Tag: สูตร อาหาร โรค เบาหวาน

  • เต้าหู้ราดหน้า สูตรอาหารคนป่วยเบาหวาน

    เต้าหู้ราดหน้า

    เครื่องปรุง

    1. เต้าหู้เหลืองอ่อน 1 แผ่น ผ่าทางหนาออกเป็น 2 แผ่น (คงให้ติดประกับกันอยู่ไม่ต้องแยกออก) ใช้มีดตัดครึ่งตามยาว แล้วตัดตามขวางเป็น 4 รวมจะได้เต้าหู้แผ่นนี้ 8 ชิ้น

    2. เห็ดฟางสด 100 กรัม (1 ขีดใหญ่) ถ้าดอกใหญ่ก็ผ่าครึ่ง ถ้าดอกเล็กไม่ผ่า

    3. เนื้อหมูสับ 100 กรัม

    4. ต้นหอมสด 5 ต้น ตัด 2-3 ท่อน ไม่ใช้ใบ

    5. น้ำตาลทราย 15 กรัม

    6. มะเขือเทศสีดา 3 ลูก ผ่า 4

    7. ผักชี 1 ต้น เด็ดเอาใบเป็นช่อ ไม่หั่น

    8. พริกไทยป่น

    9. ซอสถั่วเหลือง

    10. พริกชี้ฟ้าแดง หั่นขวาง แช่น้ำส้มสายชูอย่างดี

    11. แป้งมัน 2 กรัม ละลายน้ำ

    12. น้ำมันถั่วลิสง 80 ซีซี

    วิธีปรุง

    เอาน้ำมันใส่กระทะจนร้อนจัด เอาเต้าหู้ลงทอดพอเกรียมทั้ง 2 หน้า ตักใส่จานก้นขึ้นพักไว้ เอาเนื้อหมูใส่ ใช้ตะหลิวรีบยีเนื้อหมูให้กระจายออกโดยเร็ว ใส่มะเขือเทศ เห็ดฟาง ผัดพอมะเขือเทศสุก (อย่าให้สุกเกินไป) เอาแป้งมันที่ละลายไว้ใส่ลงไป ใส่ซอสและน้ำตาลทราย ชิมดูรสตามชอบ เอาต้นหอมสดใส่ คนกลับไปกลับมา สัก 2 ครั้ง อย่าให้ต้นหอมสุกเกินไป ดักราดลงบนเต้าหู้ที่ทอดและตักพักไว้ในจาน โรยพริกไทยป่น, โรยผักชีกับพริกชี้ฟ้าแช่น้ำส้ม

    หมายเหตุ อาหารจานนี้จะใช้เป็นกับข้าวจานหนึ่งก็ได้หรือจะใช้เป็นอาหารว่างตอนบ่าย ต้องกินร้อนๆ สูตรนี้สําหรับ 1 คน

     

  • สูตรสลัดผลไม้ เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    สูตรสลัดผลไม้ เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    สลัดผลไม้ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพเมนูหนึ่ง ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ ลดคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะสูตรนี้จะมีการดัดแปลงน้ำสลัดให้เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  ลองทำสูตรนี้รับประทานกันดูนะคะ ทั้งอร่อย และได้ความสดชื่น มีประโยชน์มากมายค่ะ

    สลัดผลไม้

    เครื่องปรุงน้ำสลัด
    1. นมผงชนิดใดก็ได้ 100 กรัม
    2. เกลือผง 3 กรัม
    3. น้ำตาลทรายละเอียด 12 กรัม
    4. นมสดที่ระเหยน้ำออกบ้างแล้ว 120 ซีซี

    วิธีปรุงน้ำสลัด เอานม เกลือ น้ำตาลทราย ใส่ถ้วยแก้ว คนให้เข้ากัน แล้วจึงใส่นมสด กวนจนเข้ากัน ก็จะได้น้ำสลัดที่ข้นพอไหลได้ ถ้าต้องการให้เหลวกว่านี้ก็ใส่นมสดเพิ่มขึ้น เครื่องปรุงผลไม้

    เครื่องปรุงผลไม้
    1. แอปเปิ้ลปอกเปลือก นั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    2. องุ่นผ่า 4 เอาเม็ดออก
    3. ชมพุชนิดต่าง ๆ สุดแต่จะชอบ หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    4. มะละกอ นั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    5. ลูกตาลอ่อน หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    6. มะเขือเทศ (ชนิดทรงสูง) นั่นเป็นชิ้นลูกเต้า
    7. มันมือเสือต้ม นั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    8. กล้วยชนิดต่าง ๆ ที่สุกไม่ถึงงอม หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
    3. ถั่วลิสงคั่ว ฯลฯ

    วิธีปรุง ใช้ผลไม้ที่หั่นไว้ เลือกใช้สัก 4 หรือ 5 ชนิด ตามที่ชอบ ชนิดหนึ่งประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คลุกให้ปนกันใส่จานไว้ เอาน้ำสลัดที่ปรุงไว้ราดหน้า มากน้อยตามใจชอบ คลุกให้เข้ากันเป็นอันใช้ได้

    หมายเหตุ
    1. ทั้งน้ำสลัดที่ปรุงแล้วและผลไม้ที่หั่นแล้ว ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนนํามาปรุง จะช่วยชูรสและชื่นใจดี
    2. ผลไม้ที่นํามาใช้นั้นสุดแต่จะหาได้ ชนิดไหนที่มีคาร์โบไฮเดรตมากก็ไม่ใช้ หรือถ้าจะใช้ก็ให้มีจํานวนน้อย ที่นํามากล่าวไว้นี้เป็นแต่เพียงตัวอย่าง ชนิดอื่นก็มีมะม่วงมัน มะม่วงห่าม (สุกปากตระกร้อ) ลูกพืช ลูกแพร์ ฝรั่ง ส้มชนิดต่างๆ แก้วมังกร และ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

  • ต้มปลาสลิดกับใบมะขามอ่อน

    ต้มปลาสลิดกับใบมะขามอ่อน

    ต้มปลาสลิดกับใบมะขามอ่อน

    เครื่องปรุง
    1.ปลาสลิดแห้งขนาดกลาง 2 ตัว ปิ้งให้เกรียม ทุบให้ท้องโป่ง และเอาครีบและก้างออกให้หมด ฉีกเนื้อปลาเป็นชิ้นใหญ่ ได้ราว 16 ชิ้น จะได้หนักประมาณ 55 กรัม
    2. ใบมะขามอ่อน เด็ดก้านแก่ทิ้ง หนัก 25 กรัม
    3. หอมแห้งปอกเปลือก ทุบพอแตก ไม่ต้องหัน หนัก 60 กรัม
    4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    5. น้ำปลา (ใช้เฉพาะเมื่อชิมดูปรากฏว่าอ่อนเค็ม)
    6. น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วย (360 ซีซี)
    หม้ออลูมิเนียมเล็กมีมือถือ ปากกว้าง 11.8 ซม. สูง 7.5 ซม. ก็จะพอดี

    วิธีปรุง
    ตั้งหม้อที่ใส่น้ำ 360 ซีซี ต้มจนเดือดเอาปลาใส่ เคี่ยวไปสัก 3 นาที เอาหอมแห้งใส่เคี่ยวต่อไปอีกราว 2 นาที เอาน้ำตาลทรายใส่ พอเดือดก็เอาใบมะขามอ่อนใส่ คนสักครั้ง เดือดขึ้นมาให้ชิมดู ถ้าไม่เค็มจึงเติมน้ำปลาสักครึ่งถึง 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่เค็มรสเปรี้ยวจะไม่ขึ้น) ชิมดูให้เปรี้ยว หวาน เค็ม เป็นรสกลม ตักใส่ชามมีฝาปิด เพื่อให้ร้อนอยู่นาน ๆ และกินร้อน ๆ ตามส่วนข้างบนนี้ พอกินสําหรับ 2 คน

  • สูตรเต้าหู้ทอด มีน้ำจิ้ม

    สูตรเต้าหู้ทอด มีน้ำจิ้ม

    เต้าหูทอด (มีน้ำจิ้ม)

    เครื่องปรุง
    1. เต้าหู้ขาวแข็ง 4 แผ่น
    2. ถั่วลิสงคั่ว ปั่นพอแตก ครึ่งถ้วย (120 ซีซี)
    3. พริกชี้ฟ้าเขียวแดง 3 เม็ด ตำพอแหลก
    4. เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
    5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    6. น้ำส้มสายชูอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
    7. น้ำเดือดเย็น 2 ช้อนโต๊ะ
    8. นมผง 1 ช้อนโต๊ะ
    9. ใบผักชี 9 กรัม
    10. น้ำมันถั่วลิสง 2 ถ้วย (480 ซีซี)

    วิธีปรุง
    ตัดเต้าหูออกแผ่นละ 4 ชิ้น จะได้ 32 ชั้น เอาน้ำมันถั่วลิสงใส่กระทะจนร้อนจัดก่อน จึงเอาเต้าหูครึ่งหนึ่ง (16 ชิ้น) ใส่ทอดไปจนผิวเหลืองเกรียม (ต้องคอยกลับ เพื่อให้เหลืองเกรียมเท่า ๆ กัน ทั้ง 2 หน้า) ตักใส่จานไว้ แล้วทอดส่วนที่เหลือเช่นเดียวกัน เอาใส่จานรวมไว้

    น้ำจิ้ม เอาเกลือและพริกชี้ฟ้า ใส่ครกโขลกพอพริกแหลกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอานมผงใส่ คนพอเข้ากัน เอาน้ำตาลทรายใส่ คนให้ทั่ว แล้วจึงเอาน้ำส้ม น้ำเดือดเย็นใส่ คนให้เข้ากัน เอาถั่วลิสงใส่คนให้เข้ากัน แล้วชิมดู แต่งรสตามชอบ ตลอดจนจะชอบข้นหรือเหลวก็แต่งเอาเอง ถ้าต้องการให้ข้นก็เพิ่มถั่วลิสง จะให้เหลวก็เพิ่มน้ำส้มหรือน้ำเดือดเย็น

    หมายเหตุ
    ก. ควรกินร้อน ๆ ฉะนั้นจึงควรทําน้ำจิ้มก่อน เสร็จแล้วจึงทอดเต้าหู้ พอเสร็จก็ลงมือกินได้
    ข. อาหารจานนี้จะมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก

  • อาหารแทนข้าว ถั่วฝักยาวต้ม เมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    อาหารแทนข้าว ถั่วฝักยาวต้ม เมนูอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

    ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะกินคาร์โบไฮเดรตได้เพียง วันละ150 ถึง 200 กรัม สุดแต่การทํางานหนักเบาและ ประกอบด้วย อายุกับเหตุอื่น ๆ ซึ่งนายแพทย์จะเป็นผู้กําหนดให้แต่ละคน ฉะนั้นจึงควรงดการกินข้าวสุก ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรต 31.6 % แล้วกินถั่วฝักยาวซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 6.6 % แทน มีพืชอย่างอื่นที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่า เช่น แตงกวา, พักเขียว, บวบเหลี่ยม, น้ำเต้า, เห็ด, ผักบุ้ง, แตงไทยอ่อน, ใบผักกาดหอม, หัวผักกาด, หัวปลี, มะเขือยาว เป็นต้น แต่พืชเหล่านี้บางอย่างไม่มีตลอดปี หรือมีเพียงบางท้องถิ่น และ ราคาสูง แต่ถั่วฝักยาวจะมีให้ใช้ตลอดปี มีทุกท้องที่ ในราคาพอสมควร จึงเลือกถั่วฝักยาวต้มแทน “ข้าวสุก” ลงมือกินกับอาหารผัด, แกงจืด, แกงเผ็ด, พล่า, ยํา, น้ำพริก ฯลฯ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารนั้นได้ทุกอย่าง ฉะนั้นจึงจําเป็นจะต้องจัดต้มถั่วฝักยาวให้มีรสดี แล้วหั่นละเอียดขนาดเท่าที่เขาหั่นทำในขนมจีนน้ำยา จะทำให้กินได้อย่างปกติโดยไม่ระลึกถึงข้าวสุก

    ถั่วฝักยาวต้ม
    เลือกซื้อถั่วฝักยาวชนิดอ่อน ๆ สีเขียวสด ไม่ใช่ชนิดผักใหญ่ พอง สีขาว ซึ่งกินไม่อร่อยเท่า

    วิธีปรุง มือหนึ่งประมาณ หนัก 400 ถึง 500 กรัม เด็ดหัวท้าย ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 6 นิ้วฟุต ใช้หม้ออลูมิเนียมปากกว้าง 22 เซ็นต์ ใส่น้ำลงไปราวครึ่งหม้อ ยกตั้งบนเตา ใส่เกลือเม็ด หนักราว 40 กรัม (ขนาดเท่าไข่ไก่) แล้วรีบหาน้ำเย็นธรรมดา ประมาณเท่า ๆ ที่ใส่หม้อ ใส่ขันใหญ่หรือชามเตรียมไว้ พอน้ำเดือดเอาถั่วใส่ทั้งหมดทันที ปิดฝา ประมาณ 7 นาที จึงเปิดฝา ใช้ช้อนใหญ่หรือทัพพีกลับถั่วในหม้อให้ข้างบนลงข้างล่าง แล้วปิดฝาให้เดือดต่อไปพอครบ 12 นาที (นับแต่เอาถั่วใส่หม้อ) ยกหม้อลง รินน้ำในหม้อออกให้หมด แล้วปิดฝาหม้อเอาน้ำเปล่าที่เตรียมไว้เทใส่ลงไปทันที่ทั้งหมด ใช้ทัพพีหรือมือก็ได้กลับถั่วในหม้อสัก ๒ ครั้ง แล้วรีบในน้ำทิ้งทันที
    เพื่อให้ผิวถั่วซึ่งกำลังร้อนอยู่นั้นถูกน้ำเย็นฉาบผิว ก็จะทำให้ผิวถั่วแข็งแต่ข้างในอ่อน และสีของผิวจะเขียวน่ากิน ทิ้งไว้ให้เย็นจับเรียงให้หัวเสมอกันครั้งละพอกํามือ หันขวางเป็นชิ้นเล็กใส่จานพร้อมที่จะกินกับอาหารต่าง ๆ

    * ความสําคัญ คือเลือกลักษณะของถั่ว, ใส่เกลือ, ระยะเวลาที่ต้ม (ถ้าชอบแข็งก็ไม่ถึง 12 นาที ถ้าชอบอ่อนก็เลย 12 นาที), เทน้ำเดือดออก เอาน้ำเย็นใส่ทันที และรีบรินน้ำทิ้งให้หมด รสของถั่วจะหวาน มีประโยชน์ตรงมีคาร์โบไฮเดรตน้อย และยังมีโปรตีนในถั่ว