Category: ความรัก

  • 7 สัญญาณจีบหญิงกันหน้าแตก

    7 สัญญาณจีบหญิงกันหน้าแตก

    หนุ่มๆ ทั้งหลายเวลาไปเที่ยวท่องราตรี ปิ๊งสาวถูกใจก็อยากจะตรงเข้าไปขอเบอร์ แต่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป นอกจากจะแห้วแล้วก็อาจหน้าแตกกลับมายับเยิน ลองมองหาสัญญาณปลอดภัย 7 อย่างนี้ก่อนนะ กันหน้าแตก

    1. รูปแบบการนั่ง
    หนุ่มๆ ดูไว้นะ ถ้าสาวๆ โต๊ะไหนเอาแต่หันหน้าเข้าหากัน และเม้าท์เมามันไม่มีใครยอมใคร ลักษณะอย่างนี้ ไม่ควรเข้าไปหา เพราะมันแปลว่าที่พวกเธอมาที่นี่ก็เพื่อนัดพบ สังสรรค์กันระหว่างเพื่อนเท่านั้น และถ้าคุณไม่หล่อล่ำแบบ แบรด พิทท์ หรือ ออแลนโด้ บลูม แล้วยังเดินเข้าไปหาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ นอกจากที่คุณจะแห้ว เพราะพวกเธอไม่สนใจคุณแล้ว คุณก็ยังจะต้องหน้าแตกยับเพราะโดนเธอว่า เจ๋อ สะเหร่อ อีกต่างหาก

    แต่ถ้าสาวโต๊ะไหนนั่งแบบมีช่องว่างให้เสียบนั่งได้ล่ะก็ อย่างงี้มีลุ้น

    2. จุดหมายของสายตา
    คุณ ยังไม่ลืมข้อที่แล้วใช่ไหม ที่เราบอกว่า สาวไหนที่เอาแต่หันหน้าเมาท์กันไม่ลืมหูลืมตา นั่นแปลว่าเธอไม่ต้อนรับคุณ และถ้าเธอนั่งเอกเขนกคุยกันสบายๆ แล้วระหว่างนั้นก็คอยชำเลืองสายตาไปทางประตูบ่อยๆ นั่นแปลว่า เธอกำลังรอคอย “อะไร” หรือ “ใคร” ที่น่าสนใจกว่าสิ่งที่เธอกำลังพูดคุยกันอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นคุณก็ได้นะ เดินเข้าไปหาเธอเลยสิ

    3. เดินไปห้องน้ำบ่อย
    ไม่ แปลกถ้าเราดื่มน้ำเยอะแล้วทำให้เราต้องลุกเดินไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่ถ้ามันบ่อยจนผิดสังเกตนี่สิเป็นเรื่องน่าคิด แล้วถ้าเธอเลือกเดินผ่านมาเฉียดๆ โต๊ะที่คุณนั่งอยู่ด้วยแล้ว ก็แปลว่าเธอต้องมีอะไรพิเศษมากกว่าเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำแน่… และยิ่งถ้าตอนที่เธอเดินผ่าน เธอส่งสายตาพร้อมยิ้มน้อยๆ มาทางคุณด้วยล่ะก็… เที่ยวต่อไปที่เธอเดินผ่านมา อย่าปล่อยให้เธอเดินผ่านไปเฉยๆ ล่ะ

    แต่ขอเตือนไว้นิดว่า ถ้าเธอผ่านมาบ่อยๆ ด้วยความป้อแป้ เมาแอ๋ ล่ะก็ อยู่ห่างๆ เอาไว้ก็ดีนะ เดี๋ยวจะเจอลูกหลงแล้วจะหาว่าไม่เตือน

    4. ส่งสายตาข้ามโต๊ะ
    หาก สายตาของคุณไปประสบพบกับสายตาของหญิงใดหญิงหนึ่ง หันไปครั้งใดก็จะไปเจอะสายตาเธอที่ส่งข้ามโต๊ะมาอยู่บ่อยๆ นี่แปลว่าต้องมีอะไรบางอย่างแล้วล่ะ ลองสังเกตต่อไปซิว่า เธอมีอาการอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ยิ้ม? หลบตา? เอียงอาย? ถ้าใช่ ทีนี้ก็ถึงคิวของคุณแล้วล่ะ

    แต่ขอเตือนไว้อย่างนึงนะ ถ้าคุณไม่อยากม้วนหน้ากลับโต๊ะล่ะก็ ลองหันซ้าย หันขวา หันหลัง ดูซิว่า เธอส่งสายตาให้ใครคนอื่นที่อยู่ข้างๆ หรือข้างหลังคุณหรือเปล่าน่ะ

    5. มืออยู่ไม่สุข
    นอก จากสายตาของเธอจะฟ้องว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่แล้ว อาการอยู่ไม่สุขของมือก็บ่งบอกได้เหมือนกัน เธออาจจะม้วนผมเล่นตอนที่ส่งสายตามาให้ เสยผมบ่อยๆ กับหางตาชม้อยชม้าย อย่างงี้เปอร์เซ็นต์สูง..

    6. มองมาทั้งกลุ่ม
    สาวๆ ก็มีพฤติกรรมเหมือนพวกหนุ่มๆ เหมือนกันนะ เช่น เวลาเธอคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเกิดปิ๊งหนุ่มไหนขึ้นมา เธอก็จะกระซิบบอกให้คนอื่นๆ ว่า “ดูผู้ชายคนนั้นสิ เท่หรือเปล่า” แล้วพวกเธอก็จะหันมามองพร้อมๆ กันพรึบเดียว แม้เจ้าตัวคนบอกจะบอกว่า “อย่าหันไปพร้อมกันนะ ค่อยๆ หันไปทีละคน” ถ้าเหตุแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณ ดูให้แน่ใจก่อนนะว่า ซิปรูดเรียบร้อยหรือยัง หรือ มีอะไรผิดปกติกับคุณหรือเปล่า… กันหน้าแตกน่ะ

    7. เฮฮาเกินกว่าเหตุ
    ประการ สุดท้ายที่คุณจะใช้สังเกตหญิงได้ก็คือ ถ้าหนึ่งในสาวที่โต๊ะข้างๆ คุณ เริ่มพูดคุยเสียงดัง หัวเราะร่าเริง (โดยที่ไม่ได้เมา) และมีท่าทางแปลกๆ เช่น ชอบสะบัดผมโชว์ตุ้มหูอยู่บ่อยๆ จนผิดวิสัยคนปกติ (ไม่ได้แปลว่าเธอบ้าไปแล้วนะ) นั่นสามารถตีความได้เลยว่า เธอกำลังทำตัวให้เป็นที่สนใจอยู่ เปิดช่องให้หนุ่มเช่นคุณเข้าไปแนะนำตัว ทีนี้ก็ลองสังเกตดูซิว่า เธอส่งสายตาแบบข้อ 5 มาให้คุณหรือเปล่า ถ้าใช่.. ก็ลุยเลย

  • ออกเดทครั้งแรกไปไหนดี

    ออกเดทครั้งแรกไปไหนดี

    ลำพังแค่การวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า และกระจก ในวันแรกของการออกเดทก็เวียนหัวพอแล้วใช่ไหม เราเลยขอแนะนำนิดหน่อยเกี่ยวกับสถานที่ ที่ควร และไม่ควรไปในครั้งแรกของการออกเดทของคุณและเขามาฝาก เผื่อจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    สถานที่ที่ไม่ควรไปกันในวันแรกของการเดท

    • งานแต่งงาน : คงรู้สึกแปลกๆ นะ ที่ออกเดทกันวันแรกก็พากันไปงานแต่งซะแล้ว
    • งานปีใหม่ : เป็นงานที่วุ่นวายที่สุดก็ว่าได้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในงานเลี้ยงอึกทึก คุณจะคุยกันลำบากมาก ต้องตะเบ็งใส่กันเกือบตลอดเวลา(นอกจากว่าคุณอยากจะกระซิบกระซาบกันที่ข้างหู – แต่มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ละมั้ง)
    • ไปดูหนัง : เป็นสถานที่และกิจกรรมยอดฮิตในการเดทเลยก็ว่าได้ แต่ในระหว่างที่หนังฉายก็ไม่ใช่โอกาสที่ดีสำหรับการพูดคุยกัน และถ้าคุณสองคนรสนิยมไม่ตรงกัน ก็ต้องมาเสียเวลาในการตกลงว่าจะดูหนังเรื่องไหน รอบอะไร ฯลฯ

    สถานที่ที่ควรไป

    • พิพิธภัณฑ์ : อย่าเพิ่งยี้ เชื่อเถอะว่าในระหว่างที่คุณเดินวกไปเวียนมาในพิพิธภัณฑ์น่ะ คุณทั้งคู่จะมีเรื่องคุยกันเยอะเชียวล่ะ
    • สวนสนุก : เป็นที่ที่คุณจะได้กลับเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง สนุกได้ไร้ขีดจำกัด ปัญหาอย่างเดียวคือ เครื่องเล่นบางชนิดอาจจะทำให้คุณเวียนหัว (แต่คิดอีกที มันก็ดีไม่ใช่เหรอ เขาจะได้ดูแลเรา 😀 )
    • เดินเล่น : จะเป็นสวนสาธารณะ สวนสัตว์ หรือที่ไหนก็ได้ที่บรรยากาศดีๆ และคุณสามารถเดินไปคุยกันไปได้อย่างสงบๆ
    • กิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ : เช่น เล่นกีฬา หรือ ปิคนิคก็ได้

    ถูกใจที่ไหนก็ลองดูละกันนะ

     

  • นิสัย 10 อย่างที่ไม่ควรเอาใช้กับแฟน

    นิสัย 10 อย่างที่ไม่ควรเอาใช้กับแฟน

    คนเราตอนรักกันใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด อย่างคำที่ว่า ยามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน แต่เมื่ออยู่กันไปนานๆ ความเป็นตัวของตัวเอง กับความเคยชิน ก็เลยทำอะไรบางอย่างซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะรับไม่ได้ จนถึงขั้นต้องบอกเลิกรากันไป ดังนั้น จะขอบอกเล่าเก้าสิบ เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้คนรัก ต้องเลิกรามากที่สุด เพราะนิสัยเหล่านี้ ไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง

    1. เอาแต่ใจตัวเอง
    เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

    2. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป
    การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่าคุณกับเขาเป็นแฟนกันนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขาในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกันค่ะ

    3. หึงแบบไร้ขีดจำกัด
    คงจะห้ามกันได้ยากเรื่องความหึง แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ เรียกว่าอาการหนัก

    4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ
    ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริง ๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า… อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ

    5. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น
    ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำเพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่าสำหรับพวกเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุม คือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม

    6. เชื่อเพื่อนมากเกินไป
    บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะเพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่าคุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอสำหรับคุณหรือเปล่า

    7. โกรธแล้วไม่พูดด้วย
    เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

    8. นัดแล้วไม่เป็นนัด
    การเลื่อนนัดประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ

    9. พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น
    อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็ก ๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ

    10. โกหก
    บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนักถึงจะยอมเข้าใจค่ะ

  • เคล็ดลับฮันนีมูนหวานชื่น

    เคล็ดลับฮันนีมูนหวานชื่น

    10 เคล็ดลับดีๆ ในการเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันให้หวานหยด ที่เรานำมาบอกให้คุณเอาไปใช้กับหวานใจ

    1. ถึงแม้ว่าคู่ของคุณจะไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้ ก็ควรหาเวลาไปสักครั้งเถอะ อย่างน้อยที่สุดก็คิดซะว่าไปพักผ่อน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยแทบตายจากงานแต่งงาน
    2. สำรวจที่ทางให้ดีก่อนไป จะช่วยคุณประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย รวมทั้งหลีกเลี่ยงการผิดใจกันในช่วงเวลาข้าวใหม่ปลามัน (หลังจากนั้นค่อยว่ากัน) และถึงแม้ว่าคู่ของคุณจะเป็นพวกนกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั่น ก็ควรจองที่พักไว้เถอะน่า สัก 1 -2 คืนแรกก็ได้
    3. ซื้อชุดชั้นในใหม่!
    4. ถ้าคุณแพ็คกระเป๋ารวมกัน แยกเสียเถอะนะ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เขาจะได้เซอร์ไพรซ์ตอนที่คุณหยิบชุดชั้นในชุดใหม่ขึ้นมาน่ะสิ
    5. อย่าตั้งความหวังไว้เลิศหรูจนเกินไป เพราะอะไรๆ นอกแผนการก็เกิดขึ้นได้เสมอ
    6. วางแผนการจัดการกับงบประมาณของคุณให้ดีๆ วางแผนเผื่อไปถึงช่วงกลับจากฮันนีมูนด้วยนะ อย่าให้เรื่องงบประมาณมาทำลายความหวานของน้ำผึ้งพระจันทร์เสียล่ะ
    7. อย่าลืมว่า ฮันนีมูนของคุณก็คือฮันนีมูนของเขาด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นอย่าบังคับเขาให้ทำอะไรที่เขาไม่ชอบ เช่น ช้อปปิ้งแหลกลาญ เป็นต้น
    8. บางทีคุณอาจต้องเจออุปสรรคในการเดินทาง ทำให้คุณไปถึงโรงแรมที่จองไว้ช้า และไม่สามารถเช็คอินได้ ดังนั้นคุณควรติดต่อกับทางโรงแรมเพื่อยืนยันว่าคุณจะไปถึงช้าหน่อย ให้เก็บห้องไว้ให้ด้วย
    9. กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ควรสวมชุดที่คิดว่าสามารถใส่ได้ 2 -3 วัน หรือใส่เสื้อผ้าสักชุดไว้ในกระเป๋าเล็กติดตัว เผื่อในกรณีที่กระเป๋าใหญ่ของคุณหายกลางทาง หรือมาถึงช้า คุณจะได้ไม่ต้องทนตัวเหม็น
    10. ในที่ๆ คุณไป บอกเขาเถอะว่า คุณไปฮันนีมูนกัน ทั้งที่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านเช่ารถ ที่คุณไปจองไว้ เพราะคุณอาจได้รับสิทธิพิเศษ อย่างเช่น ส่วนลด ดอกไม้ เค้กขอให้ฮันนีมูนของคุณเป็นฮันนีมูนที่แสนหวานนะจ๊ะ