การตรวจสอบรถมือสอง รายการต่างๆ ที่คุณจะต้องไม่ลืมที่จะเช็ค

0
226
รายการตรวจสอบรถมือสอง

การซื้อรถ จำเป็นจะต้องมีรายการตรวจสอบรถมือสอง เมื่อคุณได้ทำการศึกษามาบ้างแล้ว คราวนี้ก็เป็นเวลาที่จะไปซื้อรถ แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าร้าน ให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้นำสิ่งเหล่านี้ไปด้วย

– สมุดจด
– ปากกา
– เครื่องคิดเลข
– นาฬิกา
– ใบขับขี่
– การกู้เงินที่ได้รับการรับรองแล้ว
– ข้อมูลราคาประกันรถ
– ความอดทนอย่างสูง

การทดสอบการขับขี่ การทดสอบที่ดีคือต้องมากกว่า 15 นาที เพื่อที่ว่ารถจะได้ทำความร้อนได้ทั่วถึง ในความเป็นจริงแล้ว ควรขยายระยะเวลาการทดสอบรถให้นานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ให้ขับไปรอบๆ นานพอสมควร ผู้จำหน่ายรถมือสองส่วนใหญ่มักจะอนุญาติให้คุณขับขี่ได้ในตอนกลางคืนด้วยซ้ำ ผู้ขายรถมือสองที่ดีมักจะต้องการให้คุยชับรถของพวกเขาได้ในระยะเวลาที่นาน เพื่อที่ว่าคุณจะได้ติดใจกับรถของพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้าม การทดสอบขับขี่รถเป็นเวลานานนั้นก็ยังทำให้คุณสามารถตรวจสอบเครื่องยนต์ได้ทั่วด้วย ดังนั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดแต่อย่างใดที่จะนำรถมือสองออกมาเป็นวันๆ หรือมากกว่านั้น เพราะมันยังไม่ใช่การซื้อ มันเป็นการทดสอบเท่านั้น

สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากการทดลองขับ
การบังคับ [ ]  การบังคับรถบนถนนในเมือง [ ]  การบังคับรถบนถนนทางหลวง [ ]
การบังคับรถบนถนนสองเลน ระบบกันสะเทือน [ ] ฝืดเกินไป [ ]
การควบคุมการเคลื่อนไหว เครื่องยนต์ [ ] มีเสียง [ ]
การเร่งเครื่อง [ ] นิ่ง  พวงมาลัย [ ] ง่ายในการควบคุม [ ] สั่น
เครื่องถ่ายกำลัง (อัตโนมัติ) [ ] การเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่ม [ ] เสียง [ ]
การควบคุมการเคลื่อนที่ เครื่องถ่ายกำลัง (ระบบมือ) [ ] คลัชต์ [ ]
การเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่ม [ ]  การควบคุมการเคลื่อนที่ การขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ [ ] ง่ายในการควบคุม
เบรก [ ] เบรคเวลาจอด [ ] ความดันของที่เหยียบเบรค [ ] ค่อยๆ หยุด [ ] หยุดในทันที [ ] เบรคแอนตี้ล็อก

สิ่งที่ต้องตรวจสอบภายใน ตั้งแต่ที่นั่งคนขับ [ ] ความสะดวกสบายของที่นั่ง [ ]
ที่ว่างเหนือศรีษะ [ ] ที่วางเครื่องมือ [ ]
ความสามารถในการมองเห็นถนน [ ]
ตำแหน่งพวงมาลัย [ ] ที่วางเท้า [ ] คันบังคับ [ ] ความสูงของที่พักแขน [ ]
ความสะดวกสบายของที่ว่างเหนือศรีษะ [ ]
อุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ [ ] การควบคุมกระจก [ ] วิทยุ, เครื่องเล่นเทปหรือเครื่องเล่นซีดี [ ] ลำโพง [ ]
เครื่องทำความร้อน, แอร์และพัดลม [ ] แตร [ ] ไฟภายใน [ ] ระบบปัดน้ำฝน [ ]
ที่วางแก้วน้ำ ในส่วนของที่นั่งผู้โดยสาร [ ] ความสะดวกของทางเข้าและทางออก [ ]
ที่วางเท้า [ ] ที่ว่างบนศรีษะ [ ] ที่ว่างตรงใหล่ [ ]
ความสะดวกสบายของที่นั่ง [ ] ความสูงของที่พักแขน [ ] เข็มขัดนิรภัย [ ] ไฟอ่านหนังสือ [ ]
การทำงานของถุงลมนิรภัย [ ] ที่นั่งที่พับงอได้

ตรวจสอบคุณภาพของ [ ] ที่หุ้มเก้าอี้ [ ] ความสบายของเบาะภายใน [ ]
ขอบรถส่วนต่างๆ และกลิ่นเหม็นอับ หรือเชื้อรา [ ] แผ่นโลหะด้านหน้าคนขับ [ ] พรม และพรมเช็คเท้า

สิ่งที่ต้องตรวจสอบจากภายนอก การตรวจสอบด้วยตา [ ] สี [ ] จุดสนิม [ ] ดอกยาง [ ] ควันจากท่อไอเสีย [ ]
รอยแตกร้าวตามตัวรถ

ใช้กุญแจรถในการเช็คส่วนต่างๆ ดังนี้ [ ] ประตู [ ] กล่องใส่ของ [ ] ระบบกันขโมย [ ] ถังน้ำมัน [ ] ที่ใส่ของท้ายรถยนต์ [ ] ยางสำรอง [ ] แม่แรง [ ] กุญแจกากบาทสำหรับไขล้อรถ [ ] ขอบรถและการปูพรม [ ] ไฟท้าย [ ] กลอนประตู

ให้ทดสอบสิ่งเหล่านี้ [ ] ที่จับท้ายรถ [ ] ที่จับฝาครอบ [ ] ตัวล็อกป้องกันเด็ก [ ] ไฟหน้ารถ [ ] ไฟจอดรถ [ ] ไฟถอยหลัง [ ] ไฟเบรค [ ] ไฟท้าย [ ] ไฟตัดหมอก [ ] ไฟสัญญาณกลับรถ [ ] ไฟขอทาง

นำรถไปให้ช่างตรวจสอบ อย่าซื้อรถมือสองโดยที่ไม่ให้ช่างข้างนอกตรวจสอบก่อน ขึ้นอยู่กับรถ ถ้าคุณไปซื้อรถของบริษัท อย่าให้แผนกบริการของบริษัทเป็นคนตรวจสอบแทน เพราะว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าข้างคนอื่นนั่นเอง ให้บอกช่างข้างนอกว่า คุณกำลังคิดที่จะซื้อรถคันหนึ่ง และให้เขามาเช็คให้หมดทุกอย่าง และจดปัญหาต่างๆ ที่พบออกมา ถ้ามีข้อให้เขาประเมินค่าซ่อมแซมให้ด้วย แต่ถ้าปัญหาที่พบมันค่อนข้างซับซ้อนเกินไปหรือมีราคาแพงมากเดินไปที่จะจัดการ ก็ไม่ต้องซื้อรถคันนั้นไปเลย ถ้าปัญหามันดูเล็กน้อย แต่ยังคงต้องได้รับการเอาใจใส่ ก็ลองแจ้งให้กับผู้ขายทราบและใช้ในการต่อรองราคาที่ถูกลง ถ้าทุกอย่างได้รับการ ตรวจสอบว่าไม่มีปัญหา ก็ให้เข้าสู่การเจรจาต่อไป

การตรวจเช็คควันรถ ให้มีการตรวจสอบการปล่อยควันรถเสมอ จากศูนย์กลางในการตรวจสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานมันสามารถที่จะทำให้คุณ ประหยัดเงินจากการซ่อมแซมในระยะยาวได้เป็นจำนวนมาก ท่อไอเสียที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ปกติแล้วไม่จำเป็นที่จะปล่อยควันรถที่ให้เห็นอย่างชัดเจนก็เป็นไปได้ การตรวจสอบท่อไอเสียนั้นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมาได้ การปล่อยควันที่มากเกินไปอาจจะมาจากรอยรั่วหรือแตกรอยเชื่อมของท่อไอเสีย, การทำงานผิดปกติของเครื่องอัดฉีดน้ำมันเครื่องยนต์, ตัวกันอ็อกซิเจนที่เสื่อม, ตัวกรองน้ำมันอุดตัน, การตั้งเวลาที่ไม่เหมาะสม, หรืออาจจะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่า ตัวเจ้าของรถคนก่อนไม่มีการดูแลเอาใจใส่รถที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน ที่แย่ที่สุดคือ เครื่องยนต์อาจจะจำเป็นที่จะต้องได้รับการยกใหม่ ดังนั้น ไม่ต้องซื้อรถที่จะทำให้คุณต้องเสียเงินเพิ่มขึ้น ถ้ามันไม่ผ่านการตรวจสอบเรื่องการปล่อยควัน รถคันดังกล่าวก็จะไม่ได้รับอนุญาต และคนก็ไม่สามารถที่จะใช้งานมันได้ ถ้าคนขายยังคงขายตามแบบที่มันเป็น งานซ่อมแซมก็จะตกเป็นภาระของคุณเอง ดังนั้น การตรวจสอบเรื่องการปล่อยควันจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำเช่นกัน

การตรวจสอบรถมือสอง

ขั้นตอนที่ 5 การเจรจา กับผู้จำหน่ายส่วนตัว ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการเจรจา ควรมีการตรวจสอบก่อนว่ารถอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ รถอาจจะดูสวย แต่มันอาจจะมีปัญหาอื่นๆ ทีทำให้คุณต้องเสียเงินจำนวนมากได้ จงจำไว้ว่า ให้ขอประวัติการเข้าศูนย์บริการของรถดังกล่าว และโทรศัพท์ไปยังบริษัทที่ให้การบริการเพื่อขอข้อมูลซึ่งผู้ขายอาจจะลืมที่จะพูดถึงได้ ประวัติการเข้าศูนย์บริการเป็นประจำเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า เจ้าของรถก่อนหน้านี้ให้ความใส่ใจกับรถของเขาอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น ถ้าคนขายเป็นคนที่ซื่อสัตย์เกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว เขาและเธอก้อาจจะน่าเชื่อถือได้ในเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น รถถูกเก็บไว้อย่างไรหรือใช้งานอย่างไรบ้าง เป็นต้น โดยพื้นฐานแล้ว กฎที่ใช้กับผู้จำหน่ายวส่วนตัวก็เหมือนกับกฎที่ใช้กับบริษัทผู้จำหน่ายรถ ทั่วไปก็คือ คุณควรให้ช่างมาตรวจสอบรถ และทดสอบการปล่อยควันท่อไอเสียก่อนที่จะตกลงซื้อ แต่บ่อยครั้ง ผู้จำหน่ายส่วนตัวก็อาจจะไว้ใจไม่ได้พอๆ กับบริษัททั่วไป เมื่อเขาเองก็กู้เงินมาจากคนอื่น แต่เราก็ตำหนิเขาไม่ได้ คุณจะปล่อยให้คนแปลกหน้าขับรถของคุณออกไปทดสอบง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? ดังนั้น ให้กำหนดเวลาไว้ล่วงหน้าสำหรับวันที่จะนำรถไปให้ช่างตรวจสอบด้วยกัน และถึงจะออกไปทดสอบรถ และให้เอาใบขับขี่ของคุณไปด้วย

นอกจากนั้น มันก็ยังเป็นการดีด้วย ถ้าคุณทิ้งกุญแจไว้ที่รถให้เสมือนว่าเขาเป็นเหมือนญาติเรา ว่าคุณจะต้องกลับมาพร้อมกับรถของพวกเรา แต่การให้สำเนาใบขับขี่รถของคุณกับเจ้าของรถจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสบายใจที่สุด จดชื่อ, ที่อยู่ของเจ้าของรถ รวมทั้งชื่อและที่อยู่ของคุณ รวมทั้งรายละเอียดการขาย (ยี่ห้อและรุ่นของรถ, ราคาซื้อ) เพื่อให้ดูเป็นทางการให้มีบุคคลอื่นเซ็นชื่อรับทราบเป็นพยานด้วย สำหรับบริษัทจำหน่าย เวลาของการแลกเปลี่ยนรถ ถ้าคุณตัดสินใจที่จะนำรถปัจจุบันของคุณไปแลกเปลี่ยน ก็ให้เริ่มต้นการเจรจารถมือสองคันใหม่ของคุณได้เลย

ส่วนใหญ่ คนจะซื้อรถใหม่เพราะว่าเบื่อรถปัจจุบัน รถเก่าอาจจะเข้าอู่บ่อยเกินไป หรือใกล้พังเต็มที่ หรือไม่ก็ไม่อาจจะถึงเวลาจริงๆ แล้วที่จะต้องซื้อใหม่ เป็นต้น แต่เมื่อมันถึงเวลาที่จะต้องซื้อรถอีกคัน คุณส่วนใหญ่ก็มักจะทิ้งรถคันเก่าไปเลย อย่าปล่อยมันไปเปล่าๆ ให้รู้จักค่าของการแลกเปลี่ยนรถด้วย เมื่อจะแลกเปลี่ยนรถ ให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้เพิ่มหรือหักลบราคาดีแล้ว หลังจากที่ประเมินราคาที่เหมาะสมได้แล้ว ก็ให้ปรับปรุงสภาพของรถใหม่ด้วย เช่น สนิม, เสียงประตู, รอยขีดข่วนก็ควรจะแก้ไขด้วย ถ้าคุณแน่ใจที่จะนำรถไปแลก ก็พยายามลบข้อเสียให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเป็นการเริ่มต้น ให้รายละเอียดรถก่อนที่ตัวบริษัทจะเป็นผู้ตั้งราคามันเอง และไม่มีอะไรที่จะทำลายโอกาสของคุณได้มากไปกว่าการนำรถไปแสดงกับบริษัทโดยที่ไม่ล้าง มันก็คงเหมือนกับผู้ซื้อรถทั่วไป ซึ่งต้องการที่จะรู้สึกว่าคุณได้ดูแลรักษารถดังกล่าวในช่วงที่คุณเป็นเจ้าของเป็นอย่างดี

และนี่ก็คือรายการที่คุณต้องเตรียมตัวสำหรับการแลกเปลี่ยนหรือขายรถ
– ล้างรถและขัดเงารถภายนอกให้ดี
– ทำความสะอาดภายในตัวรถให้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นผ้า รวมทั้งเป่าฝุ่นตรงพรมและทิ้งเศษขยะต่างๆ เช่น ห่ออาหาร, เศษเหรียญ, กระป๋องอลูมิเนียม และอื่นๆ
– เปลี่ยนน้ำมันและไส้กรอง เพราะบริษัทจะเช็คจากก้านน้ำมันดูว่าเครื่องยนต์ได้รับการดูแลอย่างดีได้ หรือไม่
– ถ้าต้องมีงานซ่อมบางอย่างเกิดขึ้น ก็ลองประเมินราคาดู เพราะว่าค่าของรถคุณสามารถลดลงได้จากจุดเสียเล็กๆ ทุกจุด ดังนั้นให้ทราบก่อนว่าราคาซ่อมนั้นจะตกเท่าไหร่ สิ่งนี้จะช่วยคุณในการได้ราคาแลกเปลี่ยนรถที่ดีได้

หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการตรวจสอบดีแล้ว คราวนี้คุณก็ต้องทราบว่าราคารถของคุณตกเท่าไหร่ แต่ให้ทำใจได้เลยว่าจะต้องได้ราคาถูกลงจากบริษัท ทันทีที่ตกลงราคาได้แล้ว ก็ให้พนักงานขายเขียนราคาแลกเปลี่ยนเป็นลายลักษณ์อักษร และถามด้วยว่าราคาเงินสดของรถนั้นคือเท่าไหร่และให้จดเอาไว้ นี้จะช่วยให้คุณทราบต่อไปได้ว่า บริษัทจะทำอะไรกับรถของคุณต่อไป และมันยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในขบวนการเจรจาต่อรองได้ด้วย บางครั้ง บริษัทอาจจะตกลงที่จะซื้อรถตามราคาแลกเปลี่ยนจริง ไม่ว่าคุณจะซื้อรถคันอื่นจากเขาหรือไม่ แต่ถ้าบริษัทบังเอิญเล่นตลกให้ราคาแลกเปลี่ยนกับคุณสูงจริงๆ หล่ะก็ ให้รู้ไว้เลยว่าพวกเขาจะต้องมีวิธีในการสร้างกำไรอื่นๆ แทน (อาจจะด้วยการเพิ่มค่าใช้จ่ายของรถใหม่ที่คุณต้องการด้วยการขายพวกอุปกรณ์เสริมจำนวนมาก, หรือขายประกันภัยที่ไม่จำเป็น หรืออาจจะตั้งดอกเบี้ยสูงและระยะเวลาผ่อนส่งยาวแทน เป็นต้น) แต่ก็ให้ต่อรองราคาแลกรถให้สูงให้ได้ หรือไม่ก็ลองพิจารณาดูว่าการเจรจาเรื่องราคาขายของรถอีกคันนั้นมันยากมากแค่ไหน ถ้าเกิดคุณได้ราคาแลกเปลี่ยนรถที่สูง แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะว่าบริษัทก็คงต้องมีวิธีในการหากำไรอยู่ดี และพวกเขาก็คงจะไม่ขายรถใหม่ให้คุณโดย ถ้าพวกเขากำลังขาดทุนจากราคาแลกเปลี่ยนรถเก่าหรอก

ขบวนการต่อรอง ทันทีที่คุณพบรถคันที่คุณต้องการและได้รับใบเสร็จการเช็ครถจากช่างแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะเจรจาต่อรอง ในการเริ่มต้นเจรจาเรื่องราคา ให้พนักงานขายทราบว่าคุณมักจะไม่ซื้อในราคาเต็ม พยายามผ่อนคลาย จำไว้ว่า สถานการณ์เป็นตัวบังคับและไม่มีใครที่สามารถทำในสิ่งที่คุณไม่ต้องการได้ ถ้าคุณกระวนกระวายและตกเป็นรองในการเจรจา พนักงานขายก็จะต่อรองให้คุณด้วย ดังนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่โต๊ะ สิ่งทีดีคือการเจรจาด้วยรอยยิ้ม และจะเป็นการดีมากถ้าให้บริษัทเป็นฝ่ายเสนอราคาก่อน โอกาสที่เขาจะให้ราคาเต็มหรือราคาที่ต่ำลงมานั้นมีมาก ตอนนี้ก็เป็นโอกาสของคุณที่จะบอกสิ่งที่อยู่ในใจ อย่าลังเลที่จะบอกให้เขาทราบว่าคุณทราบราคารถที่แท้จริง อธิบายว่าคุณยังรู้ราคาของแต่ละออปชั่น และได้คำนวณค่ากิโลเมตร และสภาพรถมาแล้ว สุดท้ายก็คือเวลาที่จะพูดถึงปัญหาต่างๆ ที่พบจากช่างและบอกให้บริษัททราบว่าปัญหาเหล่านั้นจะต้องใช้ค่าซ่อมมากเท่าไหร่ และก็เป็นเวลาในการแสดงข้อเสนอของคุณเอง มันมีอยู่ 2-3 วิธีในการเจรจาซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป และต้องเป็นฝ่ายเสนอราคาสุดท้ายเสมอ

ดังนั้น ราคาที่เรียกว่าเหมาะสมที่ได้รับการคำนวณมาแล้วก็คือ การเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด อย่าอาย ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ ดังนั้น ถ้าเขาสร้างความกดดันให้คุณ ก็ขอให้เขาตั้งราคาที่มันลดลง ตอนนี้ พนักงานขายอาจจะทำให้คุณช็อกก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม อย่าเสนอราคาที่สูงกว่าจนกว่าเขาจะเสนอราคากลับมาอีกครั้ง ผู้ขายอาจจะกดดันคุณให้ตั้งราคาอีกครั้ง แต่ถ้าคุณฉวยโอกาสได้ ก็ให้ตั้งราคาที่ถูกลงไปอีกไปเลย เนื่องจากฝ่ายเขาก็อ่อนลงแล้ว ก็ทำให้เขาอ่อนข้อลงไปอีก ในความเป็นจริง การไม่รอให้อีกฝ่ายเสนอราคากลับมาก่อนนั้น ถือว่าเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือในฐานะของผู้เจรจาต่อรองเป็นอย่างมาก จากช่วงที่คุณได้ตั้งราคาเป็นครั้งแรก ถ้าการเปิดราคาของคุณดูเหมือนจะสมเหตุสมผล ก็ให้ลองคำนวณว่าบริษัทจะตอบกลับมาอย่างไร หรือพูดอีกอย่างก็คือ การเสนอราคาที่ประสบความสำเร็จก็คือสามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับราคา ที่ต่างฝ่ายต่างตั้งเอาไว้ได้ นั่นเอง

คุณคงจะรู้แล้วว่าทำไมมันการทราบวิธีการเจรจาต่อรองราคารถนั้นถึงมีประโยชน์ ถ้าใครสักคนเดินเข้ามาในร้านโดยที่ไม่ทราบว่ารถมือสองนั้นควรจะมีราคาเท่า ไหร่ พวกเขาก็อาจจะชื่อคำพูดของคนขายที่พูดว่า “ผมขายให้คุณไม่ได้หรอกครับราคานั้น ผมขาดทุนแน่นอน” แม้ว่าตัวผู้ซื้อจะไม่เชื่อ แต่ก็ไม่มีข้อพิสูจน์ใดอยู่แล้ว และพนักงานขายก็จะเป็นฝ่ายตั้งราคาแทนคุณ ให้มั่นใจว่าคุณทราบว่าราคารถท้ายที่สุดนั้นควรจะเป็นเท่าไหร่เมื่อบริษัท ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว เช่น การจดทะเบียน, ภาษี, และค่าธรรมเนียมอื่นๆ อย่ากลัวที่จะหยิบเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆ มาต่อรองด้วย บริษัทมักจะทำท่าเป็นว่าเขาไม่สามารถ ควบคุมราคาเหล่านี้ได้ แต่ให้คุณเพียงบอกเขาว่า “ผมให้คุณได้ทั้งหมดแค่ xxx เท่านั้นสำหรับรถคันนี้”

เกร็ดของการเจรจาต่อรอง อันดับแรก ทำให้ดูเหมือนว่า คุณไม่แคร์ว่าจะได้รถวันนี้หรือไม่ เพราะถ้าคุณเริ่มต้นในท่าทีที่เอาจริงเอาจัง สิ่งหนึ่งที่คุณจะเรียนรู้ได้ก็คือ มันมักจะมีข้อเสนออื่นๆ เข้ามา ถ้าข้อเสนอหนึ่งไม่ได้ผล นอกจากนั้น ก็ให้เตรียมพร้อมที่จะเดินออกได้ตลอดเวลา ผู้ขายรถทั้งเก่าและใหม่มักจะชอบทำให้คุณคอยอยู่เรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยอยู่กับหัวหน้า เป็นต้น ถ้าคุณไม่มีเวลา ก็อย่าปล่อยให้รู้สึกกดดันที่จะอยู่อีกต่อไป อธิบายว่า คุณอาจจะกลับมาอีกครั้ง หรือถ้าคุณมีเวลามาก ก็ให้หยิบพวกนิตยสารหรือแลปทอปขึ้นมา และก็นั่งเล่นมันไปเรื่อยๆ ในขณะที่พวกเขาเดินไปเดินมาผ่านหน้าคุณ ทำเป็นว่าคุณไม่สนใจว่าเขาจะใช้เวลากับหัวหน้านานเท่าไหร่ ในขณะที่เจรจาเป็นการส่วนตัว ก็ให้หยิบยกปัญหาต่างๆ ที่ช่างได้พบมาใช้ในการต่อรองราคา แต่อย่าเป็นการทำสงครามกับเขา ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องการทำงานของรถ ซึ่งมันน่าจะทำให้ลดราคาขายลงได้แล้วหล่ะก็ ให้พูดมันออกมา แต่อย่าคาดหวังที่จะตัดราคาอย่างเอาจริงเอาจริงจากปัญหาเพียงเล็กน้อย

Leave a comment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.