Author: admin

  • 4 ขั้นตอนวิธีการการแต่งหน้าตอนเป็นสิว

    4 ขั้นตอนวิธีการการแต่งหน้าตอนเป็นสิว

    เรื่องสิวก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆอย่างเราทุกคน สิวขึ้นมาเพียงเม็ด เดียวก็กลุ้มอกกลุ้มใจ บางคนพาลไม่อยากจะไปเรียนหนังสือหรือทำงานเอาดื้อๆ ยิ่งถ้าต้องไปออกงานหรือออกเดทยิ่งแล้ว ฝันร้ายชัดๆ แต่จากนี้ไปปัญหาเรื่องสิว ก็เป็นเรื่องขี้ประติ๋ว ลองใช้วิธีการเหล่านี้ดูซิคะ

    1. ล้างหน้าให้สะอาด แล้วทา Moisturizer ต่างๆ ตามปกติ

    2. ขอแนะนำว่าควรใช้ครีมรองพื้นแบบควบคุมความมัน (Oil free foundation หรือ Matte Make up) เพื่อที่หน้าจะได้ไม่มันเยิ้มในตอนกลางวัน และจะได้ไม่มี ขี้ฝุ่นจากอากาศพิษของบ้านเราสัมผัสตรงที่ใบหน้าของเรา ลองใช้ของ Chanel หรือ Estee Lauder หรือ Lancome ดูซิ

    แล้วเราก็สามารถทำ retouch ง่ายๆ ด้วยการ ใช้ครีมรองพื้นมาค่อยๆ ทา บริเวณที่เป็นสิวซ้ำๆ หลายๆที แล้วเอาแป้งฝุ่นค่อยๆทาซ้ำ ถ้ายังคงเห็น รอยแดง ก็เอารองพื้นค่อยๆ แต้ม แล้วแป้งฝุ่นทับอีกที แค่นี้ก็สวย เหมือนเดิมแล้ว
    หรืออาจจะใช้ concealer ที่เราใช้สำหรับการปกปิดร่องรอยมาทา แต่ขอแนะนำว่าควรเป็นสีที่ใกล้เคียงกับผิวหน้าที่สุด ยิ่งใกล้เคียงเท่าไหร่ ยิ่ง เป็นปกปิดได้ดีขึ้นเท่านั้น เราก็ป้ายหรือทา concealer ลงที่นิ้วมือเราก่อน แล้วค่อยแต้มเบาๆ บริเวณเม็ดสิวแล้วค่อยๆ เกลี่ยจนปกปิดได้มิดชิด วิธีการนี้สามารถปกปิดได้นานหลายชั่วโมง ขอแนะนำให้ลองใช้ MAC หรือ Mark Cealer ของ Shu Uaemura หรืออาจจะใช้ครีมรองพื้นแบบเป็นแท่งก็ได้ แต่ก็ยังคงใช้สีที่ใกล้เคียง กับผิวเราที่สุด วิธีการใช้เกมือนของ Concealer ขอแนะนำให้ลอง L’Oreal Quick Stick Instant Foundation หรือ Minute Makeup ของ Estee Lauder ดู

    3. หลังจากนั้นก็ลงแป้งฝุ่น (Loose Powder) และแล้วก็มาถึงการทำ retouch ง่ายๆ อีกวิธี

    ใช้แป้งผสมรองพื้นที่สีเดียวกันกับผิวหน้าของเราค่อยๆ กดลงเบาๆ บริเวณที่สิวซักประมาณ 2-3 ครั้ง ก็จะมองไม่เห็นรอยแดงๆ ของสิวอีก แต่วิธีการนี้จะอยู่ได้ไม่นาน แป้งมักจะเลือนออกง่าย ต้องหมั่นเติม
    หรือถ้าวิธีอื่นยังไม่ได้ผล ลองใช้ ครีมรองพื้น Estee Lauder Maximun Cover สีที่ใกล้เคียงกับผิวมาลองแต้มดู วิธีการนี้ก็สามารถปกปิดได้นาน หลายชั่วโมง และถ้าลบเลือนก็สามารถแต้มใหม่ได้ในทันที

    4. แล้วก็แต่งหน้าขั้นตอนต่อไปตามปกติ เห็นมั๊ยคะ ปัญหาเรื่องสิวก็ไม่ใช่เรื่อง ใหญ่สำหรับเราอีกต่อไป

  • 6 เทคนิคการแต่งหน้า เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง

    6 เทคนิคการแต่งหน้า เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง

    เทคนิคการแต่งหน้า แก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้า

    แก้ไขใบหน้ากลม
    ใบหน้ากลม กลม ของคุณจะเปลี่ยนไปตามแบบทรงผม ที่คุณทำ และสามารถ แก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุด แต่ถ้าคุณอยากลองแก้ไขด้วยการแต่งหน้ามันอาจจะทำ ให้คุณดูเหมือนงิ้วหลง โรงจากเครื่องสำอางที่โปะบนใบ หน้า และแน่นอนทุก ๆ คน สามารถสังเกตเห็นได้

    จมูกบาน
    การแลเงาที่บริเวณจมูก ช่วยให้จมูกที่บานนั่นแลดูแคบลง หรือใช้การดึงจุดสนใจไปที่บริเวณโหนกแก้มเพื่อลดปัญ หาที่จมูก เช่นกันคุณสามารถเน้นที่ดวงตาหรือทรงผมเพื่อดึง ความสนใจไปจากจมูกเจ้าปัญหา

    ปัญหาคางสองชั้น
    คุณเคยลองหาวิธีลบคางสองชั้นบ้างไหม ? ลองใช้วิธีนี้ดู โดยเริ่มจากการแรเงาจุดกึ่งกลางของคางด้วยสีทึบๆ แล้ว
    ค่อยๆ เกลี่ยลงไปถึงลำคอ ให้สีกลมกลืนกันดี วิธีนี้ไม่ได้ทำ ให้คาง 2 ชั้นหายไป เพียงแต่ลดความสนใจจากคางของคุณ ได้บ้างเท่านั้น

    การลดปัญหาโครงหน้า
    การลดปัญหาโครงหน้าสามารถทำให้ใบหน้าของคุณสวย ขึ้นได้ แต่วิธีนี้เหมาะจะใช้ตอนกลางคืนมากกว่า สำหรับ กลางวัน มันอาจจะดูว่าคุณใช้เครื่องสำอางมากเกินงาม ไปสักหน่อย ปัญหามันอยู่ที่การเกลี่ยได้ไม่แนบเนียนพอ และนี่จะยิ่งทำให้คุณเป็นที่สังเกตยิ่งขึ้น จำให้ขึ้นใจเสมอ ว่าใช้เครื่องสำอางให้น้อยเท่าไรยิ่งดี เครื่องสำอางที่ใช้ในการลบจุดบกพร่องบนใบหน้านั้นควร เป็นสีที่เป็นกลางเข้าได้กับทุกสี ไม่ควรใช้สีแดงหรือสีเหลือง และควรจะเป็นสีที่ทึบกว่าสีแป้งรองพื้นที่ใช้อยู่ การใช้รองพื้นสีเข้มกว่าในการเกลี่ยสีให้กลมกลืนกันจะง่าย กว่า การเกลี่ยสีให้กลมกลืนกันนี้สำคัญมาก ถึงมากที่สุด วิธีเดียวที่คุณจะช่ำชองในเทคนิคนี้คือการฝึกฝนบ่อยๆ ฝึก ฝึก แล้วก้อฝึกบ่อยที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

    การใช้เครื่องสำอาง ไฮท์ ไลเตอร์
    สามารถแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันสามารถทำให้ใบหน้าที่ตอบดูอวบอิ่มขึ้น ทำให้โหนก แก้มดูโดดเด่น และทำให้ดวงตาโตขึ้น ควรเลือกแบบที่มี 2 สีที่สว่างกว่าสีผิวของคุณ ยกเว้นสีขาวไม่ควรใช้ สำหรับแป้งรองพื้นที่มีสีสว่างกว่าที่คุณใช้อยู่ประจำสามารถ ใช้เป็น ไฮท์ ไลท์ได้ในเวลาจำเป็น และให้ดูวิธีการใช้ให้ดีอีกที

    เทคนิคการแต่งโหนกแก้ม
    การเน้นบริเวณโหนกแก้มนั้น ควรเกลี่ย ไฮท์ไลเตอร์ที่แต้ม ไว้บนโหนกแก้มทั้ง 3 จุดให้กลมกลืนกันก่อน หลังจากนั้นโปรยผงสีน้ำตาลลงบริเวณใต้โหนกแก้ม และ เติมสีบรัช ออน ที่คุณชอบอีกนิด เท่านี้ก้อสวยแล้ว

  • สูตรลับครีมบำรุงผิว สำหรับผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง

    สูตรลับครีมบำรุงผิว สำหรับผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง

     

    การทำครีมบำรุงผิวให้เข้ากับผิวคุณ โดยวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย และประหยัดเวลาอย่างที่สุด ส่วนผสมต่อไปนี้ เป็นส่วนผสม สำหรับคนที่มีผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง

    ส่วนผสม
    น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
    โยเกิตเปล่าๆ 1/2 ถ้วย
    ผิว/เปลือกเกรปฟรุต 1 ช้อนชา
    น้ำชาเย็น 1 ถ้วย

    How it works:
    นำน้ำผึง โยเกิต และผิวเกรปฟรุตมาผสมคลุกเคล้าให้เท่ากัน และนำมาทาบนใบหน้า และลำคอให้ทั่ว ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที (น้ำผึงจะทำหน้าที่ดูดซับสิ่ง สกปรกจากผิวหน้าและลำคอ ในขณะที่โยเกิตจะช่วยทำให้ผิวนุ่ม และเนียนขึ้น ส่วนเกรป ฟรุตจะช่วยเพิ่มพลังให้กับผิว) เมื่อครบ 15 นาที ให้ล้างออกด้วยน้ำชาที่เตรียมไว้จากนั้น ให้บำรุงด้วย day cream ที่ใช้อยู่ได้ค่ะ

    ทำง่ายๆ เช่นนี้ประมาณ เดือนละหนึ่งครั้ง เพื่อผิวสวยของคุณ

  • สูตรผักโขมอบชีส อร่อยๆ วิธีทำง่ายๆ

    สูตรผักโขมอบชีส อร่อยๆ วิธีทำง่ายๆ

    สูตรผักโขมอบชีส

    ผักโขมอบชีส” เป็นอาหารอิตาเลียนจานเด็ดอีกจานหนึ่ง ที่เราสามารถทำรับประทานกันที่บ้านได้ง่าย เพราะวิธีทำไม่ยุ่งยาก แถมไม่ต้องใช้เครื่องปรุงมากมายอีกด้วย ใช้เวลาในการปรุงเพียงเล็กน้อย คุณก็จะได้ “ผักโขมอบชีส” ร้อน ๆ หอมกรุ่นกลิ่นเนย ไว้รับประทานแล้ว

    วิธีทำไม่ยากเลยคะ คุณจะเลือกใช้ “ปวยเล้ง” หรือ “ผักโขมจีน” ก็ได้ เริ่มลงมือทำ โดยนำกระเทียมกลีบโต ๆ ที่ปอกเปลือกแล้ว นำมาบุบ แล้วนำไปเจียวกับเนยจืด พอให้มีกลิ่นหอม จากนั้นก็นำ “ปวยเล้ง” หรือ “ผักโขมจีน” ที่ล้างสะอาดแล้ว จะฉีกเป็นชิ้น ๆ หรือใช้มีดหั่นให้เป็นฝอย ๆก็ได้ ใส่ผักลงในกระทะ โรยเกลือป่นนิดหน่อย แล้วผัดจนผักมันสลด (ถ้าใช้ผักโขมจีนทำ จะต้องใช้เวลาในการผัดนานสักหน่อย ไม่อย่างนั้น ผักจะมีรสฝาดหลงเหลืออยู่) พอผัดผักจนได้ที่แล้ว ก็ตักใส่ถาด โรยหน้าด้วย Mozzarella Cheese ขูดฝอย แล้วนำเข้าเตาอบ (Oven) หรือ ฝาอบลมร้อน (Convection Oven) หรือ “เตาติ๊ง” (Toaster Oven) ก็ได้คะ อบจนกระทั่งชีสละลาย และตัวชีสเดือดปุด ขอบชีสกรอบและออกสีน้ำตาลอ่อนนิด ๆ ก็เป็นอันเสร็จพิธีคะ

  • สูตรกุ้งพันอ้อย เคี้ยวกรุบกรอบ อาหารเวียดนามยอดนิยม

    สูตรกุ้งพันอ้อย เคี้ยวกรุบกรอบ อาหารเวียดนามยอดนิยม

    สูตรกุ้งพันอ้อย

    ส่วนผสม

    1.หาอ้อยเป็นท่อนๆ ผ่าประมาณ 1 ตร.ซม. (ไม่ใช้ตรงที่เป็นข้อ) ผ่าอย่าให้บางไปให้เหมือนขาไก่นั่นแหละ

    2.ใช้เนื้อกุ้งสับ 1/2 ก.ก

    3.หมูติดมันบด 1/2 ก.ก. (อันนี้ไม่ต้องเป็นหมู 3 ชั้นแล้ว)

    4. ผสมเนื้อกุ้งกับหมูติดมันบด กับส่วนผสมตามด้านล่างนี้นวดให้เข้ากัน

    • กระเทียม พริกไทย รากผักชีโขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    • เกลือ 1/2 ช้อนชา
    • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
    • หัวกะทิ 2 ช.ต.
    • นมข้น 2 ช.ต.
    • เหล้าจีน (หรือไวน์ขาว หรือวิสกี้) 2 ช้อนชา

    5.ใช้ไข่ 1 ฟอง (เอาแต่ไข่ขาว) ใส่ลงไปนวดด้วย เพื่อเวลาชุบจะได้ติดกับเกล็ดขนมปัง

    6. หลังจากนั้นนำไปหุ้มอ้อยแล้วนำไปนึ่ง พอนึ่งเสร็จขณะที่กำลังร้อนๆ ก็เคล้ากับเกล็ดขนมปัง ถ้ายังไม่ทานก็เก็บใส่ใต้ freeze ไว้ พอจะนำมาทานก็เคล้ากับเกล็ดขนมปังอีกที แล้วก็นำไปทอด

    7.ใช้น้ำมันเยอะ ไฟไม่แรงมาก (แต่ถ้าเวลานำหมูไปพอกกับอ้อย แล้วคลุกขนมปังเลยจะติดดีกว่า)

    8.เคล็ดลับ จะใช้มันกุ้ง1/2 ถ้วย เอามันกุ้งมานึ่งพอมันกุ้งแข็งตัว แล้วแยกส่วนไม่สะอาดออก เหลือแต่ที่มันเป็นมันจริงๆ มาโขลกให้ละเอียด ถ้าไม่ละเอียดจะทำให้ไม่จับตัว ใช้นวดอย่าตี เกล็ดขนมปังใช้แบบละเอียดจะดีกว่าแบบหยาบ

    น้ำจิ้มบ๊วย

    ถ้าจะทำทานเอง แต่ไม่มีน้ำจิ้มบ๊วย ให้เอาเนื้อบ๊วยมายีแล้วเคียวกับน้ำตาล โขลกพริกชี้ฟ้าแดง หัวไชเท้าขูดให้ฝอย ถ้ากลัวมีกลิ่นของหัวไชเท้า หรือกลัวขื่นให้ขยำเกลือเบาๆ อย่าบีบแรง มันแกวขูดฝอย (แครอทก็ได้) จะทำให้ฉ่ำหวาน แนมด้วยเส้นหมี่ ผักกาดหอม ถ้ากลัวเส้นหมี่มีกลิ่นและไม่มีรส เวลาลวกให้ลวกเร็วๆ เหยาะแม็กกี้ไปหน่อยตอนร้อนๆ จะทำให้หมี่ไม่มีกลิ่นและรสชาติดีด้วย

  • ทอดมันถั่วพู กรุบกรอบ ได้ประโยชน์

    ทอดมันถั่วพู กรุบกรอบ ได้ประโยชน์

    ทอดมันถั่วพู

    ส่วนผสม

    เนื้อปลากรายขูด 500 กรัม

    ถั่วพูหั่นฝอย 20 ฝัก

    น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าชอบหวานใส่มากกว่านี้ก็ได้)

    น้ำปลาผสมกับน้ำสะอาด 1 ถ้วย

    พริกขี้หนูบุบละเอียด 4 – 5 เม็ด

    น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย

    วิธีทำ

    นำเนื้อปลากรายขูดมาสับให้ละเอียด โดยในขณะที่สับให้ค่อย ๆ หยอดน้ำปลาที่ผสมน้ำสะอาดลงไปทีละนิดจนน้ำหมด จากนั้นนำปลากรายที่สับละเอียดแล้วใส่ครกหิน โขลกอีกครั้งเพื่อให้ทอดมันเหนียว หากอยากให้เหนียวมากก็ต้องใช้เวลาโขลกกันนานหน่อย จากนั้นตักเนื้อปลาที่โขลกเสร็จใส่ชามผสมอาหาร แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบกับพริกขี้หนูบุบ คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน โดยการใช้มือขยำ (ควรใส่ถุงมือ เพื่อกันความเผ็ดร้อนจากพริกขี้หนู) ใส่ถั่วพูที่หั่นเตรียมไว้ลงไป คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงเข้ากันอีกครั้ง แล้วจึงปั้นทอดมันให้เป็นชิ้นขนาดตามต้องการ จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันพืชให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

  • สูตรซีซาร์สลัด วิธีทำน้ำสลัด และส่วนผสม

    สูตรซีซาร์สลัด วิธีทำน้ำสลัด และส่วนผสม

    สูตรซีซาร์สลัด

    น้ำสลัดซีซาร์

    Caesar Salad Dressing (ชนิดเต็มสูตร)

    เครื่องปรุง

    แอนโชวี่กระป๋อง 2 กระป๋อง

    มัสตาร์ด 1 ช้อนชา (พูน)

    กระเทียมหัวใหญ่ 10 กลีบ

    พริกไทยดำ 1 ช้อนชา

    วูร์ซเตอร์ซอส 1 ช้อนโต๊ะ

    Red Wine Vinegar 4 ช้อนโต๊ะ

    Taragon Vinegar 4 ช้อนโต๊ะ

    Rasberries Vinegar 4 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ เนยแข็งพาร์มีซานขูดให้ละเอียด 60 กรัม (ไม่ใช่ชนิดกระป๋อง)

    Tabasco Sauce 1/2 ช้อนชา

    น้ำมันมะกอก 36 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    นำส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นน้ำมันและ Vinegar ) ลงปั่นให้เครื่องปั่นจนละเอียด ใส่ Vinegar สลับกับน้ำมันทีละน้อย ๆ ปั่นไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้น และน้ำมันหมด ก็เป็นอันเสร็จพิธี ถ้าไม่มีเครื่องปั่น ก็เริ่มจาก ขูดเนยแข็งให้ละเอียดก่อน จากนั้นก็หันมาสับกระเทียม สับแอนโชวี แล้วใส่เครื่องปรุงทั้งหมดพร้อมน้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ใส่ Vinegar ลงไปทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนด้วยไม้พายหรือส้อม ใส่น้ำมันสลับกับ Vinegar จนหมด คนให้เข้ากัน ก็เป็นอันใช้ได้

    * ถ้าหาปลาแอนโชวี่กระป๋องไม่ได้ ก็ใช้ปลาอินทรีย์เค็มนำมาทอดแล้วแกะเอาแต่เนื้อสัก 2 ชิ้นแทน

    **สารพัด Vinegar ที่มีอยู่ในสูตร ถ้าหาซื้อลำบาก ก็ใช้น้ำส้ม อสร แทนได้

    ***น้ำมันมะกอก ถ้าไม่ชอบกลิ่นของมัน เราก็เปลี่ยนมาใช้ น้ำมันพืชหรือน้ำมันสลัดแทนได้ และเวลาใส่น้ำมันลงไปในส่วนผสม ต้องค่อย ๆ เทน้ำมันให้เป็นสายลงไป อย่าเทน้ำมันลงไปพรวดเดียวทั้งช้อนหรือทั้งหมด เพราะจะทำให้น้ำสลัดมันแตกตัว ไม่เข้ากัน

    ส่วนเครื่องปรุงอื่น ๆ ก็มี ปลาทูน่าในน้ำมัน 1 กระป๋อง ผักสลัดคอสหรือผักกาดแก้วก็ได้ ล้างให้สะอาดแล้วนำไปแช่เย็น 2 ต้น ขนมปังกรอบ (Croutons หรือ Garlic Croutons) เนยแข็งพาร์มีซานขูด จำนวนตามชอบ

    เวลาทาน ก็นำผักสลัดมาฉีกด้วยมือนำใส่ลงในชามสลัด อย่าใช้มีดตัดเพราะจะดูไม่น่ากิน ตักเฉพาะเนื้อปลาทูน่ามาโรยไว้ด้านบน จากนั้นราดน้ำสลัดให้ชุ่ม เคล้าเบา ๆ ตักใส่จาน โรยหน้าด้วย ขนมปังกรอบและพาร์เมซานชีส อาจจะโรยพริกไทยดำเพิ่มอีกก็ได้

  • วิธีทำไส้อั่วหมู สูตรไส้อั่วโบราณ

    วิธีทำไส้อั่วหมู สูตรไส้อั่วโบราณ

    วิธีทำไส้อั่วหมู

    ส่วนผสม

    หมูเนื้อแดง 1 กิโลกรัม

    หมูสามชั้น 500 กรัม

    ไส้หมูไส้เล็กล้างสะอาดแล้ว 500 กรัม

    ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 – 3 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำ 1/ 2 ถ้วย

    น้ำมันสำหรับทอด 4 ถ้วย

    วิธีทำ

    1. ล้างเนื้อหมูและหมูสามชั้นให้สะอาด แล้วนำไปบดหรือสับหยาบ ๆ แล้วเติมซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว น้ำปลา เครื่องแกง เคล้าให้เข้ากัน โรยใบมะกรูด ใส่น้ำ เคล้าให้เข้ากันจนทั่ว

    2. ใช้เชือกหรือด้ายผูกปลายไส้หมูด้านหนึ่ง ใช้กรวยหรือด้ามช้อนสังกะสี ถ่างปากไส้ส่วนปลายอีกด้านหนึ่ง ตักหมูที่ผสมแล้ว กรอกลงไปในไส้ ใช้มือค่อย ๆ บีบไส้ไล่มาตรงส่วนปลายที่ผูกไว้ อย่าให้แน่นมาก เพราะเมื่อทอดจะแตก เมื่อกรอกเต็มแล้ว ผูกให้แน่น

    3. ใช้ส้อมหรือไม้แหลม จิ้มไส้ เพื่อไล่อากาศก่อนทอด

    4. ใส่น้ำมันลงในกระทะก้นลึก ใช้ไฟกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน จึงใส่ไส้กรอกลงไปทอด ขณะที่ทอดใช้ไม้แหลมจิ้มไล่อากาศ เมื่อไส้ตึงตัว มิฉะนั้นไส้จะแตกได้ ทอดจนสุกเหลืองตักออกวางบนตะแกรง ถ้าต้องการให้เหลืองหอมและแห้ง ให้นำไปอบด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนต์ไฮต์ อีกประมาณ 30 นาที ก็จะได้ไส้อั่วที่หอมเหลือง แห้ง ไม่ชุ่มน้ำมัน ถ้าไม่อยากทอดก็อาจจะนำไปย่างไฟอ่อน ๆ จนไส้สุกแห้งแทนก็ได้

    ส่วนผสมเครื่องแกง

    พริกแห้งแช่น้ำ 5 – 7 เม็ด

    กระเทียม 5 หัว

    ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

    กะปิ 1 ช้อนชา

    เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

    หอมแดงหั่นหยาบ 7 – 9 หัว

    ตะไคร้หั่นฝอย 5 ต้น

    (ถ้าชอบอาจจะใส่ขมิ้นลงไปสัก 1 แง่งเล็ก ๆ ได้)

    **โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด **

    ** เวลาล้างไส้หมู ให้เคล้าไส้หมูกับเกลือป่น กลับไส้ข้างในออกข้างนอก ล้างน้ำหลาย ๆ ครั้ง จนหมดเมือกและกลิ่นเหม็น ตัดไส้ให้เป็นท่อนยาว 15 – 20 นิ้ว เพื่อสะดวกในการกรอกส่วนผสมใส่ลงในไส้**

  • สูตรข้าวหมูแดง รสเด็ด

    สูตรข้าวหมูแดง รสเด็ด

    สูตรข้าวหมูแดง รสเด็ด สูตร 1

    ส่วนผสม

    เนื้อหมูสันใน หรือสันนอก 1 กิโลกรัม

    เหล้าจีน 1+ 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

    เกลือ 1 /2 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วดำอย่างข้น 1+ 1/ 2 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

    ซอสหอยซินเจียงหรือซอสมะเขือเทศชนิดเข้มข้น( Tomato Paste) 3 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    นำเนื้อหมูมาหั่นให้เป็นชิ้นยาว ๆ กว้างประมาณ 2 นิ้ว ล้างน้ำแล้วซับให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มเนื้อหมูให้ทั่ว ใส่ชามพักไว้ แล้วหันมาทำน้ำหมักหมู โดยผสมน้ำตาล เกลือ เหล้าจีน ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว ซอสหอยซินเจียง และน้ำมันเข้าด้วยกัน นำไปเคล้ากับเนื้อหมูให้เข้ากัน หมักอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำซอสซึมเข้าในเนื้อ จากนั้นนำไปย่างไฟปานกลางด้านละประมาณ 15 นาที หมูก็จะสุก หรืออาจจะนำไปอบในเตาอบ โดยนำหมูใส่ลงในถาดหรือชามแก้วทนไฟ แล้วเติมน้ำลงไปนิดหน่อย นำเข้าอบไฟกลาง ๆ ประมาณ 15 นาที แล้วจึงกลับข้าง อบต่ออีก 15 นาที พอให้เหลืองเกรียมนิดหน่อย ก็ใช้ได้ (ถ้านำไปย่างไฟอีกนิดก็จะหอมยิ่งขึ้น)

    น้ำเปล่า 3 ถ้วย

    กระดูกหมู 2 ชิ้น

    ซีอิ้วขาวอย่างดี 1/ 4 ถ้วย

    ซีอิ้วดำข้น 1 /2 ช้อนโต๊ะ

    ซอสหอยซินเจียงหรือซอสมะเขือเทศชนิดเข้มข้น( Tomato Paste) 1/ 4 ถ้วย

    น้ำตาลปีบ 2 – 3 ช้อนโต๊ะ

    ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ

    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

    โป๊ยกั๊กเผาไฟพอหอม 1 ดอก

    แป้งข้าวโพด 3 – 4 ช้อนโต๊ะ

    งาขาวคั่วบุบพอแหลก 2 ช้อนชา

    เอาน้ำใส่หม้อ ใส่กระดูกหมู แล้วตามด้วยส่วนผสมอื่น ๆ ยกเว้นแป้งข้าวโพดและงาขาว จากนั้นยกขึ้นตึ้งไฟ ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนเพื่อให้น้ำกระดูกหมูออกมา พอเดือดประมาณพักใหญ่ ๆ ก็ยกลงกรองเอาแต่น้ำ แล้วนำขึ้นตั้งไฟใหม่ ทิ้งไว้ให้เดือด ให้หอมกลิ่นเครื่องเทศ ชิมรสดูอย่าให้เค็มจัด ควรออกหวานนิดหน่อย แล้วลดไฟลง เอาแป้งข้าวโพดละลายน้ำเล็กน้อย ค่อย ๆ เทใส่ลงในหม้อ มือหนึ่งเทแป้ง อีกมือหนึ่งใช้ทัพพีคนส่วนผสมในหม้อ พอสุกน้ำแป้งก็จะใส จึงเอางาคั่วโรยลงไป ทิ้งไว้ให้เย็น ก็จะข้น

    วิธีจัดเสิร์ฟ

    ตักข้าวใส่จาน หั่นหมูแดงเป็นชิ้นบาง ๆ วางข้าง ๆ ข้าว (ถ้าชอบอาจจะใส่หมูกรอบหั่นเป็นชิ้น ๆ กุนเชียงหั่นแฉลบ ไข่ต้มแข็งผ่าเป็นเสี้ยว ข้าง ๆ หมูแดง) วางแตงกวาหั่นแฉลบบาง ๆ ต้นหอม ข้าง ๆ จาน ราดด้วยน้ำราด โรยหน้าด้วยใบผักชี

    วิธีทำข้าวหมูแดงแบบง่าย

    สูตรข้าวหมูแดง 2

    หมูเนื้อแดงติดมันเล็กน้อย 500 กรัม

    ผงหมูแดงปรุงสำเร็จ 1 ซอง

    น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ

    น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

    กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ

    เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

    ต้นหอมตัดสั้น 5 ต้น

    แตงกวาปอกเปลือกหั่นเป็นแว่น

    ผักชีเด็ดเป็นช่อ 1/4 ถ้วย

    ไข่ไก่ต้มสุก 3 ฟอง

    ข้าวสวย 5 ถ้วย

    ส่วนผสมน้ำหมูแดง

    กระดูกสำหรับต้มน้ำซุป 1 ช้อนโต๊ะ

    ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ

    ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

    งาขาวคั่วให้หอม 1/2 ถ้วย

    แป้งมันละลายน้ำ 1/4 ถ้วย

    เครื่องปรุง ข้าวหมูแดง

    ซีอิ๊วดำ พริกชี้ฟ้าดองน้ำส้ม

    วิธีทำ

    1. ล้างเนื้อหมูแดงให้สะอาด หมักกับผงปรุงรสหมูแดง กระเทียม น้ำผึ้ง น้ำมันงา เหล้าจีน คนส่วนผสมน้ำหมักให้เข้ากัน หมักหมูทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที

    2. นำหมูที่หมักไว้แล้วไปย่างด้วยไฟกลาง ขณะย่างพรมด้วยน้ำหมักหมูไปด้วย ย่างพอให้ข้างในสุกฉ่ำน้ำ ผิวนอกพอเกรียมสวย พักไว้

    3. ปอกเปลือกไข่ต้มให้สะอาด ล้างน้ำอีกครั้ง ผ่าเป็น 4 ส่วนด้วยด้ายขึงตึง

    4. ล้างกระดูกให้สะอาด ใส่หม้อน้ำแช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง นำขึ้นตั้งไฟอ่อน พอเดือดเคี่ยวต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงช้อนกระดูกออก

    5. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายแดง ซอสมะเขือเทศ คนให้ส่วนผสมละลาย ชิมรสดูให้ออกหวาน เค็มตามชอบ

    6. ละลายแป้งมันกับน้ำสะอาด เทลงขณะน้ำราดเดือดจัด คนให้น้ำราดออกข้นเหนียว ใส่น้ำมันงาลอยหน้าลงโรยงาคั่วคนให้เข้ากัน

    เวลาเสิร์ฟข้าวหมูแดง ตักข้าวสวยใส่จาน หั่นหมูแดงที่ย่างสุกวางบนข้าว ไข่ต้มผ่าซีก เรียงแตงกวาฝานลงด้านข้าง ราดหน้าด้วยน้ำหมูแดง โรยผักชีเด็ดเป็นช่อตกแต่งให้สวย เสิร์ฟพร้อมกับต้นหอมและซีอิ๊วดำ พริกน้ำส้ม

  • สูตรต้มข่าไก่โบราณ วิธีทำที่ไม่ยาก

    สูตรต้มข่าไก่โบราณ วิธีทำที่ไม่ยาก

    สูตรต้มข่าไก่โบราณ

    เครื่องปรุง ต้มข่าไก่

    เนื้อไก่ 300 กรัม

    กระทิคั้น 2 ถ้วย

    เห็ดฟาง 6 ดอก

    ข่าอ่อน 8-9 แว่น

    พริกสด 4-5 เม็ด

    ใบมะกรูด 6-7 ใบ

    ตะไคร้ 2 ต้น

    ผักชี 2 ต้น

    น้ำปลา 3 ช.ต.

    น้ำตาลทราย 1 ช.ต.

    น้ำมะนาว 3 ช.ต.

    น้ำเปล่า 1 ถ้วย

    วิธีทำ ต้มข่าไก่

    1. นำข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดมาล้างน้ำให้สะอาด นำทั้งหมดมาหั่นเตรียมไว้

    2. นำเห็ดฟาง พริกสด และผักชีมาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเห็ดออกเป็น 6-8 ส่วน หั่้นพริกเฉียงๆ แล้วซอยผักชีหยาบๆ

    3. นำเนื้อไก่มาล้างให้สะอาดแล้วตัดเป็นชิ้นขนาดพอคำ

    4. เปิดไฟที่เตาปานกลาง นำกระทิคั้นใส่ลงหม้อ รอจนเดือดจึงใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไป เคี่ยวประมาณ 5 นาที

    5. ใส่เนื้อไก่ลงไป รอจนเริ่มสุก เติมน้ำเปล่าลงไปอีก 1 ถ้วย รอจนน้ำแกงเดือด

    6. ใส่เห็ดฟางและพริกที่หั่นไว้ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วปิดเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ จากนั้นโรยด้วยผักชีก็เป็นอันเรียบร้อย