Tag: โรคสมอง

  • โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ สาเหตุ อาการ การป้องกัน

    โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ สาเหตุ อาการ การป้องกัน

    โรคสมองในผู้สูงอายุที่พบบ่อยๆ คือ โรคปวดศีรษะ, โรคเวียนศีรษะ, โรคทางหู, โรคหลอดเลือดสมอง และโรคสมองเสื่อม เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง กับ โรคสมองเสื่อม เท่านั้น

    โรคหลอดเลือดสมอง
    เป็นโรคที่อันตรายมาก ซึ่งอาจเป็น เส้นเลือดสมอง-อุดตัน หรือ เส้นเลือดสมองแตก อาการของโรคคือ ปวดศีรษะรุนแรง, แขนขาอ่อน, พูดไม่ชัด, พูดไม่ได้, การทรงตัวเสียไป, มีอาการชา, อาจไม่รู้สึกตัว  หรือ
    หมดสติ  ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์ หรือถ้ามีอาการเหล่านี้เพียง 20 นาที  หรือเพียงครึ่งวัน
    แล้วหาย ก็แสดงว่ามีอาการของโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ถือว่า  เป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องรีบไปพบแพทย์เช่นกัน เพื่อแพทย์จะได้ตรวจและรักษาให้ต่อไป

    โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์)
    เป็นโรคที่พบเป็นกันมากพอสมควร คือ ในสหรัฐอเมริกามีคนเป็นโรคสมองเสื่อมประมาณ 4 ล้านคน ในประเทศไทย  พบคนเป็นโรคสมองเสื่อม 2 – 4% ของคนอายุมากกว่า 60 ปี ถ้าแยกตามอายุพบว่า คนอายุน้อยกว่า 65 ปี พบ 1%, คนอายุ 65 – 70 ปี พบ 1.4%, คนอายุ 70 – 80 ปี  พบ 4%, คนอายุ 80 ปีขึ้นไปพบ 20% และพบหญิงเป็นมากกว่าชาย นับว่าเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วงพอสมควร
    อาการของโรคสมองเสื่อมที่เด่นที่สุดและมักเกิดขึ้นก่อนคือ อาการหลงลืมที่ค่อยๆเป็นมากขึ้นทีละเล็ก
    ละน้อย มีการสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่ๆ  อาการที่ปรากฏมักจะเป็นในลักษณะ
    การวางของผิดที่จำเหตุการณ์วันต่อวันไม่ได้ ลืมวันนัดหมาย มีการถามคำถามซ้ำๆหรือจำสิ่งที่เพิ่งพูดจบไม่ได้
    แต่ความจำในอดีตในสมัยเด็กหรือในสมัยหนุ่มสาวมักจะยังดีอยู่หรือเสียเพียงเล็กน้อย  ในระยะต่อมาก็จะ
    สูญเสียความทรงจำในอดีตไปด้วยเมื่อมีอาการมากขึ้น
    เมื่อความทรงจำเสียมากขึ้นจะมีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการพูดรวมถึงการเขียน  อาการในระยะแรก
    การพูดจะตะกุกตะกัก  เนื่องจากนึกคำพูดคำศัพท์ได้ในวงจำกัด พูดในรูปแบบโครงสร้างประโยคเดิมๆ แต่ความเข้าใจในการสื่อสารยังดีอยู่ในระยะท้ายๆ จะพูดไม่เต็มประโยค  มีการพูดทวนซ้ำคำ  หรือประโยค
    ของผู้อื่น  เรียกชื่อสิ่งของไม่ได้ พูดคำที่ไม่มีความหมาย จนในที่สุดจะไม่สามารถพูดได้เลย   และสูญเสีย
    ความเข้าใจภาษาและการคำนวณ
    ความผิดปกติที่พบได้อีกด้านหนึ่งในระยะแรกคือผู้ป่วยจะมีอาการหลงทิศทางจากสิ่งแวดล้อมที่เห็น
    คุ้นเคย  ไม่สามารถจอดรถในที่จอดได้ ขับรถหรือเดินกลับบ้านผิดทาง และหลงทางในที่สุด ใช้แผนที่ไม่เป็น และจะเป็นมากขึ้นจนไม่สามารถวาดรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆได้เพราะเสียความสามารถในการรับรู้ความ
    สัมพันธ์ของทิศทาง และระยะทาง ในระยะท้ายผู้ป่วยจะลืมวิธีการใช้เครื่องมือง่ายๆ เช่น ภาชนะอาหาร การใช้มีดโกนหนวด ไม่สามารถทำตามสั่งหรือทำเลียนแบบได้ เช่น   ให้ทำท่าการแปรงฟันโดยไม่มีอุปกรณ์
    การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และบุคลิกภาพมักจะปรากฏหลังจากมีอาการผิดปกติของความจำและ
    ภาษา  จะมีลักษณะกระวนกระวายหรือเฉื่อยชามีความวิตกกังวลและความกลัวโดยเฉพาะกลัวการถูกทอดทิ้ง หรืออยู่คนเดียว ผู้ป่วยจะไม่สนใจตนเอง ไม่อาบน้ำ ไม่สนใจในการแต่งกาย และเกิดภาวะอารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งพบได้บ่อยอันเป็นผลโดยตรงจากการเสื่อมของสมอง อาการทางจิตประสาทที่มีอาการหูแว่วเห็นภาพหลอน และอาการหลงผิดหวาดระแวงก็พบได้บ่อย ผู้ป่วยอาจหวาดระแวงขโมยหรือสามีภรรยาของตนในเรื่องทาง
    เพศบางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าวทั้งทางพูดและการกระทำมีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสมจนนำไปสู่ปัญหา
    ครอบครัวได้
    ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวจะปรากฏในระยะท้ายของโรคมีการเคลื่อนไหวช้าและลำบากโดยที่
    ไม่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนและขาจะงอเกร็ง จนไม่สามารถเดินหรือยืนได้ต้องนอนอยู่บนเตียง  มีปัญหาใน
    การกลั้นอุจจาระปัสสาวะ ปัญหาในการกลืนอาหารทำให้น้ำหนักลดและสำลักอาหารได้
    ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มีอาการแตกต่างกันมากและอาการไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับขั้นตอนที่กล่าวมา
    อาการแรกที่มาพบแพทย์อาจมาด้วยอาการเหล่านี้   ก่อนที่จะมีอาการด้านอื่นๆ ตามมาเช่น การเดินผิดปกติ ความจำในระยะยาวเสียไปก่อนสูญเสียการรับรู้ความสัมพันธ์ของทิศทางและระยะทางมีบุคลิกภาพ
    เปลี่ยนแปลงและมีอาการหวาดระแวง หรือไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของได้
    ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ การรักษาหลักจึงเป็นการรักษาอาการความร่วมมือของญาติ ผู้ดูแลและแพทย์   จึงเป็นส่วนสำคัญในการรักษาผู้ป่วย  เพื่อลดภาวะอารมณ์ซึมเศร้า ความวิตกกังวล พฤติกรรมก้าวร้าวและปัญหาอื่นๆ

    อ่านเรื่องนี้แล้วคงจะใช้สังเกตตัวเองว่าตัวเองเริ่มมีอาการข้างต้นนี้ บ้างหรือยังหรือถ้าตัวเองมีอาการ
    เหล่านี้จะได้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน   อย่างไรก็ตามการป้องกันโรคเหล่านี้จะทำได้โดย
    1. การควบคุมเรื่องอาหาร
    2. หมั่นออกกำลังกาย และ
    3. ทำจิตใจให้รื่นเริงแจ่มใส  ไม่วิตกกังวล ไม่คิดฟุ้งซ่าน ซึ่งจะทำไดด้วยการทำสมาธิยิ่งดี ถ้าผู้สูงอายุทำได้ทั้ง 3 เรื่องนี้จะป้องกันโรคเหล่านี้ และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อย่างแน่นอนครับ