Tag: วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวสเตนเลส

  • 5 ขั้นตอนวิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วให้แวววาว

    5 ขั้นตอนวิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วให้แวววาว

    ความใสกระจ่างและเงางามของแก้ว นับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชุดเครื่องแก้วต่าง ๆ ไม่เคยหายไปจากวงการตกแต่งบ้าน เพราะฉะนั้นเรามาดูขั้นตอนวิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วให้แวววาวกัน ทั้งชุดเครื่องแก้วทั่วไป คริสตัล แก้วเจียรไนต่าง ๆ และยังมีแก้วทนความร้อน และแก้วทนไฟนำมาใช้ในงานครัว

    สินค้าตระกูลแก้วนี้ ผลิตจากวัตถุพื้นฐานเหมือน ๆ กัน ต่างกันเพียงแค่ส่วนผสมบางชนิดที่จะเพิ่มคุณสมบัติเฉพาะตัวให้ต่างกันออกไป เช่น การผสมตะกั่วลงไปเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและแวววาวในคริสตัล เป็นต้น ดังนั้น การดูแลรักษาโดยพื้นฐานจะคล้ายกัน และแตกต่างกันในเรื่องของการใช้งานให้ถูกหลักเท่านั้น

    ยังไม่สายเกินไปที่จะทำให้เครื่องแก้วไร้มลทิน

    หากเครื่องแก้วของคุณที่ใช้งานมานานปีโดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็นเจ้าของนั้น ได้ผลผลิตจากสารที่ปนเปื้อนมากับของเหลวในภาชนะ ที่การล้างด้วยสบู่นั้น อาจจะไม่ช่วยให้คราบนั้นหลุดออกไปได้ อาจต้องใช้เทคนิคพิเศษที่มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

    1. เติมน้ำส้มสายชูลงไปในขวดนั้น และให้มีระดับสูงกว่าคราบที่เกาะอยู่
    2. ปล่อยทิ้งไว้นานอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เรื่อยไปจนถึงข้ามคืน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของคราบที่เกาะอยู่ ถ้าเกาะอย่างแนบแน่นก็ทิ้งไว้นานหน่อย
    3. ก่อนที่จะเทน้ำส้มสายชูออก เติมข้าวสารลงไปสัก 1/2 ช้อนชา หรือเมล็ดถั่วสัก 6-10 เมล็ด จากนั้นเขย่าแรง ๆ เอาขนาดสาวเชคยังอายได้ยิ่งดี เพราะเมล็ดเหล่านี้จะช่วยขัดลอกคราบเหล่านั้นออกมา
    4. เมื่อกะว่าน่าจะสะอาดได้ที่แล้ว เทน้ำส้มสายชูออก และล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้าคราบเหล่านั้นดื้อด้านจะเกาะอยู่ก็ทำอย่างเดิมซ้ำอีก
    5. แต่ถ้าทำซ้ำแล้วคราบก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ที่เดิม ให้เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นแอมโมเนีย และทำตามขั้นตอนเดิม

    เครื่องแก้วที่ตกแต่งด้วยโลหะ เงิน หรือทอง

    หากเครื่องแก้วหรือคริสตัลชุดหรูนั้น ตกแต่งด้วยโลหะต่าง ๆ เช่น ทองแดง เงิน หรือทองนั้น ต้องใส่ใจกับพวกโลหะเหล่านี้ด้วย หากโลหะนั้นหมองมัว มีรอยกระดำกระด่างแล้วละก็ ความกระจ่างใส แวววับของเนื้อแก้วคงไม่ช่วยให้ชุดภาชนะสุดหรูของคุณดูมีคุณค่าเท่ากับจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปตอนแรกได้เลย วิธีล้างเครื่องแก้วประเภทนี้ มีเคล็ดลับนิดหน่อยดังนี้

    • ห้ามใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย, ผงฟู หรือโซดาซักผ้า รวมไปถึงสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างเด็ดขาด
    • ห้ามใช้ผงขัดที่มีความคมเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยบนโลหะได้
    • อย่าทิ้งให้เศษอาหารแห้งเกาะเกรอะกรังเป็นอันขาด เพราะจะยากต่อการกำจัดออก บางครั้ง ความแข็งของเศษอาหารนั้นอาจคมพอที่จะทำให้เกิดริ้วรอยแก่เครื่องแก้วได้

    แล้วจะใช้อะไรดีล่ะ?

    สิ่งที่ดีที่สุดก็คือน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ ถูด้วยผ้านุ่มนั่นเอง เมื่อทราบเคล็ดวิชารักษาเครื่องแก้วแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เครื่องแก้วชุดหรูของคุณกลายดูทรุดโทรม จะได้อยู่คู่โต๊ะอาหารของคุณไปนาน ๆ

     

     

     

  • วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวสเตนเลสให้ใหม่และเงางาม

    วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวสเตนเลสให้ใหม่และเงางาม

    เมื่อเอ่ยถึง “เหล็กวิลาศ” หลายคนคงงงเป็นไก่ตาแตก ด้วยนึกหน้าตาของมันไม่ออก แต่จริง ๆ แล้ว แทบทุกคนต่างก็คุ้นเคยกับเหล็กชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะชื่อที่เรารู้จักกันก็คือ “สเตนเลส สตีล (Stainless Steel)” นั่นเอง

    ความเงางาม และแข็งแกร่งคงทนของสเตนเลสนั้น ทำให้แพร่หลายทั่วไปทุกหลังคาเรือน แม้ว่าชื่อของโลหะจะบอกว่า “ปราศจากริ้วรอย (Stainless)” ในความเป็นจริงนั้น ก็ยังคงเป็นริ้วรอยได้อยู่ดี และหากไม่ดูแลรักษา ความเงางามที่มาตอนแรกซื้อ ก็จะค่อย ๆ หายไป…หายไป….

    ดูแลง่าย ๆ ได้สมชื่อ

    วิธีการดูแลให้เงางามเสมอนั้น เพียงแค่ล้างแล้วเช็ดให้แห้งก็เพียงพอ และที่สำคัญ อย่าใช้ฝอยเหล็กใด ๆ ขัดเป็นอันขาด เพราะจะเกิดริ้วรอยได้

    รักษาให้ไร้ริ้วรอย

    หากคุณรู้สึกว่าภาพใบหน้าของคุณหายไปจากภาชนะสเตนเลสของคุณแล้วล่ะก็ คงถึงเวลาที่ต้องฟื้นสภาพให้เครื่องครัวสเตนเลสของคุณกลับคืนเสียที ซึ่งวิธีการทำให้เครื่องครัวสเตนเลสเงางามดังเดิมนั้น ให้ใช้ผงฟูผสมกับน้ำให้ข้น แล้วใช้ขัดด้วยผ้านุ่ม หรือฟองน้ำ และขอเตือนอีกครั้งว่า หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติในการขัดผิว อย่างเช่น ฝอยขัด หรือ แผ่นใยขัด เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยแทนที่จะขึ้นเงา

    ขจัดรอยไหม้ไม่ให้เหลือ

    ในกรณีที่เครื่องครัวของคุณนั้นรับศึกหนัก อย่างเช่น บรรดากระทะ หม้อหรือกาน้ำร้อน ซึ่งเกิดรอยไหม้จากอาหาร วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้แช่น้ำร้อน เพื่อให้อาหารที่เกาะอยู่นั้นอ่อนตัวลง จากนั้นล้างตามปกติ

    ถ้าคราบไหม้รุนแรงเกินกว่าที่น้ำร้อนจะเอาไหว ให้ทำดังนี้

    แช่น้ำร้อนให้ท่วมคราบไหม้

    เติมเกลือ ผงฟู (หรือน้ำยาล้างจาน) ลงไป
    ทิ้งไว้สักระยะ แล้วค่อยขัดถูด้วยฟองน้ำตามปกติ คราบจะออกมาอย่างง่ายดาย
    แล้วถ้าคราบมันยังไม่หลุดออกมาง่าย ๆ อย่างที่ว่านี้เล่า วิธีที่จะช่วยได้ก็คือ

    ให้ยืดระยะการแช่ให้ค้างคืนไปเลย

    จากนั้นผสมสูตรเดิม แช่เครื่องครัวอีกรอบ คราวนี้ ให้ตั้งไฟต้มให้เดือดด้วย
    เสร็จแล้วให้แช่ทิ้งอีกระยะ จึงค่อยขัดถูออกตามปกติ ล้างน้ำให้สะอาด เช็ดถูด้วยผ้าแห้ง ๆ นุ่ม ๆ ให้ขึ้นเงาวาววับ
    คราวนี้ เครื่องครัวของคุณคงหมดจดเงางาม แต่อย่าเผลอส่องเงาตัวเองอยู่ล่ะ เดี๋ยวจะลืมเตรียมกับข้าวให้คุณพ่อบ้านและลูกสุดที่รักไปเสีย