Category: ความสวยความงาม

  • 4 เคล็ดลับ หากไม่อยากแก่  เรามีวิธีเสริมบุคลิกง่ายๆสำหรับผู้ชายวัยเกินสามสิบ

    4 เคล็ดลับ หากไม่อยากแก่ เรามีวิธีเสริมบุคลิกง่ายๆสำหรับผู้ชายวัยเกินสามสิบ

    ตัวเลขที่พุ่งขึ้นทางเดียว ไม่มีขึ้นๆ ลงๆ ต่างจากหุ้นโดยสิ้นเชิง นั่นก็คืออายุนั่นเอง ตัวเลขของอายุ บ่งบอกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี แถมยังสะท้อนให้เห็นถึงริ้วรอยความ “แก่” ด้วย หากคุณไม่รักษาสุขภาพให้ดี กระหน่ำใช้ชีวิตอย่างไม่บันยะบันยัง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็ยังพอจะทำให้ริ้วรอยความ “แก่” มาถึงช้ากว่าอายุที่นำหน้าไป

    และนี่คือ 4 เคล็ดลับ ที่จะช่วยปิดบังอายุจริงของคุณได้อย่างคาดไม่ถึง ไม่เฉพาะสาวๆ หรอกครับที่อยากให้ใครๆ ทักว่าเด็กกว่าอายุจริง ยิ่งถ้าเป็นหนุ่มใหญ่เลยวัยต้น 30 ไปแล้ว ก็ต้องอยากได้ยินคำๆ นี้ด้วยเช่นกัน

    1.อายุคือสิ่งที่เป็นพลังงานไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

    เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็เหมือนกับเราใช้พลังงานหมดไปเรื่อยๆ และกลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเฉื่อยชา ปราศจากความคล่องตัวเต็มพิกัดเหมือนในวัยหนุ่ม

    น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนอายุ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดู “แก่” ตัวมากขึ้น ยิ่งถ้าต้องพึ่งพาไม้เท้าหรือคอยพยุงตัวกับราวบันไดหรือกำแพงอยู่บ่อยๆ หากเปรียบเทียบกับผู้ชายที่ผอมในวัยเดียวกัน จะเห็นว่าคนผอมจะแลดูอ่อนเยาว์กว่าคนอ้วน ดังนั้น ถ้าหากคุณไม่อยากไม่อยากแก่เร็ว ก็ควรรักษาหุ่นให้สมส่วนไว้เสมอ

    การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่มีจำกัดเพศวัย ทำได้ทุกคน ถ้าออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ความแข็งแรงและความหนุ่มแน่นก็จะอยู่เคียงคู่คุณไปด้วยเช่นกัน

    2.การแต่งกายสะท้อนถึงรสนิยมเฉพาะตัว และยังบ่งบอกถึงความหนุ่มแน่นหรือแก่ชราได้อีกด้วย

    เมื่อคุณรู้ว่าคุณมีอายุมากขึ้น แต่คุณไม่อยากให้คนอื่นเรียกคุณว่าพี่หรือลุง ก็ต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูเนี๊ยบและดูหนุ่ม จะช่วยปกปิดอายุที่แท้จริงได้ง่ายๆ และควรรักษาความสดชื่นของอารมณ์เอาไว้เสมอ เคยได้ยินไหมครับ ว่าอารมณ์ดีทำให้แก่ช้า

    อย่าลืมตัดแต่งทรงผมให้เข้าที่เป็นระเบียบ จะยิ่งช่วยลดอายุลงไปได้อีก หรือในกรณีที่คุณมีปัญหาเกี่ยวกับผมบาง ผมน้อย ก็ไม่ควรปล่อยให้มันดูบางอย่างนั้น หาวิธีจัดการดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถักทอผมหรือสวมหมวก หรือปลูกปมใหม่ มันช่วยเรียกความมั่นใจกับการออกงานสังคมหรือสังสรรค์ได้จริงๆ

    3.หากสีหน้าคุณหมองคล้ำ และมีริ้วรอยจากการผ่านกาลเวลาประทับอยู่ที่หน้า

    ไม่ควรวางเฉย เพราะนั่นเป็นเครื่องหมายแสดงความแก่ของคุณอย่างเด่นชัด ควรปกป้องผิวหน้าให้แลดูสดใส หรือมีริ้วรอยเหี่ยวย่นน้อยที่สุด

    ลองหันมาใช้ครีมดูแลและปกป้องผิวจากแสงแดดชนิดอ่อนละมุน ที่มีส่วนผสมของสาร SPF-30 และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ลูบไล้เบาๆ บนผิวหน้า มันจะช่วยปกปิดริ้วรอย ยิ่งแสงแดดบ้านเราไม่ใช่ร้อนแรงธรรมดา แต่ร้อนมากอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเชียวหละครับ

    อีกอย่าง อย่ากลัวว่าผู้ชายจะใช่ครีมบำรุงผิวไม่ได้ หรือคิดว่าเป็นอุปกรณ์ชะลอความแก่ของผู้หญิงเท่านั้น เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในยุคนี้ ทั้งครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย ก็ได้รับการสร้างสรรค์คิดค้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้น ถ้าอยากดูหนุ่มขึ้นและแก่น้อยลง ใช้เถอะครับ

    4.รู้หรือไม่ว่าไข่ฟองเล็กๆ เพียง 2 ฟอง สามารถช่วยปกปิดความแก่บนใบหน้าลงได้

    เพียงแยกเอาแต่ไข่ขาวออกมา (ไข่แดงก็เก็บเอาไว้ทำอาหารต่อ) แล้วนำมาตีให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาโปะลงบนใบหน้า พักทิ้งไว้สัก 30 นาที จะทำให้ใบหน้ารู้สึกตึงขึ้น เปล่งปลั่ง สดชื่น

    แต่ใบหน้าที่ดูหนุ่ม ก็ย่อมต้องคู่กับการแต่งกายที่ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน การสวมเสื้อเชิ้ตจะทำให้ดูมีความคล่องตัว กระฉับกระเฉง และควรจัดปกเสื้อให้ตั้งขึ้น จะทำให้รับกับใบหน้าดูดีมีราศีขึ้น ปกเสื้อที่แบะๆ หรือตกๆ นอกจากจะไม่เสริมให้ใบหน้าคุณดูเด่นดูดีแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ลดราศีบนใบหน้าลงอีกต่างหากครับ

    เป็นยังไงกันบ้างครับ กับข้อแนะนำสำหรับหนุ่มใหญ่แต่ใจวัยสะรุ่นทั้งหลาย เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะช่วยทำให้ผู้ชายอย่างคุณดูหนุ่มขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ไม่าใช่แค่เพื่อให้สาวๆ เหลียวมองเท่านั้น แต่ยังสร้างให้บุคคลิกดูดีขึ้นด้วยครับ

  • การใช้คอนแท็คเลนส์สี กับการแต่งหน้า

    การใช้คอนแท็คเลนส์สี กับการแต่งหน้า

    คุณเคยลองคิดที่จะเปลี่ยนสีนัยน์ตาดำของคุณเป็นสีอื่นบ้างไหมคะ ที่ไม่จำเจอยู่กับสีดำเพียงอย่างเดียว เหมือนที่คุณเปลี่ยนสีผมจากดำ เป็นสีอ่อนกว่าธรรมชาติที่คุณเป็นอยู่ เพื่อความแปลกใหม่ให้กับชีวิต

    ไม่เฉพาะคนที่สายตาสั้นแล้วใส่คอนแท็คท์เลนส์เท่านั้น คนที่สายตาปกติก็สามารถใส่คอนแท็คท์เลนส์ได้ แต่เป็นเลนส์ที่มีสี

    เมื่อสีตาดำคุณอ่อนลง ใบหน้าของคุณก็จะดูสดใส อย่างเดียวกับที่คุณเปลี่ยนสีผมให้อ่อนลง ใบหน้าของคุณก็จะขาวขึ้น

    คอนแทคเลนส์มีหลายสี อย่างพื้นๆ ก็เป็นสีน้ำตาลอ่อน สีนี้เมื่อใส่แล้วก็จะทำให้หน้าคุณอ่อนเยาว์ โดยรวมก็จะเหมือนลูกแมว และยังมีสีฟ้า สีม่วง สีเขียว แต่จะเหมาะสมกับคนไทยหรือไม่นั้น คุณๆ ก็ต้องใช้วิจารณาณของตัวคุณเองแล้วล่ะค่ะ

    แต่ก็มีหลายคนที่กล้าพอจะใส่คอนแทคท์เลนส์เปลี่ยนสีตาอย่างมั่นใจ เราเลยอยากจะแนะนำการแต่งหน้าให้โทนสีเข้ากับสีคอนแทคท์เลนส์ที่คุณใส่ เพื่อเพิ่มความงามที่ถูกต้องให้กับคุณค่ะ

    เมื่อสีนัยน์ตาคุณเปลี่ยนไป สีที่เปลือกตา แก้ม และริมฝีปาก ก็ต้องควบคุมโทนสีให้เข้ากันด้วย อย่างเช่น

    เลนส์สีเขียว

    เมื่อใส่แล้วสีนัยน์ตาของคุณจะดูอ่อนลงอย่างมาก ดังนั้นการแต่งหน้าของคุณจะต้องออกสีที่สว่างสักหน่อย โดยใช้สีอายแชโดว์ในโทนสีที่ให้ความอบอุ่น อย่างสีน้ำตาลบนเปลือกตาของคุณ เพื่อลดความสว่างของลูกนัยน์ตาที่เป็นสีเขียว และห้ามเด็ดขาดนะคะ! ที่จะใช้อายแชโดว์สีเดียวกันกับลูกนัยน์ตาที่เป็นสีเขียว เพราะมันจะทำให้ดูสว่างเกินไป แล้วปัดมาสคาร่าด้วยสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลิปสติกและสีบรัชออนก็ควรออกสีโทนเดียวด้วยเช่นกันค่ะ

    เลนส์สีฟ้า

    ควรใช้อายแชโดว์ที่ออกโทนสี RUSTY-BROWN หรือสีม่วงของดอกลาเวนเดอร์ เพิ่มความกลมกลืนเมื่อสีทั้งสองมาเจอกัน ปัดมาสคาร่าสีน้ำตาลหรือดำก็ได้ เพิ่มความคมเข้มให้กับขอบตา จะทาปากด้วยสีแดงหรือสีม่วงของดอกฟูเชียก็ได้ แล้วปัดแก้มด้วยโทนชมพูอ่อนๆ ก็จะทำให้คุณดูสดใสไปกับลูกนัยน์ตาสีฟ้าแล้วค่ะ และห้ามเด็ดขาดที่จะทาตาสีเดียวกับคอนแท็คเลนส์

    เลนส์สีน้ำตาล

    เมื่อคุณมีลูกนัยน์ตาสีน้ำตาล ก็จะทำให้หน้าคุณดูสว่างขึ้น ดังนั้นสีน้ำตาลจะดูกลมกลืนไปกับโครงสร้างของคนไทย คุณสามารถใช้แอแชโดว์ได้หลายสี แต่ต้องเป็นสีอ่อน อย่างน้ำตาลอ่อน เขียวอ่อน สีเอิร์ธโทน เบอร์กันดีสีม่วง แล้วใช้อายไลเนอร์สีน้ำตาลเข้ม ปัดมาสคาร่าสีดำ ส่วนลิปสติกใช้สีให้อยู่ในโทนเดียวกับสีอายแชโดว์ที่คุณทา รวมไปถึงสีแก้มด้วย

    เลนส์สีม่วง

    ถ้าคุณมีลูกนัยน์ตาสีม่วง คุณควรใช้อายแชโดว์มีเทาหรือสีดำ ใช้อายแชโดว์สีพาสเทลจะทำให้คุณดูเป็นธรรมชาติ แล้วใช้มาสคาร่าสีดำ อย่าใช้อายแชโดว์สีม่วงโดยเด็ดขาด

    คงพอจะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่ใส่คอนแท็คเลนส์สี เพื่อเพิ่มตวามสดใสให้กับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าที่จะใส่คอนแท็คเลนส์โดยปราศจากการแต่งหน้านะค่ะ

    เพราะบางทีอาจทำให้คุณเหมือนแฟนแดร๊กคิวล่าได้ในที่สุดค่ะ

  • ทรีตเมนต์ฉบับโฮมเมด

    ทรีตเมนต์ฉบับโฮมเมด

    ทรีตเมนต์ฉบับโฮมเมด

    ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นวิธีบำรุงผิวง่ายๆ และควรปฎิบัติสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
    เริ่มด้วยล้างหน้าให้สะอาด
    เทน้ำอุ่นลงชามใบใหญ่
    เติมน้ำมันหอม เช่น คาโมไมล์ เพื่อให้มีกลิ่นหอมสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย
    รวบผมผูกให้เรียบร้อย
    อังหน้าเหนือชาม (ระวังอย่าใกล้เกินไป) และใช้ผ้าขนหนูคลุมศรีษะ
    อยู่นิ่งๆ สัก 5 นาที
    ใช้ Purifying Mask หรือ Quick Lift Mask เช่น Quick Life 4-Minite Mask ของ Estee Lauder ทาทั่วใบหน้าและรอจนแห้ง
    ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และโฟมล้างหน้า บรรจงซับหน้าให้แห้งเบาๆ

  • สวยได้ด้วยการกิน

    สวยได้ด้วยการกิน

    การเสริมสร้างความสวยให้แก่ตัวเองสำหรับคุณผู้หญิงนั้น ใช่ว่าจะแต่งเสริมเติมสวยกันแต่ภายนอกนะคะ ความสวยที่แท้จริงควรจะมาจากภายใน ซึ่งก็ได้จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั่นเอง อย่างที่เค้าบอกกันว่า “เราเป็นอย่างที่เรากิน”

    ผลไม้ที่เสริมสร้างความสวยจากภายในมีหลากหลายประเภทให้เลือกรับประทาน ซึ่งจะช่วยทำให้คุณผู้หญิงมีสุขภาพที่ดี มีผิวพรรณผุดผ่อง เส้นผมมันเงางาม ดวงตาเป็นประกาย มีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันค่ะ

    อโวคาโด เป็นผลไม้ที่ช่วยสร้างสารคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณสดใส แต้ถ้ารับประทานบ่อยเกินไปก็อาจทำให้อ้วนได้คะ ส่วนแครอท เพียง 1 หัวต่อวัน ก็จะช่วยให้ได้รับวิตามิน เอ อย่างเพียงพอต่อร่างกาย มีสรรพคุณช่วยให้สายตาดี และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นระบบnature48.jpg (5306 bytes)

    ส่วนแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล จะช่วยให้ร่างกายห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ ได้ เพราะว่ามีทั้งวิตามิน ซี เพคติน แคลเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีซี่ยม ซึ่งจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ลดโคเลสตอรอล และยังช่วยในการทำงานของปอดด้วย

    สมุนไพรไทยแท้อย่างกระเทียมและหัวหอม จะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของร่างกายเป็นไปอย่างสมดุล และยังช่วยป้องกันโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ได้ดีอีกด้วย

    ส่วนมันฝรั่งจะให้ไฟเบอร์ วิตามิน บี3 ซี และโพแทศเวซียม นอกจากนี้แหล่งรวมไฟเบอร์ยังรับได้จากผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย และดีต่อการทำงานของระบบย่อยภายในร่างกาย

    นอกจากนี้ก็ไม่ควรละเลยจำพวกผักใบเขียวต่าง ๆ ซึ่งมีสารอาหารที่บำรุงสุขภาพผม ผิวหนัง ดวงตา โดยควรรับประทานแบบสด ๆ จะทำให้ได้สารอาหารเต็มที่

    และที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำเปล่าบริสุทธิ์ ซึ่งจะช่วยชำระล้างสิ่งตกค้างที่อยู่ภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น ควรดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อย 7-8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นและดูอ่อนกว่าวัยค่ะ

    Image by Bernadette Wurzinger from Pixabay

  • มารู้จัก อุปกรณ์การแต่งหน้ากัน

    มารู้จัก อุปกรณ์การแต่งหน้ากัน

    การแต่งหน้ามีส่วนช่วยเพิ่มบุคลิกภาพที่ดีให้แก่คุณผู้หญิง ซึ่งในการแต่งหน้านั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนอกเหนือจากเครื่องสำอางค์แล้ว คืออุปกรณ์การแต่งหน้า ซึ่งแต่ละชิ้นมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวและวิธีการดูแลรักษาที่น่าสนใจดังนี้

    1. ที่ดัดขนตา
    ช่วยดัดขนตาให้งอนงาม ทำความสะอาดโดยทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ หรือครีมล้างหน้า และเช็ดให้สะอาดด้วยกระดาษทิชชู แล้วเก็บไว้ในกล่อง

    2. คัดตั้นบัด
    ใช้ลงสีและทำความสะอาดฝุ่นสีอายแชโดว์ และเกลี่ยเส้นขอบตา

    3. ฟองน้ำ
    ใช้เกลี่ยครีมรองพื้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับเครื่องสำอางค์ เช่น ฟองน้ำชนิดกลม เหมาะกับรองพื้นชนิดครีมและแป้งทูเวย์ ฟองน้ำชนิดสามเหลี่ยมเหมาะกับรองพื้นชนิดน้ำ ฟองน้ำที่มีความหนาแน่นของโพรงอากาศมาก เหมาะกับรองพื้นชนิดน้ำ เพราะทำให้ไม่เปลีองครีมรองพื้น ทำความสะอาดเป็นประจำโดยถูกับน้ำสบู่โดยไม่เหลือคราบรองพื้น ล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด บีบน้ำพอหมาดๆ จากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้ง

    4. พัฟ
    ใช้ซับแป้งฝุ่น ซึ่งซับผ้าสักหลาด ซับได้ดีกว่าเนื้อผ้าอื่น ขนาดควรพอเหมาะมือและมีขนสั้นเพราะพัฟที่มีขนยาว จะทำให้แป้งซึมกระจาย ทำความสะอาดเช่นเดียวกับฟองน้ำ

    5. พู่กัน หรือแปรง
    ใช้ลงแป้ง ลงสี และเกลี่ยสีให้กลมกลืนกัน อีกทั้งยังปัดเศษฝุ่นแป้งฝุ่นสีที่ไม่ต้องการบนใบหน้าได้ พู่กันมีมากมายหลายขนาดและแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ดังนี้

    แปรงปัดแก้ม ทำจากขนแพะ ใช้ปัดบริเวณโหนกแก้ม เกลี่ยสีให้กลมกลืนและปัดเศษฝุ่นแป้งส่วนเกินบนใบหน้า

    แปรงทาปาก ลงสีสันให้เรียวปากดูเรียบเนียนและอวบอิ่ม

    แปรงทาตาปลายกระจายขนาดเล็ก ลงสีอายแชโดว์บริเวณเปลือกตาและเกลี่ยหัวคิ้ว

    แปรงทาตาปลายกระจายขนาดใหญ่ ทำจากขนแพะ ใช้ลงสีอายแชโดว์บริเวณเปลือกตา และปิดไฮไลด์ใต้ดวงตาให้กลมกลืนเป็นธรรมชาติ

    แปรงทาตาปลายแบนขนาดเล็ก เขียนขอบตาล่างด้วยอายแชโดว์ และเขียนคิ้วเพื่อให้รูปคิ้วคมชัด

    แปรงปัดคิ้วและหวีขนตา ปัดคิ้วหรือหวีขนตาให้เรียงเส้นสวยงาม ปัดเศษฝุ่นแป้ง ฝุ่นสีอายแชโดว์ที่ไม่ต้องการบนคิ้วและหวีขนตาหลังจากปัดมาสคาราไม่ให้เกาะเป็นกลุ่ม

    วิธีการดูแลรักษา ควรเก็บในที่ที่ไม่ทำให้ขนแปรงหัก หรือ ปลายกระจาย (บาน) ออก และหลังการใช้งานทุกครั้ง ควรปัดขนแปรงกับกระดาษทิชชูเพื่อลดฝุ่นสีที่ติดค้างอยู่ แต่ถ้าใช้งานผ่านไปหลายครั้งแล้ว ให้นำพู่กันเหล่านั้นแช่ในน้ำสบู่ และล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าจนไม่มีสีละลายออกมา จากนั้นใช้ผ้าขนหนูซับน้ำบริเวณขนแปรง ใช้กระดาษทิชชูห่อแล้วนำไปใส่แก้วผึ่งลมจนแห้ง

  • เกร็ดเล็ก ๆ ในการแต่งหน้า

    เกร็ดเล็ก ๆ ในการแต่งหน้า

    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการแต่งหน้าที่คุณสาว ๆ ควรรู้ไว้ก็คือ

    เลือกสีชุดที่จะใส่ก่อน แล้วจึงเลือกเฉดสีของเครื่องสำอางที่ดูกลมกลืนเป็นโทนเดียวกับสีชุด จะช่วยให้คุณดูมีรสนิยมในการแต่งค่ะ

    แต่ถ้าใส่ชุดเปิดไหล่ละก็ อย่าลืมลงแป้งทูเวย์บริเวณที่เผยผิวด้วยนะคะ และต้องเลือกสีให้กลมกลืนกับรองพื้นบนใบหน้า

    ที่สำคัญหลีกเลี่ยงลิปสติกสีแดงสด หรือสีจัดจ้าน ถ้าคุณมีผิวคล้ำ หรือมีริมฝีปากหนา เพราะว่าอาจจะทำให้คุณดูโดดเด่นเสียจนหมดความมั่นใจไปเลยก็ได้ค่ะ รวมทั้งจำพวกอายแชโดว์สีฟ้าสด หรือสีเขียวเข้ม แฟชั่นเค้าจะฮิตอย่างไรแต่ก็ต้องแต่งให้เหมาะกับผิวของเราด้วยค่ะ

    สำหรับสาวหมวย หรือสาวที่อยากตาโตหวานจนต้องพึ่งขนตาปลอมแบบหนา ๆ ขอบอกว่าอย่าดีกว่าค่ะ เพราะสมัยนี้เชยไปแล้ว และยิ่งจะกระชากวัยของคุณให้มากกว่าความเป็นจริง เลือกใช้ที่บาง ๆ พอประมาณก็พอแล้วค่ะ

    ส่วนสาวที่ชอบเขียนคิ้วด้วยสีดำ จะทำให้คุณดูหน้าดุ ลองใช้สีน้ำตาลเข้ม จะดูสวยกว่าเป็นกองค่ะ และหน้าจะดูซอล์ฟขึ้นที่ทาเปลือกตา

    สำหรับสาวที่สวมแว่น ให้เน้นสีลิปสติกสด ๆ ดีกว่าที่จะเน้นเปลือกตาเข้ม

    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านี้ ถ้าคุณสาว ๆ รู้ไว้ มั่นใจได้เลยว่าแต่งหน้าทุกครั้งทั้งดูดีและมีเสน่ห์ ดูมีรสนิยมในการแต่งหน้าด้วยค่ะ

  • 3 สูตรบำรุงเส้นผม

    3 สูตรบำรุงเส้นผม

    ในบางครั้งร่างกายของเรายังต้องการอาหารเสริม เส้นผมที่สวยเงางามก็ต้องการก็เช่นกัน วิธีทำง่าย ๆ ด้วยส่วนผสมที่หาได้ไม่ยากภายในครัวหรือตู้เย็น วันนี้เราขอแนะนำ 3 สูตรบำรุงเส้นผม ลองหาเวลาว่าง ๆ ทำกันดูนะคะ

    สูตรที่ 1 : นำกล้วยหอมบดผสมกับน้ำมันดอกทานตะวันหนึ่งช้อนโต๊ะ ทาทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนจะสระผม เพื่อเพิ่มความเงางามให้แก่เส้นผม

    สูตรที่ 2 : ผสมน้ำมะนาวหนึ่งช้อนโต๊ะกับน้ำเย็นล้างเส้นผมก่อนสระ เพื่อฟื้นฟูผมดัดที่อ่อนปวกเปียกให้งอนสลวยขึ้นมาใหม่ (กรดผลไม้จะช่วยให้ผิวผมส่วนที่หุ้มแกนผมไว้หดตัวลง)

    สูตรที่ 3 : ผสมน้ำมันมะกอกสามส่วนเข้ากับน้ำส้มสายชูหนึ่งส่วน ใช้ชโลมเส้นผมก่อนสระ เพื่อช่วยทำให้ผิวผมเรียบสลวย และป้องกันเส้นผมพันกัน

    ชอบสูตรไหนก็ลองนำไปใช้ดูกันนะคะ หรือว่าจะลองทุกสูตรเลยก็ไม่ว่ากัน รับรองว่าผิวผมคุณจะสวยด้วยวิธีธรรมชาติเหล่านี้แน่นอนค่ะ

  • 4 เรื่องเล็บที่น่ารู้

    4 เรื่องเล็บที่น่ารู้

    เล็บก็คือเซลล์ที่ตายแล้ว ประกอบด้วยโปรตีน คือ เคราติน เหมือนกับเส้นผม ผมและเล็บของคนเราจึงมีอะไรคล้ายๆกัน เช่น ไม่มีปลายประสาทจะตัดผมหรือตัดเล็บก็เลยไม่เจ็บไงคะ

    เล็บยาวแค่ไหน
    เล็บของคนเราเฉลี่ยแล้วจะยาวขึ้น 0.1 มิลลิเมตร/วัน แต่เล็บมือจะยาวเร็วกว่าเล็บเท้า 2 เท่า และการขยับมือหยิบจับอะไรบ่อยๆจะช่วยให้เล็บยาวเร็วขึ้น ฤดูกาลก็มีส่วนนะคะ เพราะเล็บจะยาวเร็วกว่าในหน้าร้อนค่ะ ที่น่ารู้อีกอย่างก็คือ ผู้หญิงท้องจะมีผมสวยดกดำและจะมีเล็บยาวเร็วกว่าตอนไม่ท้องค่ะ ผู้ใหญ่อายุมากขึ้นเล็บก็จะแข็งแรงและยาวช้ากว่าในเด็กด้วยนะคะ

    เมื่อยามทาเล็บ

    • ก่อนจะทาเล็บให้แช่มือในอ่างน้ำที่บีบมะนาวหรือน้ำส้มไว้นิดหน่อย แช่ไว้สักพักหนึ่งจะช่วยให้เล็บนิ่ม และมือนุ่ม เป็นการเตรียมพร้อมก่อนทาเล็บ
    • เวลาป้ายสีทาเล็บ ไม่ควรจะป้ายเกิน 3 ครั้ง จะเริ่มจากตรงกลาง-ซ้าย-ขวา หรือจะ ขวา-กลาง-ซ้ายก็ได้ค่ะ
    • อย่าลงสีเล็บเกิน 2 ชั้นนะคะ เพราะว่าจะหนาไปดูไม่สวย
    • น้ำยาทาทับชั้นบน หรือ Top Coat ก็ดีนะคะ เพราะจะช่วยสีไว้ให้สวยงาม และป้องกันสีจางจากแสงแดดด้วย
    • ถ้ายาทาเล็บระเหยจนข้นเหนียว เติมทินเนอร์หยดลงหน่อย ก็ใช้ทาต่อได้แล้วค่ะ
    • ควรเก็บยาทาเล็บไว้ในที่เย็น พ้นแสงแดดปิดฝาให้สนิทกันระเหย หรือจะเก็บในตู้เย็นก็ได้นะคะ
    • เลือกยาทาเล็บ ควรดูส่วนผสมด้วย ยาล้างเล็บที่ดีควรไม่มี Acetone หรือที่เขียนว่า Acetone Free เจ้าอาซีโทนนี้ก็คือ แอลกอฮอล์นั่นแหละค่ะ ตัวที่จะทำให้ผิวเล็บแห้งและหักง่าย
    • ยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของ Lemon หรือน้ำมะนาวก็ดีนะคะ จะช่วยบำรุงพื้นผิวเล็บค่ะ

    ถนอมมือและเล็บได้ด้วยการ

    • ใส่ถุงมือเวลาทำสวน หรือเวลาจะต้องโดนน้ำนานๆ โดยเฉพาะเมื่อยามทาเล็บ ถ้าจะให้ดี ถุงมือควรจะมีแผ่นซับภายใน เพราะถุงมือยาวทั่วไป เวลาใส่นานๆแล้วมือจะอับชื้น
    • หาโลชั่นเฉพาะสำหรับมือและเล็บ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงกว่าการบำรุง
    • ถ้าอยากจะให้เล็บสั้นลงไม่มาก ควรจะตะไบดีกว่าตัดเล็บ
    • แผ่นตะไบที่มีลักษณะเหมือนกระดาษทรายจะดีกว่าตะไบที่เป็นโลหะ
    • เมื่อทาเล็บแล้วระวังการเปิดกระป๋องต่างๆ ใช้เหรียญดันเปิดแทนดีกว่านะคะ

    เล็บแบบไหน ทาสีอะไรดี

    • เล็บกว้าง ปลายบาน….ควรหลีกเลี่ยงสีเข้มๆประเภทแดงอมดำ หรือน้ำตาลช็อกโกแลต สีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เล็บของคุณดูเรียวขึ้น แต่จะทำให้ดูกว้างขึ้นด้วยซ้ำ ทาสีหวานๆ สดใสดีกว่า
    • เล็บเรียวและเว้าลึก…ถึงแม้จะเป็นเล็บที่สวยตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีโทนสีที่สามารถทำให้เล็บของคุณสวยน้อยลง เช่น สีแวววาว เมทัลลิค เล็บของคุณจะดูสวยกว่าและน่ามองเมื่อทาสีออกด้านๆ แดงเลือดหมูก็ดูดีนะคะ
    • เล็บสั้นและตื้น…ถ้าไม่อยากให้เล็บของคุณดูสั้นลงล่ะก็ ไม่ควรทาสีสีดๆ ประเภทโทนส้มหรือแดงนั่นแหละค่ะ ทาสีใสๆให้ดูใกล้เคียงธรรมชาติจะดูเล็บสวยและสะอาดตาน่ามอง

    Image by Yana Miller from Pixabay

  • เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    เส้นผมคุณจัดอยู่ในประเภทใด

    ผมธรรมดา: เป็นผมที่มีความสมดุล ไม่แห้งไม่มันเกินไป ใครมีผมแบบนี้นับว่าโชคดี เพราะจัดแต่งทรงง่าย และเส้นผมมักจะเงางามสุขภาพดี แต่ถ้าไม่รักษาให้ดี ผมก็มีแววจะกลายเป็นผมเสียได้

    เคล็ดไม่ลับ แม้จะมีผมธรรมดาก็ต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษาสุขภาพและความเงางามไว้ ควรใช้ครีมนวดทุกครั้งหลังสระ เพื่อเสริมสร้างประกายเงางาม และให้สภาพเส้นผมแข็งแรง สุขภาพดีอยู่เสมอ

    ผมมัน: ทั้งเส้นผมและหนังศีรษะมีน้ำมันมากเป็นพิเศษ ดูเป็นมันเยิ้มหลังจากสระผมได้ไม่นาน แถมยังลีบแบน จัดทรงยากอีกต่างหาก

    เคล็ดไม่ลับ สระผมวันละ 2 ครั้ง ด้วยแชมพูสูตรธรรมดาถึงผมมัน และนวดบริเวณหนังศรีษะเป็นพิเศษ ใช้ครีมนวดผมเฉพาะบริเวณปลายผมเท่านั้น ไม่ควรหวีผมบ่อยเกินไป

    ผมแห้ง: ดูหยาบกระด้าง แห้ง ผมพันกันง่าย หวียาก ขาดและแตกปลายง่าย โอกาสที่ผมจะเสียขั้นรุนแรงมีมาก จึงต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อยล่ะ

    เคล็ดไม่ลับ ใชัครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นเงางาม เน้นปลายผมบริเวณที่แห้ง บำรุงด้วยครีมหมักผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

  • เคล็ดลับสู่ผิวสวย

    เคล็ดลับสู่ผิวสวย

    เคล็ดลับสู่ผิวสวย ผิวหนังของเราเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด เพราะทำหน้าที่ห่อหุ้มปกป้องร่างกายทั้งหมด ต่อมไขมันใต้ผิวหนังหลั่งสารไขมันไลปิด (Lipid) ออกมาฉาบเคลือบผิวของเราไว้ ผิวจึงนุ่มเนียนน่าลูบไล้

    อาหารที่เหมาะกับผิวเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งหาได้จากผักและผลไม้สีเหลือง เช่น ส้มหรือมะละกอ สังกะสี ก็เป็นธาตุสำคัญที่มีอยู่ในอาหาร และผิวของเราต้องการ สังกะสีมีอยู่ในผักใบเขียว หัวหอม กะหล่ำปลี แครอต และบร็อคโคลี่ จึงควรรับประทานผักเหล่านี้เป็นประจำ พวกกระเทียม แอปเปิ้ล อโวคาโด ล้วนมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวให้สดชื่นผุดผ่อง ไม่ดูแก่ก่อนวัย แคลเซียมซึ่งพบในผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ก็มีคุณค่าที่จำเป็นต่อผิว สาวๆ ที่ผิวแห้งมากควรรับประทานที่มีวิตามินเอสูง เช่น ตับ เนย ไข่แดง นม ผักขม และมะเขือเทศ เท่านี้คุณก็มีผิวสวยได้แล้วล่ะค่ะ

    รู้ไว้ได้ผิวสวย
    อย่านอนดึกติดกันหลายคืน เพราะช่วงนอนหลับเป็นเวลาที่ผิวได้ฟื้นฟูสภาพ
    เมื่อตื่นนอน ควรดื่มน้ำ 3-5 แก้ว และตลอดทั้งวันควรดื่มน้ำ 8-10 แก้ว เพราะน้ำช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง
    สาวยุคใหม่ไม่สูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้ผิวแห้งขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น
    เมื่ออยู่บนที่สูงมากๆ โดยเฉพาะต้องโดยสารเครื่องบิน อากาศจะแห้งกว่าปกติ ดังนั้นควรทาโลชั่นป้องกันไว้ และดื่มน้ำมากๆ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และถั่วอบเกลือ เพราะสองสิ่งนี้เป็นตัวการขโมยน้ำไปจากผิวคุณ

    ให้ผิวได้ออกกำลังกายบ้าง
    คนชอบออกกำลังกายจะได้เปรียบกว่าใครเพื่อน เพราะกิจกรรมเรียกเหงื่อทุกประเภทช่วยให้เลือดลมในร่างกายหมุนเวียนดี ทำให้ผิวพรรณมีชีวิตชีวาน่าอิจฉา แต่คนที่ไม่ชอบออกกำลังกายหนักๆ เอาเสียเลย อาจจะพยายามเดินเหินให้เร็วขึ้น หรือเอี้ยวตัวไปมาให้เกิดการเคลื่อนไหวก็ช่วยได้เหมือนกัน

    หลีกห่างตัวการทำร้ายผิว
    ยูวี หรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต จะมีปริมาณสูงสุดช่วงกลางวัน คุณควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงเวลา 10.00-15.00 น. อันเป็นเวลาที่แดดแรงที่สุด และอย่าลืมผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแดด SPF
    ต้องพยายามลดปริมาณกาแฟลงบ้าง หากคุณยังไม่สามารถตัดขาดได้ เพราะสารบางชนิดในกาแฟจะทำให้ผิวแห้งและหมองคล้ำ

    การกินผลไม้เยอะๆ ดื่มน้ำให้มาก คือสูตรสำเร็จผิวสวยที่คุณอาจจะเบื่อฟัง แต่ทั้งหมดนี้สามารถช่วยกู้ชีวิตผิวได้จริงๆ ค่ะ