตัวผู้ เสียงสูง ประวัติ กลองแขก ได้รับอิทธิพลมาจาก ชวา มลายู มีใช้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และภาคอื่นในบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง ใช้ตีหน้าทับต่าง ๆ ในเพลงไทย เช่น สองไม้ ปรบไก่ สะละม่า ฯลฯ
Continue readingกลองทัด
จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เป็นกลองสองหน้าขนาดใหญ่ หน้ากลองขึงด้วยหนังวัวทั้งหน้า ตรึงไว้ด้วยหมุดตัวกลองทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ตีด้วยไม้ ๑ คู่ ชุดหนึ่งมี ๒ ลูก คือตัวผู้จะมีเสียงสูง และตัวเมียจะมีเสียงต่ำ กลองชนิดนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กลองเพล” ประวัติ กลองทัด มีประวัติยาวนานมาก เชื่อว่าเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๒ นำมาใช้ในวงดนตรีไทยมาช้านาน ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย ในอดีตมีลูกเดียว ต่อมาสมัยรัชกาลที่๑ ได้เพิ่มเป็น ๒ ลูก จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และภาคอื่น ๆ ในบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง ใช้เป็นสัญญาณบอกเวลา ๑๑.๐๐ …
Continue readingตะโพน
ตะโพน จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เป็นกลองสองหน้าที่สำคัญในวงดนตรีไทยภาคกลาง ตัวกลองทำด้วยไม้ขุดกลวงทะลุถึงกัน ขึงด้วยหนังสองหน้าดึงให้ตึงด้วยเชือกหนัง ถ่วงหน้าด้วยขี้เถ้าผสมข้าวสุกบด เพื่อให้เสียงดังกังวาน ตัวกลองวางอยู่บนขาตั้งที่ทำด้วยไม้ ด้านบนตัวกลองตรงกึ่งกลางมีหูสำหรับหิ้วได้ ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่ากำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยใด มีเล่นมาตั้งแต่โบราณ ไม่น้อยกว่าสมัยกรุงศรีอยุธยา จังหวัดที่นิยมบรรเลง ภาคกลางทุกจังหวัด และบางจังหวัดในภาคอื่น โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง ใช้ตีหน้าทับต่างๆ ในวงปี่พาทย์
Continue readingโทน
โทน จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี รูปร่างคล้ายกลองยาวขนาดเล็ก ทำด้วยไม้หรือดินเผาขึงด้วยหนังดึงให้ตึงด้วยเชือกหนัง หน้ากลองคล้ายทรงกระบอก ปากบานแบบลำโพง ตรงเอวคอดใช้ตีคู่กับรำมะนา ประวัติ โทนใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในอดีตจะเรียกว่าทับ จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น ๆ โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง ใช้ตีหน้าทับต่าง ๆ ในเพลงไทย เช่น สองไม้ ปรบไก่ สะละม่า ฯลฯ
Continue readingรำมะนา
รำมะนา จัดเป็นดนตรีประเภทตี ตัวกลองทำด้วยไม้ขึงหนังหน้าเดียวมี ๒ ขนาด คือรำมะนาขนาดเล็ก ใช้ในวงเครื่องสาย ใช้ตีคู่กับโทน และรำมะนาขนาดใหญ่ ใช้ประกอบการเล่นลำตัด ใช้ชุดละ ๒-๔ ลูก ประวัติ รำมะนามีเล่นตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานการกำเนิดที่แน่นอน จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และภาคอื่นบางจังหวัด โอกาสที่บรรเลง งานรื่นเริงทั่วไป และการเล่นลำตัด บทเพลงที่นิยมบรรเลง ใช้บรรเลงในเพลงไทย เช่น สองไม้ปรบไก่ สะละม่า ฯลฯ
Continue readingปี่ชวา
ปี่ชวา ปี่ชวา จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีรูปร่างคล้ายปี่ไฉนของภาคอีสานแต่ยาวกว่าและโตกว่าเล็กน้อย ทรงกระบอกรี โตตรงส่วนปลายของเลา เป็นปี่ประเภทลิ้นคู่ ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอนปลายบานออกเป็นลำโพงขยายเสียง ตอนบนที่ใส่ลิ้นทำให้บานออกเล็กน้อย ลิ้นปี่ทำจากใบตาล มีรูบังคับเสียง ๖ รู มีเสียงแหลม ประวัติ มีหลักฐานบ่งบอกว่า กำเนิดในสมัยอยุธยา ปัจจุบันนิยมใช้เป่า ในวงกลองแขกประกอบการชกมวย และกระบี่ กระบอง จังหวัดที่นิยมบรรเลง บรรเลงกันทั่วไปในภาคกลางและภาคอื่น ๆ บ้าง โอกาสที่บรรเลง การเล่นกระบี่กระบอง มวยไทยและประโคมศพ บทเพลงที่นิยมบรรเลง สะละหม่า เพลงประโคมศพ ทุกเพลงในวงบัวลอย
Continue readingระนาดเอก
ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ลูกระนาดทำมาจากไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็งมีประมาณ ๒๑-๒๒ ลูก ร้อยติดกันเป็นผืน มีขนาดลดหลั่นกัน แขวนไว้กับรางที่มีรูปร่างคล้ายเรือ มีขาตั้งติดกับกล่องเสียง ใช้ตีด้วยไม้คู่ ไม้แข็ง และไม้นวม ลูกระนาดปรับเสียงสูงต่ำด้วยตะกั่ว ซึ่งผสมขี้ผึ้งติดไว้ข้างใต้ลูกระนาด ซึ่งในสุโขทัยเรียกว่า พาด ประวัติ มีมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัย นิยมบรรเลงเดี่ยว หรือประสมวงปี่พาทย์ วงมโหรี จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น ๆ โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลางและเพลงไทย
Continue readingระนาดทุ้ม
ระนาดทุ้ม จัดเป็นเครื่องประเภทตี มีรูปร่างคล้ายระนาดเอก ตัวกล่องเสียงไม่มีขาตั้ง ตรงกลางลูกระนาดทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็ง จำนวน ๑๖-๑๘ ลูก มีระดับเสียงต่ำกว่าระนาดเอก ใช้ทำเป็นทำนองหยอกล้อกับระนาดเอก ตีด้วยไม้หุ้มนวมคู่หนึ่ง ประวัติ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งคิดขึ้นเพื่อบรรเลงคู่กับระนาดเอก จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น ๆ โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส เป็นเครื่องดนตรีหลักคู่กับระนาดเอกในวงปี่พาทย์ วงมโหรี บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลาง และเพลงไทย
Continue readingขลุ่ย
ขลุ่ย จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีลิ้นทำด้วยไม้สักตัวขลุ่ยทำด้วยไม้รวกปล้องยาว ๆ เจาะทะลุข้อ แล้วใช้เชือกปอพันให้เป็นลวดลายแล้วเผาไฟให้เชือกปอไหม้ เมื่อเชือกปอไหม้หมดแล้ว ก็จะเกิดลวดลาย ตามที่เราได้พันเชือกปอไว้จากนั้นเจาะรูกลม ๆ เรียงแถวกัน ๗ รู ระยะห่างประมาณ ๑ นิ้ว ในแต่ละรูปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง ผู้เป่าขลุ่ยจะใช้ริมฝีปากสัมผัสด้านล่างของลิ้น และเปิดริมฝีปากให้ลมเป่าผ่านเข้าไปในเลา ในปัจจุบันใช้วัสดุหลายอย่าง เช่น ใช้ท่อเอสล่อน (ท่อปะปา) หรือท่อพลาสติก และไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง กลึงให้กลมเจาะรูทะลุ แต่ที่นิยมใช้กันมากและมีเสียงไพเราะจะต้องทำจากไม้รวก ส่วนวัสดุอื่นจะมีเสียงแข็งไม่พริ้ว ประวัติ ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีที่มีมาแต่โบราณ นิยมใช้เป่าเพื่อความบันเทิงใจเป็นการส่วนตัวต่อมา จึงใช้ร่วมกับวงเครื่องสาย …
Continue readingฆ้องวงเล็ก
ฆ้องวงเล็ก จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับฆ้องวงใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่า และมีเสียงสูงกว่า วงหนึ่งมีลูกฆ้อง ๑๘ ลูก ใช้ตะกั่วผสมขี้ผึ้งถ่วงเสียงใต้ลูกฆ้องให้ได้เสียงตามต้องการ โดยตีด้วยไม้หุ้มนวม ๑ คู่ ประวัติ ฆ้องวงเล็ก เกิดขึ้นภายหลังฆ้องวงใหญ่นิยมเล่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส เป็นเครื่องดนตรีหลักในวงปี่พาทย์ วงมโหรี บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลางและเพลงไทย แต่บรรเลงเฉพาะทำนองหลักที่เรียกว่า ลูกฆ้อง
Continue readingฆ้องวงใหญ่
ฆ้องวงใหญ่ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี เกิดจากการเอาฆ้องหลาย ๆ ใบ มาเรียงเข้าชุดบนรางรูปทรงกลมลดหลั่นตามลำดับเสียง ทำเป็นทำนองหลักในวงปี่พาทย์ มโหรี ลูกฆ้องทำจากโลหะผสม มีปุ่มสำหรับตีอยู่ตรงกลาง เรือนฆ้องทำจากหวายผูกเป็นร้านดัดให้โค้งเป็นวง วงหนึ่งมี ๑๖ ลูก คนตีนั่งอยู่ตรงกลาง ใช้ตะกั่วผสมขี้ผึ้งถ่วงเสียงใต้ลูกฆ้อง ให้ได้เสียงตามต้องการโดยตีด้วยไม้หุ้มนวม ๑ คู่ ฆ้องวงใหญ่ มีเสียงทุ้มดำเนินทำนองหลักเชื่องช้า ใช้บรรเลงผสมกับวงปี่พาทย์มโหรี ประวัติ ฆ้องวงใหญ่ พัฒนามาจากฆ้องโบราณ จังหวัดที่นิยมบรรเลง ทุกจังหวัดในภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอื่น ๆ โอกาสที่บรรเลง ทุกโอกาส เป็นเครื่องดนตรีหลักในวงปี่พาทย์ วงมโหรี บทเพลงที่นิยมบรรเลง เพลงพื้นบ้านภาคกลาง …
Continue reading