หน้าแรก บันเทิง

บันเทิง

เรื่องราวบันเทิง ไทย และ ต่างประเทศ ดนตรี เพลง ภาพยนตร์ ละคร ศิลปะบันเทิงประเภทต่างๆ

ผิดงาน

ขณะชายชรานอนป่วยใกล้จะตายอยู่ในห้องนอนชั้นบน พลันจมูกก็ได้กลิ่นคุ๊กกี้ชอกโกแลตที่สุดแสน จะโปรดปรานด้วยความอยากลิ้มรสคุ้กกี้ชิ้นสุดท้ายของชีวิต เจ้าตัวจึงคลานลงจากเตียง แล้วคลานลงบันไดไปยังห้องครัวชายชรารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายทั้งหมด เอื้อมมือขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวซึ่งมีคุ้กกี้ที่เพิ่งจะอบเสร็จใหม่ๆ วางกองอยู่เต็มถาดพูนๆ ขณะที่ภรรยากำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบพอหยิบคุ้กกี้อุ่นๆ กลิ่นชอกโกแลตได้ ยังไม่ทันได้เอาใส่เข้าปาก ภรรยาได้หันมาเห็นเข้าพอดี จึงตีมือดังเพี๊ยะ"ตีพี่ทำไมล่ะ?" ชายชราถามเสียงแหบภรรยาตอบ "นี่ทำไว้เสิร์ฟในงานศพของเธอย่ะ!"

ผิดเหลี่ยม

วันหนึ่ง มหาเศรษฐีอยากสอนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้รู้จักความจน จึงพาเจ้าหนูขึ้นรถแล่นออกนอกเมืองคุณพ่อผู้ต้องการสอนด้วยของจริง กางเต้นท์นอนกับลูกในฟาร์มของชาวไร่คนหนึ่ง พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขับรถกลับ"ไปเที่ยวคราวนี้เป็นไงมั่งลูก" คุณพ่อถาม"สนุกดีครับพ่อ" ลูกตายตอบคุณพ่อก็เริ่มเข้าเรื่อง "แล้วลูกได้เรียนรู้อะไรมั่งล่ะ"ลูกชายตอบ "ที่บ้านเรามีหมาตัวนึง แต่บ้านนั้นมีสี่ตัว เรามีสระเล็กๆ อยู่กลางสวน แต่บ้านนั้นมีลำธารยาวไปถึงไหนก็ไม่รู้ เรามีตะเกียงนำเข้าจากต่างประเทศ แต่บ้านนั้นมีดวงดาวนับไม่ถ้วน เรามีลานบ้านที่ยาวไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน แต่บ้านนั้นมีทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาเลย"พอลูกชายพูดจบ คุณพ่อก็ถึงกับใบ้กินลูกชายทำตาแดง ๆ พูดอีก "ขอบคุณครับพ่อที่สอนให้ผมรู้ว่า บ้านเรานี่มันจนแสนจนเลยนะครับพ่อ!

เรื่องแค่เนี้ยง่ายมากคร๊าบเจ้านาย

หนุ่มนายหนึ่งเดินเข้าไปของานทำกับคณะละคนสัตว์ เจ้าของมองลักษณะท่าทางแล้ว คิดว่าน่าจะพอมีแววเป็นผู้ช่วยคนฝึกสิงโตได้ จึงพาไปที่กรงสิงโตเมื่อไปถึง สาวน้อยแสนสวยหุ่นดีกำลังจะเริ่มหัดให้บรรดาจ้าวป่าทั้งหลายเชื่อฟังคำสั่งคนฝึกอยู่พอดีแม่สาวถอดเสื้อคลุมออกแขวน เหลือเพียงแต่ชุดฝึกน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่ แล้วย่างสามขุมเข้าหาสิงโตเพศผู้ตัวหนึ่ง พลางก็ออกคำสั่งสาวน้อยย่อตัวลงนั่ง เจ้าสิงโตตัวใหญ่หมอบยอบตัวลงเคียงข้าง เอาจมูกมาเคล้าเคลียแก้มของแม่สาวไปมา แล้วทั้งคู่ก็กอดกันกลม ม้วนตัวกลิ้งสามตลบไปมาอย่างน่าเอ็นดู"แบบนี้แหละ" เจ้าของคณะละครสัตว์บอก "คุณคิดว่าทำแบบนี้ได้มั้ย""ผมมั่วใจว่าทำได้ครับ" เจ้าหนุ่มตอบหนักแน่น "แต่ก่อนอื่น เจ้านายช่วยไล่เจ้าสิงโตออกมาให้หมดก่อนได้มั้ย"

ใครกันแน่ที่เมา

ในวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของลูกชาย พ่อจึงได้พาลูกชายไปกินเบียร์ที่บาร์แห่งหนึ่งพ่อ : นี่ลูก ตอนนี้ลูกก็โตแล้วนะ พ่ออนุญาติให้กินเบียร์ได้ลูก : ครับพ่อพ่อ : (กินไปได้ซัก 4-5 แก้ว พ่อก็พูดขึ้นว่า..) จำไว้นะลูก เวลาที่เรากินเบียร์ เราต้องรู้จักว่าเวลาไหนเราควรจะหยุดเพื่อไม่ให้เมาลูก : แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า เวลาไหนเราควรจะหยุดพ่อ : เอางี้นะลูก...

แทบสลบ

จ่าสมหมาย ตำรวจจราจรคนขยัน นั่งคุยกับจ่าสมชาย ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับโรงพักจ่าสมหมาย : เมื่อตอนลางวันนี้ มีอุปัติเหตุรถชนกัน กว่าผมจะพ่นสีบนพื้นตรงล้อรถเสร็จ ทำเอาผมลมแทบจับเลยแน่ะจ่าสมชาย : รถชนกันกี่สิบคันวะ ถึงกับทำให้แกลมแทบจับได้ขนาดนั้นจ่าสมหมาย : ชนกันแค่สองคันว่ะ แต่เป็นรถสิบล้อชนกับรถไฟ แกลองคิดดูนะ กว่าจะพ้นล้อจนเสร็จเป็นใครลมก็จับทั้งนั้นแหล่ะ

บ้าแต่ไม่โง่

คุณหมอเดินตรวจดูอาการคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิต ว่าคนไหนรักษาหายแล้ว และควรจะกลับบ้านได้บ้าง"ไงครับคุณธรรมรัตน์" หัวหน้าทีมจิตแพทย์ทักคนไข้"ตามรายงานนี่หมอลงความเห็นว่า คุณน่าจะกลับบ้านได้แล้วนะ คุณนึกไว้รึยัง ว่าออกไปจะไปทำอะไร"คนไข้นิ่งคิด แล้วตอบ "ก่อนมาอยู่ที่นี่ ผมกำลังเรียนวิศวรรมเครื่องกล ผมว่าจะกลับไปเรียนต่อครับ เพราะจบแล้วเงินดี แล้วผมคิดว่า น่าจะเขียนหนังสือเล่าประสพการณ์ในโรงพยาบาลโรคจิตออกมาขายด้วย หมอว่าดีมั้ย แล้วอีกอย่างผมอยากเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยครับ"คุณหมอพยักหน้า "เท่าที่ฟังมาทั้งหมด หมอว่าดีทั้งนั้นเลยนะ" พลางก็ขยับจะเซ็นอนุญาตให้คุณธรรมรัตน์กลับบ้านได้"ครับ"คนไข้รับคำ แล้วที่ดีที่สุดก็คือ ถ้าเวลาผมว่างๆ แล้วผมก็จะกลับมาเป็นกาน้ำชาอย่างตอนนี้ได้อีก!

หมดความกลัวแล้วเฟ้ย

เช้าวันอาทิตย์อันสดใสวันหนึ่ง ผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้พากันไปโบสถ์เหมือนเช่นทุกสัปดาห์ก่อนถึงเวลาเทศน์ชาวเมืองหันหน้าเข้าคุยกันเป็นกลุ่มๆ อยู่บนม้านั่งทันใดนั้น ซาตานมารร้ายก็ปรากฎกายขึ้นในโบสถ์ ทุกคนหวีดร้องแล้วแตกตื่นวิ่งหนีเหยียบกันวุ่นวายไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพียงพักเดียวเท่านั้นโบสถ์ก็ร้างผู้คน เหลือแต่คุณปู่ซู่ซ่าคนหนึ่งเพียงคนเดียวคุณปู่นั่งจ้องหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งของพระเจ้าด้วยสีหน้านิ่งเฉยเจ้าซาตานย่างสามขุมเข้ามาหาชายชราผุ้นี้ เมื่อเห็นคุณปู่ยังไม่ออกวิ่งหนีตามคนอื่นๆ ไปก็ชักแปลกใจ จึงแผดเสียงก้องซักถาม "แกไม่รู้รึว่าข้าคือใคร"คุณปู่ตอบ "รู้สิทำไมจะไม่รู้""แล้วไม่กลัวข้ารึไง" มารร้ายถามอีก "มันชินซะแล้วล่ะ" คุณปู่ตอบ "ก้อชั้นแต่งงานกับน้องสาวนายมาตั้ง 50 ปีแล้วนี่หว่า!

เวลาที่ยังเหลือ

เมื่อคนไข้ชายรายหนึ่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด หลังจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย แพทย์ก็สรุปผลการวินิจฉัยให้เขารับรู้ในที่สุดว่า“ผมคงต้องบอกคุณก่อนว่านี่เป็นข่าวร้ายมากๆ คือ.. เอ่อ.. คุณกำลังจะตายน่ะครับ คุณเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วจริงๆ”“ให้ตายสิ!” คนไข้น้ำเสียงตระหนก “แล้วผมยังมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ครับหมอ”หมอได้แต่ตอบเสียงเศร้าว่า “สิบ,”“สิบเหรอหมอ? สิบอะไร? เดือน? อาทิตย์? หรืออะไรครับ?”หมอพยายามตอบช้า ๆ ว่า “เก้า, แปด, เจ็ด, ………”

แหม.. ก็ผมเพิ่งหัด!

เมื่อรู้ว่าหลานชายตัวน้อยหัดใช้นิ้วนับเลขสำเร็จแล้ว คุณลุงก็ขอทดสอบทันทีที่มาเยี่ยม แต่เพราะกังวลไปนิด หนูน้อยจึงขอให้คุณลุงช่วยตั้งคำถามให้ตอบ แทนที่จะโชว์เดี่ยวล้วนๆคำถามแรกของลุงก็คือ “สามบวกสี่เป็นเท่าไหร่?” เมื่อนับนิ้วอย่างดีแล้ว หนูน้อยก็ตอบน้ำเสียงฉะฉานอย่างมั่นใจ “เจ็ดฮับ”คุณลุงเห็นอย่างนั้น ก็อดสอนไม่ได้ “ฟังนะหลานชาย เราจะยกนิ้วขึ้นมานับอยู่ตลอดไม่ได้หรอก เข้าโรงเรียนเมื่อไหร่ คุณครูจะว่าเอาได้ หลานต้องหัดคิดเลขในใจให้เป็นด้วย เอาล่ะ.. ทีนี้ก็ซุกมือในกระเป๋าแล้วตอบคำถามลุงใหม่อีกทีซิว่า ห้าบวกห้าเป็นเท่าไหร่?”หลังจากเห็นหลานชายทำมือขยุกขยิกในกระเป๋าอยู่สักพัก คุณลุงก็ได้คำตอบว่า “สิบเอ็ดฮับ!”

เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ตำรวจญี่ปุ่นสองนาย เดินตรวจตราอยู่แถวย่านชินจูกุตอนประมาณตีสอง พบชายคนหนึ่งกำลังเอานิ้วแยงก้นชายอีกคน“นั่นนายกำลังทำอะไรน่ะ” ตำรวยคนหนึ่งซัก “เพื่อนผมคนนี้เมามาก ผมกำลังจะช่วยให้มันอ้วกออกมา จะได้รู้สึกค่อยยังชั่ว” “แต่นายกำลังเอานิ้วแยงก้นเขา แบบนี้จะอ้วกได้ยังไง” ตำรวจแย้ง “ตอนนี้ยังไม่อ้วกหรอกครับ” คนแกล้งเมายิ้มอย่างมีเลศนัย “จนกว่าผมจะดึงนิ้วออกมาแล้วยัดเข้าปากเขานั่นแหละ”

หลับไม่เป็น

เจ้าสาวแสนสวย ร่าเริงแจ่มใส ขับรถไปกับสามีใหม่ เพื่อจะเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ริมทะเลสาปที่ห่างไกลผู้คนเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อกลับมาถึงบ้าน พอสามีคล้อยหลังออกไปจากอพาร์ทเม้นท์ เจ้าสาวก็รีบไปปรึกษาหารือกับแม่ของหล่อนทันที“คุณแม่คะ” หล่อนเอ่ยเสียงอ่อย “พวกผู้ชายนี่เขาหลับนอนกันตอนไหนมั่งคะ”

เมืองเล็ก

หนุ่มเมืองลอดช่องหน้าซื่อประกาศข่าวดีที่เขาตัดสินใจจะแต่งงานกับสาวสวยชื่อพอลล่า อึ๊ง ให้บรรดาผองเพื่อนรับรู้กันถ้วนหน้า“นายไม่ควรจริงจังเรื่องที่จะแต่งงานกับพอลลีน” เพื่อนคนหนึ่งทักท้วง“นายไม่รู้หรือไงว่า เธอแทบจะผ่านผู้ชายในสิงคโปร์มาหมดทุกคนแล้ว”หนุ่มหน้าซื่อขมวดคิ้วขบคิดอยู่นาน ในที่สุดก็บอกเพื่อนอย่างปลงตกว่า “ไม่เป็นไร สิงคโปร์ไม่ใช่เมืองใหญ่”

ผิดที่

ปกติหลังเลิกงานเคนจิมักจะออกท่องราตรีตามบาร์ต่างๆย่านกินซ่าจนดึกก่อนกลับบ้านทุกวัน แต่คืนนี้ เขากลับบ้านเร็ว ไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น เคนจินั่งดูโทรทัศน์กับภรรยาที่บ้าน สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเคนจิลุกขึ้นไปรับ เขานั่งฟังอยู่อึดใจก็ตะคอกเสียงใส่โทรศัพท์ดังลั่น “ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะเฟ้ย ทำไมไม่โทรถามกรมอุตุฯ”ฝ่ายภรรยาเห็นสามีแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวจึงเอ่ยถาม “ใครโทรมาคะ” “ใครที่ไหนก็ไม่รู้” เคนจิสะบัดเสียงตอบ “เสือกโทรมาถามได้ว่าวันนี้ชายฝั่งปลอดโปร่งเหมือนวันก่อนหรือเปล่า”

เหลือคนเดียว

สามี: นี่เธอรู้อะไรมั้ย ผมได้ยินมาว่าผู้หญิงในอพาร์ทเม้นท์ของเราโดนเจ้ายามหน้าประตูดอดมาตีท้ายครัวหมดทุกคนเลย ยกเว้นคนเดียว ภรรยา: เหรอคะ สงสัยจะเป็นคุณนายแฮร์ริสที่นอนป่วยกระเสาะกระแสบนชั้นสี่

วิธีไปสวรรค์

ขณะที่บาทหลวงเดินผ่านเด็กกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังคุยกันถึงเรื่องความดีงามและการได้ขึ้นสวรรค์ ท่านก็หยุดฟังจนจบ และถามขึ้นว่า“พวกลูกอยากไปที่ไหนกัน” เด็ก ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียง “สวรรค์ฮับ!” “แล้วจะไปที่นั่นได้ยังไง.. รู้มั้ย?”เด็ก ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียงเช่นเดิม “ก็รีบตายไงฮับ!”