Tag: เมนูอาหาร เบาหวาน

  • เต้าหู้บดทอด

    เต้าหู้บดทอด

    เต้าหู้บดทอด

    เครื่องปรุง

    1. กระเทียมแห้ง 3 กลีบ ปอกเปลือก
    2. รากผักชี 1 ราก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
    3. พริกไทยดํา 5 เม็ด ป่นละเอียด
    4. เต้าหูขาวอ่อน 1 แผ่น
    4. มันเทศต้ม (หัวเล็ก) 1 หัว (หนักราวๆ 20 กรัม)
    5. หอมหัวใหญ่ขนาดกลาง 1 หัว ปอกเปลือกสับละเอียด
    7. ปูทะเลแกะเอาแต่เนื้อ 60 กรัม
    8. เนื้อหมู 40 กรัม หันสับละเอียด
    9. ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
    10.ไข่เป็ดตีพอเข้ากัน 1 ฟอง (แบ่งใช้ครั้งเดียวก่อน)
    11. ถั่วงอกเด็ดหาง 1 ถ้วยตวง ลวกด้วยน้ำเดือด
    12. ใบผักชี 20 กรัม เด็ดเป็นใบหรือหั่นหยาบ
    13. น้ำมันถั่วลิสง ราว 1 ถ้วยครึ่ง

    วิธีปรุง

    เอากระเทียม รากผักชี พริกไทยโขลกรวมกันให้ละเอียด เอาเต้าหู้อ่อนใส่แล้วโขลก ต่อไปให้เครื่องและเต้าหูเข้าผสมกัน ต่อไปจึงเอามันเทศต้ม หอมหัวใญ่ เนื้อปูแกะ และ เนื้อหมูใส่ทีละอย่าง โขลกพอละเอียดแล้วจึงใส่อีกอย่างหนึ่งโขลกต่อไป แล้วจึงใส่ซอสถั่วเหลืองโขลกให้เข้ากัน แล้วจึงเอาไข่เป็ดลงคลุกครึ่งหนึ่งให้เข้ากันกับเครื่องทั้งหมด ถ้าเห็นว่ายังร่วนอยู่ เครื่องไม่เข้าจับกันเหนียวพอจะปั้นได้ จึงเอาไข่เป็ดใส่ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว จนรู้สึกว่าปั้นได้ (ไม่ให้ถึงแฉะ) ปั้นเครื่องที่คลุกเคล้าไว้นั้นเป็นก้อนกลม หรือแบน หรือจะเอาเข้าพิมพ์วงแหวนขนาดตามใจชอบ พิมพ์ออกเป็นวง ๆ ก็ได้ ทิ้งไว้สักครู่ จึงเอา ขึ้นทอดในกระทะให้เหลืองเกรียมทั้ง 2 ด้าน จึงตักขึ้นใส่จานพักไว้

    เอาถั่วงอก ใส่จาน เรียงเต้าหูที่ทอดพักไว้ลงในจานก้นตื้น เอาผักชีโรย ควรกินร้อน ๆ จะใช้ซอสมะเขือเทศ หรือซอสพริกเหยาะลงแต่ละคํา สุดแต่ชอบก็ได้

  • เต้าหู้ต้มกับลูกชิ้น สูตรอาหารเบาหวาน คาร์บน้อย

    เต้าหู้ต้มกับลูกชิ้น สูตรอาหารเบาหวาน คาร์บน้อย

    เมนูเต้าหู้ สูตรนี้เป็นสูตรสำหรับ 5 คนนะคะ เป็นทั้ง สูตรอาหารเบาหวาน หรือ สำหรับผู้ที่ต้องการลดคาร์โบไฮเดรตก็ได้ และมีโปรตีนสูง รับประทานง่าย

    เต้าหู้ต้มกับลูกชิ้น

    เครื่องปรุง

    1. กระดูกหมูสําหรับต้มเอาน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ใส่หม้อต้มกับน้ำราว 2 ลิตร ต้มไปจนน้ำกระดูกออกเห็นเป็นสีขาว ต้องต้มไปราวชั่วโมงเศษ น้ำยุบลงไปราวครึ่งหนึ่ง คือเหลือน้ำประมาณ 1 ลิตร เอาเทใส่กระชอนกรองลงในชามเอาเศษหมูและกระดูกออก เหลือแต่น้ำ เทกลับใส่หม้อตามเดิม

    2. เต้าหู้ขาวแข็งชิ้นสามเหลี่ยมผ่าครึ่ง เอาเนื้อหมูสับซึ่งมีกระเทียมและรากผักชีผสม ใส่ตรงที่ผ่าไว้ 5 ชิ้น (ในตลาดส่วนมากใช้ เนื้อหมูสับ แล้วทา 2 ด้านของเต้าหูที่เป็นรอยตัด แล้วนึ่งไว้จนหมูสุก

    3. เต้าหู้ทอดฟูที่ร้อยไว้ขายเป็นพวง ๆ เอาออกตัดเป็นชิ้นละ 2 รวมได้ 20 ชิ้น

    4. ลูกชิ้นปลาขนาดใหญ่ 15 ลูก

    5. ลูกชิ้นกุ้ง 15 ลูก

    6. ลูกชิ้นหมู 15 ลูก

    7. น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ

    8. ต้นหอมสด (ใบไม่ใช้) ตัดยาวราว 1 นิ้ว 10 ต้น

    9. ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ หนัก 50 กรัม

    10. พริกไทยป่น หนักครึ่งกรัม

    11. น้ำจิ้ม ซึ่งประกอบด้วย เกลือหนัก 2 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด กระเทียมแห้ง 3 กลีบ โขลกเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา และน้ำส้มสายชูอย่างดี 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในครกคนให้เข้ากัน ชิมให้มีรสเปรี้ยวเค็มจัดสักหน่อย เอาไว้ใช้จิ้มหรือใส่ในถ้วยที่ตักมาเพื่อกิน เป็นการผสมกันไปในตัวก็ได้

    วิธีปรุง
    ยกหม้อต้มกระดูกหมูตั้งไฟจนเดือด เอาเต้าหู้และลูกชิ้นต่างๆใส่ลงไป เดือดขึ้นมาก็ช้อนฟองออก ปล่อยให้เดือดต่อไปและคอยช้อนฟองออก จนหมดฟองเอาน้ำปลาดีใส่ คอยให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกทีจึงยกหม้อลง เอาต้นหอมสดใส่ ใช้ทัพพีคนสักครั้งหนึ่งโดยเร็ว แล้วปิดฝาหม้อทันที เมื่อจะกิน (ขณะร้อน ๆ) ตักใส่ถ้วยแบ่ง จึงโรยพริกไทยและผักชี ใช้ช้อนคลุกให้เข้ากัน จะใช้จิ้ม น้ำจิ้มหรือจะเอาน้ำจิ้มใส่ในถ้วย ชิมดูรสตามชอบก็ได้

    หมายเหตุ อาหารชามนี้ (ราว 1 ถ้วย) จะมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมากประมาณ 3 กรัมเท่านั้น จะกินเปล่า ๆ หรือจะใช้เป็นแกงจืด ขณะกินอาหารกลางวันหรือเย็นก็ได้

  • อาหารแทนข้าว ถั่วฝักยาวต้ม เมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    อาหารแทนข้าว ถั่วฝักยาวต้ม เมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะกินคาร์โบไฮเดรตได้เพียง วันละ150 ถึง 200 กรัม สุดแต่การทํางานหนักเบาและ ประกอบด้วย อายุกับเหตุอื่น ๆ ซึ่งนายแพทย์จะเป็นผู้กําหนดให้แต่ละคน ฉะนั้นจึงควรงดการกินข้าวสุก ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรต 31.6 % แล้วกินถั่วฝักยาวซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 6.6 % แทน มีพืชอย่างอื่นที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า เช่น แตงกวา, พักเขียว, บวบเหลี่ยม, น้ำเต้า, เห็ด, ผักบุ้ง, แตงไทยอ่อน, ใบผักกาดหอม, หัวผักกาด, หัวปลี, มะเขือยาว เป็นต้น แต่พืชเหล่านี้บางอย่างไม่มีตลอดปี หรือมีเพียงบางท้องถิ่น และ ราคาสูง แต่ถั่วฝักยาวจะมีให้ใช้ตลอดปี มีทุกท้องที่ ในราคาพอสมควร จึงเลือกถั่วฝักยาวต้มแทน “ข้าวสุก” ลงมือกินกับอาหารผัด, แกงจืด, แกงเผ็ด, พล่า, ยํา, น้ำพริก ฯลฯ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารนั้นได้ทุกอย่าง ฉะนั้นจึงจําเป็นจะต้องจัดต้มถั่วฝักยาวให้มีรสดี แล้วหั่นละเอียดขนาดเท่าที่เขาหั่นทำในขนมจีนน้ำยา จะทำให้กินได้อย่างปกติโดยไม่ระลึกถึงข้าวสุก

    ถั่วฝักยาวต้ม
    เลือกซื้อถั่วฝักยาวชนิดอ่อน ๆ สีเขียวสด ไม่ใช่ชนิดผักใหญ่ พอง สีขาว ซึ่งกินไม่อร่อยเท่า

    วิธีปรุง มือหนึ่งประมาณ หนัก 400 ถึง 500 กรัม เด็ดหัวท้าย ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 6 นิ้วฟุต ใช้หม้ออลูมิเนียมปากกว้าง 22 เซ็นต์ ใส่น้ำลงไปราวครึ่งหม้อ ยกตั้งบนเตา ใส่เกลือเม็ด หนักราว 40 กรัม (ขนาดเท่าไข่ไก่) แล้วรีบหาน้ำเย็นธรรมดา ประมาณเท่า ๆ ที่ใส่หม้อ ใส่ขันใหญ่หรือชามเตรียมไว้ พอน้ำเดือดเอาถั่วใส่ทั้งหมดทันที ปิดฝา ประมาณ 7 นาที จึงเปิดฝา ใช้ช้อนใหญ่หรือทัพพีกลับถั่วในหม้อให้ข้างบนลงข้างล่าง แล้วปิดฝาให้เดือดต่อไปพอครบ 12 นาที (นับแต่เอาถั่วใส่หม้อ) ยกหม้อลง รินน้ำในหม้อออกให้หมด แล้วปิดฝาหม้อเอาน้ำเปล่าที่เตรียมไว้เทใส่ลงไปทันที่ทั้งหมด ใช้ทัพพีหรือมือก็ได้กลับถั่วในหม้อสัก ๒ ครั้ง แล้วรีบในน้ำทิ้งทันที
    เพื่อให้ผิวถั่วซึ่งกำลังร้อนอยู่นั้นถูกน้ำเย็นฉาบผิว ก็จะทำให้ผิวถั่วแข็งแต่ข้างในอ่อน และสีของผิวจะเขียวน่ากิน ทิ้งไว้ให้เย็นจับเรียงให้หัวเสมอกันครั้งละพอกํามือ หันขวางเป็นชิ้นเล็กใส่จานพร้อมที่จะกินกับอาหารต่าง ๆ

    * ความสําคัญ คือเลือกลักษณะของถั่ว, ใส่เกลือ, ระยะเวลาที่ต้ม (ถ้าชอบแข็งก็ไม่ถึง 12 นาที ถ้าชอบอ่อนก็เลย 12 นาที), เทน้ำเดือดออก เอาน้ำเย็นใส่ทันที และรีบรินน้ำทิ้งให้หมด รสของถั่วจะหวาน มีประโยชน์ตรงมีคาร์โบไฮเดรตน้อย และยังมีโปรตีนในถั่ว