สิ่งที่ควรรู้ วิธีขับรถให้ประหยัดน้ำมัน ทั้งเกียร์ออโต้ และเกียร์ธรรมดา

0
124
ขับรถ ให้ประหยัดน้ำมัน

วิธีขับรถให้ประหยัดน้ำมัน มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

จอดรอ…ดับเครื่องดีกว่า

การอุ่นเครื่องหรือจอดรอเพียง 5 นาที จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซีและเกิดไอเสียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

รู้ไหม? รถอุ่นเครื่องเองได้

การอุ่นเครื่องไม่จำเป็นสำหรับรถเมืองร้อนอย่างบ้านเรา และให้สิ้นเปลืองน้ำมันการออกรถและขับช้าๆ ใน 1-2 กม.แรก เครื่องยนต์จะอุ่นเอง

วางแผนเดินทาง…ก่อนสตาร์ทเครื่อง

วางแผนล่วงหน้าก่อนเดินทาง เลือกทางที่ใกล้ที่สุด หรือใช้เวลาที่น้อยที่สุด หรือใช้เวลาน้อยที่สุด ช่วยประหยัดน้ำมันและประหยัดเวลา

ติดฟิล์มกรองแสง เย็นขึ้น ประหยัดขึ้น
ช่วยลดความร้อนภายในรถ ช่วยลดภาวะของเครื่องปรับอากาศและลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน

ถนอมคลัตซ์ ถนอมรถ ถนอมน้ำมัน

ควรใช้เบรกหรือเบรกมือแทนการแช่คลัตซ์ เวลาหยุดรถควรเหยียบเบรกจนความเร็วลดลงต่ำและจึงเหยียบคลัตซ์ การเร่งเครื่องอย่างแรงขณะออกรถแต่ยังปล่อยคลัตซ์ไม่สุด หรือเมื่อเข้าเกียร์เสร็จแล้ว แต่ยังวางเท้าไว้บนแป้นคลัตซ์ จะทำให้คลัตซ์สึกหรอเร็วขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมัน

ใช้เกียร์ให้ถูกวิธี..ดีทั้งรถ…ทั้งคุณ

ควรใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ไม่ควรใช้เกียร์ต่ำ ( เกียร์1-2 ) ที่ความเร็วสูง หรือใช้เกียร์สูง ( เกียร์3-5 ) ที่ความเร็วต่ำ จะทำให้กำลังตกและสิ้นเปลืองน้ำมัน

ออกรถนิ่มๆ..เบรกนุ่มๆดีกว่า

ถ้าออกรถกระชากแรงๆเพียง 10 ครั้ง จะเสียน้ำมันฟรีๆ 100 ซีซี ซึ่งน้ำมันแค่นี้วิ่งได้ไกลถึง 700 เมตร และการออกรถด้วยความเร็วสูง เลี้ยวอย่างเร็ว
เบรกแรงกระทันหัน เบรกแรงกระทันหันหรือเบรกบ่อยๆ ทำให้เครื่องยนต์ เครื่องส่งกำลัง ผ้าเบรก และยางชำรุดสึกหรอเร็ว เร่งเครื่องเล่นๆ…เปลืองแย่

ไม่ควรเร่งเครื่องหรือบิดเบิ้ลเครื่องโดยไม่จำเป็นทั้งขณะจอดเฉยๆ เปลี่ยนเกียร์ หรือก่อนดับเครื่องยนต์ การเบิ้ลเครื่อง 10 ครั้งจะสูญเสียน้ำมันถึง 50 ซีซี ซึ่งน้ำมันขนาดนี้วิ่งได้ไกลถึง 350 เมตร

ขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอ สบายใจ..สบายกระเป๋า

ควรขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ความเร็วที่ประหยัดน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 80 กม./ช.ม.

บรรทุกแค่สิ่งของจำเป็นดีกว่า…ประหยัดกว่า

ถ้าบรรทุกของไม่จำเป็นหนัก 25 ก.ก.และวิ่งไป 50 ก.ม.จะเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 ซีซี และยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าที่ควรด้วย

ถนนแย่ๆ…นำมันก็แย่ด้วย

ถนนลาดยางที่มีผิวเสียหายสิ้นเปลืองน้ำมัน 15% ถนนลูกรังสิ้นเปลืองน้ำมัน 35% ถนนทรายแห้งสิ้นเปลืองน้ำมัน 45%

เบรกเสื่อม!

ตรวจสอบดูแลระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ หากผ้าเบรกเสียดสีจานล้อเสียงดังเอี๊อด จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 2%

ไส้กรองอากาศอุดตัน!

ควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหรือทุก 1,000 ก.ม. สำหรับรถที่ใช้ในก.ท.ม. หรือทุก 3,000 ก.ม. สำหรับรถที่ใช้ในต่างจังหวัด

ไส้กรองอากาศที่อุดตันหรือสกปรก จะทำให้รถวิ่งได้ระยะทางน้อยลง
0.4 ก.ม./น้ำมัน 1 ลิตร

น้ำมันเครื่องหมดอายุ!

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามกำหนด และเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้ถูกต้องกับสภาพเครื่องยนต์ จะช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่อง และช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ควันดำ เครื่องสั่น!

การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้รถมีควันดำ รอบเครื่องสูงกว่าปกติ เครื่องสั่น
เร่งไม่ขึ้น ควรนำรถไปปรับแต่งเครื่องยนต์ เพื่อให้รถวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ

คาร์บูเรเตอร์สกปรก!

มั่นตรวจดูคาร์บูเรเตอร์ ถ้าคาร์บูเรเตอร์สกปรกจะทำให้ไอเสียที่ออกมามีกลิ่นเหม็นและรถวิ่งได้ระยะทางน้อยลงประมาณ 1.3 ก.ม./น้ำมัน 1 ลิตร

หัวเทียนบอด!

ถ้าหัวเทียนบอดหรือเสื่อมสภาพจะทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ทำให้ไอเสียที่ออกมา มีกลิ่นน้ำมัน และรถวิ่งได้ระยะทางน้อยลงประมาณ 0.8 ก.ม./น้ำมัน 1 ลิตร

ยางอ่อน!

ตรวจเช็คและเติมลมยางให้เหมาะสม ถ้าลมยางแข็งเกินไปอาจทำให้ยางแตก และขับขี่ไม่นุ่มนวล ถ้าลมยางอ่อนกว่ากำหนดทุกๆ 1 ปอนด์/ตารางนิ้ว จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2%

น้ำมันรั่ว!

สังเกตจากพื้นถนนใต้รถที่จอดอยู่ หากพบว่ามีรอยเปียกของน้ำมันหรือได้กลิ่นน้ำมัน ควรนำรถไปตรวจซ่อมโดยเร็ว เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็น

ความเร็วรอบสูง!

ควรปรับความเร็วรอบให้อยู่ในเกณฑ์มาตราฐานของผู้ผลิต หรือประมาณ 800 รอบ/นาที ถ้าความเร็วรอบสูงเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

Image by Free-Photos from Pixabay

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.